กระดาษกล้วย

โดย

นางสาวมุกดา

เกตมณี

นางสาวเนาวรัตน์ ตรี พงษ์พนั ธ์
นางสาวดารณี

โรงเรี ยนสามพรานวิทยา

ิ กลุ
เลียวกตติ

จังหวัดนครปฐม


รายงานนี้ เป็ นสวนประกอบของโครงงานวิ
ทยาศาสตร์
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์

จัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แหงประเทศไทยในพระบรมราชู
ปถัมภ์

ชื่อโครงงาน

กระดาษกล้วย

ผูท้ าํ โครงงาน

นางสาวมุกดา

เกตมณี

นางสาวเนาวรัตน์

ตรี พงษ์พนั ธ์

นางสาวดารณี

ิ กลุ
เลียวกตติ

นายสนม

วันเพ็ญ

นายสงวน

เส็งเจริ ญ

นางสาวอารี รัตน์

เจษฎาปกรณ์

อาจารย์ที่ปรึ กษา

โรงเรี ยนสามพรานวิทยา

อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

บทคัดย่ อ

จากการศึกษาวิธีการทํากระดาษที่ทาํ ด้วยมือจากต้นกล้วย พบวา่ การต้มเยือ่ เพื่อให้ได้เยือ่ ที่เหมาะสมที่จะ
นําไปฟอกเยือ่ ควรใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 3% โดยนํ้ าหนัก ใช้ระยะเวลาในการต้มเยือ่ 30 นาที การฟอกเยือ่
่ อ่ ทําได้ 2 วิธี คือ
ควรใช้สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 1% โดยนํ้ าหนัก ระยะเวลาในการฟอกเยือ่ 10 นาที การยอยเยื

การทุบและการตีป่ันเยือ่ วิธีการทุบเยือ่ จะให้เยือ่ ที่มีเส้นใยยาวกวาการตี
ปั่ นเยือ่ เมื่อนําเยือ่ ที่ได้มาตักเยือ่ เพื่อทําเป็ นแผน่ กระดาษ
ทําการปรับปรุ งคุณภาพโดยการย้อมสี
่ ั ่
คุณภาพจะแตกตางกนไมมากนั

และผสมนํ้ าแป้ ง


ทดสอบคุณภาพของกระดาษที่ได้กบกระดาษสาที
่ขายในท้องตลา

สารบัญ หน้า บทคัดยอ่ ก สารบัญ ข สารบัญตาราง ข บทที่ 1 บทนํา 1 ี่ อง บทที่ 2 เอกสารที่เกยวข้ 4 ี่ อง บทที่ 3 อุปกรณ์ที่เกยวข้ 13 บทที่ 4 ผลการทดลอง 17 บทที่ 5 สรุ ปและอภิปรายผลการทดลอง 23 ภาคผนวก 26 บรรณานุกรม 27 .

สารบัญตาราง ตาราง 1 แสดงลักษณะเยือ่ ที่ได้จากการต้มโดยใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ่ กนั ในระยะเวลา 40 นาที เข้มข้นตางๆ ตาราง 2 17 แสดงลักษณะเยือ่ กล้วยที่ได้จากการฟอกเยือ่ โดยใช้สารละลายแคลเซี ยม ่ ั ระยะเวลาฟอกเยือ่ 20 นาที ไฮโปคลอไรด์เข้มข้นตางๆกน 18 ตาราง 3 ่ อ่ 2 วิธี แสดงลักษณะเยือ่ และกระดาษที่ได้จากการยอยเยื 19 ตาราง 4 แสดงลักษณะเยือ่ กล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอม 20 ตาราง 5 แสดงร้อยละของเยือ่ กล้วยที่ได้และลักษณะกระดาษที่ได้จากกล้วยนํ้ าว้าและ ตาราง 6 กล้วยหอม 21 ั ่ เปรี ยบเทียบกระดาษกล้วยที่ผลิตได้กบกระดาษสาที ่ขายในท้องตลาดในด้านตางๆ 22 .

บทที่ 1 บทนํา ที่มาและความสําคัญของโครงงาน ่ ยโบราณเมื่อกวา่ 5 พันปี มาแล้ว ชนชาติจีนเป็ นพวก กระดาษเป็ นวัสดุชนิดหนึ่งที่มนุษย์รู้จกั ผลิตและใช้มาแล้วตั้ งแตสมั ่ เป็ น แรกที่รู้จกั วิธีทาํ กระดาษ โดยใช้วสั ดุฟางข้าว เศษผ้าขี้ ริ้ ว แหอวนที่ขาดๆและเปลือกไม้บางชนิด เชน่ เปลือกต้นหมอน วัตถุดิบ การทํากระดาษในยุคต้นๆ ทําด้วยมือทั้ งสิ้ น การทํากระดาษในปั จจุบนั มีอยู่ 2 ชนิด วิธีคือ การทําด้วยมือวิธีหนึ่งและการทําด้วยเครื่ องจักรอีกวิธีหนึ่ง การทํา ่ มาทําเป็ นกระดาษได้อยางกว้ ่ างขวางกวาการทํ ่ กระดาษด้วยมือนั้ นมีโอกาสที่จะนําเอาวัตถุดิบชนิดตางๆ ากระดาษด้วยเครื่ องจักร เพราะการทํากระดาษด้วยเครื่ องจักรต้องลงทุนมาก และเครื่ องจักรที่ได้ออกแบบมาสําหรับวัตถุดิบชนิดใดแล้ว หากเปลี่ยนไปใช้ ็ องมีการแกไขปรั ้ วัตถุดิบชนิดอื่น กจะต้ บปรุ งเครื่ องจักรเป็ นการใหญ่ ซึ่ งเป็ นการสิ้ นเปลืองมาก เพราะฉะนั้ นโรงงานกระดาษ ทัว่ ๆไป ่ จึงใช้วตั ถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่ งไมมี่ การเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุดิบบอยๆ ่ านการทํากระดาษด้วยมือนั้ น แตในด้ ่ มาใช้ทาํ กระดาษโดยไมจํ่ ากดั ขอเพียงวา่ วัตถุดิบนั้ นๆ มีคุณสมบัติในการทําเป็ นเยือ่ สามารถที่จะนําเอาวัตถุดิบชนิดตางๆ ั ่ ็ กระดาษได้ดี และเหมาะสมกบการทํ าด้วยมือ สวนในด้ านกรรมวิธีกอาจจะเปลี ่ยนแปลงไปได้ตามชนิดของวัตถุดิบ ฉะนั้ นจึง ่ ั ต่ ลอดเวลา วัตถุดิบที่ใช้ผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือใน ปรากฏวาการทํ ากระดาษด้วยมือได้มีการศึกษาและค้นคว้าเรื่ องวัตถุดิบกนอยู ่ ระเทศ ปัจจุบนั ที่นิยมและเป็ นที่ตอ้ งการของตลาดทั้ งในและตางป คือ เปลือกของต้นสาที่ใช้ทาํ กระดาษสาเพราะสามารถ ่ ได้มากมาย เชน่ ทําดอกไม้ประดิษฐ์ กระดาษทํารม่ วาว ่ กระดาษแบบเสื้ อ พัด กระดาษหอ่ นําไปใช้ประโยชน์ในด้านตางๆ ่ ที่มากขึ้ น จึงทําให้วตั ถุดิบที่จะ ของขวัญ กระดาษลอกลายฝาผนัง นามบัตร จากสภาวะความต้องการกระดาษสาในรู ปแบบตางๆ ่ ่ นํามาใช้ทาํ กระดาษสาคือเปลือกของต้นสาขาดแคลนอยางมากเพราะต้ นสาในธรรมชาติมีปริ มาณลดลงอยางรวดเร็ ว จึงได้มี ่ กระดาษที่ทาํ จาก การศึกษาและค้นคว้าเรื่ องวัตถุดิบเพื่อใช้ทดแทนเปลือกของต้นสา เชน่ กระดาษที่ทาํ จากเส้นใยปอชนิดตางๆ ่ ่ วย ซึ่ งวัตถุดิบดังกลาวเมื ่ ่อนํามาทําเป็ นกระดาษที่ทาํ ด้วยมือจะมี เปลือกของต้นหมอน รวมทั้ งกระดาษที่ทาํ จากเปลือกขอยด้ ั ่ ่ ิ จจุบนั นี้ จึงยัง ลักษณะและคุณสมบัติคล้ายกบกระดาษสา แตราคาต้ นทุนในการผลิตสูงกวากระดาษสา ฉะนั้ นในสภาพเศรษฐกจปั ่ คณะผูท้ าํ โครงงานนี้ จึงคิดวานาจะมี ่ ่ การศึกษาถึงพืชชนิดอื่นที่สามารถจะนํามาใช้เป็ นวัตถุดิบแทนเปลือกต้น ทําเป็ นการค้าไมได้ ั ว่ ไป หาได้ง่าย และใช้ประโยชน์ในด้านตางๆ ่ มากมายอยูแ่ ล้ว เชน่ ผลไม้ สาอีก โดยเฉพาะต้นกล้วย ซึ่ งเป็ นพืชที่มีการปลูกกนทั ่ นกล้วยที่เหลือกมี็ ปริ มาณมากพอที่จะใช้เป็ นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้ และถ้าสามารถศึกษา เป็ นอาหาร สวนต้ .

1 ความสัมพันธ์ระหวางความเข้ มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์กบระยะเวลาที ่ใช้ในการต้มเยือ่ ่ ั 1.3 วิธีการยอยเยื บด้วยค้อนไม้และการตีป่ันเยือ่ 2. ถ้าวิธีการยอยเยื ่ทาํ ด้วยมือ ดังนั้ นวิธีการยอยเยื กระดาษที่ได้จากวิธีการทุบเยือ่ ด้วยค้อนไม้ .็ าให้การผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือขยายขอบเขตการผลิต จนนําต้นกล้วยมาใช้เป็ นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้กจะทํ ่ เกยวกบการผลิ ี่ ั กว้างขวางยิง่ ขึ้ น รวมทั้ งเป็ นการเพิม่ พูนความรู้ การพัฒนาวิธีทาํ การศึกษาหาความรู้ในด้านตางๆ ตกระดาษที่ทาํ ่ าให้ประเทศไทยของเรา เป็ นผูท้ ี่ผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือที่สามารถพึ่งตนเองได้ต่อไปในอนาคต ด้วยมือ ซึ่ งจะชวยทํ จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า ี่ ั ่ องดังตอไปนี ่ 1. ถ้าความสัมพันธ์ระหวางความเข้ มข้นของสารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์กบระยะเวลาที ่ใช้ในการฟอกเยือ่ มีผล ่ อ่ ที่ได้ ดังนั้ นความเข้มข้นของสารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์กบระยะเวลาที ั ่ ั เยือ่ ที่ฟอกได้ ตอเยื ่ใช้ในการฟอกเยือ่ แตกตางกน ่ ั วย จะมีลกั ษณะแตกตางกนด้ ่ อ่ มีผลตอกระดาษที ่ ่ อ่ โดยวิธีการตีปั่นจะให้กระดาษที่มีคุณภาพดีกวา่ 3. เพื่อปรับปรุ งวิธีการทํากระดาษด้วยมือจากต้นกล้วยให้สามารถใช้เป็ นแนวทางในการทําเป็ นอุตสาหกรรมใน ครัวเรื อน 3. เพื่อทดสอบคุณภาพของกระดาษที่ทาํ ด้วยมือที่ผลิตได้ในด้านความเหนียว นํ้ าหนักของกระดาษ ความทึบแสงขอ กระดาษ ความสามารถในการซึ มนํ้ าของกระดาษ สมมติฐานการศึกษาค้นคว้า ่ ั ่ อ่ ที่ผลิต 1. เพื่อศึกษาถึงวิธีการที่เหมาะสมในการทํากระดาษด้วยมือจากต้นกล้วย เกยวกบเรื ้ ่ ั 1.2 ความสัมพันธ์ระหวางความเข้ มข้นของสารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์กบระยะเวลาที ่ใช้ในการฟอก เยือ่ ่ อ่ ระหวางการทุ ่ 1. ถ้าความสัมพันธ์ระหวางความเข้ มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์กบระยะเวลาที ่ใช้ตม้ เยือ่ มีผลตอเยื ั ่ ั เยือ่ ที่ได้จะมีลกั ษณะตางกนด้ ่ ั วย ได้ ดังนั้ นเมื่อใช้ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์กบระยะเวลาที ่ตม้ ตางกน ่ ั 2.

2 ความเหนียวของกระดาษ 2. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 7% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 7 กรัม มาละลายนํ้ า ทํ ์ เมตร เป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ 5. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 3% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 3 กรัม มาละลายนํ้ า ทํ ์ เมตร เป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ 3. สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 2% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 2 กรัม มาละลายนํ้ า ์ เมตร ทําเป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ 7. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 5% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 5 กรัม มาละลายนํ้ า ทํ ์ เมตร เป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ 4. สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 1% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 1 กรัม มาละลายนํ้ า ์ เมตร ทําเป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ 6. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 1% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 1 กรัม มาละลายนํ้ า ทํ ์ เมตร เป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ 2. การทดสอบคุณภาพของกระดาษที่ผลิตได้ จะทดสอบคุณภาพดังนี้ 2. ต้นกล้วยที่ใช้เป็ นวัตถุดิบในการทดลองครั้ งนี้ ใช้ตน้ กล้วยนํ้ าว้า และกล้วยหอม 2.4 ความสามารถในการซึ มนํ้ าของกระดาษ คํานิยามเชิงปฏิบตั ิการ 1.1 นํ้าหนักของกระดาษ 2. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 3% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 3 กรัม มาละลายนํ้ า ทํ ์ เมตร เป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ .3 การทึบแสงของกระดาษ 2.ขอบเขตของการศึกษา 1.

8. สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 4% โดยนํ้ าหนักหมายถึง การนําโซเดียมไฮดรอกไซด์ 4 กรัม มาละลายนํ้ า ์ เมตร ทําเป็ นสารละลายปริ มาตร 100 ลูกบาศกเซนติ .

50-4 เมตร กว้างมักไมเกน ่ ้ ่ ใบยาวตั้ งแต่ 25-75 เซนติเมตร ตอนบนเป็ นรองตามยาว กานใบนี าไปเป็ นทางหรื อกระดูกกลางของใบโดยตลอด ้ แลนเลยเข้ ดอก ดอกออกที่ปลายลําต้นหรื อเครื อ ตั้ง หรื อนอน หรื อโค้งลงเป็ นงวง ซึ่ งตามปรกติยาวตํ่ากวา่ 1-1.50 เมตร ถึง 3.บทที่ 2 ี่ อง เอกสารที่เกยวข้ กล้วยเป็ นพืชที่ให้ประโยชน์หลายประการ ่ ในประเทศไทยมีกล้วยชนิดตางๆ โบราณ ี่ องกบชี ั วิตและขนมธรรมเนียมประเพณี ของไทยมาตั้ งแต่ มีความเกยวข้ ่ ่ หลายชนิดซึ่ งสวนใหญจะเจริ ญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศ กล้วยให้ ่ ่ ่ ่ ระบบการยอย ่ คุณประโยชน์ในด้านโภชนาการและการใช้สอยตางๆ เป็ นอยางมาก เป็ นพืชที่ให้คุณคาทางอาหารสู ง ชวยให้ ่ ประสิ ทธิภาพรับประทานเป็ นประจําจะชวยเสริ ่ อาหารเป็ นไปอยางมี มสร้างสุ ขภาพพลานามัยที่ดี กล้วยเป็ นพืชที่ให้ผลผลิตเพื่อ ั กาล บริ โภคตลอดทั้ งปี ไมจํ่ ากดฤดู และยังเป็ นพืชที่ตกผลเร็ วเมื่อเทียบกบั ไม้ผลชนิดอื่นๆ การปลูกไมต้่ องใช้พ้ืนที่มากนัก ั แทบทุกครัวเรื อน ดังนั้ นกล้วยจึงเป็ นพืชที่เหมาะสมชนิดหนึ่งที่ควรปลูกประจําบ้านหรื อทําเป็ นสวนเกษตร สามารถปลูกกนได้ ขนาดใหญ่ ่ ่ กล้วยเป็ นพันธุ์ไม้ลม้ ลุกสกุล Musa อยูใ่ นวงศ์ Musaceae พันธุ์ไม้สกุลกล้วยนี้ มีอยูต่ ามธรรมชาติแตเฉพาะในโลกเกา ่ ่ทราบในขณะนี้ มีอยูอ่ ยางน้ ่ อย 5ั ตอนที่อากาศอบอุ่นชุ่มชื้ น และมีอยูร่ วมกนหลายสิ บชนิด (species) เฉพาะในประเทศไทยเทาที 6 ชนิ ด ลักษณะรู ปพรรณ ่ ่ ้ ) รวมกนขึ ั ้ นเป็ นลํา (ลําต้นเทียม) ขนาดสู งตั้ งแตเรี่ ่ ยดินถึง 4-6 ลําต้นประกอบด้วยกาบ (สวนลางของกานใบ ่ ถึงขนาดเสาเรื อน ใบเป็ นแผนยาว ่ ่ ิ 50 เซนติเมตร กาน ้ เมตร โตขนาดลําแขนยอมๆ 1-1.50 เมตร ่ ่ ่ ดอกเป็ นกระจุก แตละกระจุ กมีปลีสีม่วงแดง ดอกที่อยูต่ อนลางของเครื อเป็ นดอกตัวเมีย ตกผล สวนดอกที ่อยูต่ อนบนๆ เครื อเป็ น ่ ่ ่ตน้ กล้วยยังไมถึ่ งเวลาจะออกดอก หรื อที่เรี ยกวาตกเค ่ ดอกตัวผูไ้ มตกผล ในระหวางที รื อ ลําต้นที่แท้จริ งซึ่ งเรี ยกวา่ หยวก ยังคงไม่ ่ ่อจวนจะถึงเวลาออกดอกจึงจะงอกแทรกกลางลําต้นขึ้ นมาและโผลออกที ่ ่ งอกขึ้ นมาจากโคนต้น แตเมื ่ปลายลําต้นเป็ นชอภายใน เวลาอันรวดเร็ ว ็ นเหลี่ยมๆ อยูบ่ า้ ง ขนาดใหญบ้่ างเล็กบ้างแล้วแตชนิ ่ ดและพันธุ์กบปั ั จจัย ผลกล้วยรู ปยาวๆ กลมๆ หรื อบางทีกเป็ ่ ิ 17-18 เซนติเมตรและใหญไมเกน ่ ่ ิ 4-5 เซนติเมตร อยูเ่ ป็ นกระจุกเป็ นแถว แวดล้อม สําหรับกล้วยที่ปลูกโดยมากผลยาวไมเกน ่ ่ เดียวคล้ายแถวนิ้วมือหรื อเป็ นแถวคู่เหมือนแถวนิ้วมือซ้อนสลับกนั แตละกระจุ กเรี ยกวาหวี จํานวนหวีในเครื อจะมากหรื อน้อย .

กล้วยเล็บมือนาง เป็ นกล้วยที่มีการปลูกในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร เพราะเป็ นกล้วยที่ตอ้ งการ ความชุ่มชื้ นสูงจึงเจริ ญเติบโตได้ดี ลักษณะต้นไมสู่ งมากนัก เครื อและผลเล็ก รสชาติหวานหอม ิ ่ กล้วยเป็ นพืชที่ให้ประโยชน์ในทางเศรษฐกจอยางมากมาย ลําต้นใช้ตม้ เป็ นอาหารคนและปศุสัตว์ หรื อใช้เป็ น ่ ่น เชน่ ทํากระดาษที่เรี ยกวา่ กระดาษมะนิลา (Manila paper) ทําจากกล้วยชนิดหนึ่งของฟิ ลิปปิ นส์ชื่อวา่ Musa ประโยชน์อยางอื ่ และใช้ทาํ ลวดลายบางอยาง ่ กาบกล้วยใช้สาํ หรับแท textiles ยางกล้วยใช้เป็ นหมึกเขียนเครื่ องหมายที่เสื้ อผ้าเพราะซักนํ้ าไมตก .่ ดและพันธุ์กล้วย และความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ตามปรกติจะมีอยูร่ ะหวาง ่ 6-10 หวี แตละหวี ่ แล้วแตชนิ มี 10-20 ผล เมื่อผลยัง ่ มที่แล้วออน ่ ่อสุ กมีสีเหลือง หรื อเหลืองนวลๆ หรื อเขียวออนๆ ่ ่ ดิบอยูก่ มี็ สีเขียวๆ แตเมื หรื อเขียวๆ เหลืองๆ เนื้ อในเมื่อผลแกเต็ ่ างชืดๆ บางทีกอม ็ เปรี้ ยว รสหวานๆ หรื อคอนข้ ่ อสุ กเต็มที่ ต้นกตายกล้ ็ ็ ่ าหรับ ต้นกล้วยเมื่ออายุได้ราว 10-15 เดือนกตกเครื อ และเมื่อผลแกหรื วยบางชนิดมีหนอสํ ่ นกอ กอหนึ่งๆ อาจมีถึง 30-40 หนอได้ ่ กขึ้ นติดกบลํ ั าต้นเกาเป็ ่ กล้วยที่ปลูกกนทั ั ว่ ไปสําหรับเอาผลรับประทาน สื บพันธุ์ หนอมั ่ วย ั ่ เดิมมีกาเนิ ํ ดและกลายมาจากกล้วยป่ า และแบงออกได้ ่ นั้ นถือกนวา เป็ น 2 พวกตามลักษณะของเนื้ อในผล พวกหนึ่งได้แกกล้ ่ รสหวาน รับประทานสดได้เลย กล้วยพวกนี้ ในทางพฤกษศาสตร์ม ธรรมดา เชน่ กล้วยนํ้ าว้า กล้วยไข่ ซึ่ งเมื่อผลสุ กแล้วเนื้ อออน ่ นธุ์ต่างๆ ของกล้วยกล้าย หรื อ กล้าย ซึ่ งเมื่อผลสุ กเนื้ อยังกระด้างๆ ชื่อทางวิทยาศาสตร์วา่ Musa sapientum อีกพวกหนึ่งได้แกพั ่ บประทานสด ต้องเผาหรื อต้มให้สุกเสี ยกอนจึ ่ งจะรับประทานได้ กล้าย ่ างชืดไมใครหวาน ่ ่ ่ อยู่ มีรสคอนข้ ไมเหมาะแกการรั ในทางพฤกษศาสตร์ใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ วา่ Musa paradisiaca ั กล้วยพวก Musa sapientum มีอยูม่ ากมายหลายพันธุ์เฉพาะในประเทศไทยกมี็ อยูห่ ลายพันธุ์ดว้ ยกนั ที่ปลูกกนมากและ ่ แพรหลายเป็ นพันธุ์กล้วยการค้าในประเทศไทย กมี็ ั 1. กล้วยหอมทอง เป็ นกล้วยที่นิยมปลูกและบริ โภคกนมากในปั จจุบนั มีลกั ษณะลําต้นใหญ่ สู งประมาณ 2-3 เมตร กาบใบชั้ นในมีสีเขียว เครื อได้รูปทรงดี มีน้ าํ หนักมาก ผลยาวเรี ยว เปลือกหนา เมื่อสุ กผิวจะมีสีเหลือง มีรสชาติหอมหวาน ํ 2 กล้วยไข่ เป็ นกล้วยที่ปลูกเป็ นการค้าของจังหวัดกาแพงเพชร ลักษณะกาบใบเป็ นสี น้ าํ ตาล สี ใบเหลือง เครื ขนาดเล็ก ผิวเปลือกบาง ผลสุ กเนื้ อสี เหลือง รสหวาน ่ ่ นธุ์อื่นๆ กล้ว 3. กล้วยนํ้ าว้า เป็ นกล้วยที่มีการปลูกทัว่ ไปทุกภาค ทนทานตอสภาพดิ นฟ้ าอากาศได้ดีกวาพั นํ้ าว้ามีหลายชนิด เชน่ กล้วยนํ้ าว้าแดง กล้วยนํ้ าว้าขาว กล้วยน้ ํ ่าว้าคอม 4.

