การนิ กะฮ ตามหลักการอิสลาม องค์ประกอบที่สำาคัญในการนิ กะห์ คือ

1.

เจ้าบ่าว เจ้าสาว
วะลี หรือ ผ้้ปกครองฝ่ ายหญิงทีมีสิทธิในการทำาพิธีนิกะห์

2
3.

มีพยาน ที่เป็ นผ้้ชายมุสลิมสองคน

4.

ถ้อยคำาในการเสนอนิ กะห์ จากฝ่ ายวะลี และ ถ้อยคำารับนิ กะห์จากฝ่ ายเจ้าบ่าว

พีธีนิกะห์
1.

วะลีให้โอวาทแก่ค่้บ่าวสาว หรือ ที่เรียกว่า คุตบะฮนิ กะห์ แต่การอ่านคุตบะฮไม่ได้

เป็ นเงื่อนไขของการทำาพิธีนิกะห์
2.

วะลี กล่าวถ้อยคำา “นำาเสนอนิ กะห” เช่น ฉันนิ กะห์บุตรสาวของฉันกับท่าน”

ฝ่ ายเจ้าบ่าว ก็ตอบว่า “ครับผมรับนิ กะห์ กับ บุตรสาวของท่าน” เป็ นต้น
، ‫سوِلِه‬
ُ ‫ل َوَر‬
ِّ ‫سَها‬
َ ‫ت َنْف‬
ْ ‫ ِإّنَها َقْد َوَهَب‬: ‫ت‬
ْ ‫سّلَم اْمَرَأٌة َفَقاَل‬
َ ‫عَلْيِه َو‬
َ ‫ل‬
ُّ ‫صّلى ا‬
َ ‫ي‬
ّ ‫ت الّنِب‬
ِ ‫ َأَت‬: ‫ل‬
َ ‫سْعٍد َقا‬
َ ‫ن‬
ِ ‫ل ْب‬
ِ ‫سْه‬
َ ‫ن‬
ْ‫ع‬
َ
:‫ل‬
َ ‫ َقا‬، ‫جُد‬
ِ ‫ل َأ‬
َ :‫ل‬
َ ‫ َقا‬، ‫عطَِها َثْوًبا‬
ْ ‫ ] َأ‬: ‫ل‬
َ ‫جِنيَها َقا‬
ْ ‫ َزّو‬: ‫ل‬
ٌ‫ج‬
ُ ‫ل َر‬
َ ‫ َفَقا‬. ‫جٍة‬
َ ‫حا‬
َ ‫ن‬
ْ ‫ساءِ ِم‬
َ ‫ َما ِلي ِفي الّن‬: ‫ل‬
َ ‫َفَقا‬
‫جُتَكَها‬
ْ ‫ َقْد َزّو‬: ‫ل‬
َ ‫ َفَقا‬. ‫ َكَذا َوَكَذا‬: ‫ل‬
َ ‫ َقا‬. ‫ن‬
ِ ‫ن اْلُقْرآ‬
َ ‫ك ِم‬
َ ‫ل [ َما َمَع‬
َ ‫ َفَقا‬، ‫ل َلُه‬
ّ ‫عَت‬
ْ ‫ َفا‬، ‫حِديٍد‬
َ ‫ن‬
ْ ‫خاَتًما ِم‬
َ ‫طَها َوَلْو‬
ِ‫ع‬
ْ ‫َأ‬
ِ ‫ن اْلُقْرآ‬
‫ن‬
َ ‫ك ِم‬
َ ‫ِبَما َمَع‬
รายงานจากสะฮลิน บิน สะอิด กล่าวว่า “ มีผ้หญิงคนหนึ่ งมาหาท่านนบี แล้วกล่าวว่า
“ นางได้ยกตัวของนางให้แก่อัลลอฮและรอซ้ลของพระองค์ “แล้วท่านนบี

กล่าวว่า

“ ฉันไม่ต้องการผ้้หญิง (หมายถึง ไม่ต้องการจะแต่งงานในขณะนั้ น) แล้วมีผ้ชายคน
หนึ่ ง กล่าวว่า “ ท่านได้โปรดแต่งงานนางกับข้าพเจ้าเถิด” แล้วท่านนบี

กล่าวว่า “

ท่านจงให้ผ้าแก่นาง(เป็ นค่าสมรส)เถิด” เขากล่าวว่า “ ข้าพเจ้าไม่มี” ท่านนบี กล่าวว่า
จงให้นางเถิด แม้จะเป็ นแหวนที่ทำาจากเหล็กก็ตาม” แล้วเขาก็แก้ตัวกับท่านนบี
ก ท่านนบี

จึงกล่าวว่า “ ท่านจำาอัลกุรอ่านบ้างไหม? เขากล่าวตอบว่า “ เท่านั้ น,เท่า

นี้ แล้วท่านนบี

อี

กล่าวว่า

ฉันแต่งงานท่านกับนาง ด้วยค่าสมรสเป็ นอัลกุรอ่านที่ท่านจำาได้ - รายงานโดย บุคอรี

. 1 หน้า 68 เมื่อทำาพิธีอะกัดนิ กะห์แล้ว ตามสุนนะฮ ให้ขอพรแก่เจ้าบ่าวด้วยดุอา َ‫ك ال وَباَرك‬ َ ‫ "َباَر‬:‫ل‬ َ ‫ إَذا َتَزّوج قا‬،‫ن‬ َ ‫سا‬ َ ‫ن ِإَذا َرّفأ الْن‬ َ ‫ي صلى ال عليه وسلم كا‬ ّ ‫ن أِبي ُهَرْيَرَة َأنّ النب‬ ْ‫ع‬ ‫خْيِر" رواه أحمد والربعة وصححه الترمذي وابن خزيمة وابن حبان‬ َ ‫ َوجََمَع َبْيَنُكَما في اْل‬.และท่านอื่นๆ ด้ บทนำาของตัฟสีรอิบนุ กะษีร เล่มที่ 3..‫ك‬ َ ‫عَلْي‬ َ จากอบีฮรัยเราะฮ ว่า แท้จริง ท่านนบี นั้ น เมื่อปรากฏว่าท่านได้กล่าวกับผ้้คนเมื่อ เขาแต่งงานว่า “ ขออัลลอฮโปรดประทานความจำาเริญแก่ท่าน และได้โปรดประทาน ความจำาเริญเหนื อท่าน และ ได้โปรดให้ท่านทั้งสองอย่้ร่วมกันด้วยดี” ..และ ผ้้รายงานหะดิษทั้งสี่ และ อัตติรมิซีย์. ส่วนการแต่งงานโดยการตะอฺลีก( การกำาหนดเงือนไข) นั้ น หากไม่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงสถานะการแต่งงานนั้ น ก็ถือว่าใช้ได้ ท่านนบี กล่าวว่า ‫إن أحق الشروط أن توفوا ما استحللتم به الفروج‬ แท้จริง บรรดาเงื่อนไข ที่สมควรปฏิบัติให้ครบถ้วนคือ เงื่อนไขที่เกี่ยวกับสิ่งที่พวกท่าน ทำาให้อวัยวะเพศเป็ นที่อนุ มัติด้วย มัน(หมายถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับการแต่งงาน) – รายงานโดย บุคอรีและมุสลิม .อิบนุ คุซัยมะฮ และอิบนุ หิบบาน กล่าวว่า เป็ นหะดิษเศาะเฮียะ ..รานงานโดย อะหมัด....

....” จนจบ จากนั้ นให้อ่านอายะฮฺอัลกุรอานที่เกี่ยวข้องตามที่มีปรากฏในรายงาน หลัง จากนั้ นจึงทำาพิธีสมรส โดยให้มีพยานเป็ นผ้้ชายสองคน การแสดงความยินดีกับการแต่งงาน การแสดงความยินดีกับการแต่งงานเป็ นสิ่งที่สนั บสนุ นให้กระทำา ดังที่ รายงานจาก อบ้ ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่า แท้จริงแล้วท่านรอซ้ล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั้ น เมื่อท่านแสดงความยินดีท่านก็จะกล่าวว่า «‫ أخرجه أبو داود وابن ماجه‬..«‫خيٍر‬ َ ‫جـَمَع َبْيَنُكَما ِفي‬ َ ‫ َو‬،‫عَلْيُكْم‬ َ ‫ك‬ َ ‫ َوَباَر‬،‫ك ال َلُكْم‬ َ ‫َباَر‬.ขั้นตอนในงานวะลีมะฮ์ การอ่านคุฏบะฮฺในการแต่งงาน สุนัตสำาหรับผ้้ท่ีทำาการแต่งงาน ให้อ่านคุฏบะฮฺ อัล-หาญะฮฺ (การให้โอวาท ตามที่มีปรากฏในรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม) ก่อนการทำาพิธี แต่งงาน ดังที่ได้อธิบายแล้วในคุฏบะฮฺวันศุกร์ ซึ่งมันถ้กใช้กล่าวในการแต่งงานและ อื่นๆ เช่น เริม ่ ด้วย «‫ إلخ‬. .‫ نحمده ونستعينه‬٬ ‫»إن الحمد‬ “แท้จริงการสรรเสริญเป็ นสิทธิของพระองค์อัลลอฮฺ เราขอสรรเสริญพระองค์และขอ ความช่วยเหลือจากพระองค์.

ต้องระบุเจาะจงว่าคนใดที่จะแต่งงาน ทั้งจากฝ่ ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว . วะ ญะมะอะ บัยนะกุมา ฟี ค็อยรฺ) ความว่า “ขอให้อัลลอฮทรงประทานความบารอกัตแก่พวกท่านทั้งหลาย และขอความ ประเสริฐจงประสบแด่พวกท่านทั้งหลาย และขอให้พระองค์รวมท่านทั้งหลายนั้นอย่่ใน คุณความดี” (หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบ้ ดาว้ด 2130 และอิบนุ มาญะฮฺ 1905 สำานวนรายงาน นี้ เป็ นของท่าน) .(คำาอ่าน บาเราะกัลลอฮุ ละกุม. วะ บาเราะกะ อะลัยกุม.อนุ ญาตสำาหรับผ้้ท่ีได้ผ่านพิธีแต่งงานเสร็จแล้ว ให้อย่้กับภรรยาของเขาได้ เลย และอย่้สองต่อสองกับนางได้ และคลุกคลีกับนางได้ทันที เพราะนางเป็ นภรรยา ของเขาแล้ว และห้ามกระทำาสิ่งดังกล่าวก่อนพิธีแต่งงาน ถึงแม้จะเป็ นหลังจากการ หมั้นหมายแล้วก็ตาม ช่วงเวลาสำาหรับการแต่งงานของฝ่ ายหญิง อนุ ญาตให้จัดพิธีแต่งงานกับหญิงในขณะที่นางปราศจากประจำาเดือน หรือ อย่้ในช่วงประจำาเดือนก็ได้ แต่ห้ามทำาการหย่าในขณะที่นางอย่้ในช่วงที่มีประจำาเดือน ดังที่จะได้อธิบายในเรื่องที่เกี่ยวกับการหย่าต่อไป เงื่อนไขของการแต่งงาน 1.

ค่้บ่าวสาวทั้งสองต้องปราศจากข้อห้ามของการแต่งงาน ที่ห้ามให้มีการแต่งงานได้ ไม่ว่าจะเป็ นเพราะเหตุเชื้ อสาย หรือสาเหตุการร่วมแม่นม หรือความแตกต่างในด้าน ศาสนาของทั้งสอง เป็ นต้น เงื่อนไขของวะลีย์ วะลีย์ หรือผ้้ปกครองของฝ่ ายหญิงที่จะทำาการแต่งงานนางนั้ น มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็ นผ้้ชาย เป็ นไท บรรลุวัยแห่งศาสนภาวะ มีสติปัญญา เป็ นคนที่มีความคิด แยกแยะได้ และต้องนั บถือศาสนาเดียวกันกับเจ้าสาว สำาหรับเจ้าหน้าทีผ ่ ้่มีอำานาจนั้นมีสิทธิที่จะทำาการแต่งงานหญิงกาฟิ รที่ไม่มีผ้่ปกครองได้ ผ้้ปกครองนั้ นก็คือ พ่อของหญิง ซึ่งเป็ นผ้้ท่ีมีความเหมาะสมที่สุดในการ ทำาการแต่งงานให้กับเจ้าสาว ถัดไปก็คือผ้้ท่ีพ่อได้สัง่ เสียให้ทำาการแต่งงานแทนเขา ถัด ไปก็เป็ นป่ ้ของนาง จากนั้ นก็เป็ นล้กชายของนาง จากนั้ นก็พ่ีชายหรือน้องชายของนาง จากนั้ นก็ลุงหรืออา(พี่น้องของพ่อ)ของนาง หลังจากนั้ นก็คือผ้้ท่ีมีเชื้ อสายตระก้ลใกล้ ชิดกับนางมากที่สุด สุดท้ายก็คือเจ้าหน้าที่ผ้มีอำานาจ (วะลีย์ สุลฏอน) การเป็ นพยานในการแต่งงาน . การแต่งงานต้องมี มะฮัร (สินสอด) 5. ต้องมีวะลีย์หรือผ้้ปกครอง ไม่อนุ ญาตให้ทำาการแต่งงานหญิงใดเว้นแต่ต้องมีผ้ ปกครอง 4.2. การยินยอมของทั้งสองค่้บ่าวสาว 3.

สุนัตให้มพ ี ยานในการแต่งงาน ซึง่ ต้องเป็ นชายสองคนที่มค ี ุณธรรมความ ยุติธรรม และเป็ น มุกัลลัฟ (บุคคลที่บรรลุวัยทางศาสนภาวะและเป็ นบุคคลปกติท่ีต้อง ปฏิบัติศาสนกิจตามบัญญัติศาสนา) หากการแต่งงานมีพยานร้้เห็นสองคนและมีประกาศให้รบ ั ทราบ ก็ถือว่าเป็ น พิธีท่ีสมบ้รณ์ท่ีสุด แต่ถ้าหากได้มีการประกาศให้รบ ั ทราบโดยไม่มีพยานสองคน หรือมี พยานร้้เห็นแต่ไม่ได้ประกาศ ก็ถือว่าการแต่งงานนั้ นใช้ได้เช่นกัน หุกม ่ การแต่งงานโดยปราศจากวะลีย์ ถ้าผ้้ปกครองของฝ่ ายหญิงไม่รบ ั ที่จะเป็ นวะลีย์ หรือไม่มีเงื่อนไขพร้อมที่จะ เป็ นวะลีย์ หรือไม่อย่้และไม่สามารถที่จะเรียกเขามาเป็ นวะลีย์ได้เว้นแต่ด้วยความยาก ลำาบาก ก็ให้ผ้ปกครองคนอื่นถัดไปจากเขามาทำาการแต่งงานให้เจ้าสาวแทน การแต่งงานโดยไม่มผ ี ้ปกครองนั้นใช้การไม่ได้เพราะไม่ถ้กวิธี จำาเป็ นจะต้อง ยกเลิกการแต่งงานนั้ น กับผ้้พิพากษา หรือด้วยการหย่าร้างจากเจ้าบ่าวต่อเจ้าสาว แต่ ถ้าหากเจ้าบ่าวมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าสาวด้วยการแต่งงานที่ใช้ไม่ได้ดัง กล่าว ก็จำาเป็ น ต้องจ่ายสินสอดให้กับนาง เนื่ องจากได้มีเพศสัมพันธ์กับนางแล้ว ความพร้อมและเหมาะสมของค่่บ่าวสาว ความพร้อมและความเหมาะสมระหว่างสองสามีภรรยา คือความเหมาะ สมในด้านศาสนาและการเป็ นไท แต่ถ้าผ้้ปกครองทำาการแต่งงานหญิงสาวที่ดีค่้กับชาย ชัว่ หรือหญิงที่เป็ นไทค่้กับชายที่เป็ นทาส การแต่งงานนั้ นถือว่าถ้กต้องตามพิธี แต่ เป็ นสิทธิสำาหรับเจ้าสาวที่สามารถเลือกได้ว่าจะอย่้หรือยกเลิกการแต่งงาน นั้ น มุหัมมัด อิบรอฮีม อัต-ตุวัยญิรย ี ์ .

แปลโดย : ริซัลย์ สะอะ / Islam House .

มุสลิม/3556) อิสลามถือว่าการจัดงานวะลีมะฮ์เป็ นสิ่งสนั บสนุ น(สุนัต) แต่การตอบรับคำาเชิญชวนเป็ นสิ่งจำาเป็ น(วาญิบ) หากครบเงื่อนไขต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ผ้่จด ั ไม่ใช่เป็ นผ้่กระทำาอบายมุขอย่างเปิ ดเผย 4. เป็ นการจัดงานวะลีมะฮ์ในวันแรก (ไม่ใช่เป็ นวันที่สองหรือวันที่สาม) 2. ผ้่จด ั หรือเจ้าภาพเป็ นมุสลิม 3.การจัดงานแต่งงาน(วะลีมะฮ์) การ วาดฝั นวันวิวาห์อันสวยงาม เลิศหร้ ได้เห็นร้ปภาพจากการจัดงานของ เพื่อนๆ พี่น้อง หรือจากสื่อต่างๆ แต่ในขณะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำาลังยิ้มอย่างมีความสุข ท่ามกลางการสรวลเสเฮฮา ของแขกที่มาร่วมงาน นั่นคือ ภาพบาดลึกในความร้้สึกของ คนยากจนข้นแค้น หลังจากเสร็จงานอาหารมากมายจะถ้กเททิ้งลงถังขยะ ในขณะที่ เด็กอีกหลายๆคนไม่มีอะไรจะกิน หลายครั้งเจ้าภาพถึงกับต้องก้่หนี้ ยืมสินเพียงเพื่อ สร้างภาพหวือหวาให้แก่งานของตัวเอง ฉากความมีหน้ามีตาอันฉาบฉวยที่ผ่านมาแล้ว ก็ผ่านไปเปรียบประดุจสายลมพัดผ่านเท่านั้ น อิสลามสนั บสนุ นให้การแต่งงานเป็ นที่รบ ั ร้้ของคนทัว่ ไป แต่รงั เกียจการจัด งานแต่งงานอย่างหร้หราฟ่ ุมเฟื อย อิสลามต้องการให้จัดงานแต่งงานเป็ นไปอย่างเรียบ ง่าย อย่างที่คนยากจนสามารถเดินเข้าไปโดยไม่เคอะเขิน หรือประหม่าพรัน ่ พรึง นะบีม้ฮัมมัด ได้กล่าวแก่อับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ ให้จัดงานแต่งของเขาว่า “จงจัดงานวะลีมะฮ์ แม้ด้วยการเชือดแพะตัวเดียวก็ตาม” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ /2048. ได้รับคำาเชิญเป็ นการเฉพาะเจาะจง .

5. ไม่มีการกระทำาใดๆ ที่เป็ นอบายมุขในงานวะลีมะฮ์ บ่าว สาวและผ้้ปกครองต้องคำานึ งว่า การจัดงานวะลีมะฮ์เปรียบเสมือน การจัดงานวางรากฐานของการใช้ชีวิตค่้ ซึ่งจำาเป็ นต้องใช้ฐานที่ถ้กต้อง มัน ่ คงและแข็ง แรง หากวันงานปะปนด้วยสิ่งหะรอม และการกระทำาที่ท้าทายอำานาจของอัลลอฮ์ แล้วนั่นเป็ นฐานที่เปราะบางและอาจทำาให้อาคารแห่งชีวิตต้องสัน ่ คลอน ผ้้ปกครองบาง คนเชื่อโชคลางด้วยการหาหมอด้เพื่อทำานายดวงชะตา ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความเหมาะ สมกันหรือไม่ วันไหนที่เป็ นวันมงคล หรือต้องมีการบวงสรวงสะเดาะห์เคราะห์ และ ต้องเตรียมการละเล่นอย่างไร ซึง่ ทั้งหมดนั้ นเป็ นการฝ่ าฝื นคำาสัง่ สอนของอัลลอฮ์ ละถือเป็ นการสร้างอาคารบนฐานที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตค่้ในอนาคต แ อย่างมิต้องสงสัย โดยเฉพาะการกระทำาที่กล่าวมา คือ ความเชื่อที่บ่งบอกถึงการตั้งภา คีต่ออัลลอฮ์ (การชิรก ิ ) .

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful