บทความสั ้น ดูกลุ ่มคำาที สำาคัญดังนี ้
1.
ถามประโยคสำาคัญดูคำาต่อไปนี ้
ทำให้ปรกฏ เกิดขึ น เกิดจก บรรลุผล สำเร็จตมเปหมย แต่
หรือคำาที มีความหมายใกลเคียงกับคำาเหล่านี ้
(
ทำาให
+
ประโยคสำาคัญ
)
กรณีที บทความสั ้นมีคำากริยาสำาคัญอยู ่หลายคำาที ซำ ้ากันใหดูกริยาตัวสุดทาย เช่นถามีคำาว่าทำาใหอยู ่หลายตัว ใหดูคำาว่าทำาให
ตัวสุดทาย
(
ถาในบทความมีคำาว่า “เพราะ” มากกว่าหนึ งคำาใหดูคำาว่า “เพราะ” ตัวแรก ถามีคำาว่า “ทำาให” หรือกริยาสำาคัญตามขอ
1
นี ้ใหดูคำาว่า
”ทำาให” หรือ กริยาสำาคัญ ตัวสุดทาย ถามีคำาว่า ”เพราะ” และคำาว่า “ทำาให” อยู ่ ในบทความเดียวกันใหดูคำาว่า “ทำาให” หลังคำาพวกนี ้คือคำาตอบ
2.
ถามจุดประสงค์ของบทความดูคำาต่อไปนี ้
เพื อ สำหรับ
(
เพื อ
+
จุดประสงค์
)
คำาว่า
เพี อ หรือ สำาหรับ ถาอยู ่ทายประโยคจะ
สำาคัญ และสามารถนำาประโยคที อยู ่ทายคำาว่าเพื อมาตอบได
3.
เปลี ยน เปลี ยนเปน แทน กลย กลยเปน แทนที
ใหความหมายถึงการเปลี ยนแปลงจากสิ งหนึ งสู ่สิ งหนึ ง ถากลุ ่มคำานี ้อยู ่ใน
บทความ ในขอเลือกที ถูกตองจะมีคำากลุ ่มนี ้ดวยและคำานามสำาคัญจะอยู ่หลังคำากลุ ่มนี ้การตอบใหมีคำานามตัวนี ้ดวยเช่นกัน
4.
ถาในบทความมีคำาว่าจำาเป็นหรือคำาว่าไม่จำาเป็น ขอที ถูกอาจบอกว่าจำาเป็นหรือไม่จำาเป็นก ไดรวมทั ้งคำาว่า
เหนดวยหรือไม่เหนดวย ขอที ถูกจะมีคำาว่าเหนดวยหรือไม่เหนดวย
5.
ถ้ หก
ใหความหมายเป็นประโยคเงื อนไข
(
ถา
+
ประโยคเงื อนไข
)
พิจารณาขอเลือกมีคำากลุ ่มนี ้หรือไม่
-
ไม่มีคำากลุ ่มนี ้ถือว่าขอความนั ้นเป็นเพียงส่วนขยายใหตัดออก
-
มีคำากลุ ่มนี ้การตอบใหเนนเงื อนไขในบทความ
-
ถามีคำาว่า “ ถา “ “ หาก” อยู ่ในบทความ ถาในขอเลือกมีคำาพวกนี ้อยู ่ดวยใหตอบขอนั ้นไดเลย แต่ถาไม่มีคำาว่า “ถา “
“หาก” อยู ่ในบทความแต่ในขอเลือกมีขอเลือกนั ้นผิดทันที
6.
น้อยกว่ มกกว่ ตำ กว่ สูงกว่
(
กลุ ่มคำาแสดงการเปรียบเทียบขั ้นกว่า
)
ถากลุ ่มคำานี ้อยู ่ในบทความ ในขอเลือกที ถูกตองจะมี
คำากลุ ่มนี ้ดวย หากมีคำาเปรียบเทียบมากกว่า
1
ขอเลือก พิจารณาว่าบทความเป็นการเปรียบเทียบเรื องใด และจะตองเป็นเรื อง
เดียวกับขอเลือกที ถูกตอง หากไม่มีในบทความแต่ในขอเลือกมีขอนั ้นผิดทันที
7.
ทั งหมด ทั งสิ น สิ งแรก สิ งเดียว อันเดียว เท่นั น ที สุด ยกเว้น นอกจก เว้นแต่
(
กลุ ่มคำาที เพื อตองการเนนปริมาณทั ้งหมด
)
หากบทความมีคำากลุ ่มนี ้ในตัวเลือกที ถูกตองจะตองมีคำากลุ ่มนี ้เช่นเดียวกัน หากบทความไม่มีคำากลุ ่มนี ้แต่ในขอเลือกกลับมีคำา
กลุ ่มนี ้ถือว่าขอเลือกนั ้นผิดทันที
(
อย่าตอบขอเลือกที เนนเจาะจง ถาในบทความไม่มีเช่น ที สุด เฉพาะ เท่านั ้น
8.
เพระ เนื องจก
(
เพราะ
+
ประโยคเหตุผล
)
เนนการเปลี ยนประโยคจากเพราะ เนื องจาก เป็นประโยคทำาใหขอสอบเนนการ
ตอบประโยคสาเหตุ
+
นามสำาคัญ
(
ประธาน
)
ถาบทความมีความว่าเพราะอยู ่หลายที ใหดูคำาว่าเพราะตัวที หนึ ง ถาบทความมีคำา
ว่าเพราะและกริยาสำาคัญเช่นคำาว่าทำาใหใหดูที คำาว่าทำาให
9.
ตระหนัก คำนึง
(
ตระหนัก
+
ถึง คำานึง
+
ถึง
)
นามที อยู ่ขางหลังตระหนัก
+
ถึง จะตองเป็นนามสำาคัญรองจากประธาน และคำา
นามนี ้จะตองอยู ่ในขอเลือกที ถูกตอง
10.
แต่ทั ้ง ๆ ที อย่างไรกตาม แม…
..
แต่ไม่……
.
แต่
(
แต่
+
ประโยคขัดแยง
)
ถาเป็นบทความสั ้น แต่
+
ประโยคสำาคัญ ถาเป็น
บทความยาว แต่
+
ใกลประโยคสำาคัญ
11.
ถามหาทรรศนะผู เขียน ดูคำาว่า
ควร ควรจะ อจ อจจะ น่ น่จะ คิด คิดว่ คด คดว่
เชื อว่ แนะ เสนอ ศักยภพ เสนอแนะ แนะนำ ควมสมรถ
ใชกับขอสอบที ถามว่า ผู เขียนคิดอย่างไร จุดประสงค์ของผู
เขียน เปาหมายของผู เขียน จุดประสงค์ของบทความ ความตองการของผู เขียน กลุ ่มคำาทรรศนะส่วนมากจะวางไวทาย
บทความ ทายคำากลุ ่มนี ้
+
ประเดนสำาคัญ
12.
เปรียบเสมือน เปรียบเหมือน เสมือน ดุจ ประดุจว่
(
กลุ ่มคำาแสดงการเปรียบ อุปมา อุปมัย
)
ขอสอบจะเนนบทความเชิงเปรียบ
เทียบอุปมา อุปมัย เช่นเปรียบเทียบเปลือกไมกับชนบท ในการตอบใหเอาส่วนทายของบทความมาเป็นจุดเนน
Leave a Comment