/  5
 
“If butterflies can fly athousand miles. Think  what you can do.”
การนับถือกั
 
เปนแกนแกนของ
สัมภาษณและเรียบเรียง
:
วรจิตรา
ความรั
จากคอลัมน
สนทนาประสาธรรม
วารสารพลั
 
ฉบับที ่
10"
กุหลาบประดับดวงใจ
"
แมสมเปนลูกคนจีน
 
เกิดและใชชีวิตที ่กรุงเทพฯ
 
เธออยูกับอามาตั้งแตเด็
 
อามาของเธอเปนผูนำชุมชนโรงเจ
 
บานของเธอจึงเหมือนโรงเจขนาดยอม
 
เธอดมกลิ ่นควันธู
 
เทียน
 
และเคารพรูปป  นเทพมหายานมาตั ้งแตยังเด็
 
เมื ่อเติบโตขึ ้
 
เธอสนใจศิลปะและปรัชญาจึงเขาเรียนที ่คณะจิตรกรรม
 
สาขาวิจิตรศิลป
 
มหาวิทยาลัศิลปากร
 
วางๆ
 
ก็หาเวลาไปนั ่งเลนๆ
 
เรียนวิชาเกี ่ยวกั
 
ปรัชญา
 
จิตวิทยา
 
และศาสนาที ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
 
เมื ่อเรียนถึงป
2
ที ่บานลมละลาย
 
เธอตองหาเงิเรียนเอง
 
จึงเปลี ่ยนมาเรียนมัณฑนศิลป
 
ทำงาน
 
และเปดโรงเรียนสอนศิลปะ
สมุ ไท
 ไปพรอมๆ
 
กั
ชีวิตชวงนั ้นเปนอยางไรคะ
ตอนนั ้นสนใจเกี ่ยวกับปรัชญาเยอะ
 
สุดโตงนะ
 
วันๆหมกมุ นกับหนังสื
 
สะพายยาม
 
อานสิทธารัตถะ
 
แลวก็นั ่งดูน้ ำทั ้งวั
 
แมสมคิดวาวัยรุ นทุกยุคนาจะคลายกั
 (
ยิ ้
)
ระหวางนั ้นก็ขามไปเรียนธรรมศาสตร
 
วิชาไหนที ่เราชอบก็เขาไปเรียน
 
จริงๆ
 
เปนวิธีการเรียนที ่ดีนะ
 
เพราะวาในหองเลคเชอรมีเกาอี ้วางเยอะมาก
 
แลวครูก็ตอง สอนอยู แลวใช ไหม
 
ถามีหูเพิ ่มอีกซั
3 - 4
หู
 
ก็ดีจะตาย
 
พออาจารยเห็นคนเยอะก็คึกคัพอป
2
ตองหาเงินสงตัวเองและนองเรียน
 
เราก็ ไปสมัครงานดานหนังสื
 
เพราะเปนคนชอบหนังสื
 
เขารับสมัครคนทำอารตเวิร
 
เราก็ ไปทำ
 
แลวก็เริ ่มเป  โรงเรียนศิลปะ
 
สอนทั ้งเด็กและผู   ใหญ
 
สอนจนสงตัวเองเรียนได
 
แตก็ ไมรู  สึกลำบาก นะ
 
เพราะเรามีธรรมชาติของการสนใจใฝรู  
 
จริงๆ
 
แลวเด็กทุกคนเขามีธรรมชาติของความสนใจใฝรู  
 
 ไมอยางนั ้นเขาอยู  ไม รอดหรอก
 
ความอยากรูอยากเห็นชวยเพิ ่มพูนประสบการณจนเกิดการอยู รอดตาม ธรรมชาติ ได
 
แตพอมีระบบการศึกษาซึ ่งบอกเด็กว
 
เธอตองรู  อยางนี ้
 
มันก็เหมือน กับวาใหเด็กนั ่งเฉยๆ
 
แลวจะมีคนปอนอาหารให
 
พอโดนปอนนานๆ
 
เข
 
ก็ ไมรู  ว อยากกินอะไร
 
ความสนใจใครรู  ของเขาก็ถูกลดทอนลงไป
 
แลวถาเด็กอยู กับครอบครั ที่ไมไดเปดโอกาสใหเขาไดซิกแซ็กเรียนรูสิ่งตางๆ
 
เด็กก็จะพลาดโอกาสการเรียนรูหลายๆ
 
อยาง
 
เช
 
เด็กอยากรู  วาไอเสียงจุ  
 
นี ่มาจากไหน
 
แตมองหาเทาไหรก็ ไมเจอ ตัวจิ ้งจก
 
เพราะวาบานสะอาดมากเลย
 
หรื
 
เทาเด็กไมเคยไดสัมผัสพื ้นผิวอื ่นเลย นอกจากผ
 
เพราะถอดรองเทามาก็มีถุงเทาตลอด
 
เปนต
ฉบับเดือน
 
.
. 53 Vol. 5/2010
2 - 3
วันกอน
 
ความคิดหนึ ่ ผุดขึ ้นในหัวว
เคยเห็นแตหนังสื
 "
คุ
(
แม
)
คือครูคนแรกของลู
" ...
แต ไมเคยเห็
"
ลูกคือครูคนแรกของ คุ
(
พ
-
แม
)"
บางเลย
แมจากการพูดคุยกับคุณพอคุณแมลูกออน บางทาน
 
ก็ลวนสะทอนไปในทิศทาง เดียวกันนี ้
 
แตนอกเหนือจากบทสนทนาสวนตัวแล
 
ขาพเจาไมเคย พบเห็นบันทึกความคิดเหลานี ้เป ลายลักษณอักษรเลย จนกระทั ่งไดอานบท สัมภาษณของคุณนาที ่รู  จักทานหนึ ่
 
ซึ ่งเกี ่ยวกับการเรียนรู  จากชีวิตและ ลูกๆ
 
ของเธอ
 
ขาพเจาอานแลวเห็ วาใจความตรงกับความคิดขางต
 
และก็เหมาะกั
เดือนสิงหาคม
พอดิบพอดี
 
เลยอยากจะนำมาแบปนใหทุกๆ
 
ทานไดละเลียดอานดู บาง
 
และแทจริงแล
 
ทุกๆ
 
ความสัมพันธที ่แวดลอมเราอยู 
 
ลวนมอบของขวัญเปนบทเรียนสำคัญแกเรา ทั ้งสิ ้
 
 ไมวาเราจะอยู  ในฐานะใด
 
ตำแหนงใดก็ตามขอขอบคุ
วารสารพลั
และ
 
นาส
-
สมพร
 
อมรรัตนเสรีกุ
 
ที ่อนุญาตใหนำบทสัมภาษณนี ้มา เผยแพร
 
 
ที ่นี ้ดวย
-
สุวัฒนา
 
ชุมพลกูลวงศ
 
 
Dialogue Monthly : Butterfly Journal Vol. 5/2010 p. 1/5 
จม
.
ขาวผีเสื ้
: Butterfly Journal
 
ตัวแมสมเองมี โอกาสไดเรียนแบบซิกแซ็กเยอะไหม
มีโอกาส
 
เพราะวาเราอยูกับอามาซึ่งเปนคนใจดี
 
 ใจเย็
 
ปลอยๆ
 
สบายๆ
 
 ไมจู  จี ้
 
 ไมพูดมาก
 
และดวยความที ่อยู  กับอามาสองคน
 
เราก็ตองชวยเหลือตัวเอง
 
อยากกินอะไรก็ ไปหากินเอง
 
และอามาเปนผู  นำศาสนาในชุมชน
 
คือเขาจะเหมือนแมชี
 
เชาสวดมนต
 
เย็นก็ออกไปทำกิจกรรมตางๆ
 
ที ่ โรงเจ
 
บรรยากาศในบานก็จะเงียบๆ
 
 โตมากับเสียงอุปกรณ สวดมนต
 
กอกๆๆ
 
กิ  ๊งๆๆ
 
และคนละแวกบานก็เปนคนจี หมด
 
เราก็พูดภาษาไทยไม ได
 
จนเขาประถมนั ่นแหละถึงพู  ไทย
 
เวลามีงานไหวพระจันทร
3
วั
7
วั
 
 โตะไหวเจาก็ เบอเริ ่มเลย
 
สนุกมาก
ตัวแมสมหันมาสนใจเรื ่องการศึกษาโฮมสคูลไดอยางไรคะ
กอนหนานี ้แมสมสนใจเรื ่องจิตวิทยาทั ่วไป
 
แตพอมีลู
 
ก็เลยสนใจจิตวิทยาเด็กมากขึ ้
 
แมสมหันมาศึกษา พัฒนาการทางดานศิลปะของเด็
 
ศิลปะเปพัฒนาการเฉพาะที ่แตกตางจากสายการศึกษาอื ่นๆ
 
เชนว
 
เด็กอายุเท นี ้
 
เขาจะมีพัฒนาการเหมือนกันหมดทั ่วโลก
 
เขาก็จะวาดรูปออกมาแบบนี ้
 
เราจะพัฒนาไปตามขั ้ ตอนอยางไรประกอบกั
 
เราพาลูกคนแรกเขาเรียนในโรงเรียน
 
เขาดูแยและเครียด
 
เห็นแลวเสียดายความคิดสรางสรรคและ ความเปนตัวของตัวเอง
 
ยกตัวอยางเช
 
 โรงเรียนตองการจะสอนใหเด็กมีเหตุผล
 
แตครูเห็นเด็กเดินอยู 
 
จู 
 
ก็เอาเหล็กฟุ ตีตาตุ 
 
เพราะเชือกรองเทาหลุ
 
มันก็เลยเปนคำถามสำหรั ลูกว
 
ตอนเขาอยู บาน
 
เราสอนใหเขาคิดหาเหตุผล
 
หาทางเลือก
 
แตพอไปที ่ โรงเรียน
 
เมื ่อเขาทำเชือกรองเทาหลุ
 
ถาเขาล
 
เขาก็เจ็บเอง
 
แตแทนที ่ครูจะบอกใหผูกเชือกรองเท
 
ครูยองมาขางหลังแลวเคาะตาตุ 
 
เขาเจ็บและไมเขาใจวาทำผิ อะไรสิ่งที่ไมเห็นดวยอีกเรื่องก็คือ
 
ความปลอดภัยทางกายภาพ
 
ตอนนั ้นครูขวางเหล็กฟุตขามหัวเด็กทั ้งหอง
 
สมัรุ นแมสมจะขวางแปรงลบกระดาน
 
ขวางชอล
 
ที ่จริ
 
แคขวางก็ผิดแลว
 
เพราะการขวางก็เปนการสอนเรื่องความกาวราว
 
สิ ่งที ่ครูทำเปนตัวอยางเหลานี ้จะบมเพาะในระดั จิตใตสำนึกของเด็กมาก
 
ฉะนั ้นมันจะยาก
 
ถาเราจะพูดถึ
 
สันติ
กันในบาน
 
แมสมก็เลยตัดสินใจสอนหนังสือลูกเอง
แมสมมีลู
3
คนใช ไหมคะ
ค
 
ลูกชายคนโตชื ่อฟาใส
 
อายุยาง
24
ปแล
 
ลูกชายคนที ่สองชื ่อสายเมฆ
 
อายุ
18
ป
 
คนเล็กนี ่ลูกสาว
 
อายุ
 16
ป
 
แมสมสนิทกับลูกมาก
 
ถือวาเปนเพื ่อนที ่สนิทที ่สุดใน จำนวนเพื ่อนที ่มีอยู บนโลกใบนี ้
ถือวาเปนเพื ่อนสนิ
?
เปนเพื ่อนสนิ
 
มีลูกเปนเพื ่อนสนิ
 
มีอะไรก็คุยกั เขา
 
มีปญหาชีวิ
 
มีปญหากับพอเขา
 
ก็คุยกับเขา
 
ลูกเปนคนแนะนำวิถีทางใหเรา
 
อยางลูกชายคนโต
 
ฟาใสก็ตัดสินใจไป ทำงานเรื
Grand Princess Cruise
เมื ่
2
ปที ่แล
 
 ไดเดิทางไปทาเรือตางๆ
20 - 30
ประเทศได
 
ดูสนุกดีนะคะ
ก็ผจญภั
 
แต ไปเปนจับกั
 
 ไม ได ไปเที ่ยว
 
ลงทานึงก็อยู  ไดแปปเดียว
 
แตเราก็คุยกันทางอินเตอรเน็ตเรื ่อยๆ
 
เมื ่กอนเราก็คุยกับลูกผาน
ICQ
ลูกอยู ขางบน
 
แมอยู ขางลาง
 
เราก็
 โอ
 
 โอ
คุยกั
 
ตอมาก็คุยผาน
MSN
บางทีคุยกันแบบนี ้ กลับคุยไดลึกกวานั่งคุยกันนะ
 
เพราะมันมีบางอยางที่การเขียนมันไมเหมือนกับการนั ่งเผชิญหน
 
ชวงหลังๆ
 
เราก็เขียนอีเมลคุยกันในเรื ่องที ่มันลึกขึ ้
 
ตัวเขาเองก็ โตขึ ้นดวย
 
ตอนนั้นฟาใสบอกวา
 
เขาสังเกตเห็นแมไมคอยมีความสุ
 
แมก็
 
เอ
 
แมก็มีความสุขดีนี ่
 
ทำงาน
 
หาเงิ
 
เลี ้ยงลู
 
วางๆ
 
ก็ทำงานอดิเรกที ่ชอบ
 
แปลหนังสือบาง
 
วาดรูปบาง
 
ทำงานฝมือบาง
 
เขาบอกแคนั ้นมันไมพอหรอก
 
เขาใหเราบอก
ความฝน 
เหมือนเด็กที ่ ฝนอยากจะเปนนู นเปนนี ่
 
สมมติ วาอี
20
ป
 
แมอายุ
70
แม ฝนอะไรสำหรับชีวิ ตที ่ เหลืออยู
 
เราก็ตอบไปว
 
 ฝนอยากมีชีวิ ตเปนของตัวเอง
 
อยากใชชีวิ ตเปนของตัวเอง
 
เขาก็ตอบกลับมาว
 
ไปใชซ 
[   Di ao  gu eMonh  yu e r  f   y  J ou rn aVo. 1    p. 
 
สำหรับแมส
 
อันนี ้คือจิตวิญญาณ
 
คือคำว
 ไปใชชีวิ
เราจะไปทางไหนก็ ได
 
ทางโลก
 
ทางวัตถุ
 
ทางธรรม
 
ทางอะไรก็ ได
 
แตมันมีเจตจำนงคอยู  ในนั ้
 
แต ไม ใชวาคุณใช ชีวิตทางโลกหรือทางธรรม
 
 โดยที ่ตัวเองไม ไดตระหนักถึงมั
 
ทำไปเรื ่อยๆ
 
อยางไมชัดเจน
 
หรือถาพูดอยางหยาบๆ
 
คื
 
ทำ ไปตามหนาที ่
 
ตามกระแส
 
ตามความอยาก
 
อาจจะอยากเปคนดี
 
อยากสะสมแตมบุ
 
แตสิ ่งที ่ลึกกวานั ้นไมมี
 
 ไมมีเป หมายก็ ไมมีผลตอบแทน
 
สมมติว
 
เราทำวารสารเลมนึ
 
ผลตอบแทนที่เปนเงินเดือนก็เปนเปลือก
 
แตมันมีอีกสิ ่งหนึ่งที่ทำใหเราอยากทำ
 
เช
 
เราทำแลวเกิดความปติ
 
เราเติบโต
 
เราเห็นชัดเจนวาชีวิตเราที ่มันงอกขึ ้นมา
 
มันไปทางซายหรือทาง ขวา
 
แมสมคิดวานั ่นคือสวนที ่เรียกวาจิตวิญญาณ
เวลาที ่แมสมรู  สึกวาเดินไปตามสิ ่งที ่เรียกวาจิตวิญญาณ
 
แมสมมีเสนทางไปอยางไร
 
จากที่ฟงเผินๆ
 
มันมาจากบทสนทนางายๆ
 
เทานั ้นเอง
อันนี ้เปนตัวอยางหนึ ่งที ่เกี ่ยวกับความสนิทกับลู
 
แตจริงๆ
 
แลวมันไม ใชแคนั ้นหรอก
 
คือหลังๆ
 
มาเนี ่
 
แมสมใชชีวิตที ่ ไม ไดสนใจในเรื่องรูปแบบขางนอก
 
แตกอนจะมีชวงที ่ ตองใสชุดผาฝาย
 
 ใสผาถุ
 
 ใชถุงผ
 
กินเจ
 
มีรูปแบบ
 
แตตอนนี ้สบายๆ
 
สิ ่งที ่สำคัญสำหรับเราตอนนี ้ก็คื
 
 
ขณะที ่เรารู  สึกว เรายังอยู 
 
เราอยู ที ่นี ่
 
มันอาจจะมีบางแวบที ่เราหายไป
 
แตเรายังรู  ตัวว
 
เราหายไปและเรากลับมา
 
ดานที ่สนใจวาเราแต ตัวอยางไร
 
 ใชชื ่ออะไร
 
เลนอะไร
 
กินอะไร
 
มันไมสำคัญกับเรา เหมือนแตกอน
 
จิตวิญญาณมันไมตองมีชื ่อเรียก
 
 ไมมีแบรนด
 
 ไมมีสี
 
สิ ่งเหลานี ้ทำใหเราสามารถชื ่นชมไดกับทุกแบรนด
 
ทุศาสนา
 
ทุกสาย
 
ทุกวิถีปฏิบัติ
 
ชื ่นชมแลวก็ ไมตัดสิ
 
การมีลูกมีความหมายอยางไรบางกับแมส
 
ความหมายทางกายภาพ
 
มันทำให ไมวางตลอด
20
กวาป
 
เพราะเราเลี ้ยงเองตลอด
 
และเรามีธรรมชาติที ่ตองทำ อะไรตลอดเวลาตั ้งแตเด็
 
ตองชวยเหลือตัวเอง
 
ตองทำอะไรดวยตัวเอง
 
แลวก็ ไมชอบใชคนอื ่
 
ซึ ่งดีมากเลย
 
เพราะการไมวางทำใหเราไมคอยยุ งกับใคร
 
 ไมคอยเดือดรอนกับเรื ่องชาว บาน
 
และการเลี ้ยงลูกก็เหมือนการทำวิทยานิพนธ
 
เราคอยๆ
 
ดูการเติบโต
 
เราไดเรียน
 
 ไดศึกษาตลอด
 
อยางคนแรกนึกว อยางนี้ถูกแลว
 
คนที่สองก็ไมเหมือนกันอีก
 
ทั้งนิสัยและอารมณ
 
เราก็รื ้อใหม
 
ศึกษาใหม
 
พอมาลูกสาวก็แปลกไปอี แบบ
 
แตละชวงวัยก็ตางกันอี
 
ดวยความที ่ชอบเรียนรู  จาก ของจริ
 
ทำใหสนุกดีทางดานจิตใจก็ ไดฝกเยอะ
 
 ไดฝกความอดทน
 
ความเพียร
 
การยับยั ้งชั ่งใจ
 
เพราะมันตองตระหนักตลอดเวลาว เราเปนแบบใหกับลู
 
แตจะเปนแบบอยางไรใหเปนธรรมชาติ ของเรา
 
ฉะนั ้
 
ชวงแรกๆ
 
เราอาจจะพยายามเปนแมที ่ดี
 
แตตอนนี ้ลูกมันก็วาเลยนะ
 
เมื ่อกอนแมบอกไม ให ใชถุงพลาสติ
 
แตดูแมเดี ๋ยวนี ้ซิ
(
หัวเราะ
)
คื
 
เราจะเปนแบบอยางไรที ่ไม พยายามเกินไป 
 
นี่คือสติของความเปนแม
 
เราไมตองเปลี่ยนตัวเองถึงขนาดเปนนางฟา
 
เพราะมันไมเปน ธรรมชาติ 
 
และถาเราพยายามไมโกรธ 
 
ไมดุ
 
ไมว
 
สุดทาย ความโกรธตางๆ
 
 มันก็จะไปออกกับคนอื ่น 
 
