You are on page 1of 12

ชีวติ ที่ถวายเกียรติพระเจ้ า : ความสัมพันธ์ 2 มิติ

คส.3:18 – 4:1

ฝา่ ยภรรยาจงยอมฟงั สามีของตน ซึง่ เป็นการสมควรในองค์พระผูเ้ ป็นเจ้า 19ฝา่ ยสามีกจ็ งรักภรรยาของตน
และอย่ามีใจขมขืน่ ต่อนาง 20ฝา่ ยบุตรทัง้ หลายจงเชือ่ ฟงั บิดามารดาของตนทุกอย่าง
เพราะการนี้เป็นทีช่ อบพระทัยขององค์พระผูเ้ ป็นเจ้า 21ฝา่ ยบิดา ก็อย่ายัวบุ
่ ตรของตนให้ขดั เคืองใจ เกรงว่าเขาจะท้อใจ
18

ฝา่ ยพวกทาส จงเชื่อฟงั ผูท้ เ่ี ป็ นนายของตนตามเนื้อหนังทุกอย่าง ไม่ใช่ตามอย่างคนทีท่ าแต่ต่อหน้า อย่างคนประจบสอพลอ
แต่ทาด้วยน้ าใสใจจริง ด้วยความเกรงกลัวองค์พระผูเ้ ป็นเจ้า 23ไม่ว่าท่านจะทาสิง่ ใด
ก็จงทาด้วยความเต็มใจเหมือนกระทาถวายองค์พระผูเ้ ป็ นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทาแก่มนุษย์
24
ท่านรูว้ ่าท่านจะได้รบั มรดกจากองค์พระผูเ้ ป็นเจ้าเป็นบาเหน็จ ท่านปรนนิบตั พิ ระคริสตเจ้าอยู่
25
ส่วนผูท้ ท่ี าความผิดก็จะได้รบั ผลตามความผิดทีเ่ ขาได้ทานัน้ และไม่มกี ารทรงเห็นแก่หน้าผูใ้ ดเลย
22

1

ฝ่ ายนายก็จงทาแก่เหล่าทาสของตนตามความยุติธรรมและสม่าเสมอกัน เพราะท่านรู้วา่ ท่านก็มีนายองค์หนึ่งในสวรรค์ดว้ ย

Colossians3:18-4:1
18

Wives, submit yourselves to your husbands, as is fitting in the Lord.
Husbands, love your wives and do not be harsh with them.
20
Children, obey your parents in everything, for this pleases the Lord.
21
Fathers,do not embitter your children, or they will become discouraged.
22
Slaves, obey your earthly masters in everything; and do it, not only when their eye is on you
23
and to curry their favor, but with sincerity of heart and reverence for the Lord. Whatever you
24
do, work at it with all your heart, as working for the Lord, not for human masters,
since you
know that you will receive an inheritance from the Lord as a reward. It is the Lord Christ you are
25
serving.
Anyone who does wrong will be repaid for their wrongs, and there is no favoritism.
1
Masters, provide your slaves with what is right and fair, because you know that you also have a
Master in heaven.
19

 “ครอบครัว” คือ สถาบันที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้นด้วยความรัก

เป็ นน้ าพระทัยของพระเจ้าที่จะให้มนุษย์นบั ตั้งแต่ค่แู รกที่พระองค์ทรงสร้าง ขึ้นคือ
อาดัมและเอวาได้ผกู พันอยูร่ ่ วมกันด้วยความรักที่พวกเขามีในพระองค์ และด้วยความรักที่พวกเขามีในกันและกัน

ครอบครัวคริ สเตียนจึงควรเป็ นสถาบันที่สะท้อนความรักของพระเจ้า

โดยแสดงออกในภาคปฏิบตั ิเป็ นการดาเนินชีวิตร่ วมกันอย่างถวายเกียรติแด่ พระองค์

เราทุกคนต่างเป็ นสมาชิกในครอบครัวด้วยกันทั้งสิ้น และแต่ละคนต่างก็มีบทบาทในครอบครัวอย่างเจาะจง

ไม่วา่ ท่านจะอยูใ่ นบทบทใดก็ตาม พระธรรมตอนนี้จะให้คาแนะนาว่าท่านจะรับผิดชอบบทบาทนั้นอย่างไรให้ถวาย
เกียรติพระเจ้า
1

submit yourselves to your husbands. in the same way submit yourselves to your own husbands so that. they may be won over without words by the behavior of their wives 2 . เป็ นภรรยาทีย่ อมฟังสามี (ข้ อ 18) 18: ฝ่ ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตน ซึ่งเป็ นการสมควรในองค์พระผู้เป็ นเจ้ า Verse18: Wives.ด้ านครอบครัว 1. if any of them do not believe the word.5:22 ฝ่ ายภรรยา จงยอมฟังสามีของตน เหมือนยอมฟังองค์พระผูเ้ ป็ นเจ้า  Ephesians 5:22 Wives. submit yourselves to your own husbands as you do to the Lord 1 ปต. as is fitting in the Lord   พูดถึงภรรยาก่อน ในพระคัมภีร์บอกว่ า ให้ ภรรยายอมฟั งสามีของตน ไม่ใช่สามีของคนอื่น  โดยปกติภรรยาไม่คอ่ ยยอมฟั งสามีของตัวเอง เพราะว่าฟั งทุกวันแล้ วเบื่อ พอคุยกันได้ ไม่กี่คา ก็จะขอทะเลาะ ขอเถียง แต่ถ้อยคาของพระเจ้ าบอกว่า เราควรจะยอมฟั งสามีของเรา สามีท่ พ ี ระเจ้ าประทานให้ กับเรา และที่สาคัญ เราเลือกเค้ ามา  อยู่ด้วยกันมาตังแต่ ้ หนุ่มจนตอนนี ้อาจจะแก่เฒ่า เรายังมีหน้ าที่ ที่จะต้ องเชื่อฟั งสามีของเรา เพราะว่าอันนี ้เป็ นสิ่งที่พระเจ้ ากาหนดไว้ “ซึง่ เป็ นการสมควรในองค์พระผู้เป็ นเจ้ า”  ทาไมเราถึงต้ องทา เพราะว่าถ้ อยคาของพระเจ้ าบอกว่า เราจาเป็ นที่จะต้ องทาสิ่งที่ถูกต้ องมากกว่ าสิ่งที่ถูกใจ (เห็นภรรยาผมไ หม เลือกผม นะถูกต้ องแล้ ว!!!)  พระคาของพระเจ้ าก็ทรงสอนเราอย่างนี ้ และรู้วา่ ผู้หญิงมีธรรมชาติ ดูดี ดูออ่ นโยน แต่วา่ ดื ้อเงียบ  ดื ้อแบบอาจจะไม่ตอบรับหรื อปฏิเสธ แต่ข้างในก็เถียงอยู่ตลอดเวลา ให้ เรายอมเชื่อฟั งสามี  แต่ ต้องมีวงเล็บ ก็คือสามีให้ เราทาสิ่งที่ถูกต้ อง ในถ้ อยคาของพระเจ้ าด้ วย เราก็ต้องเชื่อฟั ง เปาโลได้ย้าคุณลักษณะการเป็ นภรรยาที่ถวายเกรี ยติพระเจ้าไว้อย่างเจาะจงในเรื่ อง “การยอมฟังสามี” คาว่า “ยอมฟัง” ใน ภาษาเดิมหมายถึง อยูใ่ ต้บงั คับบัญชา หรื อ เชื่อฟัง พระคัมภีร์หลายตอนได้กล่าวถึงบทบาทของภรรยาในเรื่ องการนบนอบเชื่อฟังสามี ด้วย เช่น อฟ.3:1 ฝ่ ายท่านทั้งหลายที่เป็ นภรรยาก็เช่นกัน จงเชื่อฟังสามีของท่านเพื่อว่าแม้สามีบางคนจะไม่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า แต่ความประพฤติของภรรยาก็อาจจะจูงใจเขาได้ โดยไม่ตอ้ งพูดเลยสักคาเดียว I Peter 3:1 Wives.

เป็ นสามีทรี่ ักภรรยา (ข้ อ 19) ข้ อ 19: ฝ่ ายสามีกจ็ งรักภรรยาของตน และอย่ ามีใจขมขืน่ ต่ อนาง Verse19: Husbands.3:16) แต่ในการยินยอมนบนอบเชื่อฟังสามีน้ นั มิได้ หมายถึงภรรยาจะไม่ ได้ รับความเท่ าเทียมกันกับสามี เพราะในพระเจ้านั้น  ผูเ้ ชื่อทุกคนได้รับความเท่าเทียมกันใน “ความยุตธิ รรม” หรื อกระทัง่ ผูท้ ี่มิได้เชื่อในพระเจ้าก็ยงั ได้รับความยุติธรรมจากพระองค์เช่นกัน  พระเจ้าทรงวางลาดับสิ ทธิอานาจไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแล สนับสนุน และเสริ มสร้างซึ่ งกันและกันให้จาเริ ญขึ้น มิใช่เพื่อให้ใช้สิทธิอานาจในด้านลบ ซึ่งผูท้ ี่อยูเ่ หนือกว่าคอยแต่จะกดขี่ผทู้ ี่อยูภ่ ายใต้ (อฟ.5:23) ั ความรับผิดชอบ  สิ ทธิ อานาจจากพระเจ้านั้นมาควบคู่กบ ผูท้ ี่มีสิทธิอานาจเหนือกว่าย่อมต้องรับผิดชอบต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้ามากกว่าด้วย  ภรรยาที่ยนิ ยอมนบนอบเชื่อฟังสามีกเ็ ป็ นผูท้ ี่นบนอบเชื่อฟังพระเจ้า และเป็ นผูท้ ี่มีชีวิตถวายเกียรติพระเจ้าด้วย  การนบนอบเชื่อฟังของภรรยาจึงไม่ใช่เรื่ องเสี ยเกียรติ หรื อเป็ นเรื่ องที่ทาให้ตอ้ งรู ้สึกว่าต่าต้อยกว่า แต่ตรงกันข้าม ภรรยาที่นบนอบเชื่อฟังจะได้รับเกียรติจากพระเจ้า (สภษ.แม้พระเจ้าจะให้ภรรยาอยูภ่ ายใต้การปกครองของสามี (ปฐก.31:30-31)  2. love your wives and do not be harsh with them  โดยทัว่ ไป เวลาเราแต่งงานกันใหม่ๆ สามีภรรยาก็จะรักกันใช่ไหม แต่พอแต่งงานกันนานๆ ก็เริ่ มขมขื่นใจ “ภรรยาเราไม่สวยเหมือนเดิมแล้ ว” เริ่มดูแล้ วไม่เจริญหูเจริ ญตา  สามีบางคนมองภรรยาเราตอนที่เจอกัน เป็ นผู้หญิงที่น่ารัก พอแต่งงานกัน กลายเป็ นผู้หญิงขี ้บ่น เจอหน้ าบ่นเช้ า บ่นเย็น บ่นตลอดเวลา ซึง่ มันมีโอกาสทาให้ เรารู้สกึ ขมขื่น “เราไม่น่าเลือกผู้หญิงคนนี ้มาเป็ นภรรยาเลย”  สาหรับคริสเตียน ศิษยาภิบาลก็จะบอกท่านว่า ก่อนแต่งให้ คิดเยอะๆ หลังแต่งไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะว่าไม่มีสิทธิ์คิดแล้ ว ท่านจะต้ องอยู่กบั ผู้ที่ท่านเลือก จนกว่าจะตายจากกัน ไม่วา่ เขาจะดี ไม่วา่ เขาจะเลว ไม่วา่ เขาจะรู้สกึ ไม่ถกู อกถูกใจเรา ท่านก็จาเป็ นที่จะต้ องรักเขา นี่คือสิ่งที่พระเจ้ าบอกไว้  ผู้ชายเป็ นคนขี ้เบื่อง่าย นี่คอื ความจริ ง ความรักจะจืดจางลง  ถ้ อยคาของพระเจ้ าสอนสามี ว่าให้ รักภรรยาของตน อย่าไปรักภรรยาของเพื่อนบ้ าน ส่วนใหญ่เราก็เห็นหญ้ าของเพื่อนบ้ าน เขียวสดกว่าบ้ านเราเสมอ ดังนัน้ ภรรยาของเพื่อนบ้ านเขาสวยอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับเรา หรื อเขาจะดีแบบไหน ก็ไม่เกี่ยวกับเราอีก แต่วา่ พระเจ้ าให้ เราเรี ยนรู้ที่จะรักภรรยาของเรา เหมือนกับที่พระเจ้ าตังใจรั ้ กเรา  หน้ าที่ของสามี คือให้ รักภรรยาของตน อย่างไม่มีข้อแม้ รักชนิดแบบเหมือนพระเยซูคริ สต์ ทรงรักคริสตจักร ให้ เราเรียนรู้ที่จะรัก ให้ อภัยภรรยาของเรา ไม่วา่ เขาจะอย่างไร พอเรารักปุ๊ บ อะไรก็สามารถที่จะให้ อภัยได้ อาจจะงี่เง่าไปนิดหนึง่ ก็ไม่เป็ นไร เรายังพอที่จะให้ อภัยเขาได้ เพราะเรารักเขา 3 .

obey your parents in everything. for this pleases the Lord  “เชื่อฟั งทุกอย่าง” ก็ยงั มีวงเล็บเหมือนเดิม คือ “ตามถ้ อยคาของพระเจ้ า” ถ้ าคุณพ่อคุณแม่ให้ เราทางานบ้ าน ทาโน่นทานี่ บอกเราว่าอย่าไปเล่นเกมเยอะจนเกินไป มีขีดให้ วา่ วันหนึง่ ให้ เล่น 1 ชัว่ โมง หรื อ 2 ชัว่ โมงพอ อะไรประมาณนี ้ แล้ วให้ ตงใจเรี ั ้ ยน เราก็ต้องเชื่อฟั ง 4 . เป็ นบุตรทีเ่ ชื่อฟังบิดามารดา (ข้ อ 20) ข้ อ20: ฝ่ ายบุตรทัง้ หลายจงเชื่อฟังบิดามารดาของตนทุกอย่ าง เพราะการนี้เป็ นทีช่ อบพระทัยขององค์พระผู้เป็ นเจ้ า Verse20: Children. ดังนัน้ การอยู่ร่วมกัน ต้ องมีทงสองฝ่ ั้ าย มีคนเสนอ มีคนสนอง พระเจ้ าวางแบบไว้ อย่างดีเลิศเลย เพราะว่าจุดอ่อนของแต่ละคนมันต่างกัน สาหรับผู้หญิงพระเจ้ าไม่เคยสัง่ ให้ รักสามี เพราะพระเจ้ ารู้วา่ ผู้หญิงถ้ ารักใคร ก็รักจนสุดจิตสุดใจ แล้ วรักแบบไม่วา่ สามีจะเป็ นอย่างไร เราก็ยงั รักเขาอยู่ พระเจ้ ารู้จดุ อ่อน ของพวกเราแต่ละคน ก็เลยต้ องเน้ นเป็ นพิเศษ  ขอพระเจ้ าช่วยเหลือพวกเรา ในฐานะที่เป็ นสามีและภรรยา ขอพระคุณให้ เราสามารถที่จะวางบทบาท ของตัวเราเองให้ ถกู ต้ องเหมาะสม เพื่อพระพรจะได้ มาถึงครอบครัวของเรา  คาว่า “ขมขื่น” ในพระคัมภีร์ฉบับภาษาเดิมหมายถึง รู้สึกขม ทุกข์ระทม เคืองแค้น พระเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้สามีกลายเป็ นคนที่แสดงความโกรธ หรื อฉุ นเฉียว หรื อขุ่นเคืองใจใส่ ภรรยา หรื อเห็นภรรยาเป็ นคนที่ตอ้ งคอยรองรับอารมณ์ทุกเมื่อที่รู้สึกโกรธหรื อผิด หวัง เปาโลรู ้วา่ จุดอ่อนอย่างหนึ่งของผูช้ ายคือมีแนวโน้มที่จะแสดงความรุ นแรง แข็งกร้าว หรื อเอาชนะ เมื่อเขารู ้สึกโกรธในสิ่ งที่ภรรยาพูดหรื อทา และเปาโลรู ้วา่ ความรักเป็ นสิ่ งที่หกั ล้างความเกรี้ ยวกราดเหล่านี้ได้ กลอนสอนคนให้รักเมีย: ร ักเมีย อย่างไร ให้เมียร ัก เมียหลง รักเมียต ้องอดทน ต ้องเป็ นคนเคารพเมีย ี อย่าให ้เมียต ้องสงสย ั รักเมียต ้องสง่ เสย รักเมียต ้องรักเดียว อย่าได ้เทีย ่ วไปรักใคร รักเมียต ้องทาใจ ถึงอย่างไรเธอก ้อเมีย ี รักเมียอย่ากินเหล ้า ถ ้าเกิดเมา เราจะเสย รักเมียอย่าอ่อนเพลีย คนรักเมีย ต ้องแข็งแรง ึ ผิดสาแดง รักเมียอย่าเทีย ่ วดึก จะเกิดศก รักเมียอย่ารุนแรง ค่อยๆ แซง อย่าขับไว รักเมียต ้องยอมเมีย เพราะว่าเมียไม่ยอมใคร รักเมียต ้องเข ้าใจ ไม่มใี ครใหญ่กว่าเมีย รักเมียอย่าเถียงเมีย คาพูดเมียใหญ่กว่าใคร รักเมียอย่ารักใคร ทัง้ หัวใจ ยกให ้เมี 3.

 ลูกๆ ทังหลาย ้ สิ่งที่จะตอบแทน คุณพ่อคุณแม่ได้ ดีที่สดุ คือ การเชื่อฟั ง ไม่มีอะไรดีไปกว่าเราได้ ลกู ที่เชื่อฟั ง และในขณะเดียวกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่า เราได้ ลกู ที่ดี หมายความว่าไม่ไปเกเร ออกนอกลู่ นอกทาง  เขาอาจจะเรี ยนไม่เก่งเหมือนคนอื่น ไม่เป็ นไร พี่น้องอย่าไปคาดหวังว่า ลูกเราจะต้ องเก่งเหมือนชาวบ้ าน “ดูลกู คนนันสิ ้ เรี ยนเก่งมาก 4 ทุกวิชาเลย แล้ วทุกปี ด้วย” ไม่ต้องไปเปรียบเทียบ เพราะแต่ละคน พระเจ้ าก็ให้ มาไม่เท่ากัน แค่ลกู เราเป็ นเด็กดี ก็เอเมน ขอบคุณพระเจ้ า  เขาอาจจะสมองไม่ดเี ท่าไร เราก็จะต้ องเป็ นผู้ที่ให้ กาลังใจลูกเรา หลายครัง้ ลูกเราเกิดความขมขื่นใจ เพราะว่าพ่อแม่ชอบไปเปรียบเทียบ คือไปเม้ าส์กบั เพื่อนบ้ าน แล้ ววิธีการเม้ าส์ที่สนุกสนานที่สดุ คือเรื่ องสามีกบั ลูก เราเป็ นลูกของพระเจ้ า  พฤติกรรมแบบนี ้ อย่ าไปทา  เปาโลกาชับผูท ้ ี่เป็ นบุตรว่า ให้เป็ นบุตรที่เชื่อฟังบิดามารดาทุกอย่าง เพราะสิ่ งนี้เป็ นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า คาว่า ่ ายใต้บงั คับบัญชา) นัน่ คือ ฟังด้วยความตั้งอกตั้งใจ  “เชื่อฟัง” ในภาษาเดิมหมายถึง การยินยอมรับฟัง (ในฐานะผูอ้ ยูภ หรื อโดยนัยคือ การเอาใจใส่หรื อการกระทาที่สอดคล้องกับคาสัง่ หรื อสิ ทธิอานาจ  ลูกจึงควรเอาใจใส่ ที่จะกระทาตามคาสัง่ สัง่ สอนของบิดามารดา เราทุกคนล้วนอยูใ่ นบทบาทของลูก  พระเจ้าปรารถนาให้เรามีชีวิตที่ถวายเกียรติพระองค์ดว้ ยการเชื่อฟังที่กลาย เป็ นวิถีชีวิตของเรา เชื่อฟังอย่างสมบูรณ์ไม่มีขอ้ ยกเว้น เชื่อฟังด้วยท่าทีภายในที่ยอมนบนอบต่อสิ ทธิอานาจของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง 4.do not embitter your children. or they will become discouraged  “ฝ่ ายบิดา” ไม่ได้ พดู ถึงบิดาอย่างเดียว แต่ความหมายถึงพ่อแม่ แต่วา่ ใช้ เฉพาะเจาะจงว่า “พ่อ” อาจจะอารมณ์ร้อนมากกว่าคุณแม่ คุณแม่ใจเย็นกว่า รักลูก จะพูดว่ารักมากกว่า ก็คงไม่ได้ น่าจะรักพอๆ กัน แต่วา่ อุปนิสยั ของพ่อกับแม่ ก็จะต่างกัน  ฉะนันในฐานะที ้ ่เราเป็ นพ่อ ถ้ อยคาของพระเจ้ าก็บอกเราว่า อย่าทาอย่างนัน้ เราจาเป็ นที่จะต้ องดูแลบุตรหลานของเรา เสมือนหนึง่ ว่าเราดูแลอารักขาแทนให้ พระเจ้ า พอวันหนึง่ สมบัติชิ ้นนี ้ เราต้ องไปคืนให้ กบั พระเจ้ า อย่างครบถ้ วนสมบูรณ์ ดังนันการเป็ ้ นพ่อเป็ นลูก ไม่ได้ หมายความว่า ใครมีอานาจเหนือกว่าใคร  และในปั จจุบนั พี่น้องจะเห็นสังคมมันเปลีย่ นไป หลายครัง้ คุณพ่อคุณแม่ รักลูกมากจนเกินไป ไม่เรี ยนรู้ที่จะสอนลูก ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ไม่สอนให้ ยงั ยังชั ้ ง่ ใจ หรื อ เสี่ยงไป  ดังนัน้ พ่อแม่ต้องวางตัว หรื อวางชีวิตของพวกเราให้ ถกู ต้ อง 5 . เป็ นบิดามารดาทีอ่ บรมสั่ งสอนบุตรอย่ างเหมาะสม (ข้ อ 21) ข้อ21: ฝ่ ายบิดา ก็อย่ายัว่ บุตรของตนให้ขดั เคืองใจ เกรงว่าเขาจะท้อใจ Verse21: Fathers.

 เราสามารถเป็ นพ่อของลูก เพื่อนของลูก เป็ นพี่ของลูก แต่วา่ วันดีคืนดี ลูกมาลูบหัวเราเล่นได้ หรื อทาเทียบเท่าตัวเราก็ไม่ได้ หมายความว่าสิทธิอานาจ พระเจ้ าได้ ตงไว้ ั ้ ชดั เจน มันมีลดหลัน่ กันไป ให้ ร้ ูวา่ ใครเป็ นพ่อ ใครเป็ นแม่ ใครเป็ นลูก ส่วนในครอบครัว ไม่วา่ เราจะตัดสินใจทาอะไรสักอย่างหนึง่  แต่หลายครัง้ เราคิดว่าเราเป็ นพ่อเป็ นแม่ เราจะทาอะไรกับลูกเราก็ได้ เขาเป็ นตุ๊กตาให้ เราปั น้ แต่งตามใจชอบ ไม่ใช่นะครับ  ลูกเราเป็ นของพระเจ้ า เป็ นของประทานจากพระเจ้ า เรามีหน้ าที่ดแู ลเขาอย่างดี เพื่อถวายคืนแด่พระเจ้ า เราไม่ใช่เจ้ าของที่จะไปบงการ ว่าเขาต้ องทาอย่างที่เราต้ องการ อย่างปั จจุบนั มีเด็กๆ หลายคน เขาก็จะเลือกทางที่เขาจะเรียน เราเป็ นพ่อแม่ เรามีหน้ าที่สนับสนุน หมายความว่าเรามองดูแล้ ว เขามีศกั ยภาพแบบไหน เขาชอบแบบไหน ไม่ใช่ชอบไปขโมยเขา พี่น้องสนับสนุนลูกเถิด เพราะเราเชื่อมัน่ ว่า ทุกอย่างพระเจ้ าควบคุมอยู่ ต่อให้ ลกู เราเรี ยนเก่งหรื อไม่เก่ง อนาคตของเขาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้ า แค่เขาสามารถรักพระเจ้ า ก็โอเคมากแล้ ว แล้ วเมื่อพ่อแม่ทาส่วนของพ่อแม่แล้ ว ลูกๆ ก็ต้องทาส่วนของลูกด้ วย ไม่ใช่ ดีจงั เลย พ่อแม่มายุ่งกับชีวิตเราไม่ได้ ไม่จริ งนะ เราก็ต้องทาส่วนของเรา ถ้ าเราทาส่วนของเราไม่ดี พ่อแม่กส็ ามารถเข้ ามาดูแลชีวิตของเรา เช่นเดียวกัน อย่างเช่นการเรี ยน เราอาจจะคิดว่าตรงนี ้ดี พ่อแม่อาจจะแนะนาว่าตรงนี ้ดีกว่าไหม ถ้ าเรายังยืนยันว่าเรารู้สกึ อยากได้ อย่างนี ้ พ่อแม่ยอมเขาหน่อยหนึง่ เพราะลูกเราเป็ นคนเรี ยน ไม่ใช่เรา อีกหน่อยอนาคตของเขา เขาเลือกทางชีวิตของเขา โดยพระเจ้ าควบคุมอยู่ เราอาจจะไม่สามารถรู้ได้ วา่ สิ่งที่เขาเลือก ณ วันนี ้ จะทาประโยชน์อะไรได้ ในอนาคตข้ างหน้ า แต่ยงั เชื่อใจว่าพระเจ้ าทรงควบคุมทุกสิง่ อยู่ ดังนันตรงนี ้ ้เป็ นสิ่งที่สาคัญ   ในข้อ 21 เปาโลชี้ไปที่คุณลักษณะของบิดามารดาที่อบรมสัง่ สอนบุตรอย่างเหมาะสมคือ “การไม่ ยวั่ บุตรให้ ขดั เคืองใจ” คาว่า “ยัว่ ” ในภาษาเดิมหมายถึง กระตุน้ ปลุกเร้า โดยเฉพาะให้เกิดความโกรธเคือง การที่เปาโลเลือกที่กล่าวถึง “ฝ่ ายบิดา” นั้น ไม่ได้หมายถึงว่าคากาชับนี้ไม่เกี่ยวกับมารดา แต่เชื่อกันว่าเปาโลระบุไปที่บิดาเพราะบิดาเป็ นหัวหน้าของครอบครัว บิดามารดาต้องละเว้นการกระทาที่อาจจะเป็ นการยัว่ ยุอารมณ์ให้เด็กโกรธ เช่น การเปรี ยบเทียบกับเด็กอื่น การดูหมิ่นเหยียดหยาม เป็ นต้น นอกจากบิดามารดาไม่ควรยัว่ ยุบุตรแล้ว ยังต้องอบรมเขาด้วยการสัง่ สอน และการเตือนสติตามหลักการของพระเจ้าด้วย ซึ่งเราสามารถเรี ยนรู้ได้จากการที่พระคริ สต์ทรงสัง่ สอนตักเตือนผูเ้ ชื่อ หลักการของการตีสอน คือ “การตีเพราะความรัก และมีเป้ าหมายเพือ่ นาบุตรกลับมาในทางของทีถ่ ูกต้ องตามหลักการของพระเจ้ า” คริ สเตียนควรประยุกต์วิธีการตีสอนให้เหมาะกับลูกในแต่ละวัยให้เข้ากับบริ บทของเขา ฮบ.12:15  6 .

เป็ นพนักงานชั้นเลิศ (คส.จงระวังให้ดีอย่าให้ใครเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมา ทาความยุง่ ยากให้ ซึ่งจะเป็ นเหตุให้คนเป็ นอันมากเสี ยไป Hebrews 12:15 See to it that no one falls short of the grace of God and that no bitter root grows up to cause trouble and defile many มิติในทีท่ างาน  องค์กรทัว่ ไปจะสร้างความสุขและความสาเร็ จในที่ทางาน อาจต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ จากภายนอก เพื่อสร้างความสุขให้แก่พนักงาน แต่หลักการของพระเจ้า พระองค์ทรงย้าให้คนของพระองค์เปลี่ยนแปลงจากท่าทีภายใน เมื่อท่าทีภายในถูกต้องก็จะส่งผลต่อทัศนคติและการกระทาที่ถกู ต้อง การทางานนั้นจะเต็มไปด้วยความสุข ที่ทางานนั้นก็เต็มไปด้วยความสุข องค์กรนั้นจะเป็ นองค์กรแห่งความสุข ชีวติ ทีถ่ วายเกียรติพระเจ้ าในทีท่ างาน แบ่ งเป็ น 2 หมวด คือ 1) เป็ นพนักงานชั้นเลิศ 2) เป็ นหัวหน้างานชั้นยอด 1.3:22-25) ฝา่ ยพวกทาส จงเชื่อฟงั ผูท้ เ่ี ป็ นนายของตนตามเนื้อหนังทุกอย่าง ไม่ใช่ตามอย่างคนทีท่ าแต่ต่อหน้า อย่างคนประจบสอพลอ แต่ทาด้วยน้ าใสใจจริง ด้วยความเกรงกลัวองค์พระผูเ้ ป็นเจ้า 23ไม่ว่าท่านจะทาสิง่ ใด ก็จงทาด้วยความเต็มใจเหมือนกระทาถวายองค์พระผูเ้ ป็ นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทาแก่มนุษย์ 24 ท่านรูว้ ่าท่านจะได้รบั มรดกจากองค์พระผูเ้ ป็นเจ้าเป็นบาเหน็จ ท่านปรนนิบตั พิ ระคริสตเจ้าอยู่ 25 ส่วนผูท้ ท่ี าความผิดก็จะได้รบั ผลตามความผิดทีเ่ ขาได้ทานัน้ และไม่มกี ารทรงเห็นแก่หน้าผูใ้ ดเลย 22  “ทาส” คือผูท ้ ี่ไม่มีสิทธิ์ในตนเอง แต่เป็ นดังสมบัติของผูซ้ ้ือหรื อนายของตน ซึ่งมีสิทธิ์เหนือชีวิตทาสทุกประการ หากทาสถูกขายหรื อขายตนเองไปภายใต้บางชนชาติที่โหดร้าย นายทาสอาจทาทารุ ณกรรมหรื อยา่ ยีทาสนั้นอย่างไร้ความปรานี โดยที่นายทาสไม่มีความผิดประการใด 7 .

