• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
Download
 
เวทนานุป
บทที ่
 
๑๐
:
เวทนานุปสสนา
พุทธพจน
ดูกรภิกษุทั ้งหลาย
 
ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู อยางไรเล
 
ภิกษุ ในธรรมวินัยนี ้
-
 
เสวยสุขเวทนาอยู ก็รู  ชัดวาเราเสวยสุขเวทนา
-
 
เสวยทุกขเวทนาก็รู  ชัดวาเราเสวยทุกขเวทนา
-
 
เสวยอทุกขมสุขเวทนาก็รู  ชัดวาเราเสวยอทุกขมสุขเวทนา
-
 
เสวยสุขเวทนามีอามิสก็รู  ชัดวาเราเสวยสุขเวทนามีอามิ
 
หรือเสวยสุขเวทนาไมมีอามิ ก็รู  ชัดว
 
เราเสวยสุขเวทนาไมมีอามิ
-
 
เสวยทุกขเวทนามีอามิสก็รู  ชัดวาเราเสวยทุกขเวทนามีอามิ
 
หรือเสวยทุกขเวทนาไมมี อามิสก็รู  ชัดวาเราเสวยทุกขเวทนาไมมีอามิ
-
 
เสวยอทุกขมสุขเวทนามีอามิสก็รู  ชัดวาเราเสวยอทุกขมสุขเวทนามีอามิ
 
หรือเสวยอทุขมสุขเวทนาไมมีอามิสก็รู  ชัดวาเราเสวยอทุกขมสุขเวทนาไมมีอามิ
 
ดังพรรณนามาฉะนี ้
 
ภิกษุยอม
 
-
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายในบาง
 
-
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายนอกบาง
 
-
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั ้งภายในทั ้งภายนอกบาง
 
-
พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ ้นในเวทนาบาง
 
-
พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื ่อมในเวทนาบาง
 
-
พิจารณาเห็นธรรมคือทั ้งความเกิดขึ ้นทั ้งความเสื ่อมในเวทนาบาง
 
เธอยอมเปนอยู อีกอยางหนึ ่
 
คือเขาไปตั ้งสติวาเวทนามี
 
ก็เพียงสักวาเอาไวรู  
 
เพียงสักวาเอา  ไวอาศัยระลึกเทานั ้
 
เธอเปนผู   ไมถูกตัณหาและทิ ฐิเขาสิงสู 
 
และไมถือมั ่นอะไรๆในโลก
 
ดูกรภิกษุทั ้งหลาย
 
ดวยการปฏิบัติอยางนี ้แล
 
ภิกษุชื ่อวาพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู เสมอ
 
จบเวทนานุปสสนา
 
 
เวทนานุป
 
เมื ่อผานหมวดกายานุปสสนามาอยางสมบูรณ
 
หรือครึ ่งหนึ ่
 
หรืออยางนอยที ่สุดบรรพเดียว
 
เชนอานาปานบรรพ
 
สิ ่งที ่เปนผลอันคาดหวังไดอยางมากคือความปลอยวางกาย
 
ผลที ่คาดหวังไดเปนอยาง นอยคือเริ ่มมีสติรู เขามาในขอบเขตของกายบางแล
 
มหาสติปฏฐานสูตรมี ไวเขี ่ยผงในตาออกเปนชั ้นๆ
 
เปาหมายคือพนทุกข
 
นโยบายหลักคือเห็นกายใจ เปนไตรลักษณ
 
ผานมาถึงขั ้นนี ้ก็เทากับพนทุกขเพราะกายไดแลวระดับหนึ ่
 
กลาวคือสําหรับผู เพียร ฝกเต็มอัตรา
 
จะพบวาปฏิกูลมนสิการบรรพทําใหจิตถอยหางจากความยินดี ในกาย
 
ธาตุมนสิการบรรพทําใหจิตถอนจากความยึดมั ่นถือมั ่นวากายนี ้เปนตัวเปนตน
 
นวสีวถิกาบรรพทําใหความรู สึกว มีเราอยู ยั ้งยืนยงหดหายสลายเลือน
 
แมกระนั ้
 
เมื ่อสํารวจเขามาจริงๆจังๆ
 
ก็จะพบวายังรู สึ
มีเรา
อยู
 
นั ่นแสดงใหเห็นวาจิตไม ไดจั ยึดเพียงกาย
 
แตยังฝงใจลึกลงมาในระดับความรู สึกนึกคิ
 
 โดยเฉพาะอยางยิ ่งความหลงเขาใจว
จิ
เปนตัวเปนตนแทจริ
ของเรา
นั ้
 
คือดานสําคัญสุดยอดที ่จะตองละวางให ได
 
ละไดเด็ดขาดเมื ่อใดก็เรียกวาชําแรกผาน
ความไมรู 
ขั ้นสุดยอดสําเร็
 
เมื ่อวาถึงเรื ่องการตั ้งสติเฝาดูจิตใจอันเปนนามธรรม
 
ตองนับวายากกวากาย
 
เพราะถาเปนกายนั ้นเรา สามารถแยกแยะไดแจมชัดวาขณะนี ้กําลังหายใจออกหรือหายใจเข
 
หากปรารถนาที ่ตั ้งของสติ เพียงระลึกเหมือนถามตนเองอยางตอเนื ่องวาหายใจออกหรือเขาอยู 
 
ก็นับวาเริ ่มไดกายเปนฐานที ่มั ่ อยางถูกตองแล
 
แตถาจะเอาสติมารู ความเปนจิตเปนใจเล
 
แง ไหนมุมใดของจิตใจที ่ควรยกมาเปนฐานแรกของสติ
?
ตรงนี ้ ไม ใชวิสัยที ่ ใครจะบอกไดดีกวาพระพุทธเจ
 
พระองคมีความสามารถในการทําของลึกใหตื ้ ทําของยากใหงาย
 
กับทั ้งวางลําดับปฏิบัติ ไลจากตนไปหาปลายไดเหมือนใหบันไดเปนขั ้นๆแกผู  ตองการขึ ้นถึงยอดเขา
 
 โดยไมตองปายปนเอง
 
 ไมตองเล็งหามุมสะดวกแบบเสี ่ยงเดาวาถูกหรือผิ
 
นามธรรมในเราที ่พระผู มีพระภาคตรัสแนะใหดูเขามา
 
เพื ่อแกะความยึดมั ่นถือมั ่นออกเปนชั ้นแรกนั ้ ก็คื
เวทนา
อันเปนที ่มาของ
เวทนานุปสสนา
หมายถึงการเฝารู 
 
เฝาพิจารณาเวทนาโดยสักแต เปนภาวะเกิดดั
 
 ไมเที ่ยง
 
 ไม ใชบุคคล
 
ตัวตนเราเขา
 
เมื ่อศึกษาอยางดี
 
จะพบวาถ
ดูเป
แล
 
เราอาจใชเวทนานุปสสนาเปนบันไดขั ้นตอจากกายานุ ปสสนาก็ ได
 
หรือเปนจุดเริ ่มตนของสติปฏฐาน
 
 
ก็ ได
 
หรือจะรู ควบคู กันกับหมวดอื ่นๆของสติป
 
เวทนานุปฐาน
 
 
ก็ ได
 
เพราะทุกหมวดและทุกบรรพของมหาสติปฏฐานสูตรก็กลาวถึงการตั ้งสติรู อยู  ใน ขอบเขตของกายใจนี ้เหมือนกันทั ้งหมดทั ้งสิ ้
 
