• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
 
0 1 0 0 01 1 1 0 0
พระสุตตันตปิฎก
2 1 1 0 0
 
เล่ม ๑๐
4 1 1 0 0
 
สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
5 1 1 0 0
ขอนอบน้อมแด่พระผู  ้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ าพระองค์นั
0 2 1 0 0
 
อนิ จจวรรคท  ี ๑อัชฌัตติกอนิ จจสูตร
-2 1 0 0 0 -110 22 0 0 0[
]
ข้ าพเจ้ าได้สดับมาแล้ วอย่ างนี
 
สมัยหนึ  ้มีพระภาคประทับอยู หารเชตวั
 
อารามของท่ านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถีณ ท  ีนั
 
พระผู  ้มีพระภาคตรัส เรียกภิกษุทัหลายว่ า ดูกรภิกษุทัหลาย ภิกษุ
 
เหล่ านัลรับสนองพระผู  ้มีพระภาค แล้ วพระผู  ้มีพระภาคได้ตรัสว่ า
 
ดูกรภิกษุทัหลาย จักษุเป็นของไม่เทียง สิงใดไม่เทียงสิงนัป็ทุกข์
 
ส  ิงใดเป็นทุ  ิงนัเป็นอิงใดเป็นอนั  ิงนั านทั
 
หลายพึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่ างนี  านั ใช่
 
ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา หูเป็นของไม่เทียง ฯลฯ
 
 จมูกเป็นของไม่เท  ียง ฯลฯ ลิเป็นของไมเทียง ฯลฯ กายเป็นของไม่
 
เท  ียง ฯลฯ ใจเป็นของไม่เทียง สิงใดไม่เทียง สิงนัป็กข์ สิงใดเป็น
 
ทุกข์ ส  ิงนัเป็น อนตตา สิงใดเป็นอนัตตา สิงนั านทั หลายพึงเห
 
ด้ วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่ของเรา นั
 
เป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา ดูกรภิกษุทัหลาย อรยสาวกผู  ้ ได้สดั
 
แล้ ว เห็นอยู ่อย่ อหน่ ายแม้ในจักษุย่อมเบือหน่ ายแม้ ในหู
 
ย่อมเบือหน่ ายแม้ ในจมูก ย่อมเบือหน่ ายแม้ ในลิย่อมเบือหน่ ายแม้ ใน
 
กาย ย่อมเบือหน่ ายแม้ในใจ เมือเบือหน่ าย ย่อมคลาย กำ าหนัด เพราะ
 
คลายกำ าหนัด ย่อมหลุดพ้น เมือหลุดพ้นแล้ ว ย่อมมีญาณหยั  ้ ว่ า หลุ
 
พ้นแล้ ว รู  ้ชัดว่ า ชาติสิ ว พรหมจรรย์อยู ่ จบแล้ ว กิ จทีควรทำ า ทำ า
 
เสร็ จแล้ ว กิ จอืนเพือความเป็นอย่ างนี ได้มี ฯ
 
 จบสูตรที ๑
 
อัชฌัตติกทุกขสูตร
-2 1 0 0 0 -120 10 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย จักษุเป็นทุกข์ สิงใดเป็นทุกข์ ส  ิงนัป็
 
อนัตตา สิงใดเป็นอนัตตา ส  ิงนั านทัหลายพึงเหนด้ วยปัญญาอั
 
ชอบตาม เป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่ของเรา นั  ไม่เป็นเรา นั  ไม่ ใช่
 
ตั วตนของเรา หูเป็นทุกข์ฯลฯ จมูกเป็นทุกข์ ฯลฯ ลิป็กข์ ฯลฯ
 
กายเป็นทุกข์ ฯลฯ ใจเป็น ทุกข์ สิงใดเป็นทุกข์สิงนัเป็นอตตา ส  ิงใด
 
เป็นอนัตตา สิงนั านทั หลาย พึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบตามความ
 
เป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่ตั วตนของ
 
เรา ฯลฯ ฯ
 
 จบสูตรที ๒
 
อัชฌัตติกอนัตตสูตร
-2 1 0 0 0 -130 9 0 0 0
 
[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย จักษุเป็นอนัตตา ส  ิงใดเป็นอนัตตา สิงนั
 
