Welcome to Scribd, the world's digital library. Read, publish, and share books and documents. See more
Download
Standard view
Full view
of .
Save to My Library
Look up keyword
Like this
105Activity
0 of .
Results for:
No results containing your search query
P. 1
สรุปย่อกฎหมายมหาชน หน่วย 1-5 นิติ มสธ. (ของคุณต้อยชลบุรีครับ)

สรุปย่อกฎหมายมหาชน หน่วย 1-5 นิติ มสธ. (ของคุณต้อยชลบุรีครับ)

Ratings:

4.43

(7)
|Views: 24,538 |Likes:
วิชานี้เนื้อหาเยอะมาก จับประเด็นลำบากว่าส่วนไหนจะออก แนะนำว่าควรอ่านสรุปย่อตัวนี้ก่อนเพื่อทำความเข้าใจในภาพรวมของแต่ละหน่วยก่อนลงมืออ่านหนังสือจริงครับ
วิชานี้เนื้อหาเยอะมาก จับประเด็นลำบากว่าส่วนไหนจะออก แนะนำว่าควรอ่านสรุปย่อตัวนี้ก่อนเพื่อทำความเข้าใจในภาพรวมของแต่ละหน่วยก่อนลงมืออ่านหนังสือจริงครับ

More info:

Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as DOC, PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

05/09/2014

pdf

text

original

 
หน่วยที  
1
ความรู  ้ทั วไปเกี ยวกับกฎหมายมหาชน ตอนที  
1.1 :
กำาเนิดแนวความคิดและพัฒนาการของกฎหมายมหาชน เรื องที  
1.1.1 :
กำาเนิดแนวความคิดกฎหมายมหาชน
1.
นักปรัชญากฎหมายเชื อว่า กฎหมายนั นไม่ได้ทำาหน้าที หรือมีบทบาทในสังคมเหมือนกันเสมอไป กฎหมายบางประเภท กำาหนดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือระหว่างรัฐกับบุคคล หรือระหว่างรัฐกับรัฐ ดังนั นสาระของกฎหมายและ หลักเกณฑ์เกี ยวกับการใช้กฎหมายก็พลอยแตกต่างกันออกไปด้วย
2.
ฟริทซ์ ชูลซ์
(Fritz Schulz)
ศาสตรจารย์ทางกฎหมายโรมันชาวเยอรมัได้อธิบายไว้ว่า ความคิดในการแบ่งสาขาของกฎหมายนั น เริ มขึ นในสมัยโรมันซึ งแบ่งออกเป
4
ยุค คื
(1)
ยุคอารยธรรมโรมันโบราณ
(3)
ยุคคลาสสิ
(2)
ยุคอารยธรรมกรีกในโรม
(4)
ยุคขุนนางนักปกครอง
3.
ยุคอารยธรรมโรมันโบราณ
(500
ปก่อน ค
.
. – 300
ปก่อน ค
.
.)
ยุคนี มีความเข้าใจกันว่
(1)
กฎหมายโรมันแบ่งออกเป
3
สาขา คื
-
กฎหมายเอกชน
(Jus Privatum)
คือกฎหมายทั งหลายที เกี ยวพันกับราษฎรในชีวิตประจำาวั
-
กฎหมายมหาชน
(Jus Publicum)
คือกฎหมายที เกี ยวข้องเฉพาะบุคคลบางประเภท เช่น ศาล
 
สมาชิกสภา
-
กฎหมายศาสนา
(Jus Sacrum)
เปนกฎหมายที อยู ่ในฐานะสูงสุด และมีความสัมพันธ์ต่อการ
 
พัฒนากฎหมายมหาชน เนื องจากนักกฎหมายยุคนั นส่วนใหญ่เปนพระ
(2)
ตัวบทกฎหมายมหาชนในยุคสมัยนี ส่วนใหญ่เปนระเบียบปฏิบัติทางการเมืองและค่อนข้างปกป
(3)
แนวแบ่งแยกสาขาของกฎหมายในยุคสมัยนี แบ่งตาม “กิจการ”
4.
ยุคอารยธรรมกรีกในโรม
(300
ปก่อน ค
.
. – 30
ปก่อน ค
.
.)(1)
เปนยุคที อารยธรรมกรีกโบราณได้แผ่ขยายเข้าไปสู ่กรุงโรม จนเรียกว่าเปนการเริ มยุคอารยธรรมกรีกโบราณ
(Hellenistic Period)(2)
กฎหมายมหาชนในยุคนี ยังคงสภาพเดิมคือ เปนกฎหมายสำาหรับนักการเมือง
(3)
นักกฎหมายมหาชนในยุคนี ล้วนเปนนักการเมือง เช่น เซ็มโปรนิอุส ทูดิทานุส และปอมปย์
5.
ยุคคลาสสิ
(30
ปก่อน ค
.
. –
.
.300)(1)
ยุคนี เริ มเมื อจักรพรรดิออกุสตุ
(Augustus)
หรือออคตาเวียนุ
(Octavianus)
มีอำานาจขึ นในกรุงโรมและ ได้สถาปนาตนเองเปนจักรพรรดิองค์แรก จนถึงก่อนรัชสมัยของจักรรรดิดิโอเคลเชี ยน
(Diocletian)(2)
ปลายยุคนี กฎหมายมหาชนเริ มพัฒนาขึ นอย่างรวดเร็ว โดยขยายเนื อหาสาระจากกิจการทางการเมืองแผ่ลงมา ครอบคลุมกิจการที เกี ยวกับประชาชนทั วไป
(3)
กฎหมายปกครองเกิดขึ นในยุคนี 
(4)
อัลเปยน
(Ulpian)
นักกฎหมายคนสำาคัญในยุคนี กล่าวว่า “กฎหมายมหาชนคือกฎหมายที เกี ยวกับรัฐโรมัน ในขณะที กฎหมายเอกชนเกี ยวข้องกับผลประโยชน์ของเอกชนแต่ละราย”
(5)
ชิเซโร
(Cicero)
นักกฎหมายคนสำาคัญอีกคนในยุคนี ให้ความเห็นว่า “คนที จะตอบปญหาใดๆ เกี ยวกับ กฎหมายมหาชนมิใช่นักกฎหมาย แต่เปนนักปกครอง”
1
 