1 เซลลูโลส (Cellulose) เป็ นพอลิเมอร์ของนํ้ าตาลประกอบด้วยกลูโคสเพียงชนิดเดียว เซลลูโลสจะพบได ่ ้ น และจัดเป็ นองค์ประกอบสําคัญของโครงสร้างของผนังเซลล์พืช เฉพาะในพืชเทานั 1.เป็ นลวดลายใช้ในการประดับชัว่ คราว และที่สาํ คัญมากกคื็ อ ใช้ทาํ เชือกผูกมัดและฟั่นเป็ นเชือกเกลียว หยวกกล้วยและหัวปลีดิบ ั ้ งใช้มวนบุหรี่ ดว้ ย สวน ่ ใช้เป็ นผักสด หรื อต้มแกงรับประทาน ใบตองกล้วยทั้ งสดและแห้งใช้ห่ออาหารและของกล้วยอื่นๆ กบทั ที่สาํ คัญมากที่สุดที่ได้จากกล้วยคือผล ผลกล้วยใช้รับประทานสดเป็ นอาหารทําให้แห้งเป็ นกล้วยตาก ทําให้สุกเป็ นกล้วยเผา ่ ใช้บดทําแป้ งอาหาร ซึ่ งเหมาะสําหรับคนไข้มาก เพราะยอยได้ ่ ง่ายกวาแป้ ่ งที่ กล้วยปิ้ ง กล้วยแขก กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ ผลหามๆ ทําจากเมล็ดพืชพวกข้าว การผลิตกระดาษ การผลิตกระดาษในปัจจุบนั เป็ นอุตสาหกรรมที่สาํ คัญชนิดหนึ่ง ในกระบวนการผลิตได้ใช้ความรู้ทางด้าน ื กสาขา เชน่ เคมี ฟิ สิ กส์ ชีววิทยา พฤกษศาสตร์ และวนศาสตร์ โดยอาศัยสาขา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกอบทุ ่ วิศวกรรมศาสตร์เป็ นสวนสนั บสนุนที่สาํ คัญ ่ ตแล้วนั้ น การผลิตกระดาษของไทยเราซึ่ งมีมาตั้ งแตอดี กระบวนการผลิตมีประสิ ทธิภาพตํ่าและให้ผลตอบแทนไมคุ่ ม้ คา่ ขาดการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีจึงทําให้ ในปัจจุบนั นี้ จึงได้มีการนําเทคโนโลยีที่ทนั สมัยเข้ามาใช้ใ ่ ็ งให้ผลผลิตไมเพี ่ ยงพอตอการใช้ ่ ่ กระบวนการผลิตบ้างแล้ว แตกยั ในประเทศ ยังคงต้องสั่งทั้ งเยือ่ และกระดาษจากตางประเทศเข้ า ิ มาใช้อยูอ่ ีกเป็ นจํานวนมาก โดยเฉพาะในกจการพิ มพ์และการเขียน ่ ในกระบวนการผลิตกระดาษจะแบงออกได้ เป็ น 3 ขั้ นตอนคือ การเตรี ยมหรื อเลือกวัตถุดิบ การผลิตเยือ่ ่ ่ ้ นตอนมีรายละเอียดดังนี้ กระดาษ และการผลิตแผนกระดาษ ซึ่ งแตละขั ่ ่ ของพืชที่ให้เส้นใย ซึ่ งสวนตางๆ ่ ่ ของพืช 1.2 เฮมิเซลลูโลส (Hemicellulose) เป็ นพอลิเมอร์ของนํ้ าตาลหลายชนิดผสมกนั เชน่ กลูโคส แมนโนส ไซโลส ่ อะราบิโนส เฮมิเซลลูโลสมีสมบัติพิเศษที่สามารถถนอมนํ้ าและพองตัวได้ ซึ่ งเป็ นสมบัติที่สาํ คัญและมีความจําเป็ นตอการทํ กระดาษ . วัตถุดิบ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกระดาษได้มาจากสวนตางๆ ่ คือ ่ ้ จะประกอบด้วยสวนสํ ่ าคัญ 4 สวน เหลานี 1.

ไม้เนื้ อออน ่ เส้นใยขนาดยาวเนื้ อไม้ชนิดนี้ จะมีความออนตั ่ วสู งกวาไม้ ่ เนื้ อแข็ง และ การผลัดใบ เชน่ ไม้สนสองใบ สนสามใบ ไม้เนื้ อออนมี ่ ให้เส้นใยที่มีคุณภาพดีเหมาะสมตอการทํ าเป็ นกระดาษ ่ ่ได้จากพืชล้มลุกและเปลือกไม้ของพืชบางชนิด ่ ่ ้ อไม้ (Non-wood) เป็ นสวนที 1.ั นโครงรางตาขายสามมิ ่ ่ 1.1 พวกที่เป็ นเนื้อไม้ (Wood) เป็ นสวนที ่ กนั อาจแบงออกได้ ่ ตางๆ เป็ น 2 กลุม่ ตามสมบัติของเนื้ อไม้คือ ก. ไม้เนื้ อแข็ง (Hard wood) เป็ นเนื้ อไม้จากพืชยืนต้นพวกแองจิโอสเปอร์ม ไม้พวกนี้ มี ่ างสั้ น แข็งและมีสีเข้ม เส้นใยที่ได้จากไม้พวกนี้ จะมีคุณภาพคอนข้ ่ างตํ่า การผลัดใบ เชน่ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้เนื้ อแข็งมีเส้นใยคอนข้ ไมนิ่ ยมใช้เป็ นวัตถุดิบในการทํากระดาษ ่ (Soft wood) เป็ นเนื้ อไม้จากพืชยืนต้นพวกจิมโนสเปอร์ มไม้พวกนี้ ไมมี่ ข.3 ลิกนิน (Lignin) เป็ นพอลิเมอร์ของสารฟี นิลโพรเพนที่จบั ตัวกนเป็ ติ มีสีน้ าํ ตาลเข้ ่ เส้นใยมีความแข็งและทําให้ออนตั ่ วได้ยาก นอกจากนี้ ลิกนินที่เกาะอยูก่ บเส้ ั นใยถ้ามีปริ มาณมาก จนถึงสี ดาํ ลิกนินจะชวยให้ ิ เกนไปจะทํ าให้เส้นใยมีคุณภาพไมดี่ ั ่ ที่มีอยูใ่ นพืชซึ่ งจะถูกสกดออกได้ ั 1. ผล (Fruit) เป็ นสวนของผลที ่มีเส้นใย เชน่ มะพร้าว ปาล์ม ใยจากผลไม้ไมนิ่ ยมใช้ทาํ กระดาษ เนื่องจากเป็ นเส้นใยที่มีความแข็ง .2 พวกที่ไมใชเนื ่ ั ้ นกบชนิ ั ดของพืชเหลานั ่ ้ น อาจแบงได้ ่ เป็ น 4 กลุม่ คือ เส้นใยพวกนี้ มีขนาดแตกตางกนขึ ่ ่ได้จากพืชตระกูลหญ้าและไม้ไผ่ ก. เปลือกไม้ (Bast) เป็ นสวนที ่ ยโบราณแล้ว เชน่ การทํากระดาษสาจากเปลือกของต้นสา กระดาษขอยจากเปลื ่ เปลือกไม้เป็ นที่นิยมใช้ทาํ กระดาษมาตั้ งแตสมั อก ่ ของต้นขอย ่ ค. หญ้า (Grass) เป็ นสวนที ่ ่ให้เส้นใยจากเปลือกของลําต้นของพืชยืนต้น เส้นใยจาก ข.4 สารที่สกดได้ (Extractive substance) เป็ นสารชนิดตางๆ ดว้ ยตัวทํา ่ ้ ได้แก่ สารสี (Pigment) ไขมัน โปรตีน ละลายอินทรี ย ์ สารเหลานี ่ ่ ้ ในปริ มาณและลักษณะที่แตกตางกน ่ ั ทั้ งนี้ ข้ ึนอยูก่ บสายพั ั พืชแตละชนิ ดจะมีส่ วนประกอบเหลานี นธุ์ อายุ ่ ามาใช้งาน ็ กษากอนนํ และการเกบรั ่ ่ ของพืช ซึ่ งอาจจําแนกออกได้เป็ น 2 พวก คือ สําหรับเส้นใยที่ใช้ในการทํากระดาษจะได้มาจากสวนตางๆ ่ ่ได้จากสวนเนื ่ ้ อของลําต้นพืชยืนต้นซึ่ งให้เส้นใยขนาด 1.

