การแยกสาร

การแยกสารเป็ นการแยกสารบริสทุ ธิ์ออกจากสารไม่บริ สทุ ธิ์
โดยสารที่ไม่บริ สทุ ธิ์ต้องมีองค์ประกอบผสมหรื อคลุกเคล้ ากันอยูใ่ นสภาพเดิม วิธีแยกสารมีหลายวิธี เช่น การกรอง
การกลัน่ การสกัดด้ วยตัวทาละลาย วิธีโครมาโทกราฟี
การกรอง (Filtration)
การกรอง คือการทาให้ ของแข็งและของเหลวแยกออกจากกันโดยใช้ วสั ดุตา่ งๆนอกเหนือจากกระดาษกรองก็ได้
เช่น ผ้ าขาวบางหรื อผ้ าชนิดต่างๆ
เป็ นต้ นส่วนวิธีกรองนันก็
้ นาที่มีสงิ่ อื่นๆเจือปนมาเทลงที่กระดาษกรองที่พบั เป็ นรูปกรวยและใส่กรวยแก้ วไว้ แล้ วถ้ าของแข็งที่
เจือปนอยูใ่ นของเหลวนันมี
้ ขนาดใหญ่กว่า 104
เซนติเมตร ของแข็งนันก็
้ ไม่สามารถผ่านกระดาษกรองไปได้ แต่ถ้าเล็กกว่าก็จะสามารถผ่านได้
สาหรับกรณีที่ของแข็งเล็กกว่า 10-4 เซนติเมตร นันเราก็

สามารถใช้ กระดาษเซลโลเฟนที่มีขนาด 10-7 เซนติเมตร ก็ได้

การใช้ กรวยแยก
การใช้ กรวยแยก ใช้ แยกสารเนื อ้ ผสม ที่ เ ป็ นของเหลวผสมอยู่กั บ ของเหลวแต่ ไ ม่ ร วมเป็ นเนื อ้ เดี ย วกั น
โดยของเหลวที่มี ความหนาแน่นน้ อยกว่าจะอยู่ข้างบน ของเหลวที่มีความหนาแน่นมากกว่า จะอยู่ข้างล่าง ตัวอย่าง
ก า ร แ ย ก น ้ า มั น ที่ ผ ส ม ป น อ ยู่ กั บ น ้ า ท า ไ ด้ โ ด ย น า ข อ ง ผ ส ม ม า ใ ส่ ล ง ใ น ก ร ว ย แ ย ก
น า้ มั น มี ค ว า ม ห น า แ น่ น น้ อ ย ก ว่ า น ้า จ ะ ล อ ย อ ยู่ เ ห นื อ น า้ จ า ก นั น้ ค่ อ ย ๆ เ ปิ ด ก๊ อ ก ข อ ง ก ร ว ย แ ย ก ไ ข
แยกน ้าออกมาก่อน และแยกน ้ามันออกมาทีหลัง

ตัวทาละลายและตัวถูกละลายควรมีจดุ เดือดต่างกันมากกว่า 30 C สรุป การกลัน่ แบบธรรมดา ใช้ แยกตัวถูกละลายทีม่ ีสถานะเดิมเป็ นของแข็งออกจากตัวทาละลาย สถานะของเหลว เช่น แยกสารละลายของสารไอออนิกในน ้า เช่น สารละลายNaCl สารละลายMgSO4 สารละลายCuSO4 สารละลาย Kl สารละลายNH4Cl สารละลาย NaOH แยกสารละลายของน ้าตาลในน ้า แยกน ้าเกลือ เป็ นต้ น . ตัวถูกละลายเป็ นสารที่มีจดุ เดือดสูงระเหยยาก (สถานะของแข็ง) 3.การกลั่น (Distillation) การกลัน่ (distillation) เป็ นการแยกสารที่มีสถานะเป็ นของเหลวออกจากสารละลาย โดยอาศัยจุดเดือดที่ตา่ งกัน โดยที่สารบริ สทุ ธิ์แต่ละชนิด เปลีย่ นสถานะได้ ที่อณ ุ หภูมิจาเพาะ สารที่มีจดุ เดือดต่าจะเดือดเป็ นไอออกมาก่อน เมื่อทาให้ ไอของสารมีอณ ุ หภูมิตา่ ลงจะควบแน่นกลับมาเป็ นของเหลวอีกครัง้ การกลั่นมี 3 ชนิดคือการกลั่นอย่ างง่ าย การกลั่นลาดับส่ วน การกลั่นด้ วยไอนา้ การกลั่นแบบธรรมดาหรือการกลั่นอย่ างง่ าย (simple distillation) การกลัน่ แบบธรรมดาหรื อการกลัน่ อย่างง่าย (simple distillation)เป็ นวิธีการที่ใช้ กลัน่ แยกสารที่ระเหยง่ายซึง่ ปนอยูก่ บั สารที่ระเหยยาก การกลัน่ ธรรมดานี ้จะใช้ แยกสารออกเป็ น สารบริ สทุ ธิ์ เพียงครัง้ เดียวได้ สารที่มีจดุ เดือดต่างกันตังแต่ ้ 80 องศาเซลเซียสขึ ้นไป สารที่จะแยกโดยการกลัน่ แบบธรรมดามีดงั นี ้ 1. ตัวทาละลายต้ องเป็ นของเหลวระเหยง่าย มีจดุ เดือดตา่ (สถานะมักเป็ นของเหลว) 2.

น ้ามันเบนซิน . ยางมะตอย การกลั่นด้ วยไอนา้ ใช้ ไอนา้ . การกลัน่ แยกน ้ามันปิ โตรเลียม ลาดับจุดเดือดจากต่าไปสูงของน ้ามันทีก่ ลัง่ ได้ เป็ นดังนี ้ ก๊ าซ ปิ โตรเลียม . แยกสารละลายทีต่ วั ทาละลายและตัวถูกละลายสถานะของเหลงเช่น สารละลายเอทานอลสารละลาย เมทานอล สารละลายกรดแอซีตกิ สารละลายเบนซินในโทลูอีน 2. น ้ามันเตา . น ้ามันก็าด . แนพธา . พาราฟี น .การกลั่นลาดับส่ วน (Fractional distillation) การกลั่ น ล าดั บ ส่ ว นเป็ นวิ ธี ก ารแยกของเหลวที่ ส ามารถระเหยได้ ตั ง้ แต่ 2 ชนิ ด ขึ น้ ไป มี หลักการเช่นเดียวกันกับการกลัน่ แบบธรรมดา คือเพื่อต้ องการแยกองค์ประกอบในสารละลายให้ ออกจากกัน แ ต่ ก็ จ ะ มี ส่ ว น ที่ แ ต ก ต่ า ง จ า ก ก า ร ก ลั่ น แ บ บ ธ ร ร ม ด า คื อ การกลัน่ แบบกลัน่ ลาดับส่วนเหมาะสาหรับใช้ กลัน่ ของเหลวที่เป็ นองค์ประกอบของสารละลาย ที่จุดเดือดต่างกัน น้ อย ๆ ในขั น้ ตอนของกระบวนการกลั่ น ล าดั บ ส่ ว น จะเป็ นการ น าไอของแต่ ล ะส่ ว นไปควบแน่ น แล้ ว น าไปกลั่น ซ า้ และควบแน่ น ไอเรื่ อ ย ๆ ซึ่ ง เที ย บได้ กับ เป็ นการกลั่น แบบธรรมดาหลาย ๆ ครั ง้ นั่น เอง ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ข อ ง ก า ร ก ลั่ น ล า ดั บ ส่ ว น กั บ ก า ร ก ลั่ น แบบธรรมดา จะอยู่ที่ ค อลัม น์ โดยคอลัม น์ ข องการกลั่น ลาดับ ส่ว นจะมี ลัก ษณะเป็ นชัน้ ซับ ซ้ อ น เป็ นชัน้ ๆ ในขณะที่คอลัมน์แบบธรรมดาจะเป็ นคอลัมน์ธรรมดา ไม่มีความซับซ้ อนของคอลัมน์ ประโยชน์การกลัน่ ลาดับส่วน 1. การกลัน่ แยกอากาศ 4. การกลัน่ แยกก๊ าซธรรมชาติ 3. น ้ามันหล่อลืน่ .

