• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
Download
 
หลวงตามหาบัว สอนปฏิบัติธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปนโน
พระผู  ้มีพระภาคเจ้าท่านแนะนำาสั งสอนไว้ว่า ดูก่อนอานนท์พระธรรมและพระวินัยนั นแลจะเป็นศาสดาของเธอ ทั งหลายแทนเราตถาคต เมื อเราล่วงไปแล้ว นี สำาคัญมาก เป็นพระวาจาของพระองค์
ศีล “เป็นรั  ้วกั  ้นสองฟากทางไม่ ใหขามออกไปตกเหวตกบ่อเป็นอันตราย”
 
 ใหอยู ่ ในกรอบของศีล เรียกว่า “อยู ่ ในเขต แห่งความปลอดภัย”
 
จากนั  ้นกกาวเดินทางธรรมคือจิตภาวนา มีสติเป็นสำาคัญมาก
 
ทุกๆท่านจำาใหดีคำาว่าสตินี  ้เป็ พื  ้นฐานแห่งการบำาเพญธรรมทุกขั  ้นทุกภูมิ
ตั งแต่พื นๆที ฝึกหัดดัดแปลงล้มลุกคลุกคลานนี จนกระทั งถงวิมุติหลุ พ้น จะนอกเหนือไปจากสตินี ไปไม่ได้เลย เวลาล้มลุกคลุกคลานกมีสติควบคุมไว้ตลอด จนได้หลักได้เกณฑ์จิ เข้าสู ่ความสงบร่มเยนด้วยจิตภาวนา โดยมีสติเป็นเครื องควบคุมเสมอ แล้วจิตกจะเยนเข้าไปๆ การเคลื อนไหวไปมาแม้นที สุดการเดินจงกรม นั งสมาธิภาวนา
เรื องสติเป็นเรื องสำาคัญเป็นเรื องใหญ่โต ในการ บำาเพญจิตภาวนาของพวกเรา
ขอให้มีสติดีๆเถอะ สมมติว่าเราเริ มฝึกหัดเบื องต้น จำาต้องอาศัยคำาบริกรรมจะเป็ คำาใดกตามตามแต่จริตนิสัยที ชอบ เช่นพุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นต้นนะ แล้วให้ยดคำาบริกรรมนั นเอาไว้กับจิต มีสติ ควบคุมอยู ่กับคำาบริกรรมนั นตลอดไปอย่าให้เผลอไผลไปไหน
อย่าเสียดายความคิดปรุงที เคยคิดปรุงมาแต่ออนแต่ออก ความคิดเหล่านี  ้ส่วนมากเป็นความคิดของกิเลสตัณหา สรางขึ  ้นจากความเผลอสติของเรา ตองไม่เผลอสติตัดความคิดทั  ้งหลายนั  ้นออก เพราะไม่เป็นประโยชน์สาระอั  ใด
นอกจากจะมากวนใจให้หาความสงบร่มเยนไม่ได้เท่านั น จงต้องมีสติให้ดีอย่าเสียดายอารมณ์ใด นอกจากคำ บริกรรมของเราสำาหรับผู  ้เริ มต้นที ยังไม่มีหลัก ให้ถือคำาบริกรรม (เช่นพุทโธ ฯลฯ) เป็นหลักใจ แล้วมีเครื องกำากับอยู ่กับคำาบริกรรม นั นอย่าให้เผลอ อย่าเสียดายเวลำ าเวลาไปไหนที กิเลสมันฉุดลากออกไปด้วยความอยากคิดเรื องนั นอยากปรุงเรื องนี  นี เป็นจิตที มีแต่กิเลสฉุดลากออกนอกลู ่นอกทางแห่งคำาบริกรรมของเรา อย่าให้มันคิดออกไปได้เราจะตั งภาวนา เพื อให้ได้หลักของจิตใจเกี ยวกับจิตภาวนา ตั งสติกำากับบริกรรมนี ให้ดีอย่าให้เผลอ หากว่าเราจะมีการเคลื อนไหวไปมาทางใด เคลื อนออกจากจากนี ไป กให้ มีสัมปชัญญะติดแนบอยู ่ด้วย รู  ้ตัวด้วยความเคลื อนไหวของตน เพื อสมบัติของจิตจะได้ปรากฏเด่นชัดข นมา ตั งแต่ สมาธิสมบัติหรือสมถะสมบัติจากนั นก้าวออกทางด้านปญญา เมื อจิตของเรามีความสงบร่มเยนแล้วย่อมอิ มอารมณ์ อารมณ์ที อยากคิดสิ งนั นอยากคิดสิ งนี จะจางไป เพราะนั นเป็นอารมณ์ของกิเลส กิเลสทำางานสร้างแต่ความมั หมองมืดตื อเข้ามาสู ่ใจ
ธรรมทำางาน คือ คำาบริกรรม มีสติกำากับรักษานี เรียกว่างานของธรรมนี  ้แลจะทำาจิตใจของเราใหมีความสงบเป็ ลำาดั
 
เมื อมีสติรักษาอยู ่ตลอดแลวจะไม่มีภัยใดๆเกิดขึ  ้นภายในใจเลย จิตของเราจะมีความสงบแน่วแน่ขึ  ้
 
สำาหรับผู  ้ที เริ มใหม่ๆตั งรากฐานใหม่ๆ เราตั งฐานความมีสติไม่ปราศจากคำาบริกรรม สำาหรับผู  ้ที มีรากฐานแล้วเช่ จิตเป็นสมาธิความรู  ้กให้ติดอยู ่กับสมาธิความสงบแน่นหนามั นคงของใจ ไม่เสียดายอารมณ์ที คิดปรุงแต่งต่างๆ เมื อสมาธิแน่นหนาแล้วความคิดปรุงแต่งจะไม่เข้ามารบกวนจิตใจ มิหนำาซำ าผู  ้มีสมาธิจิตมั นคงจริงๆ ความคิดปรุ แต่งเป็นเรื องรำาคาญ อยู ่
เอกจิต เอกธรรม เรียกว่า “เอกคตารมณ์”แน่วอยู ่ดวยสมาธิอย่างนี  ้เรียกว่าจิตอิ มตั
เช่นนี แล้วให้แยกออกจาก จิตคือแยกออกจากสมาธิพิจารณาทางด้านปญญา ด้านปญญานี  “เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ” ( ผม ขน เลบ ฟ หนัง ) นี 
เป็นไดทั  ้งอารมณ์สมถะที เราบริกรรมเพื อความสงบใจ
 
เป็นไดทั  ้งอารมณ์วิปสสนา
คือเราคลี คลาย ผม ขน เลบ ฟน หนัง เนื อเหล่านี จนกระทั งเหนกระดูก ตับ ไต ไส้พุง ไปหมด คลี คลายออกตามสัดส่วนที มีอยู ่ในร่างกาย ของเราจงใช้ปญญาพิจารณาเช่นเกศาเอาแยกเข้าไปหาโลมา นขา ทันตา ตโจ เรียงลำาดับหรือไม่เรียงลำาดับกไม่สำาคัญ ขอ ให้มีสติติดแนบกับอารมณ์ที เราชอบใจ เช่นหนังหรือเนื อ เอ้า! พิจารณาเข้าไปแล้วมันจะเหมือนไฟดับเชื อ จะ ค่อยๆลุกลามเข้าไปหาเอน กระดูก ตับไตไส้พุง อาหารเก่า อาหารใหม่ซ งล้วนแล้วแต่เป็นส้วมซ งเป็นฐานของ สัตว์บุคคล ของเขาของเราแต่ละคน มันยดส้วม(ร่างกาย) ยดเป็นฐานเป็นสาระ เมื อมันไม่รู  ้มันกย ทีนี ให้แยกออกดูสภาพแห่งส้วม(ร่างกาย)แห่งฐานนี มันมีสาระอะไรบ้างให้พิจารณา จะพิจารณาผมกได้ขน เล ฟน หนัง ตามแต่จริตนิสัยชอบ แยกเข้าไปแยกเข้าไป จนถงเนื อ เอนกระดูก ตับไตไส้พุง จากนั นให้แยกออก กระจัดกระจายให้เป็นสัดส่วน ให้เป็นของปฏิกูล โสโครกเน่าเฟะไปหมดทั งร่าง เอาประกอบกันเข้ามาตั งเป็ หญิงเป็นชาย เอาสวยงามตั งข นเมื อไหร่ให้อสุภะอสุภัง ตีมันแหลกลงไป เมื อตั งสวยงามเมื อไหร่ตีให้แหลก กระจัดกระจายไปเรื อยๆ นี เรียกว่าปญญาชำานาญ ให้ใช้ปญญาเมื อจิตอิ มอารมณ์คือมีสมาธิแล้วอย่าอยู ่กับสมาธิ 
สมาธินั  ้นไม่ ใช่ธรรมแกกิเลส เป็นเพียงว่าธรรมเพื อทำากิเลสใหสงบดวยสมาธิ
 