Chemimechanical process เป็ นวิธีการยอยเยื บดให้เป็ นเยือ่ กระดาษ ่ ่มแล้วจึงบดเยือ่ ไม้ที่ ง. Semichemical process เป็ นวิธีการยอยเยื ่ อ่ และให้เยือ่ ที่มีคุณภาพดี ซึ่ งสามารถนําไปใช้ทาํ กระดาษชนิดตางๆ ่ ได้ จากกนั เป็ นวิธีที่ง่ายที่สุดในกระบวนการยอยเยื ่ ้ อไม้ที่ใช้ปฏิกิริ ยาจากสารเคมีและความร้อนเพื่อชวยยอยให้ ่ ่ ฉ. การผลิตเยือ่ กระดาษ เป็ นขั้ นตอนที่นาํ วัตถุดิบจากสวนตางๆ ่ าวัตถุดิบไป ่ ั ป็ นเส้นใย วัตถุดิบที่ใช้อาจมีขนาดและลักษณะแตกตางกน ่ ั ดังนั้ นกอนนํ วัตถุดิบมีความออนและแยกออกจากกนเ ่ งต้องทําให้วตั ถุดิบมีขนาดเล็กๆ ด้วยวิธีการตางๆ ่ เชน่ ตัด บด เพื่อทําให้สะดวกตอการนํ ่ ่ การผลิตเยือ่ ยอยจึ าเข้าไปในเครื่ องยอย ่ กระดาษจะมีข้ นั ตอนในการผลิตดังตอไปนี ้ ่ อ่ เมื่อทําชิ้นวัตถุดิบให้มีขนาดตามที่ตอ้ งการแล้วจึงนําวัตถุดิบเหลานี ่ ้ ไปยอยให้ ่ เป็ นเส้นใย ซึ่ ง 2. Mechanical process เป็ นการยอยวั เป็ นเยือ่ กระดาษหรื อเส้นใย วิธีน้ ีนิยมใช้ผลิตเยือ่ กระดาษเพื่อทํากระดาษหนังสื อพิมพ์รายวัน ซึ่ งเป็ นกระดาษที่ไมต้่ องการความ คงทนถาวรสูงมากนัก ่ ่มีการอบวัตถุดิบด้วยไอนํ้ าที่มีอุณหภูมิประมา ข.1 การยอยเยื ในระบบอุตสาหกรรมมีวธิ ี ทาํ ได้หลายวิธีดงั นี้ ่ ตถุดิบด้วยวิธีกล โดยการบดให้วตั ถุดิบแตกออกจากกนจน ั ก. ใบ (Leaf) เป็ นสวนจากใบของพื ชที่ให้เส้นใย เชน่ ใบอ้อย ใบปาล์ม ่ ั การนําเส้นใยไปใช้ทาํ กระดาษจึงขึ้ นอยูก่ บชนิ ั ดของ ่ ่ ่ ้ จะให้เส้นใยที่มีลกั ษณะแตกตางกน สวนตางๆ ของพืชเหลานี กระดาษที่ตอ้ งการและกระบวนการผลิตเป็ นสําคัญ ่ ่ ของพืชมายอยด้ ่ วยกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อทําให้ 2. Chemithermomechanical process วิธีน้ ีเมื่อต้มวัตถุดิบด้วยสารเคมีจนออนนุ อุณหภูมิประมาณ 120-140 D c จนเป็ นเยือ่ กระดาษ ่ อ่ ไม้โดยการต้มด้วยสารเคมีแล้วบดให้เส้นใยแยกออก จ. Chemical process เป็ นวิธีการยอยเนื ่ ่ ั ยางแพรหลายอยู ใ่ นปัจจุบนั เยือ่ กระดาษแยกตัวออกมาจากลิกนินและสารที่ไมต้่ องการ วิธีการนี้ นิยมใช้กนอ . Thermommechanical process เป็ นวิธีการยอยที 120 -140 D c ่ ในเวลาที่เหมาะสม แล้วจึงนําไปบดตอจนได้ เยือ่ กระดาษตามต้องการ วิธีน้ ีนิยมใช้ทาํ เยือ่ ไม้เพื่อทํากระดาษ หนังสื อพิมพ์ และกระดาษพิมพ์เขียวบางชนิด ่ อ่ ที่มีการต้มวัตถุดิบด้วยสารเคมีจนออนนุ ่ ่นแล้วจึง ค.่ ง.

2 การล้างรอนเยื ว อาจมีส่ิ งตางๆ ่ ั งจําเป็ นต้องล้างเส้นใยเพื่อทําให้เส้นใยมีความสะอาดเพิม่ ขึ้ นพร้อมกบแยกเส้ ั ่ ไมสมบู ่ รณ์ มีขนาดแตกตางกนจึ นใยที่ยงั ถูกยอยได้ ั วยตะแกรงรอน ่ ออกจากกนด้ เยือ่ ที่ได้หลังจากล้างและแยกเพื่อคัดขนาดแล้วจะมีสีน้ าํ ตาลหรื อสี เหลือง ซึ่ งสามารถนําไปใช้ท ํ ่ ั ่ ้น กระดาษที่ไมต้่ องการความขาวมากนัก แตกระดาษที ่ได้จะมีคุณภาพเหมาะสมกบงานบางชนิ ดเทานั ่ ่ อมาแล้ 2.3 การฟอกเยือ่ เส้นใยของเยือ่ กระดาษที่ผานการล้ างรอนเยื ่ วจะมีสีน้ าํ ตาลหรื อสี เหลือง เนื่องจา ่ ่ ้ เพื่อกาจั ํ ดลิกนินและทําให้เยือ่ มีสีขาวเพิม่ ขึ้ นด้วย กระบวนการซึ่ ง บางสวนของเส้ นใยยังคงมีลิกนินติดอยู่ จึงต้องฟอกเยือ่ เหลานี เป็ นที่นิยมอยูใ่ นปัจจุบนั ประกอบด้วย ๊ ่ กาซคลอรี ๊ ก. ล้างด้วยโซดาไฟ ํ ด เยือ่ ที่ฟอกด้วยคลอรี นแล้วจะต้องล้างด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์เพื่อกาจั ่ ่ตกค้างอยู่ และในขณะเดียวกนเป็ ั นการกาจั ํ ดลิกนิ นที่ตกค้างอยูอ่ อกจากเส้นใยด้วย คลอรี นสวนที ่ ่ จึงอาจต้องฟอ ค. ฟอกด้วยคลอรี นไดออกไซด์ เยือ่ ที่ผานการฟอกไฮโปอาจมี ความขาวยังไมเพี ่ ตอไปอี กด้วยคลอรี นไดออกไซด์ การฟอกขั้ นนี้ เป็ นการฟอกขั้ นสุ ดท้าย เยือ่ ที่ได้จะมีความขาวตามต้องการ และการฟอกด้วย คลอรี นไดออกไซด์จะไมทํ่ าให้เยือ่ มีคุณภาพเลวลง ่ ่ ่ 3.่ อ่ เยือ่ กระดาษที่ผานการยอยมาแล้ ่ ่ ่ ตกค้างอยูบ่ นเส้นใย และเส้นใยที่ได้ยงั 2. การผลิตแผนกระดาษ เยือ่ ที่ผสมสวนประกอบตางๆ . การผลิตแผนกระดาษ การผลิตแผนกระดาษเป็ นการนําเยือ่ กระดาษที่ยอยจนเป็ นเส้นใยเรี ยบร้อยแล้วมาทําให้เป็ น ่ ่ ดังนี้ แผนกระดาษโดยกระบวนการตางๆ ่ ั ้ าแล้วสงเข้ ่ าเครื่ องบดเยือ่ (Refiner) เพื่อทําให้ 1. ฟอกด้วยคลอรี น เป็ นการฟอกเยือ่ ด้วยกาซคลอรี นโดยผาน นลงไปในนํ้ าเยือ่ ข. การฟอกด้วยไฮโป เส้นใยที่ผานการฟอก 2 ขั้ นตอนแรกมาแล้วจะมีสีน้ าํ ตาลออน ่ ่ ิ ขาวตอไปอี กด้วยสารละลายไฮโป การฟอกด้วยสารละลายไฮโปจะต้องทําในชวงระยะเวลาสั ้ นๆ เนื่องจากถ้าฟอกนานเกนไปจะ ทําให้เส้นใยถูกทําลายจนเปื่ อยยุย่ และมีสมบัติเลวลงได้ ่ ่ ยงพอ จึงต้องฟอก ง. การเตรี ยมเยือ่ เยือ่ ที่ผานการฟอกแล้ วจะถูกนํามาผสมกบนํ ่ วเพิม่ ขึ้ น และแยกเป็ นเส้นใยเดี่ยวซึ่ งมีขนาดและความยาวตามที่ตอ้ งการ เพื่อให้เหมาะสมกบการทํ ั เส้นใยมีความออนตั ากระดาษ ่ ่ ่ ่แตกออกเป็ นริ้ วของเส้นใยจะชวยเพิ ่ ม่ พื้นที่ใน แตละชนิ ด นอกจากนี้ การบดเยือ่ ยังทําให้เส้นใยบางสวนแตกออกเป็ นริ้ ว ซึ่ งสวนที ่ ่าเสมอ ในระหวางนี ่ ้ จะมีการเติมสารบางชนิดลงไปด้วยเพื่ การยึดเหนี่ยว ทําให้กระดาษมีความเหนียวและมีความหนาแนนสมํ ่ บปรุ งคุณภาพของกระดาษ เชน่ สารกนซึ ั ม สารทึบแสง ชวยปรั ่ ่ ่ จนมีสมบัติตามที่ตอ้ งการแล้วจะถูกนําไปทําเป็ น 2.

เยือ่ กระดาษ (pulp) เป็ นสวนสํ ่ได้มากจากเส้นใยของพืช เยือ่ กระดาษที่ ่ ั ั ใช้ทาํ กระดาษจะมีสมบัติแตกตางกนตามชนิ ดของกระดาษที่ผลิต เพื่อให้เหมาะสมกบความต้ องการในการใช้งาน เชน่ กระดาษ ่ ่ ฟอกสี ทํากลองจะใช้ เยือ่ สี น้ าํ ตาลที่ยงั ไมได้ ่ ่เติมลงไปในกระดาษในขณะทําการผลิต เพื่อชวย ่ 2.3 สารเพิม่ ความทึบแสง เป็ นสารที่ผสมลงในกระดาษเพื่อให้กระดาษมีความทึบแสง ่ แผนกระดาษมี ่ เพิ่มขึ้ น นอกจากนี้ ยงั ชวยให้ ความเรี ยบและดูดซึ มหมึกพิมพ์ได้ดี สารพวกนี้ ได้แก่ ดินขาว หิ นปูน ไทเทเนียมได ออกไซด์ .1 การทําแผนกระดาษ (Sheet formation) เป็ นการทําให้เยือ่ กระดาษเรี ยงตัวกนเป็ ่ ้ าเยือ่ กระดาษลงบนตะแกรง นํ้ าจะไหลผานตะแกรงและเหลื ่ ่ อแผนกระดาษตกค้ างอยูบ่ นตะแกรง ผานนํ ่ วจะยังคงมีน้ าํ ตกค้างอยู่ จึงต้องอัดรี ด 2. filler) เป็ นสวนที ่ ่ ดของสารพวกนี้ ได้ดงั นี้ ปรับปรุ งแผนกระดาษให้ มีสมบัติตามต้องการ อาจแบงชนิ ั ่ 2.3 การอบกระดาษ (Drying) กระดาษที่อดั รี ดเพื่อไลนํ่ ้ ายังคงมีน้ าํ ตกค้างอยูส่ ูงกวาความต้ องการ จ ่ ้ ต่อไปอีกเพื่อให้มีปริ มาณของนํ้ าในกระดาษตามต้องการ โดยปกติกระดาษจะมีน้ าํ อยูป่ ระมาณร้อยละ 8 ต้องอบกระดาษเหลานี ่ 2.2 การอัดรี ดกระดาษ (Pressing) กระดาษที่เป็ นแผนแล้ ่ ม่ ขึ้ นและเป็ นแผนเรี ่ ยบ กระดาษเพื่อไลนํ่ ้ าออก นอกจากนี้ การอัดรี ดกระดาษยังทําให้กระดาษมีความหนาแนนเพิ ่ 2.่ ดังนี้ กระดาษด้วยขั้ นตอนตางๆ ่ ั นแผน่ โดยการ 2.1 สารป้ องกนการดู ดซึ ม (Sizing) เป็ นสารที่ใสลงในกระดาษหรื อเคลือบบนผิวกระดาษ ั ่ นพวก ชันสน สารส้ม แป้ งบางชนิด เพื่อทําให้กระดาษมีการดูดซึ มของเหลวได้พอเหมาะกบการใช้ งาน สารที่นิยมใช้ส่ วนใหญเป็ gum Arabic 2.2 สารเพิม่ ความเหนียว เป็ นสารที่เติมลงในกระดาษเพื่อเพิ่มความเหนียวของกระดาษ สารที่ใช้พวกนี้ เชน่ แป้ ง 2.4 การเข้าม้วน (Reeling) กระดาษที่อบแห้งแล้วจะนําไปเข้าม้วนเพื่อนําไปใช้งานตอไป ่ ่ อ กระดาษที่ผลิตได้ตามที่กลาวมาแล้ วจะมีส่ วนประกอบที่สาํ คัญ 2 สวนคื ่ าคัญของแผนกระดาษที ่ 1. สารปรุ งแตง่ (additive.

54-0.4 สารสี (Pigment) การผสมสี ลงในกระดาษเพื่อทําให้กระดาษมีสีตามต้องการ ่ ่ งจะชวยให้ ่ ดูขาวสวา่ นอกจากนี้ ในการทํากระดาษสี ขาวจะมีการผสมสี น้ าํ เงินหรื อสี ม่วงลงไปเพื่อทําให้กระดาษมีสีเทาออนซึ ขึ้ น บทความและงานวิจัยทีเ่ กีย่ วข้ อง ี่ ั ่ ดเลือกวัตถุดิบ 1. ศิริอร และคณะ ได้ทาํ โครงงานเกยวกบการทํ ากระดาษที่ผลิตด้วยมือจากเปลือกของพืชชนิดตางๆ ่ ชบา นุ่น ตะขบ สะเดา และครอบจักรวาล พบวาเปลื ่ อกของพืชทั้ ง 6 ชนิดสามารถใช้เป็ นวัตถุดิบในการผลิต ชนิด คือ ขอย ่ อกของพืชแตละชนิ ่ ่ ั โดยเปลือกขอยและเปลื ่ กระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้ แตเปลื ดจะให้คุณภาพของกระดาษที่ผลิตแตกตางกน อก ตะขบเป็ นวัตถุดิบที่ใช้ผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือที่มีคุณภาพดี ่ จึงนํากระดาษที่ผลิตได้จากเปลือกขอยและเปลื อกตะขบไป .2.7 เส้นใยที่ฟอกสี แล้วมีความยาว 0.92 มิลลิเมตร (สุ พจน์ ใช้เทียมวงศ์ 2528 : 195200) ่ ่ 3. สุ พจน์ ได้ศึกษาเกยวกบผลิ ่ วมากทําให้ประหยัดพลังงานในการยอย ่ และการหมักยังชวยลดมลพิ ่ ผลิตด้วย นอกจากนี้ เส้นใยเซลลูโลสที่ได้มีความออนตั ษ ๊ วภาพปริ มาตร 480-500 ลิตร และเยือ่ กระดาษที่ ิ ม เมื่อหมักเป็ นเวลา 20 วัน จะได้กาซชี จากนํ้ าเสี ยด้วย จากฟางข้าวหนัก 1 กโลกรั ฟอกขาวแล้วเป็ นปริ มาณร้อยละ 24. ฉลอง ได้ศึกษาการทํากระดาษจากผักตบชวา พบวากระดาษที ่ทาํ จากผักตบชวาที่ผานกรรมวิ ธี การเตรี ยม ่ ่ ่ ่ วัตถุดิบ การเตรี ยมเยือ่ การทําแผนกระดาษ การลอกแผนกระดาษ ลักษณะของกระดาษที่ได้เป็ นสี ขาวบาง เนื้ อกระดาษแนนกวา ั ่ กระดาษสาเล็กน้อย มีความเหนียวพอกบกระดาษสา เยือ่ กระดาษที่ได้เป็ นปริ มาณร้อยละ 10-20 ต้นทุนการผลิตสู งกวาการผลิ ต ่ ว จึงทําเป็ นการค้าได้ยาก ถ้าจะทําเป็ นกระดาษที่ทาํ ด้วยมือควรนําเยือ่ จากผักตบชวาร้อยละ 20 ผสมกบั กระดาษสาประมาณเทาตั เยือ่ ปอสาร้อยละ 80 จะทําเป็ นกระดาษบางชนิดพิเศษที่ทาํ ด้วยมือได้ (ฉลอง เอี่ยมอาทร 2529 : 41-44) ี่ ั ่ 6 4. สมบัติ ได้ศึกษาเกยวกบการปรั บปรุ งวิธีการผลิตกระดาษสา โดยมีการปรับปรุ งตั้ งแตการคั ่ ่ วิธีการต้มเยือ่ การฟอกเยือ่ การตีเยือ่ การตัดแผนกระดาษ การลอกแผนกระ ดาษออกจากตะแกรงขณะเปี ยก การรี ดนํ้ าออกจา ่ ่ แผนกระดาษ การอบแห้ง รวมทั้ งได้ผลิตอุปกรณ์เครื่ องตีเยือ่ เครื่ องมือตักและลอกแผนกระดาษ เครื่ องไฮโดรลิกเพรส เครื่ อง ่ ้ อบแห้งด้วยไอนํ้ าซึ่ งการปรับปรุ งกรรมวิธีการผลิตกระดาษเหลานี ทําให้ได้กระดาษที่มีคุณภาพดีข้ ึนและใช้เทคโนโลยีง่ายๆ ่ ่ สามารถถายทอดเทคโนโลยี สู่ผทู ้ ี่ผลิตได้อยางเหมาะสม (สมบัติ อัศวปิ ยานนท์ 2526 : 1-9) ี่ ั ตกระดาษด้วยวิธีการหมักจะได้ก๊าซชีวภิ าพซึ่ งใช้เป็ นเชื้ อเพลิงในกระบวนการ 2.

่ ดาษที่ทาํ ขึ้ นติดสี ดีและให้สีสวย การผสมนํ้ าแป้ งลงไปทาให้ํ กระด ปรับปรุ งคุณภาพโดยการย้อมสี และเติมนํ้ าแป้ ง ปรากฏวากระ แข็งและมีความเหนียวเพิ่มขึ้ น (ศิริอร และคณะ 2533 : 1-19) .

สี ยอ้ มผ้า 4. กะละมังอลูมิเนียม 6. แป้ งมัน วัตถุดิบที่ใช้ ต้นกล้วยนํ้ าว้าและต้นกล้วยหอม .บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีทาํ การทดลอง อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง 1. เทอร์ มอมิเตอร์ 5. ตาชัง่ 2. แคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์ 3. แผนมุ 10. เตาแกสปิ 4. หม้อเคลือบ 7. เครื่ องดีป่ั นผลไม้ ๊ กนิก 3. มีดโต้และมีดบาง ่ 11. ไม้ลูกกลิ้งและแผนไม้ สารเคมีที่ใช้ 1. กระชอนตาถี่ขนาดกลาง ่ ง้ ลวดที่ทาํ ขอบเรี ยบร้อยแล้ว 9. บีกเกอร์ 8. โซเดียมไฮดรอกไซด์ 2.

ทําการต้มเยือ่ โดยชัง่ กาบกล้วย หนัก 1.000 กรัม ใสลงในหม้ อเคลือบใบใหญ่ ทํา 4 ชุดการทดลอง แตละ ่ ชุดเติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 1%. 2%. นําเยือ่ กาบกล้วยที่ผานการต้ มเยือ่ แล้ว โดยเลือกใช้เยือ่ ที่ใช้ความเข้มข้นสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ่ ่มดี เหมาะสมที่สุดมาทําการฟอกเยือ่ ตอไป ่ นําเยือ่ หนัก 400 กรัม แบงออกเป็ ่ ่ และระยะเวลาต้มเยือ่ แล้วทําให้เยือ่ ออนนุ น 4 สวน ่ กนั ใสในบี ่ กเกอร์ขนาด 500 ลูกบาศกเซนติ ์ เมตร ทําเป็ น 4 ชุดการทดลอง แตละชุ ่ ดใสสารละลายแคลเซี ่ เทาๆ ยมไฮโปคลอไรด์ ์ เมตร นําตั้ งไฟ ทุกชุดควบคุมอุณหภูมิ เข้มข้น 1%.000 ลูกบาศกเซนติ ่ 10 นาที รวม 40 นาที นับตั้ งแตต้่ มเยือ่ แล้วนํ้ าเริ่ มเดือด เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหวางความเข้ มข้นของสารละลายโซเดียมไฮด ั อกไซด์ที่ใช้กบระยะเวลาที ่ตม้ เยือ่ ่ 3. 3%.วิธีทาํ การทดลอง ตอนที่ 1 การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมในการผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือจากต้นกล้วย 1. การคัดเลือกวัตถุดิบ นําต้นกล้วยนํ้ าว้าที่ตดั เอาผลไปแล้ว ลอกออกเป็ นกาบ ตัดกาบกล้วยเป็ นชิ้นเล็กๆ ใช ่ เป็ นวัตถุดิบในการทดลองตอไป ่ ่ 2. ศึกษาการยอยเยื ่ อ่ นําเยือ่ หนัก 100 กรัม แบงออกเป็ ่ ่ สวนที ่ ่ 1 นําไปทุบด้วยค้อนไมให้ ่ เยือ่ แตก สวนที ่ ่ 2 นําไปตีป่ัน การทดลองยอยเยื น 2 สวน ่ ่ ด้วยเครื่ องตีป่ันผลไม้ นําเยือ่ ที่ได้ท้ งั 2 สวนมาทํ าการตักเยือ่ ในกะละมังอลูมิเนียม โดยนํ้ าเยือ่ ที่ได้มาตีให้แผกระจายตั วในนํ้ า ต ่ กระดาษที่ผลิตได้ ด้วยตะแกรงมุง้ ลวด ยกตะแกรงขึ้ นจนสะเด็ดนํ้ า นําไปผึ่งให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วแกะแผนกระดาษออกจะได้ ่ ั อ่ ที่ได้จากการตีป่ันด้วยเครื่ องตีป่ันผลไม้ เปรี ยบเทียบกระดาษกล้วยที่ได้ระหวางการทุ บเยือ่ ด้วยค้อนไม้กบเยื ่ วยนํ้ าว้าและกล้วยหอมทั้ งสดและแห้ง ตอนที่ 2 การศึกษาเปรี ยบเทียบเยือ่ ที่ได้ระหวางกล้ ่ น 2 สวน ่ สวนที ่ ่ 1. นําต้นกล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอมมาลอกกาบออก นํากาบกล้วยมาหัน่ เป็ นชิ้นเล็กๆ แบงเป็ ่ ่สอง นําไปผึ่งแดดให้แห้งเพื่อใช้ทดลองตอไป ่ หนึ่งนําไปใช้ทดลองได้เลย สวนที . 3% และ 4% โดยนํ้ าหนักตามลําดับ ใช้สารละลาย 400 ลูกบาศกเซนติ ่ ประมาณ 40 องศาเซลเซี ยส นําเยือ่ ที่ผานการฟอกแล้ วขึ้ นมาศึกษาลักษณะเยือ่ ทุกๆ 5 นาที เป็ นเวลา 20 นาที บันทึกผลเพื่อหา ความเข้มข้นของสารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์และระยะเวลาที่ใช้ฟอกเยือ่ ที่เหมาะสม ่ อ่ เลือกเยือ่ ที่ทาํ การทดลองผานข้ ่ อ 2 และ 3 มาแล้ว และเลือกเยือ่ ที่เหมาะสม 1 ชุด มาทํา 4. 5% และ 7% โดยนํ้ าหนักตามลําดับ โดยสารละลายแตละความเข้ มข้นใช ์ เมตร นําไปต้มโดยใช้เตาแกสปิ ๊ กนิก อุณหภูมิ 102 องศาเซลเซี ยส บันทึกผลลักษณะเยือ่ ที่ได้ทุกๆ จํานวน 3.

ทําการต้มกาบกล้วย หนัก 1. ทําการยอยเยื ่ ่ ่ กนั เพื่อทําการทดลองตอไปนี ่ 4.่ ่หนึ่ งที่เป็ นกาบกล้วยสด หนัก 1. ทําการฟอกเยือ่ โดยใช้สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์ 1% โดยนํ้ าหนักระยะเวลาฟอกเยือ่ 10 นาที ่ อ่ ให้เยือ่ แตกตัวได้ดีโดยใช้การตีป่ันเยือ่ ด้วยเครื่ องตีป่ันผลไม้ 3.1 สวนที ่ ่ เยือ่ ในนํ้ าสี เป็ นเวลา 1 คืน ตักเยือ่ ด้วยแผนตะแกรงมุ ง้ ลวดเพื่อทําเป็ นแผนกระดาษ ่ าไปตักเยือ่ จะผสมด้วยนํ้ าแป้ ่ ่ 2 ย้อมสี เยือ่ กล้วยที่ได้ดว้ ยสี ยอ้ มผ้าเป็ นเวลา 1 คืน กอนนํ 4. นําสวนที ์ เมตร เป็ นเวลา 30 นาที นําเยือ่ ที่ได้ไปฟอกเยือ่ ด้วยสารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์ โดยนํ้ าหนัก จํานวน 3.000 ลูกบาศกเซนติ ่ เข้มข้น 1% เป็ นเวลา 10 นาที นําเยือ่ ที่ได้มาทุบด้วยค้อนไม้ แล้วนํามาตักเยือ่ เป็ นแผนกระดาษ ่ ่ยนวัตถุดิบเป็ นกาบกล้วยแห้ง 3.000 กรัม โดยใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 3% โดยนํ้ าหนัก ์ เมตร ระยะเวลาต้ม 30 นาที จํานวน 3. นําเยือ่ ทุกสวนที ได้กระดาษที่ปรับปรุ งคุณภาพ ่ บปรุ งคุณภาพกบกระดาษที ั 6.1 นํ้ าหนักของกระดาษ ทําโดยการตัดกระดาษ ขนาด 10 x 10 เซนติเมตร จํานวน 3 แผน่ ชัง่ หา ่ ่ ั มวลของกระดาษที่ตดั ทั้ ง 3 แผน่ แล้วคํานวณนํ้ าหนักกระดาษที่ชง่ั ได้ นํ้ าหนักของกระดาษมีคาเทากบมวลของกระดาษเป็ นกร ่ ้นที่ 1 ตารางเมตร ตอพื . ทําเหมือนข้อ 2 แตเปลี ่ 4.2 สวนที ์ เมตร เข้มข้น 1% ที่เตรี ยมจากแป้ งมันละลายนํ้ าตั้ งไฟเคี่ยวจนใส เติมนํ้ าแห้งลงไปในเนื้ อที่ยอ้ มสี จานวน ํ 200 ลูกบาศกเซนติ ํ ่งจนแห้งก็ ่ ่ผสมสี นํ้ าแป้ ง มาตักเยือ่ ในกะละมังอลูมิเนียม ยกเยือ่ ขึ้ นมาสะเด็ดนํ้ า นาไปผึ 5.000 กรัม ต้มโดยใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 3% 2.000 ลูกบาศกเซนติ 2. บันทึกผลเปรี ยบเทียบกระดาษที่ได้จากที่ไมปรั ่ปรับปรุ งคุณภาพแล้ว ในด้าน นํ้ าหนักของกระดาษ ความเหนียวของกระดาษ การทึบแสง และความสามารถในการซึ มนํ้ าของกระดาษ ่ ทําดังนี้ 7. วิธีทดสอบคุณภาพของกระดาษที่ทาํ ด้วยมือที่ผลิตได้ ในด้านตางๆ 7. ศึกษาเปรี ยบเทียบกระดาษที่ได้จากกล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอม ระหวางกาบกล้ วยสดและกาบกล้วยแห้ง ตอนที่ 3 การปรับปรุ งกระดาษกล้วยที่ได้ 1. นําเยือ่ ที่ได้แบงออกเป็ น 2 สวนเทาๆ ้ ่ ่ 1 นําไปย้อมสี ดว้ ยสี ยอ้ มฟ้ าสี ต่างๆ โดยนําสี ยอ้ มผ้ามาละลายนํ้ าให้ได้สีตามต้องการ แช 4.

7.3 การทึบแสงของกระดาษ ทําโดยติดตั้ งกลองแสงให้ มีช่องขนาด 1 x 1 เซนติเมตร นํากระดาษที่ ่ ่ ่ นแสงสวางจากแหลงกาเนิ ่ ่ ํ ดแสง ต้องการหาความทึบแสงวางทับบนชองแสงที ละแผนจนกระทั ง่ มองไมเห็ นับจํานวนของ ่ แผนกระดาษที ่ใช้ 7.2 ความเหนียวของกระดาษ หาได้จากตัดกระดาษที่จะทดสอบขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 10 ่ ่ ่ ดทดสอบดังรู ป เซนติเมตร จํานวน 3 แผน่ นํากระดาษแตละแผนมาใสชุ ่ ้ าหนักจนกระดาษขาด ชัง่ นํ้ าหนักทรายที่ได้ หาคาเฉลี ่ ่ย 3 ครั้ ง เติมทรายลงในที่ใสนํ ่ ั ้ าหนักของกระดาษที่รับได้ ความเหนียวของกระดาษ จะเทากบนํ ่ 7.4 การหาความสามารถในการซึ มนํ้ าของกระดาษ ทําได้โดยตัดกระดาษขนาด 1 x 1 เซนติเมตร ่ ่ ่ย วางบนพื้นเรี ยบ หยดนํ้ าลงบนกระดาษพร้อมบันทึกเวลาจนกระทัง่ นํ้ าซึ มลงไปในแผนกระดาษหมด ทํ้ าํ ซา 3 ครั้ ง หาคาเฉลี .

6 นิวตัน ลดลง ความเหนียวเล็กน้อย .บทที่ 4 ผลการทดลอง ่ กนั ในระยะเวลาที่ใช้ในการ ตาราง 1 แสดงลักษณะเยือ่ กล้วยที่ได้จากการต้มโดยใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้นตางๆ ต้มเยือ่ 40 นาที ลักษณะเยือ่ กล้วยที่ได้จากความเข้มข้นของ NaOH ระยะเวลา (นาที) 1% 10 ่ เยื่ มีสีน้ าํ ตาลออน ่ สวนมาก ่ ่ม ยังแข็ง บางสวนนิ 3% 5% 7% มีสีน้ าํ ตาลแดง บางสว่ มีสีน้ าํ ตาลแดงเส้นใ มีสีน้ าํ ตาลเหลือง เส้นใ ่ ่ม เส้นใย แข็ง บางสวนนิ ่ ่ ่ม บางสวนแข็ ง บางสวนนิ ่ สวนมากนิ ่ม เส้นใย เส้นใยเหนียว เหนียวนุ่ม ใช้แรงดึง 0.5 นิวตัน 40 สี น้ าํ ตาลแดงเข้ม เส้นใ มีสีน้ าํ ตาลแดงเข้ม เส้นใ สี น้ าํ ตาลแดงปนดํา เส้นใ สี น้ าํ ตาลปนดํา เยือ่ สว่ เหนียวนุ่มทั้ งหมดใช้แรง ่ ่มมาก ความเหนียว ออนนุ เริ่ มยุย่ ความเหนียวลดลง ่ ย่ มาก เส้นใยมี ใหญจะยุ ดึง 4.8 เหนียวมาก เหนียวมาก 20 มีสีน้ าํ ตาลแดง เยื่ นิวตัน มีสีน้ าํ ตาลแดง เยื่ ่ ่ สวนมากยั งแข็ง เส้นใยติด สวนมากเริ ่ มนุ่ม เส้นใย เป็ นแผน่ เหนียวมาก 30 มีสีน้ าํ ตาลแดง เยื่ เหนียวนุ่ม มีสีน้ าํ ตาลแดง เส้นใ ่ ่ม เส้นใยเหนียว เหนียวนุ่มทั้ งหมด ใช้แรง สวนมากนุ มีสีน้ าํ ตาลแดง เส้นใ ่ นใ มีสีน้ าํ ตาลออนเส้ เหนียวนุ่มทั้ งหมด ใช้แรง นุ่มมาก ความเหนียว ดึง 1 นิวตัน ลดลง มีสีน้ าํ ตาลแดง เส้นใยนุ่ สี น้ าํ ตาลปนดํา เส้นใ มาก ความเหนียวลดลง ่ ่ เริ่ มยุย่ นิ่มมาก ไมคอย เหนียว ดึง 1.

1 นิวตัน เริ่ มยุย่ นิ่ม ่ ย่ ใหญจะยุ เยือ่ สี ขาวเพิม่ ขึ้ นนุ่ม มี เยือ่ มีสีขาวเพิ่มขึ้ น นิ่ม เยือ่ เยือ่ มีสีขาวมาก จนเป็ นสี ่ น เส้นใยเละมาก ไมเป็ ความเหนียว 0.3 นิวตัน เหนียวเล็กน้อย 0.1 นิวตัน เริ่ มยุย่ ขาวขุ่น เละ เส้น ่ นเส้น เส้นใยเละมากไมเป็ เละมากจนไมมี่ เส้นใย เยือ่ สี ขาวมากนุ่มมือ ่ สวนมากเริ ่ มยุย่ 20 2% เยือ่ มีสีขาวมาก นิ่ม เยือ่ เหลืออยูเ่ ลย ่ สวนมากยุ ย่ ่ เยือ่ สี ขาว นิ่ม สวนมากยุ ย่ เยือ่ ขาวมากจนเป็ นสี ขาว ่ นเส้น ขุ่น ไมเป็ เละมากจนไมมี่ เส้นใย เละมากจนไมมี่ เส้นใย เหลืออยูเ่ ลย เหลืออยูเ่ ลย กลายเป็ น ผงละเอียดสี ขาว ่ อ่ ตอคื ่ อ ที่ใช้สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 1% จากตาราง 2 เยือ่ กล้วยเมื่อฟอกสี แล้วที่เหมาะสมจะนําไปยอยเยื ระยะเวลา 10 นาที .่ นใยกล้วยที่ผานการต้ ่ จากตาราง 1 จะเห็นวาเส้ มด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่เหมาะสมในการนําไปฟอกเยือ่ คือที่ ความ เข้มข้น 3% เวลา 30 นาที. ความเข้มข้น 5% เวลา 20 นาที และที่ความเข้มข้น 7% เวลา 10 นาที ่ กนั ในระยะเวลาฟอกเยือ่ ตาราง 2 แสดงลักษณะเยือ่ กล้วยที่ได้จากการต้มโดยใช้สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้นตางๆ 20 นาที ลักษณะเยือ่ ที่ความเข้มข้นของสารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์ ระยะเวลา (นาที) 1% 5 เยือ่ สี ขาว นุ่ม มีความ 10 15 เยือ่ สี ขาว นุ่ม มีความ 3% 4% ่ เยือ่ มีสีขาวมาก สวนมาก ่ เยือ่ มีสีขาวมากสวน เหนียว 0.

่ อ่ แบบทุบเยือ่ และตีป่ั นเยือ่ ตาราง 3 แสดงลักษณะเยือ่ และกระดาษที่ได้จากการยอยเยื ่ อ่ วิธีการยอยเยื การทุบเยือ่ ลักษณะเยือ่ ที่ได้ ลักษณะกระดาษที่ได้ มีสีขาว เส้นใยยาว เหนียวนิ่ม เส้น มีสีขาวนวล มีเยือ่ ยาวผสมอยูด่ ว้ ยทําให้เกดิ ่ ั ใยยังไมแยกออกจากกน ่ ลวดลายบนแผนกระดาษ กระดาษมีความหนา ่ ่ ั บางไมเทากนตลอดทั ้ งแผน่ ความเหนียวของ กระดาษรับนํ้ าหนักได้ 552 กรัม การตีป่ั นเยือ่ เส้นใยมีสีขาว เส้นใยสั้ น นิ่มและ มีสีขาวนวล มีเยือ่ ยาวผสมอยูบ่ า้ งแตน้่ อย ั ื ่ ั ้ งแผน่ ฟูข้ ึน เยือ่ กระดาษกระจายตัวกนดี กระดาษมีความหนาบางเกอบเทากนทั ความเหนียวของกระดาษรับนํ้ าหนักได้ 790 กรัม ่ ธีการยอยเยื ่ อ่ ทั้ ง 2 วิธี สามารถผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้ท้ งั 2 วิธี ซึ่ งทั้ ง 2 วิธีน้ นั มีขอ้ ดีและข้อเสี ยแตกตาง ่ จากตาราง 3 พบวาวิ ั อ วิธีทุบเยือ่ จะทําให้มีเยือ่ ยาวทําให้เกดลวดลายบนแผนกระดาษได้ ิ ่ ่ ่ ่ กนคื ข้อเสี ยคือเยือ่ ไมคอยกระจายตั วตักทําเป็ นแผนกระดาษ ่ ั ฟู ตัดเป็ นแผนกระดาษได้ ่ ่ นใยบนกระดา ยาก สวนการตี ปั่นเยือ่ เยือ่ กระดาษกระจายตัวกนดี ง่าย กระดาษมีความสมํ่าเสมอ แตเส้ จะสั้ น .

5 นิวตัน ่ ตอแรงดึ ง 0.3 นิวตัน .5 นิ วตัน สด กล้วย หอม ่ สี ขาว เส้นใยแข็ง ไมกระจาย สี น้ าํ ตาล เส้นใยนิ่ม เหนียว เยื่ สี ขาว นิ่ม เหนียวเล็กน้อยดึง ั นกลุ่ม ทนแรง ได้มากกวากล้ ่ วยนํ้ าว้า ทนแรงดึ ตัว รวมกนเป็ ั ง่าย ทน แยกออกจากกนได้ ดึง 0.5 นิวตัน นํ้ าว้า 1.5 นิวตัน 0.0 นิวตัน สี ขาวออกเหลือง ฟอกให้เยือ่ ขาวได้ยาก เส้นใยนิ่ม แยก ั ง่าย ทนตอ่ ออกจากกนได้ แรงดึง 0.่ วยนํ้ าว้าและกล้วยหอมทั้ งสดและแห้ง ตอนที่ 2 การศึกษาเปรี ยบเทียบเยือ่ ที่ได้ระหวางกล้ ตาราง 4 แสดงลักษณะเยือ่ ของกล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอม วัตถุดิบ ลักษณะ สด ลักษณะเยือ่ ที่ได้ ่ าการต้ม กอนทํ เมื่อต้มด้วย เมื่อฟอกเยือ่ แล้ว ่ เส้นใย สี น้ าํ ตาลออน สี น้ าํ ตาลแดง เส้นใยนิ่ม เส้นใยดึ สี ขาว นิ่ม เหนียว ทนแรงดึง ่ แข็งกระด้าง ไมกระจายตั ว ั เหนียวมากทน แยกจากกนได้ กล้วย รวมเป็ นกลุม่ ทนแรงดึงได้ แรงดึงได้ 1.5 นิวตัน ลักษณะ เยือ่ จาก กล้อง แห้ง ่ เส้นใยแข็ง สี น้ าํ ตาลออน ่ เหนียว ไมกระจายตั ว รวม จุลทรรศน์ สี น้ าํ ตาลแดง เส้นใยนิ่ม เส้นใยดึ ั ทนแรงดึง แยกออกจากกนได้ เป็ นกลุม่ ทนแรงดึง 2 นิวตัน 1.5 นิ วตัน ได้ 0.

3 นิวตัน .่ เส้นใยแข็ง ไม สี น้ าํ ตาล เส้นใยนิ่ม เหนียวดึงแย สี น้ าํ ตาลออน สี ขาวออกเหลือง ฟอกได้ เยือ่ จาก ั นกลุ่ม กระจายตัวรวมกนเป็ ยาก เส้นใยเหนียว นุ่ม ดึง กล้อง ่ ทนตอแรงถึ ง 1 นิวตัน ลักษณะ จุลทรรศน์ แห้ง ั ง่าย ทนตอแรงดึ ่ ออกจากกนได้ ง 1.0 นิวตัน ั ง่าย ทนตอแรง ่ ขาดจากกนได้ ดึง 0.

8 ลักษณะของกระดาษที่ได้ กระดาษมีสีขาวนวล การกระจายของเยือ่ สมํ่าเสมอดี มีเส้ ใยยาวปนอยูด่ ว้ ย กระดาษรับนํ้ าหนักได้ 552 กรัม เนื้ อ กล้วยนํ้ าว้า ่ ่ ่ม กระดาษไมคอยนิ แห้ง 12.ตาราง 5 แสดงร้อยละของเยือ่ กล้วยที่ได้และลักษณะกระดาษที่ได้จากกล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอม พันธุ์กล้วย ลักษณะ ร้อยละของ วัตถุดิบ เยือ่ ที่ได้ สด 2.0 กระดาษมีสีขาวนวล มีเยือ่ ยาวปนอยูด่ ว้ ย เยือ่ กระดาษ ่ ่ ่ม กระดาษรับนํ้ าหนั กระจายตัวดี เนื้ อกระดาษไมคอยนิ ได้ 800 กรัม ี่ ั อ่ กระดาษที่ได้จากกล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอม ทั้ งสดและแห้ง พบวาลั ่ กษณะเยือ่ ที่ได้ไมแตกตางก ่ ่ ั จากตาราง 4 และ 5 เกยวกบเยื ่ อ่ ที่ได้จากกล้วยนํ้ าว้าแห้งและกล้วยหอมแห้ง เวลาฟอกเยือ่ จะฟอกได้ขาวน้อยกวาเยื ่ อ่ สด และนํ้ าหนักของเยือ่ ที่ได้ค มากนัก แตเยื ่ วยหอมให้น้ าํ หนัก คิดเป็ นร้อยละของเยือ่ สู งกวากล้ ่ วยนํ้ าว้ า แตเมื ่ ่อทาเปํ เป็ นร้อยละวัตถุดิบแห้งจะให้ปริ มาณเยือ่ มากกวากล้ ่ ่ ่ ั แผนกระดาษจะได้ กระดาษที่มีลกั ษณะไมแตกตางกนมากนั ก .5 กระดาษมีสีขาวนวล มีเยือ่ ยาวปนอยูด่ ว้ ย เนื้ อกระดาษ เยือ่ กระดาษกระจายสมํ่าเสมอ เนื้ อกระดาษหยาบไมนิ่ ่ม กระดาษรับนํ้ าหนักได้ 790 กรัม กล้วยหอม แห้ง 17.5 กระดาษมีสีขาวออกนํ้ าตาล มีเยือ่ ยาวปนอยู่ เยือ่ กระจายตั ่ ่ นกั กระดาษรับนํ้ าหนักได้ 500 กรัม เนื้ อกระดาษ ไมคอยดี ่ ่ ่ม ไมคอยนิ สด 4.

167 7 7 แสง มีเส้นใยยาวและสั้ นปนกนั ติดสี ดี สี สวยงาม กระดาษกล้วย ่ ่ ยบ บางที่ ผิวกระดาษไมคอยเรี นํ้ าว้า ่ ่ ่ม เหนียว บาง บางที่หนา ไมคอยนิ มีเยือ่ สั้นรวมเป็ นกลุ่มๆ แทรก ่ ่ ด้วยใยยาวแตไมมาก กระดาษกล้วย ่ ่ ยบ บางที่ ผิวกระดาษไมคอยเรี หอม ่ ่ ่ม บาง บางที่หนา เหนียว ไมคอยนิ ั นกลุ่มๆ มีเส้นใยสั้ นรวมกนเป็ แทรกด้วยเส้นใยยาว กระดาษกล้วย เยือ่ กระดาษติดสี ดี ทึบแสง ย้อมสี เหนียว ผิวไมเรี่ ยบ มีเยือ่ เส้นใย ่ สั้ นมากกวายาว กระดาษกล้วย ่ ่ ยบ กระดาษ ผิวกระดาษไมคอยเรี ย้อมสี นํ้ าแป้ ง ั นกลุ่มๆ แข็ง มีเส้นใยสั้ นทับกนเป็ เส้นใยยาวแทรกอยูเ่ ล็กน้อย บางที่ บางบางที่หนา .ตอนที่ 3 การปรับปรุ งกระดาษกล้วยที่ได้ ั ่ ตาราง 6 เปรี ยบเทียบกระดาษกล้วยที่ผลิตได้กบกระดาษสาที ่ขายในท้องตลาดในด้านตางๆ ่ ่ศึกษา ตัวอยางที กระดาษสา ลักษณะทัว่ ไป ผิวกระดาษเรี ยบ เหนียวนิ่ม โปรง่ นํ้ าหนั ความ ความทึบ การซึ มนํ้ าขอ กระดาษ เหนียว แสง กระดาษ (กรัม) (กรัม) (กรัม) (วินาที) 200 333 5 9 175 552 10 5 150 790 10 5 150 780 3 5 150 1.

่ ่ ่ จากตาราง 6 จะเห็นวากระดาษกล้ วยที่ได้และเมื่อนํามาปรับปรุ งจะมีคุณภาพต่างๆ แตกตางไมมากนั ก จากกระดาษสาที่มีขายใน ท้องตลาด สามารถใช้ตน้ กล้วยมาทํากระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้ .

บทที่ 5 สรุ ปผลและอภิปรายผลการทดลอง ตอนที่ 1 การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมในการผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือจากต้นกล้วย วิธีการผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือจากต้นกล้วย ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่เหมาะสมคือ 3% โดย นํ้ าหนัก ระยะเวลาต้ม 30 นาที การฟอกเยือ่ ใช้สารละลายแคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 1% โดยนํ้ าหนัก ระยะเวลา 10 นาที ่ ่ อ่ ใช้ได้ท้ งั วิธีการทุบเยือ่ และการตีป่ันเยือ่ ซึ่ งวิธีการทุบเยือ่ จะให้เส้นใยของเยือ่ ยาว แตการกระจายตั ่ สวนการยอยเยื วของเยือ่ ไมดี่ ่ อ่ กระจายตัวดี เมื่อนําเยือ่ ที่ได้มาตักเยือ่ ทําเป็ นแผนกระดาษ ่ วิธีการตีปั่ นเยือ่ ทําให้เส้นใยเยือ่ สั้ น แตเยื เยือ่ จากต้นกล้วยสามารถ ผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้ ่ วยนํ้ าว้าและกล้วยหอมทั้ งสดและแห้ง ตอนที่ 2 การศึกษาเปรี ยบเทียบเยือ่ ที่ได้ระหวางกล้ ่ อ่ ที่ได้จากกล้วยนํ้ าว้าและกล้วยหอมมีลกั ษณะไมแตกตางกน ่ ่ ั เยือ่ ที่ได้จากวัตถุดิบแห้งและฟอกเยื่ จากการศึกษาพบวาเยื ่ ตถุดิบสด กล้วยหอมจะให้น้ าํ หนักคิดเป็ นร้อยละของเยือ่ แห้งสูงกวากล้ ่ วยนํ้ าว้ า วัตถุดิบแห้งจะให้น้ าํ หนักคิดเ ได้ขาวน้อยกวาวั ่ ตถุดิบสด เมื่อนํามาทําเป็ นกระดาษ ให้คุณภาพของกระดาษไมแตกตางกนมากนั ่ ่ ั ก ร้อยละของเยือ่ แห้งสูงกวาวั ่ ตอนที่ 3 การปรับปรุ งกระดาษกล้วยที่ได้และการศึกษาเปรี ยบเทียบคุณภาพของกระดาษในด้านตางๆ ่ คือลักษณะทัว่ ไป นํ้ าหนักกระดาษ ความเหนียว ความทึบแสง กระดาษกล้วยที่ได้ เมื่อนําไปศึกษาคุณภาพในด้านตางๆ ั ่ และ การซึ มนํ้ าของกระดาษ เปรี ยบเทียบกบกระดาษสาที ่ขายในท้องตลาด พบวา่ กระดาษกล้วยที่ได้ยงั มีคุณภาพด้อยกวากระดา ่ สาในบางเรื่ อง เชน่ ความเรี ยบของกระดาษ การมีเส้นใยยาวปะปนอยูใ่ นเนื้ อกระดาษ และนํ้ าหนักของกระดาษ สวนในด้ านควา ่ ่ ั เหนียว ความทึบแสง และการซึ มนํ้ าของกระดาษไมแตกตางกนมากนั ก และเมื่อนํ้ าเยือ่ กล้วยที่ได้มาย้อมสี จะติดสี ได้ด ี และการผ ั อ่ เมื่อนําไปทํากระดาษกระดาษจะเหนียวขึ้ น นํ้ าแป้ งเข้าไปกบเยื .

อภิปรายผลการทดลอง ่ เพราะหาได้ง่าย มีปลูกกนอยู ั ท่ ว่ั ไป และ ต้นกล้วยสามารถใช้เป็ นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้เป็ นอยางดี ่ ่ มีการนําไปใช้ประโยชน์หลังจากการตัดเอาเครื อกล้วยไปแล้ว เป็ นวัตถุดิบที่ไมคอยได้ ดังนั้ นในการทําโครงงานครั้ งนี้ จึงได้ พยายามที่จะศึกษาการนําเอาต้นกล้วยมาทําเป็ นกระดาษที่ทาํ ด้วยมือเพื่อเป็ นแนวทางที่ชาวบ้านที่มีการปลูกกล้วย ่ กล้วยมาใช้ประโยชน์เป็ นการเพิ่มคุณคาของทรั พยากรธรรมชาติที่มีอยูใ่ ห้มีประโยชน์สูงสุ ด จะได้นาํ ต้น ่ น ซึ่ งจากการศึกษาครั้ งนี้ พบวาต้ ่ อีกเพื่อทําให้กระดาษที่ผลิตได้มีคุณภาพดี กล้วยสามารถนํามาผลิตกระดาษที่ทาํ ด้วยมือได้ แตยั่ งต้องมีการปรับปรุ งในด้านตางๆ ่ ได้มาก จากการศึกษาการทํากระดาษกล้วยเมื่อเปรี ยบเทียบกบการผลิ ั ขึ้ น สามารถนําไปใช้ประโยชน์ในด้านตางๆ ตกระดาษสา ่ พบวา่ ในปั จจุบนั ในด้านตางๆ สิ่ งเปรี ยบเทียบ วัตถุดิบที่ใช้ กระดาษสา กระดาษกล้วย หาได้ยากเพราะต้องตัดมาจาก ั ท่ ว่ั ไป หาได้ง่ายเพราะมีปลูกกนอยู ธรรมชาติเป็ นการตัดไม้ทาํ ลายป่ า และเป็ นวัตถุดิบที่เหลือจากการปลูก ่ ่ และมีปริ มาณไมแนนอน ่ มให้มีการปลูกเพื่อเพิม่ กล้วย สงเสริ ปริ มาณได้ ความเข้มข้นของสารละลาย 15% 3% 5 ชัว่ โมง 30 นาที 4% 1% 3 ชัว่ โมง 10 นาที โซเดียมไฮดรอกไซด์ที่ใช้ ระยะเวลาในการต้มเยือ่ ความเข้มข้นของสารละลาย แคลเซี ยมไฮโปคลอไรด์ ระยะเวลาฟอกเยือ่ .

ควรมีการศึกษาวิธีการลอกเยือ่ ของต้นกล้วยออกมากอนและใช้ เป็ นวัตถุดิบในการทํากระดาษ เพื่อเป็ นการเพิ่มร้อย ละของเยือ่ ที่ได้ให้มากขึ้น .ควรมีการศึกษาวิธีการรี ดเยือ่ กระดาษเพื่อทําให้กระดาษที่ผลิตได้เรี ยบ และการกระจายของเยือ่ ให้สมํ่าเสมอทั่ ่ แผนกระดาษ ่ 3.% ของเยือ่ ที่ได้ 52 17 ่ ่ จากการเปรี ยบเทียบที่กลาวมาจะพบวากระดาษกล้ วยมีแนวโน้มที่น่าจะทําเป็ นอุตสาหกรรมในครัวเรื อนได้ เพราะ ่ ั ปริ มาณวัตถุดิบกมี็ เป็ นจํานวนมากพอไมขาดแคลนเหมื อนกบกระดาษสาที ่ได้มาจากเปลือกสาที่ตดั มาจากธรรมชาติซึ่ งใน ่ ่ เชน่ การต้มเยือ่ การฟอกเยือ่ จะใช้สารเคมีนอ้ ยกวา่ ระยะเวลาสั้ น ปัจจุบนั มีการขาดแคลนอยางมาก ต้นทุนการผลิตในด้านตางๆ ็ นเรื่ องของปริ มาณร้อยละของเยือ่ ที่ได้ ยังอยูใ่ นระดับร้อยละ 17 ของวัตถุดิบแห้งที่ใช้เทานั ่ ้ น ซึ่ งเมื่อทําเป็ น กวา่ จะมีขอ้ เสี ยกเป็ ็ เยือ่ มากขึ้ นพอที่จะทํากระดาษที่ทาํ ด้วยมือจากต้น อุตสาหกรรมในครัวเรื อนกทํ็ าการเพิ่มวัตถุดิบในการต้มให้มากขึ้ นกจะได้ ็ ้ ญหาได้ กล้วยกจะแกปั ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้า ี่ ั 1. ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกยวกบการสร้ างเครื่ องตีป่ันเยือ่ เพื่อตีป่ันเยือ่ ให้ได้จาํ นวนมากและเยือ่ ไม่ขาดมากนัก 2.

ภาคผนวก ่ ตัวอยางกระดาษ กระดาษที่ขายตามท้องตลาด กระดาษจากล้วยนํ้ าว้า กระดาษจากกล้วยหอม กระดาษกล้วยย้อมสี กระดาษกล้วยย้อมสี ผสมแป้ ง .

หน้า 195 . สถาบัน เอกสารสําหรับนักเรี ยนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เลม่ 2 วิชาเคมี สงเสริ พิมพ์ครั้ งที่ 3 2531. 107 หน้า ศิริอร ่ ปักษิณ และคณะ กระดาษที่ผลิตด้วยมือจากเปลือกของพืชชนิดตางๆ เอกสารประกอบโครงงานทางวิทยาศาสตร์ ประจําปี พ. สถาบัน วิทยาศาสตร์สาํ หรับเยาวชน 2 ่ โรงพิมพ์สถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแหงประเทศไทย กรุ งเทพฯ 2532. หน้า 483 – 493 ่ วิจยั วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแหงประเทศไทย . 20 หน้า สุ พจน์ ใช้เทียมวงศ์ การผลิตเยือ่ กระดาษโดยกรรมวิธีการหมักจากฟางข้าว วารสารวิทยาศาสตร์ ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2528. 50 หน้า ่ สมบัติ อัศวปิ ยานนท์และคณะ การปรับปรุ งวิธีการผลิตกระดาษสา เอกสารเย็บเลมของ ่ สถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหงประเทศไทย 2526.บรรณานุกรม ฉลอง เอี่ยมอาทร การทํากระดาษจากผักตบชวา อุตสาหกรรมสาร มกราคม 2529 หน้า 41 – 44 ธเนศ เดโชและคณะ ่ การพัฒนากล้วยเพื่อการสงออกและขายในประเทศ เคหการเกษตร ปี ที่ 15 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2534 หน้า 61 – 74 ราชบัณฑิตยสถาน สารานุกรมไทย เลม่ 1 พิมพ์ครั้ งที่ 2 ไพศาลศิลป์ การพิมพ์ กรุ งเทพฯ 2530. 19 หน้า ่ มการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.ศ. 2533.200 .

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful