You are on page 1of 8

-44-

ข้อเสนอแนะในการเขียนผลงานทางวิชาการและการเสนอผลงานวิจัย
รศ.จุมพจน์ วนิชกุล รศ.ฉันทนา ชาญพาณิช รศ.นันทา วิทวุฒิศักดิ์
ผศ.พรทิพย์ วัฒนสุวกุล ผศ.ภิญญาพร นิตยะประภา รศ.อัญญาณี คล้ายสุบรรณ์

ข้อเสนอแนะในการเขียนผลงานทางวิชาการ (เอกสารประกอบการสอน
เอกสารคำาสอน หนังสือ ตำารา งานแต่ง งานเรียบเรียง
1. รูปแบบของการเขียน ควรคำานึงถึงเรื่องต่างๆ เช่น การพิมพ์ประณีต
ชัดเจน เว้นวรรคตอนและช่องไฟ มีความต่อเนื่องในการเสนอเนื้อหา มีหัวข้อชัดเจน
ใช้ศัพท์ทางเทคนิคถูกต้อง มีการอ้างอิงแหล่งวิชาการที่ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้า (เช่น การ
คัดลอกหรือยกข้อความ ภาพ แผนภูมิ ภาพประกอบ ตาราง ฯลฯ) ในรูปแบบที่
สมำ่าเสมอ จัดทำาบรรณานุกรมและ ภาคผนวก ไว้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. ความถูกต้องในด้านเนื้อหาวิชา ควรคำานึงถึงความถูกต้องของข้อมูล ทฤษฏี
สูตร ศักราช การทดลอง การตีความ หลักฐานอ้างอิง การเสนอแนวความคิดและ
เหตุผล ความทันสมัยของหลักวิชาการ ฯลฯ
3. การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาไทย เว้นแต่ตำารา หนังสือ หรือเอกสาร
ใช้ประกอบการเรียนวิชาภาษาต่างประเทศ หรือตำารา หนังสือ หรือเอกสารที่มีความ
จำาเป็นพิเศษ ที่ต้องเขียนเป็นภาษาต่างประเทศ กรณีที่เป็นข้อยกเว้นให้คณะกรรมการ
พิจารณาผลงานทางวิชาการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
4. ความถูกต้องเหมาะสมในด้านการใช้ภาษา ต้องคำานึงถึงการใช้ถ้อยคำา ต้อง
ให้ชัดเจน แจ่มแจ้ง ถูกต้องตามหลักภาษาและตรงความหมาย ใช้คำาสุภาพที่นิยมใช้ใน
ภาษาเขียน ตัวสะกด การันต์ถูกต้อง ศัพท์บัญญัติต่างๆ ต้องถูกต้องและให้ตรงกันตลอด
ทั้งเล่มการใช้วรรคตอนเหมาะสม ข้อความอ่านเข้าใจง่าย กระชับ และมีความสัมพันธ์กัน
เป็นอย่างดี การเรียบเรียงเรื่องราวในแต่ละย่อหน้า แต่ละบทต้องมีความเกี่ยวเนื่องกัน
สำานวนโวหารต้องเป็นภาษาเขียน และเหมาะกับเรื่องแต่ละตอน
5. ความสมบูรณ์และความลึกซึ้ง ควรมีขอบเขตคลุมเนื้อหาวิชาที่ผู้เขียนมุ่ง
หมายครบถ้วนแต่ละเรื่อง แต่ละตอน การอธิบายหรือวิเคราะห์ ควรให้ละเอียดถี่ถ้วน
และลึกซึ้ง ควรมีส่วนประกอบอื่น เช่น บทนำา สารบัญ ภาพประกอบ ตาราง แผนภูมิ
ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่การอ่านและการค้นคว้าต่อไปของงานแต่ง งานเรียบเรียง
-45-

ตำารา หรือหนังสือเล่มนั้นและควรเสนอแนะหนังสือหรือเอกสารประกอบการศึกษาอื่น
ที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือ ตำารา วารสาร และงานวิจัย ฯลฯ
หนังสือ ตำารา (งานแต่ง งานเรียบเรียง) จะต้องมีความละเอียดสมบูรณ์และความ
ลึกซึ้งมากแต่ไม่จำาเป็นว่าเนื้อหาจะต้องครอบคลุมรายวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วน
เอกสารประกอบการสอน เอกสารคำาสอน จะต้องมีเนื้อหาครอบคลุมรายวิชาใดวิชาหนึ่ง
โดยเฉพาะ

ข้อเสนอแนะในการเสนอผลงานวิจัย
ควรคำานึงถึงเรื่องต่อไปนี้
1. ความชัดเจนของปัญหาการวิจัย แสดงความชัดเจนของปัญหาและความ
จำาเป็นที่จะต้องทำาการศึกษาวิจัยในปัญหาดังกล่าว ตลอดจนความน่าสนใจของปัญหาที่
ศึกษา กำาหนดขอบเขตของปัญหา ข้อตกลงเบื้องต้นและให้คำานิยามเชิงปฏิบัติการของ
ตัวแปรที่สำาคัญ และศัพท์เฉพาะทั้งหมด
2. การศึกษาเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีการประมวลความรู้ในทาง
ทฤษฎี ศึกษาผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำาลังศึกษาค้นคว้า และแสดงความเชื่อม
โยงความรู้ที่ได้ศึกษาวิเคราะห์ จากผลงานที่มีอยู่แล้วนั้นกับการวิจัยปัจจุบันที่กำาลังทำา
เพื่อหาแนวทางและวางรูปแบบของการวิจัยให้ตอบปัญหาที่ตั้งไว้สำาหรับการวิจัย
3. แบบแผนของการวิจัย ต้องตอบสนองปัญหาที่ตั้งไว้สำาหรับการวิจัย หาก
เป็นการวิจัยที่ตั้งสมมุติฐาน การตั้งสมมุติฐานต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง เช่น มีรากฐานทาง
วิชาการจากการประมวลความรู้ในเอกสาร ตำารา และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีนิยามของ
ตัวแปรอย่างชัดเจนสอดคล้องกับปัญหาของการวิจัย
4. กลุ่มตัวอย่างและวิธีการสุ่มกลุม่ ตัวอย่าง ถูกต้องตามหลักวิชาการและเหมาะ
สมกับปัญหาการวิจัย
5. วิธีการดำาเนินการวิจัย มีขั้นตอนและวิธีการเหมาะสมต่อเรื่องที่วิจัย
6. วิเคราะห์ข้อมูล มีความถูกต้องและเหมาะสม ใช้วิธีการทางสถิติ (ถ้ามี) อย่าง
เหมาะสมถูกต้องสามารถทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งไว้ได้ พร้อมทั้งรายงานผลการวิจัย การ
วิเคราะห์ข้อมูลและการสรุปผล
-46-

7. การสรุปและอภิปรายรายงานผลการวิจัย ประมวลผลและตีความตลอดจน
อภิปรายผลงานการวิจัยและแสดงความเชื่อม โยงผลของการวิจัยนี้เข้ากับมวลความรู้เดิม
ที่ศึกษามา
8. การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล มีรูปแบบของการอ้างอิงแหล่งวิชาการที่ถูก
ต้องตามหลักสากลนิยมและมีความสมำ่าเสมอในการใช้รูปแบบนั้น
9. ความสำาคัญและประโยชน์ของเรื่องที่วิจัย เรื่องที่วิจัยเป็นเรื่องที่มีคุณค่าและ
มีประโยชน์ทางด้านวิชาการ หรือสามารถนำาผลการวิจัยไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วน
รวมได้

