การตัง้ ศาลพระภูม ิ

การตัง้ ศาลพระภูม ิ

สิง่ ทีต
่ ้องคานึงในการตัง้ ศาลพระภูม ิ คือ
สถานทีต
่ งั ้ ,ทิศทาง,วันและฤกษ์ ตงั ้ ,ความสูงของศาลพระภูมแ
ิ ละผู ้ประกอบพิธก
ี รรมการตัง้ ศาลพระภูม ิ

สถานทีท
่ ต
ี่ งั ้ ศาล มีหลักการพิจารณาดังนี้
1.
2.

ทีต
่ งั ้ ศาลต ้องเป็ นบริเวณพืน
้ ดิน มิใช่บริเวณเดียวกับพืน
้ ของตัวบ ้าน
้ ดาดฟ้ าได ้ แต่สว่ นใหญ่ศาลทีต
หากไม่มพ
ี น
ื้ ทีท
่ เี่ ป็ นพืน
้ ดิน สามารถทาการตัง้ ศาลบนชัน
่ งั ้ บนดาดฟ้ าจะเป็ นศาลเทพต่างๆ
เช่นพระพรหม หรือ พระนารายณ์ มิใช่พระภูมเิ จ ้าที่
3. จุดทีต
่ งั ้ ของศาลต ้องไม่ถก
ู เงาของตัวบ ้านทอดลงมาทับ
4. ทีต
่ งั ้ ของศาลควรอยูห
่ า่ งจากบริเวณทีต
่ งั ้ ของห ้องน้ า
5. อย่าตัง้ ศาลให ้อยูใ่ กล ้กับตัวบ ้านมากนัก
่ ริเวณทีต
6. อย่าหันหน ้าศาลเข ้าสูบ
่ งั ้ ของห ้องน้ า
7. ไม่ควรตัง้ ศาลให ้หันหน ้าตรงกับประตูหน ้าบ ้าน
8. ตัง้ ศาลให ้ห่างจากรัว้ หรือกาแพงบ ้านอย่างน ้อย 1 เมตร
9. ถ ้าสามารถยกพืน
้ ทีต
่ งั ้ ศาลให ้สูงขึน
้ สัก 1 คืบ จากพืน
้ ดินได ้ ก็เหมาะสมอย่างยิง่
10. ความสูงของศาล ควรสูงเหนือระดับสายตาของผู ้เป็ นเจ ้าของบ ้านขึน
้ ไปเล็กน ้อย

ทิศทาง การหันหน ้าศาลพระภูมส
ิ ท
ู่ ศ
ิ มงคล
1.
2.
3.

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ทิศอีสาน เป็ นทิศทีด
่ ท
ี ส
ี่ ด
ุ หากตัง้ ศาลหันไปทิศนีบ
้ ้านนัน
้ จะมีความเจริญรุง่ เรืองตลอดไป
ทิศตะวันออก หรือ ทิศบูรพา เป็ นทิศทีด
่ อ
ี ันดับ 2 หากตัง้ ศาลหันไปทิศนีบ
้ ้านนัน
้ จะมีความเจริญรุง่ เรืองอยูป
่ ระมาณ 100 ปี
่ มลงๆจนถึงขัน
หลังจากนัน
้ จะมีแต่เสือ
้ หาความสุขความเจริญไม่ได ้
ทิศตะวันออกเฉียงใต ้ หรือ ทิศอาคเณย์ เป็ นทิศทีด
่ อ
ี ันดับ 3 หากตัง้ ศาลหันไปทิศนีบ
้ ้านนัน
้ จะมีความเจริญรุง่ เรืองอยูป
่ ระมาณ 50 ปี
่ มลงๆจนถึงขัน
หลังจากนัน
้ จะมีแต่เสือ
้ หาความสุขความเจริญไม่ได ้

ทิศต ้องห ้ามในการตัง้ ศาลพระภูม ิ คือ ทิศตะวันตกและทิศใต ้

เมือ
่ หาทิศทางตัง้ ศาลได ้แล ้วจะต ้องพูนดินให ้สูง 1 คืบ เกลีย
่ ดินด ้วยมือและทุบให ้แน่น ห ้ามใช ้เท ้าเด็ดขาด
และเตรียมน้ ามนต์ไว ้พรมบริเวณพืน
้ ดินเพือ
่ ขับไล่ภต
ู ผีปีศาจและสิง่ ชัว่ ร ้ายต่างๆ น้ ามนต์ทวี่ า่ นีเ้ รียกว่า " น้ ามนต์ธรณีสาร "
น้ ามนต์ธรณีสารนี้ ทาได ้โดยนาน้ าธรรมดาไปให ้พระท่านสวดพระพุทธมนต์ทาเหมือนน้ ามนต์ทั่วไปแต่ต่างกัน
ตรงทีใ่ ห ้ท่านนาใบไม ้ต ้นธรณีสารมาใส่ลงในน้ าทีจ
่ ะทาน้ ามนต์

วันและฤกษ์ตงั ้ ศาล
มีความสาคัญมาก ควรเลือกวันทีด
่ แ
ี ละมีความเป็ นสิรม
ิ งคลเพือ
่ ให ้ประสิทธิผ
์ ลในทางมงคล
แก่ผู ้อยูอ
่ าศัยในบ ้านเรือนนัน
้ สืบต่อไป

วันต่อไปนีถ
้ อ
ื เป็ นวันทีเ่ ป็ นมงคลฤกษ์
วันข ้างขึน

๒ ค่า
๔ ค่า
๖ ค่า
๙ ค่า
๑๑ ค่า

วันข ้างแรม
๒ ค่า
๔ ค่า
๖ ค่า
๙ ค่า
๑๑ ค่า

แต่ถ ้าวันข ้างขึน
้ หรือข ้างแรมดังกล่าวไปตรงกับวันต ้องห ้าม ของเดือนใด ให ้เลีย
่ งไปใช ้วันอืน
่ เสีย

เวลาฤกษ์ อน
ั เป็ นมงคล
วัน
วันอาทิตย์
วันจันทร์
วันอังคาร
วันพุธ

เวลา
เวลา ๖.๐๙ น. - ๘.๑๙ น.
เวลา ๘.๒๙ น. - ๑๐.๓๙ น.
เวลา ๖.๓๙ น. - ๘.๐๙ น.
เวลา ๘.๓๙ น. - ๑๐.๑๙ น.

๑๙ น.๓๙ น. .๔๙ น.๐๙ น. . เวลา ๖. วันต ้องห ้าม เดือน เดือนอ ้าย ธันวาคม) เดือนยี่ (มกราคม) เดือน ๓ (กุมภาพันธ ) เดือน ๔ (มีนาคม) เดือน ๕ (เมษายน) เดือน ๖ (พฤษภาคม) เดือน ๗ (มิถน ุ ายน) เดือน ๘ (กรกฎาคม) เดือน ๙ (สิงหาคม) เดือน ๑๐ (กันยาย ) เดือน ๑๑ (ตุลาคม) เดือน ๑๒ (พฤศจิกายน) วันต ้องห ้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ วันพุธ และวันศุกร์ วันอังคาร วันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ วันพุธ และวันศุกร์ วันอังคาร วันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ วันพุธ และวันศุกร์ วันอังคาร วันจันทร์ จะสังเกตได ้ว่า จะไม่ปรากฏว่ามี วันอาทิตย์ เป็ น ข ้อห ้ามเลย แต่ก็ไม่ได ้หมายความว่าให ้ยึดเอาวันอาทิตย์ เป็ นวันทีด ่ ท ี ส ี่ ด ุ สาหรับการตัง้ ศาล เพราะคนโบราณถือกันว่า วันอาทิตย์นัน ้ แม ้จะจะเป็ นวันทีม ่ ก ี าลังแรงดี แต่เป็ นวันแรงและวันร ้อน ไม่เหมาะทีจ ่ ะทาการตัง้ ศาล เพราะบ ้านอาจจะ ร ้อน จรปราศจากความร่มเย็นเป็ นสุข แต่ ถ ้าหากผู ้กระทาพิธม ี เี คล็ดมีมนตร์แก ้ความร ้อนของวันได ้ ก็สามารถคิดทาการตัง้ ศาลในวันนีไ้ ด ้ตามความสะดวก ความสูงของศาล ขึน ้ อยูก ่ ับ ตัวเจ ้าของบ ้าน โดยให ้ระดับฐานหรือชานชาลาพระภูมอ ิ ยูเ่ หนือระดับปาก (บางตาราว่าอยูเ่ หนือคิว้ พอดี ) ของผู ้เป็ นเจ ้าของบ ้าน ดังนัน ้ เมือ ่ มีการเปลีย ่ นเจ ้าบ ้าน ก็ควรจะตัง้ ศาลพระภูมข ิ น ึ้ ใหม่ การใช ้ศาลพระภูมริ ่วมกัน กรณีทเี่ ป็ นหมูบ ่ ้าน.วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ เวลา ๑๐.๑๑.๔๙ น.๑๐.๘.ชุมชนหรือตึกแถว ให ้ยึดเอาความสูงจาก เจ ้าของผู ้สร ้างเริม ่ แรก หรือหัวหน ้าชุมชนนั น ้ ๆ โดยให ้เป็ นตัวแทนเพือ ่ มาทาการยกศาลพระภูมข ิ น ึ้ เพือ ่ บอกกล่าวและสักการะ ขอให ้ท่านดูแลปกปั กษ์ รักษาให ้คุณ ให ้โชคลาภ ความเจริญรุง่ เรืองแก่ผู ้อยูอ ่ าศัยทุกคน การปั กเสาตัง้ ศาล ต ้องเตรียมหลุมให ้เสร็จก่อนเริม ่ พิธ ี ( ค่อยมีพธิ ใี นวันรุง่ ขึน ้ ) โดยต ้องเตรียมของดังนี้ พานครู 1 พาน ใช ้สาหรับใส่ข ้าว ธูป เทียนขาว ดอกไม ้หรือพวงมาลัยสด เหล ้า บุหรี่ ผ ้าขาว เงิน 6 สลึงหรือ 99 บาท ่ ลุม (ปั จจุบันทีน่ ยิ มใช ้) รายการของมงคลใสห . เวลา ๘. .๔๙ น.