จิตที ปรุงต่างๆจึงไม่ค่อยมีสำาหรับผู  มี สมาธินั  ้นแหละจิตอิ มตั
 
 ใหเอาจิตอิ มตัวนี  ้ออกพิจารณาเรื องธาตุเรื องขันธ์เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ เขาไปถึ อาการสามสิบสอง ทุกสัดทุกส่วน
เดินกรรมฐานอยู ่ในร่างกายของเรานี ข นๆลงๆ หลายครั งหลายหน จนมีความ ชำานาญ เมื อพิจารณาร่างกายนี จนมีความชำานาญแล้ว มันจะรู  ้อย่างรวดเรว มองดูอะไรนี ทะลุไปหมด สมมุติว่าเราอยู ่ในขั นพิจารณาจิตเราถงเนื อนี มองไปที คนอื นจะเหนเนื อเขาแดงโล่พิจารณาเข้าไปกยิ งเหนชัดเจน หรือพิจารณากระดูกแล้วเมื อดูคนอื นๆกจะเหนแต่กระดูกเตมตัว มองไปเหนเด่นชัดภายในปญญาของเรา ( มีเรื อง เล่าว่า มีพระภิกษุรูปหน งท่านพิจารณาเรื องกระดูกได้ชัดเจนมาก อยู ่มาวันหน งมีผู  ้ชายคนหน งเดินมาถามหาคนรัก ของตนกับพระภิกษุรูปนี ซ งยืนอยู ่ทางเดินว่า “ท่านเหนผู  ้หญิงคนหน งผ่านมาทางนี หรือไม่” พระภิกษุว่า “ไม่เหน.. .เหนแต่กระดูกเดินผ่านไป”) สัตว์บุคคลที กิเลสมันรวบรัดเอาไว้ประดับประดาตกแต่งเอาผิวบางๆมาหลอกลวงว่าเป็นของสวยของงาม นอกจากนั นกเอาสิ งภายนอกมาตกแต่งประดับประดาด้วยเสื อผ้าอาภรณ์เครื องประดับ ให้ลืมส้วมภายใน ให้ลื ของสกปรกอยู ่ในตัวของเราภายใน เพราะสิ งภายนอกมาอำาพราง กิเลสมาพรางตาให้คนตาฝาตาฟางอย่างเราหลง
 
เหนว่าสวยเหนว่างาม ในร่างกายของเขาของเราน่ะต้องทำาความสะอาดสะอ้าน เสื อผ้าใส่แล้วต้องเอาไปซัก เพราะตัวศพดิบ(ร่างกาย)นี  เป็นตัวสกปรกมาแปดเป  อน ไม่อย่างนั นเหมนคุ  ้งไปหมด กิเลสมาพอกพูนหลอกลวงสัตว์โลกว่าเป็นของสวยของ งามคือศพดิบเรานี แหละ แยกออกให้ดีนี คือปญญา เมื อพิจารณาจิตใจของเรา พิจารณาทางด้านปญญามันมักจะเพลิน เพลิดเพลินไปมันจะพิจารณาไม่หยุด ไม่ถอย ให้ ยับยั งเข้าสู ่สมาธิ เวลาจิตใจอ่อนเพลียมันเร่งความเพียรของมันโดยทางปญญา คือมันจะหมุนของมันไปเรื อยๆๆๆ พอได้เหตุได้ผลในการถอดถอนกิเลส จากสิ งเหล่านี แล้วมันจะเพลินตัวของมัน ถ้ามันเพลินตัวมันจะรู  ้สกมีความ เหนื อยภายในร่างกายของเรา เฉพาะอย่างยิ งในหัวอกจะเหนดเหนื อยเมื อยล้าภายในท่ามกลางหัวใจเรานั นแล ให้ ย้อนจิตที มันกำาลังเพลินในการพิจารณานั นเข้าสู ่สมาธิเสี
“เขาสู ่สมาธินี คือการพักนะ”
งานของเราคืองานพินิจพิจารณา อสุภะ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตาอยู ่ในร่างกายนี  เมื อมั เหนดเหนื อยเมื อยล้าแล้วให้ย้อนเข้ามาพักในสมาธิแต่จิตจะเพลินไม่อยากจะเข้าพักในสมาธิแต่ก่อนถือสมาธิเป็ สำาคัญว่าเป็นสิ งที ให้ความสุข ความสบาย แต่เวลาก้าวออกทางปญญาแล้วสมาธินี เหมือนหน งว่าจะหมดคุณค่าไป ความจริงมีคุณค่าอยู ่ในนั นเมื อเวลาเราพิจารณาเหนดเหนื อยเมื อยล้ามากๆแล้ว จิตจะไม่อยากอยู ่ในสมาธิมันเพลิ ทางด้านปญญามันจะพุ ่งออกทางด้านปญญา
เวลาเราจะใหพักจะตองหักจิตเขามา ถึงแมมันจะเพลินในการ พิจารณาในดานปญญาขนาดไหน เวลานั  ้นมันเหนื อยเมื อยลา ควรพักใหยอนเขามาสู ่สมาธิทำาสมาธิ ใหสงบตาม เดิ
เมื อจิตมันเพลินทางด้านปญญาแล้วส่วนมากจิตมันยังไม่อยากเข้าสมาธิ เมื อมันไม่เข้าสมาธิจริงๆ เอาคำาบริกรรม ติดเข้าไปคือให้มันอยู ่ในอารมณ์เดียว ถ้าออกจากนี ป  ๊บมันจะพุ ่งออกด้านปญญา เพราะฉะนั นจงให้ยับยั งเข้ามาสู ่ สมาธิด้วยคำาบริกรรม เช่นพุทโธ หรือคำาบริกรรมใด ที เราเคยสนิทติดกับจริตนิสัยของเรา ให้สติจ่ออยู ่กับคำ บริกรรมอย่างเดียว แล้วจิตกจะค่อยสงบแน่วลงสู ่สมาธิเมื อเข้าสู ่สมาธิแล้วหยุด การพินิจพิจารณาสิ งใดทั งหมดให้ พักทั งหมด เรื องทางปญญาที แยกขันธ์แยกเขาแยกเราแยกทุกส่วนนั นเป็นเรื องของปญญาจะพักหมด จิตเข้าสู ่ สมาธิเพื อพักเอากำาลั
ตอนที จิตอยู ่ ในสมาธิและยังไม่ ไดกาวออกทางดานปญญา สมาธินี แน่นหนา มั นคงเหมือนหิ
 
แต่พอจิตไดกาวออก ทางดานปญญาแลว ปญญาจะทำาใหเพลินในการพิจารณาแก ไขถอดถอนกิเลส
 
ดี ไม่ดีมันจะตำาหนิสมาธิว่านอนตาย เฉยๆไม่ ไดแกกิเลสปญญาต่างหากที แกกิเลสโดยที มันจะเพลินทางแกกิเลสโดยไม่คำานึงถึงการพักผ่อนหย่อนตัวใน ทางสมาธิเลย
 
เพราะฉะนั  ้นจึงจำาเป็นตองหักเขามาสู ่สมาธิ
พอเข้าสู ่สมาธิแล้วจิตจะแน่ว นั นหละตอนนี เหมือน ถอนเสี ยนถอนหนาม สบาย “เบาหมดเลย”นี จงเรียกว่าพักจิตพักแบบมีสติกำากั กำาลังทางด้านปญญามันรุนแรง พอพักสมาธิได้กำาลังวังชาแล้ว ถ้าเราเบามือทางสติกับสมาธิหน่อยนงมันจะพุ ่งเข้ ทางปญญาเลย
เวลาพิจารณาทางดานปญญาไม่ ใหมาสนใจกับสมาธิ ใหทำางานทางดานปญญาโดยฝายเดียว พิจารณาใหเตมเมดเตมหน่วย
 
เมื อเหนดเหนื อยทางดานปญญาแลวใหถอนจิตเขามาสู ่สมาธิเพื อพักเครื องพักจิ
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...