ประชาชน
เพราะจารึกกลาวไวชัดเจนวาการที ่ประชาชนอาจทําสิ ่งนั ้นสิ ่งนี ้ไดเปนเพราะพอเมือง
อนุญาตใหทํา
เมื ่อพอเมืองอนุญาตไดก็ยอมถอนการอนุญาตไดเหมือนกัน
จารึกหลักที ่
๑
จึงไมอาจ
เปรียบกันไดกับรั ฐธรรมนูญ
ซึ ่งประกันสิทธิและเสรีภาพของพลเมืองอยางถาวร
โดยที ่ผู ปกครองไมมี
3
อํานาจจะมาถายถอนไดในทุกกรณี
การที ่มีขอสรุปงาย
ๆ
วาสุโขทัยมีเศรษฐกิจเสรีก็ได
สุโขทัยเปน
สังคมประชาธิปไตยก็ดี
เกิดขึ ้นเนื ่องจากการอานหลักฐานดวยความเขาใจในเรื ่องเศรษฐกิจเสรีและ
ประชาธิปไตยของโลกปจจุบัน
หางจากสมัยสุโขทัยมา
๗๐๐
ป
แทที ่จริงแลวแนวความคิดเรื ่อง
เศรษฐกิจเสรีก็ดี
ประชาธิปไตยก็ดี
ยังไมไดถือกําเนิดขึ ้นที ่ใดในโลกสักแหงเดียวในเวลานั ้น
และการที ่จะเกิดแนวคิดนี ้ขึ ้นไดก็จําเปนตองเกิดความเปลี ่ยนแปลงในระบบการผลิตทางเศรษฐกิจและ
การเมือง
ไปในระดับหนึ ่งแลว
รั ฐและสังคมโบราณอยางสุโขทัย
ไมมีทั ้งความจําเปนหรือความชื ่นชม
ที ่จะใชเศรษฐกิจเสรีและประชาธิปไตย
เราอาจกลาวไดวา
ผู ที ่เสนอขอสรุปผิด
ๆ
เกี ่ยวกับสุโขทัยเชนนี ้นําเอาบริบทของสมัยปจจุบันไปใช
กับสมัยสุโขทัย
หรือพิจารณาหลักฐานของสุโขทัยโดยไมคํานึงถึงบริบทของสุโขทัยเลย
ฉะนั ้นจึงเห็นไดชัดวาขอสรุปผิด
ๆ
เชนนี ้เกิดขึ ้นจาก
วิธีคิดที ่ไมเปนประวัติศาสตร
เหตุที ่เราเรียก
วิธีคิดเชนนี ้วาเปนหรือไมเปนประวัติศาสตร
ก็เพราะประวัติศาสตรเปนวิชาที ่เนนความสําคัญของ
บริบทอยางยิ ่ง
กลาวคือประวัติศาสตรเปนวิชาที ่วาดวยความเปลี ่ยนแปลง
ไมมีอะไรที ่หยุดนิ ่งอยู กับที ่
ในประวัติศาสตร
ทุกยุคสมัยเปนเรื ่องของความเปลี ่ยนแปลงอยู ตลอดเวลา
ฉะนั ้นปรากฏการณหนึ ่ง
ๆ
จึงเกิดขึ ้นในเงื ่อนไขที ่ไมเหมือนกันเลย
เชนมนุษยอาจทําสงครามกันมาตั ้งแตสมัยหิน
แตสงครามทุกครั ้งนั ้นเกิดขึ ้นทามกลางเงื ่อนไขทางสังคม
,
เศรษฐกิจ
,
การเมือง
,
เทคโนโลยี
,
วัฒนธรรม
,
ศาสนา
,
และอื ่น
ๆ
ที ่แตกตางกัน
หรือกลาวอีกอยางหนึ ่งก็คือเกิดขึ ้นทามกลางบริบทที ่แตกตางกันมาก
มนุษยไมเคยรบราฆาฟนกันลอย
ๆ
แตกระทํากันในสภาพเงื ่อนไขที ่แตกตางกันอยางมากตลอดมา
การจะเขาใจเรื ่องสงครามจึงจําเปนตองพิจารณาสงครามแตละกรณีในบริบทของมัน
จะเห็นไดวาวิธีคิดที ่เปนประวัติศาสตร
แฝงไวซึ ่งการยอมรับถึงความเปลี ่ยนแปลงหรือความเปน
อนิจจังของสรรพสิ ่ง
และในทางตรงกันขามวิธีคิดที ่ไมเปนประวัติศาสตรแฝงไวซึ ่งการไมยอมรับวา
โลกนี ้เปลี ่ยนแปลงอยู ตลอดเวลา
จึงทําใหมองเห็นโลกเปนสิ ่งหยุดนิ ่ง
ไมสามารถปรับตัวใหรับกับ
ความเปลี ่ยนแปลงที ่เกิดขึ ้นได
แมวาเราเรียกวิธีคิดเชนนี ้วาเปนประวัติศาสตร
ก็ไมจําเปนวาจะตองเปนวิธีคิดที ่ใชกับอดีต
เทานั ้น
แทที ่จริงแลววิธีคิดที ่เปนประวัติศาสตรหรือวิธีคิดที ่คํานึงถึงบริบทอยู เสมอนี ้
เปนวิธีคิดที ่ให
ประโยชนไดในทุกเรื ่องไมวาจะเกี ่ยวกับอดีต
,
ปจจุบันหรืออนาคต
ทําใหผู คิดมองเห็นความซับซอนของ
ปรากฏการณหนึ ่ง
ๆ
ซึ ่งตนเองนําขึ ้นมาพิจารณาไดถองแท
Leave a Comment