ข้อเสนอแนะทั่วไปในการจัดทำาผลงานทางวิชาการ
1. จัดทำาต้นฉบับให้เรียบร้อย ตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดการันต์
ถ้าหากเป็นลายมือเขียนต้องเขียนให้อ่านง่าย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้พิมพ์สามารถพิมพ์ตาม
ต้นฉบับได้ถูกต้อง
2. เพือ่ ป้องกันการพิมพ์วรรคตอนผิดพลาด ถ้าหากต้องการให้เว้นวรรคใน
ข้อความตอนใดให้ใช้เครื่องหมายขีดแบ่งไว้
3. ชื่อบทความไม่ควรวงเล็บภาษาอังกฤษใส่ไว้ ถ้าหากต้องการจะให้มีจะต้อง
มีเหมือนกันทุกบท
4. รูปภาพ ตาราง หรือแผนภูมิที่มีขนาดใหญ่และต้องวางไว้ในแนวนอน ควร
วางด้านบนของภาพ หรือตาราง ไว้ทางด้านซ้ายมือของตำารา และให้ใส่เลขหน้าที่มุมบน
ขวามือ
5. เนื้อหาที่นำามาพิมพ์ไว้ในแต่ละหน้าควรมีประมาณ 25 บรรทัด ในกรณีอัด
สำาเนา และประมาณ 30 บรรทัดในกรณีพิมพ์จากโรงพิมพ์
6. การจัดพิมพ์ควรดำาเนินการดังนี้
6.1 กระดาษหรือรูปเล่ม กรณีอัดสำาเนาให้ใช้กระดาษขนาด A4
สำาหรับการพิมพ์โรงพิมพ์ให้ใช้ขนาด 8 หน้ายก
6.2 หัวข้อในการพิมพ์ติดเส้นคั่นหน้า
-47-

6.3 หัวข้อรองซึ่งเป็นหัวข้อย่อยของหัวข้อหลักให้ย่อหน้าลึกเข้ามา 4-7


ตัวอักษรและอยู่ห่างจากข้อความของหัวข้อหลักข้างบน 1 บรรทัด
6.4 หัวข้อรองซึ่งเป็นข้อย่อยของหัวข้อรอง (ข้อ 6.3) ให้ย่อหน้าเข้ามา
ให้ตรงกับแนวข้อความของหัวข้อรอง และให้ช่องว่างห่างจากบรรทัดบน 1 บรรทัด
6.5 หัวข้อย่อยของหัวข้อย่อย (ข้อ 6.4) ให้ย่อหน้าเข้าให้ตรงกับข้อความ
ของหัวข้อย่อยข้างบน และให้อยู่ห่างจากข้อความข้างบน
6.6 ถ้าหากมีหัวข้อย่อยมากกว่านี้ ให้จัดระบบเหมือนข้อ 6.5 กล่าวคือ
ย่อหน้าหัวข้อเข้ามาให้ตรงกับข้อความในหัวข้อย่อยหลักข้างบน และปัดช่องว่างให้ห่าง
จากข้างบนเช่นกัน
6.7 หัวข้อใน 6.2 และ 6.3 จะเป็นหัวข้อรองซึ่งไม่มีข้อความอื่น
พิมพ์ต่อหลังจากที่พิมพ์ข้อความของหัวข้อนั้นหมดแล้ว ส่วนหัวข้อย่อยอื่น ๆ หลังจาก
พิมพ์หัวข้อแล้วให้นำาข้อความอื่น ๆ มาพิมพ์ต่อได้เลยโดยไม่ต้องย่อหน้าและขึ้นบรรทัด
ใหม่ ข้อความที่มีเลขประจำาข้อ ควรย่อหน้าเมื่อขึ้นเลขหน้าใหม่
6.8 เพื่อเป็นการเน้นหัวข้อให้เด่น ควรพิมพ์ขนาดตัวอักษรให้โตขึ้นกว่าตัว
อักษรที่พมิ พ์เนื้อหา
7. ควรพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อสะดวกในการแก้ไข
8. ควรพิสูจน์อักษรด้วยความประณีต โดยการใช้ปลายดินสอ หรือปากกาชี้ไป
ทีละตัว การพิสูจน์อักษรโดยการอ่านจะมีโอกาสผิดพลาดได้มาก
9. การแก้คำาผิดจะใช้วิธีทำาใบแทรกแก้คำาผิดไม่ได้ หรือจะแก้โดยวิธีการเขียน
ลงในหน้าก็ไม่ได้
10. ถ้าหากเป็นงานแต่ง งานเรียบเรียง ตำารา หรือเอกสารประกอบการสอน รวม
ทั้งเอกสารคำาสอนต้องพิมพ์ 2 หน้า ยกเว้นงานวิจัยสามารถพิมพ์หน้าเดียวก็ได้
11. รูปภาพหรือแผนภูมิ ต้องชัดเจนและสื่อความหมายได้ (ภาพถ่ายปกติเมื่อถ่าย
เอกสาร ขาว-ดำา จะไม่ ชั ด เจนเท่ า กั บ ต้ น ฉบั บ แต่ ถ้ า ถ่ า ยภาพสี จ ะชั ด เจนดี ม าก)
-48-

12. หน้าคำานำา สารบัญ สารบัญภาพ และสารบัญตาราง ให้ใช้อักษร ก ข ค


หรือตัวเลขในวงเล็บ เช่น (1) (2) (3) เป็นต้น กำากับหน้าสำาหรับหน้าที่เป็นบทที่
หรือบรรณานุกรมไม่ต้องพิมพ์เลขหน้ากำากับไว้ (สมมุติว่า บทที่ 2 ปรากฏอยู่หน้า 31
ไม่ต้องพิมพ์หน้า 31 ลงไปเหนือคำาว่า บทที่ 2 แต่ให้พิมพ์หน้า 32 ไว้ในหน้าถัด
ไป)
13. เมื่อขึ้นบทใหม่ทุกครั้ง ต้องขึ้นหน้าใหม่เสมอและให้อยู่หน้าชิดขวามือจะ
ว่างก็ให้นับหน้าว่างด้วย สำาหรับหัวข้อหลักไม่ควรขึ้นไว้ต่อท้ายหน้าใดหน้าหนึ่ง โดย
ไม่สามารถพิมพ์ข้อความอื่นในข้อนั้นต่อได้อีก ในกรณีนี้ควรขึ้นหน้าใหม่แม้ว่าในหน้า
นั้น ๆ จะเหลือพื้นที่อีกหนึ่งบรรทัดก็ตาม
14. การแปลตำาราจากภาษาต่างประเทศ ผู้แปลต้องส่งสำาเนาต้นฉบับเดิม 5 ชุด
แนบมาให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ ถ้าหากผลงานนั้นพิมพ์จำาหน่ายแจกจ่ายต้องขอ
อนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อนแล้วแนบใบอนุญาตนั้นมาด้วย
15. ระบบตัวพิมพ์ตัวเลขและการอ้างอิง เมื่อใช้แบบใดต้องใช้แบบนั้นตลอด
ทั้งเล่ม
16. ผลงานเพื่อเสนอขอตำาแหน่งทางวิชาการ ต้องเขียนเป็นภาษาไทยเท่านั้น
ยกเว้นภาษาต่างประเทศ จะต้องเขียนเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมด หรือผสมกันระหว่าง
ภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศก็ได้ สำาหรับงานแปล, ภาษาศาสตร์ (ภาษาอังกฤษหรือการ
วิจัย ใช้ผสมกันระหว่างภาษาไทยและภาษาต่างประเทศได้)
17. การเสนอขอตำาแหน่งทางวิชาการ ให้เสนอผลงานทัง้ เอกสารประกอบการ
สอน งานเรียบเรียง ตำารา และงานวิจัย ทีร่ ายวิชาสาขาเดียวกันและตรงกับสาขาวิชาที่
กำาหนดตำาแหน่ง
18. คำาแปลศัพท์ทางเทคนิค ให้ใช้คำาศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถาน
19. ไม่ควรแทรกตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพ ลงในเนื้อหาที่ยังไม่จบความ
20. ในกรณีที่จัดทำาผลงานเพื่อการขอกำาหนดตำาแหน่งรองศาสตราจารย์
เอกสารคำาสอนไม่ควรจะมีความซำ้าซ้อน กับเอกสารอื่นที่นำาเสนอในคราวเดียวกันมี
ปริมาณเกิน 1 ใน 4 ของเล่ม
-49-

ข้อเสนอแนะทั่วไปในการเขียนตำารา
1. จัดทำาเค้าโครงการเขียนตามตัวอย่างนำาเสนอมา จะต้องเลือกใช้แบบใดแบบ
หนึ่งเท่านั้น และให้ใช้แบบเดียวตลอดการเขียนทั้งเล่ม
2. ในส่วนที่เป็นความนำาจะเป็นการเกริ่นเรื่องราวทั่ว ๆ ไปที่จะนำามาเขียนในบท
นั้นและไม่ควรเขียนเกิน 15 บรรทัด ในส่วนที่จะเป็นการสรุปเนื้อหาสำาคัญของบท
นั้น ๆ ไว้
3. คำาถามท้ายบทจะมีหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าหากต้องการจะมี ควรใช้คำาถามแบบ
อัตนัย ซึ่งคำาถามท้ายบทนี้ ทุกบทควรมีปริมาณใกล้เคียงกัน โดยทั่วไปจะมีปริมาณ 15
ถึง 20 ข้อ
4. จัดเตรียมรูปภาพ และแผนภูมิที่จะนำามาใช้ประกอบในแต่ละบทให้พร้อม ถ้า
หากต้องการวางรูปภาพหรือแผนภูมิไว้ตรงที่ใด ขณะที่เขียนควรเว้นช่องว่างไว้ให้
เหมาะกับขนาดของรูปหรือ แผนภูมิที่จะนำาลงไป การวางรูปภาพและแผนภูมิ ควรใช้
วิธีการจัดภาพเป็นเกณฑ์เพื่อความเป็นระเบียบและสวยงาม และต้องระบุแหล่งที่มาด้วย
5. ควรพยายามแบ่งเนื้อหาในแต่ละบทให้มีปริมาณใกล้เคียงกันยกเว้นบทนำา
6. ศัพท์เทคนิคที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ ต้องใช้ตามศัพท์ของ
ราชบัณฑิตยสถานในสาขาวิชานั้น ถ้าศัพท์ใดไม่เป็นที่มักคุ้นของคนทั่วไป ควรวงเล็บ
ภาษาอังกฤษกำากับไว้ด้วย แต่กระทำาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าหากนำาไปเขียนครั้งต่อไป
ไม่ต้องวงเล็บภาษาอังกฤษคำานั้นอีก
7. ชื่อชาวต่างประเทศหรือการทับศัพท์ต้องเขียนเป็นภาษาไทย การสะกด
การันต์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเขียนทับศัพท์ของราชบัณฑิตยสถาน และให้
วงเล็บชื่อภาษาอังกฤษนั้นไว้ในวงเล็บ เพื่อป้องกันการออกเสียงผิดพลาดควรปรึกษาผู้
เชี่ยวชาญในสาขาภาษานั้น เช่น ภาษาอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น
8. เอกสารทางวิชาการ ต้องมีการอ้างอิงที่ถูกต้อง และเป็นระบบเดียวกันโดย
ตลอดเมื่อมีการอ้างอิงแล้ว ต้องเสนอแนวความคิดของผู้เขียนในเรื่องนั้นๆ ให้ปรากฏใน
สัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าสิ่งที่คัดลอกอ้างอิงมา ยกเว้น สิ่งที่อ้างเป็นระเบียบ กฎหมาย หรือ
ห ลั ก สู ต ร
-50-

9. สำานวนการเขียนต้องกระทัดรัด มีรูปภาพ ตัวอย่าง และตารางประกอบอย่าง


เหมาะสม ในประโยคหนึ่งควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำาที่ซำ้ากัน
10. การเขียนตำาราภาษาไทยไม่นิยมใช้เครื่องหมายจุลภาค ( , ) เพื่อแบ่งแยก
ข้อความ แต่นิยมใช้การเว้นวรรค ถ้าหากมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกันซึ่งต้องใช้คำาสันธาน
เชื่อมควรใช้เท่าที่จำาเป็นเช่น “และ” ซึ่งจะใช้ในส่วนสุดท้ายเท่านั้น
11. รายชื่อบุคคลหรือหน่วยงาน ที่ปรากฏในการอ้างอิงต้องมีปรากฏอยู่ใน
บรรณานุกรม แต่รายชื่อบุคคลหรือหน่วยงานที่ปรากฏในบรรณานุกรมไม่จำาเป็นต้องมี
ปรากฏในการอ้างอิง ถ้าหากจำานวนหนังสือ หรือเอกสารที่นำามาอ้างอิงในแต่ละบทมี
ไม่มากนัก ควรนำาไปเขียนเป็นบรรณานุกรมท้ายเล่ม แต่ถ้าหากมีจำานวนมากเพื่อป้องกัน
การสับสนควรนำาไปเขียนเป็นบรรณานุกรมท้ายบทแต่ละบท
12. ระบบรูปภาพหรือตารางควรใช้ระบบตัวเลข เช่น รูปภาพหรือแผนภูมิในบท
ที่ 1 จะขึ้นต้นด้วยรูปภาพที่ 1.1, 1.2 บทที่ 2 ก็จะเป็นรูปภาพที่ 2.1, 2.2 เป็นต้น สำาหรับ
ตารางก็ใช้ระบบเดียวกันคือบทที่ 1 ก็จะขึ้นต้นด้วยตารางที่ 1.1, 1.2 ฯลฯ จำานวนรูปภาพ
และตารางจะนับแยกจากกัน สำาหรับคำาอธิบายภาพจะวางไว้ใต้ภาพ แต่ถ้าหากเป็น
ตารางจะอยู่ข้างบนตาราง ถ้าหากรูปภาพและตารางที่คัดลอกมาจากเอกสารหรือตำาราอื่น
จำาเป็นต้องอ้างอิงด้วย

ตั ว อ ย่ า ง
รูปที่ 1.1 รูปที่แสดงการกระจายของประชากรในจังหวัดฉะเชิงเทรา 1 จุด ในแผนที่
เท่า
กับจำานวนประชากรหนึ่งแสนคน
ที่มา : (สำานักงานสถิติแห่งชาติ, 2536, หน้า 10)

ตารางที่ 1.1 การเปรียบเทียบปริมาณของก๊าซที่ผสมอยู่ในบรรยากาศของโลก


ที่มา : (Landsberg, 1971, p.22)
-51-

13. เมื่อมีการอ้างตาราง รูปภาพ หรือแผนภูมิในข้อเขียนนั้น ตาราง รูปภาพ


หรือแผนภูมินั้น ควรอยู่หน้าเดียวกับข้อเขียน หรือในหน้าถัดไป ทั้งนี้เพื่อสะดวกใน
การอ่าน สำาหรับกรณีที่ต้องอ้างรูปภาพหรือตารางในข้อเขียนนั้น โดยไม่จำาเป็นต้องนำา
รูปภาพหรือตารางมาเขียนไว้ใหม่
14. การเขียนตัวสะกดการันต์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ต้องตรวจสอบ
ความถูกต้องอยู่เสมอ ถ้าหากไม่แน่ใจให้ตรวจสอบจากพจนานุกรม ฉบับที่จัดพิมพ์ครั้ง
ล่าสุด
15. เนื้อหาในแต่ละหน้าไม่ควรเขียนยาวติดต่อกันตลอดทั้งหน้า ควรมีการ
แบ่งออกเป็นย่อหน้า ซึ่งแต่ละย่อหน้าควรมีจำานวนเนื้อหาใกล้เคียงกัน ในหน้าหนึ่งควร
มีปริมาณ 3 ย่อหน้าจะเหมาะสมที่สุด เนื้อหาที่แบ่งเป็นข้อๆ ควรย่อหน้าเมื่อขึ้นข้อใหม่
16. ส่วนประกอบที่สำาคัญของแต่ละบทควรประกอบด้วย บทที่ ชื่อบท ความ
นำา เนื้อหา บทสรุป คำาถามทบทวน และบรรณานุกรม สำาหรับบรรณานุกรมอาจ
รวมของทุก ๆ บทไว้ท้ายเล่มครั้งเดียวก็ได้