• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
Download
 
บทท่  ีส่ีพรมแดนสุดท้าย
The Final Frontier
 
ผู  ้ท่ีเป็นแฟนของนิยายวิทยาศาสตร์
science fiction
เชน เร่ือง สตาร์ เืทร็ค
Star Trek
อันเป็นเร่ืองราวของการทองจักรวาลนัมักจะได้ยินคำ า ๆ หน่ึงท่  ี ใช้กันบอย คือ พรมแดน
 
สุดท้าย หรือ
 The final frontier
ถึงแม้นิยายวิทยาศาสตร์เหลานีจะเป็นเพียงเร่ืองเพ้อฝัน
 
 จินตนาการของมนุษย์ก็ตาม มันก็แสดงให้เห็นถึงความคิดหน่ึงของมนุษย์ท่ีเช่ือวา มีส่ิง ๆ หน่ึ
 
หรือ สภาวะหน่ึง ท่ีเป็นท่ีสุดของพรมแดน เป็นสภาวะท่ี ไมมีอะไรไปเหนือมันได้อีกแล้ ว ฟังดูแล้ ว
 
ก็ไมตางจากสภาวะของสัจธรรมอันสูงสุดนันเอซ่ึงเป็นส่ิงท่ีมนุษย์แสวงหาอยู เสมอใน
 
ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ทัง นีาจเป็นเพราะ มนุษย์ทุกคนล้ วนรักตั วกลั วตาย
 
เพราะกลั วการสาบสูญอยางสิเชง กลั วความไมแนนอนในสรรพส่ิงนีเอง จึงเป็นสัญชาติ
 
ญาณอยางหน่ึงของมนุษย์ท่ี จำ าเป็นต้องหาท่  ีพ่ึง หาคำ าตอบให้แกชีวิต ต้องการรู  ้ส่  ิงท่ีแนนอน
 
มัคง ไมเปล่  ียนแปลง เป็นอมตะ เพ่ือมนุษย์จะได้พ่ึงพาส่ิงนันแม้เพียงการแสวงหาส่ิงท่ีเป็น
 
มตะนี กทำ าให้มนุษย์มีความหวังแล้ ว น่  ีเป็นเหตุผลใหญท่ีอยู เบืองหลังทฤษฎีสรรพส่ิงท่ี ไอน์สไตน์ถึงกับทุ มเทชี วิตชวงยาวนาน
 
ของเขาแสวงหา การค้นพบกลศาสตร์ควอนตัมของไอน์สไตน์เทากับยอมรับในความไมแนนอนของสรรพส่  ิงหรือยอมรับในความเป็นอนิ จจังของทุกส่ิงซ่ึงเหมือนกับบทสรุปของไฮเซนเบิร์กท่ีพู
 
 ว า
 
ไม่มีส  ิ งเท  ียงแท้ถาวรอันติ มะในธรรมชาติ 
There is no final certainty.
น่ีเป็นบทสรุปท่ี ไอน์สไตน์ ไมยอมรับและทำ าให้นักฟสิกส์มากมายนอนไมหลับ แม้หลับก็
 
ฝันร้าย เพราะความฝันอันสูงสุดของพวกเขาคือ การแสวงหาความจริงในธรรมชาติท่ีมนุษย์
 
พ่ึงพาได้นันเอง ไอน์สไตน์ถึงยอมใช้เวลา ๓๐ ปเพ่ืออานความคิดในเร่ืองการสร้างโลกและชีวิต
 
ของพระเจ้า เพ่ือเขาจะได้เจาะเข้าไปถึงแกนของสัจธรรม และสามารถแปรมันออกมาในรูปของ
 
คณิตศาสตร์ท่ีเขาและเพ่ือน ๆ ชาวฟิสิกส์ของเขาเข้ าใจได้ดีขึ  นนั
ความจริงอยู ข้างนอกโน
 
นักดาราศาสตร์รวมทังนักจินตนาการนิยายทางวิทยาศาสตร์มักคิดวา พรมแดนสุดท้า
 
ของจักรวาลน าจะอยู  ในอวกาศ อยู ท่ีขอบริมสุดอันเป็นพรมแดนปลายสุดของจักรวาลจริง ๆ ดังท่  ี
 
ชอบพูดกันในนิยายทางวิทยาศาสตร์ ว า
 
ความจริ งอยูข้างนอกโน่น
The truth is out there!
 
 จึงเป็นเหตุผลใหญท่ีมนุษย์มีความปรารถนาและใฝฝันท่ี จะทองเท่ียวไปในอวกาศเพ่ือหา
 
ประสบการณ์ ข้อมูล และความจริงท่ีอยู นอกโลกด้วยความหวังวา ข้อมูลเหลานันจะชวยให้เรา
 
สามารถเข้ าใจดาวเคราะห์ดวงท่  ีสามในระบบสุริยะจักรวาลนี ไ ด้ดีขึ  น หรือ พูดให้กระชับคือ ช วยให้
 
เราสามารถเข้าใจชีวิต หรือ ความรู  ้สึกตัวทัว่ พร้อ
consciousness
ท่ีลึกลับนี วมทังกา
 
พยากรณ์อนาคตของมนุษย์และพืนพิภพท่ีมนุษย์กำ าลังอยู นี วย
สั จธรรมคือตัวตอตัวสุดท้าย
 
 ไม ว าจะนำ าหั วข้ออะไรขึ  นมาพูดวิเคราะห์อย างเป็นเหตุผล มักไมพ้นท่ี จะวกกลับมาสู เร่ือง
 
สั จธรรมอันสูงสุดเสมอ เพราะน่ีเป็นตั วตอตั วสุดท้ าย
the missing link
ของทุกส่ิงทุกอย างใน
39
 
 
 จักรวาลนีง จักรวาลอ่ืนถ้ าหากมีอยู  ภาพทัหมดของชี วิตและจักรวาลจะชัดเจนได้ก็ตอเม่ือเรา
 
สามารถวางตัวตอตัวสุดท้ายลงเทานันหรือเม่ือพบสัจธรรมอันสูงสุด หรือเม่ือพบพรมแดนสุดท้ ายของจักรวาลนั
 
อยางไรก็ตาม คุณเห็นด้วยหรือไมวา พรมแดนสุดท้ายของจักรวาลหรือของชีวิตอยู 
 
ภายนอกโนน อยู ท่  ีการใช้ชีวิตทัง หมดของคุณทองไปในอวกาศเพ่ือหาสัจธรรมนี คุณจ าเป็นต้อง
 
ถามคำ าถามนียางจริงจัง และให้ความสนใจในส่ิงท่  ีดิฉันจะพูด เพราะน่  ีอาจจะเป็นข้อมูลท่  ีชวย
 
ประหยัดเวลาของคุณได้มากมายทีเดียว
 
 ในความเห็นของดิฉันแล้ว สามัญส านึก
common sense
บอกดิฉันวา หากคุณไม
 
สามารถหาสัจธรรม ณ ตรงท่  ีคุณอยู นี็ คณคิดว าคุณจะไปหาท่  ี ไหนได้พบหรือ หากคุณนับถือ
 
พระเจ้า ก็ต้องพูดวา ถ้าคุณไมสามารถเข้าถึ  ีน่ีเดี ๋ยวนีล้วละก็คุณ
 
คิดว าคุณจะไปหาพระเจ้ าได้ท่  ี ไหนหรื
น่ี  ึ
 
 ใช้แทนคำ าว า สัจธรรมอันสูงสุด เพราะ เป็นเร่ืองท่ีดิฉันสามารถใช้อธิบายส่ิงตาง ๆ อย างเป็นเหตุ
 
เป็นผล เพ่ือช วยให้คุณสามารถเข้าถึงสัจธรรมอันสูงสุดหรือพระเจ้าได้ คุณจะเห็นชัดเจนวา การ
 
แสวงหาสั จธรรมของนักวิทยาศาสตร์ ของนักดาราศาสตร์ ไปเดินผิดพลาดท่  ีตรงไหน
 
ยอมรับวา สั จธรรม มีอยู 
 
ส่ิงแรกท่ีคุณต้องยอมรับคือ สั จธรรมสูงสุดในธรรมชาติมีอยู  ยอมรับว าพระพุทธเจ้ าได้ค้
 
พบแล้วในคืนท่ีทานตรัสรู  ้ ซ่ึงทานเรียกสภาวะอันติมะนีวา พระนิพพาน ภาษาของนั
 
ดาราศาสตร์ หรือ นักจินตนาการนิยายวิทยาศาสตร์ คือ พรมแดนสุดท้ายของจักรวาล พระ
 
นิพพานไมได้ จำ ากัดอยู แตกลุ มบุ  ี  ีคคลท่ีสนใจศาสนาเทานันแตเป็นเร่ืองโดยตรงของมนุษย์ทุกคน
 
มนุษย์จึงแสวงหาโดยท่ีตนเองก็ไมรู  ้ด้วยซ้ ำ าไปวาส่  ิงท่ีตนต้องการค้นพบคือสัจธรรมหรือพระ
 
นิพพาน หน้ าท่  ีของดิฉันคือ นำ าส่ิงเหลานีมาเช่ือมโยงให้คุณรู  ้วาอะไรเป็นอะไร ฉะนัร่องพระ
 
นิพพานจึงเป็นส่ิงท่  ีทุกคนต้องรู  ้ ไมใชเป็นทางเลือกอย างท่ีคนชอบคิดหรือเป็นเร่ืองมักใหญใฝสูง
 
แตอยางใดเลย เพราะถ้ าไมรู  ้เร่ืองนีล้
 
เราจะไมรู  ้อะไีรได้อยางแท้จริงเลย แม้มีความรู  ้ทวมหั วก็
 
เอาตั วไมรอดดังท่ีเห็น ๆ กันอยู 
 
ดังท่ีคุณทราบแล้ววาดิฉันได้ ใช้คำ าและวลีหลากหลายเพ่ือใช้เรียกคำ าว า สัจธรรมอันสูงสุด
 
สองวลีท่ีดิฉันอยากนำ ามาเช่ือมโยงให้คุณเห็นชัดเจนในบทความนีคือ ผัสสะบริสุทธิ กับ
 
พรมแดนสุดท้ าย เพ่ือคุณจะได้รู  ้ ว า พระนิพพานหรือพระเจ้ าในฐานะท่ีเป็นสั จธรรมอันสูงสุดไม ใช
 
เร่ืองไกลตั วถึงขนาดต้องไปหาในอวกาศแตอย างใดเลย แตอยู ท่ีน่ี เดี ๋ี น  ีเอง
ทุกคนเป็นศูนย์กลางจักรวาลของเขา
 
 ในบทกอนดิฉันได้พูดวา ก้อนความรู  ้สึกตัวท่ีกายเนือหอหุ  ้มมันมาเม่ือคลอดจากท้อง
 
มารดานันเป็นส่งเดียวกับจักรวาล จักรวาลมีอยู เพราะเรามีความรู  ้สึกตัว
consciousness
นันเอง สมมุติวา ดิฉันเกิดหมดสติไป ๗ วัน โลกภายนอกหรือจักรวาลของดิฉันก็ดับไป ๗ วัน
 
เชนกัน ในชวงนันจักรวาลจะไมมีอะไรเก่ียวข้องกับดิฉันเลย แม้มันจะยังมีอยู  คงอยู สำ าหรับคุณ
 
ก็ตาม โลกและจักรวาลจึงไมมีอะไรเก่ียวข้องกับคนหลับสนิท คนหมดสติ คนอยู ในอาการโคมา
 
และ คนตาย เพราะความรู  ้สึกตั วของเขาหายไป
 
ฉะนัหากดฉันจะสรุปว า ทุกคนล้ วนเป็นศูนย์กลางของจักรวาลก็ยอมไมผิดหลักเหตุผล
 
แตอยางใด เพราะหากคุณไมมีความรู  ้สึกตัวละก็ จักรวาลก็ไมมีอยู เชนกัน เพราะมีความรู  ้สึกตัว
 
หรือมีตั วใจ น่ีเอง ตา หู จมูก ลิกาย ของเราจึงทำ างานได้ มันกลายเป็นสะพานเปิดโอกาสให้ รู
 
40
 
เสียง กล่  ิน รส สัมผัส เดินเข้ ามาในใจของเรมาให้ ตั วใจ หรความรู  ้สึกตั ว ของเราได้รับรู  ้
 
ชี วิต โลกและจักรวาลจึงเกิดขึ  น ต่ืน มีอยู ณ จุดนั
1
 
 ใจ หรือ ความรู  งเป็นขันธ์สุ
 
๕ อันเป็นส วนประกอบฝายท่ี ไมมีรูปร าง
(
นาม
)
ของร างกายและจิตใจมนุษย์ ดิฉันได้เรียกขันธ์นี
 
 ว า ตั วใจ หรือ ตาใจ แทนคำ าว า ใจ เฉย ๆ เพ่ือให้สอดคล้องกับข้อเปรียบเทียบต าง ๆ ท่  ีนำ าเข้ ามาใช้
 โดยเฉพาะอยางย่  ิงเม่ือพูดถึงการปฏิบัติสติปัฏฐาน ๔ ซ่ึงภาษาของดิฉันคือ การพาตัวใจกลั
บ้ าเพ่ือความเข้ าใจท่ีชัดเจนมากขึ  
2
 
งแสดงให้เห็นความแตกตาง
 
ระหว างคนท่ีตั วใจทำ างานกับตั วใจไมทำ างาน
 
ภาพท่ี ๑
 
ตั วใจ
--
 
 จิ
--
 
ตั วกาย
=
มีชี วิ
=
มี จักรวาล
 
เขียนภายใต้ภาพว า ขันธ์ ๕ หรือ ร างกายจิตใจ ของคนท่ี ไม ได้นอนหลับสนิท ไม ได้หมดสติ ไม ได้
 
อยู  ในอาการโคม า และไม ได้ตายเป็นเชบรู  ้โลกและจักรวาลจึงมีชี วิ
 
ภาพท่ี ๒
 
ตั วกาย
=
 ไมมีชี วิ
=
 ไมมี จักรวาล
 
เขียนภายใต้ภาพว า คนหลับสนิ  ืท คนหมดสติ คนท่ีอยู  ในอาการโคมาและ คนตายนันความรู  ้สึก
 
ตัว หรือ ตัวใจ ไมทำ างาน แม้รางกายยังทำ างานอยู 
(
ยกเว้นคนตาย
)
แตก็เหมือนไมมีชีวิต ไม
 
สามารถรับรู  ้ โลกและจังแม้โลกและจักรวาลจะยังมีอยู สำ าหรับคนอ่ืน ๆ แตไมมีอยู กับผู  ้ ท่ีอยู  ในส่  ีอาการนี
 
 
มนุษย์นีเป็นตั วกำ าหนดให้ มีชีวิต หรือ ไมมีชี วิต การหายใจและการท างานของร างกายไม ได้
เป็นตั วตัดสิการมชี วิต ท่ีแท้ จริง เพราะตั วใจทำ างาน จึงกอให้เกิดหน วยงานของการรับผัสสะ
 
ทั
the whole network of perceptions
ชีวิตจึงเกิด และทำ าให้ทารกเป็น ๆ ตาง
 
 จากเด็กทารกท่ีตายตังแตคลอด ถึงแม้เด็กท่ีตายตังแตคลอดล้วนมีสะพานอันคือ ตา หู จมูก ลิ
 
กาย แตเม่ือไมมีตัวใจ หรือ ความรู  ้สึกตัวแล้วละก็ สะพานเหลานีก็เหมือนสะพานหักท่ี ไมมี
ประโยชน์ ไมสามารถเช่ือมจักรวาลภายนอกกับจักรวาลภายในให้พบกันได้ จึงไมมี วิถีชีวิต
 
และ การดำ ารงอยู ของชีวิตประจำ าวัน ฉะนันคุณจะเห็นได้วา ตราบใดท่ี ไมมี ตัวใจ หรือ
ความรู  ้สึกตั  วละก็ การรับผัสสะจะไมมี จักรวาลจึงดับวูบลงทันที
 
คุณเห็นหรือยังวา การพูดวา มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นศูนย์กลางจักรวาลของตนเองนัน
 
 ไมใชเป็นเร่ืองผิดหลักเหตุผลแตอยางใดเลย ถึงแม้จะเป็นการสรุปท่ี โลกแหงวิทยาศาสตร์ไม
 
ยอมรับก็ตาม ดิฉันก็ ไมคิดว าสำ าคัญ เพราะบทสรุปของนักดาราศาสตร์ท่ีเน่ืองกับจักรวาลในบัดนี
 
ยังเป็นความจริงในระดับสัมพัทธ์เทานัน ไมใชความจริงสุดยอดในระดับอันติมะ
ultimate
 ใน
 
อนาคต หากการเดินทางอวกาศทำ าได้ง ายขึ  นแล้ ว มีเคร่ืองมือท่ีก้ าวหน้ าและฉลาดมากกว ายุคสมัย
 
ร ค  นัดาราศาสตร์เก่  ียวกับโลกและจักรวาลท่ีเราอยู นีอาจจะต้องเขียนใหมหมดก็เป็นได้เหมือนความรู  ้
1
รูป รส กลิ ่น เสียง สัมผัส คือความหมายของคำาวา รูป ของพระพุทธเจ้า รูปที ่มักใช้ควบคู ไปกับนาม หรือ รูปที ่ เป็นสวนหนึ ่งของขันธ์ ๕ นามในที ่นี คือ จิต ความคิด ความจำา ความรู ้สึก และ ใจ ความรู ้สึกตัว ซึ ่งเป็นนามขันธ์  ทั ง ๔ ขันธ์๕ จึงรวมเรื ่องชีวิตและจักรวาลทั งฝายรูปและนามไว้ทั งหมด
2
 
ขอให้อ่านเรื องขันธ์๕ หน้
.........
ในบทที สองของหนังสือเล่มนี  
41
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...