ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ
โดย
ศุภวรรณ พิ พัฒพรรณวงศ์กรีน
เน้ือหาของหนังสือเล่มนีเ้ ป็นความพยายามของผู เขียนท ี จะเชือมโยงความรู ทาง
วิทยาศาสตร์ของไอน์สไตน์กับภูมิปัญญาทางธรรมอันเป็นผลจากการตรัสรู ของพระพุทธเจา ผู
เขียนมีเหตุผลที จะเชือว่า ไม่ ว่าจะเป็นคำ าถามเรืองจุดคงท ีของจักรวาล
(The absolute rulingpoint in nature)
ท ีอัลเบริต์ ไอน์สไตน์ไดถามเป็นท่านแรกและตองการคนใหพบอันเป็นตน
เหตุท ีนำ าไปสู ่บทสรุปของทฤษฎีสัมพัทธภาพ
(The Theory of Relativity)
หรือ ทฤษฎี
สรรพสิง
(The Theory of Everything)
ที ไอน์สไตน์ ไดทุ ่มเทชีวิตในช่วง ๓๐ ปีสุดทายเพือ
หาคำ าตอบ
,
คำ าถามทีครอบจักรวาลของไอน์สไตน์เหล่ านีล้ วนชีไ้ ปสู ่ความหมายเดียวกันคือ ไอน์ส
ไตน์ตองการคนหาสภาวะสั จธรรมอันสูงสุดทีมีอยู ่ ในธรรมชาตินัน เอง ซึง
คำ าตอบทีเป็นอมตะนี พ ้ ร ะ พุทธเจาไดทรงคนพบแ
นิพพาน หรือ การหมดทุกข์อย่ างสิน้ เชิง
“
จุดเด่นและจุดสำ าคัญยิงของหนังสือเล่มนีอ้ ยู ่ทีตัวผู เขียนทีกลายืนยันว่า สัจธรรมอัน
”
สูงสุดในธรรมชาติมีอยู ่ รวมทัง้ กลาประกาศใหผู อ่านรู ว่า เธอรู แน่ชัดแลวว่าสัจธรรมอันสูงสุด
หรือสภาวะพระนิพพานคืออะไร เป็นอย่ างไร จึงทำ าใหเธอสามารถตัง้ ศัพท์ ใหม่เพือใหเหมาะสมกับ
ยุคสมัยและเพือคนยุคใหม่สามารถเขาถึงสัจธรรมไดง่ายขึ ้น อันคือ ผัสสะบริสุทธิ แ ละทีนีเดี ๋ยว
นี ก ้ ารประกาศตนเป็นผู รู สภาวะสัจธรรมของผู เขียนนีเ้องต
missing link
ก็สามารถถูกวางลง ก่อใหเกิดภาพชัดเจนของชีวิตทีเชือมโยงกับจักรวาลทัง้ หมด
ได และก่อใหเกิดการประสานเชือมต่อระหว่างภูมิปัญญาทางโลก โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์กับ
ภูมิปัญญาทางศาสนาทีเกียวเนืองกับเรืองราวของชีวิต การเกิดแก่เจ็บตาย
(
บทที ๑
)
เน้ือหาของ
หนังสือเล่มนีจ้ ึงตัง้ อยู ่บนรากฐานทีผู เขียนอางว่ าเธอรู สัจธรรมอันสูงสุด ซึงเธอไดอธิบายสภาวะ
“ ”
สัจธรรมในฐานะทีเป็น ท ีนี เดี ๋ยวนี้
(
บทที ๖
)
โดยใชขอเปรียบเทียบของรถไฟสองขบวนที วิง
พรอมกัน
เน้ือหาในบทที ๒
,
๓
,
๔ ของหนังสือเล่มนีค้ ือ การวิเคราะห์หัวขอและคำ าถามท ีมักถาม
กันบ่อยอันเกียวของกับเรืองชี วิต และ จักรวาล เช่น ตั วจริงของเราคืออะไร อยู ่ที ไหน จิตใจทีเป็น
ปกติคืออะไร และ พรมแดนสุดทายของจักรวาลอยู ่ที ไหน ซึงผู เขียนไดพยายามประสานและ
ขมวดหั วขอทีดูเหมือนแตกต่างกันมากเหล่ านีเ้ขาสู ่เรืองสัจธรรมอันสูงสุด หรือ พระนิพพาน ซึง
เป็นเรืองเดียวกับจุดคงทีของจักรวาล อันเป็นเน้ือหาส่วนที จะช่วยใหผู อ่ านสามารถมองพระพุทธ
ศาสนาว่าเป็นเรืองใกลตัวเองมากกว่าเป็นเรืองไกลสุดกู ่ และมองใหม่ว่า พระนิพพานไม่ใช่เป็น
ทางเลือก แต่เป็นเรืองท ีทุกคนตองไปใหถึง เพราะ การไม่รู จักพระนิพพานก็คือการไม่รู จักตัวเอง
คือการไม่รู จักความปกติทีแทจริงของจิตใจตัวเอง และคือการไม่รู ว่าท ี จริงแล ว มนุษย์ทุกคนลวน
เป็นศูนย์กลางของจักรวาลของตนเอง
จุดเด่นอีกขอหนึงของหนังสือเล่มนีค้ ือ ผู เขียนไดพยายามช่วยเหลือปัญญาชนทีบูชาการ
ใชความคิดใหรู จักจุดยืนของตนเองทีเนืองกับจักรวาล โดยแยกแยะใหเห็นอย่างชัดเจนถึงความ
แตกระหว่างวิธีการหาความรู ทางโลกท ียังอิงกับความมืดบอดของอวิชชากับความรู ทางธรรมที จะ
ช่ วยใหรู จักตนเองอย่ างแท จริงอันเป็นเน้ือหาของบทที๔ และ ๕
Leave a Comment