but with sincerity of heart and reverence for the Lord  สมัยก่อนยุคพระคัมภีร์ยงั มีทาสอยู่ แต่ยคุ ปั จจุบนั เราไม่มีทาสแล้ ว อันนี ้น่าจะเปรี ยบเทียบ เหมือนคนทางาน พนักงานบริ ษัท หรื อเจ้ าหน้ าที่ตามหน่วยงานต่างๆ เมื่อเราเข้ าไปทางาน สิ่งหนึง่ ที่เราจาเป็ นจะต้ องมี คือการเชื่อฟั งผู้บงั คับบัญชา  ถ้ าพี่น้องไปทางานยังหน่วยงานไหน แล้ วท่านเชื่อฟั งผู้บงั คับบัญชาไม่ได้ พี่น้องก็ลาออกไปเลย ไปหาที่ที่คิดว่าเราสามารถเชื่อฟั งได้ ไม่อย่างนันเราก็ ้ จะทางานอย่างไม่มีความสุข  เจ้ านายสัง่ อย่าง เราทาอีกอย่าง มันก็ต้องมีเรื่องกัน การทางานจะมีขนตอนของแต่ ั้ ละบริ ษัท หรื อแต่ละหน่วยงานที่แตกต่างกันไป  ตัวอย่างคริ สตจักรที่นี่ พระเจ้ าก็มีเจิมตังหั ้ วหน้ าไว้ เพื่อที่จะดูแลทังหมด ้ อย่างศิษยาภิบาล เรายังมีศิษยาภิบาลใหญ่ ที่จะดูแลหัวหน้ าแคร์ ทงหลาย ั้ แล้ วถ้ าเราไม่เชื่อฟั งศิษยาภิบาล เราก็ทางานร่วมกันไม่ได้ หรื อแม้ แต่คริสตจักร สมาชิกไม่เชื่อฟั งผู้รับใช้ เราก็อยู่กนั ไม่ได้ 8 . obey your earthly masters in everything. ในพระคัมภีร์บนั ทึกว่าพระเจ้าทรงให้บทบัญญัติแก่ชนชาติอิสราเอล ซึ่งโดดเด่นและแตกต่างจากชนชาติอื่นอย่างชัดเจนเรื่ องการให้ความคุม้ ครองแก่ ทาส เช่น หากนายทาสตีทาสจนเสี ยชีวิตด้วยเจตนาก็ตอ้ งถูกปรับโทษดังฆาตกร (อพย.21:26-27)  การที่พระเจ้าทรงให้กฎหมายคุม้ ครองทาสไว้ เพื่อให้นายทาสประพฤติต่อทาสของตนอย่างเหมาะสม สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงเห็นคุณค่าของมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  ปัจจุบนั ระบบทาสในหลายประเทศทัว่ โลกถูกยกเลิกไปแล้ว แต่หลักการของพระเจ้ายังสามารถนาประยุกต์ใช้ได้  ทาสคือผูท้ ี่รับใช้นายของตนตามหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมาย ซึ่งเปรี ยบเทียบได้กบั พนักงาน หรื อลูกน้อง หรื อผูท้ ี่อยูใ่ ต้บงั คับบัญชา ในองค์กรหรื อภายใต้ผวู้ า่ จ้างนั้น พระธรรมโคโลสี 3:22-25 ให้คาแนะนาในการทางานแก่พนักงานหรื อผูอ้ ยูใ่ ต้บงั คับบัญชาไว้ 3 ประการ ผูท้ ี่นาหลักการเหล่านี้ไปใช้จะสามารถเป็ น “พนักงานชั้นเลิศ” ได้อย่างแน่นอน 1.21:20) หากทุบตีทาสจนบาดเจ็บและสูญเสี ยอวัยวะให้ปล่อยทาสผูน้ ้ นั ให้เป็ นไท เพราะการกระทานั้นชี้ให้เห็นว่านายทาสทาทารุ ณกรรมทาสของตน (อพย.1 ทางานด้ วยความเชื่อฟัง (ข้ อ 22) ฝ่ ายพวกทาส จงเชื่อฟังผู้ทเี่ ป็ นนายของตนตามเนื้อหนังทุกอย่ าง ไม่ ใช่ ตามอย่ างคนทีท่ าแต่ ต่อหน้ า อย่ างคนประจบสอพลอ แต่ ทาด้ วยน้าใสใจจริง ด้ วยความเกรงกลัวองค์พระผู้เป็ นเจ้ า Verse22: Slaves. not only when their eye is on you and to curry their favor. and do it.

work at it with all your heart. for there is no authority except that which God has established. The authorities that exist have been established by God 1.13:1 ทุกคนจงยอมอยูใ่ ต้บงั คับของผูท้ ี่มีอานาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอานาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผูท้ ี่ทรงอานาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น Romans 13:1 Let everyone be subject to the governing authorities. พี่น้องก็จะไม่เป็ นพระพร สิ่งที่สอนไป พี่น้องก็ “ไม่เอา ไม่เชื่อ” ไม่เอาตลอด ถ้ าสมมติวา่ มีความรู้สกึ แบบนี ้ ก็แนะนาว่าพี่น้องหาโบสถ์ใหม่ดีกว่า  หาที่ที่พี่น้องสามารถเชื่อฟั งศิษยาภิบาล หรื อผู้รับใช้ ได้ ไม่ใช่เพื่อว่าศิษยาภิบาลจะได้ หน้ า มีแต่คนเชื่อฟั ง แต่เพื่อชีวิตของเราเอง เราจะได้ เจริ ญเติบโตอยู่ในทางของพระเจ้ าด้ วย นี่คือหลักการในการดาเนินชีวิตที่เราควรจะมี  พระคัมภีร์กล่าวอย่างชัดเจนว่า ทาสหรื อผูร้ ับใช้น้ นั ต้องเชื่อฟังนายของตนทุกประการ การที่เปาโลสัง่ ให้ ่ นสมมุติฐานว่า ผูท้ ี่มีสิทธิอานาจนั้นใช้สิทธิอานาจอย่างถูกต้องและออกคาสัง่ ที่ดี “เชื่อฟังทุกประการ” นั้นเป็ นเพราะท่านตั้งอยูบ  การเชื่อฟังที่แท้จริ งนั้นไม่ใช่ทาเฉพาะต่อหน้าเพื่อประจบสอพลอ แต่ดว้ ยความยาเกรงพระเจ้า ตระหนักว่าพระเจ้าทรงทอดพระเนตรอยู่ พระเจ้าทรงรู้ความในใจของเราทุกสิ่ ง และพระองค์ทรงมองเห็นเราตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อเราให้เกียรติพระเจ้าก็ควรให้เกียรติผทู้ ี่พระเจ้าทรงตั้งไว้ให้มี สิ ทธิอานาจเหนื อเราด้วย เพราะสิ ทธิอานาจทุกอย่างมาจากพระเจ้า รม.3 ทางานโดยมันใจว่ ่ าพระเจ้ายุติธรรม (ข้อ 24-25) ข้อ 24-25: ท่านรูว้ ่าท่านจะได้รบั มรดกจากองค์พระผูเ้ ป็ นเจ้าเป็ นบาเหน็จ ท่านปรนนิ บตั ิ พระคริสตเจ้าอยู่ 9 .2 ทางานอย่ างเต็มใจเต็มความสามารถ (ข้ อ 23) ข้ อ 23: ไม่ ว่าท่ านจะทาสิ่งใด ก็จงทาด้ วยความเต็มใจเหมือนกระทาถวายองค์พระผู้เป็ นเจ้ า ไม่ ใช่ เหมือนกระทาแก่มนุษย์ Verse23: Whatever you do.6:7-8)  ทาอย่างเต็มกาลัง ไม่ใช่ทาแค่ตอ่ หน้ าเจ้ านายเท่านัน้ แต่พอเจ้ านายหันหลังปุ๊ บ เราก็ทาตามอาเภอใจ อย่างนันไม่ ้ ได้ ถ้ าเราคิดจะทาอะไร ให้ ทาอย่างเต็มที่ ทาให้ เกินเงินเดือนที่เขาให้ เลย คนที่ดแู ลเราอยู่ คือพระเจ้ าผู้ทรงสถิตอยู่บนฟ้าสวรรค์ จะเฝ้ามองดูพฤติกรรมของเราในการทางาน ถ้ าเราทาเต็มที่ พระเจ้ าให้ เราเต็มที่อยู่แล้ ว พระเจ้ าก็จะทรงอานวยพระพร เจ้ านายก็จะเอ็นดูเราด้ วย 1. not for human masters  คาว่า “เต็มใจ” ในภาษาเดิมหมายถึง การทามาจากจิตใจ แรงจูงใจเบื้องหลังของการทางานนั้นคือ “กระทาถวายองค์ พระผู้เป็ นเจ้ า” พนักงานชั้นเลิศจะทางานด้วยท่าทีถวายแด่พระเจ้า โดยทุ่มเททั้งชีวิต เวลา ความสามารถ และผลงานที่ได้รับนั้นจะออกมาอย่างดีเลิศ (อฟ. as working for the Lord.

เป็ นหัวหน้ างานชั้นยอด (คส.4:1) ฝ่ ายนายก็จงทาแก่เหล่ าทาสของตนตามความยุติธรรมและสม่าเสมอกัน เพราะท่ านรู้ว่าท่ านก็มีนายองค์หนึ่งในสวรรค์ด้วย Masters. because you know that you also have a Master in heaven 10 . and there is no favoritism แปลว่าทุกอย่างที่เราทา พระเจ้ าเฝ้ ามองดูอยู่ พระเจ้ าบอกว่า พระเนตรของพระองค์ เฝ้ามองดูพวกเราอยู่ จากฟ้าสวรรค์  ไม่วา่ เราจะทาอะไรในที่ลบ ั ที่แจ้ ง พระเจ้ าทรงเห็นหมด มนุษย์อาจจะไม่ร้ ู แต่พระเจ้ ารู้  เราแกล้ งทา พระเจ้ าก็ร้ ู หรื อเราไม่แกล้ งทา เราทาด้ วยความจริ งใจ พระเจ้ าก็ร้ ู พระเจ้ าจะเป็ นผู้ที่อานวยพระพร ประทานบาเหน็จรางวัลให้ กบั พวกเรา ตามการกระทาของเรา การกระทาตรงนี ้ไม่ใช่ทาแค่ผิวเผิน แต่เป็ นการทาที่ออกมาจากจิตใจจริ งๆ ว่าเราเต็มที่ของเราแบบนี ้  เพราะว่าพระเจ้ า รู้ถงึ ข้ างในเราว่าเราแกล้ งทา หรื อเราทาจริ งๆ  และในพระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้ าจะไม่ทรงเห็นแก่หน้ าผู้ใดเลย อย่าคิดว่า เราเป็ นลูกที่พระเจ้ าทรงรัก แล้ วเราจะทาอะไรก็ได้ พระเจ้ าจะแกล้ งๆ ไม่เห็น ผ่านๆ ไป ไม่จริ ง  ยิ่งพระเจ้ ารักเรามากเท่าไร พระเจ้ าก็จะจับจ้ องมองเราทุกวินาที ว่าตอนนี ้เรากาลังทาอะไรอยู่ เรากาลังคิดอะไรอยู่ หรื อทุกอย่างที่เราทา พระเจ้ าจะจดเอาไว้ ในสมุดแห่งชีวิตของพวกเราทุกๆ คน  วันหนึง่ พวกเราก็ไปยืนอยูต ่ อ่ หน้ าพระเจ้ า พระเจ้ าก็จะเปิ ดสมุดมาดูวา่ ท่านทาอะไร แล้ วพระเจ้ าก็จะปูนบาเหน็จรางวัลให้ ตามที่ท่านกระทาในโลกใบนี ้   ในบริ บทของพระธรรมตอนนี้คือ เปาโลกล่าวกับผูเ้ ป็ นทาส ทาสเป็ นกรรมสิ ทธิ์ของนาย ซึ่งนายไม่จาเป็ นต้องตอบแทนสิ่ งใดให้กบั ทาส ต่างจากปัจจุบนั ที่นายจ้างจะจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ลกู จ้าง จึงดูเหมือนว่า เมื่อทาสทางานรับใช้ อาจไม่มีส่วนได้รับประโยชน์ใด ๆ และต้องทางานอย่างหนัก หากพบกับนายทีด่ ี ทาสก็อาจจะได้ รับความสุ ขสบายบ้ าง หากอยู่ภายใต้ นายทีโ่ หดร้ าย ชีวติ ก็จะเต็มไปด้ วยความยากลาบาก แต่ ไม่ ว่าทาสผู้นั้นจะเผชิญสถานการณ์ แบบใดก็ตาม เปาโลหนุนน้าใจเขาให้ มองไปถึงบาเหน็จรางวัลทีจ่ ะได้รับจากพระเจ้ า หากเขาสัตย์ซื่อและรับผิดชอบทางานอย่ างดีทสี่ ุ ด เขาจะได้ รับบาเหน็จนั้นจากพระเจ้ าเป็ นแน่ เพราะพระเจ้ าทรงเป็ นเจ้ านายสู งสุ ด ทรงเปี่ ยมไป้ วยความยุติธรรมและความชอบธรรม 2.25ส่วนผูท้ ีท่ าความผิดก็จะได้รบั ผลตามความผิดทีเ่ ขาได้ทานัน้ และไม่มีการทรงเห็นแก่หน้ าผูใ้ ดเลย Verse 24-25: since you know that you will receive an inheritance from the Lord as a reward. It is the Lord Christ you are serving. 25 Anyone who does wrong will be repaid for their wrongs. provide your slaves with what is right and fair.