(6)
แนวแบ่งแยกสาขาของกฎหมายดังกล่าว มีอิทธิพลต่อมาจนถึงทุกวันนี 
6.
ยุคขุนนางนักปกครอง
(
.
.300 –
.
.534)(1)
เปนยุคที เริ มจากรัชสมัยของจักรพรรดิดิโอเคลเชียน และสิ นสุดในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน ถือเปนยุคสุดท้าย ของประวัติศาสตร์กฎหมายโรมั
(2)
เปนยุคที อิทธิพลของคริสต์ศาสนาแผ่ขยายถึงกรุงโรม ซึ งจักรพรรดิคอนสแตนตินได้รับเอาไว้เปนศาสนาประจำาชาติโรมั
(3)
มีการจัดทำาประมวลกฎหมายโรมัน
(Corpus Juris Civilis)
เปนครั งแรกในรัชกาลพระเจ้าจัสติเนียน เปนประมวลกฎหมายแพ่ง ซึ งถือว่าเปนกฎหมายเอกชน
(4)
พัฒนาการของกฎหมายมหาชนในยุคนี เปนผลมาจากกฎหมายศาสนาโรมันเสื อมลง เพราะอิทธิพลของคริสต์ ศาสนาที เข้ามาแทนที 
(5)
ยุคนี กฎหมายมหาชนและกฎหมายเอกชนจึงแยกจากกันชัดเจน
7.
ประมวลกฎหมายแพ่งที พระเจ้าจัสติเนียนจัดทำาขึ น มีมูลบทนิติศาสตร์
(Institutions)
ซึ งเปนรากฐานกฎหมายสำาคัญของแบ่งเนื อหาออกเป
3
ภาค คื
(1) Persona
ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
(3) Actio
ว่าด้วยการฟองร้องทางแพ่
(2) Res
ว่าด้วยทรัพย์สิ งของ และมรดก เรื องที  
1.1.2 :
พัฒนาการของกฎหมายมหาชนในประเทศภาคพื นยุโรป
1.
ประมวลกฎหมายแพ่งของพระเจ้าจัสติเนียนมีอิทธิพลอย่างมากต่อประเทศในภาคพื นยุโรป เช่น อิตาลี ปรัสเซีย ฝรั งเศส และเยอรมั
2.
สิ งสำาคัญที ฝงรากในยุโรปควบคู ่กับการยอมรับอิทธิพลของประมวลกฎหมายแพ่งโรมัน คือ ความคิดที ว่า กฎหมายเอกชน แตกต่างจากกฎหมายมหาชน โดยวาทะของ “อัลเปยน” ที กล่าวถึงความแตกต่างดังกล่าวเปนที ยอมรับกันทั วไปในยุโรป
3.
ราวศตวรรษที 
13 – 14
การศึกษากฎหมายในทางทฤษฎีหรือปรัชญาซึ งนิยมแพร่หลายในยุโรป สอดคล้องกับความเคลื อนไหวของสำานักกฎหมายธรรมชาติ ซึ งนักศึกษากฎหมายในยุคสมัยนี ได้เสนอความคิดที ถือกันว่าเปนความคิดในการ ปรับปรุงกฎหมายมหาชน ดังนี 
(1)
ควรมีการออกกฎหมายจำากัดอำานาจอันไม่มีขอบเขตของรัฐ ไม่ว่าจะเปนอำานาจในการออกกฎหมายหรือ อำานาจในการปฏิบัติต่อราษฎร
(2)
ราษฎรคนใดไม่ได้รับความเปนธรรมจากรัฐ ก็ควรร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเจ้าหน้าที ของรัฐได้
(3)
การลงโทษในทางอาญาควรเปนธรรมมากขึ 
(4)
วิธีพิจารณาและกฎหมายพยานหลักฐานควรแก้ไขปรับปรุงให้อยู ่บนพื นฐานของศีลธรรมและศาสนา
4.
สมัยของพระนางมาเรีย เทเรซ่า แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ สิทธิ ของชนชาติเยอรมัน ซึ งปจจุบันคือประเทศ ออสเตรีย ได้ขอ ให้แคว้นต่างๆ จัดทำากฎหมายมหาชนในส่วนที เกี ยวกับการปกครองขึ น เพื อว่าพระนางจะได้ทรงทราบระเบียบการบริหาร ราชการแผ่นดินในแต่ละแคว้
5.
ประเทศเยอรมัน เริ มพัฒนากฎหมายมหาชน หลังศตวรรษที 
13 –14
และถือหลักว่ากฎหมายมหาชนมีฐานะสูงกว่ากฎหมายเอกชนโดยแบ่งออกเป
(1)
กฎหมายมหาชนภายใน เรียกว่
Staatsrecht(2)
กฎหมายระหว่างประเทศ เรียกว่
Volkerrecht6.
ประเทศฝรั งเศส มีการพัฒนากฎหมายมหาชนอย่างน่าสนใจที สุดในภาคพื นยุโรป สาเหตุเนื องจาก
2
 
(1)
อิทธิพลของกฎหมายโรมั
(3)
การปฏิวัติฝรั งเศสเมื อป
.
.1789(2)
อิทธิพลของปรัชญากฎหมายธรรมชาติ
7.
ก่อนการปฏิวัติในฝรั งเศส กฎหมายมหาชนครอบคลมถึงแต่กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายศาสนา และระเบียบปฏิบัต ทางการเมืองเท่านั น ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครอง
8.
ป
.
.1800
นโปเลียนได้ตั งสภาด้านกฎหมายขึ 
2
สภา คื
(1)
กองเซยเดตาร์
(Conseil d’ Etat)
เปนสภาแห่งรัฐเพื อให้คำาปรึกษาแก่หัวหน้ารัฐบาลเกี ยวกับคดีปกครอง และให้เปนฝายกฤษฎีกาทำาหน้าที ยกร่างกฎหมายของรัฐบาล
(2)
กองเซยเดอเพรเฟกตูร์
(Conseil de Prefecture)
เปนสภาที ปรึกษาของผู  ้ว่าราชการท้องที ปกครอง และให้ ทำาหน้าที ตัดสินคำาร้องเรียนของราษฎรในคดีซึ งพิพาทกับฝายปกครอง
9.
ป
.
.1872
ถือว่าเปนศักราชใหม่แห่งการพัฒนากฎหมายปกครองในฝรั งเศส เนื องจาก
(1)
มีการออกรัฐบัญญัติให้อำานาจสภาแห่งรัฐตัดสินคดีปกครองได้โดยอิสระ
(2)
มีการจัดตั ง ทริบูนาล เด กองฟลีท์
(Tribunal des Conflits)
ซึ งเปนศาลระงับการขัดกันในทางคดีเพื อ แก้ไข ปญหาขัดแย้งระหว่างสภาแห่งรัฐกับศาลยุติธรรมในเรื องอำานาจศาลว่าคดีนี จะขึ นศาลใด
10.
ป
.
.1889
สภาแห่งรัฐได้วินิจฉัยคดีปกครองสำาคัญ คือ คดีกาโดท์ 
(Cadot Decision)
ซึ งผลการวินิจฉัยคื
(1)
สภาแห่งรัฐมีอำานาจเด็ดขาดในการคดีปกครอง
(2)
สามารถวินิจฉัยความถูกต้องเหมาะสมของการกระทำาและอำานาจการใช้ดุลพินิจของฝายบริหาร
(3)
สามารถสร้างหลักกฎหมายปกครองในส่วนสารบัญญัติใหม่ๆ ได้
11.
ป
.
.1953
ได้มีการปฏิรูประบบศาลปกครองในฝรั งเศสใหม่อีกครั ง ซึ งมีผลทำาให้
(1)
สภาแห่งรัฐ หรือกองเซยเดตาร์
(Conseil d’ Etat)
มีฐานะเปนศาลปกครองสูงสุด หรือศาลสูงสุดในทางกฎหมายมหาชน
(2)
ศาลยุติธรรม หรือกูร์ เดอ กาสซาซิยอง
(Cour de Cassation)
เปนศาลสูงสุดในทางกฎหมายเอกชน เรื องที  
1.1.3 :
พัฒนาการของกฎหมายมหาชนในประเทศคอมมอนลอว์
1.
ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์
(Common Law)
เปนระบบกฎหมายสำาคัญที เกิดขึ นสมัยหลัง แต่พัฒนาเคียงคู ่มากับระบบ กฎหมายซีวิลลอว์ 
(Civil Law)
หรือระบบกฎหมายโรมาโน
-
เยอรมานิ
2.
นักกฎหมายคอมมอนลอว์แบ่งสาขาของกฎหมายออกเปนกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชน เพียงแค่บอกให้รู  ้ว่า เนื อหา สาระของกฎหมายสองสาขานี แตกต่างกัน บุคคลที เกี ยวข้องแตกต่างกันเท่านั น และถือว่า การแบ่งสาขาของกฎหมายดัง กล่าวเปนเรื องธรรมดาหรือเปนเรื องของหลักวิชา เพื อสะดวกแก่การศึกษาเล่าเรียนมากกว่าจะเปนเพราะกฎหมายทั งสองมร ปรัชญารากฐานต่างกั
3.
เมื อถามถึงความแตกต่างระหว่างกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชน นักกฎหมายอังกฤษมักจะโยงไปถึงกฎหมายแพ่งและ กฎหมายอาญา โดยให้คำาอธิบายถึงความแตกต่างไว้ว่
-
กฎหมายแพ่ง ก็คือกฎหมายเอกชน
-
กฎหมายอาญา ก็คือกฎหมายมหาชน
4.
คำาว่า “กฎหมายมหาชนไม่แท้” ตำารากฎหมายของอังกฤษได้ให้คำาอธิบายไว้ว่
(1)
กฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครองไม่มีโทษทางอาญา น่าจะถือว่าเปนกฎหมายแพ่
(2)
แต่เปนกฎหมายแพ่งลักษณะพิเศษ คือเกี ยวกับคนหมู ่มาก จึงอนุโลมเข้าไว้กับกฎหมายมหาชนได้
3

You're Reading a Free Preview

Download
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->