ว
.
ศึกษาศาสตร์ ความรู ้สึก หรือเวทนา
ปีท ่
13
ฉบับท ่
1 2543
มารุต ดำาชะอม
พระเยซูเจ้า
ทรงสอนให้สาวก
รักเพื ่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง
ให้รักคนท ่กำาลังทำาตัวเป็นศัตรู
กับเรา และสวดขอพรให้แกศัตรูด้วย
(
มัดธาย
22,6
อ้างใน พระคริสตธรรมใหม
, 2520 : 42,6)
เราจะเหนวาเมื ่อเรารักเพื ่อนบ้านเหมือนรักตัว
เอง
ความรู ้สึกรักอยู ่ในใจของเรา
ความรู ้สึกรักเมตตาท ่เกิดจากปญญาท ่ถูกต้องจะเยนและสุขสบาย เป็นความรู ้สึกรักท ่ออกมาจากใจท ่ด สงบ
สะอาดและสวางเมื ่อ
ใจสงบพบความสุขใจสะอาดปราศจากโรค ใจสว่างเหนทางพ้นทุกข์
เป็นใจท ่ ไมมอารมณ์ใดๆรบกวน หรือกลาวได้วาพ้นทุกข์ ไมมปญหา มปญญาเหนวาชวิตทั งหลายเป็นเพื ่อน
ท ่ต้องรวมทุกข์ รวมเกิด แก เจบและตาย
(
รางกาย
)
ต้องเป็นอยู อยางเกื อกูลกัน ไมเป็นพิษ
มภัยแกกันและกัน ไมเบยดเบยนทำาร้ายกัน การไม
เบยดเบยนทำาร้ายกันเป็นสุขในโลก ตรงกับพุทธพจน์วา อัพพยา ปชฌัง สุขัง โลเก
(
วิ
.
มหา
.4/6.
ขุ
.
อุ
. 25/86
อ้างใน สมเดจพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
, 2521 :77)
ซึ ่งตรงกันกับคำากลาวของนักปราชญ์ชาวเยอรมันชื ่อเกอร์เต กลาววา “
ฉันรักหล่อนแต่ ไม่มีอะไรที เกี ยวกับตัวหล่อนเลย”
ไมได้รักเพราะหลอนสวย หลอนรวย หลอนดี หรือมีประโยชน์
แตรักเพราะเหนวาหลอนเป็นเพื ่อนรวมทุกข์ เกิด แก เจบ และตาย หลอนจะเป็นอยางไรเรายังรักอยู นิรันดรไมเปล ่ยนแปลง เพราะ
ความรักออกจากใจที ประกอบด้วยปญญามีอยู ่เตมในใจและล้นบ่าออกไปยังเพื อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั งหลาย
เป็นความรักท ่บริสุทธิ ไมได้หวังอะไรตอบแทน เหนวาเป็นหน้าท ่ต้องรัก จึงเป็นความรักท ่ไมเป็นไปเพื ่อความเกลยดชัง ซึ ่ง
ตรงกันข้ามกับความรักของหนุ มสาว หรือความรัก
วัยรุ นท ่รักด้วยอารมณ์ เมื ่อรักมากกเกลยดมาก รัก
เขาเพราะเราได้ประโยชน์ เมื ่อเขาไมมประโยชน์กเลิกรัก ด้วยเหตุน คนท ่เรากำาลังเกลยดหรือไม
พอใจอยู ในขณะน คือคนท ่เราเคยรักเคยชอบเขามา
แล้ว ความรักประเภทน เรยกชื ่อใหมวาความใคร
(
กามารมณ์
)
จะชัดเจนกวา มความใคร ให้ ได้อยางใจ
เมื ่อได้อยางใจกพอใจชั ่วขณะแล้วแสวงหาใหมอก
ไมรู ้จักคำาวาพอ
ทรัพยากรในโลกนี มีพอสำาหรับคนทุกคนแต่ไม่พอกับความใคร่หรือโลภะของคนเพียงคนเดียว
ตรงกับพุทธพจน์วา “
ความอิ ม ในกามทั งหลายย่อมไม่มี แม้ฝนจะตกลงมาเป็นกหาปณะ
(
เงิน
)
กามทั งหลายมรสอรอยน้อยมทุกข์โทษมาก บัณฑิตรู ้อยางน แล้วไมยินดในกามแม้ท ่เป็นทิพย์ “
(
คณะอนุกรรมการดำาเนินการศึกษาและกำาหนดหลักวิชาการศึกษาศาสตร์ตามแนวพุทธศาสตร์ภาคท ่
6
สื ่อการศึกษา
, 2526 :32)
รักบริสุทธิ ท ่ประกอบด้วยปญญาออกจากใจยอมให้ความเยนแกคนท ่มความรักและคนท ่ได้รับ
ความรักนั น ซึ ่งตรงกันข้ามกับความใครท ่เผาลน
ให้เราร้อนแกทุกคนและทุกฝาย
ทำาไมเราต้องขอพรให้แกผู ้ท ่เป็นศัตรูกับ
เรา เราต้องขอพรให้เพราะความรู ้สึกเป็นศัตรูอยู
ในใจของเขาและเขากำาลังมปญหามความทุกข์ ใจ
ไมสบายใจ เราขอพรให้เขามปญญาเหนศัตรู ในใจ
คือความรู ้สึก โกรธเกลยด ชิงชัง ซึ ่งเป็นความมืด
ในใจ ชวิตเขาจะมืดมนเศร้าหมอง หรือเรยกวา
เครยด
(stress)
ปญญาเปรียบเหมือนแสงสว่างส่องใจ
ความมืดกหายไป ศัตรู ในใจหมดไป
หน้าตาผิวพรรณผองใส ชวิตกอยู เยนเป็นสุข
พระเยซูเจ้า
ยังบอกให้สาวกของพระองค์ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื ่อถูกเบยดเบยนทำาร้ายวา“
จงอย่าใช้วิธีรุนแรงแก้แค้นต่อกันเลย ถ้าผู ้ใดตบแก้มซ้ายของท่าน กจงหันแก้มขวาให้เขาเสีย
ด้วย ถ้าท่านถูกฟองร้องต่อศาล และผลแห่งการฟองร้องนั นทำาให้ท่านถูก ยึดเสื อไป กจงให้
เสื อคลุมแก่เขาเสียด้วย”
(
มัดธาย
5 / 39,40.
อ้างในพระคริสตธรรมใหม
, 2520 : 7-8)
คำาสอนเหลานี ล้วนเป็นคำาสอนที ่มุ งให้เรารักษา
ความรู ้สึกในใจให้ดีทั งสิ น
ถ้าเราไมเข้าใจกคิดไป
วา คนบ้าท ่ไหนท ่เขาตบแก้มซ้ายแล้วยื ่นแก้มขวา
ให้เขาตบอกคนโดยมากต้องการทำาร้ายตอบ เขาตบเราหนึ ่งครั ง เราต้องตบกลับสามครั งเพื ่อให้ ได้
Leave a Comment