• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
 
0 1 0 0 01 1 1 0 0
 จริยาปิฎก
2 1 1 0 0
.
การบำ าเพ็ญทานบารมี
4 1 1 0 0
 
อกิตติ จริยาท่ี ๑
5 1 1 0 0
 ว าด้ วยจริยาวัตรของอกิตติดาบส
0 0 0 0 0-2 1 0 0 0 -110 23 0 0 0[
]
 ในส่ีอสงไขยแสนกัป ความประพฤติอันใดในระหว างนี
 
ประพฤติทัหมดนเป็นเคร่องบมพระโพธิญาณ เราจักเว้นความ
 
ประพฤติ ในภพน้อยใหญ ในกัปเสีย จักบอกความประพฤติในกัปนี
 
 จงฟังเรา ในกาลใด เราเป็นดาบสช่ืออกิตติ เข้ าไปอาศัยอยู  ในปา
 
 ใหญอันว างเปล า สงัดเงียบปราศจากเสียงอืออึง ในกาลนั วย
 
เดชแหงการประพฤติตบะของเรา สมเด็ จอัมรินทร์ผู  ้ครองไตรทิพย์
 
ทรงร้อนพระทัย ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์เข้ ามาหาเราเพ่ือภิกษา
 
เราได้เห็นอินทพราหมณ์มายืนอยู  ใกล้ประตูบรรณศาลาของเรา จึ
 
เอาใบหมากเม าท่ีเรานำ ามาแตปา อันไมมีน้ ำ ามัน ทัเค็ม ให้หมด
 
พร้อมกับภาชนะ ครั ให้หมากเม าแกอินทพราหมณ์นั ว
 
เราจึงคว ำ าภาชนะ ละการแสวงหาใบหมากเม าใหม เข้ าไปยังบรรณ
 
ศาลา แม้ ในวันท่  ี ๒ แม้ ในวันท่ี ๓ อินทพราหมณ์ก็เข้ ามายังสำ านั
 
ของเรา เราไมหวัว ไมอาลัยในชี วิต ได้ ให้หมดสิ
 
 วันกอนเหมือนกัน ในสรีระของเราไมมีความหมองศรีเพราะการอด
 
อาหารนัเป็นปัจจย เรายับยั ตลอดวันนัๆ ด วยปีติ สุข และ
 
ความยินดี
(
อันเกิดแตความยินดี
)
ถ้ าเราพึงได้ทักขิเณยยบุคคลผู  ้
 
ประเสริฐ แม้เดือนหน่ึงสองเดือนเราก็ ไมหวัไหว ไมท้อแท้ ใจ
 
พึงให้ทานอันอุดม เม่ือให้ทานแกอินทพราหมณ์นัเราจะได้
 
ปรารถนายศและลาภก็หามิ ได้ เราปรารถนาพระสัพพัญุตญาณ
(
เท านั
)
 จึงได้ประพฤติกรรมเหล านัฉะนี
.
 
 จบอกิตติ จริยาท่ี ๑
 
สังขพราหมณจริยาท่ี
 
 ว าด้ วยจริยาวัตรของสังขพราหมณ์
-2 1 0 0 0 -120 20 0 0 0[
]
อีกเร่ืองหน่ึง เม่ือเราเป็นพราหมณ์มีนามว าสังขะ ต้องการจะข้ าม
 
มหาสมุทรไปอาศัยปัฏฏนคามอยู ในกาลนัเราได้เห็นพระปัจเจก
 
พุทธเจ้ าผู  ้รู  ้เอง ใครๆ ชนะไม ได้ ซ่ึงเดินสวนทางมาตามทางกันดาร
 
บนภาคพืนอันแข็ง ร้อนจัด ครัาเนท านเดินสวนทางมา จึงคิ
 
เนือความนี  า บุญเขตนีงแกเราผู  ้เป็นสัตว์ท่ีต้องการบุญเปรียบ
 
เหมือนบุรุษชาวนาเห็นนาอันเป็นอู ข้ าวอู น้ ำ า
(
เป็นท่ีน ายินดีมาก
)
 ไม
 
ปลูกพืชลงในนานัเขาช่อว าเป็นผู  ้ ไมต้องการด้ วยข้ าวเปลือกฉันใด
 
เราก็ฉันนัอนกัน เป็นผู  ้ต้องการบุญ เห็นเขตบุญอันประเสริ
 
สุดแล้ ว ถ้ าไมทำ าบุญ
(
สักการะ
)
เราก็ช่ือว าเป็นผู  ้ ไมต้องการบุญ เปรียบเหมือนอำ ามาตย์ต้องการจะให้ชนชาวเมืองของพระราชายินดี
 
แต ไม ให้ทรัพย์และข้ าวเปลือกแกเขา ก็ยอมเส่ือมจากความยินดี
 
ฉันใด เราก็ฉันนัอนกัน เป็นผู  ้ต้องการบุญ เห็นทักขิเณยย
 
บุคคลอันไพบูลย์แล้ ว ถ้ าไม ให้ทานในทักขิเณยยบุคคลนั จั
 
 
เส่ือมจากบุญ ครัดอย างนี วจึงถอดรองเท้ า ไหว้เท้ าของ
 
ท านแล้ ว ได้ถวายรมและรองเท้ า เพราะฉะนัเราจงเป็นผู  ้ละเอียด
 
ออนเจริญสุขได้ร้อยเท าพันทวี อน่ึง เม่ือเราบำ าเพ็ญทานให้บริบูรณ์
 
 ได้ถวายแกท านนั างนี
.
 
 จบสังขพราหมณจริยาท่ี ๒
 
กุรุธรรมจริยาท่ี
 
 ว าด้ วยพระจริยาวัตรของพระเจ้ าธนญชั
-2 1 0 0 0 -130 20 0 0 0[
]
อีกเร่ืองหน่ึง เม่ือเราเป็นพระราชามีนามว าธนญชัย อยู  ใน
 
อินทปัตถบุรีอันอุดม ประกอบด้ วยกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ
 
 ในกาลนัพวกพราหมณ์ชาวกาลิงครัฐ ได้มาหาเรา ขอพระยาคช
 
สารทรง อันประกอบด้ วยมงคลหัตถี กะเราว าชนบทฝนไมตกเลย
 
เกิดทุพภิกขภัย อดอยากอาหารมาก ขอพระองค์ จงทรงพระราชทาน
 
พระยาคชสารตัวประเสริฐมีสีกายเขียวช่ืออัญชนะเถิด เราคิดว า
 
การห้ ามยาจกทัหลายท่มาถึงแล้ ว ไมสมควรแกเราเลย กุศล
 
สมาทานของเราอย าทำ าลายเสียเลย เราจักให้คชสารตั วประเสริ
 
เราได้รับงวงพระยาคชสาร วางลงบนมือพราหมณ์ แล้ วจึงหลั ำ าใน
 
เต้ าทองลงบนมือได้ ให้พระยาคชสารแกพราหมณ์ เม่ือเราได้ ให้
 
พระยาคชสารแล้ ว พวกอำ ามาตย์ ได้กล าวดังนี  า เหตุ ไรหนอพระองค์
 
 จึงพระราชทานพระยาคชสารตั วประเสริฐ อันประกอบด้วยธัญญ
 
ลักษณ์ สมบูรณ์ด้ วยมงคล ชนะในสงครามอันสูงสุด แกยาจก
 
เม่ือพระองค์ทรงพระราชทานคชสารแล้ ว พระองค์ จักเสวยราชสมบัติ
 
 ได้อย างไร
[
เราได้ตอบว า
]
แม้ราชสมบัติทั หมดเรากพึงให้ ถึ
 
สรีระของตน เราก็พึงให้ เพราะสัพพัญุตญาณเป็นท่ีรักของเรา
 
ฉะนัเราจงได้ ให้พระยาคชสาร ดังนี
.
 จบกุรุธรรมจริยาท่ี ๓
 
มหาสุทัสนจริยาท่ี ๔  ว าด้ วยพระจริยาวัตรของพระมหาสุทัสนจักรพรรดิ
-2 1 0 0 0 -140 22 0 0 0[
]
 ในเม่ือเราเป็นพระเจ้ าจักรพรรดิ ทรงพระนามว ามหาสุทัสนะ
 
มีพลานุภาพมาก ได้เป็นใหญ ในแผนดิน เสวยราชสมบัติ ในพระนคร
 
กุสาวดี ในกาลนัเราได้สัประกาศทุกๆ วัน วันละ ๓ ครัง ว า
 
 ใครอยากปรารถนาอะไร เราจะให้ทรัพย์อะไรแก ใคร ใครหิ ว ใคร
 
กระหาย ใครต้องการดอกไม้ ใครต้องการเคร่ืองลูบไล้ ใครขาด
 
แคลนผ้ าสีต างๆ ก็ จงมาถือเอาไปนุ งหม ใครต้องการรมไปในหนทาง
 
ก็ จงมารับเอาไป ใครต้องการรองเท้ าอันออนงาม ก็ จงมารับเอาไป
 
เราให้ประกาศดังนีเวลาเยน ทัเวลาเช า ทุกวัน ทานนั ใชเรา
 
ตกแตงไว้ ในท่  ี ๑๐ แหง หรือมิ ใช ๑๐๐ แหงเราตกแตงทรัพย์ ไว้
 
สำ าหรับยาจกในท่ีหลายร้อยแหง วณิพกจะมาในเวลากลางวันก็ตาม
 
หรือในเวลากลางคืนก็ตามก็ ได้ โภคะตามความปรารถนา พอเต็มมื
 
กลับไป เราได้ ให้มหาทานเห็นปานนี จนตราบเท าสิ วิต เราได้ ให้
 
ทรัพย์ท่ีน าเกลียดก็หามิ ได้ และเราไมมีการสั ่ สมก็หามิ ได้ เปรียบ
 
เหมือนคนไข้กระสับกระส าย เพ่ือจะพ้นจากโรค ต้องการให้หมอ
 
พอใจด้ วยทรัพย์ จึงหายจากโรคได้ฉันใด เราก็ฉันนั  ้อยู 
(
 
 ว า ทาน
 
บริ จาคเป็นอุบายเคร่ืองเปลืองตนและสัตว์ โลกทัง สิพ้นจากโลก คือสังขารทุกข์ทัง สิ
)
 จึงบำ าเพ็ญทานให้บริบูรณ์ โดยไมมีเศษเหลื
 
เพ่ือยังใจท่ีบกพรองให้เต็มเราจึงให้ทานแก วณิพกเรามิ ได้อาลัย มิ ได้
 
หวังอะไร ได้ ให้ทานเพ่ือบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี
.
 
 
 จบมหาสุทัสนจริยาท่ี ๔
 
มหาโควินทจริยาท่ี ๕ ว าด้ วยจริยาวัตรของโควินทพราหมณ์
-2 1 0 0 0 -150 10 0 0 0[
]
อีกเร่ืองหน่ึง ในกาลเม่ือเราเป็นพราหมณ์นามว ามหาโควินท์เป็น
 