ซึ ่งมันก็ไมใชการ  ระบายออกที ่ถูกนั
 
เพราะฉะนั ้นถาเราโกรธเขา
 
เราก็ตองปฏิ บัติ การกับเขา
ปฏิบัติการอยางไรคะ
งายที ่สุ
 
คื
 
ขอเวลานอก
 
เราปดประตูและเขียน หนาหองว
แม ไมยุ งกับใคร
10
นาที
บางทีเราอารมณ ไมดี
 
อาจจะมีประจำเดือนหรือกำลังอารมณเสี
 
เราบอกใหรู  ว ตอนนี ้แมอารมณเสี
 
เราก็พยายามจะสื ่อสารว
 
เราโกรธได
 
แตเราจะจัดการกับความโกรธของเรา
 
อันนี ้เปนสิ ่งที ่ตองเรียน
 
เช
 
ลูกโดดเรียน
 
ถามวาโกรธไหม
-
 โกรธ
 
ถามตอว
 
 โกรธเพราะอะไร
-
กลั
 
กลัวอะไร
-
กลัวเขาไมมีสิทธิ ์สอบ
 
แลวถาถามกลับว
 
สมัยเราเรียน
 
เราโดดไหม
-
 โดดมากกวาเขาอี
 
พอมาทบทวนอยางนี้
 
เราพบวาเราโกรธเพราะความคาดหวัง
 
ที่แทเรารักตัวเอง
 
เราเปนหวงความรู  สึกตัวเอง
 
พอเขาไมสามารถทำตามความคาดหวังของเราได
 
เราก็เจ็
 
เราก็ผิหวั
 
พอผิดหวังมากๆ
 
เราก็บมจนเปนความโกรธ
 
ความรัแบบนี ้เปนความรักประเภทเอาเขาตั
 
 ไม ใชความรักที ่ ใหออก  ไป
 
ดูเหมือนวา
 
ความรักที่เอาเขาตัวจะมีความคาดหวังอยูเบื ้องหลั
 
แลวความรักที ่ ใหออกไปมีอะไรที ่คอยสนับสนุ อยู เบื ้องหลั
แมสมก็เปนเหมือนแมคนอื ่นที ่มีความรักลูกแบบคาด หวังนะ
 
แตเพราะเราเรียนรูมาจากประสบการณตัวเองและ จากการศึกษาว
 
มนุษยเราไมวาผู   ใหญหรือเด็กลวนตองการ
 "
ความนับถืออยางเทาเทียม
"
สิ ่งนี ้เปนคุณคาในการมองโลก มองชีวิตของแมส
 
ฉะนั ้นนอกจากการเลี ้ยงดู
 
หุงหาอาหาร
 
 ใหความสุขกับลูกแลว
 
แมสมเชื่อวาการใหความนับถือเปนเรื ่องที ่ตัวเองใหความสำคัญลำดับตนๆ
 
ความรักของแมสมจะไมใชรักแทไมมีเงื่อนไขใดๆ
 
หลายครั ้งตัวเราเองก็ ผิดหวั
 
เสียใจ
 
และกังวลใจกับลู
 
เพียงแตวาปฏิกริยาที่เราตอบสนองตอความผิ ดหวังนั้นไมไดแสดงออกดวยความโกรธ 
 
นั่นคงเปนเพราะเรามีความ นับถือตอลูกในฐานะที ่เปนมนุษยเทาเทียมกัน 
 
เราเชื ่อวาลู  มีปญญาภายในตัวติ ดตัวมาแตกำเนิ 
 
ตอนลูกเปนเด็กเล็กๆ
 
เรามีหนาที่ดูแลสุขทุกขทาง รางกายและอารมณ
 
 ใหเขากินอิ่ม
 
นอนหลับ
 
และรูสึกปลอดภั
 
แตพอพวกเขาโตเปนวัยรุ 
 
หนาที ่ของเราก็เปลี ่ยน
Dialogue Monthly : Butterfly Journal Vol. 5/2010 p. 3/5 

Share & Embed

More from this user

Add a Comment

Characters: ...