• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
Download
 
 1 
⌫ 
 

 
1.1
ความหมายของศาสนา
 
“ 
ที ่ใดมีสังคม
 
ที ่นั ่นมีศาสนา
” 
 
เปนคําพูดที ่แสดงใหเห็นวาศาสนามีความจําเปนตอสังคมและเปนประโยชนตอสังคม
 
ศาสนาเปนความตองการอยางหนึ ่งของมนุษยทั ้งที ่เปนสวนบุคคลและที ่รวมตัวเปนสังคม
 
หมู มนุษยไมวาชาติใด
 
ภาษาใด
 
 ไมวาชาวบาน
 
ชาวปา
 
ชาวเขา
 
สังคมเหลานี ้
 
ตองอาศัยวัตถุจําเปนตอการดํารงชีวิตเปนปจจัย
4
อยางคือ
 
อาหาร
 
เครื ่องนุ งหม
 
ยารักษาโรคและที ่อยู อาศัย
 
จึงจะเปนอยู ได
 
แตสังคมเหลานี ้จะอยู ดวยดี ไม ไดถาไมมีศาสนา
 
อันเปนหลักการดําเนินชีวิตใหถูกทางคือถูกตามหลักธรรมของสังคมที ่ ปราศจากอันตราย
 
 โดยยึดหลักขางตนนี ้
 
นักปราชญจึงแยกความตองการของมนุษยออกไปหลายอยาง
 
เมื ่อสรุปสวนสําคัญมี
3
อยางคื
0
1
 1.
 
ความตองการทางรางกาย
(Physical Needs)
 ไดแกความตองการปจจั
4
คือความตองการทางเศรษฐกิ
 2.
 
ความตองการทางสังคม
(Social Needs)
คือความปรารถนาสรางหลักฐานทางครอบครัว
 
หลักฐานในหมู คณะ
 
 ในชาติ
 
และกวางออกไปถึงความตองการผูกพันระหวางชาติ
 3.
 
ความตองการทางจิตใจ
 
หรือทางศาสนา
(Spiritual Needs)
 ไดแกความจําเปนตองมีศี
 
คือการละความชั ่
 
และมีธรรมคือการประพฤติดี
 
อันเปนรากฐานของกิจการทั ้งปวง
 
ความตองการทางศาสนา
 
ขอสุดทาย
 
คือรากฐานเครื ่องรองรับความตองการทั ้งสองอยางขางตน
 
รางกายจะดี
 
ตองการปจจั
4
เปนเครื ่องบํารุงฉันใด
 
สังคมในชาติและระหวางชาติจะมั ่นคงถาวรอยู ได
 
ตองประกอบดวยศีลและธรรม
 
จะละทิ ้งศีลธรรมคือศาสนาไมไดเชนเดียวกัน
 
เรื ่องของบุคคลแตละคน
 
เรื ่องของสังคมแตละหมู 
 
ประวัติศาสตรของแตละชาติ
 
ที ่พินาศลมจมไปอยางนาเสียดายนั ้น
 
เพราะคนในสังคมนั ้น
 
 
เห็นว
 
ศาสนาไม ใชปจจัยจําเปนสําหรับตน
 
มนุษยเปนสัตวประเสริ
 
เมื ่อเทียบกับสัตวดิรัจฉาน
 
สังคมของมนุษยสูงกวาสังคมของสัตว
 
แตทั ้งๆ
 
ที ่สูงกวา
 
ประเสริฐกวาสังคมของสัตว
 
สังคมมนุษยก็ยังมีแบงแยกออกไปตามความสูงต่ ําแหงความเปนอยู 
 
 ในระหวางกันและกันอีก
 
เราเรียกคนบางหมู บางถิ ่นว
 
คนป
 
เราเรียกคนบางหมู วา
 
คนเถื ่อน
 
และเรียกคนบางคณะว
 
คนเมือง
 
คือพวกที ่มีความเจริ
 
คนทั ้งสามพวกนี ้
 
แมจะมีความเปนอยู ผิดแผกแตกตางกันอยางไร
 
จะดีเลวสูงต่ ํากวากันอยางไร
 
ทุกหมู คณะจําเปนตองมีเครื ่องผูกพันทางสังคมของตน
 
เครื ่องผูกพันที ่กลาวนี ้คือ ศาสนานั ่นเอง
 
1
 
เสฐียร
 
พันธรังษี
,
ศาสนาเปรียบเทียบ
, (
กรุงเทพฯ
:
แพรพิทยา
, 2527)
หน
3-4.
 
 2 
จึงมีคําถามขึ ้นวา
 
ศาสนาคืออะไร
?
ทําไมจึงมีความจําเปนตอสังคม
?
เราควรทําความเขาใจกับคํ ว
ศาสนา
ซึ ่งมีการนิยามกันไวมากมายตามลักษณะของศาสนา
 
ตองตกลงกันเสียกอนวา
 
จะเอากันแค ไหน
 
จะพูดกันถึงศาสนาไหน
 
หรือจะพูดรวมกันไปไมวาศาสนาใด
 
 ในที ่นี ้ผู บรรยายจะขอแยกความหมายเปน
 2
ทัศนะ
 
ดังนี ้
 
1)
ทัศนะศาสนาทางตะวันตก
 
 ในทางตะวันตก
 
 ใชศัพทว
“Religion”
ซึ ่งเราแปลเปนภาษาไทยว
ศาสนา
นั ้นเปนคําแปล ที ่ ไมตรงกับความหมายของคําว
“Religion”
และคํานี ้นักปราชญชาวตะวันตกไดอธิบายวามาจากศัพทตอไปนี ้
1
2
 1)
 
ซิเซโร
(Cicero)
อธิบายวามาจากศัพทว
Relegere
แปลว
ปฏิบัติอยางระมัดระวั
2)
 
เซนท
 
ออกุสติน
(St. Augustine)
อธิบายวามาจากศัพท
Religere
แปลวา
การกลับคืนไปสู พระเจ
3)
 
แลคตันติตุ
(Lactantius)
อธิบายวามาจากศัพท
Religare
แปลว
ผูกพันรวมกั
ความหมายศาสนาในทัศนะของฝายตะวันตกนี ้
 
เปนการใหความหมายศาสนาแบบเทวนิยม
 
เปนความสัมพันธ
(
ทางวิญญาณ
)
ระหวางมนุษยกับพระเจา
 
หรือเปนความสัมพันธโดยศรัทธาระหวางมนุษยกับพระเจ
 
หาใชมีความหมายว
 
ศาสนา
 
ตามนัยแห
 
คําว
 
พุทธศาสนา
 
 ไม
 
ดังนั ้น
 
จึงสรุปความไดวา
Religion
ของฝายตะวันตก
 
คือขอปฏิบัติซึ ่งแสดงออกมาใหปรากฏเปนกิริยาอาการของผู เลื ่อมใส
 
หรือเกรงกลัวตออํานาจอันมีอยู เหนือตนไดแกพระเจา
 
ผู มีพระเดชปกคลุมอยู ทั ่วไป
 
ซึ ่งจะบอกใหผู เลื ่อมใสรู ไดดวยปญญาของตนเอง
 
วาพระเจาหรืออํานาจที ่อยู เหนือตนนั ้น
 
มีรูปรางอยางหนึ ่งอยางใด
 
 ในฐานะพระองคเปนผู สราง
 
เปนผู กําหนดวิถีของมนุษย
 
กลาวโดยสรุปก็คือการมอบศรัทธาบูชาพระเจาผู มีอํานาจอยู เหนือตนดวยความเคารพยําเกรง
 
ศาสนาตามความเขาใจของชาวตะวันตก
 
จึงมีลักษณะเปน
 4
ประการคื
2
3
 1)
 
มีหลักการเชื ่อวาพระเจาเปนผู สรางโลก
 
และสรรพสิ ่งในโลก
 2)
 
มีหลักความเชื ่อว
 
คําสอนตางๆ
 
มาจากพระเจ
 
ทั ้งที ่เปนสวนธรรมจรรยาและกฎหมาย  ในสังคม
 3)
 
มีหลักความเชื ่อบางอยางเปนอจินไตย
 
 ใหเชื ่อไปตามคําสอนโดยไมคํานึงถึงขอพิสูจนตามหลักวิทยาศาสตร
 
แตอาศัยอานุภาพของเทพเจาผู อยู เหนือตนเปนเกณฑ
 4)
 
มีหลักการยอมมอบตน
 
มอบการกระทําของตนและสิ ่งอื ่นใดที ่เกี ่ยวของกับตนใหแกพระ เจาดวยความจงรักภักดี
 
 โดยไมตองมีขอโตแย
 
Religion
 
ตามความหมายของทางตะวันตกนี ้
 
มีอยู ในศาสนาที ่สําคัญของโลกหลายศาสนาดวยกัน
 
เชน
 
ศาสนาพราหมณ
 
ศาสนาคริสต
 
และศาสนาอิสลาม
 
ศาสนาเหลานี ้ตั ้งตนคําสอนวามีพระเจาเปนผู สราง
 
2
 
นวม
 
สงวนทรัพย
,
สังคมวิทยาศาสนา
,(
กรุงเทพฯ
:
 โอ
 
เอส
 
พริ ้นติ ้
 
เฮาส
,2537)
หน
11.
3
 
เสถียร
 
พันธรังษี
,
เรื ่องเดียวกั
,
หน
8.
 
 3 
 โลก
 
สรางมนุษย
 
สรรพสัตวและสรรพสิ ่งอันเปนธรรมชาติที ่เกี ่ยวของกับชีวิตนั ้น
 
เชน
 
ดวงอาทิตย
 
ดวงจันทร
 
ดวงดาว
 
หลักในศาสนาเหลานี ้อางว
 
คําสอนอันเปนจริยธรรมในศาสนาตลอดจนถึงกฎหมายขอบังคับตางๆ
 
 ในสังคมนั ้นเลาก็มาจากอํานาจของพระเจาทั ้งสิ ้น
 
และโดยเหตุที ่มนุษยทั ้งสิ ้นเกิดขึ ้นดวยอํานาจการสรางของ พระเจา
 
จึงสอนสูงขึ ้นไปวา
 
เมื ่อดวงวิญญาณของมนุษยออกมาจากพระเจานั ้
 
เมื ่อดับชีพลง
 
ดวงวิญญาณจะกลับเขาไปรวมอยู กับพระเจานั ้
 
คําสอนอันใดที ่มีอยู 
 
มนุษยตองเชื ่อตองฟงตองปฏิบัติตามคําสอนมีไวอยางไร
 
ตองปฏิบัติ ไปตามนั ้
 
ตองมอบกายถวายตัวใหแกพระเจานั ้นโดยสิ ้นเชิ
 
ความดีความชั ่วใดๆ
 
ที ่ปฏิบัติไป
 
พระเจาจะเปนผู ตัดสินใหวาควรจะไดรับรางวัลแหงความดีนั ้นอยางไร
 
และรับโทษจากความชั ่วนั ้นอยางไร
 
 ในศาสนาพราหมณ
 
ศาสนาคริสต
 
และศาสนาอิสลาม
 
มีหลักแหงการเชื ่อถื
 
หลักแหงความจงรักภักดี
 
ดังกลาวมา โดยนัยคลายคลึงกัน
 
และโดยนัยแหงการปฏิบัติอันนี ้เอง
 
คือการปฏิบัติที ่เปนไปตามความหมายของคําวา
 “Religion”
 ในภาษาตะวันตกที ่เราเอามาแปลกันว
ศาสนา
2)
ทัศนะศาสนาทางตะวันออก
 
 ในฝ งทางตะวันออก
 
ทัศนะคําว
ศาสนา
ของศาสนาที ่เปนประเภทเทวนิยม
 
เช
 
ศาสนาอิสลาม
 
ศาสนาพราหมณ
 
จะมีความหมายเชนเดียวกับทัศนะทางตะวันตก
 
เพราะเปนศาสนาแบบเทวนิยมเหมือนกั
 
แตศาสนาประเภทอเทวนิยม
 
ซึ ่งไมมีความเชื ่อเรื ่องพระเจานั ้น
 
จะมีความหมายที ่แตกตางออกไป
 
เช
 
พระพุทธศาสนา
 
ดังนั ้นเมื ่อจะนิยามทัศนะ
ศาสนา
ตองแยกใหเห็นความแตกตางของความ เชื ่อของลักษณะศาสนาทั ้งสองดังกลาวเปนพื ้นฐานกอน
 
สําหรับทัศนะศาสนาในฝ งตะวันออก
 
ผู บรรยายขอนํานิยามตางๆ
 
มาประมวลใหเห็นดังนี ้
 1.
 
พจนานุกรม
 
ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
 
.
. 2525
 
 ใหคํานิยามไววา
ลัทธิความเชื ่อของมนุษยอันมีหลักแสดงกําเนิดและความสิ ้นสุดของโลกเปนตน
 
อันเปนไปในฝายปรมัตถประการหนึ ่ง
 
แสดงหลักธรรมเกี ่ยวกับบุญบาป
 
อันเปนไปในฝายศีลธรรมประการหนึ ่ง
 
พรอมทั ้งลัทธิพิธีที ่กระทําตามความเห็น
 
หรือตามคําสั ่งสอนในความเชื ่อถือนั ้
 
2.
 
พจนานุกรมพุทธศาสน
 
ฉบับประมวลศัพท
 
 ใหนิยามไววา
คําสอน
 
คําสั ่งสอน
 
ปจจุบันหมายถึงลัทธิความเชื ่ออยางหนึ ่งๆ
 
พรอมดวยหลักคําสอน
 
ลัทธิพิธี
 
องคการ
 
และกิจการทั ่วไปของหมู ชนผู นับถือลัทธิความเชื ่ออยางนั ้
 
 
ทั ้งหมด
4
 3.
 
พุทธทาสภิกขุ
 
 ใหนิยามไววา
ศาสนาเปนตัวทางปฏิบัติเพื ่อออกจากทุกข
 
การปฏิบัติเพื ่อเขาถึงศาสนาคือการปฏิบัติที ่ถูกตองตามหลักศาสนานั ่นเอง
 
เชนการปฏิบัติถูกตอง ตามกฎของธรรมชาติ
 
การปฏิบัติเพื ่อทําลายความเห็นแกตั
5
วิชาและระเบียบปฏิบัติสําหรับใหรู วาอะไรเปนอะไรแลวปฏิบัติตามเพื ่อใหรู ถึงสิ ่งทั ้งปวงตามความเปนจริ
6
 
4
 
พระเทพเวที
(
ประยุทธ
 
ปยุตโต
),
พจนานุกรมพุทธศาสน
 
ฉบับประมวลศัพท
, (
กรุงเทพฯ
:
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลั
,2536)
หน
291.
5
 
พุทธทาสภิกขุ
,
ธรรมโฆษณ
 
อรรถานุกรม
 
เล
1, (
กรุงเทพฯ
:
หจก
.
ภาพพิมพ
,2535),
หน
209.
6
 
พุทธทาสภิกขุ
,
คู มือมนุษย
, (
กรุงเทพฯ
:
ธรรมสภา
,2541)
หน
17.
of 00

Commenting has been disabled.