ุุ กต้นทุเรี ยนและขุดบ่อคงไว้ ไม ้มงคล ๙ ชนิด ไข้ร้ายมิพบพาน กันจัญไรดีนกั อายุยนื ดี กันโทษดีแท้ กันผีกนั ขึ้นความ รู ดผีสางนางไม้ กันอาคม มีมนต์คุณ กันศตรู มีชยั หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 2 หน้า 1 ื่ การปลูกสร ้าง/การปลูกต ้นไม ้บริเวณบ ้าน คติความเชอ ไม้มงคลที่ใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์น้ ี ใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรื อน ก่อนทาการก่อสร้างนิ ยมทาพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยใช้ไม้มงคล ๙ ชนิด ปักกับพื้นดิน ไม้ท้งั ๙ ชนิ ด มีชื่อเป็ นมงคลนาม ได้แก่ ไม้ราชพฤกษ์ ไม้ขนุน ไม้ชยั พฤกษ์ ไม้ทองหลาง ไม้ไผ่สีสุก ไม้ทรงบาดาล ไม้สกั ไม้พะยูง และไม้กนั เกรา ๑.ิ ธิการิยะ การปลูกต ้นไม ้บริเวณบ ้าน ตามหลักโหราศาสตร์ สท ผู ้ใดจะสร ้างบ ้านให ้อยูเ่ ย็นเป็ นมงคลกับตนเอง ให ้ปลูกต ้นไม ้ดังนี้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ ทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉี ยงใต้ ทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉี ยงเหนือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกเฉี ยงเหนือ ปลูกไม้ไผ่หรื อต้นกุ่มหรื อต้นมะพร้าว ปลูกต้นสารภีหรื อต้นยอ ปลูกต้นมะม่วงหรื อต้นมะพลับ ปลูกต้นพิกุล ราชพฤษ์ ขนุน สะเดา ปลูกต้นมะขาม มะยม ปลูกต้นมะกรู ด ปลูกต้นพุดทราหรื อต้นหัวว่าน ป.84 ประมาณ 15 นาที แล้วล้างน้ าให้สะอาด แช่น้ าทิ้งไว้ 12 ชัว่ โมง วิธีน้ ี สะดวกแต่อนั ตราย และอีกวิธีหนึ่ งคือ ต้มน้ าให้เดือดแล้วเทลงในเมล็ด ทิ้งไว้ขา้ มคืน ทั้ง 2 วิธีน้ ี จะทา ให้เมล็ดดูดน้ าเข้าไปและพร้อมที่จะงอก วิธีเพาะ อาจหยอดลงในถุงดินที่เตรี ยมไว้หรื อจะเพาะในแปลงเพาะแล้วย้ายชากล้าในภายหลัง ควรให้เมล็ดอยูใ่ ต้ผิวดิน 3-5 มิลลิเมตร รดน้ าให้ชุ่ม เมล็ดจะงอกภายใน 1-2 สัปดาห์ ประโยชน์ ราก ฝนทาแก้กลาก เป็ นยาระบาย รากและแก่นเป็ นยาขับพยาธิ เปลือกและไม้ใช้ฟอกหนัง และใช้บดทาผืน่ ตามร่ างกาย 2 .พฤษภาคม ทิ้งใบก่อนออกดอก ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด วิธีการเตรี ยมเมล็ดก่อนเพาะ นาเมล็ดมาตัดหรื อทาให้เกิด บาดแผลที่ปลายเมล็ดแล้ว แช่น้ าไว้ 12 ชัว่ โมง หรื อแช่กรดซัลฟูริคเข้มข้น 1.15 เมตร นิเวศวิทยา ถิ่นกาเนิ ดเอเชียแถบร้อน ขึ้นตามป่ าเบญจพรรณแล้งทัว่ ไป ออกดอก กุมภาพันธ์ . ไม้ราชพฤกษ์ หมายถึง ความเป็ นใหญ่และมีอานาจวาสนา ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ ผลัดใบ สูง 8 .

มกราคม และเมษายน .60 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 .10 เมตร ตามกิ่งต้นอ่อนมีหนาม เรื อนยอดเป็ นพุม่ กลม โปร่ ง นิเวศวิทยา พบทัว่ ไปในย่านเอเชียเขตร้อนและอบอุ่น ออกดอก มกราคม .30 เมตร ลาต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ ายางสี ขาวข้นคล้ายน้ านมไหล นิเวศวิทยา ถิ่นกาเนิ ดอยูใ่ นประเทศอินเดียเป็ นพืชเศรษฐกิจเมืองร้อนที่ให้ผลมีขนาดใหญ่ที่สุดสามารถ บริ โภคทั้งผลดิบและผลสุ ก นอกจากนี้ยงั นาไปแปรรู ปเป็ นอาหารชนิดต่างๆ มีปลูกทัว่ ทุกภาคของประเทศไทย ออกดอกจะออกปี ละ 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนธันวาคม .กุมภาพันธุ์ ขยายพันธุ์ โดยเมล็ดและปักชา ประโยชน์ ปลูกเป็ นไม้ประดับ ๕.5 เซนติเมตร ผลเป็ นฝักกลมสี ดา ยาว 20 . ไม้ขนุน หมายถึง หนุนให้ดีข้ ึนร่ ารวยขึ้น ทาอะไรจะมีผใู ้ ห้การเกื้อหนุน ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ ขนาดใหญ่ สู ง 15 .1.5 . ไม้ชยั พฤกษ์ หมายถึง การมีโชคชัย ชัยชนะ ชนะศัตรู ชนะอุปสรรคต่างๆ ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ สูงถึง 15 เมตร ลาต้นสี น้ าตาล ทรงพุม่ ใบกลมคล้ายร่ ม เมื่อต้นยังอ่อนมีหนาม ใบประกอบรู ปขนนกปลายคู่ เรี ยงสลับ มีใบย่อย 5 15 คู่ แผ่นใบรู ปไข่แกมรู ปรี หรื อรู ปขอบขนาน ขนาดกว้าง 1.2.5 เซนติเมตร ยาว 2.16 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสี แดง หรื อแดงปนน้ าตาล ดอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.พฤษภาคม ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ติดตา และทาบกิ่ง ประโยชน์ ผลอ่อน ใช้ปรุ งอาหาร ผลสุกเยือ่ หุ้มเมล็ดมีรสหวาน เมล็ดปรุ งอาหาร เนื้อไม้ ใช้ทาพื้นเรื อนและสิ่ งก่อสร้าง ครก สากกระเดื่อง หวี โทน รามะนา ระนาด รากและแก่น ให้สีเหลือง ถึงเหลืองอมน้ าตาล ใช้ยอ้ มผ้าและแพรไหม รากนามาปรุ งเป็ นยาแก้ทอ้ งร่ วง แก้ไข้ ใบ เผาไฟกับซังข้าวโพดให้ดาเป็ นถ่าน แล้วใส่ รวมกับก้นกะลามะพร้าวขูด โรยรักษาบาดแผล ๓. ไผ่สีสุก หมายถึง มีความสุขกายสบายใจ ไร้ทุกข์โศกโรคภัย .เมษายน ขยายพันธุ์ โดยใช้เมล็ด วิธีเพาะเช่นเดียวกับราชพฤกษ์ ประโยชน์ เนื้ อในฝักเป็ นยาระบายอ่อน ๆ ปลูกประดับ ดอกสวยงาม ๔.5 เซนติเมตร เมื่อแก่ไม่แตกมีเมล็ดจานวนมาก นิเวศวิทยา ถิ่นกาเนิ ดอินโดนีเซีย ออกดอก กุมภาพันธ์ .เนื้อไม้สีแดงแกมเหลืองทนทานใช้ทาเสา ล้อเกวียน ใบต้มกินเป็ นยาระบาย ดอกแก้ไข้ ฝักเนื้ อในรสหวาน เป็ นยาระบาย ช่วยบรรเทาการแน่นหน้าอก แก้ขดั ข้อ <br><br> ๒. ไม้ทองหลาง หมายถึง การมีทรัพย์สินเงิน มีเงินทองใช้ไม่ขดั สน ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ ผลัดใบ สูง 5 .5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบกลม ผิวใบด้านล่างมีขนละเอียด ดอก เริ่ มบานสี ชมพู แล้วเปลี่ยนเป็ นสี แดงเข้ม ใกล้โรยดอกสี ขาว ออกเป็ นช่อตามกิ่งยาว 5 .5 .

20 เซนติเมตร ใต้ใบมีสีเขียวอมเหลือง เส้นลายใบมี 5 .ข้อมูลทางวิชาการ เป็ นไม้ไผ่ประเภทมีหนาม ความยาวลาต้นสู ง 10 .6 คู่ รู ปไข่หรื อรู ปไข่แกมขอบขนาน ขนาดกว้าง 1 .12 เซนติเมตร แข็ง ผิวเรี ยบเป็ นมัน ข้อไม่พองออกมา กิ่งมากแตกตั้งฉากกับลาต้น หนามโค้งออกเป็ นกลุ่ม ๆ ละ 3 อัน อันกลางยาวกว่าเพื่อน ลามีรูเล็กเนื้อหนา ใบมีจานวน 5 .5 .1.5 เมตร ใบ ประกอบแบบขนนก เรี ยงสลับ ใบย่อย 4 .30 เซนติเมตร มักเอาไปทาหน่อไม้ดอง จะให้รสเปรี้ ยว สี ขาว และเก็บได้นาน โดยไม่เปื่ อยเหมือนหน่อไม้ชนิดอื่น เนื้อไม้หนาแข็งแรง ใช้สร้างบ้านในชนบทได้ทนทาน ทาเครื่ องจักสาน เครื่ องใช้ในการประมง ใช้ในการทานัง่ ร้ านก่อสร้าง ส่ วนโคนนิ ยมใช้ทาไม้คานหาบหามและใช้ทากระดาษให้เนื้ อเยือ่ สู ง ๖.3 เซนติเมตร ผล เป็ นฝักแบน กว้าง 1 .4 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ดอก สี เหลืองออกตามซอกใบ และปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.6 ใบ ที่ปลายกิ่ง ปลายใบเรี ยวแหลม โคนใบเป็ นรู ปลิ่มกว้าง ๆ หรื อตัดตรง แผ่นใบกว้าง 0. ไม้สกั หมายถึง ความมีศกั ดิ์ศรี ความมีเกียรติ อานาจบารมี คนเคารพนับถื อและยาเกรง ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ ขนาดใหญ่ผลัดใบในฤดูร้อนลาต้นเปลาตรงเปลือกเรี ยบหรื อแตกเป็ นร่ องเล็ก ๆ สี เทา โคนเป็ นพูพอนต่า ๆ เรื อนยอดเป็ นพุม่ ทรงกลมค่อนข้างทึบ เปลือกสี เทา เรี ยบ หรื อแตกเป็ นร่ องตื้นตามความยาวลาต้น นิเวศวิทยา ขึ้นเป็ นหมู่ในป่ าเบญจพรรณทางภาคเหนื อ บางส่ วนในภาคกลางและภาคตะวันตก . ไม้ทรงบาดาล หมายถึง ความมัน่ คง หรื อทาให้บา้ นมัน่ คงแข็งแรง ข้อมูลทางวิชาการ ไม้พมุ่ สูง 3 .20 เซนติเมตร นิเวศวิทยา ถิ่นกาเนิ ดเอเชียเขตร้อนและจาไมก้า ออกดอก ตลอดปี ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด วิธีเตรี ยมเมล็ด ก่อนเพาะ นาเมล็ดมาแช่น้ าร้อน 80 .18 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 8 .90 องศาเซลเซียส แล้วทิ้งไว้ให้เย็น 16 ชัว่ โมง วิธีเพาะเมล็ด เช่นเดียวกับราชพฤกษ์ ประโยชน์ ปลูกเป็ นไม้ประดับ ๗.5 เซนติเมตร ยาว 7 .9 คู่ ก้านใบสั้น ขอบใบสาก คลีบใบเล็กมีขน นิเวศวิทยาเชื่อกันว่าเป็ นไม้ด้ งั เดิมในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก หรื อหมู่เกาะแปซิ ฟิคตอนใต้ ในประเทศไทย มักจะขึ้นอยูต่ ามที่ราบลุ่มริ มห้วย แม่น้ า และมักปลูกรอบ ๆ บ้านในชนบท ขยายพันธุ์ ปักชา ใช้ท่อนไม้ไผ่มาตัดทอนเป็ นท่อน ๆ ให้ติดปล้อง 1 ปล้อง (ข้อตา) นามาปักไว้ในวัสดุชาเอียงประมาณ 45 องศา เรี ยงเป็ นแถวเป็ นแนวเดียวกันเพื่อสะดวกในการดูแลรักษา เติมน้ าลงในกระบอกไม้ไผ่ให้เต็ม ประมาณ 4 สัปดาห์ หน่อจะแตกออกจากตาไม้ไผ่ และรากจะงอกออกจากปุ่ มใต้ตา หรื อถ้าตัดทอนท่อนไม้ไผ่ให้ตดั ข้อตา 2 ข้อ แล้วเจาะตรงกลางระหว่างข้อตา สาหรับเติมน้ าลงไปในปล้อง นาไปวางนอนในวัสดุชาแนวราบก็ได้เช่นกัน ประโยชน์ สมัยก่อนมักปลูกไว้รอบบ้านเป็ นรั้วกันขโมย กันลม หน่อเมื่ออยูใ่ ต้ดินทาอาหารได้มีรสดี เมื่อโผล่พน้ ดินประมาณ 20 .5 .8 .2 เซนติเมตร ยาว 10 .2 เซนติเมตร ยาว 2.

กรกฎาคม ฝักแก่ กรกฎาคม .กรกฎาคม ขยายพันธุ์โดยเมล็ด ประโยชน์ เนื้อไม้ สี เหลืองอ่อน เสี้ ยนตรง เนื้อละเอียด เหนี ยว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง นิยมใช้ทาเสาเรื อน แก่นมีรสฝาดใช้เข้ายาบารุ งธาตุ แน่นหน้าอก เปลือกใช้บารุ งโลหิ ต ผิวหนังพุพอง ปลูกเป็ นไม้ประดับ .มีอยูบ่ า้ งทางภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อ ออกดอก ออกดอกและเป็ นผลเดือน มิถุนายน .25 เมตร เปลือกสี น้ าตาลเข้ม แตกเป็ นร่ องลึกไม่เป็ นระเบียบ นิเวศวิทยา ขึ้นทัว่ ไปในป่ าเบญจพรรณชื้น และตามที่ต่า ที่ช้ืนแฉะใกล้น้ า ทัว่ ทุกภาคของประเทศไทย ออกดอก เมษายน .กันยายน ขยายพันธุ์ โดยนาเมล็ดแช่ในน้ าเย็น 24 ชัว่ โมง แล้วเพาะในกะบะเพาะ โดยหว่านให้กระจายทั้งกะบะเพาะแล้วโรยทรายกลบบาง ๆ รดน้ าให้ชุ่ม เมล็ดจะงอกภายใน 7 วัน เมื่อกล้าไม้อายุ 10-14 วัน ความสูงประมาณ 1 นิ้ว มีใบเลี้ยง 1 คู่ สามารถย้ายชาในถุงหรื อภาชนะที่เตรี ยมไว้ได้ ประโยชน์ เนื้อไม้สีแดงอมม่วง ถึงแดงเลือดหมูแก เนื้ อละเอียด แข็งแรงทนทาน ขัดและชักเงาได้ดี ใช้ทาเครื่ องเรื อน เกวียน เครื่ องกลึงแกะสลัก ทาเครื่ องดนตรี เช่น ซอ ขลุ่ย ลูกระนาด ๙.25 เมตร เปลือกสี เทาเรี ยบเรื อนยอดทรงกลมหรื อรู ปไข่ นิเวศวิทยา ขึ้นในป่ าดิบแล้ง และป่ าเบญจพรรณชื้น ทัว่ ๆ ไป ทางภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อ และภาคตะวันออก ออกดอก พฤษภาคม . ไม้พะยูง หมายถึง การพยุงฐานะให้ดีข้ ึน ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ ผลัดใบ สูง 15 .มิถุนายน เป็ นผล มิถุนายน . ไม้กนั เกรา หมายถึง ป้ องกันภัยอันตรายต่างๆ หรื ออีกชื่ อหนึ่ งว่า ตาเสา ซึ่ งอาจหมายถึงทาให้เสาเรื อนมัน่ คง ข้อมูลทางวิชาการ ไม้ตน้ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สู ง 15 .ตุลาคม ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด ปักชา ประโยชน์ เนื้อไม้มีลายสวยงามแข็งแรงทนทาน เลื่อย ผ่า ไสกบตบแต่ง และชักเงาได้ง่าย ใช้ทาเครื่ องเรื อนและในการก่อสร้างบ้านเรื อน ปลวก มอด ไม่ชอบทาลายเพระมีสารพวกเตคโตคริ โนน ๘.

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful