นางสาวฉัตรฑริ กา กลสิ ทธิ์

55021331

มส.เศรษฐศาสตร์

น้ำมันพืช
[1]

น้ ามันที่ใช้ประกอบอาหารทัว่ ๆไปมี 2 ชนิดคือ น้ ามันพืช และน้ ามันสัตว์ เมื่อ 30 กว่าปี ก่อน น้ ามันที่ใช้ประกอบอาหาร

ในครัวเรื อนมีเพียงแค่น้ ามันหมูและน้ ามันมะพร้าวเท่านั้น ต่อมาได้มีการผลิตน้ ามันจากถัว่ ลิสงออกมาเพิ่มอีกชนิดหนึ่ ง แต่ใน
ปัจจุบนั ความนิยมในการบริ โภคน้ ามันหมูลดลงเนื่องจากผลการวิจยั ที่มีออกมาว่าน้ ามันหมูจะเป็ นตัวการของสารก่อมะเร็ ง(ธำรดำว ทอง
แก้ ว,2546,หน้ ำ18)
[2]

ปัจจุบนั ประเทศไทยเป็ นประเทศที่ผลิตน้ ามันราข้าวเพื่อส่ งออกเป็ นอันดับ 1 ของโลก โดยประเทศที่นาเข้าน้ ามันราข้าว

จากประเทศไทยมากที่สุด คือ ประเทศญี่ปุ่น ที่เอาน้ ามันราข้าวไปเป็ นส่ วนประกอบของขนมนมเนย และอาหารสาเร็ จรู ปมากมายที่
ต้องใช้น้ ามันเป็ นส่ วนผสม ทาให้ปริ มาณการนาเข้าน้ ามันราข้าวจึงพุ่งสู งขึ้นอย่างรวดเร็ วในระยะ 10 ปี หลังมานี้ และครึ่ งหนึ่งของ
น้ ามันราข้าวที่ญี่ปุ่นนาเข้านั้นมาจากประเทศไทย (บรรณำธิกำรใกล้ หมอ,2549,หน้ ำ38)
[3]

ในประเทศไทยมีพืชน้ ามันที่สามารถนามาผลิตน้ ามันเพื่อใช้บริ โภคและใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆหลายชนิ ด ได้แก่ ถัว่ เหลือง

ปาล์มน้ ามัน มะพร้าว ราข้าว เมล็ดทานตะวัน เป็ นต้น ดังนั้นอุตสาหกรรมน้ ามันจึงกลายเป็ นอุตสาหกรรมที่สาคัญอุตสาหกรรมหนึ่ง
ของประเทศไทย มีท้ งั อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และอุตสาหกรรมในครัวเรื อน นอกจากนั้นเมล็ดน้ ามันพืชหลังจากผ่าน
กระบวนการสกัดเอาน้ ามันออกแล้ว ยังสามารถนากากที่ได้ไปใช้ประโยชน์เป็ นวัตถุดิบสาคัญในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ได้
อีกทางหนึ่งด้วย อุตสาหกรรมน้ ามันพืชจึงเป็ นส่ วนหนึ่งที่มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะเป็ นอุตสาหกรรม
ที่แปรรู ปสิ นค้าเกษตรในประเทศให้เป็ นสิ นค้าอุตสาหกรรม ดังนั้นอุตสาหกรรมน้ ามันพืชจึงเป็ นการสนับสนุนเกษตรกรให้มีรายได้
มากขึ้นโดยการเลือกใช้วตั ถุดิบที่มีอยูใ่ นประเทศนาไปแปรรู ปเป็ นสิ นค้าจาหน่ายในประเทศและส่ งออก(เบญจมำภรณ์ พิมพำ,2553,
หน้ ำ1)
[4]

ปัจจุบนั การบริ โภคน้ ามันพืชมีแนวโน้มสู งขึ้นในระยะ 3-4 ปี ที่ผ่านมา น้ ามันพืชที่ผลิตได้ในประเทศไทยมีปริ มาณไม่พอ

กับความต้องการของตลาดและราคาสู งขึ้น จะเห็นว่าอุตสาหกรรมน้ ามันพืชในประเทศมีลู่ทางในด้านการตลาดกว้างขวางขึ้น
เพราะนอกจากความต้องการภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นแล้ว ความต้องการน้ ามันพืชในตลาดโลกก็ยงั อยูใ่ นระดับสู งด้วย ทาให้ใน
ปัจจุบนั มีเกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ ามันจานวนมากโดยเฉพาะในแถบภาคใต้ที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะกับการปลูกต้นปาล์มน้ ามัน
เมื่อมีการปลูกปาล์มจานวนมากทาให้มีผลผลิตออกมามาก เกษตรกรจึงขายปาล์มได้ราคาถูก แต่ที่ราคาน้ ามันพืชในบ้านเรายังคงแพง
เนื่องมาจากการที่มีความต้องการนาผลผลิตที่ได้จากปาล์มน้ ามันไปใช้ในการแปรรู ปสิ นค้าในหลายอุตสาหกรรม และการขาดการ
จัดการที่ดีจากรัฐบาล รัฐบาลควรที่จะหันมาให้ความสาคัญของอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการผลิตในภาคการเกษตร คือมีตลาดรับซื้ อ
ผลผลิตปาล์มในช่วงที่ราคาตกต่า จะช่วยให้เกษตรกรมีความมัน่ ใจที่จะเพิ่มผลผลิต ทั้งยังช่วยให้พลเมืองของประเทศชาติมีรายได้
เพิ่มขึ้น รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ าท่วมที่จะส่ งผลกระทบให้ผลผลิตปาล์มออกสู่ ตลาดได้นอ้ ยลงเพราะมีสาเหตุมาจากไม่สามารถเก็บ
ผลผลิตได้และต้นปาล์มยังอาจยืนต้นตายได้หากถูกน้ าท่วมเป็ นเวลานาน(วำรุณี ศศิวงศ์ ภักดี,2522)
[5]

ได้มีการเตือนมาจากผูบ้ ริ หารเกษตรลุ่มน้ าบริ ษทั ผลิตน้ ามันปาล์มรายใหญ่ นครศรี ธรรมราช โดยให้ผบู ้ ริ โภคเตรี ยม

ปรับตัวรับน้ ามันพืชแพงโดยเปิ ดเผยว่า สถานการณ์ของราคาปาล์มน้ ามันในขณะนี้ คือ เกษตรกรในเขตจังหวัดภาคใต้ไม่สามารถเข้า

นางสาวฉัตรฑริ กา กลสิ ทธิ์

55021331

มส.เศรษฐศาสตร์

ไปในสวนเก็บผลผลิตออกมาจาหน่ายได้และปาล์มออกน้อยจากสาเหตุน้ าท่วมสวนปาล์มน้ ามัน และได้มีปาล์มบางส่ วนที่จมน้ าเป็ น
เวลานานเริ่ มที่จะยืนต้นตายแล้ว อีกทั้งปริ มาณน้ ามากทาให้ผลผลิตปาล์มออกมาน้อยทาให้ราคาพุ่งสู งขึ้น โดยคาดว่าเดือนมีนาคม
2554 ประมาณการว่าผลผลิตปาล์มสดจะออกสู่ ตลาดมากขึ้นทาให้ราคาปาล์มจะลดลงบ้าง(ผู้จัดกำร,18มกรำคม 2554)
[6]

ในขณะที่ปัญหาน้ ามันปาล์มปี 2555 มีความแตกต่างจากครั้งก่อน( ปี 2554 )อย่างสิ้ นเชิง เหตุที่ราคาน้ ามันพืชปี นี้สูง

เนื่องมาจากสภาวะความแปรปรวนของภูมิอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์โลกร้อน ผลผลิตพืชน้ ามันเกือบทุกชนิ ดในตลาดโลกลดลง
มีเพียงปาล์มน้ ามันที่ปลูกกันมากในเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้โดยเฉพาะประเทศไทยและมาเลเซี ยเท่านั้นที่ผลผลิตยังดีอยู่ จึงทาให้
น้ ามันปาล์มถูกดึงไปใช้ท้ งั ภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน เมื่อมีความต้องการใช้น้ ามันปาล์มจานวนมากแต่ผลผลิตมีอยูอ่ ย่างจากัดจึง
ทาให้น้ ามันพืชมีราคาสู งขึ้นอีกครั้ง(กอง บก.ฐำนเศรษฐกิจ,20เมษำยน 2555)
[7]

มีผลการศึกษาเรื่ อง “ ทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสิ นใจซื้ อน้ ามันพืชของผูบ้ ริ โภคในเขตกรุ งเทพมหานคร ” ในช่วงที่

น้ ามันพืชน้ ามันพืชมีราคาแพง ผลการศึกษาพบว่า กว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มตัวอย่างเป็ นเพศหญิง ปัจจัยที่ใช้พิจารณา.ในการซื้ อ
น้ ามันพืชที่สาคัญ คือ ชนิดของวัตถุดิบที่ใช้สกัดเป็ นน้ ามันพืช และมีคุณค่าดีต่อสุ ขภาพ ส่วนคุณสมบัติน้ ามันพืชที่น่าสนใจที่สุด คือ
ไม่มีกลิ่นหืนและโคเลสเตอรอล กลุ่มตัวอย่างส่ วนใหญ่จะทราบชนิดของวัตถุดิบที่ใช้สกัดเป็ นน้ ามันพืชอยู่ โดยรับทราบชนิดของ
วัตถุดิบจากฉลากและโฆษณา ในช่วงที่น้ ามันพืชมีราคาแพงทาให้ผบู ้ ริ โภคเกิดการตื่นตระหนกกักตุนน้ ามันพืชเป็ นจานวนมาก ทาให้
น้ ามันพืชขาดตลาด ทาให้รัฐบาลต้องเร่ งโฆษณาให้ประชาชนเข้าใจสาเหตุของปัญหาและได้มีการออกนโยบายเพื่อให้ประชาชนเลิก
กักตุนสิ นค้าโดยการกาหนดราคาน้ ามันพืชและการนาเข้าน้ ามันพืชจากกประเทศมาเลเซี ยมาขายให้มีราคาถูกกว่าท้องตลาดทัว่ ไป
(นพพร ประยูรวงศ์ ,2541)
[8]

สาหรับพฤติกรรมการเปิ ดรับสื่ อของประชาชนจะเปิ ดรับสื่ อโทรทัศน์มากที่สุด รองลงมาก็คือหนังสื อพิมพ์และวิทยุ

ส่ วนใหญ่เคยเห็นโฆษณาน้ ามันพืชจากสื่ อโทรทัศน์ และโฆษณาที่กลุ่มตัวอย่างจดจาและชื่นชอบมากที่สุด คือ น้ ามันพืชกุ๊ก แต่ยงั มี
กลุ่มตัวอย่างจานวนมากที่ไม่ระบุว่าชอบโฆษณาน้ ามันพืชใด การจดจาได้และความชื่นชอบในโฆษณาส่ งผลถึงการตัดสิ นใจของ
ผูบ้ ริ โภคด้วย การที่ประชาชนเปิ ดรับสื่ อโทรทัศน์มากที่สุดจึงเป็ นการง่ายที่รัฐบาลจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเลือกซื้ อสิ นค้าที่
รัฐบาลเป็ นผูก้ าหนดราคาสิ นค้าควบคุมชนิดนี้ และหากสิ นค้ามีราคาแพงก็สามารถรับรู ้ข่าวสารเกี่ยวกับการัดงานมหกรรมสิ นค้าราคา
ถูกจากร้านธงฟ้ าและแจ้งให้รัฐบาลทราบถึงการเอาเปรี ยบผูบ้ ริ โภคได้เช่นกัน (พัชรำภรณ์ ภูเดช,2550)

นางสาวฉัตรฑริ กา กลสิ ทธิ์

55021331

มส.เศรษฐศาสตร์

บรรณำนุกรม
[1]

ธารดาว ทองแก้ว. “ น้ ามันพืช : ใช้อย่างไรให้ถูกต้องปลอดภัย . ” หมอชาวบ้าน. 25, 291 (กรกฎาคม 2546) : 18

[2]

บรรณาธิการใกล้หมอ. “ น้ ามันพืช ความต่างบนความเหมือน. ใกล้หมอ. 30, 2 (กุมภาพันธ์ 2549) : 38

[3]

เบญจมาภรณ์ พิมพา. เทคโนโลยีการผลิตน้ ามันพืช. สุ ราษฏร์ ธานี: คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ วิทยาเขตสุ ราษฏร์ ธานี, 2553 [หน้า 1, call no. 665.3 ป267อ]

[4]

วารุ ณี ศศิวงศ์ภกั ดี, “ อุตสาหกรรมน้ ามันพืชไทย (Thai Vegetable – oil Industry). ” วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์ มหาบัณฑิต

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , 2522. [หน้า 2 บทนา]

[5]

http://www.manager.co.th/local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000007100

[6]

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=118252:4-&catid=94:2009-02-08-

11-26-28&Itmid=417

[7]

นพพร ประยูรวงศ์, “ การศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสิ นใจซื้ อน้ ามันพืชของผูบ้ ริ โภคในเขตกรุ งเทพมหานคร. ”

วิทยานิพนธ์วารสารศาสตร์ มหาบัณฑิตสาขาสื่ อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , 2541. [หน้า 1 บทคัดย่อ]

[8]

พัชราภรณ์ ภูเดช, “ ปัจจัยส่ วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้ อน้ ามันพืชของผูบ้ ริ โภคในห้างสรรพสิ นค้าเขตภาค

ตะวันออก. ” วิทยานิพนธ์บริ หารธุรกิจมหาบัณฑิตสาขาการจัดการการตลาด มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น, 2550. [หน้า จ]

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful