You are on page 1of 7

การมีส่วนร่ วมของคริสเตียน (คส.

4:2-18)
จงขะมักเขม้นอธิษฐาน จงเฝ้าระวังอยูใ่ นการนัน้ ด้วยขอบพระคุณ 3และอธิษฐานเผือ่ เราด้วย
เพือ่ พระเจ้าจะได้ทรงโปรดเปิดประตูไว้ให้เราสาหรับพระวาทะนัน้ ให้เรากล่าวความล้าลึกของพระคริสต์
(ทีข่ า้ พเจ้าถูกจาจองอยูก่ เ็ พราะเหตุน้)ี
4
เพือ่ ข้าพเจ้าจะได้กล่าวชีแ้ จงข้อความ ตามสมควรทีข่ า้ พเจ้าควรจะกล่าวนัน้ 5จงปฏิบตั กิ บั คนภายนอกด้วยใช้สติปญั ญา
โดยฉวยโอกาส 6จงให้วาจาของท่านประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุงด้วยเกลือให้มรี ส
เพือ่ ท่านจะได้รจู้ กั ตอบให้จุใจแก่ทกุ คน
2

Verse2-6
2
Continue earnestly in prayer, being vigilant in it with thanksgiving; 3 meanwhile
praying also for us, that God would open to us a door for the word, to speak the
mystery of Christ, for which I am also in chains, 4 that I may make it manifest, as I
ought to speak.5 Walk in wisdom toward those who are outside, redeeming the
time. 6 Let your speech always be with grace, seasoned with salt, that you may
know how you ought to answer each one.

พระธรรมโคโลสี 4:2-6 ได้กล่าวถึง บทบาทอีกด้านหนึ่งของคริ สเตียนที่ควรจะกระทาเพื่อให้ถวายเกียรติ์พระเจ้า
นั้นคือ การมีส่วนร่ วมกับงานของพระเจ้า
 จาก 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ได้ฟังเรื่ องบทบาทของชีวิตในครอบครัวไปแล้ว และบทบาทของชีวิตในการทางาน
 ไม่วา่ เราจะกระทาสิ่ งใด้ ก็กระทาด้วยความเต็มใจถวายแด่องค์พระผูเ้ ป็ นเจ้า เอเมน
 พระเจ้าปรารถนาให้คริ สเตียนทุกคนมีวิถีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระองค์เสมอ ไม่วา่ เราจะอยูท่ ี่บา้ น ที่ทางาน
ในสังคม หรื อในชุมชนของพระเจ้า การแสดงความรักห่วงใยในชุมชนของพระเจ้าเป็ นวิธีถวายเกียรติแด่พระเจ้าอีกวิธีหนึ่ง
 ไม่วา่ เราจะอยูใ่ นสถานะใดหรื ออยูท่ ี่ใดพระเจ้าก็จะสอนให้เราดาเนินชีวิตอย่างสมดุลย์
สอนให้เรารู้จกั บทบาทของตัวเราไม่วา่ เราจะอยูใ่ นสถานะใดก็ตาม
 เมื่อเราทาตามบทบาทที่พระเจ้าสอน เราก็จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า
พระวจนะได้สอนเราถึงบทบาทในครอบครัวมาแล้ว และสอนให้เราเห็นถึงบทบาทในที่ทางานมาแล้ว
เท่านั้นยังไม่พอพระเจ้ายังสอนให้เรารู้จกั บทบาทในสังคมอีกด้วย
 เพราะพระเจ้ารู ้วา่ เราไม่ได้อยูเ่ ฉพาะในบ้านและที่ทางานเท่านั้น เรายังต้องอยูใ่ นสังคมร่ วมกับคนอื่นอีกด้วย
อย่างไรก็ตามไม่วา่ ที่บา้ นหรื อว่าที่ทางานต่างก็ถือว่าเป็ นสังคมย่อยสังคมหนึ่งด้วย
ดังนั้นให้เรามาดูดว้ ยกันว่าบทบาทของคริ สเตียนเราในสังคมจะต้องทาอย่างไรบ้าง
1. อธิษฐานเผือ่ กันและกันอย่ างเอาจริงเอาจัง (ข้ อ 2-4)

ข้ อ2-4 จงขะมักเขม้นอธิษฐาน จงเฝ้าระวังอยูใ่ นการนัน้ ด้วยขอบพระคุณ 3และอธิษฐานเผือ่ เราด้วย
เพือ่ พระเจ้าจะได้ทรงโปรดเปิดประตูไว้ให้เราสาหรับพระวาทะนัน้ ให้เรากล่าวความล้าลึกของพระคริสต์
(ทีข่ า้ พเจ้าถูกจาจองอยูก่ เ็ พราะเหตุน้)ี 4เพือ่ ข้าพเจ้าจะได้กล่าวชีแ้ จงข้อความ ตามสมควรทีข่ า้ พเจ้าควรจะกล่าวนัน้
Verse 2-4 Continue earnestly in prayer, being vigilant in it with
1

3 meanwhile praying also for us. to speak the mystery of Christ.thanksgiving. 4 that I may make it manifest. that God would open to us a door for the word. for which I am also in chains. as I ought to speak นี่เป็ นคาพูดของอาจารย์เปาโล เขียนจดหมายฉบับนี้ ตอนที่อาจารย์เปาโลติดอยูใ่ นคุก อาจารย์เปาโลก็หนุนใจคนที่อยูน่ อกคุก ว่าให้ขะมักเขม้นอธิษฐาน ก็คืออย่าปล่อยปละละเลย อยูส่ ุขสบาย ไม่ตอ้ งอธิษฐานก็ได้ พระเจ้าอวยพรแล้ว  เราไม่ตอ้ งทาก็ได้มีกินมีใช้เล้ว ถ้าคิดแบบนี้ ไม่ได้  ให้เราอธิ ษฐาน และในขณะเดียวกัน ให้เราเฝ้ าระวังอยู่ ด้วยการขอบพระคุณ เราไม่รู้วา่ อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราเมื่อไร อย่างไร  อย่างที่พระเยซูบอกว่าจิตใจเราพร้อมก็จริ ง แต่ร่างกายเราอ่อนกาลัง ฉะนั้น เราจาเป็ นต้องอธิษฐาน เพื่อเวลาที่เราอ่อนกาลัง จิตใจเราเข้มแข็ง เราก็ยงั สามารถที่จะถูล่ถู กู งั กันไปได้  คาว่า “ขะมักเขม้ น” นั้นเป็ นคากริ ยาหมายถึง อุทิศตัว (ทาบางสิ่ งบางอย่าง) พระเจ้าปรารถนาให้คริ สเตียนอุทิศตัวในการอธิษฐานเผื่อกันและกันอยูเ่ สมอ [กระทาอยูแ่ ละต่อเนื่อง]  และคาว่า “เฝ้ าระวัง” ก็เป็ นคากริ ยาเช่นกัน หมายถึง บังคับตัวให้ตื่นอยู่ หรื อ ตื่นตัว เป็ นเหมือนทหารยามที่เข้าเวรเฝ้ ายาม ต้องตื่นตัวอยูเ่ สมอ พระเจ้าต้องการให้คริ สเตียนตื่นตัวในการอธิษฐานเผื่อกันและกันอย่างขะมัก เขม้น อย่างต่อเนื่อง ไม่ลดละ  รม12:12 จงชื่นชมยินดีในความหวัง จงอดทนต่อความยากลาบาก จงขะมักเขม้นอธิษฐาน Romans12:12 rejoicing in hope. patient in tribulation. continuing steadfastly in prayer   เพราะเรากาลังอยูใ่ นสงครามฝ่ ายวิญญาณ นอกจากการอธิษฐานเผื่อกันและกันในชุมชนอยูเ่ สมอแล้ว (ข้อ 3-4) เปาโลขอให้พี่นอ้ งอธิ ษฐานเผื่อให้พระเจ้าเปิ ดหนทางหรื อเปิ ดประตูแห่งการ ประกาศข่าวประเสริ ฐแก่คนต่างชาติ และเพือ่ ให้ท่านสามารถกล่าวพระวจนะซึ่งเป็ นความล้าลึกของพระคริ สต์ได้อย่าง เกิดผล ็ อ้ งการคาอธิษฐาน จากพี่นอ้ งทุกคนด้วย  “แล้วก็อธิ ษฐานเผื่อเราด้วย” แปลว่าผูร้ ับใช้กต อย่าคิดว่าผูร้ ับใช้ที่มายืนอยูบ่ นธรรมมาส สอนถ้อยคาของพระเจ้า หรื อแม้แต่ทุกๆ คนที่เป็ นผูร้ ับใช้พระเจ้า / หัวหน้าแคร์ ก็ควรจะอธิษฐานเผือ่ เขาด้วย  เขาไม่ได้แข็งแรงกว่าท่าน แข็งแรงพอๆ กัน อ่อนแอก็พอๆ กันด้วย เพียงแต่วา่ หน้าที่การงานต่างๆ ที่พระเจ้าให้ มันแตกต่างกัน  เราต้องการคาอธิ ษฐานจากพี่นอ้ งทุกคน ในพระคัมภีร์ตรงนี้ อาจารย์เปาโลบอกว่าให้อธิ ษฐาน เพื่อพระเจ้าทรงโปรดเปิ ดประตูไว้ให้ สาหรับพระวาทะของพระเจ้า  หน้าที่ของอาจารย์เปาโล ก็คือถูกส่ งไปเป็ นอัครทูต ไปประกาศกับคนที่ไม่รู้จกั พระเจ้าเลย ดังนั้นคาอธิษฐาน เพื่อให้พระเจ้าเปิ ดประตู เป็ นสิ่ งที่สาคัญ เพื่อถ้อยคาของพระเจ้าที่ถกู กล่าวออกไป ผ่านทางปากของอาจารย์เปาโล 2 .

 พระเจ้าปรารถนาให้คริ สเตียนปฏิบตั ิตนต่อคนทัว่ ไปอย่างเหมาะสมเพื่อเป็ นพรไป สู่คนเหล่านั้นที่ยงั ไม่ได้รับความรอดด้วย ดังนั้น เราจึงควรปฏิบตั ิกบั คนภายนอกด้วยใช้สติปัญญาและฉวยโอกาสที่จะเป็ นพยานเรื่ อง พระเจ้าด้วยลักษณะชีวิตที่ดีงามอยูเ่ สมอ เพื่อจะสาแดงให้คนได้เห็นพระเจ้าผ่านชีวติ ของเรา และให้พระเจ้าได้รับเกียรติจากชีวิตของเรา  พี่นอ้ งเวลาไปคุยกับคนที่ไม่เชื่อเรื่ องพระเยซูคริ สต์ เขาจะไม่สามารถรู ้จกั คาศัพท์คริ สเตียนว่า แผ่นดินสวรรค์เป็ นอย่างไร หรื อไม่รู้จกั คาว่า ความรอด แต่เราต้องอธิบายให้คนเหล่านี้เข้าใจ จึงเป็ นเหตุผลที่คริ สเตียนต้องขอพระเจ้าให้เรามี สติปัญญาที่จะพูดในความล้ าลึกของพระเจ้าได้อย่างกระจ่าง แล้วเพื่อคนฟังจะได้เข้าใจได้ง่ายๆ  หลายครั้งคริ สเตียนไปประกาศกับคนที่ไม่เชื่อ โดยไม่ใช้สติปัญญา พอไปเจอหน้าปุ๊ บ สมมติ “คุณตายแล้ว แน่ใจไหมว่าจะได้ข้ ึนสวรรค์” เขาก็งง บางทีจ่โู จมจริ งๆ เลย “ขอคุยหน่อยๆ รู้จกั พระเยซูไหม คุณเชื่อไหมว่าวันนี้ ถ้าคุณไม่เชื่อพระเยซู คุณจะตกนรก” แล้วพี่นอ้ งลองคิดดูวา่ ถ้าเราไม่เชื่อพระเจ้า เราไม่รู้เรื่ องพระเจ้าเลย 3 .จะได้เป็ นเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงในจิตใจ ให้เกิดผลขึ้นมา พออธิษฐาน อาจารย์เปาโลก็จะมีกาลังขึ้น เพื่อจะได้กล่าวความล้ าลึกของพระเจ้า มีความกล้าหาญ ที่จะพูดถ้อยคาของพระเจ้า  พี่นอ้ งอาจจะไม่ได้ประกาศข่าว แต่เพียงเราอธิษฐานเผือ ่ กันอย่างขะมักเขม้น เราก็มีส่วนร่ วมได้แล้วเอเมน  2ธส. brethren.. just as it is with you  พี่นอ้ งได้รับความรอดแล้ว อย่าลืมคนข้างหลังเรา อธิษฐานเผื่อพวกเขาให้ประตูแห่งข่าวประเสริ ฐ ถูกส่งไปถึงหน้าบ้านเขา  หลายคนเคยใช้บริ การสัง่ ของ Delivery ให้เราส่ งคาอธิษฐานแบบ Delivery ไปถึงคนหลายๆ คนที่เราห่วงใย เอเมน. that the word of the Lord may run swiftly and be glorified. that you may know how you ought to answer each one. redeeming the time. 6 Let your speech always be with grace.3:1 พี่นอ้ งทั้งหลาย ในที่สุดจงอธิ ษฐานเผื่อเรา เพื่อว่ากิตติคุณขององค์พระผูเ้ ป็ นเจ้าจะได้แผ่ไป และมีชยั เหมือนอย่างที่ได้เป็ นไปในหมู่พวกท่านแล้ว 2 Thessalonians 3:1 Finally. 2. seasoned with salt. pray for us. หนุนใจกันให้ ปฏิบัติกบ ั คนภายนอกอย่ างมีสติปัญญา (ข้ อ 5-6) ข้ อ5-6 จงปฏิบตั ิกบั คนภายนอกด้วยใช้สติปัญญา โดยฉวยโอกาส 6จงให้วาจาของท่านประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุ งด้วยเกลือให้มีรส เพื่อท่านจะได้รู้จกั ตอบให้จุใจแก่ทุกคน Verse:5-6 Walk in wisdom toward those who are outside.

 เราจะรู้สึกอย่างไร “อยูด่ ีๆ มาแช่งฉันตกนรกได้อย่างไร” มันไม่ได้ นอกจากเป็ นวาระที่พระเจ้าเปิ ดใจจริ งๆ แล้วพระเจ้าอนุญาตให้เราพูด ต้องขอสติปัญญาจริ งๆ อย่าทาให้ข่าวประเสริ ฐเป็ นเรื่ องยาก หรื อเข้าใจยาก เอเมนไหมครับ มธ.10:16 ดูเถิด เราใช้พวกท่านไปดุจแกะอยูท่ ่ามกลางหมาป่ า เหตุฉะนั้นจงฉลาดเหมือนงู และไม่มีภยั เหมือนนกพิราบ Matthew10:16 “Behold. อฟ. Therefore be wise as serpents and harmless as doves. I send you out as sheep in the midst of wolves. not as fools but as wise ั คนภายนอก ก็คือคนที่ยงั ไม่รู้จกั กับพระเจ้าด้วยสติปัญญา แล้วก็โดยการฉวยโอกาส ในพระคัมภีร์ตรงนี้  ปฏิบตั ิกบ คาว่า “ฉวยโอกาส” หมายความว่าเมื่อมีโอกาส แต่คริ สเตียนจะฉวยโอกาสทุกๆ ที่ ทุกๆ ทางที่เราคิดว่ามันมีโอกาส แต่บางที ไม่ใช่โอกาสที่พระเจ้าเปิ ดให้ ตัวอย่ าง จะเล่าเรื่ องหนึ่งให้ฟัง คริ สเตียนคนหนึ่งเป็ นช่างตัดผมผูช้ าย เวลาตัดใช้แบตตาเลียนใช่ไหม แล้วผูช้ ายเขามีโกนหนวดด้วย และแคะหูดว้ ย แล้วช่างตัดผมคนนี้ เป็ นคริ สเตียนที่ร้อนรน ฉวยโอกาสทุกเวลา บังเอิญมีลกู ค้า เป็ นเหยือ่ ที่หลงเข้ามาในร้าน นอนอยูบ่ นเตียงตัดผม เขาก็กาลังรอให้ช่างตัดผมมาโกนหนวดให้ ช่างตัดผมก็ถือมีดโกนหนวด ลับมีด ด้วยความร้อนรน แล้วก็ถามคนที่รอให้เขาโกนหนวดว่า “ถ้าวันนี้คุณจากโลกนี้ไป คุณมัน่ ใจไหมว่าคุณจะขึ้นสวรรค์” คนที่นอนรอโกนหนวดอยูน่ ้ นั เด้งขึ้นมา วิง่ ออกจากร้านเลย “เอามีดจะมาปาดคอเราแน่ๆ เลย” ่ รงนี้  มีวิธีการเยอะแยะมากมาย เมื่อพระเจ้าให้โอกาส ไม่ใช่ฉวยโอกาส เพราะตอนนี้ เขานอนแน่น่ิ งอยูต เขาวิ่งไปไหนไม่ได้ เขาต้องฟังเรา มันไม่ใช่ไง แทนที่เราจะได้เขามาเชื่อพระเจ้า เขาก็เตลิดไป คนนี้บา้ แน่ๆ วันหลังไม่เข้าร้านแล้ว ขอพระเจ้าเมตตา ให้เราสามารถที่จะมีถอ้ ยคา มีวาจา ที่ประกอบไปด้วยเมตตาคุณตลอดเวลา ปรุ งด้วยเกลือให้มีรส เวลาอาหารมีรสชาติ ไม่ใช่จืด ท่องบทไปเลย “พระเยซูคริ สต์มาเกิดเป็ นมนุษย์ มาตายแทนท่าน ถ้าท่านไม่เชื่อวันนี้ ท่านไม่รอดแน่ๆ” อย่าไปทาอย่างนี้   คาว่า “ฉวยโอกาส” ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษ ฉบับ KJV ใช้คาว่า “redeeming” ความหมายโดยนัยก็คือ “ไถ่ เวลาคืนมา” ดังนั้น คริ สเตียนจึงควรเป็ นคนที่เห็นคุณค่าเวลา ไม่ให้ปล่อยเวลาผ่านไปโดยที่เราไม่ได้สาแดงชีวิตใหม่ให้คนในสังคมหรื อคนที่ไม่รู้จกั พระเจ้าได้เห็น เพื่อจะนาคนเหล่านั้นมารู้จกั พระเจ้าทั้งโดยตรงและโดยอ้อม 4 .5:15 เหตุฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดาเนินชีวติ ให้ดี อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา Ephesians5:15 See then that you walk circumspectly.

because the days are evil การประกาศที่ดีที่สุด ก็คือชีวิตของเรา มาเชื่อพระเจ้า แล้วเราเปลี่ยนแปลง เรามีมุมมองที่ต่างจากสมัยก่อน ที่เราไม่ได้เชื่อพระเจ้า ความรักที่สาแดงออกจากจิตใจของเรา นัน่ แหละคือการประกาศที่ดี  ทาให้คนเขาอยากได้ชีวิตแบบนี้ แล้วเขาก็จะมาถามเรา “เป็ นไปได้อย่างไร เธอทาอย่างนี้ได้อย่างไร” เราก็จะตอบเขาว่า “ที่เราเป็ นแบบนี้ เพราะเรามีพระเจ้า เราเชื่อพระเยซูคริ สต์ พระเยซูคริ สต์เปลี่ยนแปลงชีวิตเรา” นัน่ คือโอกาสที่เราสามารถที่จะประกาศได้ ก็ขอพระคุณพระเจ้าทรงเมตตา ที่จะช่วยเหลือพวกเราทุกๆ คน นอกจากการปฏิบตั ิต่อคนภายนอกโดยใช้สติปัญญาและการฉวยโอกาสแล้ว เปาโลยังกาชับให้พี่นอ้ งชาวโคโลสี ใช้คาพูดที่เหมาะสมด้วย (4:6)  พระคัมภีร์บอกว่าให้คาพูดของเราประกอบด้วยเมตตาคุณและปรุ งด้วยเกลือที่มีรส คาพูดที่ประกอบด้วยเมตตาคุณนั้นเป็ นภาพที่สะท้อนถึงพระลักษณะของพระเจ้าที่เปี่ ยมด้วยพระคุณ  คริ สเตียนควรเป็ นคนที่มีคาพูดที่ประกอบด้วยพระคุณต่อคนทั้งหลาย คาว่า “ปรุ งด้ วยเกลือทีม ่ รี ส” นั้นหมายถึงการคิดไตร่ ตรองก่อนที่จะพูด เพื่อให้คาพูดนั้นเป็ นความน่าพึงพอใจ น่าดึงดูดใจ  เป็ นคาพูดที่สาแดงพระคุณพระเจ้า ทาให้คนที่ได้ยน ิ ได้ฟังมีกาลังใจ มีความชุ่มชื่นใจ ดังที่เปาโลกาชับพี่นอ้ งชาวเอเฟซัสว่าให้กล่าวแต่คาที่ดีและเป็ นประโยชน์ หรื อเป็ นคุณแก่คนที่ฟัง ทาให้คนฟังมีความรู้สึกร่ วมไปกับเราด้วย  พี่นอ้ งเชื่อไหมว่าข่าวประเสริ ฐนั้นเป็ นฤทธิ์ เดช ถ้าเชื่ออย่างนั้น พระเจ้าจะสามารถใช้เราทั้งหลายให้มีส่วมร่ วมได้  อฟ.อฟ.4:29 อย่าให้คาหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคาที่ดีและเป็ นประโยชน์ให้เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็ นคุณแก่คนที่ได้ยนิ ได้ฟัง Ephesians4:29 Let no corrupt word proceed out of your mouth. that it may impart grace to the hearers คาส่งความคิดถึง เราไม่ได้พดู เฉยๆ เราก็อธิษฐานขอพระพรของพระเจ้า ให้กาลังพี่นอ้ งเราเหล่านี้ ให้มีสนั ติสุขในพระเจ้า ตรงนี้คือสิ่ งที่พวกเราสามารถที่จะทาได้ สมัยก่อนอาจารย์เปาโลก็ยกชื่อของทุกคนที่อาจารย์เปาโลรู้จกั ถ้าเป็ นตอนนี้ พวกเราก็ยกชื่อทุกคนที่เรารู้จกั แล้วก็ฝากความคิดถึงไปถึงคนเหล่านี้ ขอพระคุณของพระเจ้าทรงสถิตอยูก่ บั ผูค้ นเหล่านี้ วันนี้กเ็ ชื่อว่าถ้อยคาของพระเจ้าจะเป็ นพรสาหรับชีวติ ของพวกเราทุกๆ คน ซึ่งเป็ นทั้งพ่อ แม่ และลูกๆ และในสถานะที่เราจาเป็ นที่จะต้องมี เด็กที่กาลังเรี ยนหนังสื ออยู่ ในอนาคตข้างหน้า เมื่อเรี ยนจบก็ตอ้ งไปเป็ นลูกน้อง 5 . but what is good for necessary edification.5:16 จงฉวยโอกาส เพราะว่าทุกวันนี้เป็ นกาลที่ชวั่ Ephesians5:16 redeeming the time.

14-16) เปาโลไม่เพียงกาชับพี่นอ้ งชาวโคโลสี ให้อธิษฐานเผื่อกันและกัน และปฏิบตั ิตวั ต่อคนภายนอกอย่างมีสติปัญญา แต่ท่านยังได้สื่อสารให้พี่นอ้ งทราบความเป็ นไปของท่านและทีมงานด้วย เริ่ มจากข้อ 7-9 เปาโลบอกว่าท่านส่งทีคิกสั และโอเนสิ มสั ให้ไปหาพี่นอ้ งที่โคโลสี เพื่อจะบอก ถึงความเป็ นอยูแ่ ละเรื่ องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับท่านให้พี่นอ้ งได้ทราบ แม้วา่ ระยะทางระหว่างโรมและโคโลสี จะห่ างไกลกันมาก แต่พวกเขาสามารถรับรู้ความเป็ นไปของกันและกันเสมอ เพราะเขามีการสื่ อสารถึงกันเป็ นระยะๆ แม้ไม่มีเครื่ องมือที่ทนั สมัย แต่เขาไม่ขาดการติดต่อกัน นอกจากจะสื่ อสารให้พี่นอ้ งทราบความเป็ นไปของท่านแล้ว เปาโลยังได้บอกพี่นอ้ งชาวโคโลสี วา่ ทีมงานที่อยูก่ บั ท่านก็ฝากความคิดถึงมายังพีน่ อ้ งโคโลสี ดว้ ย (ข้อ 10. 14) สะท้อนให้เห็นภาพของความรักความผูกพันที่มีต่อกัน แม้จะอยูห่ ่างไกลกัน หรื อแม้แต่ไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่กร็ ักและระลึกถึงกันเสมอ เปาโลไม่เพียงสื่ อสารความเป็ นไปของท่านและทีมงานให้พี่นอ้ งชาวโคโลสี ทราบเท่านั้น แต่ท่านยังฝากให้พี่นอ้ งชาวโคโลสี เป็ นตัวแทนนาความรัก ความปรารถนาดี และความห่วงใยของท่านไปยังพี่นอ้ งที่เมืองเลาดีเซียด้วย อีกทั้งยังขอให้นาจดหมายฝากของท่านที่ส่งถึงพี่นอ้ งชาวโคโลสี ไปให้พี่นอ้ งที่เมืองเลาดีเซียอ่าน และขอให้นาจดหมายที่ส่งถึงพี่นอ้ งเลาดีเซียมาอ่านให้พี่นอ้ งที่เมืองโคโลสี ฟังด้วย เพราะพวกเขาอยูใ่ กล้กนั ดังนั้น พวกเขาย่อมได้รับอิทธิพลคาสอนผิดต่างๆ คล้ายกัน และสภาพของผูค้ นหรื อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะคล้ายคลึงกัน การได้แลกอ่านจดหมายฝากที่แต่ละเมืองได้รับก็จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ครบถ้วนมากยิง่ ขึ้น ทุ่มเทเสี ยสละอุทศิ ตัวเพือ่ พีน่ ้ อง (ข้ อ 11-13. 17-18) 6 .พอเป็ นลูกน้องสักพักหนึ่ง อาจจะพระเจ้าอวยพรให้เป็ นเจ้านาย เราก็จะได้เรี ยนรู้วา่ การเป็ นลูกน้องเราจะทาอย่างไร ถ้าเราไม่สามารถที่จะเป็ นลูกน้องที่เชื่อฟังได้ อนาคตข้างหน้าพี่นอ้ งเป็ นเจ้านาย พี่นอ้ งอย่าไปหวังว่าเจอลูกน้องที่เชื่อฟัง ก็จะดื้อเหมือนท่านนัน่ แหละ ดังนั้นพระเจ้าจะดูแลพวกเรา เป็ นขั้นเป็ นตอนตามที่ถอ้ ยคากล่าวไว้ ขอพระเจ้าอวยพร สื่ อสารให้ ทราบความเป็ นไปของกันและกันเสมอ (ข้ อ 7-10.

เปาโลได้เล่าถึงความทุ่มเทอุทิศตัวของทีมงานของท่านให้พี่นอ้ งได้รับรู้ดว้ ย ข้อ 11-13 เปาโลได้เอ่ยถึงชื่อทีมงานหลายคนที่ได้ร่วมทุ่มเทอุทิศตัวในการอธิษฐานเพื่อ พี่นอ้ ง ด้วยหวังให้พี่นอ้ งเติบโตเจริ ญเป็ นผูใ้ หญ่และบริ บรู ณ์ในการซึ่งชอบพระทัยของ พระเจ้า นอกจากการอธิษฐานเพื่อพีน่ อ้ งแล้ว ทีมงานเหล่านี้ยงั ได้อุทิศตัวเพื่อเดินทางไปทาพันธกิจของพระเจ้า และเยีย่ มเยียนพี่นอ้ งในเมืองต่างๆ ด้วย นี่คือความรักความห่วงใยที่แสดงออกเป็ นการกระทา ยินดีเสี ยสละแม้ไม่ถกู ร้องขอ ทาด้วยใจจริ ง จนคนสัมผัสได้ ในข้อ 17 เปาโลหนุนใจพี่นอ้ งบางคนที่อยูใ่ นคริ สตจักรเมืองโคโลสี ให้ทุ่มเทรับใช้ตาม การทรงเรี ยกของพระเจ้าให้สาเร็ จด้วย และในข้อ 18 เปาโลลงท้ายจดหมายด้วยการกล่าวยืนยันว่าจดหมายฝากฉบับนี้เป็ นของท่านจริ งๆ และยังได้วงิ วอนให้พี่นอ้ งระลึกถึงงานรับใช้ของท่านและอธิษฐานเผื่อท่าน อีกทั้งยังอธิษฐานขอให้พระคุณของพระเจ้าดารงอยูก่ บั พี่นอ้ งทุกคนด้วย 7 .