You are on page 1of 11

1

โลเภน ชายเต เปเต โทเสน นิรยํ คเต โมเหน ติรจฺฉานโยนีติ ฯ

บัดนี้ จักได้แสดงพระธรรมเทศนาใน “สามเรื่องที่ควรละ” ตามพระพุทธภาษิตที่ได้ยกขึ้นตั้งไว้ ณ

ข้างต้น คือ เรื่องที่ ๑ โลเภณ ชายเต เปเต จะเกิดเป็ นเปรตก็เพราะอาศัยความโลภ เรื่องที่ ๒ โทเสน
นิรยํ คเต จะไปสู่นรกก็เพราะโทสะ

เรื่องที่ ๓ โมเหน ติรจฺฉานโยนิ จะเกิดเป็ นสัตว์เดรัจฉานก็เพราะ

โมหะ เนื่องจากเรื่องทั้ง ๓ นี้ ล้วนแตูให้โทษให้ทุกข์เป็ นอันมาก เกิดเป็ นเปรตเพราะเหตุคือความโลภ

เมื่อได้ทําความเข้าใจอยูางนี้แล้ว ก็ขอให้ทูานทั้งหลาย ได้ติดตามฟั งกันตูอไป อันดับแรกจะวูาด้วยเรื่องที่
ควรละอันได้แกูโลภะ คือความโลภ ตามพระบาลีท่ว
ี ูา โลเภน ชายเต เปเต จะเกิดเป็ นเปรตก็เพราะความ
โลภ เพื่อยืนยัน
ความข้อนี้ ก็จะขอถือโอกาสนําเรื่องมาเลูาประกอบเสียกูอน แล้วตอนหลังจะได้อธิบายถึงลักษณะของความ
โลภวูามีลักษณะอยูางไร เปรตกินของถวายพระ

เรื่องที่จะเลูาตูอไปนี้มีมาในคัมภีร์ภ่มิวิลาสินี มีใจความวูา

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงพระนามวูาปุสสะ ประทับอยู่ท่พ
ี ระมหาวิหารพร้อมด้วยพระสงฆ์เป็ นจํานวนมาก

ครั้ง

นั้นพระเจ้าพิมพิสารได้ถือกําเนิดเกิดเป็ นขุนคลังทําหน้าที่จัดอาหารถวายพระสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้า พระนาม
วูาปุสสะเป็ นประธาน แตูเนื่องด้วยพระสงฆ์มีจํานวนมาก ขุนคลังจึงได้ขอร้องให้พวกญาติๆ มาชูวยกันจัด
ภัตตาหารถวายแตูเนื่องจากญาติบางคนโลภในอาหาร แอบบริโภคอาหารกูอนพระสงฆ์บ้าง บางคนก็สูงไปให้

2 บุตร ภรรยา สามีทางบ้านบ้าง พวกนี้เมื่อตายแล้วก็ไปบังเกิดในนรก เมื่อพ้นจากนรกแล้วก็มาเกิดเป็ นปร ทัตต่ปชีวีเปรต สูวนขุนคลังนั้น ชาติสุดท้ายก็มาเกิดเป็ นพระ เจ้าพิมพิสาร พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก ได้ทรงบําเพ็ญบุญกุศลอยู่ตลอดเวลาและได้ทรง สร้างวัดเวฬุวันถวายพระพุทธเจ้าด้วย วัดนี้แหละเป็ นวัดแรกในพระพุทธศาสนา พระญาติ พระเจ้าพิมพิสารฝั นถึงเปรต คืนวันหนึ่งขณะที่พระองค์กําลังบรรทมหลับสนิทอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกพระทัยตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียง ร้องอยูางโหยหวนของเปรต จึงรีบเสด็จไปเฝ้ า พระพุทธเจ้าแตูเช้าตรู่นําเอาเหตุการณ์ท่พ ี ระองค์ได้ประสบนั้น ขึ้นท่ลถาม พระพุทธเจ้ารับสัง่ วูานัน ่ คือเปรตมาขอสูวนบุญ เพื่อความพ้นทุกข์ของพวกเขา แล้วพระองค์ก็ ทรงแนะนําวิธีท่ส ี ามารถจะชูวยเปรตเหลูานั้นให้พ้นทุกข์ได้ โดยทรงแนะนําวูา ขอให้พระองค์บําเพ็ญบุญถวาย ทานมีข้าวมีน้ าํ มีผ้าเป็ นต้น แล้วกรวดนํ้าอุทิศบุญไปให้ เปรตเหลูานั้นก็จะพ้นจากทุกข์ท้ งั หลายได้ พิมพิสารจึงถือโอกาสอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมด้วย พระเจ้า .

อิจฉา แปลวูา ความอยากได้ ความอยากได้โดยวิธีเลวๆ ๕.3 พระสงฆ์ ไปฉันภัตตาหารที่พระราชวังในวันรูุงขึ้นหลังจากที่ถวายภัตตาหารเสร็จแล้วก็ถวายจตุปัจจัยไทยทาน มีผ้าเป็ นต้นแล้วทรงกรวดนํ้า ตามบทที่พระพุทธเจ้าแนะนํา คือ อิทํ โน าตีนํ โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตโย แปลวูา ขอผลทานนี้ จงสําเร็จแกูหมู่ญาติของข้าพเจ้าด้วยเถิด ขอหมู่ญาติท้ งั หลายของข้าพเจ้า จง เป็ นสุข เป็ นสุขเถิด อานุภาพบุญ ในทันใดนั้นเอง เปรตเหลูานั้นก็แปรสภาพเปลี่ยนรูางเป็ นเทพบุตรและ เทพธิดาสมบ่รณ์ด้วยข้าวนํ้า เครื่องนูุงหูมและวิมานซึ่งล้วนแตูเป็ นของทิพย์ท้ ังนั้น เรื่องที่แสดงมานี้สรุปแล้ว ก็มีคติเป็ น ๒ อยูางคือ ๑. รติ แปลวูา ความชอบใจ ปาปิ จฉา แปลวูา ๒. แสดงโทษของความโลภ และ ๒. แสดงถึงอานุภาพของบุญ วูาสามารถจะชูวย ผ้่ตายให้พ้นจากความทุกข์ได้ สมกับพุทธภาษิตที่วูา ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏ ฺ า โหนฺติ ปาณินํ บุญเป็ น ที่พ่งึ ของสัตว์ในโลกหน้า ระดับของความอยาก ตูอจากนี้จักได้ ชี้แจงถึงเรื่องโลภะความอยากวูา อยากขนาดไหนจัดเป็ นโลภะ อยากขนาดไหนยังไมูถึงขั้นโลภะ กรุณาอยูา เข้าใจเขวไปวูา ขึ้นชื่อวูาอยากแล้ว จะต้องเกณฑ์ให้เป็ นโลภะไปเสียทั้งนั้น ซึ่งยังมีบางทูานเข้าใจคลาด เคลื่อนอยู่ ที่จริงความอยากนั้น ที่เห็นกันงูายๆ ร้่กันทัว่ ไปทูานจัดไว้ถึง ๕ ระดับ ด้วยกัน คือ ๑. แปลวูา ความอยากได้โดยวิธีทุจริต อธิบายวูา รติท่แ ี ปลวูาชอบนั้น เชูน เห็นของสวยๆ งามๆ ถ่กอก ถ่กใจ ก็เกิดความชอบขึ้น ตัวอยูางเชูน เห็น . โลภะ ๓. มหิจฉา แปลวูา ความอยากใหญู ๔.

4 เสื้ อผ้าสวย ๆ รถยนต์คันงามๆ ก็ชอบใจ นี่คือ รติ สูวนอิจฉานั้นหมายถึงความอยากได้ คืออยากได้ส่งิ ที่ ชอบนัน ่ เอง พึงเข้าใจวูาอิจฉาในที่น้ แ ี ปลวูาความอยากได้ อยากมี ไมูใชูร ิษยา ซึ่งมา จากรากศัพท์วูาอิสลา คือเห็นเขาได้ดีแล้วทนอยู่ไมูได้ สูวนมหิจฉาแปลวูาความอยากใหญู ตรงกับที่ชาวบ้าน เรียกกันวูา คนมักมาก คนร้่มาก คนเห็นแกูตัว คนเอาเปรียบ ตัวอยูางเชูน คนที่เข้าไปรับแจกหนังสือใน งานเวียนรับเสีย ๒-๓ เที่ยว นี่แหละคนมักมาก เวลาทํางานก็เกี่ยงให้เพื่อนทําไป สูวนตัวเองเที่ยวไปเที่ยว มา ไมูทําอะไร นี่คือคนร้่มาก เวลานัง่ ในรถในเรือ ก็เอาของมาตั้งกันทูาซึ่งแทนที่จะนัง่ ได้อีก ๒-๓ คน ก็ พยายามนัง่ เสียคนคนเดียว นี่คือคนเห็นแกูตัว คนเอาเปรียบเพื่อน สูวนปาปิ จฉานั้นแปลวูาอยากลามก คืออยากได้โดยวิธีตํ่า ๆ เลวๆ ใครจะติเตียน ใครจะด่หมิ่นเหยียดหยามก็ชูาง ให้ตัวได้เป็ นก็แล้วกัน เชูน ขอทานเขาเลี้ยงชีวิต ทั้งๆ ที่รูางกายก็สมบ่รณ์ แตูไมูยอมทํางาน หรืออาชีพบางอยูางที่เรียกกันวูาขายตัว ก็ความอยากลามกในขั้นปาปิ จฉานี้ ถ้าไมูยับยั้งไว้ปลูอยให้กําเริบ ตูอไปก็จะกลายเป็ นโลภะ อันวูาโลภะนั้นหมายถึงอยากได้ในทางทุจริตผิดศีลธรรม เชูน ไปเที่ยวลักขโมย ปล้นสะดม หรือฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็ นต้น ทูานทั้งหลายพึงทําความเข้าใจวูา ความอยากที่เป็ นโลภะนั้น จะ .

5 ต้องแทรกทุจริตอยู่ในความอยากนั้นด้วยเสมอ ถ้าไมูคิดจะทําในทางทุจริตแล้ว แม้จะอยากเทูาไรๆ ก็ไมูจด ั เป็ นโลภะ โลภมากลาภหาย อนึ่งความโลภนี้ ใชูวูาจะให้โทษเฉพาะเมื่อตายไปแล้วก็หาไมู แม้ขณะยังมีชีวิต อยู่ก็ให้โทษ เริ่มต้นแตูทําให้ใจเรูาร้อน กระวนกระวาย เพราะถ่กความอยากแผดเผา ทําให้เกิดตระหนี่ ไมู กล้าเสียสละ ไมูกล้าทําบุญให้ทาน บางทีโลภมาก เลยพลอยทําให้สมบัติวิบัติไปก็มีตัวอยูางครอบครัวหนึ่ง มีพูอแมูและล่กสาว ตูอมาพูอตายไปเกิดเป็ นหงส์ทอง ฝู ายทางครอบครัวก็ยากจนลงทุกที หงส์ทองสงสาร จึงอุตสูาห์ไปสลัดขนให้ครั้งละ ๑ ขน แมูล่กก็ได้อาศัยขน ทองนี้ขายพอประทังชีวิตสืบมา ภายหลังแมูเกิดความโลภ เห็นวูาการที่หงส์ทองมาสลัดขนให้ครั้งละ ๑ ขน นั้นน้อยไป ไมูพอตั้งตัว จึงปรึกษากับล่กสาวแตูถ่กล่กสาวคัดค้าน แตูแมูไมูฟังเสียง วันหนึ่งเมื่อขนทอง มาสลัดขนให้ตามที่เคยปฏิบัติมา แมูก็แอบจับแล้วถอนขนจนหมดตัว แตูนูาอัศจรรย์ ขนเหลูานั้นแทนที่จะ เป็ นทอง กลับกลายเป็ นขนธรรมดา จึงจับหงส์ขังไว้โดยคิดวูาเมื่อขนงอกขึ้นมาใหมู คงจะเป็ นทองตามเดิม แตูอนิจจาหาเป็ นอยูางที่เธอคิดไมู เพราะเมื่อขนงอกขึ้นมาใหมูก็กลายเป็ นขนธรรมดา นี่แหละเข้าตําราที่วูา โลภมากลาภหาย อุบายขจัดความโลภ ทูานที่ได้ฟังตัวอยูางนี้แล้ว ควรพยายามลดความโลภลงเสียบ้าง โดย วิธีหมัน ่ เสียสละหมัน ่ ให้ทาน ทําบุญ ทูานวูาคนที่มีสมบัติมากๆ นั้น ยิ่งกวูาคนจนเสียอีก เพราะต้องเป็ นหูวงสมบัติ กลัวโจรผ้่ร้าย ใชูวูาจะมีความสุขเสมอไป บางทีทุกข์ .

6 กลัวไฟไหม้ จะไปไหนก็ไมูสะดวก พะว้าพะวัง หูวงหน้าหูวงหลัง คนรํ่ารวยบางคนไมูมีเวลาร้องเพลง เพราะคิดแตูจะหาเงินทูาเดียว เรียกวูาถมไมูเต็มพอไมูมี ความจริงถึงจะมีบ้านใหญูโตสักเทูาใด ที่นอนจริงๆ ก็แคู ๔ ศอกเทูานั้นเองอาหารก็แคูอ่ม ิ เดียว ถึงจะมีสมบัติล้นฟ้ า ตายแล้วก็เอาไปไมูได้ ครั้งหนึ่งพระ รัฐบาลเถระ ทูานได้แสดงธรรมถวายพระเจ้าโกรัพยะตอนหนึ่งวูา อ่โน โลโก อติตโฺ ต ตณฺหาย ทาโส แปล วูา สัตว์โลกมีใจพรูองอยู่เป็ นนิตย์ เป็ นทาสแหูงตัณหา ทูานผ้่ร้่จึงเตือนคนที่ถมไมูเต็มไว้วูา จนเป็ นคนเข็ญ พอแล้วเป็ นเศรษฐีมหาศาล กลูาวมาทั้งหมดนี้ คือวิธีบรรเทาความโลภ จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ “ความไม่พอใจ จงคิดอ่านแก้จนเป็ นคนพอ”ที่ เกิดเป็ นสัตว์นรกเพราะเหตุคือความโกรธ จากนี้ก็ถึงอันดับที่ ๒ อันวูาโดยโทสะ ตามพระบาลีท่ว ี ูา โทเสน นิรยํ คเต แปลวูา จะไป นรกก็เพราะโทสะ เรื่องที่จะนํามาเลูาประกอบนี้ มีมาในคัมภีร์พระธรรมบท ขุททกนิกายเลูาถึงนายพรานชื่อ โกกะ เช้าวันหนึ่งเข้าไปสู่ปูา พร้อมด้วยเครื่องจับสัตว์ บังเอิญไปสวนทางเข้ากับพระเถระที่กําลังบิณฑบาต อยู่ นายพรานโกรธมาก เพราะถือวูาโชคร้าย ปรากฏวูาตลอดทั้งวัน นายพรานไมูได้สัตว์เลย เขารีบกลับ บ้าน ก็สวนทางกับพระเถระร่ปนั้นอีกโกรธเกูายังไมูทันหาย โกรธใหมูโหมซํ้าเข้ามาอีก จึงยุสุนข ั ให้ไลูกัดพระ .