ท่ านทัหลายพึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอตามความเป็นจริงอย่ างนี  า
 
นั ใช่ของ เรา นัเป็นเรา นั ใช่ตั วตนของเรา หูเป็นอนัตตา
 
ฯลฯ จมูกเป็นอนัตตา ฯลฯ ลิเป็นอตตา ฯลฯ กายเป็นอนัตตา ฯลฯ
 
 ใจเป็นอนัตตา ส  ิงใดเป็นอนัตตา สิงนั านทัหลายพึงเห็นด้ วยปัญญา
 
อันชอบตามความเป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่ของเรา นัเป็นเรา นั
 
 ไม่ ใช่ตัวตนของเรา ฯลฯ ฯ
 
 จบสูตรท  ี ๓
 
พาหิรอนิ จจสูตร
-2 1 0 0 0 -140 12 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย รูปเป็นของไม่เทียง ส  ิงใดไม่เท  ียง สิงนั
 
เป็นทุกข์ สิงใดเป็นทุกข์ สิงนัเป็อนตตา สิงใดเป็นอนัตตา สิงนั
 
ท่ านทัหลาย พึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่ างนี 
 
นั ใช่ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา เสียง กล  ิน รส
 
 โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ เป็นของไม่เท  ียง ส  ิงใดไม่เทียง สิงนัป็ทุกข์
 
ส  ิงใดเป็นทุกข์ สิงนัเป็น อนตตา ส  ิงใดเป็นอนังนั านทั
 
หลายพึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่
 
ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา ดูกรภิกษุทัหลาย อร
 
สาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็นอยู ่อย่ างนี ย่อมเบอหน่ ายในรูป
...
ย่อมทราบ
 
ชั
...
 
 จบสูตรที ๔
 
พาหิรทุกขสูตร
-2 1 0 0 0 -150 9 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย รูปเป็นทุกข์ ส  ิงใดเป็นทุกข์สิงนัป็
 
อนัตตาสิงใดเป็นอนัตตา สิงนั านทัหลายพึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบ
 
ตามความเป็นจริงอย่ างนี วา น  ไม่ ใช่ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่
 
ตั วตนของเรา เสียง กลินรส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ เป็นทุกข์ สิงใดเป็น
 
ทุกข์ ส  ิงนัเป็นอนัตตา สิงใดเป็นอนัตตา สิงนั านทั หลายพึงเห
 
ด้ วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่ของเรา นั
 
เป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา
...
 
 จบสูตรที ๕
 
พาหิรอนัตตสูตร
-2 1 0 0 0 -160 8 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย รูปเป็นอนัตตา สิงใดเป็นอนัตตา สิงนั
 
ท่ าน ทัหลายพึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่ างนี 
 
นั ใช่ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา เสียง กล  ิน รส
 
 โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ เป็นอนัตตา สิงใดเป็นอนัตตา ส  ิงนั านทั
 
หลายพึงเห็นด้ วยปัญญาอันชอบตาม ความเป็นจริงอย่ างนี  า นั ใช่
 
ของเรา นัเป็นเรา นั ใช่ตัวตนของเรา
...
 
 จบสูตรที ๖
 
อตีตานาคตปัจจุปันนานิ จจสูตร
-2 1 0 0 0 -170 11 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย จักษุท  ีเป็นอดีตและอนาคต เป็นของไม่
 
เท  ียงจะกล่ าวไปไยถึงจักษุอันเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว
 
เห็นอยู ่อย่ มีเยือใยในจักษุทีเป็นอดีตไม่เพลิดเพลินจักษุท  ี
 
 
เป็นอนาคต ย่อมปฏิบัติเพือเบือหน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงจักษุ
 
ท  ีเป็นปัจจุบัน หู จมูก ลิกาย ใจทเป็นอดีตและอนาคต เป็นของไม่
 
เท  ียง จะกล่ าวไปไยถึงใจทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็
 
อยู ่อย่ มีเยือใยในใจทีเป็นอดีตไม่เพลิดเพลินใจทีเป็น
 
ปัจจุบัน ย่อมปฏิบัติเพือหน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงใจทีเป็น
 
ปัจจุบัน ฯ
 
 จบสูตรที ๗
 
อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตร
-2 1 0 0 0 -180 10 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย จักษุท  ีเป็นอดีตและอนาคต เป็นทุกข์ จะ
 
กล่ าว ไปไยถึงจักษุทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้สดับแล้ว เห็นอยู ่
 
อย่ มีเยือใยในจักษุท  ีเป็นอดีตไม่เพลิดเพลินจักษุทีเป็น
 
อนาคต ย่อมปฏิบัติเพือหน่ ายเพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงจักษุทีเป็น
 
ปัจจุบัน หู จมูก ลิกาใจทีเป็น อดีตและอนาคต เป็นทุกข์ จะกล่ าว
 
 ไปไยถึงใจทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้ สดับแล้ ว เห็นอยู ่อย่ างนี
 
ย่อมไม่มีเยือใยในใจทีเป็นอดีต ไม่เพลิดเพลินใจทีเป็นอนาคต ย่อม
 
ปฏิบัติเพือเบือหน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงใจท  ีเป็นปัจจุบัน ฯ
 
 จบสูตรที ๘
 
อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตร
-2 1 0 0 0 -190 10 0 0 0[
]
ดูกรภิกษุทัหลาย จักษุท  ีเป็นอดีตและอนาคต เป็นอนัตตา
 
 จะกล่ าวไปไยถึงจักษุทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็นอยู ่
 
อย่ มีเยือใยในจักษุท  ีเป็นอดีตไม่เพลิดเพลินจักษุท  ีเป็น
 
อนาคต ย่อมปฏิบัติเพือ เบือหน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงจักษุที
 
เป็นปัจจุบัน หู จมูก ลิกาย ใจทเป็นอดีตและอนาคต เป็นอนัตตา จะ
 
กล่ าวไปไยถึงใจท  ีเป็นปัจจุบันเล่ า อริย สาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็นอยู ่อย่ าง
 
มีเยือใยในใจทีเป็นอดีตไม่เพลิดเพลินใจท  ีเป็นอนาคต
 
ปฏิบัติเพือเบือหน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงใจท  ีเป็นปัจจุบัน ฯ
 
 จบสูตรที ๙
 
พาหิรสูตร
-2 1 0 0 0 -1100 9 0 0 0[
๑๐
]
ดูกรภิกษุทัหลาย รูปทีเป็นอดีตและอนาคต เป็นของไม่
 
เท  ียง จะกล่ าวไปไยถึงรูปทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็
 
อยู ่อย่ มีเยือใยในรูปทีเป็นอดีตย่อมไม่เพลิดเพลินในรูปที
 
เป็นอนาคต ย่อมปฏิบัติ เพือเบือหน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงรูปที
 
เป็นปัจจุบัน เสียง กลิน รสโผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ทีเป็นอดีตและ
 
อนาคต เป็นของไม่เทียง จะกล่ าวไปไย ถึงทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวก
 
ผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็นอยู ่อย่ มีเยือใยในธรรมารมณ์ทีเป็นอดี
 
ย่อมไม่เพลิดเพลินในธรรมารมณ์ทีเป็นอนาคต ย่อมปฏิบัติเพือเบื
 
หน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงธรรมารมณ์ท  ีเป็นปัจจุบัน ฯ
-2 1 0 0 0 -1110 5 0 0 0[
๑๑
]
ดูกรภิกษุทัหลาย รูปทีเป็นอดีตและอนาคต เป็นทุกข์ จะ
 
กล่ าวไปไยถึงรูปทีเป็นปัจจุบันเล่ า อริยสาวกผู  ้ ได้สดับแล้ ว เห็นอยู ่อย่ าง
 
มีเยือใยในรูปทีเป็นอดีตไม่เพลิดเพลินในรูปทีเป็นอนาคต
 
ย่อมปฏิบัติเพือเบือ หน่ าย เพือคลายกำ าหนัด เพือดับซึงรูปทีเป็นปัจจุบั
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...