ดังนั ้น
เจาชายสิทธัตถะจึงทรงเลือกเพศสมณะแลวเสด็จออกผนวช
ใชเวลาประมาณ
๖
ป
ในการคิดคนวิเคราะหคําตอบของโจทกที ่ตั ้งไว
ในที ่สุด
ทรงพบวา
ปญหาชีวิตเรื ่องความแก
ความเจ็บ
และความตายของมนุษยนั ้น
มีความเชื ่อมโยงถึงกัน
การที ่มนุษยตองตายนั ้น
เพราะมีสภาวะรางกายตกอยู ในความเจ็บปวย
ที ่เกิดขึ ้นเมื ่อรางกายไดทรุดโทรมไปดวยเงื ่อนไขดาน
กาลเวลาและปจจัยอื ่น
ๆ
และความแกทรุดโทรมนี ้เกิดขึ ้นสืบเนื ่องมาจากการเกิด
หากมนุษยมีการเกิดขึ ้น
จึงหลีกเลี ่ยงไม ไดที ่จะตองแก
เจ็บ
และตายในที ่สุด
ดังนั ้น
หากมนุษยไมตองการแก
เจ็บ
และตายอีกตอไป
ตองไมเกิดอีก
ไมวาในภพภูมิ ไหน
ๆ
พระพุทธเจา
ทรงตรัสย้ ําเสมอวา
การเกิด
เปนความทุกข
ทั ้งในตัวของมันเองและเหตุปจจัยใหความทุกขอื ่นตามมาอีก
เชน
ความทุกขเพราะความแก
ความเจ็บ
ความตาย
ยิ ่งการเกิดขึ ้นบอยมากเทาไร
ชีวิตมนุษยมีความทุกขมากขึ ้นเทานั ้น
โดยเฉพาะอยางยิ ่ง
ชีวิตของมนุษยปุถุชนที ่ไมสํารวมในกามคุณทั ้งหลาย
ที ่ยังมีตัณหาอยู
อยางไรก็ตาม
ความเกิดเปนมนุษยและสัตว
ไม ใชเปนการเกิดขึ ้นลอย
ๆ
โดยไมมีเหตุ ไมมีปจจัย
และทรงคนพบวา
เหตุปจจัยที ่ทําใหเกิดชีวิตมนุษยและสัตวนั ้น
มีทั ้งเหตุปจจัยภายใน
และเหตุปจจัยภายนอกประกอบกันขึ ้น
เหตุปจจัยภายนอกนั ้น
ไดแก
การมีเพศสัมพันธทุกรูปแบบที ่ไมมีการปองกันการเกิดหรือ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร
ที ่นํากระบวนการธรรมชาติมาดําเนินการในหองทดลองโดยผาน
เครื ่องมือทางเทคโนโลยีสมัยใหมประกอบกับวิทยาการที ่พัฒนาขึ ้นหรือที ่เรียนรู กฎเกณฑของ
ธรรมชาติมากขึ ้น
เหตุปจจัยภายใน
ไดแก
กระแสความอยาก
ความใคร
ความกระสันทางกามารมณที ่อยู ในใจของมนุษย
ตลอดบุญกุศลที ่สะสมอบรมมาใหถือกําเนิดในมนุษย
ดวยเหตุปจจัยหลากหลายดังกลาว
การเกิดเปนมนุษย
จึงเปนเรื ่องยาก
อยางไรก็ตาม
การเกิดเปนมนุษย
แมเปนเรื ่องยาก
ก็จริง
แตเมื ่อเกิดเปนมนุษยแลว
การจะไมเกิดในภพอื ่นอีกตอไป
ยิ ่งยากกวา
เพราะการไมเกิดอีกตอไปนั ้น
จะตองควบคุม
ขจัด
ขัดเกลาเหตุปจจัยทั ้งภายนอกและภายในดังกลาวไปพรอม
ๆ
กัน
การควบคุมปองกันเหตุปจจัยภายนอกนั ้น
สามารถทําไดทั ้งวิธีการตามธรรมชาติ
และวิธีการทางเทคโนโลยีการแพทยสมัยใหมมีการพัฒนาขึ ้นตามลําดับ
แตกระนั ้นก็ตาม
วิธีการที ่วานี ้ยังไมปลอดภัยรอยเปอรเซ็นต
และตองใชตนทุนทางวัตถุสูง
อาจตองเสียทั ้งเงินจํานวนมากและความรู สึก
ตลอดจนผลกระทบดานรางกาย
โดยเฉพาะอยางยิ ่ง
หากใชวิธีการนี ้เปนผลสําเร็จจริง
คือ
ไมมีการเกิดขึ ้นของมนุษย
แตผลสัมฤทธิ ์ที ่วานี ้
เปนเพียงวิธีการทําไมใหคนอื ่นเกิดขึ ้นเทานั ้น
ไมไดทําใหมนุษยผู เกิดมาแลวหมดสาเหตุแหงการเกิดตอไปแตประการใด
วิธีการทางวิทยาศาสตรจึงปองกันไดเฉพาะการเกิดของผู อื ่นเทานั ้น
ไมไดปองกันการเกิดของตนเอง
แตเปาหมายสูงสุดของพุทธปรัชญามิไดประสงคเพียงการไมใหผู อื ่นเทานั ้น
แตเปาหมายที ่แทจริงคือ
การทําใหตนเองไมตองเวียนวายตายเกิดในสังสารวัฏอีกตอไปดวย
การจะทําใหบรรลุเปาหมายดังกลาวนี ้
ไมมีใคร
Leave a Comment