• Embed Doc
  • Readcast
  • Collections
  • CommentGo Back
 
การพยาบาลเด็กที มีปัญหาผื 
 
สุชีวา
 
วิชัยกุ
 
กายวิภาคและสรีรวิทยาของผิวหนังเด็
 
ผิวหนังของเด็กเจริญเติบโตพร้อมๆกับส่วนอื นๆของร่างกาย
 
หนังกําพร้าของทารกจะมีลักษณะบางกว่ และยังไม่เจริญเต็มที เมื อเปรียบเทียบกับผู  ้ใหญ่โดยเพาชั
horny layer 
ซึ งเป็นชันสําคัญในการปก้ องผิวหนั
 (barrier layer)
พืนที ผิวกายของทารกจึงดูดซึมสารต่างๆ
 
เช่
 
ยา
 
ได้มากและมีผลต่อร่างกายมากกว่าในผู  ้ใหญ่
 
ในขวบแรกของชีวิตการยึดเกาะกั
(cohesion)
ระหว่างเซลล์ของหนังกําพร้า
 
และระหว่างหนังกําพร้ากั
 basemet membrane
ยังไม่แข็งแรง
 
เมื อผิวหนังถูกกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยหรือมีการติดเชือแบคทีเรียทํ ให้ผิวหนังพองและเป็นตุ ่มนําง่าย
 
ส่วนต่อม
sebaceous
ยังสร้าง
sebum
น้อยมาก
 
ทําให้ผิวหนังเด็กแห้งและ แตกได้ง่ายโดยเฉพาะในฤดูหนาว
 
นอกจากนีการที หนังศีรษะเด็กไม่มี
sebum
จึงเป็นปัจจัยสําคัญอันหนึ งที ทําให้ เด็กเป็นโรคกลากของหนังศีรษะ
(tenea capitis)
ได้ง่ายกว่าผู  ้ใหญ่
 
ส่วนประกอบอื นๆของผิวทารกก็ยังไม่สมบูรณ์เช่นกั
 
เช่
 
ต่อมเหงื อ
 
ระบบไหลเวียนของเลือดที ผิวหนั
 
และชันไขมันใต้ผิวหนั
 
ฉะนันผิวหนังบางแห่งจึงมีเหงื อน้อยหรือไม่มีเหงื อ
 
ทําให้การควบคุมอุณหภูมิร่างกายของ ทารกแรกเกิดไม่ใคร่ดีนั
 
ลักษณะการเปลี ยนแปลงของผิวหนัง
 
การเปลี ยนแปลงของผิวหนังจําแนกได้เป็น
2
ลักษณะ
 
คื
 1.
ลักษณะปฐมภูมิ
(Primary lesion)
คือลักษณะเฉพาะโรค
 
โดยอาจจะใช่หรือไม่ใช่ผื นที เกิดเริ มแรก
 
ไม่ใช่ผื นที มีการเปลี ยนแปลงไปแล้วจากการเกา
 
แกะ
 
หรือติดเชือแทรก
 
ลักษณะปฐมภูมิมีได้หลายแบบดังนี
 
Macule
คื
 
ผื นราบ
 
เกิดจากสีของผิวเปลี ยนแปลงโดยที ผิวหนังไม่นูนหรือบุ ๋
 
ขอบเขตของผื นอาจเห็นได้ ชัดหรือไม่ชั
 
มีขนาดละรูปร่างต่างๆ
 
Papule
 
คือตุ ่มนู
 
มีขนาดเล็กมากไปจนถึงเส้นผ่าศูกลางไม่เกิน
5
มม
.
มีสีต่างๆ
 
อาจมียอดกลม
 
เช่
 
ไฝ
 
ยอดแบนราบ
 
เช่นหู
 
ยอดคล้ายสะดือบุ ๋
 
เช่
 
หูดข้าวสุ
(mollusum contagiosum)
หรือมียอดแหลมแบบตุ ่ ผื นหนังคางคก
 
และเมื อคลําดูอาจจะรู  ้สึกนุ ่
 
หยุ ่
 
หรือแข็
 
Vesicle
คือตุ ่มพองนํามีขนาดไม่เกิน
5
มม
.
ถ้าขนาดใหญ่กว่านีเรียก
 
bulla
หรือ
bleb
นําข้างในอาจจะใสไม่มีสี
 
เช่
vesicle
ในระยะแรกของอีสุกอีใส
 
หรือมีสีเหลืองอ่อน
 
สีแดงของเลือด
 
ผิวของตุ ่มนําอาจตึงหรือหย่อน
 
อาจอยู ่เป็นกลุ ่มหรือกระจายไปทั วร่างกาย
 
Pustule
คือตุ ่มหนอง
 
มีลักษณะตังแต่ขุ ่นขาวเล็กน้อยไปจนถึงสีออกเหลืองและเขียว
 
บางชนิดผนังบางแตกง่าย
 
เช่
bullous impetigo
บางชนิดผนังหนา
 
ผิวตุ ่มหนองอาจตึงหรือหย่อน
 
บางชนิดมียอดคล้ายสะดือบุ ๋
 
เช่
 
อุกอีใสในระยะหลั
 
บางชนิดอาจเป็นหนองเฉพาะที ยอดก็ได้
 
 
 
Nodule
คือก้อนขนาดใหญ่กว่
5
มม
.
และมีความลึกด้วย
 
ขนาดที เห็นอาจเล็กกว่าความเป็นจริงถ้าไม่ คลําดู
 
เช่
erythema nodosum
ต้องใช้มือคลําจึงจะรู  ้สึกถึงส่วนลึกและขนดที แท้จริง
 
nodule
นันเป็นเนืงอกหรือะเร็งจะเรียกว่
tumor 
Plaque
คื
papule
ที มาอยู ่รวมกันเป็นกลุ ่มและเป็นแผ่นหนากว้างอาจเรียกว่
Patch
ก็ได้
 
เช่
papulo -vesicle patch
เป็นต้น
 
Verrucous
คื
 
ลักษณะผิวที แห้งขรุขระ
 
เนื องจากมีปุ ่มเล็กๆเบียดชิดกันอยู ่
 
เช่นผิวหนังของหู
 
Wheal
 
คือตุ ่มบวมนําในชันบนของหนังแท้
 
รูปร่างอาจเปลี ยนแปลงหรือขยายขนาดใหญ่ขึนเป็น
plaque
หรือยุบหาย
 
หมดในไม่กี ชั วโมง
 
อาจมีสีเดียวกับผิวหนั
 
หรือสีแดงเรื อ
 
เช่
 
ผื นลมพิ
 
Burrow
 
คอ
 
เส้นทางเดินของพยาธิใต้ผิวหนั
 
อาจเป็นเส้นตรงหรือยาวคดเคียว
 
เช่
 
ทางเดินของหิดและพยาธิปากขอ
 
Comedo
คื
 
หัวสิ
 
สวหัวปิด
(closed comedo)
มีสีออกขาว
 
หรือสิวหัวเปิด
(opened comedo)
มีสีดํ
 
Sclerosis
 
คือผิวหนังแข็งตึ
 
เมือคลําดูจะรู  ้สึกถึงความแข็งตึงได้ดีกว่าการดู
 
ถ้าเป็นที มือจะกํามือลําบาก
 
Erythema
คือผิวหนังเป็นสีแดงเนื องจากหลอดเลือดขยายตั
 
เมื อใช้แผ่นกระจกใสทาบกดลง
(diascopiceseamination)
สีแดงของเลือดจะหายไปหมด
 
Purpura
คือจุดเลือดออกใต้ผิวหนั
 
ใหม่ๆจะมีสีแดงคล้าย
erythema
แต่เมื อใช้แผ่นกระจกใสกดสีแดง จะยังคงอยู ่
 
แต่ถ้าเก่าหน่อยจะมีสีนําตาล
purpura
ใน
thromboeytopenia purpura
จะมีลักษณะเป็นผื นแดง ราบแบบ
macule
Scale
คือขุยหรือแผ่นแห้งลอกของผิวชันนอกสุ
 
เกิดจากการผิดปกติของกระบวนการ
keratinization
เกลือนจะมี
scale
ละเอียดและเก็บยาก
 
ต้องขูดจึงจะร่วงออกเป็นผงๆ
 
ส่วนใน
psoriasis
จะเป็นเกล็ดวาวๆคล้ายเงินเรียก
silvery scale
นอกจากนีอาจมีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่ติดแน่นมองดูเหมือนพืนดินที แตกระแหง
 
2.
ลักษณะทุติยภูมิ
(Secondary lesion)
คือผื นที เปลี ยนแปลงไปจากลักษณะปฐมภูมิตามการดําเนิ ของโรค
 
หรือจากการเกา
 
การติดเชือแทรกซ้อน
 
หรือเกิดจากการรักษา
 
ซึ งได้แก่
 
Crust
คือสะเก็ดแห้งกรัง
 
เกิดจากนําเหลือง
 
หนอง
 
เลือดและเซลล์ที ตายคละกันแห้งกรังบนผิ
 
อาจจะเป็นสีนําผึ
 
เช่
 
ที พบใน
impetigo
หรือสีดําๆแบบแผลไฟไหม้
 
Lichenification
คือผิวหนังที แห้ง
 
ด้วน
 
หนา
 
แข็
 
ร่องผิวหนังเห็นชัดขึ
 
เป็นผลจากเกาและถูซําซากอยู ่ นานๆ
 
เช่
 
ใน
eczema
ระยะเรือรัง
 
Erosion
 
คือแผลตืนๆ
 
เกิดจากผิวหนังชันหนังกาพร้าหลุดออก
 
จึงหายได  ้โดยไม่มีแผลเป็น
 
เช่
 
เมื 
 eczema
แตก
 
Uler 
 
คือแผลที ลึกลงไปถึงชันหนังแท้หรือชันไขมั
 
เวลาหายจึงเป็นแผลเป็น
 
เช่
 
แผลฝีแตก
 
 
 
Scar 
 
คือแผลเป็นที เกิดจากแผลหายโดย
fibrosis
แผลเป็นใหม่ๆจะมีสีชมพูหรือม่วงแดง
 
ประมาณหลังจาก
6
เดือนหลังจากนันสีจะจางหมด
 
และแผลเป็นจะเหี ยวลงจนไม่เห็นชัดนั
 
Sinus
คือโพรงหนองใต้ผิวหนั
 
Excoriation
 
คือรอยที เกิดจากการเกา
 
Fissure
 
คือรอยแตกของผิวหนังคล้ายรอยถูกของมีคมบาด
 
ลึกลงไปถึงหนังแท้
 
เจ็บ
 
เกิดจากการอักเสบของผิวหนังเป็นเวลานาน
 
ทําให้ผิวหนังแห้งมากอละขาดการยืดหยุ ่
 
 ไข้ออกผื น
(Exanthematous)
ในเด็กเป็นปัญหาที พบบ่อย
 
สาเหตุของโรคนีมีทังเชือไวรัส
 
แบคทีเรีย
 
ยา
 
หรือบางโรที ยังไม่ทราบสาเหตุแท้จริง
 
การวินิจฉัยโรคต้องอาศัยประวัติ
 
อาการ
 
และอาการแสดงก่อนผื นขึ
 
อาการแสดงเฉพาะโรค
(pathognomonic)
และผลทางห้องปฏิบัติการ
 
 ไข้ออกผื นแบบ
erythematous maculopapular rash
ส่าไข้หรือหัดกุ
 
หลาบ
(Roseola infantum
หรือ
Exanthensubitum)
 
เกิดจาก
human herpes type 6
พบในเด็กอายุ
6
เดือน
- 4
 
พบมากที สุดในช่วงอายุ
6
เดือน
- 2
 
ระยะฟักตั
5 -15
วั
 
ผู  ้ป่วยมีไข้สูงลอย
3-4
วั
 
โดยไม่มีอาการอื นชัดเจน
 
แต่อาจตรวจพบคอแดงเล็กน้อย
 
ต่อมนําเหลืองที คอและหลังหูโตเล็กน้อย
 
ผื นจะขึนในวันที 
3-4
ของไข้พร้อมๆกับไข้ลดลงทันที
 
ผื นจะมีลักษณะเป็นมคคู
(Macule)
หรือแม็คคูโลแป็ปปู
 (Maculopapule)
สีชมพูแดง
 
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
2-3
มม
.
อยู ่ห่างๆกั
 
บางครังก็อยู ่รวมกันเป็นกลุ ่มและสีจาง เมื อถูกกด
 
โดยผื นจะขึนที ลําตัวก่อนที จะลามไปหน้า
 
แขนขา
 
ผื นจะอยู ่เพียง
1-2
วั
 
แต่บางครังจะอยู ่เพียงไม่กี  ชั วโมง
 
แล้วจะหายไปโดยไม่มีรอยด่างดําหรือผิวหนังลอก
 
การประเมินสภาพ
 
1.
 
ประวัติ
 
มักพบในช่วงอายุ
6
เดือน
-4
 2.
 
ตรวจร่างกาย
 
จากอาการแลอาการแสดง
 
มีไข้สู
3-4
วั
 
ผื นที ผิวหนังมีลักษณะเป็นแบบแบคคูโลแป๊ ป ปู
(Maculopapular rash)
ต่อมนําเหลืองไม่โต
 3.
 
ผลการตรวจในห้องปฏิบัติการ
 
ไม่พบความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงและนําไขสันหลั
 4.
 
การรักษา
 
ให้ยาลดไข้
 
แนะนําให้เช็ดตัวลดไข้และระวังการซักจากไข้สู
 
 โรคหั
(Rubeola
หรือ
Measles)
 
เกิดจาก
measles virus
กลุมพารามิกโซไวรัส
(Paramyso virus)
พบบ่อยในเด็กอายุ
6
เดือน
- 5
 
ในเด็กอายุตํ ากว่
6
เดือนไม่พบว่าเป็นโรคหั
 
เพราะได้รับภูมิคุ  ้มกันโรคจากมารดา ผ่านรก
 
ยกเว้นกรณีที มารดาไม่เคยเป็นโรคหัดมาก่อน
 
ระยะฟักตั
8-12
วั
 
ระยะติดต่
1-2
วันก่อนมีไข้จนถึ
4
วั
 
หลังผื นขึ
 
ติดต่อการหายใจ
 
และการสัมผัสนํามู
 
นําลายหรือเสมหะของผู  ้ป่วย
 
มีไข้
 
ไอมาก
 
มีนํามู
 
ตาแดง
 
เบื ออาหาร
 
ซึ งสามารถจําแนกอาการและอาการแสดงได้เป็น
3
ระยะ
 
คื
 
of 00

Leave a Comment

You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...
You must be to leave a comment.
Submit
Characters: ...