โรคหืด (asthma

)
นิยาม
โรคหื ด เป็ นโรคที่ มี ก ารอัก เสบเรื้ อรั ง ของหลอดลม

ที่ มี ผ ลท าให้ ห ลอดลม

ของผู้ป่ วย

มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้และสิ่ งแวดล้อมมากกว่า คนปกติ (bronchial hyper-responsiveness,
BHR) ผูป้ ่ วยมักมีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสี ยงหวีดหรื อหอบเหนื่ อยเกิดขึ้น เมื่อได้รับสารก่อโรค
หรื อสิ่ งกระตุน้ และอาการเหล่านี้อาจหายไปได้เอง หรื อหายไปเมื่อได้รับยา ขยายหลอดลม
พยาธิสภาพ
ก า ร ศึ ก ษ า ที่ ไ ด้ จ า ก ผู้ ป่ ว ย ที่ มี อ า ก า ร รุ น แ ร ง แ ล ะ เ สี ย ชี วิ ต
ส่ วนใหญ่ พ บมี ก ารบวมหนาของชั้ นเยื่ อ บุ แ ละชั้ นใต้ เ ยื่ อ บุ ห ลอดลม หลอดลมฝอย(bronchiole)
มี อี โ อ สิ โ น ฟิ ล แ ท ร ก ซึ ม ก ร ะ จ า ย อ ยู่ ทั่ ว ไ ป เ บ ส เ ม น ต์ เ ม ม เ บ ร น ห น า เ ห็ น เ ด่ น ชั ด
กล้ามเนื้ อรอบหลอดลมหนาใหญ่ข้ ึนปอดขยายพองโป่ งคัง่ อยูด่ ว้ ยลม ภายในหลอดลมอุดตันด้วยเสมหะข้น
เหนี ย วอาจมี atelectasis

เยื่ อ บุ ผิ ว ที่ บุ ห ลอดลมอาจบวมหนามากและม้ ว นตัว เป็ นก้ อ นใหญ่

เสมหะที่อยูใ่ นหลอดลมจะพบติดต่อกันไปกับเมือกที่หลัง่ ออกมาจากต่อมขับเมือกผสมรวมไปกับอีโอสิ โน
ฟิ ล, นิ วโทรฟิ ล อาจพบ Chacot-Leyden crystal (ซึ่ งเป็ น degenerative crystaloids ของอีโอสิ โนฟิ ล)
Curschmann’s

spiral

(ซึ่ งเป็ นแท่งเสมหะซึ่ งบิดตัวเป็ นเกลียวม้วนคล้ายขดลวดสปริ งจากการไอที่รุนแรงเพื่อให้หลุดออกมาจากห
ลอดลมเล็ ก ๆ) และ creola body

(ซึ่ งเป็ นเซลล์ บุ ผิ ว ที่ ห ลุ ด ออกมาแล้ว จับ ตัว รวมกัน เป็ นก้อ น)

การขยายใหญ่โตขึ้ นของต่อมขับเมื อกที่ ช้ นั ใต้เยื่อบุ ไม่มากเท่าในโรคหลอดลมอักเสบเรื้ อรั ง แต่จะเห็ น
globlet cell มีจานวนมากขึ้ น ขนาดใหญ่ข้ ึน โดยเฉพาะที่หลอดลมเล็กๆ พบมี mast cell จานวนน้อย
เข้าใจว่าเกิดจากการมี degranulation ทาให้เห็นได้ยากมากกว่า
สาเหตุ
- กรรมพันธุ์ (50-60%)
- โรคภูมิแพ้ในตัวผูป้ ่ วยเอง allergic rhinitis, actopic dermatitis
- สิ่ งแวดล้อม
- การติดเชื้อระบบหายใจ

Intrinsic Bronchial Asthma เป็ นโรคหอบหื ดที่ไม่ทราบสาเหตุวา่ เกิดจากอะไร ไม่ได้ผา่ นกลไกทางอิมมูโนวิทยาใดๆที่ทราบในปั จจุบนั การทดสอบทางผิวหนังด้วยสารภูมิแพ้ทวั่ ไปจะให้ผลลบ โรคหอบหื ดชนิดนี้เป็ นในผูป้ ่ วยอายุต่ากว่า 5ปี หรื อเกิน 35 ปี ขึ้นไป เชื่อกันว่าโรคหอบหื ดชนิดนี้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้ อในทางหายใจ พยากรณ์โรคของหอบหื ดชนิ ดนี้ไม่ดี การระงับอาการด้วยยาขยายหลอดลมเป็ นไปได้ค่อนข้างยาก และจะมีการเปลี่ยนแปลงทาให้ปอดเสี ยไปได้มาก ในระยะหลังๆนี้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่ องไวรัสมากขึ้น มีหอ้ งปฏิบตั ิการที่จะเพาะเชื้อได้มากขึ้น ทาให้ทราบว่าการติดเชื้ อในโรคหอบหื ดชนิ ดนี้ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส .Extrinsic Bronchial Asthma หรื อ Atopic Bronchial Asthma เป็ นโรคหอบหื ดที่เกิดขึ้นโดยมีกลไกทางอิมมูโนวิทยาชนิดที่ 1 ของ Coombs และ Gell หรื อ Immediate type of hypersensitivity เป็ นส่ วนสาคัญในการเกิดอาการ โรคหอบหื ดชนิดนี้พบบ่อยในช่วงอายุ 3-45 ปี สารภูมิแพ้ที่พบบ่อยได้แก่ ฝุ่ น ไรฝุ่ น สปอร์ ของเชื้อรา เกสรหญ้า เกสรวัชพืช นุ่น ขนและรังแคสัตว์ การวินิจฉัย ได้จากประวัติ การสังเกตุอาการที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับสารนั้นเข้าไป ร่ วมกับการให้ผลบวกต่อการทดสอบทางผิวหนังด้วยสารนั้นๆ การรักษาโรคหอบหื ดชนิดนี้ ผลค่อนข้างดี และมีพยากรณ์โรคดีกว่าชนิด intrinsicมาก 2..การออกกาลังกาย ชนิดของโรคหอบหืด Classification of Bronchial Asthma โรคหอบหื ดนี้ อาจจาแนกออกเป็ นชนิดต่างๆได้ดงั นี้ 1.

Aspirin-Induced Asthma ส่ วนใหญ่เป็ นหอบหื ดชนิ ด intrinsic จะเกิดอาการหอบหื ดขึ้นเมื่อรับประทานยาแอสไพ-ริ นเข้าไป บางครั้งแสดงอาการในรู ปที่เรี ยกองค์สามแห่งภาวะแอสไพริ น ( triad of aspirin allergy ) ซึ่งประกอบด้วย bronchial asthma.3. nasal polyposis และ potentially fatal reaction เมื่อได้รับแอสไพริ น หอบหื ดชนิดนี้พบส่ วนใหญ่ในผูห้ ญิงวัยกลางคน อาการอาจมีมากน้อยแตกต่างกันแต่ละบุคคล อาการน้อยก็สามารถควบคุมและรักษาด้วยยาขยายหลอดลม ถ้าไม่ดีก็อาจใช้คอร์ ติโคสตีรอยด์ในปริ มาณน้อยๆ 5.Exercise-Induced Asthma เป็ นหอบหื ดที่เกิดขึ้นหลังจากการออกกาลังกาย โดยส่ วนใหญ่จะพบว่าผูป้ ่ วยที่เป็ นหอบหื ดอยูแ่ ล้วเมื่อออกกาลังกายให้นานพอ จะมีการหอบเกิดขึ้น หรื อในบางคนที่ตามปกติแล้วไม่มีอาการหอบหื ดเลย แต่จะมีอาการเฉพาะเมื่อออกกาลังกายเท่านั้น ซึ่งอาจเป็ นระยะ pre-asthma หรื อ latent asthma ซึ่ งจะแสดงเฉพาะเวลาออกกาลังกายเท่านั้น การออกกาลังกายในระยะแรก 2-3 นาที จะทาให้หลอดลมขยายตัวใหญ่ข้ ึน แต่เมื่อเกิน 6 นาทีข้ ึนไปหลอดลมจะเริ่ มหดตัวเล็กแคบลง สามารถวัดได้โดยใช้ spirometer อาการที่เกิดขึ้นนี้สามารถป้ องกันได้ดว้ ยการรับประทานยาขยายหลอดลม หรื อพ่นยาขยายหลอดลม หรื อการใช้ disodium chromoglycate (Intal) ก่อนการออกกาลังกาย .Mixed Asthma เป็ นโรคหอบหื ดชนิดที่มีสาเหตุร่วมกันระหว่าง extrinsic กับ intrinsic แต่ชนิดหนึ่งอาจแสดงให้เห็นเด่นชัดกว่าอีกชนิ ดหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง และในอีกช่วงเวลาหนึ่งอีกชนิดหนึ่งจะแสดงออกมาเด่นกว่า หรื อแสดงออกมาทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกัน 4.

กลไกการเกิดหอบหื ดชนิดนี้ ยงั ไม่เป็ นที่ทราบแน่ชดั อาจเกิดจากการหลัง่ ฮอร์ โมนบางชนิด การมี acidosis การกระตุน้ ประสาทเวกัส ฯลฯ 6.Occupational Asthma โรคหอบหื ดที่เกิดจากงานอาชีพ โดยทัว่ ไปพบประมาณร้อยละ 2 ของโรคหอบหืด แต่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ การเกิด Occupational Asthma อาจเกิดได้ในเวลาอันสั้นเป็ นเดือนหรื อนานเป็ นปี หลายๆปี หลังจากได้รับสารนั้นเข้าไป อาจเกิดกับคนที่อาศัยอยูใ่ กล้ๆโรงงานต่างๆเหล่านั้น โดยเฉพาะผูท้ ี่อยูท่ างใต้ลมซึ่ งพัดพาเอาสารนั้นมา หรื อสารนั้นติดมากับเสื้ อผ้าผูท้ างานแล้วมาทาให้เกิดการอาการกับคนในบ้าน ลักษณะอาการ (อาการแสดงทางคลินิค) มี อ าการไอและหอบ หายใจดั ง มี เ สี ยง wheeze ในขณะหายใจออกจะฟั ง ได้ ชั ด เจน อาการหอบส่ วนใหญ่ ส่ ว นใหญ่ จ ะเกิ ด ขึ้ นทัน ที ท ัน ใดโดยไม่ มี อ าการอะไรบอกล่ ว งหน้ า มาก่ อ น เ กิ ด ขึ้ น ทั น ที ที่ ถู ก ฝุ่ น ส า ร ภู มิ แ พ้ ค วั น บุ ห รี่ ค วั น เ ข ม่ า ต่ า ง ๆ ก ลิ่ น แ ร ง ฉุ น ห อ ม เ ห ม็ น หรื อเกิดขึ้นเมื่อมีความกดดันทางอารมณ์จิตใจ โกรธ ไม่พอใจ อาการในระยะแรกๆน้อย อาจเพียงรู ้สึกแน่นในหน้าอก อึดอัด ไอ เมื่อมากขึ้นก็หอบหายใจเสี ยงดัง มี เ สี ย ง wheeze โ ด ย เ ฉ พ า ะ ข ณ ะ ห า ย ใ จ อ อ ก อ า จ ไ ด้ ยิ น โ ด ย ไ ม่ ต้ อ ง ใ ช้ stethoscope และได้ยินไปได้ไ กลแม้ค นที่ อยู่ห่า งเป็ นเมตร ไอมี เสมหะเป็ นฟองขาว อาจมี ล ัก ษณะเหนี ย วใสเป็ นวุน้ รู ้ สึ ก กระวนกระวาย มี ก ัง วลกลัว ตาย กลัว หายใจไม่ ท ัน กระสั บ กระส่ า ยไม่ อ ยู่นิ่ ง พยายามนั่ง ตัว ตรง หรื อศรี ษะและทรวงอกส่ วนบนโย้ไปข้างหน้า ไหล่ ยกสู งขึ้ น ทาให้คอดู หดสั้นลงคล้ายลักษณะของเต่า เพราะลัก ษณะนี้ ทาให้หายใจได้ส ะดวกขึ้ น เมื่ ออาการหนัก มากขึ้ นระยะท้ายๆจะหายใจเข้า ออกสั้นลง เสี ยงลมเข้าออกค่อยเบาไม่ค่อยได้ยิน มีการคัง่ ของคาร์ บอนไดออกไซด์ anoxia เกิดอาการเขียว respiratory acidosis ร ะ ย ะ ท้ า ย เ ป็ น ภ า ว ะ ก า ร ห า ย ใ จ ว า ย ท า ใ ห้ เ สี ย ชี วิ ต ไ ด้ ซึ่ งอาจเกิ ด จากการอุ ด ตั น ของหลอดลมอย่ า งมากทั น ที ท ั น ใด มี คาร์ บอนไดออกไซด์ ค ั่ ง มาก ออกซิ เจนในเลือดต่ามาก หรื อค่อยเหนื่อยอ่อนลงทุกทีจากการหอบจนหายใจไม่ไหวซึ่ งใช้เวลาเป็ นวัน .

การสัมผัสกับสารเคมีหรื อสารอื่นๆในขณะประกอบอาชีพ .ยา เช่น aspirin.5:1 กับ 3.การออกกาลัง .การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโดยเฉพาะการสัมผัสกับอากาศเย็น ไซนัสอักเสบ อุบัติการณ์ อายุ โรคหอบหื ดพบทั้งในวัยเด็กและวัยผูใ้ หญ่ เชื ้อชาติ พบน้อยในชาวปาปั ว นิวกินี ชาวอินเดียนแดงในอเมริ กาเหนื อและชาวเอสกิโม ซึ่งมีเพียงร้อยละ 0.การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ความเครี ยด .ปัจจัยทีก่ ระตุ้นหรือส่ งเสริมให้ เกิดอาการ .การสัมผัสต่อสารก่อการระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ กลิ่นแรงๆ .สารผสมอาหาร เช่น สี ใส่ อาหาร สารกันบูด ผงชูรส .อาหารบางชนิด เช่น ถัว่ ไวน์ .8 และมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละเชื้อชาติ พันธุกรรม การศึกษาในครอบครัว พบว่า ผูป้ ่ วยที่เป็ นโรคหอบหื ดมีญาติใกล้ชิด เช่น พ่อแม่ พี่นอ้ งมีอุบตั ิการณ์ของโรคนี้ สูงกว่าญาติใกล้ชิดของคนไม่เป็ นหอบหื ด ในการศึกษาคู่แฝด พบว่าแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันเป็ นโรคเหมือนกันมากกว่าแฝดที่เกิดจากไข่สองใบ อิทธิ พลของอายุเมื่อแรกเริ่ มเกิดโรคนีต้ ่ อการหายและกลับเป็ นอีกและต่ อความรุ นแรงของโรค จากรายงานแสดงให้เห็นว่าการเกิดโรคนี้ในอายุยงิ่ น้อยเท่าใด เช่น 1-2 ขวบจะมีความรุ นแรงมากขึ้นในระยะเวลาต่อมา บางรายงานกล่าวว่าเมื่อโรคนี้เกิดหลังอายุ 30 ปี ขึ้นไป มักมีอาการรุ นแรงเป็ น Status asthmaticus ได้บ่อยและอัตราตายสู ง เพศ อัตราการเป็ นโรคในเด็กชายต่อเด็กหญิงอยูร่ ะหว่าง 1.beta-blpckers .การติดเชื้อของระบบหายใจส่ วนบนจากเชื้ อไวรัส .1:1 และมีอตั ราเท่าๆกันในผูใ้ หญ่ชายหญิง อิทธิ พลของ Atopy ต่ อการเกิดโรคหอบหื ด .

ความชื่นสู ง จะทาให้เกิดอาการมากขึ้น .การเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิ ความกดดันของอากาศที่สูงขึ้น .อากาศแห้ง เหมาะสาหรับผูป้ ่ วยโรคหอบหื ด .Atopy คือกลุ่มของโรคทางพันธุ กรรมเป็ นส่ วนที่ทาให้เกิดโรคกลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้น ได้แก่ extrinsic asthma. hey fever และ eczema ภาวะแวดล้ อม . Acute bronchoconstriction มีการหดเกร็ งของกล้ามเนื้อหลอดลม[Airway muscle] หลังจากได้รับสารภูมิแพ้ทาให้ลมผ่านหลอดลมลาบาก 2. Air way edemaเนื่องจากมีการหลัง่ ของน้ าทาให้ผนังหลอดลมบวมผูป้ ่ วยจะหอบเพิ่มขึ้น 3. allergic rhinitis.นอกจากนี้ยงั พบว่า เมืองใหญ่มีคนอยูอ่ ย่างหนาแน่น เมืองอุตสาหกรรมมีมลพิษมากจะมีผปู ้ ่ วยโรคหอบหื ดมากกว่าเมืองในชนบท เด็กที่อยูใ่ นครอบครัวใหญ่เป็ นโรคบ่อยกว่าในครอบครัวเล็กๆ ขณะทีเ่ ป็ นหอบหืด หลอดลมจะมีการเปลีย่ นแปลงดังนี้ 1.ฝุ่ น ไรฝุ่ น . Chronic mucous plug formation มีเสมหะอุดหลอดลมทาให้ลมผ่านหลอดลมลาบาก 4. Air way remodeling มีการหนาตัวของผนังหลอดลมทาให้หลอดลมตีบเรื้ อรัง หลอดลมของคนปกติจะมีกล้ามเนื้อ [Airway muscle] และเยือ่ บุหลอดลม [Airway lining] ในสภาพปกติ .

เมื่อร่ างกายได้รับสารภูมิแพ้มากระตุน้ กล้ามเนื้อหลอดลมจะบีบตัว เยือ่ บุหลอดลมจะมีการอักเสบเกิดการหน้าตัว ร่ วมการหลัง่ ของเสมะเป็ นปริ มาณมากทาให้เกิดการอุดทางเดินหายใจ ผูป้ ่ วยจะหายใจลาบาก จากกลไกดังกล่าวทาให้หลอดลมมีการหดเกร็ ง ผูป้ ่ วยจึงเกิดอาการดังต่อไปนี้     หายใจตื้น หรื อหายใจสั้น แน่นหน้าอก ไอ หายใจเสี ยงดัง การออกกาลังกายในผู้ป่วยโรคหอบหืด (Exercise in Asthmatic Patients) โรคหอบหืด (asthma) และการออกกาลังกาย คนส่ วนใหญ่เข้าใจว่าผูท้ ี่เป็ นโรคหอบหื ดไม่สามารถออกกาลังกายได้ เพราะผูท้ ี่เป็ นโรคหอบหื ด เมื่ อ ออกก าลัง กายบางครั้ งจะรู ้ สึ ก ไม่ ส บาย เหนื่ อ ยง่ า ย หายใจไม่ ส ะดวก อึ ด อัด หรื อ เจ็ บ ในทรวงอก หรื ออาจเกิดอาการหอบหื ดอย่างรุ นแรง อาการไม่สบายต่าง ๆ ที่เกิดเวลาออกกาลังกายในที่น้ ี จะขอเรี ยกสั้น ๆ ว่า EIB ซึ่ ง เป็ นศัพ ท์ท างการแพทย์ ย่อมาจากค าว่า Exercise Induced Bronchospasm หมายถึ ง อาการหดเกร็ งของหลอดลมหรื อทางเดินหายใจที่เกิดจากการออกกาลังกาย ซึ่ งจะรวมอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้ ว ย เ ช่ น อ า ก า ร เ ห นื่ อ ย ง่ า ย ห า ย ใ จ เ สี ย ง ดั ง ไ อ ห า ย ใ จ ถี่ แ ล ะ แ ร ง อึ ด อั ด เ จ็ บ ใ น อ ก ทรวงอกบุ๋มมี อาการเกร็ งไม่ขยายตัว ทาให้รู้สึกเหมื อนปอดแฟบเล็กลงจนหายใจไม่สะดวก อาจวิงเวียน ปวดท้อ ง และหมดแรง อาการมัก เกิ ด ภายหลัง การออกก าลัง ที่ ห นัก สั ก พัก ใหญ่ (ไม่ เ กิ น 15 นาที ) ถ้ า ปล่ อ ยให้ อ าการหนั ก มาก ไม่ ไ ด้ รั บ การช่ ว ยเหลื อ ทั น ท่ ว งที อาจท าให้ ร่ างกายขาดออกซิ เ จน เกิดการคัง่ ค้างของกาซคาร์ บอนไดออกไซด์ จนทาให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลวตามมาได้ ผูป้ ่ วยโรคหอบหื ดที่ ออกก าลัง หนัก เกิ นไป ประมาณถึ ง ร้ อยละ 80-90 ของผูป้ ่ วยจะแสดงอาการ EIB ที่ เ ป็ น เ ช่ น นี้ เ พ ร า ะ ก า ร อ อ ก ก า ลั ง ที่ ห นั ก ท า ใ ห้ ร่ า ง ก า ย ต้ อ ง ก า ร อ อ ก ซิ เ จ น ม า ก ขึ้ น ต้องการขับคาร์ บอนไดออกไซด์ออกจากร่ างกายมากขึ้น ทาให้ตอ้ งหายใจลึ ก เร็ ว และหนักขึ้นตามลาดับ จ น บ า ง ค รั้ ง ต้ อ ง ห า ย ใ จ ท า ง ป า ก ช่ ว ย ด้ ว ย เ พื่ อ ใ ห้ ทั น กั บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ร่ า ง ก า ย ก า ร ห า ย ใ จ เ ช่ น นี้ ท า ใ ห้ อุ ณ ห ภู มิ ภ า ย ใ น ท า ง เ ดิ น ห า ย ใ จ ล ด ล ง ท า ใ ห้ เ สี ย น้ า และความชื้ นภายในทางเดิ นหายใจลดลง ภาวะทางเดิ นหายใจแห้งและเย็นนี้ เองที่ เป็ นเหตุ กระตุ น้ ให้เกิ ด EIBซึ่ งมิใช่จะเกิดกับผูป้ ่ วยหอบหื ดเท่านั้น แม้ในคนปกติทวั่ ไปที่ออกกาลังหนักเกิ นไปก็มี EIB เกิดขึ้นได้ เช่ นพบได้ ใ นนั ก กี ฬ าที่ ฝึ ก หนั ก เกิ นไปถึ งร้ อยล ะ 10 หรื อผู ้ ที่ ไม่ ไ ด้ เ ป็ นโรคหอบหื ด .

แต่ มีป ระวัติเป็ นภู มิแพ้เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่ นแพ้อากาศ แพ้อาหารบางชนิ ด พบว่ามี EIB ได้ถึ งร้ อยละ 50 โดยทัว่ ไป ผู้ที่ จ ะมี EIB ง่ า ยมั ก จะมี อ าการที่ พ อจะสั ง เกตุ ไ ด้ ง่ า ย ๆ คื อ เป็ นหวัด ง่ า ย มี เ สมหะในคอ ท าให้ ต้อ งกระแอมไล่ เ สมหะเสมอ ถ้า ให้ อ อกก าลัง หนัก เช่ น ให้ วิ่ ง เร็ ว ไม่ เ กิ น 5 นาที ก็ จะหมดแรง ถ้า ออกกาลัง ในอากาศที่ แห้ง เย็น เช่ น ในห้องปรั บ อากาศ หรื อที่ มี ลมเย็นพัดแรง จะเกิ ด EIB ได้ง่ า ย แ ต่ จ ะ อ อ ก ก า ลั ง ไ ด้ ดี ใ น น้ า ข ณ ะ ที่ อ า ก า ศ แ ล ะ อุ ณ ห ภู มิ ใ น น้ า อุ่ น พ อ ดี เพราะน้ าช่วยรักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในทางเดินหายใจให้ปกติตลอดเวลาออกกาลังกาย บุคคลที่เป็ น EIB ง่าย ๆ เหล่านี้ อาจมีความไวสู งต่อภาวะการเปลี่ ยนแปลงในระบบทางเดิ นหายใจ มากกว่าคนอื่น ๆ เช่ นเดี ยวกับผูป้ ่ วยโรคหอบหื ดซึ่ งมี ความไวสู งยิ่งกว่า เข้าใจว่าผูป้ ่ วยหอบหื ดอาจจะมี เซลล์เม็ดเลื อดขาว (mast cells) ในเนื้ อเยื่อปอดและทางเดิ นหายใจมากผิดปกติ เซลล์เหล่านี้ เมื่ อถู กกระตุน้ ด้วยสารภูมิแพ้ หรื อภาวะเปลี่ยนแปลงในระบบหายใจ จะหลัง่ สารที่กระตุน้ การหดเกร็ งของถุงลมปอดและหลอดลม จึงเกิด EIB ได้ง่าย และเฉี ยบพลัน โรคหอบหื ด เป็ นโรคที่ เ ป็ นกันมาก ปั จจุ บ นั นี้ จ ะพบมากขึ้ น ในเด็ ก เล็ ก เนื่ องจากภาวะแวดล้อมเป็ นพิ ษ โรคหอบหื ด ไม่ ใ ช่ เ ป็ นโรคที่ น่ า กลัว อย่า งที่ เ คยเข้า ใจกัน มาแต่ ก่ อ น เพราะปั จ จุ บ นั นี้ มี วิ ธี ก ารรั ก ษาได้ แ ล ะ เ ป็ น ที่ ย อ ม รั บ ท า ง ก า ร แ พ ท ย์ ด้ ว ย ว่ า ผู ้ ที่ เ ป็ น โ ร ค ห อ บ หื ด ส า ม า ร ถ อ อ ก ก า ลั ง ก า ย ไ ด้ แ ล ะ ก า ร อ อ ก ก า ลั ง ก า ย ก็ เ ป็ น สิ่ ง จ า เ ป็ น ส า ห รั บ ผู ้ ป่ ว ย โ ร ค ห อ บ หื ด เ พ ร า ะ ก า ร อ อ ก ก า ลั ง ก า ย ส า ม า ร ถ ช่ ว ย บ ร ร เ ท า อ า ก า ร ห อ บ หื ด ท า ใ ห้ อ า ก า ร ดี ขึ้ น ถึ ง แ ม้ จ ะ ไ ม่ ห าย ข า ด จา ก โ รค เ ล ย ที เ ดี ย ว แต่ จ ะ ท า ใ ห้ ผู ้ ป่ ว ย แ ข็ ง แ ร งขึ้ น EIB ลดลง ผู้ ป่ ว ย ส า ม า ร ถ ใ ช้ ชี วิ ต ไ ด้ เ ห มื อ น ค น ป ก ติ ทั่ ว ไ ป เ ด็ ก ที่ ป่ ว ย ด้ ว ย โ ร ค ห อ บ หื ด ทั่ ว ไ ป เ มื่ อ อ อ ก ก า ลั ง ห รื อ ท า กิ จ ก ร ร ม ที่ ต้ อ ง ใ ช้ ก า ลั ง จ ะ รู ้ สึ ก ไ ม่ ค่ อ ย ส บ า ย ดั ง ก ล่ า ว ม า ข้ า ง ต้ น เด็ ก เหล่ า นี้ จึ ง ขาดความมั่น ใจ และไม่ ช อบที่ จ ะร่ ว มกิ จ กรรม เช่ น เล่ น กลางแจ้ง ฝึ กวิ ช าพละศึ ก ษา ห รื อ เ ล่ น กี ฬ า เ ห มื อ น เ ด็ ก ทั่ ว ไ ป ท า ใ ห้ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ห มื อ น เ ด็ ก เ กี ย จ ค ร้ า น ไม่ เ อาไหนในสายตาของญาติ พี่ น้ อ งที่ บ ้ า น และเพื่ อ น ๆ ที่ โ รงเรี ยน ซึ่ งมี ผ ลทั้ ง ทางด้ า นจิ ต ใจ ท า ใ ห้ เ ด็ ก มี ป มด้ อ ย คิ ด ว่ า ตั ว เ อง มี ค วา ม ส า มา รถ ต่ า ก ว่ า เพื่ อน เ ด็ ก จ ะ แ ย ก ตั ว เ อง จา ก ก ลุ่ ม เลี่ยงการทากิจกรรมร่ วมกับเด็กอื่น ๆ ผลที่ตามมาก็คือ เด็กจะขาดการออกกาลังกาย ร่ างกายจะยิ่งอ่อนแอลง เป็ นเหตุให้อาการโรคหอบหื ดรุ นแรงขึ้นตามลาดับ เ ด็ ก ที่ ป่ ว ย ด้ ว ย โ ร ค ห อ บ หื ด จ า เ ป็ น ที่ จ ะ ต้ อ ง อ อ ก ก า ลั ง ก า ย การออกกาลังกายที่เหมาะสมเป็ นไปตามขั้นตอนตามลาดับภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ พยาบาล แ ล ะ ค รู ฝึ ก อ อ ก ก า ลั ง ก า ย จ ะ ท า ใ ห้ เ ด็ ก เ ริ่ ม เ รี ย น รู ้ ว่ า ต น เ อ ง ส า ม า ร ถ อ อ ก ก า ลั ง ก า ย ไ ด้ เ ด็ ก จ ะ รู ้ สึ ก แ ข็ ง แ ร ง ขึ้ น ส า ม า ร ถ ค ว บ คุ ม ไ ม่ ใ ห้ เ กิ ด EIB .

5 – 2 .ใ น ที่ สุ ด เ ด็ ก จ ะ มั่ น ใ จ ที่ จ ะ ร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ เ ล่ น กี ฬ า ไ ด้ เ ห มื อ น เ ด็ ก ป ก ติ อื่ น ๆ ห รื อ อ า จ พั ฒ น า จ น ถึ ง ขั้ น เ ป็ น นั ก กี ฬ า ที่ ใ ช้ ก า ลั ง ห นั ก ม า ก ๆ ไ ด้ เ ป็ น ที่ ม า ข อ ง ค ว า ม เ ชื่ อ มั่ น แ ล ะ ค ว า ม ภ า ค ภู มิ ใ จ ข อ ง ผู ้ ป่ ว ย เ อ ง แ ล ะ ผู ้ ที่ รั ก ใ ค ร่ ใ ก ล้ ชิ ด ที่สามารถควบคุมเอาชนะโรคได้ การออกกาลังกายในผู้ป่วยโรคหอบหืด ผูป้ ่ วยโรคหอบหื ดที่เป็ นมาก ถ้าให้ออกกาลังกายเพียงเล็กน้อยก็อาจมีอาการ EIB ตามมาได้ จึงไม่ควรออกกาลังตามใจชอบ ควรให้แพทย์รักษาจนสามารถควบคุมอาการของโรคและ ป้ องกัน EIB ที่ จ ะ เ กิ ด จ า ก ก า ร อ อ ก ก า ลั ง ใ ห้ ไ ด้ เ สี ย ก่ อ น เมื่ อ แพทย์ เ ห็ น สมควรให้ อ อกก าลั ง กายได้ ก็ ค วรเริ่ มด้ ว ยความระมั ด ระวั ง เป็ นพิ เ ศษ และออกกาลังอย่างเบาที่สุดก่อน โดยมีแพทย์ พยาบาล และครู ฝึก คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้ าระวังมิให้ เกิด EIB ในระยะเริ่ มแรกแพทย์อาจต้องใช้ยาเพื่อป้ องกัน EIB เช่ น พ่นยาขยายหลอดลม เป็ นต้น ผูป้ ่ วย หอบหื ดที่ เป็ นมาก ถ้า ให้ ออกก าลัง หนัก ในระดับ ที่ ค นปกติ ท าได้ม กั แสดงอาการ EIB ภายใน 15 นาที หลังจากเริ่ มออกกาลังกาย ดังนั้นจึงควรเลือกวิธีการออกกาลัง เช่น ควรเดิน แต่ไม่ควรวิ่ง ใช้ท่ากาย บริ หาร และการเหยียดยืดกล้ามเนื้ อ และข้อต่อ หรื อฝึ กยกน้ าหนักเบา ๆ ใช้เวลาในการ warm up 10–15 น า ที ห รื อ ม า ก ก ว่ า นั้ น โดยไม่เข้าสู่ ระดับการ ออกกาลังหนักเลยก็ได้ เป็ นการออกกาลังเบาแต่ใช้เวลานาน ซึ่ งมีผลให้ร่างกายดีข้ ึ นได้ ใ นระดั บ หนึ่ ง นอกจากนี้ การ warm up เป็ นเวลานานกว่ า 15 นาที ก่อนการออกกาลังกายยังอาจช่ วยให้ผปู ้ ่ วยบางคนสามารถออกกาลังหนักขึ้นได้ โดยไม่เกิ ด EIB ซึ่ งเข้าใจว่าการ warm up นาน ๆ จะกระตุ น้ ให้ต่อมอดรี นัล (Adrenal Gland) หลัง่ สารอี พิเนฟริ น (Epinephrine) หรื อ สารนอร์ อี พิ เ นฟริ น (Norepinephrine) ซึ่ งเป็ นสารขยายหลอดลม และอาจช่วยลดปริ มาณเม็ดเลือดขาวในทางเดินหายใจได้ดว้ ยภายหลังการออกกาลังกายทุกครั้ง ทุกสัปดาห์ และทุกเดือน ที่ผา่ นไป ผูป้ ่ วยควรได้รับการตรวจร่ างกาย เพื่อประเมินว่าการออกกาลังกายและการรักษาใ ห้ผ ลดี หรื อไม่ เพี ย งใด เช่ น ผูป้ ่ วยใช้ย าน้อยลง หรื อผูป้ ่ วยไม่ แสดงอาการ EIB ในขณะออกก าลัง เ ป็ น ต้ น ก า ร อ อ ก ก า ลั ง แ บ บ แ อ โ ร บิ ค มี ผ ล ท า ใ ห้ ร ะ บ บ ห า ย ใ จ และระบบหมุ น เวี ย นโลหิ ต แข็ ง แรงขึ้ น กล้า มเนื้ อ แข็ ง แรง และการเคลื่ อ นไหวร่ า งกายดี ข้ ึ น จะเห็นได้วา่ ผูป้ ่ วยสามารถออกกาลังได้หนักและนานขึ้นกว่าเดิม จึงควรปรับกิจกรรมการออกกาลังให้เหมา ะ ส ม กั บ ส ม ร ร ถ ภ า พ ร่ า ง ก า ย ที่ ดี ขึ้ น เพื่อให้ได้ผลที่ดียงิ่ ขึ้นตามลาดับ การปรับการออกกาลังให้หนักและนานขึ้นก็ควรเป็ นไปอย่างระมัดระวังมา ก ๆ เ พ ร า ะ ค ว า ม เ สี่ ย ง ที่ จ ะ เ กิ ด EIB ก็ จ ะ มี ม า ก ขึ้ น เ ช่ น กั น การลดความเสี่ ย งอาจท าได้โดยให้ ออกก าลัง หนัก ขึ้ น ช่ วงระยะเวลาสั้ น ๆ ประมาณ 0.

.ออกกาลังกายแบบไหนโรคไม่ กาเริบ ผูท้ ี่ป่วยด้วยโรคหอบหื ด ส่ วนใหญ่จะรู ้สึกกังวลเกี่ยวกับการออกกาลังกาย เนื่องจากบางรายเคยมีประสบการณ์วา่ โรคดังกล่าวนี้กาเริ บภายหลังออกกาลังกายเสร็ จไปแล้วราว 5-20 นาที โดยมีอาการแน่ นหน้ าอก หอบหายใจเร็ว ซึ่งบางรายพักเพียงชั่ วครู่ กห็ าย แต่ บางรายกลับทรุ ดหนักจนต้ องส่ งโรงพยาบาล.นาที สลับกับการออกกาลังเบา ๆ หรื อพักสัก 2 – 3 นาที ทาซ้ าหลาย ๆ รอบ ร่ างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวจนสามารถยืดช่วงเวลาการออกกาลังหนักให้นานขึ้น พร้อมกับลดเวลาการพักให้นอ้ ยลง จนในที่สุ ด อ า จ ส า ม า ร ถ อ อ ก ก า ลั ง ห นั ก ติ ด ต่ อ กั น ไ ป โ ด ย ไ ม่ ต้ อ ง พั ก EIB อาจเกิ ด ภายหลัง การออกก าลัง กายเสร็ จ เรี ย บร้ อ ยแล้ว หลายชั่ว โมง (ไม่ เ กิ น 24 ชั่ว โมง) การ cool down เป็ นเวลานานกว่ า 10 นาที จะช่ ว ยลด EIB ภายหลั ง การออกก าลั ง กาย กิ จ ก ร ร ม ก า ร อ อ ก ก า ลั ง ก า ย ค ว ร ใ ห้ ผู ้ ป่ ว ย เ ลื อ ก ช นิ ด ที่ ช อ บ ถ นั ด และสนุ กที่จะทา เพื่อหลี กเลี่ ยงไม่ให้เกิ ดความเครี ยด ควรหลี กเลี่ ยงกิ จกรรมที่ รู้ว่าทาแล้วมักเกิ ด EIB เช่ น ถ้ า วิ่ ง แล้ ว รู ้ สึ กว่ า เกิ ด EIB บ่ อ ย ๆ แต่ ส ามารถถี บ จั ก รยานได้ อ ย่ า งสบาย ๆ ก็ควรเลือกการถีบจักรยานเป็ นการออกกาลังกายจะเหมาะกว่า ผูป้ ่ วยโรคหอบหื ดมักชอบออกกาลังกาย ใน น้ า เพราะไม่ ท าให้ เ กิ ด EIB จะเห็ นว่ า มี ผู ้ ป่ วยหอบหื ดสามารถเป็ นนั ก กี ฬ าว่ า ยน้ าได้ ผู ้ป่ วยหอบหื ด ที่ อ อกก าลัง กายจน แข็ ง แรงเต็ ม ที่ แ ละอยากจะเล่ น หรื อ แข่ ง ขัน กี ฬ า ก็ อ าจท าได้ แต่ควรเลือกประเภทกีฬาที่ไม่หนักเกินกาลังของตนเอง เช่น เล่นกอล์ฟ ยิมนาสติก หรื อแม้แต่เทนนิ ส วอ ลเล่ ยบ์ อล ฟุตบอล ก็อาจเล่ นได้ถา้ รู ้ จกั ฝึ กอย่างถูกต้อง นอกจากการฝึ กออกกาลังกายอย่างถูกต้อง แ ล ะ ก า ร รู้ จั ก ใ ช้ ย า ใ น ภ า ว ะ ที่ จ า เ ป็ น แ ล้ ว ผูป้ ่ วยหอบหื ดที่ รักการออกกาลัง กายควรฉลาดที่ จะหลี กเลี่ ยงสิ่ ง แวดล้อมที่ จะกระตุ น้ ให้เกิ ด EIB เช่ น ควรเลือกออกกาลังในสถานที่ที่บรรยากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ ง สะอาด ปราศจากฝุ่ นละออง เกษรดอกไม้ สารภูมิแพ้ เช่น สารเคมี ควันพิษ ควันบุหรี่ ควันท่อไอเสี ย รถยนต์ ตลอดจนสัตว์ที่กระตุน้ ภูมิแพ้ สถาน ที่ อ อ ก ก า ลั ง ก า ย ค ว ร มี อุ ณ ห ภู มิ แ ล ะ ค ว า ม ชื้ น พ อ เ ห ม า ะ ไม่ควรออกกาลังภายในที่หนาวเย็น หรื อลมแรง ระวังอย่าให้เกิดภาวะเครี ยด และหลีกเลี่ยงการรับประทา นอาหารที่กระตุน้ ภูมิแพ้ เช่น กุง้ ปลา ถัว่ ไข่ขาว และอื่น ๆ ผู้ป่วยโรคหอบหืด...เหล่านี้จึงกลายเป็ นสิ่ งที่ทาให้ผปู ้ ่ วยโรคหอบหื ดไม่กล้าเล่ นกีฬา หรื อออกกาลังกาย .

ภาวะหอบหืดภายหลังการออกกาลังกาย (Exercise-induced asthma) คืออะไร? คนไข้หอบหื ดส่ วนใหญ่ ถ้าให้ออกกาลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างรุ นแรง เพียง2-3นาทีจะมี ”อาการไม่สบาย” ตามมา ซึ่ งจะเป็ นอยูน่ านถึง30นาที อาการไม่สบายประกอบด้วยคอแห้ง ไอไม่มีเสมหะ .สาเหตุที่ทาให้อาการหอบหื ดกาเริ บขณะออกกาลังกายนั้น (วารสารชมรมผูป้ ่ วยโรคหืด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ) เปิ ดเผยไว้วา่ เป็ นเพราะหลอดลมหดเกร็ ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่ างกะทันหันของอุณหภูมิและความชื้นในอากาศที่ สู ดเข้ าไปอย่ างรวดเร็วและลึกมากกว่ าปกติ โดยเฉพาะเมื่ออากาศนั้นมีความเย็นและแห้งมาก อีกทั้ง โดยปกติแล้วอากาศที่หายใจเข้าทางจมูกจะมีความชื้นและอุ่นกว่าอากาศภายนอก อันเป็ นผลมาจากโพรงจมูกช่วยเพิ่มความชื้นและปรับอุณหภูมิก่อนจะเข้าไปสู่ ปอด แต่ขณะที่เราออกกาลังกา ย ร่ างกายต้องการอากาศมากขึ้น เราจึงมักอ้าปากหายใจ ทาให้ปอดได้รับอากาศเย็นและแห้งกว่าปกติ อาการหอบหื ดจึงกาเริ บขึ้น อย่ างไรก็ตาม การกาเริบของหอบหืดมักเกิดขึน้ เมื่อผู้ทปี่ ่ วยออกกาลังกายหนักๆ ติดต่ อกันเป็ นเวลานาน โดยเฉพาะกีฬาทีม่ ีการเคลือ่ นไหวติดต่ อกันนานๆ ไม่ มีจังหวะพัก เช่ น ฟุตบอล สควอช บาสเก็ตบอล ขณะทีก่ ฬ ี าซึ่งเหมาะกับผู้ทเี่ ป็ นโรคหอบหืดมากทีส่ ุ ดคือ การว่ ายนา้ ทีส่ ภาพแวดล้ อมบริเวณสระนา้ มีอุณหภูมิและความชื้นค่ อนข้ างคงที่ ประกอบกับลักษณะของการสู ดหายใจขณะว่ายน้ าจะมีจงั หวะที่ตอ้ งกลั้นหายใจ จึงช่วยให้สูญเสี ยความร้อนและความชื้นทางลมหายใจน้อย แถมยังเป็ นการออกกาลังกายในแนวราบ กล้ามเนื้อปอดได้เคลื่อนไหวจากส่ วนท้ายขึ้นมาส่ วนบน จึงช่วยไล่อากาศหรื อขับสิ่ งขัดขวางการหายใจออกได้ง่ายกว่าการออกกาลังท่ายืน และการได้เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อส่ วนบน ยังถือเป็ นการพัฒนาระบบหายใจให้มีประสิ ทธิ ภาพขึ้นด้วย สาหรับข้อควรรู ้ของการออกกาลังกายสาหรับผูป้ ่ วยหอบหื ด คือ ควรอบอุ่นร่ างกายก่ อนเล่ นกีฬา ไม่ ออกกาลังกายอย่างหักโหม ไม่ ควรออกกาลังกายในช่ วงที่อากาศเย็นจัดและแห้ ง แต่หากมีความจาเป็ นหรื อต้องแข่งขันกีฬา ควรสู ดยาขยายหลอดลมก่อนออกกาลังกาย 10-15 นาที ที่สาคัญ ถ้าอาการกาเริ บต้องหยุดเล่นกีฬา และสู ดยาขยายหลอดลมเข้าช่วย.

ความหนักในการออกกาลังกาย . เริ่มออกกาลังกายช้ าๆ อย่ างค่ อยเป็ นค่ อยไป การอบอุ่นร่ างกายก่อนประมาณ 510นาทีจะช่วยคลายกล้ามเนื้อหน้าอกและขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทาให้หายใจสะดวกขึ้น แล้วค่อย ๆ เพิ่มจังหวะการออกกาลังกายอย่างช้าๆ จนถึงระดับที่ตอ้ งการ 4. เลือกประเภทการออกกาลังกายให้ เหมาะสม ไม่ควรออกกาลังกายอย่างต่อเนื่องโดยไม่พกั เป็ นเว ลานาน เช่น วิง่ ระยะไกล จะทาให้อาการกาเริ บได้ง่าย จึงควรเปลี่ยนมาออกกาลังกายแบบที่ใช้พลังงานช่ว งสั้นๆ แทน เช่น การเดิน ตีกอล์ฟ หรื อปั่ นจักรยาน .รู้ ว่าเวลาใดควรงดออกกาลังกาย โดยเฉพาะเมื่อเป็ นโรคติดเชื้อไวรัส หรื อเมื่อมีปริ มาณละอองเกสรดอกไม้ในอากาศมาก หรื อต้องอยูใ่ นสภาพอากาศร้อนชื้ นเกินไปหรื อที่อุณห ภูมิติดลบ วิธีแก้ไขคือ ถ้าต้องอยูใ่ นสภาพหนาวจัด ขณะออกกาลังกายควรใช้ผา้ ปิ ดปากและจมูกเพื่อให้ลม หายใจอุ่น 2.ประเภทของกีฬา เช่นพบบ่อยในนักกรี ฑา หรื อนักขี่จกั รยาน แต่ไม่ค่อยพบในนักกีฬาว่ายน้ า . กินยาให้ เรียบร้ อย สู ดยาป้ องกันอาการหื ดชัว่ คราวก่อนออกกาลังกาย 15 นาทีถึง 1 ชัว่ โมง 3.ระยะเวลาในการออกกาลังกาย การออกกาลังกายอย่างหนักเป็ นเวลานาน ในสภาพอากาศที่ เย็น แห้งหรื อมีฝนละออง ุ่ หรื อมีมลพิษ จะเกิดอาการได้ง่ายและรุ นแรง .แน่นหน้าอก หายใจออกลาบากมีเสี ยงวีด๊ ๆ ที่เป็ นเช่นนี้เพราะเกิดหลอดลมหดตัวเกร็ ง ซึ่ งเกิดจากการออกกาลังกายนัน่ เอง อาการหอบหืดจะรุ นแรงมากน้ อยขึน้ กับ .สภาวะแวดล้อม หรื อสภาพอากาศในขณะออกกาลังกาย .สภาพร่ างกายของตัวนักกีฬาเอง เช่นถ้ามีการติดเชื้ อไวรัสหรื อเป็ นหวัดอยูก่ ่อนก็จะมีโอกาสเป็ นมากขึ้น 4 วิธีออกกาลังกาย เพือ่ ผู้ป่วยโรคหืด การวางแผนออกกาลังกายและทาเป็ นประจาอย่ างเหมาะสมจะส่ งผลดีต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคหืดในระยะย าว โดยเฉพาะคนที่มีอาการหื ดเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะถ้าร่ างกายแข็งแรง ทั้งปอดและหัวใจก็ไม่ต้ องทางานหนักเกินไปในการหายใจเข้า-ออก เรามีคาแนะนามาฝากดังนี้ 1.

Intermittent positive pressure nebulization of isoproterenol 9. การใช้ โซเดียม ไบคาร์ บอเนต . ยาปฏิชีวนะ 8. Adrenaline. การรักษาขณะมีการหอบหื ดอย่างเฉี ยบพลัน 2. สารนา้ เข้ าหลอดเลือดดา (Intravenous fluid. คอร์ ติโคสเตอร์ รอยด์ ยานี้จะไม่เห็นผลในทันที จะต้องใช้เวลาหลายชัว่ โมงก่อนจะเห็นผล ดังนั้นการพิจารณาที่จะใช้ในระยะแรกๆของการหอบหื ดจึงมีความจาเป็ น 11. Ultrasonic nebulization การใช้เครื่ องมือนี้จะต้องระวังการติดเชื้อแบคทีเรี ยที่อาจมีอยูใ่ นเครื่ องมือที่ใช้และในน้ าสาหรับพ่น จึงต้องทาความสะอาดอย่างดีและปลอดเชื้อทั้งก่อนใช้และหลังใช้ 10.การรักษา การรักษาอาจแบ่งเป็ น 1. Aminophylline โดยการฉี ดเข้าหลอดเลือดดาช้าๆ วิธีน้ ี ได้ผลในคนไข้ถึงร้อยละ 90 ขึ้นไป การให้ยานี้ตอ้ งระมัดระวัง เพราะถ้าให้เร็ วๆทาให้ความดันโลหิ ตต่า คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศรี ษะ ช็อค มี cardiac arrhythmia ทาให้ผปู้ ่ วยเสี ยชีวติ ทันทีได้ 4. Aqueous solution 1:1000 ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ราคาถูกและได้ผลดีมาก ระงับหอบหื ดได้ประมาณร้อยละ 75 ของคนไข้ 2. ยาระงับประสาท (Sedatives) 7. การรักษาระยะยาว การรักษาขณะมีการหอบหืดอย่างฉับพลัน ทาได้ตามลาดับขั้นตอนตามความรุ นแรงของการหอบหื ดต่อไปนี้ 1. IV fluid) การให้สารน้ านี้ นอกจากแก้ภาวะขาดน้ าแล้วยังมีน้ าตาลเป็ นอาหารสาหรับผูป้ ่ วยซึ่ งหอบมาก และมักจะรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ จึงเป็ นประโยชน์ และพบว่าช่วยทาให้เสมหะเหลวลงได้ ละลายและถูกกาจัดออกจากหลอดลมได้ง่าย อาจถือว่าเป็ นยาขับเสมหะที่ดีมาก 5. ออกซิเจนและความชื้น การให้ออกซิ เจนจะต้องให้ร่วมกับความชื้นด้วยเสมอ เพราะออกซิ เจนแห้งทาให้หลอดลมและเยือ่ บุภายในแห้ง เกิดการระคาย ทาให้หอบมาก และระวังการเกิดภาวะ CO2 narcosis (การคัง่ ของคาร์ บอน) 6. Bricarnyl ฉีดเข้าใต้ผวิ หนัง ได้ผลดีในการขยายหลอดลม ยานี้ราคาแพง อาจใช้สลับกับแอดรี นาลิน หรื อทดแทนกันได้ 3.

disodium chromoglycate (Intal).9 ควรพ่นยาก่อนการออกกาลังกาย 2.2 การหลีกเลี่ยงและการกาจัดสารภูมิแพ้ 1. การรักษาทางยา เป็ นการรักษาที่ใช้ยาระงับอาการหอบหื ดเมื่อมีอาการเกิดขึ้น หรื อการใช้ยาป้ องกันก่อนที่จะมีอาการเกิดขึ้น ยาที่ใช้โดยทัว่ ไปเป็ นยาขยายหลอดลมชนิดต่างๆ และยาป้ องกันการหลัง่ allergic mediator ได้แก่ sympathomimetic drug (adrenergic drug). 13.12.7 ไม่ออกกาลังกายในขณะที่เป็ น 1.8 ควรออกกาลังกายด้วยวิธี ว่ายน้ า เพราะน้ าจะมีความชื้นทาให้ปอดไม่แห้ง 1.4 ภาวะแวดล้อมที่บา้ น 1. 15.6 การออกกาลังกายเป็ นสิ่ งที่ดีสาหรับโรคหอบหื ด 1.3 การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ 1. การรักษาทัว่ ไป ได้แก่ 1. Isoproterenol infusion ใช้ เครื่องช่ วยหายใจ การล้างในหลอดลม (Bronchial lrvage) การดูแลรั กษาอย่ างใกล้ ชิด การรักษาระยะยาว 1. methylxanthine drug. ketotifen (zaditen) และ คอร์ ติโคสเตอร์ รอยด์ 3. 14. anticholinergic drug. Immonotherapy คือ การฉีดสารภูมิแพ้ที่ผปู ้ ่ วยแพ้เข้าใต้ผวิ หนังโดยใช้ปริ มาณน้อยๆ แล้วเพิ่มมากขึ้นตามลาดับ จนผูป้ ่ วยมีอาการดีข้ ึนจึงพิจารณาหยุดฉี ด ในบางรายอาจต้องฉี ดเป็ นเวลานานหลายปี โดยทัว่ ไป 3-5 ปี .5 การงดสู บบุหรี่ 1.1 การหลีกเลี่ยงภาวะมลพิษ 1.

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful