บทบัญญัติตัดสิทธินัน้ หากมีกรณีท่ ีแปลความไดอยางกวางหรืออยาง
ขยาย กับแปลความอยางแคบ ตองถือหลักแปลความอยางแคบเพราะกฎหมายประเภทนี ไ้ มมีความมุ งหมายใหแปลความอย างขยายความ
การตีความกฎหมายทัว ่ ไปกับการตีความตามกฎหมายเฉพาะ มีหลักเกณฑ์ตางกัน คือการตีความ
กฎหมายโดยทั ว ่ ไป คือการหาความหมายท่ีแท จริงของกฎหมาย ซ่ึงจำ าเป็นตองพิเคราะห์ตั วกฎหมาย และเหตุผลท่ี
อยู เบ้ืองหลังของกฎหมาย หรือเจตนารมณ์ของกฎหมาย การตีความกฎหมายตองพิเคราะห์
2
ดานคือ
(1)
พิเคราะห์ตัวอักษร และ
(2)
พิเคราะห์เจตนารมย์ หรือเหตุผลหรือความมุ งหมายของกฎหมาย การแสวงหา
เจตนารมณ์ของกฎหมายมีทฤษฎี
2
ทฤษฎี คือ
(
ก
)
ทฤษฎีอัตตวิสัย หรือทฤษฎีอำ าเภอจิต
(
ข
)
ทฤษฎีภววิสัย
หรือทฤษฎีอำ าเภอการณ์
การตีความกฎหมายพิเศษ มีหลักเกณฑ์การตีความของตนเองโดยเฉพาะ จะนำ าหลักทั ว่ ไปในการตีความ
มาใช โดยด วยมิ ได เชนกฎหมายพิเศษไดแกกฎหมายอาญา ซ่ึงมีหลักเกณฑ์พิเศษคือ
(1)
กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายท่ีกำ าหนดความผิดและโทษจึงตองตีความเครงคัด
(2)
จะตีความโดยขยายความใหเป็นการลงโทษหรือเพ่ิมโทษผู กระทำ าผิดใหหนักขึ ้นไม ได
หลักการตีความตองตีความตามตั วอักษรกอนหากตั วอักษรมีถอยคำ าชัดเจนก็ ใชกฎหมายไปตามนัน้ แต
หากตั วอักษรไมชัดเจนหรือมีปัญหา จึงมาพิ จารณาความมุ งหมายหรือเจตนารมย์ของกฎหมายนัน้ ไปพรอมๆ กัน
เป็นหลักการตีความ ไม ใชถือหลักว าหากตั วอักษรไมมีปัญหาแลวก็ตองพิ จารณาถึงเจตนารมย์เลยซ่ึงเป็นเร่ืองไม
ถูกตอง
1.1.3
การอุดชองว างของกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ ไดกำ าหนดวิธีอุดชองว างของกฎหมายไว ในมาตรา
4
1.2
สิทธิและการใช้สิทธิ
1.
สิทธิเป็นสถาบันหลักในกฎหมาย เม่ือกฎหมายกำ าหนดสิทธิแลวจะตองมีบุคคลผู มีหนาท่ีท่ี จะตอง
ปฏิบัติหรือตองไมปฏิบัติเพ่ือใหเป็นไปตามสิทธิของผู ทรงสิทธินัน้
2.
สิทธิอาจแบงออกไดเป็นสิทธิตามกฎหมายมหาชน และสิทธิตามกฎหมายเอกชน ซ่ึงแตละประเภท
ยังอาจแบงออกยอยๆ ไดอีก
3.
การมีสิทธิกับการใชสิทธิมีความแตกตางกัน การใชสิทธิก็ตองเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
เชน ตองใชสิทธิ โดยสุ จริต
1.2.1
สิทธิและแนวคิดเร่ืองสิทธิ
สิทธิ ตามความเห็นของ ศ
.
ดร
.
หยุด แสงอุทัย คือ ประโยชน์ท่ีกฎหมายรับรองและคุ มครองให
สิทธิเป็นทัง้ อำ านาจ และเป็นทัง้ ประโยชน์ จึงถือไดวา สิทธิ คือ อำ านาจท่ ีกฎหมายใหเพ่ือใหสำ าเร็จประโยชน์ท่ี
กฎหมายคุ มครอง
สิทธิคือ อำานาจที กฎหมายรับรองให้แก่บุคคลในอันที จะกระทำาการเกี ยวข้องกับทรัพย์สินหรือบุคคลอืน
เช่น อำานาจที กฎหมายรับรองให้แก่บุคคลในอันที จะเรียกร้องให้บุคคลอีกบุคคลหนึงกระทำาการหรืองดการกระทำาบางอย่าง
เพือประโยชน์แก่ตน เช่นเรียกให้ชำาระหนี เ รียกให้งดเว้นก
กรรมสิทธิท ี แท้จริงแล้วก็คืออำานาจของผู ้ที จะเป็นเจ้าของในอันที จะใช้สอยแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สิน ตลอดจน
จำาหน่าย จ่าย โอน ห้ามผู ้อืนเข้ามาใช้สอย เกี ยวข้องสัมพันธ์กับหน้าที คือ สิทธิและหน้าที เป็นของคู ่กัน เมือกฎหมาย
กำาหนดรับรองสิทธิของผู ้ใดแล้วก็เกิดมีหน้าที แก่บุคคลซึงต้องกระทำาหรืองดเว้นการกระทำาบางอย่างตามสิทธิทีกฎหมาย
รับรอง คุ ้มครองให้แก่บุคคลนัน เช่น กฎหมายรับรองสิทธิในชีวิต ก็ก่อให้เกิดหน้าที แก่บุคคลอืนที จะต้องไม่ไปฆ่าเขา
กฎหมายรับรองสิทธิ ในร่างกาย ก็ก่อหน้าที แก่บุคคลอืนที จะไม่ ไปทำาร้ายเขา กฎหมายรับรองสิทธิ ในหนีข องเจ้าหนี ก ็ก่อให้
เกิดสิทธิแก่ลูกหนีท ี จะต้องชำาระหนี
เสรีภาพ ได้แก่ภาวะของมนุษย์ที ไม่อยู ่ภายใต้การครอบงำาของผู ้อืน หรือภาวะทีปราศจากการหน่วง
เหนียวขัดขวาง เสรีภาพจึงเป็นเรืองของบุคคลที จะกำาหนดตนเองจะกระทำาการใดๆ โดยตนเองโดยอิสระปราศจากการ
แทรกแซงขัดขวางจากภายนอก เสรีภาพมีลักษณะต่างจากสิทธิหลายประการได้แก่
(1)
ทัง สิทธิและเสรีภาพก่อให้เกิดหน้าทีแก่ผู ้อืนที จะต้องเคารพแต่สิทธิ อาจก่อให้เกิดหน้าที แก่บุคคลทั วไป
ก็ได้ เช่น มีสิทธิในทรัพย์สิน ก่อให้เกิดหน้าที แก่บุคคลที จะต้องเคารพในสิทธินีไ ม่เข้าไปขัดขวางการ
ใช้สอย ไม่ถือเอามาเป็นของตน แต่เสรีภาพก่อให้เกิดหน้าทีแก่บุคคลทั วไปจะต้องเคารพ เช่นเสรีภาพ
ในการนับถือศาสนา เสรีภาพในร่างกายก็ก่อให้เกิดหน้าทีแก่บุคคลทั วไปที จะต้องเคารพ
(2)
หน้าที ซึงเกิดจากสิทธินัน อาจเป็นหน้าที ที ต้องกระทำาหรืองดเว้นการกระทำา เช่นสิทธิในทรัพย์สิน ก่อ
ให้เกิดหน้าที งดเว้นไม่เข้าแทรกแซงการใช้สอย ไม่ยุ ่งกับทรัพย์สินของเขา ผู ้เอาทรัพย์สินของเขาไปก็
มีหน้าที ต้องกระทำาคือต้องส่งคืนเขา หน้าที ที เกิดจากเสรีภาพ ก่อให้ผู ้อืนมีหน้าที ต้องงดเว้นกระทำาคือ
ไม่เข้าขัดขวางหรือไม่เข้าแทรกแซงเสรีภาพของเขา เช่น เสรีภาพในการนับถือศาสนา ผู ้อืนก็มีหน้าที ที
จะไม่ขัดขวางต่อการนับถือศาสนาของเขา
2
Leave a Comment
ddddddddddddddddddddddddddddddddddddd