ยืนอยู รู ลมเขาลมออก ทำาไดตลอดทุกอิริยาบท ทำาอยางนี ้ใหชินจนกระทั ่งจิตไมตองระวังเรื ่องลมเขาลมออก รู ไดเป็นปกติอยาไป
ดัดแปลงลมหายใจ รางกายมันตองการหายใจสั ้นหรือยาวปลอยมัน หายใจแรงหรือหายใจเบาเปลอยมัน ไมตองฝน
จำาไววาทานจะเจริญมหาสติปฏิฐานสูตรในกายานุปสสนาสติปฏฐาน ในบทวาอานาปานาบรรพเราจะรู ลมหายใจเขา รู ลม
หายใจออกอยู เสมอ จะนั ่ง จะนอน จะยืน จะเดิน จะอาบนำ ้า จะดูหนังสือ จะเดินไปไหน ทำางานอยางใดกตาม รู ลมเขารู ลมออก
ตอนที ่๒
ที ่พระพุทธเจาตรัสวา
"ภิกษุท ้งหลายเธอจงเปนผู มีสติหายใจเขา จงรู วาเปนผู หายใจเขา เมื ่อหายใจออกก็จงรู วาเปนผู
หายใจออก"
หมาย ความวา การรู ลมหายใจเขา รู ลมหายใจออกนี ่เราไมตองระวังกัน ไมตองตั ้งทา ไมตองหาเวลา เป็นเวลาใด
กตาม เวลาที ่กินขาวอยู กดีหรือวาทำาการงานกดีเวลาพูดคุยกับเพื ่อนฝูงกดีเดินไปกดี ยืนอยู กดีนอนอยู กดีทุกอิริยาบทเราสามารถ
รู ลมหายใจเขาลมหายใจออกไดอยางสบาย อยางนี ้เรียกวาเขาถึงอานาปานาสติมหาสติปฏฐานสูตรขอนี ้แลว
เรื ่องของพระกรรมฐานกับนิมิตเป็นของธรรมดา นิมิตของอานาปานาสติกรรมฐานกมีเชน สีเขียว สีแดง สีสวางคลาย ๆ
แสงไฟฉาย หรือเหมือนแสงฟาแลบ การที ่จะไดบุญ อยู ตรงที ่จิตเป็นสมาธิตัวบุญอยู ที ่จิตเป็นสมาธิที ่มีอารมณ์ตั ้งมั ่น ไมใชอยู ที ่
องค์ภาวนาอยางเดียว การภาวนาดวย กเพื ่อจะใชอารมณ์ยึด คือ สติใหรู อยู วาเรากำาหนดลมหายใจเขาออก หรือวาเราภาวนาวายัง
ไง แลวกควบคุมอารมณ์อยู เฉพาะอยางนั ้นอยางเดียวใหเป็นเอกัคคตารมณ์คำาวา
เอกคคตารมณ์
แปลวา เป็นหนึ ่ง ตัวบุญใหญคือ
การทรงสมาธิจิต ถาสมาธิทรงไดสูงมากเพียงใด นิวรณ์ที ่จะมากั ้นความดีคืออารมณ์ของความชั ่ว คำาวานิวรณ์ไดแกอารมณ์ของ
ความชั ่ว ถาขณะใดจิตทรงสมาธิที ่เรียกกันวาเป็นฌาน คำาวา
ฌาน
นี ้ แปลวา การเพง การทรงอยู ของจิต จิตเพงอยู เฉพาะอารมณ์ใด
อารมณ์หนึ ่ง อันนี ้เราเรียกกันวา ฌาน
เมื ่อเรามีสติสามารถจะรู ลมหายใจเขาหายใจออก ที ่กระทบเขาและกระทบออกที ่จมูกได เขากรู ออกกรู จิตกจะเริ ่มเป็น
สมาธิสมาธิขั ้นตนเรียกวา
ขณิกสมาธิ
แปลวา สมาธิเลกนอย เมื ่อขณิกสมาธิละเอียดขึ ้น จิตกจะเขาสู
อุปจารสมาธิ
ตอนนี ้อารมณ์ของที ่เป็นทิพย์จะปรากฎ จิตเป็นทิพย์คือ จิตยอมวาจากกิเลส จิตวางจากนิวรณ์ทั ้ง ๕ เมื ่อจิตวางจากนิวรณ์๕ ประการแลว จิตก
สามารถจะเป็นทิพย์ แตจะเป็นมากหรือเป็นนอยขึ ้นอยู กับสมาธิจิต จะเหนแสง เหนภาพ แตภาพที ่ปรากฎกดี แสงสีที ่ปรากฎกดีจง
อยาเอาจิตเขาไปเกาะ เพียงกำาหนดวา ถาหากวาเราเหนนานหรือเรว จงรู ตัววา นี ่จิตของเราเป็นทิพย์ เขาสู อุปจารสมาธิ
ตอนที ่๓
ในการปฏิบัติทำาไดในทุกอิริยาบททั ้ง ๔ คือ นั ่ง ยืน เดิน นอน เวลาหายใจเขายาวหรือสั ้นกรู หายใจออกยาวหรือสั ้นกรู
หายใจเบาหรือหายใจแรงกรู เรียกวา เพิ ่มสติใหมากกวาเดิมอีกนิด ถาทำาไดแลวเป็นอุปจารสมาธิและปฐมฌานดวย เมื ่อสมาธิเริ ่ม
มากขึ ้น อารมณ์เริ ่มละเอียดขึ ้น อุปจารณสมาธิมีปติใหปรากฎ มีความชุ มชื ่น มีขนพองสยองเกลา มีนำ ้าตาไหล มีรางกายโยกโคลง
มีความอิ ่มเ ิอิบใจ มีความปลาบปลื ้มใจ สวนอาการของปฐมฌาน คือ อารมณ์ที ่ไมของกับนิวรณ์ทั ้ง ๕ ประการ คือ
1.
ความพอใจในรูปสวย เสียงเพราะ รสอรอย กลิ ่นหอม สัมผัสนิ ่มนวลไมมีอารมณ์นิ ่ง พอใจในการภาวนาหรือพอใจในการ
กำาหนดลมหายใจเขาออก
2.
ความโกรธความพยาบาทไมปรากฎ
3.
ความงวงเหงาหาวนอนไมปรากฎ
Leave a Comment