P. 1
เอกสารประกอบการเสวนา

เอกสารประกอบการเสวนา

|Views: 80|Likes:
Published by Qlf Thailand
เอกสารประกอบการเสวนา
เอกสารประกอบการเสวนา

More info:

Published by: Qlf Thailand on Jan 09, 2013
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

01/09/2013

pdf

text

original

เอกสารประกอบการเสวนา

“เวที ปฏิ รู ปการเรียนรู ้สู ่การศึกษาเพื่อคนทั้ งมวล” ครั้ งที่ ๑๒
“การพั ฒนาการเรียนรู ้ในจั งหวั ดน าร่อง:ฝันที่ตั้ งใจให้เป็ นจริ ง” ตอนที่ ๒
วั นพฤหั สบดีที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๓๐ น.
ณ โรงแรมมิ ราเคิ ลแกรนด์ หลั กสี่ กรุ งเทพ

จั งหวั ดชั ยภู มิ

 กระเทาะปัญหาเด็ กและเยาวชนในจั งหวั ดชั ยภู มิ

จากเวที ระดมความเห็ น “การยกระดั บการพั ฒนาการเรียนรู ้เพื่อเด็ กและเยาวชนคนชั ยภู มิ ” ซึ ่ ง
มี ตั วแทนจากจั งหวั ด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น สาธารณสุข สถานพิ นิจ เขตพื ้ นที ่ การศึ กษาประถม มั ธยม
และอาชี วศึ กษา ครูสอนดี ผู้บริหารสถานศึกษา และภาคประชาสั งคมในจั งหวั ด โดยได้ระดมความเห็นถึง
สถานการณ์ป

ญหาเด็ กและเยาวชนในจั งหวั ดชั ยภู มิ พบสถานการณ์ที ่ ส าคั ญ ดั งนี ้

 ผลสั มฤทธิ ์ การศึกษาต่ ากว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

นายอดุมชั ย ชั ยจุฑาภั ค ผู ้อ ำนวยกำรส ำนักงำนเขตพื ้นที ่ กำรศึกษำมั ธยมศึกษำ เขต ๓๐
กล่าวว่า เด็ กและเยาวชนในจั งหวั ดชั ยภู มิ มี ผลสั มฤทธิ ์ ทางการเรี ยนต ่ า โดยการวั ดผล O-Net พบว่า โดยเฉลี ่ ย
อยู ่ในลาดั บที ่ ๖๐ และกลุ่มมั ธยมอยู ่ในลาดั บต ่ ากว่า ๑๐ รั้ งท้ าย ดั งนั้ นจึ งต้องสารวจข้ อมู ลนักเรี ยนรายบุคคล
เพื ่อจั ดระบบและกระบวนการทางานใหม่ ผู้ บริ หารสถานศึ กษาต้องมี ความสามารถและทั กษะทางวิ ชาการ มี
การปรั บเรื ่ องการจั ดการการเรี ยนรู้ เพื ่อประเมิ นผล และมี การเสริ มเพิ่ มเติ มสิ่ งที ่ ขาด พร้ อมกั บการวิ จั ย

 เด็ กชายขอบ “ยากจน-ก าพร้า-ติ ดเอดส์ ”

นายประสงค์ พรโสภิ ณ ผู ้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื ้นที ่ กำรศึกษำประถมศึกษำชัยภูมิ
เขต ๓ กล่ าวว่ า จากข้อมูลของส านักงานเขตพื ้นที ่การศึกษาประถมศึกษาชั ยภูมิ เขต ๓ ในปี ๒๕๕๕ มี
จานวนนักเรี ยนในสั งกั ด ๓๐,๐๐๐ คน เป็ นเด็กด้อยโอกาสฐานะยากจน ๑๙,๐๐๐ คน , เด็ กก าพร้าเที ยม
โดยไม่ ได้อยู ่ กับพ่ อแม่ แต่ ถู กทอดทิ ้งให้อยู ่ กับปู

ย่ าหรื อผู้อื ่ น ๒๕๒ คน , เด็กก าพร้าที ่พ่ อหรื อแม่ เสียชีวิต
๓๕๔ คน เด็ กที ่ ได้ รั บผลกระทบจากเอดส์ ที ่ อยู ่ ในโรงเรี ยน ๓๐ คน ยั งไม่รวมถึ งเด็ กพิ การ สมาธิ สั้ น และเด็ กที ่
อยู ่ นอกระบบการศึ กษา
นอกจากนี ้จากข้ อมู ลของโรงพยาบาลจั งหวั ดชั ยภู มิ พบว่า ในปี ๒๕๕๕ มี ผู้ ที ่ มาบริ จาคโลหิ ต จ านวน
๑,๐๐๐ กว่าคน ตรวจพบเชื ้อเอดส์จานวน ๑๘๔ ราย เป็ นเยาวชนอายุ ๑๘ ปี ๒ ราย และมี ข้อมูลเยาวชน
ตั้ งครรภ์ อายุ ต ่ ากว่า ๒๐ ปี มี ถึ งร้ อยละ ๒๑ ซึ ่ งเกิ นระดั บมาตรฐานขององค์ การอนามั ยโลกที ่ กาหนดไว้ ควรไม่
เกิ นร้ อยละ ๑๐



 วั ด-อาชี วะ รองรั บเด็ กเหลือเลือก

ดร.สิ ทธิ ศั กดิ ์ ช าปฏิ ผู ้อ ำนวยกำรวิ ทยำลั ยเทคนิ คชั ยภู มิ กล่าวว่า สิ่ งที ่พบในขณะนี ้คื อ ป

ญหา
ของเด็ กขาดความพร้ อมในการเรี ยน เด็ กที ่เข้ ามาเรี ยนส่วนใหญ่ เป็ นเด็ กที ่ถู กร่อนตะแกรงมาแล้วหลายรอบ
กลายเป็ นสมองไม่ดี ให้มาเรี ยนอาชี วะ การเรี ยนการสอนจึ งพบป

ญหาใหญ่ ตามมาคื อ “วิ นัย” ที ่ส่ งผลทาให้
นั กเรี ยนหลุดออกจากรั้ วการศึ กษา
เช่ นเดี ยวกั บ “วั ด” ที ่พระครูศรีปริ ยั ติ พิ มล ผู้อ านวยการโรงเรี ยนวั ดกลางเมื องเก่ าวิ ทยา ว่าวั ด
เปรี ยบเหมื อน “ถั งขยะใบใหญ่ที ่ สุ ดในโลก” เพื ่อรองรั บเด็ กที ่ อกหั กจากสถานศึ กษาอั นดั บ ๒
พระครู ศรี ปริ ยั ติ พิ มล ผู้ ท าหน้าที ่ สอนเด็ กเหลื อเลื อกมานานกว่า ๔๗ ปี แลกเปลี ่ ยนว่า เมื ่อเด็ กจบชั้ น
ป.๖ เด็กที ่เก่ งส่ วนใหญ่ จะเรี ยนต่ อโรงเรี ยนในเมื องที ่มี ชื ่ อเสี ยง หากสอบเข้าไม่ได้ก็เข้าโรงเรี ยนอั นดั บ ๒
รองลงมา แต่ถ้ าเข้ าไม่ ได้ อี กก็ จะอยู ่ บ้ านเฉยๆ ผู้ ปกครองจึ งกลั วทาผิ ดกฎหมาย เพราะกฎหมายกาหนดให้ เด็ ก
ต้ องจบภาคบั งคั บชั้ น ม.๓ เมื ่ อไม่ มี ทางไปจึ งเอาเด็ กมาอยู ่วั ด ซึ ่ งเณรที ่ เข้ ามาบวชเรี ยนส่วนใหญ่มั กอยู ่กั บปู

ย่า
หรื อมาจากครอบครั วหย่ าร้ าง

“วั ดจึ งกลายเป็นถั งขยะใบใหญ่ที ่ สุดในโลกที ่ เปิ ดรั บเด็ กที ่ ไม่มี ทางไปได้ ศึ กษาต่อ แต่ อย่าคิ ดว่าพระ
เณรจะอยู ่ บนหิ ้งอย่ างเดี ยวเพราะเขาก็ มี ความรู้ สึ ก ในวั ดจึ งมี จี วรบิ นหรื อเณรหนีเรี ยน ดั งนั้ นการเรี ยนการสอน
จึ งเน้นสร้ างวิ นั ย หากมี วิ นั ยแล้ วจะไม่ เกิ ดป

ญหา”

 ทิ ศทางการพั ฒนาเด็ กและเยาวชนในจั งหวั ดชั ยภู มิ

จากเวที แลกเปลี ่ยนข้อมูลของผู้ที ่เกี ่ยวข้องถึงป

ญหาเด็กและเยาวชนในจั งหวั ดชั ยภู มิ จึ งได้มี การ
สะท้อนภาพร่วมกั นถึ งทิ ศทางการยกระดั บการพั ฒนาการเรี ยนรู้เพื ่อเด็ กและเยาวชนคนชั ยภูมิ ในอีก ๕ ปี
ข้ างหน้า ดั งนี ้

 สภาพั ฒนาการเรียนรู ้คนชั ยภู มิ พลั งความร่วมมือ “ไร้พรมแดน”

นายประสงค์ พรโสภิ ณ ผู ้อ ำนวยกำรส ำนักงำนเขตพื ้นที ่ กำรศึกษำประถมศึกษำชั ยภู มิ เขต
๓ สะท้อนว่า ผมอยากเห็ น สภำพั ฒนำกำรเรียนรู ้คนชั ยภู มิ เกิ ดขึ ้ น เพราะป

ญหาเด็ กและเยาวชนมี ความ
หลากหลายที ่ จะต้ องสร้ างการเรี ยนให้ ต่างกั น ซึ ่ งการช่วยเหลื อต้ องทาในหลายมิ ติ เช่น การเชื ่อมโยงกั บพั ฒนา
สั งคมจั งหวั ดเพื ่อฝึ กทั กษะอาชี พเบื ้องต้นในกลุ่มเด็ กด้อยโอกาสเพื ่อป

องกั นไม่ให้ ถูกชั กจูงในทางที ่เสี ย และ
ควรเริ่ มดูแลตั้ งแต่เด็ กเล็ ก เพื ่อสร้ างนิสั ยที ่ ดี เป็ นที ่ต้องการของสั งคม ซึ ่ งป

จจุบั นยั งแยกส่วนกั นดูแล บางส่วน
อยู ่ กั บสพฐ. วั ด บ้ านเมตตา และองค์ กรปกครองส่วนท้ องถิ่ น ถ้ าร่ วมกั นท างานจะท าให้ เกิ ดการร่วมมื อกั นทั้ งใน
ระบบโรงเรี ยนและนอกระบบโรงเรี ยน และสร้ างให้เกิ ดการเรี ยนรู้ตลอดชี วิ ตของคนในจั งหวั ดชั ยภูมิ ทั้ งใน
ระบบโรงเรี ยน นอกโรงเรี ยน และตามอั ธยาศั ย ซึ ่ งสภาพั ฒนาการเรี ยนรู้ จั งหวั ดชั ยภูมิ จะครอบคลุมเรื ่ องเหล่านี ้

นายทองอิ นทร์ เพี ยภู เขี ยว ประธำนคณะกรรมกำรเพื ่ อกำรคั ดเลือกครู สอนดีและลดควำม
เหลื ่ อมล ้ำทำงกำรศึ กษำจังหวัดชัยภูมิ กล่ าวว่ า ในป

จจุ บันเด็ กมีความหลากหลายสิ่ งที ่ ต้องท าคื อ
มี โครงสร้ างทุกระดั บทั้ งประถม มั ธยม อาชี วะ โดยใช้ โครงสร้ างที ่ มี อยู ่เดิ มคื อ คณะกรรมการเพื ่อการคั ดเลื อก
ครูสอนดี ฯระดั บจั งหวั ดที ่ผู้ว่าราชการจั งหวั ดแต่ งตั้ งและเพิ่ มเติ มทุกภาคส่วนเข้ าร่วมมากขึ ้ น เพื ่อให้ การดูแล
เด็ กถู กส่งไม้ ต่อ ใน ๔ ด้านคื อ ๑) การดูแลตั้ งแต่ เด็ กเล็ ก ๒) การศึ กษาขั้ นพื ้นฐานจะจั ดการอย่างไรให้เด็ กมี
คุณภาพไม่หลุดจากระบบ ๓) การมี งานทา ซึ ่ งอาชี วะจะทาอย่ างไรให้เด็ กมั่ นใจว่าเรี ยนแล้วมี งานทา และ ๔)
การศึ กษาตลอดชี วิ ต

 พั ฒนาฐานข้อมู ลสู ่การออกแบบการศึกษาเด็ กที่ หลากหลาย

นายสมชัย พู ดเพราะ รองนำยกองค์กำรบริ หำรส่ วนจังหวัดชัยภูมิ รับผิดชอบงานด้าน
การศึ กษาของจั งหวั ด กล่าวว่า นักเรี ยนที ่ จบม.๖ จากโรงเรี ยนในสั งกั ดองค์ กรปกครองส่วนท้ องถิ่ น มี ร้ อยละ
๒๐ ที ่ตั้ งใจเข้ามหาวิทยาลั ย แต่ อีกร้อยละ ๘๐ ไม่ ทราบว่ าหายไปไหน สะท้อนถึงข้อมูลของ อบจ. จึ ง
จ าเป็ นต้องมี ระบบฐานข้ อมูลเพื ่อให้เกิ ดการแก้ป

ญหาการจั ดการศึ กษาที ่มี คุณภาพ เพราะมี หลายโรงเรี ยนที ่
เกิ ดนวั ตกรรมการศึ กษาเพื ่อพั ฒนาการเรี ยนรู้ เช่น โรงเรี ยนบ้านห้วยไร่สามั คคี จ.เชี ยงราย ที ่ผู้อานวยการ
โรงเรี ยนมองว่า ครู ไม่ ควรพะวงกั บคะแนนสอบ O-Net เพราะสุดท้ ายเด็ กก็ ไม่ ได้ เรี ยนต่อ จึ งจั ดการศึ กษาที ่ เน้น
ทั กษะอาชี พและทั กษะชี วิ ตควบคู ่กั นเพื ่อให้ เด็ กจบมามี งานทา ประกอบอาชี พได้ ในชุมชน

นายผดุงศั กดิ ์ แสงเพชร เลขำนุ กำรคณะกรรมกำรคั ดเลือกครู สอนดีจั งหวั ดชั ยภู มิ กล่ าวว่า
การตั้ งสภาพั ฒนาการเรี ยนรู้ ซึ ่ งคาว่า การเรี ยนรู้ นั้ นทาให้ ไม่จากั ดวงเพี ยงนักการศึ กษา แต่เหมาะสาหรั บคน
ทุ กกลุ่ มในจั งหวั ดชั ยภู มิ และสิ่งส าคั ญคือข้อมู ล หากไม่ มี ข้อมู ลก็ไปไม่ ถึงกลุ่ มเป

าหมายและไม่ สามารถ
วางแผนแก้ ไขป

ญหาได้ อย่ างถูกต้ องและยั่ งยื น

 พั ฒนา “ครู สอนดี” เต็ มพื้นที่

นายบรรยงค์ วงศ์ กนิ ษฐ์ รองผู ้ว่ำรำชกำรจั งหวั ดชั ยภู มิ กล่าวว่า ภาพที ่ ผมอยากเห็ นคื อ อยาก
ให้ครูต้นแบบหรื อครูดี เต็ มพื ้นที ่ จั งหวั ดชั ยภูมิ การที ่มี ครูสอนดี ในจั งหวั ดชั ยภูมิ ๓๐๐ กว่าคนยั งน้อยเกิ นไป
ต้องเพิ่ มกว่านี ้เพื ่อพั ฒนาเด็ กและเยาวชนอย่างมี คุณภาพ มี ความรั ก ความภาคภูมิ ใจในความเป็ นคนชั ยภูมิ
เรามี คนต้นแบบที ่ จงรั กภั กดี คื อ พญาภั กดี ชุมพลหรื อเจ้ าพ่อพญาแล ซึ ่ งนอกจากความภูมิ ใจในถิ่ นกาเนิดแล้ว
เด็ กต้ องพั ฒนาการเรี ยนรู้ เพื ่อก้าวไกลสู ่สากล เพื ่ อเตรี ยมพร้ อมเข้ าสู ่ประชาคมเศรษฐกิ จอาเซี ยน ในปี ๒๕๕๘
ด้ วยการหาวิ ธี การให้เด็ กชั ยภูมิ มี ความดี การเรี ยนที ่ดี มี คุณสมบั ติ เป็ นเด็ กที ่ ดี ผลการเรี ยนอยู ่ในลาดั บต้นไม่
น้อยหน้าจั งหวั ดอื ่ น ซึ ่งป

ญหาเด็กและเยาวชนในจั งหวั ดคงไม่สามารถปล่อยให้เป็ นหน้าที ่ของหน่ วยงานใด
หน่ วยงานหนึ ่งเข้ ามาแก้ ไขได้ อี กต่อไป เราต้ องร่ วมมื อกั นแก้ ไขจึ งจะส าเร็ จ


จั งหวั ดสุ ริ นทร์

 ผลสั มฤทธิ ์ ทางการศึกษาต่ ากว่าค่ าเฉลี่ยของประเทศ-ครู ประถมขาดแคลน

จากข้ อมู ลของสภาวการณ์เด็ กและเยาวชน จ.สุริ นทร์ ในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ โดยสถาบั นวิ จั ยรามจิ ตติ
พบว่า ในด้ านการศึ กษาเยาวชนมี คะแนนสอบ O-Net ต ่ ากว่าค่าเฉลี ่ ยของประเทศ โดยคะแนนสอบเฉลี ่ ยของ
เยาวชนอยู ่ ที ่ ๓๔.๘๗ คะแนน ขณะที ่ ค่าเฉลี ่ ยของประเทศอยู ่ ที ่ ๓๕.๙๙ คะแนน
ส าหรั บอั ตราการเรี ยนต่อของเด็ กและเยาวชนในระดั บมั ธยมปลายและอุดมศึ กษาสูงกว่าค่าเฉลี ่ ยของ
ประเทศ โดยอั ตราการเรี ยนต่อมั ธยมปลายของเยาวชนอยู ่ที ่ ร้ อยละ ๙๘.๓๕ (ค่าเฉลี ่ ยของประเทศอยู ่ที ่ ร้ อยละ
๘๗.๕๔) และอั ตราการเรี ยนต่ออุดมศึ กษาอยู ่ ที ่ ร้ อยละ ๙๗ (ค่าเฉลี ่ ยของประเทศอยู ่ ที ่ ร้ อยละ ๘๑.๕๓)
นอกจากนี ้ยั งพบว่าอั ตราการขาดแคลนครู ส่วนใหญ่อยู ่ในระดั บประถมศึ กษาของโรงเรี ยนขนาดเล็ ก
และขนาดกลางสู งกว่าค่าเฉลี ่ ยของประเทศถึ ง ๒ เท่า โดยอั ตราการขาดแคลนครู ประถมในโรงเรี ยนขนาดเล็ ก
อยู ่ที ่ ร้ อยละ ๙.๖๔ (ค่าเฉลี ่ยของประเทศอยู ่ที ่ ร้ อยละ๔.๖๒) และการขาดแคลนครูประถมของโรงเรี ยนขนาด
กลางอยู ่ ที ่ ร้ อยละ ๙.๕๓ (ค่าเฉลี ่ ยของประเทศอยู ่ ที ่ ร้ อยละ๓.๔๑) ส่วนอั ตราการขาดแคลนครู ระดั บมั ธยมศึ กษา
พบว่า มี ครู อั ตราจ้ างอยู ่ ที ่ ร้ อยละ ๑๒.๗๓ ขณะที ่ จ านวนครู มั ธยมที ่ รั ฐต้ องจั ดหาให้ อยู ่ ที ่ ร้ อยละ ๑๔.๙๒

 พื้นที่ เสี่ยงในเมืองสู งกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

ในส่วนของป

จจั ยทางสั งคม พบว่า จ.สุริ นทร์ มี พื ้ นที ่ เสี ่ ยงในเขตเมื องสูงกว่าค่าเฉลี ่ ยของประเทศ คื อ
ร้ อยละ ๑๐๓.๖๗ (ค่าเฉลี ่ยของประเทศอยู ่ที ่ร้ อยละ ๘๑.๗ ) อย่างไรก็ตามในภาพรวมของจั งหวั ดสุริ นทร์ มี
พื ้นที ่เสี ่ยงน้อยกว่ าค่ าเฉลี ่ยของประเทศ โดยพื ้นที ่เสี ่ยงโดยรวมของจั งหวั ดสุ รินทร์ อยู ่ ที ่ร้อยละ ๑๘.๔๕
(ค่าเฉลี ่ ยรวมของประเทศอยู ่ที ่ ร้ อยละ๗๒.๒) ขณะที ่ พื ้ นที ่ ดี ของจั งหวั ดทั้ งในเขตเมื องและภาพรวมของจั งหวั ด
น้อยกว่าค่าเฉลี ่ยของประเทศ โดยพื ้ นที ่ ดี ในเขตเมื อง จ.สุริ นทร์ อยู ่ที ่ ร้ อยละ ๓๐.๒๔ (ค่าเฉลี ่ ยพื ้นที ่ดี ในเขต
เมื องของประเทศอยู ่ที ่ ร้อยละ๑๔๘.๑๙) และค่ าเฉลี ่ยพื ้นที ่ดีโดยรวมของจ.สุ ริ นทร์ อยู ่ที ่ ร้อยละ ๔.๙๘
(ค่าเฉลี ่ ยพื ้ นที ่ ดี โดยรวมของประเทศ อยู ่ ที ่ ร้ อยละ๕๑.๑)

 ทิ ศทางการพั ฒนาเด็ กและเยาวชนในจ.สุริ นทร์

ในเวที ระดมความคิ ดเห็ นของจ.สุริ นทร์ โดยเปิ ดให้ทุกภาคส่ วนร่วมกั นสะท้อนป

ญหาและน าเสนอ
มุ มมองต่างๆ จนน าสู ่การกาหนดวิ สั ยทั ศน์และเป

าหมายในการปฏิ รู ปการเรี ยนรู้ ของเด็ กและเยาวชนจ.สุริ นทร์
ใน ๓ เรื ่ องคื อ
๑. เด็กและเยาวชนที ่ด้อยโอกาสต้องได้รั บการดูแล สนับสนุ น จนจบการศึกษาภาคบั งคั บและมี
ทั กษะชี วิ ตที ่ ดี ซึ ่ งถื อเป็ นเรื ่ องที ่ ต้ องท าอย่ างเร่ งด่วน
๒. เด็ กและเยาวชนปกติ ได้ พั ฒนาเต็ มตามศั กยภาพ
๓. เด็ กเยาวชนที ่มี ความสามารถพิ เศษได้ รั บการส่งเสริ ม สนับสนุ น สู ่ความเป็ นเลิ ศตามความถนัด
ตามความสนใจ

นิ รั นดร์ กั ลยาณมิ ตร ผู ้ ว่ำรำชกำรจั งหวั ดสุริ นทร์ กล่าวว่า ป

ญหาเด็ กและเยาวชน จ.สุริ นทร์ ใน


จจุบั น มี ทั้ งเรื ่องผลสั มฤทธิ ์ การเรี ยนต ่ าทั้ งในระดั บประถมและมั ธยม การขาดทั กษะการคิ ดวิ เคราะห์ ขาด
ทั กษะในการแก้ป

ญหา เรื ่องวิ ธี การสอนในโรงเรี ยน เรื ่องมาตรฐานของครูผู้สอนที ่ให้การศึ กษาอบรมแก่ เด็ ก
เรื ่องของเด็กที ่ขาดความพร้อม จากป

ญหาครอบครั ว สั งคม รวมถึงสิ่ งแวดล้อมทางสั งคมที ่อยู ่รอบตั วเด็ก
เหล่านี ้เป็ นป

ญหาที ่ จะน ามารวบรวมและวิ เคราะห์ ร่ วมกั นเพื ่อหาทิ ศทางปฏิ รู ปการศึ กษาในจั งหวั ด

“เวที ระดมความคิ ดเห็นจึ งได้กาหนดวิ สั ยทั ศน์ร่วมกั นในการปฏิ รูปการเรี ยนรู้ ของเด็ กและเยาวชน
โดยเริ ่ มจากเรื ่ องพื ้นฐานคื อ การให้เด็ กด้ อยโอกาสที ่ ไม่จบการศึ กษาภาคบั งคั บได้ รั บการศึ กษาและช่วยเหลื อ
ดู แลก่อน ถ้ าเราท าเรื ่ องนี ้ได้ ทั้ งจั งหวั ดจะไม่มี ใครตกหล่นจากการดู แลและไม่มี ใครไม่จบการศึ กษาภาคบั งคั บ
สาหรั บเด็ กและเยาวชนทั่ วไปต้องได้ รั บการพั ฒนาให้เต็ มตามศั กยภาพและตามความสนใจ พร้ อม
กั บดู ในเรื ่ องสิ ่ งแวดล้อมที ่ จะน าไปสู ่อบายมุข รวมทั้ งมองไปถึ งครูผู้สอนซึ ่ งเป็นบุ คลากรที ่ สาคั ญ เพราะครูที ่
สอนดีมีคุ ณภาพก็จะส่ งผลถึงเด็ก นอกจากนี ้จะมีการสนับสนุ นให้เด็กที ่ มีความสามารถพิเศษได้รั บการ
สนับสนุ นสู ่ ความเป็นเลิ ศตามความสามารถนั้ นๆ ทั้ งนี ้ในการทางานจาเป็นต้องบูรณาการจากทุ กภาคส่ วน
ตั้ งแต่สถาบั นครอบครั ว องค์ กรปกครองส่วนท้ องถิ ่ นทั้ ง ๑๗๓ แห่ง เครื อข่ายทางการศึ กษา ภาคประชาชนคง
ต้ องมี การท าแผนร่ วมกั น”

 การปฏิ รู ปการเรียนรู ้เด็ กและเยาวชน : เด็ กต้องจบการศึกษาภาคบั งคั บ

กิ ตติ ภั ทร์ รุ ่งธนเกี ยรติ นำยกองค์ กำรบริ หำรส่วนจั งหวั ดสุริ นทร์ กล่ าวว่า ในอี ก ๕-๑๐ ปี เรา
อยากให้ เยาวชนทุกคนใน จ.สุริ นทร์ ทุกคนจะต้ องจบการศึ กษาภาคบั งคั บ และให้ เด็ กและเยาวชนได้ เรี ยนรู้ ด้ าน
ภาษาเพื ่อที ่ จะแข่ งขั นในภู มิ ภาคอาเซี ยน ซึ ่ งการท างานทุกอย่ างต้ องเกิ ดจากความร่วมมื อและประสานงานเป็ น
อย่างดี โดยมี การแต่ งตั้ งคณะกรรมกำรพั ฒนำเด็กและเยำวชน และจะมี การก าหนดวิ ธี การทางานเพื ่ อ
น าไปสู ่เป

าหมาย คื อ ๑) วิ เคราะห์พื ้ นที ่เกี ่ยวกั บเด็ ก เพื ่อหาจุดอ่อนจุดแข็ งของเด็ ก ๒) กาหนดแนวความคิ ด
และทิ ศทางดาเนินงาน ๓) สร้ างพั ฒนานวั ตกรรมโดยการออกแบบโครงการ ๔) ลงมื อทางานร่วมกั นทุกระดั บ
ตั้ งแต่ระดั บครอบครั ว ชุมชน จนถึ งระดั บจั งหวั ด ๕) ติ ดตามวั ดประเมิ นผล ๖) ปรั บปรุ งผลงานที ่ เกิ ดขึ ้ น

“เป

าหมายแรกของการทางานร่วมกั นคื อ เด็ กและเยาวชนในจั งหวั ดสุริ นทร์ ทุกคนต้องจบการศึ กษา
ภาคบั งคั บ จึ งต้องรวบรวมข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่ มเป

าหมายที ่ ออกกลางคั นในระดั บประถมศึกษาและ
มั ธยมศึ กษา โดยอาศั ยข้ อมูลจากเครื อข่ายภาคการศึ กษาในจั งหวั ด เมื ่ อได้ข้ อมูลแล้ วจะมี การค้ นหาเด็ กเพื ่ อ
น ามาเข้ าสู ่กิ จกรรมการพั ฒนาส่งเสริ มการศึ กษาที ่ เป็นเป

าหมายหลั ก โดยจะจั ดการเรี ยนรู้ พื ่ อเด็ กและเยาวชน
กลุ่มเป

าหมายจบการศึ กษาภาคบั งคั บ ทั้ งในระบบ นอกระบบ หรื อตามอั ธยาศั ย และโรงเรี ยนที ่ จั ดการศึ กษา
ทางเลือก ดังนั้ นในอนาคตจั งหวัดสุ ริ นทร์จะไม่ มีเด็กที ่ ไม่ จบการศึกษาภาคบังคับอย่ างแน่ นอน จากนั้ น
เป

าหมายถั ดไปคื อ การพั ฒนาการเรี ยนที ่ อย่างน้อยเด็ กได้เรี ยนรู้ ๓ ภาษา ผมเชื ่ อมั่ นว่าใน ๕-๑๐ ปี ข้ างหน้า
เด็ กจะมี ความพร้ อมแข่ งขั นในกลุ่มประเทศในภูมิ ภาคอาเซี ยนได้ อย่างแน่ นอน”

 เปิ ดกลยุ ทธดึงพลั งความร่วมมือ:มองปัญหาร่วมกั นสู ่ความร่วมมือแก้ไขพื้นที่ น าร่อง

ไกรศั กดิ ์ วรทัต ปลั ดองค์กำรบริ หำรส่ วนจั งหวั ดสุ ริ นทร์ กล่ าวว่ า จ.สุ ริ นทร์ ได้มี การจั ดท า
ฐานข้ อมู ลด้ านการศึ กษาโดยรวบรวมจากหลากหลายแหล่งที ่ กระจายกั นอยู ่ ซึ ่ งได้ มี การออกแบบโปรแกรมให้
เป็ นข้อมูลเด็กและเยาวชนภาพรวมของจั งหวั ด โดย นายกองค์การบริ หารส่ วนจั งหวั ดสุ ริ นทร์ได้จั ดสรร
งบประมาณเพื ่อจั ดซื ้ อฮาร์ ทแวร์ สนั บสนุ น ซึ ่ งขณะนี ้ได้ มี การขอความร่วมมื อจากเขตพื ้ นที ่ การศึ กษาและข้ อมู ล
คุณภาพของโรงเรี ยนต่างๆ เพื ่อดาเนินงานกั บเยาวชนกลุ่มเป

าหมายอั นดั บแรก คื อ เด็ กเกเร เด็ กแว้ น แม่วั ย
ใส และหั วโจกตามหมู ่ บ้ าน ให้ เด็ กกลุ่มนี ้จบการศึ กษาภาคบั งคั บ

“ระบบฐานข้ อมูลคุณภาพที ่ พั ฒนาขึ ้น จะทาให้เห็ นระดั บความรุนแรงของป

ญหาในแต่ ละพื ้นที ่ เช่น
พื ้นที ่ ใดมี แม่วั ยใสหนักที ่ สุด ก็จะเลื อกพื ้นที ่ ดั งกล่ าวเป็นพื ้นที ่ น าร่อง โดยประสานงานกั บก านัน ผู้ใหญ่ บ้า น
อบต. โรงเรี ยน วั ด สาธารณสุ ข เป็ นทีมงานในพื ้นที ่ ซึ ่ งถือเป็ นกลยุ ทธดึงคนจากหลากหลายหน่ วยงานที ่
เกี ่ ยวข้ องเข้ าร่ วม จากการเห็ นข้ อมู ลเพื ่ อกระตุ้ นคนที ่ เกี ่ ยวข้ องได้ สนใจเข้ าร่ วมแก้ไขป

ญหาไปพร้ อมกั น รวมทั้ ง
การอาศั ยแรงผลั กดั นจากผู้ ใหญ่ในจั งหวั ดร่ วมรั บรู้ และช่วยผลั กดั นอี กทิ ศทางหนึ ่ ง”


จั งหวั ดน่ าน: การศึกษาถิ่ นที่ “NEED” มหาวิ ทยาลั ย แก้ไข “วั ฒนธรรม VS สิ่ งแวดล้อม”

น่ าน…จั งหวั ดที ่มี ขนาดของพื ้นที ่ ใหญ่ ติ ดอั นดั บ ๑๓ ของประเทศ แต่ มี จ านวนประชากรน้อยและ
อาศั ยอยู ่กั นอย่างกระจุกตั ว ป

ญหาเรื ่องปากท้องจึ งเป็ นเรื ่องใหญ่ ป

ญหาเรื ่องการศึ กษาจึ งกลายเป็ นป

ญหา
รองเพราะไม่ตอบโจทย์ ความต้องการของคนในท้องถิ่ น หลายครั้ งจึ งเกิ ดคาถามว่า “การศึ กษาจะช่วยคนใน
ท้ องถิ่ นได้ อย่ างไร” เมื ่ อบริ บทท้ องถิ่ นมั กสวนทางกั บการศึ กษาที ่ สนองแต่ส่วนกลาง

 ‘NEED’ หรือ ‘WANT’? (จ าเป็ น หรือแค่ต้องการ): ค าถามเพื่อสร้างการศึกษาที่ ท าให้ปากท้องอิ่ ม
ของ “พ่อเมืองน่ าน”

ชุมพร แสงมณี ผู ้ ว่ำรำชกำรจั งหวั ดน่ ำน กล่าวว่า เกื อบร้ อยละ ๕๐ ของแม่น ้าน่ าน เป็ นต้นน ้าที ่
ไหลลงแม่น ้าเจ้าพระยา ฉะนั้ นหากต้นน ้าเกิดมลพิ ษย่อมส่งผลกระทบต่ อปลายน ้า เมื ่อประกอบกั บคนน่ าน
นิยมปลูกไร่ข้ าวโพดเลื ่อนลอย และขยายวงกว้ าง จึ งต้องรี บตั้ งคาถามว่า ส่วนไหนเป็ นสิ่ งที ่ “NEED” (จ าเป็ น)
และต้องไหนเป็ นส่ วนที ่ “WANT” (ต้องการ) เพราะกระทบต่ อสภาพสิ่งแวดล้อมของจั งหวั ดน่ าน และของ
ประเทศ
พ่อเมื องน่ านเล่าถึ งยุทธศาสตร์ ในการทางานบูรณาการในท้ องถิ่ นด้ วยว่า ต้องยึ ดหลั ก “AFP” (Area
Function Participation) ซึ ่ งได้ แก่ ๑. Area: จั งหวั ด/อาเภอ/ผู้ ใหญ่บ้ าน/กานัน ๒.Function: การทางานที ่ สอด
รั บกั นระหว่างรั บคาสั่ งจากกระทรวง และกรม และขั้ นตอนการดาเนินการ ๓.Participation: ภาคประชาคม
ได้ แก่ อบต.ประชาสั งคม ภาคเอกชน และภาครั ฐ โดยจะบูรณาการทั้ ง ๓ ส่วนด้ วยการมองภาพองค์ รวม
ตลอดจนให้ ผู้ ปฏิ บั ติ งานมี ความสุขในการท างานร่วมกั น ฉะนั้ นต้องมี การศึ กษา “Need” (จ าเป็ น) จริ งๆของคน
น่ าน ว่าต้ องการการศึ กษาในรู ปแบบใดเพื ่อตอบโจทย์ สภาพป

ญหาเร่ งด้ วยที ่ เป็ นอยู ่ ได้ แก่ ๑. สิ่ งแวดล้ อม และ
๒. วั ฒนธรรมประเพณี ที ่ มี ความหลากหลายในท้ องถิ่ น และเด่นชั ดเรื ่ องการท่องเที ่ ยว
“ผมจึ งอยากให้ เด็ กเยาวชนน่ านได้ เรี ยนในคณะที ่ เกี ่ ยวข้ องกั บน่ านจริ งๆ ให้ คนเหล่านี ้ทางานในบ้ าน
ของเขา ซึ ่ งจะทาให้เกิ ดความมั่ นคงในเรื ่ องเศรษฐกิ จและสิ ่ งแวดล้อมตามมา ป

ญหาเด็ กเยาวชนก็จะลดลง
เพราะคนมี งานทามากขึ ้น มหาวิ ทยาลั ยที ่ คนน่ านต้องการจึ งต้องเปิ ดคณะที ่ ตรงกั บสภาพแวดล้ อม และป

ญหา
ที ่ คนน่ านเดื อดร้ อน ผมอยากสร้ างเรื ่ องการศึ กษา สร้ างสมองของประเทศ การสร้ างมหาวิ ทยาลั ยของเราเองจึ ง
เหมื อนการสร้ างสมองให้ เด็ กน่ านอย่ างยั่ งยื น” พ่อเมื องน่ านสรุ ปทิ ้ งท้ าย



 น่ านสไตล์ … การศึกษาถิ่ นที่ “NEED” มหา’ลั ย เพื่อเร่งเแก้ไข “วั ฒนธรรมและสิ่ งแวดล้อม” !!!

นริ นทร์ เหล่ำอำรยะ นำยกองค์ กำรบริ หำรส่วนจั งหวั ดน่ ำน ๔ สมั ย กล่าวว่า น่ านเป็ นจั งหวั ด
พิ เศษเหมาะสมเป็ นเมื องแห่งการศึ กษา เพราะมี ความเด่น ๓ ประการคื อ ๑.อดี ตนครรั ฐ: จึ งมี วั ฒนธรรม
ประเพณีของตั วเอง ทาที ่ ให้ มี องค์ ความรู้ ถิ่ น เหมาะแก่การค้ นคว้ าวิ จั ย ๒.ทรั พยากรธรรมชาติ สูง: ต้นน ้าน่ าน
เป็ นแม่น ้าสายที ่ ใหญ่ที ่ สุดในแม่น ้าเจ้ าพระยา จึ งมี ความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชี วพั นธุ ์ ทั้ งพื ชและ
สั ตว์ ๓. ไม่มี ระเบิ ดเวลา: ได้แก่ "อุตสาหกรรมใหญ่" และ “อบายมุข” จึ งไม่เป็ นปฏิ ป

กษ์ต่ อการศึ กษา แต่
การศึ กษาของน่ านทุกวั นนี ้ เป็ นการศึ กษาที ่ สนองตอบประเทศแต่ ละเลยความต้องการของคนถิ่ น องค์ ความรู้
ที ่ มี อยู ่ จึ งถูกส่งออกไปนอกเมื อง หากทุกจั งหวั ดต้ องส่งทรั พยากรความรู้ ไปหล่อเลี ้ ยงส่วนกลางทั้ งหมด ท้ องถิ่ น
ก็ จะไม่ ได้ รั บการพั ฒนา

“การศึ กษาแบบน่ านสไตล์ จึ งควรเรี ยนรู้ ในท้องถิ ่ นว่า มี ทรั พยากรอย่างไร มี วั ฒนธรรมอย่างไร เมื ่ อ
เรี ยนจบแล้ วก็ จะมาตอบสนองเมื องของเขา เมื ่ อเมื องเข้ มแข็ ง ก็ จะส่งทรั พยากรไปช่วยประเทศได้ เหมื อนเราส่ง
แม่ น ้าน่ านไปช่วยแม่ น ้าเจ้ าพระยา แต่ถ้ าเราไม่แก้ป

ญหาที ่ หมั กหมมกั นในเรื ่ องการศึ กษา คนน่ านก็ จะไม่มี องค์
ความรู้ดู แลท้องถิ ่ น สุ ดท้ายแม่ น ้าน่ านแห้งหรือแม่ น ้าน่ านท่ วม ก็จะส่ งไปถึงแม่ น ้าเจ้าพระยาในที ่ สุ ด
เพราะฉะนั้ นผมจึ งมี ความเห็นว่ า น่ านควรมี มหาวิ ทยาลั ยของตั วเอง ซึ ่ งมี ความแตกต่ างจากส่วนกลาง เมื ่ อ
เรี ยนแล้ วมี ความเข้ มแข็ งก็ จะตอบโจทย์ ท้ องถิ ่ นได้ ”

 เชื่ อมงาน เชื่ อมข้อมูล เชื่ อมคน เชื่ อมเครือข่าย:การท างานสไตล์ น่ าน น่ าน

นพ.วีระ เอกอนันต์กุ ล จิ ตแพทย์ ประจาโรงพยาบาลน่ าน เปิ ดเผยถึ งสถานการณ์และป

ญหาของ
เด็กและเยาวชนใน จ.น่ าน จากสถิติ ย้อนหลั ง ๙ ปี (๒๕๔๕-๒๕๕๔) พบป

ญหาสั งคมที ่มี แนวโน้มสูงขึ ้น ๓
อั นดั บ คื อ ๑.การฆ่ าตั วตาย ๒.คุณแม่วั ยใสที ่ เพิ่ มขึ ้ น จากการเข้ ามาเรี ยนในตั วเมื องและย้ ายไปเรี ยนต่างเมื อง
และ ๓.เด็ กบกพร่ องทางการเรี ยนรู้ เช่น แอลดี ออทิ สติ ก เสี ่ ยงต่อการหลุดจากระบบการศึ กษาสูงกว่า ๘,๐๐๐
คน จึ งเป็ นที ่มาของการร่วมมื อระหว่างสสค.กั บองค์การบริ หารส่ วนจั งหวั ด (อบจ.) น่ าน ในโครงการพั ฒนา
หน่ วยจั ดการดูแลรายกรณี (Case Management Unit) ในการค้นหาข้ อมูลสถิ ติ เพื ่อเก็บบั นทึ กเป็ นข้ อมูล
ช่วยเหลื อเด็ กด้ อยโอกาส นอกระบบและเด็ กกลุ่มเสี ่ ยงในระบบการศึ กษา

"เมื ่ อเด็ กชาวเขาเข้ ามาเรี ยนในเมื องก็ ต้องอยู ่หอพั ก จึ งเสี ่ ยงต่อการตั้ งท้ อง ส่งผลให้ อั ตราการฆ่าตั ว
ตายของเด็ กเพิ ่ มขึ ้น โดยส่วนใหญ่ จะใช้ วิ ธี กิ นยาฆ่าแมลงที ่ จะเสี ยชี วิ ตภายใน ๑-๒ สั ปดาห์ ซึ ่ งเมื ่ อถึ งเวลานั้ น
เด็ กก็ ไม่ อยากตายแล้ ว เพราะครอบครั วเข้ าใจ"
สอดคล้ องกั บ ว่ำที ่ ร้อยตรีสมเดช อภิ ชยกุ ล ประธำนคณะกรรมกำรเพื ่ อกำรคั ดเลือกครู สอนดี
จ.น่ ำน ที ่ กล่าวว่า น่ านมี ป

ญหาหลั กที ่ ใหญ่และเรื ้ อรั งคื อ เด็ กถิ่ นย้ ายเข้ ามาเรี ยนในเมื อง และเด็ กเมื องย้ ายไป
เรี ยนต่างจั งหวั ด ท าให้ เด็ กต้องอยู ่หอตั วคนเดี ยว เสี ่ ยงต่อป

ญหาติ ดสุรา ยาเสพติ ดและท้ องก่อนวั ยอั นควร จึ ง
อยากจะมี มหาวิ ทยาลั ยของจั งหวั ด และเสริ มว่ าโจทย์การศึกษาที ่คนน่ านต้องการ คือ การศึกษาที ่รั กษา
ศิ ลปวั ฒนธรรม เพราะน่ านมี จุ ดแข็ งอยู ่ ที ่ อุตสาหกรรมการท่องเที ่ ยว

“ขณะนี ้เรามี เฉพาะมหาวิ ทยาลั ยที ่ เป็นเครื อข่าย ที ่ เราไม่สามารถบริ หารงานได้อย่างเป็นเอกเทศ
ตอนนี ้ทุ กฝ

ายจึงอยากจะให้เรามีมหาวิทยาลัยเป็ นของน่ านเอง และก าลังเริ ่ มคิดถึงการตั้ ง “สมาพันธ์
อุดมศึ กษา” ซึ ่ งใช้ ทุกภาคส่วนทางานร่วมกั นเพื ่ อปลดล็ อคป

ญหาโรงเรี ยนขนาดเล็ กในระดั บปฐมวั ย การไหล
เข้ามาเรี ยนในตัวเมื องของนักเรี ยนมั ธยมศึกษา และการจั ดตั้ งมหาวิ ทยาลั ยที ่ สนองต่ อสิ ่ งที ่ เกิดขึ ้นจริ งใน
จั งหวั ดน่ าน เพื ่ อให้ คนน่ านได้ เรี ยนรู้ องค์ ความรู้ ที ่ จั งหวั ดน่ านต้ องการใช้ ประโยชน์ได้ จริ ง”

ว่าที ่ร.ต.สมเดชยั งเสริ มด้ วยว่า อบจ.น่ านได้เชื ่อมการทางานร่วมทุกภาคส่วนในการเก็บฐานข้ อมูล
ของเด็กเยาวชนด้อยโอกาสนอกระบบ และเด็กกลุ่ มเสี ่ยงในระบบการศึกษา ภายใต้โครงการพั ฒนาหน่ วย
จั ดการดูแลรายกรณี (Case Management Unit) ที ่ ได้ รั บการสนับสนุ นจากสสค. ซึ ่งมี หั วใจสาคั ญ คื อการ
ประสานหน่ วยงานทั้ งภาครั ฐ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่ น และหน่ วยงานต่ างๆให้เกิ ดการทางานเชิ งบูรณาการ
ร่วมกั น ด้วยการเชื ่อมต่ อข้ อมูลของเด็ กตั้ งแต่ แรกเกิ ดถึ ง ๕ ปี ในเรื ่องป

ญหาด้านพั ฒนาการ และส่งไม้ ต่ อ
ระหว่ างหน่ วยงานกั นอย่างเป็ นระบบ ซึ ่งจะถื อเป็ นการวางรากฐานชี วิ ตเด็กไทย และเปิ ดการเรี ยนรู้ ใหม่ให้
เยาวชนและแรงงานนอกระบบการศึกษาอย่างเต็มก าลั ง โดยข้อมูลที ่เก็บได้จะเป็ นฐานข้อมูลตั้ งต้นในการ
วิ เคราะห์ ป

ญหา และความเร่ งด่วนในการแก้ ป

ญหาเรื ่ องเด็ กเยาวชนน่ านต่อไป

You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->