• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
 
NIDA COM24 (REUTERS)AS612 DATA COMMUNICATION AND COMPUTER NETWORKS
 
P. 1
InternationalStandard(
มาตรฐานที ่ ใชกันสากล
)1.
 
DeJure(ByLaw)–
เปนมาตรฐานที ่วาดวยสิ ่งที ่ถูกบันทึกเปนกฎเกณฑ
มีระเบียบแบบแผน
มีขอบังคั
2.
 
DeFacto(ByFact)–
เปนมาตรฐานที ่วาดวยสิ ่งที ่เกิดขึ ้นจริ
ISO(InternationalStandardOrganization)
เปนองคกรที ่สรางกฎเกณฑขึ ้นเพื ่อให ใชกันอยางเปนสากล
NetworkModel(
ตัวแบบของการเชื ่อมต
)1.
 
OSI(OpenSystemInterconnection)–
เปนตัวแบบรุ 
Classic
ที ่ถูกสรางขึ ้นโดย
ISO
ถูกสรางขึ ้นเพื ่
 ใชเปนมาตรฐานสากลในการสรางเครือขายการเชื ่อมต
มีการแบงหนาที ่การทํางานออกเป
7
ระดั
คื
1.1.
 
PhysicalLayer–
ระดับนี ้จะทําหนาที ่
ควบคุมการสงบิตขอมูลจากฝงสงไปยังฝงรับโดยผาน
hysical Medium”
เช
ถาฝ  งส
สงเป
1
ฝ  งรับก็ตองรับเป
1
ดวย
โดยเนื ้อหาใน
Layer
นี ้จะพูดถึ
BitSynchronization
และคุณสมบัติของ
Medium
หรื
ตัวกลางที ่ ใชในการสงขอมู
***
ความรู  เดิ
Asynchronous
คือการสงขอมูลโดยไมมีจังหวะเวลา
แตสงโดยอาศัยสัญญาณเริ ่มและสัญญาณจบ
สวน
Synchronous
เปนการสงโดยมี
Clock
เปนตัวใหจังหวะ
BitSynchronization
คื
หนวยทํางานที ่ทําหนาที ่ในการหาจังหวะเริ ่มตนและจังหวะลงทายเพื ่อสงขอมูลจากฝ  งหนึ ่งไปยังอีกฝ  งหนึ ่งอยางเปนจังหวะ
รวมไปถึงกําหนดคาที ่ ใชในการ บงบอกถึงรูปแบบการทํางานตางๆดวย
เช
ถาบิตเป
1
แลวเวลาสงตองใชไฟฟากี ่
Voltage
เปนต
สวน
PhysicalMedium
หรื
ตัวกลาง
ก็จะกลาวถึงรูปแบบของอุปกรณที ่จะ  ใช ในการเชื ่อมต
เช
หัวแบบนี ้ตองมี
16pin
อีกแบบตองมี
32pin
ตัวที ่รับก็ตอง
match
กั
สายที ่ ใชตองเปนแบบนั ้นแบบนี ้
เปนต
1.2.
 
DataLinkLayer–
ระดับนี ้จะทําหนาที ่
ควบคุมการสงขอมูลระหวาง
 Node 2 Node
ที่ม
Link
เชื่อมโยงกันใหถูกตองอยามีประสิทธิภาพ
 ใน
Link
นั ้นจะมี
Noise
เสมอ
ไมวาจะมากหรือนอยก็ตาม
โดยเนื ้อหาในชั ้นนี ้จะกลาวถึงการคนหาขอผิดพลาดและการควบคุมการไหลของขอมู
ErrorDetection
ทําไดหลายแบบแตที ่สอนมี
2
แบบ
1.ParityBit–
เปนบิตตรวจสอบหาโดยนําทุกๆ
บิตของขอมูลมาทํ
ExclusiveOR
กั
มี
2
แบบ
คื
-OddParityBit
ตรงขามกั
EvenParity-EvenParityBit
เปนการหา
Parity
เหมือนตอนเรียน
ComputerArchitecture***
ถาเกิดบิตผิดพลาดเปนเลขคู จะตรวจสอบไมได
ดังนั ้นวิธีนี ้จึงมีประสิทธิภาพเพียง
50%2.ErrorCorrectionCode(HammingCode)ErrorCorrection1.HammingCode2.
อาศั
Protocol–
วิธีนี ้อาศัยการสงสัญญาณไปกลับระหวางตนทางกับปลายทางเพื ่อเช็คสถานะของการสงขอมู
โดยสัญญาณที ่สงมี
2
แบบ
คื
ACK
กั
NAK ACK(Acknowledgement)
ถาตนทางส
จะเปนสัญญาณที ่สงเพื ่อบอกใหรู  วาไดสงขอมูลมาตามหลังสัญญาณนี ้

ถาปลายทางเปนคนส
จะหมายความวาไดรับขอมูลครบถวนแล
NAK(NegativeAcknowledgement)
เปนสัญญาณที ่ปลายทางสงใหตนทางเพื ่อบอกวาขอมูลที ่สงมามีปญหาใหสงมาใหม
ตัวอยางการสงสัญญาณ
ตามปกติแลวเวลา
Host
ตนทางส
ขอมูลไปถึ
Host
ปลายทางแล
ถาไมมีอะไรผิดพลาด
Host
ปลายทาง
จะสงสัญญาณ
ACK
กลับไป
ปญหาที ่พบในการสงสัญญาณ
1.
ขอมูลที ่สงหายระหวางทาง
ถาขอมูลหาย
Host
ตนทางจะมีการ
ตั ้งเวลาเอาไวหากมีมีสัญญาณ
ACK
กลั
มาก็จะสงขอมลชุดเดิมกลับไปอีกรอบ
2.
ขอมูลที ่สงไปผิ
ถาขอมูลที ่สงไปเกิดผิด
แล
Host
ปลายทางตรวจเจอ
จะมีการสงสัญญาณ
NAK
กลั
แล
Host
ตนทางจะส
Package
เดิ
กลับมาอีกรอบหนึ ่
3.Host
ปลายทางสงสัญญาณ
ACK
กลับไปไมได
Host
ตนทางก็จะสงขอมู
เดิมกลับมาซ้ ําอยู เรื ่อยๆ
แตถาสงมาอีกรอบ
ขอมูลก็จะซ้ ํากั
แตจะมีเลข
Sequence
ของแตละ
Package
ระบุไวถาซ้ ําจะถู
ทําลายทิ ้
การสื ่อสาร
มี
3
แบบ
คื
Simplex(
สื ่อสารทางเดียว
),HalfDuplex
และ
FullDuplex1.HalfDuplex
สามารถรับไดและสงได
ทั ้
2
ทิศทาง
แตทําพรอมกันไมได
2.FullDuplex
สามารถรับและสงพรอมกันได
PropagationDelay
คื
Delay
 ในการแพรสัญญาณ
เช
สงไปใน
Clock
ที ่
1
แตไดสัญญาณ
ACK
กลับมาใน
Clock
ที ่
101.3.
 
NetworkLayer–
ระดับนี ้จะทําหนาที ่
ควบคุมการสงขอมูจาก
Host
ตนทางผาน
Node
ตางๆของ
Network
ไปยัง
Host
ปลายทางใหถูกตองอยางมีประสิทธิภาพ
เนื ้อหาหลักของ
Layer
นี ้คื
การหาเสนทางในการสงขอมู
OSPF(OpenShortestPathFirst)
เป
Protocol
ที ่สําคัญใน
Internet
 ใช ในการหาเสนทาง
เหมาะกั
Network
ที ่ ใหญมากๆ
1.4.
 
TransportLayer–
ระดับนี ้จะทําหนาที ่
ควบคุมการสงขอมูลระหวาง
 Host
ตนทางกับ
Host
ปลายทางใหถูกตองอยางมีประสิทธิภาพ
 
ถาเทียบกั
DataLinkLayer
จะตางกันตรงที ่
DataLinkLayer
จะมองระหวาง
Node
กั
Node
แต
TransportLayer
จะมองระหวาง
Host
ตนทางกั
Host
ปลายทาง
ไมสนวาจะผานกี ่
Node
 ใน
IPPackage
จะมี
TTL(TimeToLive)
เปนตัวบอกว
Package
นี ้จะสามารถไปไดไกลแคไหน
เช
ถากําหนดไว
30
เมื ่อผาน
Router1
ตัวก็จะโดนลดไป
1
แสดงว
Package
นี ้สามารถผาน
Router
ไดทั ้งสิ ้
30
ตั
ถามากกวานั ้
จะโดนกําจัดทิ ้งและหายไปจากระบบ
1.5.
 
