Welcome to Scribd, the world's digital library. Read, publish, and share books and documents. See more
Download
Standard view
Full view
of .
Save to My Library
Look up keyword
Like this
41Activity
0 of .
Results for:
No results containing your search query
P. 1
บทที่ 4 พรรคการเมืองไทยฯ

บทที่ 4 พรรคการเมืองไทยฯ

Ratings:

4.75

(8)
|Views: 22,149 |Likes:
Published by Arnon-P
Thai Political Party : Problem and Development.
Thai Political Party : Problem and Development.

More info:

Categories:Types, School Work
Published by: Arnon-P on Jun 28, 2008
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as DOC, PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

05/09/2014

pdf

text

original

 
 
พรรคการเมืองไทย
:
 
ความเป็นมา ปัญหา และการพฒนา
พรรคการเมืองไทย
1. ่วไปและปัญหาของพรรคการเมืองไทย
 
ดังนั  ้นจึงอาจกล่าวไดว่า พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที จำาเป็นซึ งจะขาดไม่ไดเลย ในการที  จะทำาความเขาใจถึงกระบวนการทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยเฉพาะในสังคมไทย นั ตั  ้งแต่เริ มเปลี ยนแปลงการปกครองมาสู ่ระบอบประชาธิปไตยในระบบรั ฐสภา เมื อ พ.ศ.2475 เป็นตนมา อย่างไร กตาม เป็นที ทราบกันดีว่า ตลอดเวลาระยะเวลา 59 ป ของระบอบประชาธิปไตยของไทยนั  ้น พรรคการเมืองไทย มีความอ่อนแอและขาดประสิทธิภาพอย่างมาก โดยมีการวิเคราะห์กันว่า พรรคการเมืองไทยมีความเป็นสถาบั ทางการเมืองตำ า (Low Political Institutionalization) ทั  ้งนี  ้เนื องจากสาเหตุและสภาพแวดลอมต่างๆ หลาย ประการดวยเหตุนี  ้เอง การที จะแสวงหาตัวแบบของพรรคการเมืองไทยในอุดมคติที มีความเป็นสถาบันทางการ เมืองสูงและทำาหนาที ไดอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นความตองการของทุกคน โดยเฉพาะนักวิชาการทาง รั ฐศาสตร์ของไทย อย่างไรกดีก่อนที จะไดนำาเสนอกระบวนการพัฒนาพรรคการเมืองไทย ซึ งเป็นจุดประสงค์ของ บทความนี  ้จะตองเริ มตนดวยการทำาความเขาใจถึงสภาพทั วไปของพรรคการเมืองไทยในแง่ของจุดกำาเนิด ( ความเป็นมา) และวิวัฒนาการตามลำาดับจากอดีตจนถึงปจจุบันเสียก่อนพอสังเขป
1.1สภ ่วไปและวิวฒนาการของพรรคการเมืองไทย
พรรคการเมืองไทย อาจวัดไดว่าเป็น นวัตกรรมทางการเมือง (Political Innovation) หรือสิ  ใหม่ทางการเมืองที เพิ งเขาสู ่สังคมไทยในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนกลาง กล่าวคือ รัชสมัยรัชกาลที 6 ทั  ้งนี  ้สภาพ การณ์ของสังคมไทยในขณะนั  ้นไดเริ มเขาสู ่“สังคมที กำาลังเปลี ยนใหทันสมัย” (Modernization) โดยกระบวนการ นี  ้เริ มมีมาตั  ้งแต่ช่วงสมัยรัชกาลที 5 แลว อย่างไรกตามแนวความคิดเกี ยวกับการปกครองแบบประชาธิปไตย ที มี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขและอยู ่ภายใตกฎหมายรั ฐธรรมนูญ หรือที เรียกว่า “สถาบันกษัตริย์ใตรั ฐธรรมนูญ” (Constitutional Monarchy) นั  ้น ยังไม่เป็นที ยอมรับในหมู ่เจานายและและขาราชการชั  ้นผู  ใหญ่โดยเฉพาะ
พรรคการเมืงไทย- 1 - 
 
4
 
พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกลาเจาอยู ่หัวนั  ้น แมทรงเหนดวยในหลักการ แต่ทรงตองการใหมีการเปลี ยนแปลง เป็นขั  ้นตอน โดยเริ มจากระบบบริหารราชการส่วนกลางและภูมิภาคก่อน ดังจะเหนไดจากทรงเปลี ยนแปลงระบบ ราชการจากระบบจตุสดมภ์มาเป็นระบบกระทรวง ทบวง กรม ใน พ.ศ.2435 เป็นต ดังนั  ้น จากสภาพการณ์ขางตนในสมัยรัชกาลที 5 ระบอบประชาธิปไตยที มีพรรคการเมืองตามแบบ ตะวันตกจึงยังไม่เกิดขึ  ้นในช่วงดังกล่าว อย่างไรกตาม เมื อเขาสู ่รัชสมัยของพระบาทสมเดจพระมงกุฏเกลาเจาอยู ่ หัว รัชกาลที 6 โดยที พระองค์ทรงเคยไดรับการศึกษาจากประเทศอังกฤษ เมืองแม่แบบของการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยแบบรั ฐสภาที มีกษัตริย์เป็นประมุข พระองค์จึงทรงเหนดวยกับหลักการปกครองขางตน และทรง ริเริ มปูพื  ้นฐานประชาธิปไตยใหกับสังคมไทย โดยเริ มการฝกหัดเจานาย และขาราชการใหคุ  นเคยกับรูปแบบการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยก่อน โดยทรงตั  ้ง “เมืองดุสิตธานี” ขึ  ้นในพระบรมมหาราชวัง เป็นเมือง ประชาธิปไตยจำาลองและในการนี  ้มีการทดลองจัดตั  ้งพรรคการเมืองขึ  ้นเป็นครั  ้งแรกในเมืองดุสิตธานีไดแก่พรรค โบว์นำ  ้าเงิน ซึ งมีพระบาทสมเดจพระมงกุฏเกลาฯ ทรงเป็นหัวหนาพรรคและพรรคโบว์แดง ซึ งมีเจาพระยารา มราฆพเป็นหัวหน สภาพการณ์ในการปกครองเมืองดุสิตธานีไดเป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ มีการ เลือกตั  ้ง “นคราภิบาล” ซึ งเปรียบเสมือนนายกรั ฐมนตรี โดยผู  ที จะเป็นนคราภิบาลไดจะตองไดรับเลือกจากชาว เมืองใหเป็น “เชษฐบุรุษ” เสียก่อน ซึ งเปรียบเสมือนเป็นสมาชิกสภาผู  แทนราษฎรนั นเอง การปกครองดุสิตธานีดั กล่าว นอกจากจะมีการเลือกตั  ้ง พรรคการเมืองแลวกยังมีรั ฐธรรมนูญใชอีกดวย ซึ งเรียกว่า “ธรรมนูญการปก ครองนคราภิบาล พ.ศ.2461” กระบวนการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของดุสิตธานีนี  ้กล่าวไดว่ามี สภาพการณ์เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก เช่น การใชหลักการเสียงขางมาก มีการเลือกตั  ้งตามวาระทุกๆ 1 ป  สำาหรับตำาแหน่งนคราภิบาล เป็นต อาจสรุปไดว่า สภาพการณ์ของสังคมไทยที กำาลังเปลี ยนใหทันสมัยทางการเมืองในช่วงรัชกาลที 5 และ 6 นี  ้ไดกลายเป็นหน่ออ่อนของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในช่วงเวลาต่อมาไดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจุด กำาเนิดของพรรคการเมืองไทย เมื อย่างเขาสู ่รัชสมัยของพระบาทสมเดจพระปกเกลาเจาอยู ่หัว รัชกาลที  7 กระแสเรียกรองใหมีการ เปลี ยนแปลงการปกครองไดขึ  ้นสูงถึงจุดสุดยอด และไดนำาไปสู ่การเปลี ยนแปลงไปสู ่ระบอบประชาธิปไตยแบบ รั ฐสภาที มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2475 ภายใตการนำาของคณะผู  ก่อการ เปลี ยนแปลงที เรียกตนเองว่า “คณะราษฎร” ซึ งอาจกล่าวไดว่าเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกของไทยอย่างไม่เป็ ทางการในกระบวนการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยดังกล่าว อย่างไรกตามภายใตสภาพการณ์ที กำาลั เป็นหัวเลี  ้ยวหัวต่อของการเปลี ยนแปลง คณะราษฎรจึงไม่ยอมใหมีพรรคการเมืองอื นๆ เขามามีบทบาทในช่วง ตนๆ ของการเปลี ยนแปลง (พ.ศ. 2475-2488) แมว่าจะมีความพยายามของบุคคลบางกลุ ่มจัดตั  ้งพรรคการเมือง ขึ  ้นมาในช่วงนั  ้นกตาม เช่น ความริเริ มจัดตั  ้ง “คณะชาติ” ขึ  ้นเป็นพรรคการเมือง โดยการนำาของหลวงวิจิตรวาท การ ใน พ.ศ. 2476ดังนั  ้นจึงอาจกล่าวไดว่า ตลอดช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเดจพระปกเกลาเจาอยู ่หัว สังคมไทยจึงมี เพียงคณะราษฎรเท่านั  ้นที อาจเรียกไดว่า เป็นพรรคการเมืองในสังคมไทย และทำาใหเกิดระบบพรรคเดียวใน การเมืองไทยเป็นครั  ้งแรกอีกดวย
พรรคการเมืงไทย- 2 - 
 
ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเดจพระเจาอยู ่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที 8 สภาพการณ์ทางการเมืองของ ไทยดีขึ  ้น เนื องจากเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั  ้งที  2 กระแสความคิดเสรีนิยมประชาธิปไตยไดกลายเป็นกระแส สากลไปทั วโลก ดวยเหตุผลนี  ้เองจึงมีการดำาเนินการของนักการเมืองหลายกลุ ่มจัดตั  ้งพรรคการเมืองขึ  ้น อาทิ  ม.ร.ว.คึกฤทธิ ปราโมช จัดตั  ้งพรรคกาวหนาในเดือนธันวาคม 2488 กลุ ่มอดีตเสรีไทยจัดตั  ้งพรรคสหชีพ และกลุ ่ ผู  สนับสนุนนายปรีดี พนมยงค์(อดีตผู  นำาการเปลี ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475) จัดตั  ้งพรรคแนวรัฐธรรมนู ขึ  ้น โดยการนำาของหลวงธำารงนาวาสวัสดิ อาจกล่าวไดว่า กระบวนการทางการเมืองภายใตการเมืองแบบมีพรรค (Party Politics) ไดเกิดขึ  ้นแลวในสังคมไทยอย่างเป็นทางการ นับตั  ้งแต่พ.ศ. 2488-2494 อย่างต่อเนื อง แต่เป็นที น่าเสียดายว่าเมื อเขาสู ่รัชสมัยของพระบาทสมเดจพระเจาอยู ่หัวองค์ปจจุบัน คือ รัชกาลที 9 ตั  ้งแต่ พ.ศ.2489 เป็นตนมา ปรากฏว่าสภาพการณ์ตั  ้งแต่ พ.ศ. 2494 สำาหรับพรรคการเมืองเป็นไปอย่างไม่สู  ดีนั เพราะมีการทำารั ฐประหารยกเลิกการมีพรรคการเมืองเป็นช่วงๆ ตลอดมา อาทิการหามมีพรรคการเมืองระหว่าง พ.ศ. 2494-2497 , พ.ศ. 2501-2511 , พ.ศ. 2520-2523 ซึ งอาจกล่าวไดว่า ไดส่งผลใหพรรคการเมืองไทยขาด ความต่อเนื องอย่างมากในการจัดตั  ้งและดำาเนินบทบาททางการเมืองในกระบวนการทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย นับเป็นสภาพการณ์ที เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพรรคการเมืองอย่างมาก
1.2ญหาของพรรคการเมืองไทย
เมื อพิจารณาเงื อนไขของสภาพแวดลอมและวิวัฒนาการของพรรคการเมืองไทยขางตนแลว จะพบว่า การขาดความต่อเนื องของการดำารงอยู ่ของพรรคการเมืองเป็นช่วงๆ นับตั  ้งแต่ พ.ศ. 2494 เป็นตนมานั  ้ เป็นสาเหตุสำาคัญประการหนึ งของการทำาใหสถาบันพรรคการเมืองมีความเป็นสถาบันทางการเมืองตำ า ซึ งถานำ กรอบความคิดเชิงทฤษฎีของ Huntington และ ดร.กระมล ทองธรรมชาติ มาวิเคราะห์ความเป็นสถาบันทางการ เมืองของพรรคการเมืองไทยแลวจะพบว่า พรรคการเมืองไทยขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติในองค์ประกอบ ความเป็นสถาบันทางการเมืองหล่านี  ้นอย ไดแก่ 1.
ขาดการปรับตัว (Adaptability)
พรรคการเมืองไทยมีลักษณะสำาคัญประการหนึ ง กคือ เป็นพรรคที จัดตั  ้งขึ  ้นโดยการอาศัย บทบาทของผู  นำาหรือชนชั  ้นนำาจำานวนนอยเป็นหลัก ทั  ้งนี  ้โดยไดรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทางการเมืองดั  ้งเดิมของ ไทย คือความสัมพันธ์ภายใตระบบเจานาย-ลูกนอง (Patron – Client Relationship) ซึ งกคือทำาใหผู  นำาพรรคหรือ หัวหนากลายเป็นบุคคลที สำาคัญที สุดของพรรคไป การเปลี ยนผู  นำาพรรคการเมืองของไทยในบางครั  ้ง จะนำาไปสู ่ การล่มสลายของพรรคการเมืองเลยทีเดียว แต่โดยภาพรวมแลวความเขมแขงของพรรคการเมืองน  ั    ้นขึ  ้นอยู ่กับ ภาวะผู  นำาของของผู  นำาพรรคเป็นสำาคัญ การปรับตัวของพรรคการเมือง ไทยในฐานะที เป็นองค์การหรือสถาบันที  ตองอาศัยองค์ประกอบส่วนต่างๆ ร่วมกันจึงมีนอยมาก ทั  ้งนี  ้ในบรรดาสมาชิกพรรคทั วไปจะทำาตัวเป็นลูกนองของ หัวหนาพรรคหรือผู  นำาพรรค เมื อเจานายจะตองการอย่างไรกจะตองทำาตาม ไม่มีการโตแยง เช่น เมื อหัวหนา พรรคที ตนนิยมชมชอบลาออกไปหรือยายพรรค บรรดาสมาชิกพรรคเดิมกจะลาออกตามไปดวย ไม่ไดผูกพันกับ อ ง ค์ก า ร ข อ ง พ ร ร ค แ ต่อ ย่ า ง ใ ด แ ส ด ง ถึ ง ก า ร ข า ด ก า ร ป รับ ตัว ภ า ย ใ น อ ย่ า ง ม า กนอกจากนี  ้จากลักษณะของพรรคการเมืองที มีสมาชิกนอย และเป็นพรรคของบุคคลชั  ้นนำ พรรคการเมืองไทยจึงไม่สามารถปรับตัวกับสภาพภายนอกอีกดวย โดยเฉพาะเมื อมีการทำารัฐประหารยกเลิกพรรคการเมืองชั วคราว บรรดาผู  นำาพรรคและสมาชิกจะละทิ  ้งชื อพรรคเดิมและสลายตัวแยกไปในหมู ่ผู  นำาเดิม เพื อรอไปจัดตั  ้งพรรคการเมืองใหม่ในโอกาสต่อไปเมื อสถานการณ์เอื  ้ออำานวย ลักษณะที จะมีการดำารงอยู ่ต่อไป
พรรคการเมืงไทย- 3 - 

You're Reading a Free Preview

Download
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->