7 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์น้ น ั ถึงตัว พระเถระรีบปี นขึ้นต้นไม้ แม้กระนั้นนายพรานก็ยังไมูลดละ เอาหอกแทงพระ เถระทั้งเท้าซ้ายเท้าขวา แม้ทูานจะอ้อนวอนขอชีวิต นายพรานก็ไมูฟังเสียง ทูานได้ร ับทุกข์ทรมานเจ็บปวด จนสิ้นสติ จีวรของทูานก็หลุดรูวงลงมาคลุมรูางของนายพรานพอดี เลยถ่กสุนข ั เข้าไปรุมกินเนื้ อเหลือแตู กระด่ก พอทูานได้สติจึงให้สัญญาณแกูสุนข ั พอมันร้่วูากัดผิด คนเลยพากันวิ่งหนีเข้าปู าไป พระเถระคูอยๆ ไตูลงจากต้นไม้ด้วยความลําบากเป็ นอยูางยิ่ง แล้วไปเฝ้ าท่ล ถามเรื่องนี้กับพระพุทธเจ้าวูา ศีลทูานจะขาดหรือไมู พระพุทธองค์ตรัสวูา ศีลเธอไมูขาดหรอก เพราะไมูมี เจตนา เขาทําของเขาเอง เวลานี้นายพรานผ้่น้ ไี ปอยู่ในนรกแล้ว โทษของความโกรธ อนึ่งโทสะหรือความ โกรธนี้ ซึ่งเป็ นกิเลสเครือเดียวกัน เมื่อเกิดขึ้นกับใครแล้วก็เหมือนกับโจรที่เข้ามาปล้นเอาความดีของผ้่น้ น ั ไป เริ่มแตูทําให้ใจเรูาร้อน กระวนกระวาย ปิ ดบังสติปัญญา หมดความร้่สึกผิดชอบชัว่ ดี พร้อมทั้งเข้าไปเป็ น นายบังคับให้ทําในสิ่งที่ไมูควรทํา บังคับให้พด ่ ในสิ่งที่ไมูควรพ่ด หากระงับไว้ไมูได้ ก็จะทวีความรุนแรงยิ่ง ขึ้น ถึงกับทําร้ายซึ่งกันและกัน ผลก็คือเสียชีวิตและเข้าคุกตะราง ความโกรธไมูเคยทําคุณประโยชน์แกูใครเลย มีแตูให้โทษให้ทุกข์สถานเดียว พิษของความโกรธยังทําให้ ์ รี เสื่อมความเคารพนับถือ ทําให้กินไมูได้นอนไมูหลับ และเสีย ผิวพรรณเศร้าหมอง ทําให้เสื่อมเสียศักดิศ เกียรติของความเป็ นชาวพุทธอีกด้วย พ้นภัยเพราะไม่โกรธ ทูานวูาชาวพุทธที่ดีน้ น ั ยูอมไมูยอมเป็ นทาสของ .

8 ความโกรธ หากจะมีบ้างตามวิสัยของปุถุชน ก็ควรเก็บไว้ในใจ พยายามขูมไว้ด้วยขันติและเมตตา ในคัมภีร์ พระธรรมบทขุททกนิกาย ทูานเลูาถึงนางอุตตราอุบาสิกา ที่ถ่กนางสิร ิมาหญิงแพศยา ที่นางจ้างมาเพื่อให้ บําเรอสามี ์ ึง เข้าไปตักนํ้ามันที่กําลัง แตูนางเผลอสติเข้าใจวูาเป็ นภรรยาของทูานเศรษฐี ประกอบกับฤทธิห เดือด ราดลงบนศีรษะของนางอุตตรา แตูดว้ ยอํานาจเมตตา บันดาลให้นางปลอดภัย และก็ไมูโกรธนางสิร ิ มา ซํ้ายังห้ามหญิงบริวาร มิให้เข้าไปทําร้ายนางสิร ิมาอีกด้วยเพราะคุณธรรมอันนี้เอง จึงทําให้นางสิร ิมาได้ สํานึก ตรงเข้าไปหมอบแทบเท้าของนางอุตตราพร้อมกับขอ โทษ แตูนางอุตตรากับขอร้องให้ไปขอโทษกับพระพุทธเจ้า นางสิร ิมาก็ปฏิบัติตาม ทูานทั้งหลายเมื่อได้ พิจารณาเห็นโทษของความโกรธเชูนนี้แล้ว จงพยายามมาฆูาความโกรธกันเถอะ กูอนที่ความโกรธจะฆูาเรา เพราะทูานวูา โกธํ หตฺวา สุขํ เสติ แปลวูา ฆูาความโกรธได้แล้วยูอมอยู่เป็ นสุข เพราะเหตุคือความหลง เกิดเป็ นสัตว์เดรัจฉาน ทีน้ ก ี ็มาถึงอันดับที่ ๓ อันวูาด้วยเรื่องโมหะ ตามพระบาลีท่ไี ด้ยกขึ้นไว้ข้างต้นวูา โมเหน ติรจฺฉานโยนิ แปลวูา จะเกิดเป็ นสัตว์เดียรัจฉานก็เพราะโมหะความหลง เพื่อเป็ นหลักฐานจะขอยก ตัวอยูางมาประกอบ โดยนําเอาเรื่องของนางสุชาดามาเสนอพอเป็ นอุทาหรณ์ นางเป็ นภรรยาของนายมฆ .

9 มาณพ เธอเป็ นคนร่ปสวยและยังหลงใหลในร่ป หลงผิดคิดไปวูา เธอเป็ นภรรยาของนายมฑมาณฑพ ซํ้า เป็ นญาติกันอีกด้วย ฉะนั้นเมื่อสามีทําบุญภรรยาก็ได้บุญด้วย เธอจึงไมู สนใจที่จะทําบุญอะไรเลย ทั้งๆ ที่สามีก็อุตสูาห์ช้ แ ี จงชักชวนอยู่เสมอ แตูก็ไมูเกิดผล ด้วยเหตุน้ เี มื่อเธอตาย แล้วจึงไปเกิดเป็ นนกกระยางอยู่ท่ซ ี อกเขาแหูงหนึ่ง คุณธรรมของพระอินทร์ สูวนนายมฆมาณพซึ่งเป็ นคน ไมูประมาทในชีวิต พยายามบําเพ็ญบุญ อยู่เสมอ ปกติเธอมัน ่ อยู่ในข้อปฏิบัติ ๗ ประการ ที่เรียกวูาวัต ตบท คือ เลี้ยงมารดาบิดา ยุยงใครให้แตกสามัคคีกัน เป็ นคนสุภาพ อูอนน้อม ไมูตระหนี่ มีสัจจะ ไมูโกรธ พ่ดจาไพเราะอูอนหวาน พ่ดสมานสามัคคี ไมู วัตตบททั้ง ๗ ประการนี้ เธอปฏิบัติได้ตลอด ชีวิต และยังเป็ นนักพัฒนา รักษาความสะอาด สร้างถนน สร้างศาลาสําหรับให้คนพักริมทาง โดยได้ร ับความ รูวมมือจากบุคคลในครอบครัวและมิตรสหายเป็ นอยูางดี ด้วยอานุภาพแหูงบุญกุศลเหลูานี้ เธอจึงได้ข้ น ึ ไป เกิดเป็ นพระอินทร์ เสวยทิพยสมบัติอยู่ในสวรรค์ช้ น ั ดาวดึงส์ ชาว คณะที่รูวมทําบุญกับเธอก็ได้ข้ น ึ ไปบังเกิดในสวรรค์เชูนเดียวกัน เมื่อพระอินทร์ตรวจด่ทิพยสมบัติทุกอยูางก็ บริบ่รณ์ดีขาดแตูนางสุชาดาเทูานั้น ครั้นทราบวูา บัดนี้เธอไปเกิดเป็ นนางนกกระยาง พระองค์จึงเสด็จไปทรง แนะนําให้นางนกกระยางรักษาศีล ๕ เพราะอานิสงส์แหูงศีล ๕ ที่นางรักษา สูงผลให้ในชาติสุดท้าย ได้ไป เป็ นอัครมเหสีของพระอินทร์ อนึ่งโมหะความหลงนี้ ยังเป็ นเหตุทําให้คนหลงทํากรรมหนักถึงขั้นอนันตริยกร .

10 รมก็ได้ ตัวอยูางประวัติของพระมหาโมคคัลลานะในอดีต สมัยเมื่อทูานเป็ นชายหนูุม ได้ภรรยาที่นิสัยไมูดี คอยยุยงสามีให้เกลียดบิดามารดาซึ่งตาพิการ ด้วยความหลงในภรรยา เลยลวงบิดามารดาไปฆูาเสียในปู า กรรมอันหนักนี้เองติดตามทูานมาตลอดเวลา จนถึงชาติท่เี ป็ นพระมหาโมคคัลลานะ กรรมนั้นยังแฝงมาในร่ป โจรห้าร้อยมาฆูาทูานจนเข้าสู่นพ ิ พาน หลง โทษของความ นี่แหละผลแหูงโมหะความหลง ขึ้นชื่อวูาความหลงแล้วไมูดีท้ งั นั้น ไมูวูาจะหลงรัก หลงชัง หลง ล่กหลงหลาน หลงสมบัติพัสถาน หลงอํานาจวาสนา หลงยศถาบรรดาศักดิ ์ ความหลงเหลูานี้แหละทําให้ลืม ทุกสิ่งทุกอยูาง ลืมความแกู ความเจ็บ ความตาย ลืมบุญกุศล ลืมจนกระทัง่ ตัวเอง ทูานเปรียบคนหลง เหลูานี้วาู เหมือนไกูในเขูงที่เขาขังไว้เพื่อฆูาเป็ นอาหาร แตูไกูเหลูานั้นหาร้่ไมูวูา ชัว่ เวลาไมูช้านักก็จะถ่ก เชือดคอแล้ว ไกูเหลูานั้นยังทะเลาะวิวาทจิกตีกันยังโกูงคอขันด้วยความสําเริงสําราญอยูางคึกคะนอง แตูชูาง เถอะนัน ่ เป็ นเรื่องของไกู ซึ่งเป็ นสัตว์เดรัจฉาน ไมูได้ศึกษาเลูาเรียนอะไร สูวนคนเราผ้่มากด้วยความร้่ ผ้่คง แกูเรียน ก็ยังเต็มไปด้วย โลภะ โทสะ โมหะ อยูางนูาสมเพชเวทนา เราจะโลภกันไปถึงไหน จะโกรธกันไปถึงไหน จะหลงกันไปถึงไหน อุบายบรรเทากิเลส เมื่อเป็ นเชูนนี้ .

11 เพราะไมูช้าตูางก็จะจากกันไป ไมูมีใครอยู่ค้ าํ ฟ้ าหรอก ดังนั้นจึงมาชูวยกันบรรเทากิเลสทั้ง ๓ กองนี้ให้ลด น้อยลง ด้วยการหมัน ่ นึกถึงความตายไว้เสมอๆ ทูานเจ้าคุณพระศาสนโสภณอดีตเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยา ราม ทูานได้ประพันธ์เป็ นเชิงเตือนสติไว้วูา บรรเทามืดโมหันธ์อันธการ “ระลึกถึงความตายสบายหนัก ทําให้หาญหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ” มักหักรักหักหลงในสงสาร ทูานทั้งหลายพระพุทธเจ้าจอมปราชญ์ ได้ ประทานธรรมโอสถสําหรับแก้โรค โลภ โกรธ หลง ไว้ปรากฏในอภิณหปั จจเวกขณกถาตอนหนึ่งวูา มรณธมฺ โมมฺหิ เรามีความตายเป็ นธรรมดา มรณํ อนตีโต ลูวงพ้นความตายไปไมูได้ นี่คือยาขนานวิเศษที่ พระพุทธเจ้าได้ประทานไว้ ฉะนั้นจึงขอให้ทูานทั้งหลายได้โปรดนําเอายาขนานนี้มาใช้ แล้วโรคภัยไข้เจ็บอัน เกิดจากกิเลสทั้ง ๓ นี้ ก็จะคูอยๆ ทุเลาเบาบางลง แล้วความรูมเย็น เป็ นสุขก็จะพลันบังเกิดขึ้น สมดังความปรารถนาทุกประการ รับประทานวิสัชนาพระธรรมเทศนา ตามกาล นิยมสมควรแกูเวลา จึงขอยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แตูเพียงเทูานี้ *** เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้ .