You are on page 1of 16

การเขียน คือ การแสดงความรู้ ความคิด ความรู้ สึก และความต้ องการ ของผู้ส่งสารออกไปเป็ นลาย ลักษณ์ อกั ษร เพือ่ ให้ ผ้ รู ับสารเข้ าใจ ได้ รับทราบความรู้ ความคิด ความรู้ สึก และความ ต้ องการเหล่านั้น การถ่ ายทอดโดยใช้ ภาษาถ้ อยคาเขียนเพือ่ สื่ อความหมาย หลักการเขียน หมายถึง การถ่ ายทอดความรู้ สึกนึกคิดและความต้ องการของบุคคลออกมาเป็ น สั ญลักษณ์ คือ ตัวอักษร เพือ่ สื่ อความหมายให้ ผ้ อู นื่ เข้ าใจจากข้ อความข้ างต้ น คือมองให้ เห็นภาพของการเขียนว่ ามีความจาเป็ นอย่างยิง่ ต่ อการสื่ อสารในชีวิต ประจาวัน เช่ น บันทึกนักเรียน บันทึกประจาวันฯลฯ .

เขียนเพื่อเล่ าเรื่ อง เป็ นการถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่ องราวเหตุการณ์ที่ ผูเ้ ขี ยนเคยประสบหรื อเป็ นเรื่ องที่ เกิ ดขึ้ น ซึ่ งสามารถถ่ายทอดผ่านสารดี ข่าว เป็ นต้น เขียนเพื่ออธิบาย เป็ นการบอกข้อรู ้ หรื อวิธีการทาสิ่ งใดสิ่ งหนึ่ ง ชี้ แจงเรื่ องใด เรื่ องหนึ่ งให้เข้าใจ เช่น อธิ บายความรู ้เรื่ องการใช้คอมพิวเตอร์ ในชีวิตประจาวัน อธิ บายขั้นตอนการประดิษฐ์ เป็ นต้น เขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น เป็ นการเสนอความคิ ดเห็ นในเรื่ องต่างๆ เพียง อย่างเดียว หรื อเป็ นความคิดเห็นประกอบคาแนะนา .

เขียนเพือ่ โน้ มน้ าวใจ เป็ นการเขียนชักจูงใจให้ผอู ้ ่านคล้อยตามความคิดเห็น ความรู ้สึก และพฤติกรรม หรื อปฏิบตั ิตามที่ผเู ้ ขียนต้องการ เช่นเชิญชวน บริ จาคทรัพย์ เชิญชวนให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่าง เขี ย นเพื่อ แสดงจิ น ตนาการและความรู้ สึ ก เป็ นการถ่ ายทอดความรู ้ สึ ก และ จินตนาการของผูเ้ ขียน เพื่อให้ผอู ้ ่านรับรู ้ ตลอดจนเกิดความรู ้สึกจินตนาการตาม ผูเ้ ขียน งานเขียนในจุดประสงค์น้ ี ผเู ้ ขียนอาจแฝงข้อคิด คติเตือนใจบางอย่างไว้ ในงานเขียนเพื่อเป็ นสารประโยชน์ .

การวางโครงเรื่อง ในการเขียนเราควรมีการวางโครงเรื่องว่ าในหนังสื อของเรา ๑ เล่ ม หรือ ในบทความของเรา ๑ บท .ผู้เขียนควรทาความเข้ าใจรู ปแบบต่ างๆ ในงานเขียน ๑.ขั้นตอนก่อนการเขียน มีข้นั ตอนลงมือเขียนและขั้นตอนหลังการเขียน ซึ่งทั้ง ๓ ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนก่อนการเขียน ๑.๔.การเขียนทุกประเภทข้ อมูลประกอบการเขียนเป็ นสิ่ งทีส่ าคัญและมีความจาเป็ น ข้ อมูลอาจจะมาจากแหล่ งต่ างๆ เช่ น หนังสื อ ๑.๓.๒.๑.การเลือกเรื่องทีจ่ ะเขียน ควรคานึงถึงองค์ ความรู้ ประสบการณ์ ของผู้เขียน ๑.

ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นลงมือเขียน การลงมือเขียนรายละเอียดตามโครงเรื่องทีว่ างเอาไว้ โดยมีการขยายความ การอธิบาย การยกตัวอย่ าง ให้ มเี นือ้ หาทีส่ มบูรณ์ โดยต้ องคานึงถึง ลักษณะ รูปแบบ การนาเสนอของงานแต่ ละ ประเภท เช่ น การเขียนบทความต้ องมีส่วนประกอบคือ การตั้งชื่อเรื่อง คานา เนือ้ เรื่องและสรุ ป อีกทั้งต้ องแสดงความคิดเห็น สอดแทรกข้ อเสนอ และการวิพากษ์ วจิ ารณ์ ลงไปด้ วย เป็ นต้ น ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนหลังการเขียน สาหรับผู้ฝึกหัดเขียนใหม่ ๆ เมือ่ เขียนเสร็จแล้ ว ควรอ่ านทบทวนหลายๆรอบ อาจจะอ่ าน เสร็จแล้ วทิง้ ไว้ สัก 1 อาทิตย์ แล้ วนามาอ่ านใหม่ เพือ่ แก้ ไขเพิม่ เติมงานเขียนให้ สมบูรณ์ ขนึ้ แล้ วพิจารณาว่ างานเขียนของตนเองมีรูปแบบ ลักษณะ การนาเสนอตรงกับประเภทของงาน เขียนหรือไม่ ตรวจดูคาผิด การใช้ คา การใช้ ประโยค ภาษางานเขียนบางประเภทต้ องให้ ผู้ทรง คุณวุฒิตรวจสอบหรืออ่ านก่ อน เมือ่ แก้ ไขสมบูรณ์ แล้ วจึงจัดส่ งเพือ่ เผยแพร่ ต่อสาธารณชนต่ อไป .

การเลือกเรื่ องที่จะเขียน ๒.๑. การนาเสนองานเขียนให้มีเนื้อหาเหมาะสมกับผูอ้ ่าน . การใช้สานวนภาษา ถ้อยคาสามารถใช้คาต่างๆในภาษาไทยแทนได้มากมาย เช่น คาว่า กิน ทาน ฉันท์ ฯลฯ ๔. การวางโครงเรื่ อ งก็ มี ค วามส าคัญ ลัก ษณะของเรื่ อ งที่ ดี จ ะต้อ งมี ค วาม สอดคล้องกันทั้ง เรื่ อง ๓.

การเขียนความเรียง การเขียนความเรี ยง เป็ นการเรียบเรียงถอยค าให้เป็ นขอความ ้ ้ เพือ ่ แสดงความคิด ความรูสึ้ กและความเขาใจของเราให ่ ทราบ ้ ้ผู้อืน องค์ ประกอบของการเขียนความเรียง ๑. สรุ ปเรื่ องหรื อการลงท้ าย การสรุปเรื่องหรือการลง ท้ ายช่ วยให้ ผู้ อ่านทราบว่าเรื่อ งนี้ จ บแล้ว ไม่ใช่ ทิ้ง ค้างไวเฉยๆ ทาให้สงสั ยไมแน ่ งนี้จบหรือยัง ้ ่ ่ ใจวาเรื ่ อ การสรุปไมใช ่ งทัง้ หมด แตการสรุ ปเรือ ่ ง ่ ้ การยอเรื ่ อ ่ . เนือ้ เรื่ อง หมายถึง เนื้อความซึง่ เป็ นสาระสาคัญของ ความเรียง การเขีย นเนื้ อเรื่องได้ดี ต้องมีก ารวาง โครงเรือ ่ งเสี ยกอน ่ ๓. คานา เป็ นการเริม่ เรือ่ งให้ผู้อ่านรู้วาเนื ่ ะอ่าน ่ ้ อหาทีจ ตอไปเป็ นเรือ ่ งเกีย ่ ว กับอะไร การเริม ่ เรือ ่ งเป็ นตอน ่ สาคัญทีจ ่ ะทาให้ผู้อานรู สึ้ กวาเป็ ่ งทีน ่ ่ าอาน ่ ่ นเรือ ่ ๒.

การนาเสนองานเขียนให้มีเนื้อหาเหมาะสมกับผูอ้ ่าน . การเลือกเรื่ องที่จะเขียน ๒. การวางโครงเรื่ อ งก็ มี ค วามส าคัญ ลัก ษณะของเรื่ อ งที่ ดี จ ะต้อ งมี ค วาม สอดคล้องกันทั้ง เรื่ อง ๓.๑. การใช้สานวนภาษา ถ้อยคาสามารถใช้คาต่างๆในภาษาไทยแทนได้มากมาย เช่น คาว่า กิน ทาน ฉันท์ ฯลฯ ๔.

.

ย่อหน้ า หรือ อนุเฉก คือ ข้ อความตอนหนึ่งทีป่ ระกอบด้ วยประโยคหลายประโยค ประโยคเหล่ านีม้ คี วามสั มพันธ์ กนั โดยมีใจความมุ่งแสดงความคิดสาคัญ เพียงเรื่อง เดียว ความยาวของย่ อหน้ าไม่ สามารถจากัดได้ แน่ นอนตายตัวได้ ทั้งนีข้ นึ้ อยู่กบั ความสาคัญของเนือ้ หาที่นามาเขียน ความยาวของย่ อหน้ ามีหลักกว้ างๆ คือ ต้ องยาว พอทีจ่ ะอธิบายความคิดได้ ชัดเจน แต่ ไม่ ยาวจนมีความคิดหลายอย่ างเข้ ามาปะบนในย่ อ หน้ านั้น ดังนี้ การย่อหน้ า ยังช่ วยให้ ผ้ อู ่ านได้ พกั สายตาอีกด้ วย .

ย่ อหน้ าทาให้ เกิดความงาม คืองามในรู ปของการเขียนหนังสื ออย่ างมีสัดส่ วน . ย่ อหน้ าทาให้ ผ้ อู ่ านได้ พกั สายตา พักสมอง ๔.๑. ย่อหน้ าแต่ ละย่ อหน้ าบรรจุความคิดหลักหรือความคิดสาคัญที่ผ้ เู ขียนต้ องการจะ เสนอ ๒. ย่ อหน้ าทาให้ ผ้ อู ่ านมีช่วงโอกาสคิดพิจารณาเนือ้ หาในย่ อหน้ าทีม่ าก่ อน เพือ่ จะได้ คิดติดตามเนือ้ หาในย่อหน้ าต่ อไปได้ อย่ างต่ อเนื่อง ๓.

โดยทัว่ ไปย่อหน้ ามีความยาวโดยประมาณ ๔ บรรทัด หรือ ๑๐๐ คา เป็ นอย่างน้ อย แต่ ไม่ ควรเกิน ๘ หรือ ๑๐ บรรทัด หรือประมาณ ๒๐๐-๒๕๐ คา ถ้ ายาวกว่ านั้น ควร พิจารณาว่ าจะแบ่ งย่อหน้ าได้ อกี หรือไม่ ๓.๑. ย่อหน้ าต้ องยาวพอที่จะอธิบายความคิดได้ แจ่ มแจ้ ง ต้ องไม่ ส้ั นจนกลายเป็ นการนา หัวข้ อมาเรียงๆ กัน โดยไม่ อธิบายให้ เห็นว่ า หัวข้ อนั้น สั มพันธ์ กนั อย่างไร และต้ องไม่ ยาวจนกระทั้งมีความคิดหลายความคิดปะปนกันไปหมด ๒. ความสั้ นยาวของแต่ ละย่อหน้ าในเรื่องหนึ่งๆ นั้นไม่ ควรให้ แตกต่ างกันมากนัก เพราะย่ อหน้ าทีม่ คี วามสั้ นยาวต่ างกันอย่ างเหมาะสม จะช่ วยดึงดูดความสนใจผู้อ่านได้ บ้ าง .

สารัตถภาพ คือ มีการเน้ นยา้ ใจความสาคัญ กล่ าวถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่ างได้ เนือ้ หาสาระ ได้ ใจความทีช่ ัดเจนเพียงพอ การเน้ นยา้ ใจความสาคัญนั้น .ย่ อหน้ าทีด่ ีมีลกั ษณะสาคัญ ๔ ประการ ๑. เอกภาพ หมายความว่ า ข้ อความแต่ ละย่ อหน้ า จะต้ องเขียนให้ มคี วามคิด หรือใจความสาคัญ เพียงประการเดียว ไม่ เปลีย่ นความคิด หรือจุดมุ่งหมาย เป็ นหลายอย่ างใน ย่ อหน้ าเดียว ๓. ความสมบูรณ์ เพราะย่ อหน้ าก็คอื ความเรียงอย่ างย่ อเรื่องหนึ่ง ๒. สั มพันธภาพ คือ การเรียบเรียงข้ อความในย่ อหน้ าให้ เกีย่ วโยง ต่ อเนื่องกัน เกิดความสั มพันธ์ กัน เมือ่ อ่ านแล้ วสละสลวยรื่นหู ทาให้ แนวความคิด ติดต่ อกัน ผู้อ่านสามารถติดตามได้ ง่าย ๔.

นายปฏิภาณ กาญจนะประยูร 415354030021-0 นายเริงเกียรติ บันเทิง 415354030031-9 นายอุซมัน เจ๊ะเต๊ะ 415354030046-7 สาขาวิศวกรรมโยธา 4 ปี ( ปี 3 ) .

ขอบคุณครับ .