-2-
เปนความคิดนามธรรม
ที ่สรางขึ ้นมาจากประสบการณจริงของมนุษยในสังคม
ตาง
ๆ
ซึ ่งมีความแตกตางหลากหลายกันมาก
๓
)
จะเห็นไดวาการสรางความคิดนามธรรมก็คือการเปลี ่ยนระดับของการมอง
ปรากฏการณรูปธรรม
ซึ ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจง
เฉพาะตัวไมมีความหมายตอ
ปรากฏการณอื ่นใหกลายเปนหลักการกวางๆ
ที ่ไมเฉพาะเจาะจง
และสามารถใชกับปรากฏการณรูปธรรมอื ่นๆ
ไดอีกมาก
เชน
ความรู สึกผูกพันระหวางนายดํากับ
น
.
ส
.
แดง
,
นายขาวกับน
.
ส
.
เขียว
เปนปรากฏการณรูปธรรมที ่ไมเหมือนกันทีเดียวนัก
แตมีสภาวะบางอยางที ่เราเห็นวาเหมือนกันและรวมเรียกปรากฏการณรูปธรรมเชนนี ้วา
"
ความรัก
"
อันเปนความคิดนามธรรมที ่เราสรางขึ ้น
และสามารถเอาไปอธิบายความผูกพันทํานองนี ้ของคนคู อื ่นไดทั ่วไปหมด
เปนสภาวะที ่ไมเฉพาะเจาะจงวาเปนของคู ใด
คู หนึ ่ง
๔
)
หากเขาใจการสรางความคิดนามธรรมตามนี ้ได
ก็จะเห็นไดวาคนในทุกวัฒน
-
ธรรมยอมตองสรางความคิดนามธรรมขึ ้นทั ้งสิ ้น
เพราะเราไมสามารถเขาใจสรรพสิ ่ง
รอบตัวเราไดโดยไมเปลี ่ยนระดับของปรากฏการณรูปธรรมใหกลายเปนความคิด
นามธรรม
แมแตจะพูดสื ่อสารกันโดยไมใชคําที ่เปนความคิดนามธรรมเลยก็ไม
สามารถทําไดเสียแลว
แตปญหาอยู ที ่วา
คนในแตละวัฒนธรรมมีวิธีการสรางความคิด
นามธรรมแตกตางกัน
เพราะประสบการณ
,
วิถีชีวิต
,
คานิยม
,
และพื ้นฐานความคิดใน
แตละวัฒนธรรมแตกตางกัน
เชนถาพูดถึงรั ฐธรรมนูญ
ฝรั ่งก็จะนึกถึงองคประกอบของ
รั ฐและการแบงปนอํานาจระหวางองคประกอบเหลานั ้น
ทั ้งที ่ตราไวเปนกฎหมายและ
ไมไดตราไวเปนกฎหมาย
แตคนไทยจะนึกถึงตัวบัญญัติที ่ตราไวเปนกฎหมาย
มากกวาตัวองคประกอบจริงๆ
ของรั ฐ
๕
)
นักศึกษาอาจเคยไดยินคนสมัยใหมที ่ไดรับการศึกษาแบบตะวันตกกลาววา
คน
ไทยไมชํานาญในการสรางความคิดเชิงนามธรรม
สวนใหญของคําหรือแนวคิดที ่เปน
นามธรรมเรามักรับเอามาจากตะวันตก
หรือสรางคําของไทยสมัยใหมขึ ้นแทนคําใน
ภาษาอังกฤษ
เชนคําวารั ฐ
,
ความเรง
,
เปนตน
และเพราะเหตุที ่ไปคิดวาคนไทยไมมีการสรางความคิดนามธรรม
บางครั ้งจึงเห็น
วาคนไทยไมรู จักความคิดเชิงปรัชญา
หรือวรรณคดีไทยก็ตื ้นเขินเพราะไมสามารถพูด
ถึงอะไรในเชิงนามธรรมได
ความรู ของไทยก็ไมมีลักษณะเปนวิทยาศาสตรเพราะขาด
รากฐานทางนามธรรมที ่จะอธิบายปรากฏการณอยางเดียวกันไดทั ่วไป
Leave a Comment