SessionLayer–
ระดับนี ้จะทําหนาที ่
ใหบริการ
User
หรือ
User Application”
เมื ่อมาถึ
Layer
นี ้
ขอมูลจะถึงปลายทางเปนที ่เรียบรอยแลว
เนื ้อหาของ
Layer
นี ้คื
การจัดระเบียบคําขอในการสงขอมู
เช
 
 ให
ID
แตละ
Request
และแบงออกเป
Session
เพื ่อเปดการเชื ่อมตอไปยั
Host
ปลายทาง
รวมไปถึงการ
Login
เขา
Host
ปลายทางและ
Logout
ออกจาก
Host
ปลายทาง
(
ทํายังไงก็ไดใหเกิดการเชื ่อมต
เหมือนเปนการเตรียมพรอมกอนยิงขอมูลออกไป
)SynchronizationPoint–
คื
การที ่
Layer
นี ้มีการปะ
Header
 ใสเขาไปดวย
เมื ่อเกิ
Error
ขึ ้
Host
ปลายทางจะพิจารณาวาขอมูลที ่ผิดพลาดอยู สวนไหน
หนาไหน
บทไหน
แลวก็สงคําขอกลับไปบอก
Host
ตนทางเพื ่อขอขอมูลเฉพาะสวนที ่
Error
ไมตองสงใหมทั ้งหมด
ทั ้งหมดเป
Facilities
คื
จะใชหรือไม ใชก็ได
ไมเกี ่ยวกับการสงขอมู
เพราะเมื ่อถึงระดับนี ้ขอมูลก็สงถึ
Host
ปลายทางเรียบรอยแล
ขอมูล
1
ขอมูล
1
 ACK
ขอมูล
1
ขอมูล
1
NAK ACK
ขอมูล
1
ขอมูล
1
 ACK ACK
ขอมูล
1
ขอมูล
2
 ACK ACKHost
ตนทาง
Host
ปลายทาง
เวลา
ขอมูล
1
ขอมูล
2
 ACK ACKHost
ตนทาง
Host
ปลายทาง
Host
ตนทาง
Host
ปลายทาง
Network
Host
ตนทาง
Host
ปลายทาง
 
NIDA COM24 (REUTERS)AS612 DATA COMMUNICATION AND COMPUTER NETWORKS
 
P. 2
1.6.
 
PresentationLayer–
ระดับนี ้จะทําหนาที ่
ใหบริการ
User
หรือ
User Application
เกี่ยวกับ
 
การคงไวซึ่งความหมายของขอมูล
เนื ้อหาหลักใน
Layer
นี ้จะกลาวถึงการสื ่อความหมายระหวางฝ  งสงและฝ  งรั
1.
แปลงรหัสใหเปนรหัสกลาง
กลาวคื
เมื ่อฝ  งส
สงเปนตัวอักษร
A
ฝ  งรับก็จะตองรับเปนตัวอักษร
A
ดวย
(
คลายๆ
ภาษา
ถาเราพู
ครั
ฝรั ่งอาจจะไดยินเป
Crab
ก็ได
)
ดังนั ้
เพื ่อใหฝ  งสงและฝ  งรับเขาใจซึ ่งกันและกันจึงตองมีภาษากลางประกาศไว ใหทุกคนเขาใจตรงกั
เช
การ
Encode
ตัวอักษร
มีทั ้งแบบ
ASCII
และ
EBCDIC
หรื
OneComplementVSTwoComplement
หากเครื ่องหนึ ่งเป
ASCII
อีกเครื ่องรับเป
EBCDIC
ก็ตองระบุวาจะใชอะไรเปนภาษากลาง
ถาใช
ASCII
เวลาไปถึ
ฝ  งรับก็ตองแปลงเป
EBCDIC
กอนเอาไปใช
2.
การใหบริการบีบอัดขอมู
เมื ่อขอมูลมีปริมาณมากๆและซ้ ําๆกั
3.
การใหบริการดานความปลอดภั
มีการ
Encrypt
และ
Decrypt
เพื ่อไม ใหผู  อื ่นนําขอมูลไปใชงานไดโดยงาย
การเขารหัสมี
2
วิธี
คื
-
 
SymmetricKey–
ฝ  งสงและฝ  งรับมี
Key
เหมือนกั
เช
o
 
Caesar–
เปนการเขารหัสโดยใชการ
ShiftBit
ของขอมู
o
 
XOR–
เปนการขารหัสโดยนําขอมูลไปทําการ
ExclusiveOR
กั
Key
เมื ่อสงถึงฝ  งรับก็ทําการ
XOR
กั
Key
อีกครั ้งก็จะไดขอมูลเดิ
(kxork)=1
แตการเขารหัสแบบนี ้มีปญหาตรงที ่
Key
จะใชตัวเดิมๆ
วิธีเดิมๆ
ซ้ ํากันบอยๆ
ทําใหมีคนแกะได
-
 
 AsymmetricKey–
ฝ  งสงและฝ  งรับมี
Key
ไมเหมือนกั
หลักการคื
มี
Key
อยู 
2
ประเภท
ที ่ ใช ในการเขารหั
และไมสามารถใช
Key
เดิมในการถอดรหัสได
o
 
PrivateKey
เป
Key
ที ่อยู กับเครื ่องของผู  สงเทานั ้
o
 
PublicKey
เป
Key
ที ่ประกาศใหเครื ่องอื ่นๆรู  
หลักการ
คื
เมื ่อตองการสงขอมลก็ทําการ
Encrypt
ดวย
PrivateKey
ของเราไป
เมื ่อไปถึงฝ  งรับก็ ให ใช
PublicKey
ของเราในการถอดรหั
หรือหากคนอื ่นตองการ สงขอมูลที ่เปนความลับมาใหเราก็ ใหเขาใช
PublicKey
ของเราเปนตัวเขารหั
แลวพอมาถึงเราก็เอา
PrivateKey
ของเราเปนตัวถอดรหั
เทานี ้ก็ไมมี ใครสามารถแกะรหัสได
เพราะ
PrivateKey
ที ่ ใชถอดรหัสมีอยู แต ในเครื ่องเราเทานั ้
หลักการนี ้ยังมีการนําไปประยุกตใชในการทํ
Signature
กลาวคื
เมื ่อเรา
Encrypt
ดวย
PrivateKey
ของเราเมื ่อไปถึงผู  รั
จะตองใช
PublicKey
ของเราเทานั ้ จึงจะสามารถเปดเอกสารออกดูได
ดังนั ้นจึงเปนการระบุความเปนเจาของไดวาเอกสารนั ้นๆ
มาจากเรา
1.7.
 
 ApplicationLayer–
ระดับนี้จะทําหนาที
 
ใหบริการ
User
หรือ
User Application
เกียวกับการรับและสงขอมูล
กลาวคือเมื ่
User
หรื
UserApplication
ตองการที ่จะสงขอมูลตองติดตอกั
Layer
นี ้เหมือนเปนจุดใหบริการจุดแรกที ่
User
ตองมา
ตัวอยางการใหบริการในระดับนี ้
เช
บริการรับสงไฟล
ไดแก
HTTP,FTP,SMTP,
บริการแปลงชื ่อเครื ่องเป
IPAddress
ไดแก
DNS
บริการดาน
Terminal
ไดแก
Telnet
สรุ
Layer1–4
ทําหนาที ่ควบคุมการสงขอมู
แปลวาพอถึ
Layer4
ขอมูลจะถึงมือผู  รับเรียบรอยแล
Layer57
ทําหนาที ่ ใหบริการ
+
อํานวยความสะดวกแก
User
และ
UserApplication2.
 
TCP/IP(TransmissionControlProtocol/InternetProtocol)–
เปนตัวแบบที ่ถูกสรางขึ ้นเพื ่ออธิบายการทํางานของ
Network
เปนตัวแบบแบบ
DeFacto
ตัวแบบนี ้จะคลายกับตัวแบบ
OSI
เพียงแตมีการรวม
ServicesLayer(Layer5–7)
เขาไวดวยกั
Peer
คื
ชองทางที ่ ใชเชื ่อมต
รับหรือสงขอมู
PeerProcess
คื
งานรับหรือสงขอมูลที ่กําลังทําอยู 
ในทุกๆ
Layer
ถามองแคระดับเดียวกันไมสนใจวามันจะสงอะไรไปอยางไร
เราก็จะพบวามันคลายๆ
จะมี
Channel
หรื
ชองทางที ่เชื ่อมถึงกันได
ชองทางนั ้นเรียกว
LogicalChannel
เปนการทํางานในระดั
PeerProcess
กั
PeerProcess(
แต ในความเปนจริงมันก็ยังสงขอมูลผานลงไป
Layer
ดานลางแลวสงผาน
PhysicalMedium
เช
สายไฟ
หรื
คลื ่นวิทยุ
ไปขึ ้นที ่
Layer
ลางสุดของฝ  งรับแลวคอยๆสงขึ ้นไปถึง
Layer
ระดับเดียวกั
)
ในแตละ
Layer
จะมี
Interface
 ใหเรียกใชงาน
เหมือนเปนฟงกชั ่นที ่มีการรับค
Parameter
ซึ ่
Interface
นี ้จะเปนตัวระบุวา
Layer
ขางลางจะใหบริการอะไรกั
Layer
ขางบน
(Return
คาอะไร
)
และการบริการจะทําอยางไร
(
ตองส
Parameter
อะไรบาง
)Interface
ที ่ดีเมื ่อเวลาเราเปลี ่ยนเนื ้อหาภายในแลวตองยังทํางานไดเหมือนเดิ