การสกัดโดยการกลัน่ ด้ วยไอน ้า เป็ นวิธีการสกัดสารออกจากของผสมโดยใช้ ไอน ้าเป็ นตัวทาละลาย วิธีนี ้ใช้ สาหรับแยกสารที่ระเหยง่าย ไม่ละลายน ้า และไม่ทาปฏิกิริยากับน ้า ออกจากสารที่ระเหยยาก การสกัดโดยการกลัน่ ด้ วยไอน ้านอกจากใช้ สกัดสารระเหยง่ายออกจากสารระเหยยากแล้ วยังสา มารถใช้ แยกสารที่มจี ดุ เดือดสูงและสลายตัวที่จดุ เดือดของมันได้ อกี เพราะการกลัน่ โดยวิธีนี ้ความดันไอเป็ นความดันไอของไอน ้าบวกความดันไอของของเหลวที่ต้องการแยก จึงทาให้ ความดันไอเท่ากับความดันของบรรยากาศก่อนที่อณ ุ หภูมิจะถึงจุดเดือดของของเหลวที่ต้องการแยก ของ ผสมจึงกลัน่ ออกมาที่อณ ุ หภูมิตา่ กว่าจุดเดือดของของเหลวทีต่ ้ องการแยก สมบัติของสารที่แยกโดยการกลั่นด้ วยไอนา้ 1. ต้ องไม่ละลายน ้าจึงจะสามารถแยกออกจากน ้าได้ ง่ายโดยใช้ กรวยแยก 2. สกัดแยกน ้ามันพืชจากเมล็ดพืช การสกัดด้ วยตัวทาละลาย คือ การแยกสารโดยการใส่ตวั ละลายที่เหมาะสมลงไป ตัวทาละลายจะละลายสารออกมาพร้ อมตัวทาละลาย แล้ วระเหยเอาตัวทาละลายออกไปจะได้ สารที่ต้องการ . มีสมบัติระเหยง่าย มีจดุ เดือดหรื อต่ากว่าน ้าก็ได้ ถ้ าสารมีจดุ เดือดต่าจะแยกได้ ดีกว่าสารที่มีจดุ เดือดสูง ประโยชน์ การกลั่นด้ วยไอนา้ 1. สกัดแยกน ้ามันหอมระเหยออกจากส่อนต่างๆ ของพืช 2.

ไม่มีกลิน่ รบกวน 4. จุดเดือดตา่ เอาออกจากตัวถูกสกัดได้ ง่าย 5. ใช้ สกัดน ้ามันหอมระเหยออกจากพืช 4. สารต่างชนิดกันมีความ สามารถในการละลายในตัวทาละลายได้ ตา่ งกัน 2. ใช้ สกัดน ้ามันพืชจากเมล็ดพืช เช่น น ้ามันงา รา ถัว่ ปาล์ม นุน่ บัว นิยมใช้ เฮกเซนเป็ นตัวทาละลาย 2. ละลายสารในสารที่ไม่บริ สทุ ธิ์ได้ เพียงตัวเดียว 2. สารต่างชนิดกันมีความสามารถในการถูกดูดซับด้ วยตัวดูดซับได้ ตา่ งกัน โครมาโทกราฟี เป็ นการแยกสารผสมที่มีสหี รื อสารที่สามารถทาให้ เกิดสีได้ . สกัดสารมีสอี อกจากพืช 3. หาง่าย ราคาถูก ประโยชน์ ของการสกัดด้ วยตัวทาละลาย 1.ตัวทาละลายที่เหมาะสมมีสมบัติดังนี ้ 1. ใช้ สกัดยาออกจากสมุนไพร โครมาโทกราฟี (Chromatography) โครมาโทกราฟี เป็ นวิธีแยกองค์ประกอบของสารเนื ้อเดียวที่มอี งค์ประกอบของสารตังแต่ ้ 2 ชนิดขึ ้นไปละลายในของเหลวเดียวกัน โดยอาศัยสมบัติ 2 ประการคือ 1. ไม่ทาปฏิกิริยากับสารที่ต้องการจะสกัด 3.

หมายเหตุ สารที่ละลายได้ ดีจะเคลือ่ นที่บนตัวดูดซับไปอยูไ่ กลจุดเริ่ มต้ น สารที่ถกู ดูดซับดีจะเคลือ่ นที่บนตัวดูดซับไปอยูใ่ กล้ จดุ เริ่มต้ น นอกจากโครมาโทกราฟี กระดาษแล้ วยังมีโครมาโทกราฟี ชนิดอื่น ๆ อีก เช่น คอลัมน์โครมาโทกราฟี โครมาโทกราฟี แบบก๊ าซของเหลว ทินแลร์ โครมาโทกราฟี เป็ นต้ น ระยะทางที่สารเคลือ่ นที่ได้ ในตัวทาละลายหนึง่ ๆ นิยมวัดเป็ นค่า Rf (rate of flow) ลักษณะของค่ า Rf 1. ไม่มีหน่วย 2. ใช้ ตรวจสอบความสามารถในการละลาย : จากค่า Rf จะบอกได้ วา่ สารมีความสามารถในการ ละลายในตัวทาละลายนันและมี ้ ความสามารถในการถูกดูดซับมากน้ อยเพียงใด ถ้ า Rf > 0. มีคา่ น้ อยกว่าหรื อเท่ากับ 1 3. ในตัวทาละลายเดียวกัน สารชนิดเดียวกันจะมีคา่ Rf เท่ากัน ประโยชน์ ของวิธีโครมาโทกราฟี 1. ใช้ พิสจู น์สารว่าสารตัวใดเป็ นตัวเดียวกัน : ดูจากค่า Rf สารตัวเดียวกันในตัวทาละลายเดียวกัน จะมีคา่ Rf ใกล้ เคียงกันหรื อเท่ากัน 2.5 ละลายในตัวทาละลายได้ ดี ถูกดูดซับได้ ไม่ดี ถ้ า Rf = 0.5 ละลายในตัวทาละลายได้ ไม่ดี ถูกดูดซับได้ ไม่ดี .

ใช้ แยกสารออกจากกัน : สารที่มีองค์ประกอบจะแยกออกจากกันได้ ต้องมีคา่ Rf ต่างกันอย่างน้ อย 0. ใช้ ได้ ทงด้ ั ้ านปริ มาณวิเคราะห์ (หาปริ มาณสาร) และคุณภาพวิเคราะห์( หาจานวนองค์ประกอบ) 3.ถ้ า Rf < 0. ใช้ ได้ กบั สารที่มีจดุ เดือดตา่ และสูง ในการแยกสาร สารไม่บริ สทุ ธิ์ตวั หนึง่ ๆ อาจมีวิธีเดียว หรื อบางตัวอาจมีหลายวิธีด้วยกัน วิธีที่สะดวกที่สดุ และประหยัดเวลาที่สดุ ถือว่าเป็ นวิธีที่เหมาะสมที่สดุ ในการแยกสารนัน้ ๆ การตกผลึก เป็ นการแยกสารโดยอาศัยสมบัตกิ ารละลายของสารที่แตกต่างกัน ในตัวทาละลายหนึง่ ๆ ซึง่ สารจะแยกตัวออกจากกันในลักษณะทีเ่ ป็ นผลึกของแข็ง ในสารละลายอิ่มตัว สมบัติของตัวถูกละลายที่แยกออกจากกัน 1. สารที่มีคณ ุ สมบัติละลายได้ มาก จะอิ่มตัวช้ า จะตกผลึกและแยกตัวทีหลัง สารละลายอิ่มตัว คือสารละลายที่มตี วั ละลายอยูป่ ริ มาณสูงสุด ณ อุณหภูมิขณะนัน้ . ใช้ วเิ คราะห์หาสารทีเ่ ป็ นองค์ประกอบได้ ทกุ ตัว 2.1 ขึ ้นไปในตัวทาละลายเดียวกัน ข้ อดีของวิธีโครมาโทกราฟี 1. สารที่มีคณ ุ สมบัติละลายได้ น้อย จะอิ่มตัวก่อน จะตกผลึกและแยกตัวออกไปก่อน 2.5 ละลายในตัวทาละลายได้ ไม่ดี ถูกดูดซับได้ ดี 3.

การใช้ แม่ เหล็กดูด การใช้ อานาจแม่เหล็กป็ นวิธีที่ใช้ แยกองค์ประกอบของสารเนื ้อผสมซึง่ องค์ประกอบหนึง่ มีสมบัติในการถูกแม่เหล็ กดูดได้ เช่น ของผสมระหว่างผงเหล็กกับผงกามะถัน โดยใช้ แม่เหล็กถู ไปมาบนแผ่นกระดาษที่วางทับของผสมทังสอง ้ แม่เหล็กจะดูดผงเหล็กแยกออกมา การตกตะกอน การตกตะกอน ใช้ แยกของผสมเนื ้อผสมที่เป็ นของแข็งแขวนลอยอยูใ่ นของเหลว ทาได้ โดยนาของผสมนันวางทิ ้ ้งไว้ ให้ สารแขวนลอยค่อย ๆ ตกตะกอนนอนก้ น ในกรณีที่ตะกอนเบามากถ้ าต้ องการให้ ตกตะกอนเร็วขึ ้น อาจทาได้ โดย ใช้ สารตัวกลางให้ อนุภาคของตะกอนมาเกาะ เมื่อมีมวลมากขึ ้น น ้าหนักจะมากขึ ้นจะตกตะกอนได้ เร็ วขึ ้น เช่น ใช้ สารส้ มแกว่ง อนุภาคของสารส้ มจะทาหน้ าที่เป็ นตัวกลางให้ โมเลกุลของสารที่ต้องการตกตะกอนมาเกาะตะกอนจะตกเร็ วขึ ้น การระเหยแห้ ง การแยกสารด้ วยวิธีนี ้เหมาะสาหรับใช้ แยกสารผสมที่เป็ นของเหลวและมีของแข็งละลายในของเหลวนี ้ จนทาให้ สารผสมมีลกั ษณะเป็ นของเหลวใส ซึง่ เราเรี ยกสารผสมนี ้ว่าสารละลาย เช่น น ้าทะเล น ้าเชื่อมน ้าเกลือ เป็ นต้ น การแยกสารโดยวิธีการระเหยแห้ งนิยมใช้ ในการแยกเกลือออกจากน ้าทะเล มีการนาเกลือเพื่อแยกน ้าทะเลให้ ได้ เก ลือสมุทรโดยวิธีการระเหยแห้ ง .