• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
 
หัวขอที ่
 
๑๔
 
การสรางความคิดนามธรรม
(abstraction)
ในวัฒนธรรมไทย
(
ตอนที ่
 
)
อาจารยอานันท
 
กาญจนพันธุ 
 
ภาควิชาสังคมวิทยา
-
มานุษยวิทยา
 
คณะสังคมศาสตร
,
มช
.
อาจารยนิธิ
 
เอียวศรีวงศ
 
ภาควิชาประวัติศาสตร
 
คณะมนุษยศาสตร
,
มช
.
)
การสรางความคิดนามธรรมหรือที ่เรียกในภาษาอังกฤษว
abstraction
มีความสําคัญในทุกวัฒนธรรม
 
เพราะโดยอาศัยการสรางความคิดนามธรรมนี  ้
 
มนุษยก็จะสรางความเขาใจเกี ่ยวกับโลกและชีวิตที ่อยู รอบตั
 
กลาวอีกอยางหนึ ่งก็คือการ สรางความคิดนามธรรมเปนรากฐานของโลกทรรศนของคนในแตละวัฒนธรรม
 
กอนจะกลาวถึงการสรางความคิดนามธรรมในวัฒนธรรมไทย
 
ควรทําความเขาใจรวมกั เสียกอนวาความคิดนามธรรมนี  ้คืออะไร
 
)
ขอใหสังเกตความแตกตางระหวางคําที ่เราเรียก
"
ชาง
-
ม
-
งั
-
ควาย
"
กับคําที ่เรา เรียกว
"
สัตว
"
ชางมางัวควายเปนคําเรียกสัตวประเภทตางๆ
 
มีความเฉพาะเจาะจงเปนรูปธรรม
 
เราอาจจับตองชางหรือมาหรืองัวหรือควายได
 
แตสัตวเปนคํารวม
 
จะ
 
หมายถึงชางก็ใช
 
แตไมใชชางอยางเดียว
 
จะหมายถึงมาก็ใช
 
แตไมใชมาอยางเดียว
 
สัตวจึงเปนสภาวะอันหนึ ่
 
ไมไดมีอยู ในธรรมชาติ
 
เปนสิ ่งที ่เรากําหนดขึ  ้นวาอะไรก็ตาม มีคุณสมบัติตรงตามสภาวะอยางนี  ้แล
 
เราก็เรียกวาสัตว
 
กอนหิ
,
ตนไม
,
ลําธารไมมีคุณสมบัติของสภาวะอันนี  ้
 
เราจึงไมเรียกวาสัตว
 
เราอาจกลาวไดว
 
ชาง
-
ม
-
งั
-
ควาย
 
เปนปรากฏการณรูปธรรม
 
มีอยู แลวใน ธรรมชาติหรือความเปนจริ
 
ใครๆ
 
ก็สามารถสังเกตเห็นได
 
แตสัตวไมใชปรากฏการณ รูปธรรม
 
เปนความคิดนามธรรมที ่เราสรางขึ  ้นเพื ่อรวมเอาปรากฏการณรูปธรรมที ่ แตกตางกันไวในกลุ มเดียวกั
 
ถาเราพบตัวอะไรใหมที ่ไมเคยเห็นมากอนเชนไดโนเสาร
 
เราก็จัดมันไวในกลุ มของความคิดนามธรรมว
"
สัตว
"
ในทํานองเดียวกันมีปรากฏการณ รูปธรรมทางการเมืองและสังคมซึ ่งเราเรียกว
"
ปฏิวัติ
"
เช
 
การปฏิวัติฝรั ่งเศส
,
การปฏิวัติของจี
,
การปฏิวัติอันรุ งโรจนของอังกฤษ
 
ฯลฯ
 
ซึ ่งแตละอยางนั  ้นหาไดมี ความเหมือนกันไปทุกอยางไม
 
แตเราก็สรางความคิดนามธรรมขึ  ้นเพื ่อครอบคลุ ปรากฏการณทํานองอยางนี  ้ไวดวยกั
 
และเรียกวาการ
"
ปฏิวัติ
"
ฉะนั  ้นการ
"
ปฏิวัติ
"
จึ
 
 
-2-
เปนความคิดนามธรรม
 
ที ่สรางขึ  ้นมาจากประสบการณจริงของมนุษยในสังคม ตาง
 
 
ซึ ่งมีความแตกตางหลากหลายกันมาก
 
)
จะเห็นไดวาการสรางความคิดนามธรรมก็คือการเปลี ่ยนระดับของการมอง
 
ปรากฏการณรูปธรรม
 
ซึ ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจง
 
เฉพาะตัวไมมีความหมายต ปรากฏการณอื ่นใหกลายเปนหลักการกวางๆ
 
ที ่ไมเฉพาะเจาะจง
 
และสามารถใชกัปรากฏการณรูปธรรมอื ่นๆ
 
ไดอีกมาก
 
เช
 
ความรู  สึกผูกพันระหวางนายดํากั
 
.
.
แดง
,
นายขาวกับน
.
.
เขียว
 
เปนปรากฏการณรูปธรรมที ่ไมเหมือนกันทีเดียวนั
 
แตมีสภาวะบางอยางที ่เราเห็นวาเหมือนกันและรวมเรียกปรากฏการณรูปธรรมเชนนี  ้ว
 "
ความรั
"
อันเปนความคิดนามธรรมที ่เราสรางขึ  ้
 
และสามารถเอาไปอธิบายความผูกพันทํานองนี  ้ของคนคู อื ่นไดทั ่วไปหมด
 
เปนสภาวะที ่ไมเฉพาะเจาะจงวาเปนของคู ใด คู หนึ ่
 
)
หากเขาใจการสรางความคิดนามธรรมตามนี  ้ได
 
ก็จะเห็นไดวาคนในทุกวัฒน
-
ธรรมยอมตองสรางความคิดนามธรรมขึ  ้นทั  ้งสิ  ้
 
เพราะเราไมสามารถเขาใจสรรพสิ ่ รอบตัวเราไดโดยไมเปลี ่ยนระดับของปรากฏการณรูปธรรมใหกลายเปนความคิ นามธรรม
 
แมแตจะพูดสื ่อสารกันโดยไมใชคําที ่เปนความคิดนามธรรมเลยก็ไม สามารถทําไดเสียแล
 
แตปญหาอยู ที ่ว
 
คนในแตละวัฒนธรรมมีวิธีการสรางความคิ นามธรรมแตกตางกั
 
เพราะประสบการณ
,
วิถีชีวิ
,
คานิยม
,
และพื  ้นฐานความคิดใน แตละวัฒนธรรมแตกตางกั
 
เชนถาพูดถึงรั ฐธรรมนู
 
ฝรั ่งก็จะนึกถึงองคประกอบของ รั ฐและการแบงปนอํานาจระหวางองคประกอบเหลานั  ้
 
ทั  ้งที ่ตราไวเปนกฎหมายและ ไมไดตราไวเปนกฎหมาย
 
แตคนไทยจะนึกถึงตัวบัญญัติที ่ตราไวเปนกฎหมาย มากกวาตัวองคประกอบจริงๆ
 
ของรั ฐ
 
)
นักศึกษาอาจเคยไดยินคนสมัยใหมที ่ไดรับการศึกษาแบบตะวันตกกลาวว
 
คน
 
ไทยไมชํานาญในการสรางความคิดเชิงนามธรรม
 
สวนใหญของคําหรือแนวคิดที ่เป
 
นามธรรมเรามักรับเอามาจากตะวันตก
 
หรือสรางคําของไทยสมัยใหมขึ  ้นแทนคําใน ภาษาอังกฤษ
 
เชนคําวารั ฐ
,
ความเร
,
เปนต
 
และเพราะเหตุที ่ไปคิดวาคนไทยไมมีการสรางความคิดนามธรรม
 
บางครั  ้งจึงเห็ วาคนไทยไมรู  จักความคิดเชิงปรัชญา
 
หรือวรรณคดีไทยก็ตื  ้นเขินเพราะไมสามารถพู ถึงอะไรในเชิงนามธรรมได
 
ความรู  ของไทยก็ไมมีลักษณะเปนวิทยาศาสตรเพราะขาด รากฐานทางนามธรรมที ่จะอธิบายปรากฏการณอยางเดียวกันไดทั ่วไป
 
 
-3-
)
แตจริงหรือที ่วาคนไทยคิดอะไรเชิงนามธรรมไมเป
 
และศิลปะวรรณคดีของ
 
ไทยขาดความลุ มลึกในเชิงปรัชญา
 
ตลอดจนความรู  ของไทยที ่ตกทอดมาแตอดีตนั  ้นไม มีประโยชนเทียบไดกับวิทยาศาสตร
 
หรือจะเปนเพราะผู  พูดเชนนี  ้ไมเขาใจวิธีคิดใน เชิงนามธรรมแบบไทย
 
จึงทําใหมองไมเห็นความลุ มลึกในศิลปะวรรณคดีไทย
 
และภูมิปญญาไทยเอาเลย
 
)
แตดังที ่กลาวแลววาไมมีวัฒนธรรมใดที ่ไมสรางความคิดนามธรรมขึ  ้
 
เพียงแตว การสรางความคิดนามธรรมของไทยนั  ้นแตกตางจากตะวันตก
 
ซึ ่งถูกใชเปนบรรทัดฐาน เดียวของการสรางความคิดนามธรรม
 
ฉะนั  ้นจึงควรทําความเขาใจการสรางความคิ นามธรรมของไทย
 
กอนอื ่นเราจําเปนตองกลาวถึงการสรางความคิดนามธรรมของตะวันตก
 
ซึ ่งมักถู ใชเปนบรรทัดฐานเสียกอน
 
เพื ่อการเปรียบเทียบกับการสรางความคิดนามธรรมใน วัฒนธรรมไทยไดชัดขึ  ้
 
)
การสรางความคิดนามธรรมของตะวันตกดังที ่รู  จักกันในทุกวันนี  ้
 
เปนผลผลิตของประวัติศาสตรตะวันตกในชวงระยะประมาณ
 
๒๐๐
 
ปมานี  ้เอง
 
กอนหนานี  ้ขึ  ้นไปการ สรางความคิดนามธรรมในโลกตะวันตกก็ไมเหมือนกับที ่เปนอยู ในปจจุบั
 
อิทธิพลสําคัญสองอยางที ่ไปกําหนดการสรางความคิดนามธรรมของตะวันตกก็คื
 
)
วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร
 
นั ่นก็คือเลือกเอาปรากฏการณรูปธรรมกลุ มหนึ ่งที ่ สามารถศึกษาไดดวยประสาทสัมผั
 
แลวคนหา
"
กฎเกณฑ
"
หรือความคิดนามธรรมที ่
 
อธิบาย
 
หรือครอบคลุมปรากฏการณรูปธรรมเฉพาะกลุ มนี  ้
 
เปนตนวากฎแหงแรง โนมถวงคือความคิดนามธรรมที ่อธิบายการเคลื ่อนที ่ของเทหวัตถุตางๆ
 
โดยอาศัปรากฏการณรูปธรรมที ่ศึกษาไดดวยประสาทสัมผั
 
เช
 
น้ ําหนั
,
มวล
,
ความเร
,
แรงที ่มากระทํ
 
ฯลฯ
 
แตตัดเอาปรากฏการณรูปธรรมที ่ไมสามารถใชประสาทสัมผั ศึกษาออกไปหมดเชนผี
,
ใจคน
,
พลังจิ
,
พระเจ
 
ฯลฯ
 
วิธีคิดเชนนี  ้เปนวิธีคิดที ่มีพลังอธิบายอยางสู
 
แตมีขอบกพรองที ่จําเปนจะตอง
 
แบงซอยปรากฏการณรูปธรรมออกเปนสวนๆ
 
ที ่ไมสัมพันธกั
 
และตองละเลยปรากฏ
 
การณรูปธรรมอีกมากที ่ไมสามารถศึกษาไดดวยวิธีชั ่งตวงวั
 
หรือใชประสาทสัมผัสทั  ้
 
ห
 
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...