ตัวอยางเช
ถาเราเปลี ่ยนการทํางานของ
Function
จาก
BubbleSort
เป
QuickSort
ก็จะตองใหบริการ
MainProgram
ไดเหมือนเดิ
Clean-cutInterface
คื
ชัดเจนวาใหบริการอะไร
และตองส
Parameter
 ใหนอยที ่สุ
NetworkArchitecture
เปนตัวที ่บอกว
Network
นั ้นมีกี ่
Layer
แตละ
Layer
มีหนาที ่อะไร
ทํางานอะไร
และ
Protocol
ที ่ ใช ในแตละ
Layer
มีอะไรบาง
(
เหมือนเปนกฎเกณฑ
)ProtocolStack
จะเปนสิ ่งที ่บอกวาในแตละ
Layer
ปจจุบันมี
Protocol
อะไรที ่ ใชงานจริงบาง
(ListofProtocol)
เช
ตัวแบบ
TCP/IP
ถาเปนระดั
IP(Network)
ก็จะมี
IP
 ให ใชงาน
สวนในระดั
TCP(Transport)
ก็จะมี
TCP
และ
UDP
 ให ใชงาน
สวนในระดั
DataLinkLayer
ก็จะมี
PPP(PointtoPointProtocol)
 ให ใชงาน
Concept
ของ
Layer
คื
การที ่
Layer
ลางใหบริการแก
Layer
บนโดยตัวที ่ทํางานจะเรียกว
PeerProcess
จะทํางานโดยสงขอมูลพูดคุยกันใน
Layer
ระดับเดียวกั
และการพูดคุยสงขอมูลกันจะตองมี
Protocol(
กฎ
)
ที ่ชัดเจน
ตั ้งแตระดั
ApplicationLayer
เปนตนไป
จะมีการปะ
Header
เขาไปกับขอมูลที ่สงดวย
ดังนี ้
-
 
 ApplicationLayer
มีการปะ
Header
เกี ่ยวกั
ความยาวไฟล
,
ชื ่อไฟล
-
 
PresentationLayer
ถาขอมูลที ่สงเปนความลับก็จะมีการ
Encrypt
ไฟล
และใช
Algorithm
อะไรในการเขารหั
 ในบางครั ้งอาจมีการแนบ
Key
ไปดวย
-
 
SessionLayer
อาจมีการใส
บท
หน
เรียกขอมูลเหลานี ้ว
SynchronizationPoint
เผื ่อถาเกิดการสงขอมูลมีปญหาก็จะไดสงเฉพาะหนาที ่มีปญหา
-
 
TransportationLayer
มีการแบงไฟลที ่จะสงออกเปนยอยๆใหขนาดไมเกิ
64Kbytes
เพราะเปนขนาดสูงสุดที ่จะวิ ่งผาน
InternetProtocol
ได
และมีการปะ
SequenceNo.
ไปดวยเผื ่อฝ  งรับเอาไปรวมจะไดเรียงตามลําดั
-
 
NetworkLayer
 ในระดับนี ้ก็จะมีการปะ
IPAddress
ปลายทางเขาไป
-
 
DataLinkLayer
มีการปะทั ้
Header
และ
Trailer
โดย
Detail
ก็จะเปนขอมูลจําพวก
ErrorCorrection
เช
ParityBit
และ
HammingCode
หนวยขอขอมู
o
 
TransportLayer
มีหนวยเป
Segment
ขนาดไมเกิ
64Kbytes
o
 
NetworkLayer
มีหนวยเป
Package
o
 
DataLinkLayer
มีหนวยเป
Frame
o
 
PhysicalLayer
มีหนวยเป
Bit-
 
PhysicalLayer
มีการปะ
Clock
ไปดวยเพื ่อทําการ
SyncBit
 ใหตรงกั
เมื ่อขอมูลถูกสงออกจาก
Host
ตนทางออกไปเจอ
Router
ตัวที ่
1
ก็จะใช
Clock
ที ่ปะมาในการทํ
SamplingBit
 ใหถูกตองเสร็จแลวก็ตองเช็ควาขอมูลที ่สงมาถูกตองหรือไมก็เอา
Clock
ที ่ปะมาออกแลวสงที ่เหลือให
DataLinkLayer
จากนั ้นเอา
Frame
มารวมกันแลวตั
Header
ออกแลวเอา
Trailer
มาตรวจ
Error
จากนั ้นเอา
SOT(StartofText),EOT(EndofText)
และ
Trailer
ออกแลสงตอไปยั
NetworkLayer
เพื ่อหาเสนทาง
 ในระดับนี ้ก็จะเอา
IPAddress
มาทํางานเพื ่อหาวาไปต ทางไหนใกลสุ
จากนั ้นก็สงกลับไปยั
Layer
ที ่
2
และ
1
เพื ่อสงตอไปยั
Router
ตัวตอไป
(Layer3
จะ
ไมสงตอไปยั
Layer4
เพราะ
Router
จะทํางานถึงระดั
NetworkLayer
เทานั ้
และ
Layer
ที ่
4
ทํางานแบบ
HosttoHost
ตองไปถึ
Host
กอนถึงจะทํางานที ่
Layer
ที ่
4
ได
และเมื ่อถึ
Layer
ที ่
4
แปลวาขอมูลถึงปลายทาแล
)
เมื ่อขอมูลสงมาถึ
Host2
ที ่
Layer4
ก็จะเอา
Header
ทิ ้งแลวเอาขอมูลที ่แยกเป
Segment
ไวมาตอเรียงกันตาม
SequenceNo.(Header
ของ
Layer5
ขึ ้นไปจะไมถือเป
Header
แตจะถือเปนขอมูลตัวหนึ ่
)Layer7EndtoEnd(HosttoHost)Layer6–EndtoEnd(HosttoHost)Layer5–EndtoEnd(HosttoHost)Layer4–SAP(ServiceAccessPoint)=PortNo.Layer3–SAP(ServiceAccessPoint)=IPAddressLayer2–SAP(ServiceAccessPoint)=MACAddressLayer1
Host1
 
Host2
 
R1
 
R1
 
R1
 
R1
 
Segment–PortNo.Package–IPAddressFrame–MACAddress
 
NIDA COM24 (REUTERS)AS612 DATA COMMUNICATION AND COMPUTER NETWORKS
 
P. 3
ตาม
Concept
แล
Layer
ลางจะใหบริการแก
Layer
บนโดยมีตัวทํางานที ่เรียกว
PeerProcess
หรื
PeerEntity
การบริการนั ้นจะเกิดขึ ้นที ่
Interface
ระหวาง
2Layer
โดย
Layer
บนจะเรียกว
ServiceUser
และ
Layer
ลางเรียกว
ServiceProvider
การบริการจะเกิ
จุดใหบริการ
SAP(ServiceAccessPoint)
พูดงายๆก็
Parameter
ที ่จะสงใหฟงกชั ่นของ
Layer
ลางนั ้นแหละ
โดยจุดบริการในระดั
TransportLayer
ก็คื
PortNo.
สวนจุดบริการในระดั
NetworkLayer
คื
IPAddress
สวนจุดบริการในระดั
DataLinkLayer
ก็คื
MACAddress(MediaAccessControl)
การเชื ่อมต
แบงเป
2
ประเภท
1.
 
ConnectionOriented
เปนการเชื ่อมตอที ่ตองมีการสรางการติดตอกอน
เช
ถาจะโทรศัพทก็ตอง
ยกหู
หมุนเบอร
แลวรอ
มีการให
Address
ตอนสราง
Connection
ครั ้งแรกครั ้งเดียว
หลังจากนั ้นก็สงอยางเดียว
และใชเสนทางเดิมในการสงเสมอ
โดยการใหบริการจะแบงเป
3Phase1.1.
 
ขั ้นสรางการติดต
ทําใหเสมือนมี
Channel
เชื ่อมโยงระหวางฝ  งสงและฝ  งรั
แบงตามคุณภาพของบริการ
(QoS–QualityofService)
ได
2
ประเภท
-
 
Reliable–
เชื ่อถือได
มีการสงไป
(
ขอมู
)
และตอบกลั
(ACK)-
ช
แตขอมูลถูกตอง
100%
o
 
ByteStream–
ไมมีการกําหนดขอบเขตของการสงขอมู
เช
ขอมู
4Kbytes
อาจจะสงเป
1Kbytes4
ครั ้
หรื
2Kbytes2
ครั ้งก็ได
ตัวอยาง
ByteStream
เช
TCP
ถาไดรับขอมูลที ่จะสงมาตองแบงออกเป
Segment
ไมเกิ
64Kbytes
พอไปถึงฝ  งรับก็เอามารวมกั
o
 
MessageStream–
มีการกําหนดขอบเขตของการสงขอมูลไวชัดเจน
เช
ถาใหขอบเขตเป
4Kbytes
ฝ  งสงตองสงทีเดียว
4Kb
ฝ  งรับก็ตองรั
4Kb
ตัวอยาง
MessageStream
เช
UDP
ถาฝ  งสงสงมา
1Kb
แตฝ  งรับตั ้
buffer
ไว
512bytes
ขอมูลก็จะหาย
-
 
Unreliable–
ไมนาเชื ่อถื
เช
โทรศัพทมือถื
เวลาโทรอยู ๆถาคลื ่นหาย
ก็ไมไดยินอีกฝ  งพู
-
เร็
แตไมรับประกันความถูกตองของขอมู
1.2.
 
ขั ้นสงขอมู
1.3.
 
ขั ้นตัดการติดต
2.
 
Connectionless
เปนการเชื ่อมตอที ่ไมตองมีการสรางการติดตอไวลวงหน
เช
จดหมาย
ถาขอมูลยาวก็แบงสงเปนหลายๆครั ้
ฉะนั ้นขอมูลก็อาจจะมาไมเรียงกั

ดังนั ้นจึงตองมีการปะ
FullAddress
ไปกับทุกๆ
Package
ที ่สงออกไปดวยทุกครั ้
แบงได
2
แบบเชนกั
-
 
Reliable–
เหมือนจดหมายลงทะเบียน
มีการตอบรับกลับมาวาไดขอมูลแล
แตแบบนี ้ไมนิยม
เพราะไม
MakeSense
เพราะถาจะใหขอมูลถูกตองก็สงแบบแรกดีกว
-
 
Unreliable–
เหมือนจดหมายธรรมดา
ถึงผู  รับหรือเปลาก็ไมรู  
เนนความรวดเร็วในการส
ไมตองมีสงไปสงกลับใหเสียเวลา
ServicePrimitive(
ชองทางการ หบริการ
)
ตอนเชื ่อมการติดต
ตอนยกเลิกการติดต
1.Request–
ส
เช
กดเบอร ทรศัพท
พู
วางหู
2.Indication–
เตือน
เช
ตู  ดดดด
ตู  ดดดด
ดยิ
ตัดการติดต
3.Response–
รั
เช
อีกฝ  งยกหู
ตอบ
4.Confirm–
ยืนยั
เช
เสียง
ตู  ดดดดๆ
หาย ป
ดยินคําตอบ
Concept
ของ
Layer1.Service–Layer
ลางใหบริการ
Layer
บน
เช
มี
Function
อะไรให ใชบาง
2.Protocol–
กฎเกณฑที ่ ใช ในการติดตอกันระหวาง
PeerProcess(Peer
 ในระดั
Layer
เดียวกั
)
ประกอบดวย
3
อยาง
-Format–
รูปแบบขอมู
เช
ตองมี
SOT,EOT,Trailer-Meaning/Symmetric–
ขอมูลตองมีความหมาย
เช
สัญญาณ
ACK
และ
NAK-Sequence–
ตองมีลําดับการทํางาน
เช
ตองส
ACK
หลังไดรับขอมู
สงกอนไมได
3.Interface–
วิธี ใหบริการ
เช
ตองการ
Parameter
อะไรบาง
เนื ่องจาก
TCP
และ
IP
ทํางานตรงกันขามกั
จึงทําใหสามารถใชดวยกันได
TCP(
ส
)
à
IP
à
TCP(
รั
)TCP
อยู เฉพาะบน
Host
สนใจความถูกตองของขอมู
IP
ทํางานระหวางทาง
ไมสนความถูกตองของขอมู
สนแตความเร็วในการส
ฝ  งส
:TCP
จะทําการตัดขอมูลออกเป
Segment
ละ
64Kbytes
เพราะ
IPV.4
มีขอจํากัดของขนาด
Package
อยู ที ่
64Kbytes
และสงขอมูลไปยั
IP
ฝ  งรั
:TCP
จะรับขอมูลจาก
IP
แตจะไมเรียงลําดั
เพราะ
IP
 ใหบริการแบบ
Connectionless
พอไดขอมูลมา
TCP
ก็จะนํามาเรียงกันตาม
SequenceNo.UDP
ปกติจะใชสงขอมูลแบบ
Realtime
หรื
Broadcast
เช
ตลาดหุ  นสงขอมูลให
Broker
พรอมกันทั ้งประเทศ
ขอเสียของตัวแบบ
OSI1.
ถูกพัฒนาขึ ้นมาทีหลั
TCP/IP
ทําใหไมไดรั
ความนิยมเพราะ
TCP/IP
ถูกนําไปใชแล
จะลงทุนเปลี ่ยนอีกก็เปนเรื ่องยาก
2.
เทคโนโลยีไมเหมาะสม
เนื ้อหาบางตอนนอยไป
บางตอนมากไป
ตอนที ่นอยก็ไมรู  จะใสอะไรลงไป
ตอนที ่มากก็มากไปจนทําใหเครือขายช
3.
เนื ้อหาซับซอน
มีขอจํากัดเยอะ
ทําใหคนพัฒนาทอแทและลมเลิกโครงการพัฒนาไป
4.
ถูกใช ในเชิงการเมือง
ยุโรปและอเมริกา
ผลักดันใหประเทศอื ่นๆใช
แตมีหลายคนที ่ไมเห็นดวย
 
ขอแตกตางระหวาง
DistributedSystem
และ
ComputerNetworkDistributedSystem–UserLogin
เขาไปในเครื ่องตัวเองแลวสวนอื ่นๆ
NOS(NetworkOperatingSystem)
จะเปนคนจัดการ
ComputerNetwork
ตอง
Login
เขาไปยังเครื ่องที ่ตองการประมวลผล
ถาตองการใชขอมูลก็ตองบอกวาไปเอาจากที ่ไหน
ระบบการสื ่อสาร
แบงออกเป
3
แบบ
1.
 
Simplex–
เปนการสื ่อสารทางเดียว
ประกอบดวย
ผู  ส
ผู  รั
และ
ตัวกลาง

มี
Channel
เดียว
ขอมูลเดินทางเดียว
2.
 
HalfDuplex–
เปนการสื ่อสาร
2
ทาง
ประกอบดวย
ผู  ส
ผู  รั
และตัวกลาง

มี
Channel
เดียว
ขอมูลเดินไปกลับสลับกันได
SystemTurnBasedTime=LineTurnaroundTime+ReactionTime3.
 
FullDuplex–
เปนการสื ่อสาร
2
ทาง
ประกอบดวย
ผู  ส
ผู  รั
และตัวกลาง

มี
2Channel
ขอมูลเดินไปกลับไดพรอมกั
SystemTurnBasedTime=ReactionTime
วัตถุประสงคของการมีเครือขาย
1.
 
เพื ่อแชรทรัพยากร
2.
 
เพื ่อแลกเปลี ่ยนขอมูลระหวางผู   ใช
3.
 
เพื ่อเพิ ่มความเชื ่อถือไดของระบบ
เช
ระบบฐานขอมู
ถาเปนแบบ
Centralized
ก็การันตีวาขอมูลไมซ้ ํากันเพราะใช
ฐานขอมู
เดียวกั
4.
 
เพื ่อกระจายการประมวลผลออกไปสู แหลงอื ่
ลดภาระของ
Server
ลง
5.
 
เพื ่อควบคุมและจัดสรรทรัพยากรจากสวนกลางไปยังระบบยอยที ่อยู หางไกลกั
6.
 
เพื ่อชวยใหอุปกรณที ่มีความแตกตางสามารถใชงานรวมกันได
 ใน
Network
เราจะแบ
Node
ออกเป
2
แบบ
คื
1.
 
ComputingNode–
เป
Node
ที ่สามารถประมวลผลไดเอง
2.
 
SwitchingNode–
เป
Node
ที ่ทําหนาที ่สงตอขอมูลเฉยๆ
รูปแบบการเชื ่อมตอไป
1.
 
Host–Terminal
เปนการเชื ่อมตอโดย
Host
มีหนาที ่ประมวลผล
สวน
Terminal
ทําหนาที ่เพียงแคเป
Input/Output
แสดงผล
2.
 
Client–Server
เปนการเชื ่อมตอโดย
Client
จะติดตอไปยั
Server
เพื ่อรองรอการทํางาน
เปนการสื ่อสารแบบ
HalfDuplexClient–Server
 ในยุคแรกจะมี
2tier
แตมีขอเสียเยอะเนื ่องจากขอมูลบางสวนอยู  ในเครื ่อง
Client
ทําใหไมปลอดภั
อีกทั ้งเครื ่อง
Client
นั ้นมีขนาดเล็
มีความสามารถในการประมวลผลต่ ํ
รับงานหนักมากไมได
รวมถึงขอมูลที ่สงไปมาใน
Network
มีอัตราสูงเพราะ
Client
ทุกเครื ่องก็มุ งที ่จะไป
UpdateDatabase
ที ่เดียวกั
ยุคตอมาจึงมีการเพิ ่มเป
3tier
โดยมี
ApplicationServer
เพิ ่มเขามาทําให
Client
ทํางานนอยลง
และลดการแนนขนัดของเครือขายลง
เนื ่องจากการเชื ่อมตอจะมีอยู  ระหวาง
ApplicationServer
กั
DatabaseServer
เทานั ้
ReliableUnreliableByteStMsgStByteStMsgStConnectionOrientedTCPConnectionlessIPUDP
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...