ปุ โรหิตของพระราชา ๗ พระองค์อันนรชนและเทวดาบูชา ใน
 
กาลนัเคร่องบรรณาการอันใดในราชอาณาจักรทั๗ ได้มีแล้ วแก
 
เรา เราได้ ให้มหาทานร้อยล้ านแสนโกฏิเปรียบด้ วยสาครด้วย
 
บรรณาการนัเราจะเกลยดทรัพย์และข้ าวเปลือกก็หามิ ได้และ
 
เราจะไมมีการสั ่ สมก็หามิ ได้ แตพระสัพพัญุตญาณเป็นท่ีรักของ
 
เรา ฉะนัเราจงให้ทานอย างประเสริฐ ฉะนี
.
 จบมหาโควินทจริยาท่ี ๕
 
เนมิราชจริยา ท่ี  ว าด้ วยพระจริยาวัตรของพระเจ้ าเนมิราช
-2 1 0 0 0 -160 13 0 0 0[
]
อีกเร่ืองหน่ึง ในกาลเม่ือเราเป็นมหาราชาพระนามว าเนมิเป็นบัณฑิ
 
ต้องการกุศลอยู ในพระนครมิถิลาอันอุดมในกาลนัเราได้สร้ าง
 
ศาลา ๔ แหง อันมีหน้ ามุขหลังละส่ีๆ เรายังทานให้เป็นไปในศาลา
 
นัแก เนอ นก และนรชนเป็นต้น ยังมหาทาน คือ เคร่ือง
 
นุ งหม ท่ีนอน และโภชนะ คือ ข้ าว และน้ ำ า ให้เป็นไปแล้ วไม
 
ขาดสาย เปรียบเหมือนเสวก เข้ าไปหานายเพราะเหตุแหงทรัพย์
 
ยอมแสวงหานายท่ีพึงให้ยินดี ได้ ด้ วยกายกรรม วจีกรรม และ
 
มโนกรรมฉันใด เราก็ฉันนักแสวงหาพระสัพพัญุตญาณใน
 
ภพทัปวง จงยังสัตว์ทัหลายใหอ่  ิมหนำ าด้ วยทาน แล้ วปรารถนา
 
 โพธิญาณอันอุดม ฉะนี
.
 จบเนมิราชจริยาท่ี ๖
 
 จันทกุมารจริยาท่  ี ๗
 
 ว าด้ วยพระจริยาวัตรของพระจันทกุมาร
-2 1 0 0 0 -170 15 0 0 0[
]
อีกเร่ืองหน่ึง ในกาลเม่ือเราเป็นโอรสของพระเจ้ าเอกราชมีนามว า
 
 จันทกุมาร อยู  ในพระนครปุบผวดี ในกาลนันจากการบูชายัญ
 
แล้ ว ออกไปจากท่ีบวงสรวงนังความสังเวชให้เกิดขึ  น แล้ วยั
 
มหาทานให้เป็นไป เราไม ให้ทานแกทักขิเณยยบุคคลแล้ วยอมไม
 
ด่ืมน้ ำ า ไมเคีวขงเคีว และไมบริ โภคโภชนะ ๕
-
 
๖ ราตรีบ้ าง
 
เปรียบเหมือนพอค้ า รวบรวมสินค้ าไว้แล้ว ในท่ี ใดจะมีลาภมาก
(
 ได้กำ าไรมาก
)
ก็นำ าสินค้ าไปในท่  ีนันใดแม้อาหารของตนท่ีเรา
 
 ให้แล้ วแกคนอ่ืน มีกำ าลังมาก
(
มากมาย
)
ฉันนั
(
 
ส่ิงของท่ีเราให้ผู  ้
 
อ่ืน มีกำ าลังมากกว าส่ิงของท่ีตนใช้เอง ฉันนั
)
เพราะฉะนั
 
ท่  ีเราให้ผู  ้อ่ืนจักเป็นส วนร้อย เรารู  ้อำ านาจประโยชน์งให้ทาน
 
 ในภพน้อยภพใหญ เราไมถอยกลั
(
 ไมท้อถอย
)
 จากการให้ทาน
 
เพ่ือบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี
.
 จบจันทกุมารจริยาท่ี
 
สี วีราชจริยาท่ี ๘  ว าด้ วยพระจริยาวัตรของพระเจ้ าสี วีราช
-2 1 0 0 0 -180 33 0 0 0
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...