นิยามของอามิสและเวทนา
 
อามิสคือเครื ่องลอใจ
 
หรือเหยื ่
 
 โดยทั ่วไปมักพูดรวมเปนเหยื ่อลอใจหรือเหยื ่อลอเฉยๆ
 
ตามคํเปรียบของพระพุทธองค ในนิวาปสูตร
 
พระสุตตันตปฎกเล
 
 
วาพรานยอมลอฝูงเนื ้อดวยเหยื ่
 
เชปลูกหญาลอใจก็มิ ไดคิดสงเคราะหหรือทําบุญทําทานแตอยางใด
 
พอฝูงเนื ้อกินหญาอยางเมามันก็ลื ตั
 
จะกระทําสิ ่งใดกับฝูงเนื ้อยอมสะดวก
 
บางครั ้งจะใชคําว
 โลกามิ
” (
 โลก
+
อามิ
)
แทนคําวอามิสเฉยๆ
 
เพราะจะมุ งหมายถึงกามคุ
 
 
 ไดชัดเจน
 
คือกลาววารู
 
เสียง
 
กลิ ่
 
รส
 
สัมผัส
 
ลวนเปเหยื ่อลอใหจิตติดหลง
 
และเวียนวายอยู  ในวังวนทุกข ไมสิ ้นสุ
 
พระพุทธองคเปรียบผู  ไมติดเหยื ่อล วายอมพนจากการถูกลอมจับได
 
สวนเวทนาคื
ความเสวยอารมณ
หรือพูดใหงายเปนภาษาชาวบานคื
ความรู สึ
นั ่นเอง
 
 ไทยเราเอาคําว
เวทนา
มาใช ในความหมายวาเจ็บปวดบาง
 
สงสารบาง
 
ขอใหเขาใจวาตอไปนี ้หาก เขียน
เวทนา
คําเดียวจะหมายถึงความรู สึกอยางใดอยางหนึ ่งหรือทั ้งหมดระหวางสุ
 
ทุกข
 
และเฉย
 
ตัวเวทนาในมหาสติปฏฐานสูตรนั ้
 
เราตองมองวาเปนอารมณกรรมฐานชนิดหนึ ่งที ่แสดงความไม เที ่ยงได
 
กลาวคือลักษณะหนึ ่งที่แนนอนของเวทนาคือเกิดแลวตองดั
 
ความที ่
เกิดแลวตองดั
นั ้ ไมมีอะไรมาพรากแบงออกไปจากความเปนเวทนาได
 
สภาพของเวทนาและสภาพความเกิดดับไดรวมอยู ดวยกันเปนเนื ้อเดียว
 
และเวทนาก็ดีกวากายนิดหนึ ่งตรงที ่เราเห็นความจริงเกี ่ยวกับเรื ่องเกิ ดับไดเร็วกวามาก
 
เวทนาจะเกิดขึ ้นโดยเหตุปจจัยใดก็ตาม
 
 ในที ่สุดก็ตองดับไปโดยอายุขัยของมันเอง  ไมมี ใครบังคับใหอยู ยั ้งยืนยง
 
แลวก็ ไมมี ใครทําใหหายไปกอนจะหมดแรงสงของเวทนาหนึ ่งๆ
 
ฉะนั ้ทั ้งหมดที ่เราจะตองฝกคื
รู เวทนาอยางถูกตอง
 ไม ใชพยายามสราง
 
ตกแต
 
ดัดแปลงสิ ่งที ่มีอยู  พรอมแลวนั ้
 
หากไมแน ใจวาในทางปฏิบัตินั ้
 
ลักษณะแบบไหนเรียกสุ
 
ทุกข
 
หรือเฉย
 
เพราะสวนใหญความรู สึ จะใกลเคียงกั
 
หรือกล้ ําปนคละเคลากันยากจะจําแนก
 
ก็ขอใหนึกถึงลักษณะ
สบาย
แทนสุขเวทนาลักษณะ
 ไมสบาย
แทนทุกขเวทนา
 
และลักษณะ
แชเฉย
แทนอทุกขมสุขเวทนา
 
สวนความรู สึกที ่ ซับซอนที ่ปนๆระคนกันมากๆนั ้
 
อยาเพิ ่งนํามาคํานึ
 
เพราะรังแตจะกอความลังเลสงสัยมากกวาจะ เกิดสติรู 
 
เฝาดูเวทนาสักแตเปนของเกิดดั
 
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...