4:1 ได้ให้คาแนะนาแก่ผทู้ ี่เป็ นหัวหน้างานว่า การจะเป็ น “หัวหน้ างานชั้นยอด” ควรปฏิบตั ิอย่างน้อย 2 ประการ 2.000 ตังแต่ ้ เริ่ มต้ นทางาน เมื่อ 20 ปี ที่แล้ ว จนวันนี ้ 5.1 จัดการอย่ างยุตธิ รรม (ข้ อ 1ก)  คาว่า “ยุตธิ รรม” หมายถึง ถูกต้อง เที่ยงธรรม สมเหตุสมผล ใช้ดุลยพินิจ ซึ่งคานี้ให้ความหมายที่ครอบคลุมทั้งด้านลักษณะชีวติ และการกระทา  ในพระคัมภีร์ใหม่ ให้ความหมายของคานี้วา่ “ชอบธรรม” ทั้งด้านชีวิตที่ถกู ต้องและการกระทาที่ถกู ต้องทั้งต่อพระเจ้าและมนุษย์ สอดคล้องกับพระลักษณะของพระเจ้าและพระราชกิจของพระองค์ดว้ ย 11 . พอพูดถึงทาสเสร็จ ในพระคัมภีร์ตรงนี ้ ก็มาพูดถึงเจ้ านายด้ วย เราอย่าคิดว่าเราเป็ นเจ้ านาย เราจะทาอะไรลูกน้ องก็ได้ จะข่มเหง จะรังแก จะกดขีค่ า่ แรงได้ ตามใจชอบ ไม่ได้ นะครับ  ตามถ้ อยคาของพระเจ้ า พระเจ้ าบอกว่าให้ เราทาแก่ทาสของตน อย่างยุติธรรม ทากับลูกน้ องของตัวเองอย่างยุติธรรม ในห้ องนี ้ก็เชื่อว่ามีเจ้ าของบริ ษัท มีเจ้ านายอยู่หลายๆ ท่าน  เรามีลกู น้ อง ที่จะต้ องดูแล ในพระคัมภีร์บอกว่าถ้ าลูกน้ องเราทาดี เราก็ต้องให้ ความยุติธรรม ถ้ าผลงานเขาดี เราก็ต้องขึ ้นเงินเดือน ไม่ใช่กดตลอด ทามากแค่ไหน เราก็ให้ 5.000 อยู่เลย ไม่ได้ อย่าเอาเปรียบ  พี่น้องก็ให้ ดตู ามผล หรือตามเนื ้องานที่ลกู น้ องของเราทา เพราะพระเจ้ าบอกว่า ให้ เรารู้วา่ เรามีนายองค์หนึง่ อยู่บนสวรรค์ แล้ วนายองค์นนั ้ คือพระเจ้ าผู้ยิ่งใหญ่สงู สุด ที่จะคอยดูเจ้ านายทังหลาย ้ ว่ากดขี่ขม่ เหงแรงงาน ของลูกน้ องหรื อเปล่า หรื อว่าใช้ เขาฟรี ๆ ค่าจ้ างไม่เคยจ่ายสักทีหนึง่  เพราะว่าพระเจ้ ามองอยู่ แล้ วเราก็มีความจาเป็ นที่จะต้ องให้ ความยุติธรรม พี่น้องรู้ไหมคนทางานกินเงินเดือน ต้ นเดือนชนปลายเดือนเลย พอถึงวันที่เงินเดือนออก เขาก็รอเงินก้ อนใหม่ เพื่อเขาจะได้ ใช้ ตอ่ ถ้ าพี่น้องไปกักเงินเดือนที่เขาควรจะได้ แล้ วพรุ่งนี ้เขาจะทานอะไร ตรงนี้พี่นอ้ งต้องระวัง ปกติคนที่เป็ นคริ สเตียน เป็ นเจ้านาย เขาไม่อยากได้ลกู น้องเป็ นคริ สเตียน เพราะสอนไม่ได้ เตือนไม่ได้ พอดุหน่อย “ไม่มีความรัก” พระเจ้าสอนว่าพระเจ้าคือความรัก ดุไม่ได้อีก เป็ นอย่างนั้นไป อย่าเด็ดขาด พระเจ้าเป็ นความรัก แต่ความรักของพระเจ้า ก็มีกฎเกณฑ์ของพระองค์เอง ที่เราจะไม่สามารถล้ าเส้นกันได้  พระเจ้าทรงเป็ นพระผูส้ ร้างสรรพสิ่ ง พระองค์จึงเป็ น “เจ้ าของทีแ่ ท้ จริง” ของสรรพสิ่ งบนโลกนี้รวมทั้งมนุษย์ พระองค์จึงมีเอกสิ ทธิ์ในการจัดสรรและมอบหมายให้มนุษย์ดูแลอารักขาสิ่ งใดสิ่ ง หนึ่งตามที่พระองค์ประสงค์ เราทุกคนจึงควรตระหนักว่าเราเป็ น “ผู้อารักขา” ไม่ใช่ “เจ้ าของ”  พระเจ้าผูท้ รงประทับในสวรรค์น้ นั เป็ น “จอมเจ้ านาย” เหนือผูเ้ ป็ นหัวหน้างาน ดังนั้น การที่หวั หน้างานจะกระทาสิ่ งใดประการใด ก็ตอ้ งรับผิดชอบต่อ “หัวหน้ างานบนสวรรค์ ” ด้วย  ใน คส.

and I will pay you whatever is right คาว่า “สมา่ เสมอ” ในภาษาเดิมหมายถึง ได้เหมือนกันในด้านเงื่อนไขหรื อตามสัดส่วน  ดังนั้น “สมา่ เสมอ” จึงไม่ได้หมายถึง การได้เท่ากัน หรื อการได้เหมือนกัน แต่เป็ นการจัดการที่เสมอภาคกันคือ ตามเงื่อนไขและสัดส่วนที่ถกู ต้องเหมาะสม  พระเจ้าทรงปรารถนาให้หวั หน้างานทุกคนปฏิบตั ิต่อผูท ้ ี่อยูภ่ ายใต้หรื อพนักงานนั้นด้วยความเสมอภาค โดยไม่เลือกปฏิบตั ิ แต่กระทาอยูภ่ ายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ไม่ใช่สองมาตรฐาน (Double Standard)  12 . พระเยซูคริ สต์ทรงให้มาตรฐานในการจ่ายค่าตอบแทนไว้ในพระธรรมมัทธิว บทที่ 20 เรื่ อง “เจ้าของสวนองุ่น” ที่ไปว่าจ้างคนงานมาเก็บองุ่น เจ้าของสวนนั้นออกไปตั้งแต่รุ่งเช้าเพื่อจ้างคนงาน และได้กล่าวกับคนงานว่า “ท่ านทั้งหลายจงไปทางานในสวนองุ่นด้ วยเถิด เราจะให้ ค่าจ้ างแก่ พวกท่ านตามสมควร” (มธ.20:4) คาว่า “ตามสมควร” มีรากศัพท์เดียวกับคาว่า “ยุตธิ รรม” นี่คือมาตรฐานของพระเจ้า มธ20:4 จึงพูดกับเขาว่า 'ท่านทั้งหลายจงไปทางานในสวนองุ่นด้วยเถิด เราจะให้ค่าจ้างแก่พวกท่านตามสมควร' แล้วเขาก็พากันไป Matthew20:4 He told them. ‘You also go and work in my vineyard.