3
“
อริยทรัพย
”
ทรัพยอันประเสริฐแหงชีวิต
ชีวิตไดทรัพยภายนอกแสวงหาเกียรติลาภยศมาพอสมควรแตยังไมสมบูรณ
เพราะชีวิตนั ้นก็เปนไปตามกฎแหงอนิจจัง
เมื ่อถึงวัยหนึ ่งก็ไมสามารถที ่จะทํางานมีกิจกรรม
มากมายได
ตองผองงานเรียกวา
“
เกษียณ
”
เกษียณแลวยังทําอะไร
เกษียณแลวยังปลิโพธ
หวงใยตําแหนง
หวงใยอํานาจ
หวงใยลาภยศ
ทานเรียกวาเปนเครื ่องถวง
ไมพัฒนา
ภาษาพระเรียกวา
“
ปลิโพธ
”
เพราะฉะนั ้นทานๆ
ทั ้งหลายไดตัดปลิโพธไปทีละนอยๆ
เพื ่อที ่จะทําการใหญ
คือพัฒนาจิตใจ
ในสมัยกอนพระพุทธเจาตรัสชาดกชื ่อวา
“
มฆเทวชาดก
”
เลาถึงพระเจาแผนดินพระองคหนึ ่งสั ่งชางกัลบกคือชางตัดผมทุกครั ้งเมื ่อใด
พบผมหงอกบนศีรษะของเรา
ใหบอกดวย
ชางกัลบกก็ไดมาแตงผมตัดผมของพระราชาองคนี ้เปนประจํา
จนกระทั ่งวันหนึ ่งไดกราบทูลพระองควา
“
เห็นผมหงอกเกิดขึ ้นแลวบนศีรษะ
”
เพราะฉะนั ้นพระราชาก็บอกวา
“
ถอนมาใหดูหนอย
”
เมื ่อถอนมาแลวไดประกาศวา
“
อุตะมังคะลุหามัยหัง
ผมหงอกเกิดขึ ้นบนศีรษะของเราแลว
วัยลวงเลยไปเทวทูตปรากฏแลว
บัดนี ้ถึงเวลาบรรพชา
”
ทานก็ไปลาออกจากตําแหนงที ่เปนอยู
คือกษัตริย
แลวไปถือศีลปฏิบัติธรรมอยู ในสวนมะมวง
ตั ้งทายาทเปนผู รับตําแหนงหนาที ่กษัตริยตอไป
คนก็ถามวา
“
ทําไมพระองคจึงทําอยางนี ้
”
พระราชาก็ตอบวา
“
เพราะเทวทูตปรากฏ
ผมหงอกนั ้นบอกเราวา
ชีวิตอยู อีกไมนาน
แสวงหาสมบัติภายนอกมามากแลว
แตยังขาดสมบัติภายใน
ยังขาดอริยทรัพย
เพราะฉะนั ้น
ชีวิตจะตองกาวตอไปสูงขึ ้น
”
ซึ ่งคตินี ้เอง
แมในประเทศไทยก็ถือกัน
ดังโคลงโลกนิติ
ไดประพันธไววา
“
ปางนอยสําเหนียกรู
เรียนคุณ
ครั ้นใหญยอมหาทุน
ทรัพยไว
เมื ่อกลางแกแสวงบุญ
ธรรมชอบ
ยามหงอมทําใดได
แตลวนอนิจจัง
”
ทานทั ้งหลายไดผานในชวงปางนอยสําหนียกรู เรียนคุณ
ครั ้นใหญแสวงทุนทรัพยไว
สองชวงชีวิตนี ้ดําเนินอยางประสบความสําเร็จมาแลว
มาถึงชวงตอไปที ่จะเอาใจใส
เมื ่อกลางแกแสวงบุญธรรมชอบ
พัฒนาจิตใจดูแลชีวิตปลอยวางภาระไมตองหวงกังวลมากนักกับเรื ่องอื ่น
เพราะเหตุที ่วา
“
วัฒนธรรม
อารยธรรมทั ้งหลายเกิดจากจิตใจที ่มีเวลาวาง
”
เวลาวางตางหากที ่สรางอารยธรรมของโลก
วัฒนธรรมบริโภคนั ้นทําใหคนหมกมุ นหมดเวลา
และไมไดสรางสิ ่งที ่เปนสาระแกโลกเทาใด
อารยธรรมของกรีกเปนตัวอยาง
อารยธรรมของกรีกนั ้นฝากเปนมรดกของโลกเพราะคนที ่อยู ในยุคของกรีกนั ้น
ถูกแบงเบาภาระในการทํางานโดยมีระบบทาส
และไมไปหมกมุ นกับการบริโภคหรือลัทธิยุคบริโภคนิยม
กลับแสวงหาสติปญญาอยางยิ ่ง
......
คนที ่ไดรับอิทธิพลจากโลกตะวันตกสมัยใหมมักจะไมเขาใจ
เมื ่อเห็นทานผู สูงวัยไปวัดไปสวดมนต
นั ่งกรรมฐาน
ก็บอกวาไปเสียเวลาทํางานทําการ
หาไดรู ไมวาสิ ่งเหลานั ้นแหละที ่ทําใหเกิดคนอยาง
“
เลาจื ๊อ
”
อยาง
“
พระพุทธเจา
”
ที ่สรางสันติภาพ
ที ่สรางความสุขใหมนุษย
เพราะมนุษยเอาแตแกงแยงแขงขัน
วัดกันดวยอํานาจวาสนาไมใชหรือ
?
โลกจึงเรารอนแบงเปนพรรคเปนพวกเปนสี
เขาวัดกันใหมากขึ ้นและไม
Leave a Comment