การเป็นนัก

พูดทีด
่ ี

หนทางสู่ การเป็ นนักพูดทีด่ ี
1. การพัฒนาบุคลิกภาพ
2. การวิเคราะห์ วตั ถุประสงค์
3. การวิเคราะห์ ผู้ฟัง
4. การเตรียมหัวข้ อ
5. การเตรียมโครงเรื่อง
6. การเตรียมขั้นตอนการพูด
7. การใช้ สื่อประกอบการพูด
8. การปฏิบัติขณะพูด
9. การประเมินผลหลังพูด

การพัฒนาบุคลิกภาพเพือ่ การพูดทีด่ ี
บุคลิกภาพครอบคลุมสภาวะทุกอย่ าง ซึ่งประกอบขึน้ เป็ น
ตัวบุคคล นับตั้งแต่ สภาวะทางกาย อารมณ์ ทักษะ ความสนใจ
ความคิดหวัง ความรู้ สึก ลักษณะท่ าทาง นิสัย ความสามารถ
ทางปัญญา ตลอดจนความสาเร็จทีบ่ ุคคลนั้นได้ รับ รวมทั้งการ
ปรับตัวของแต่ ละบุคคลในการเผชิญปัญหา หรือความคับข้ อง
ใจทีเ่ กิดขึน้ ในทุกสถานการณ์ ของชีวติ ซึ่งก็นับว่ าเป็ นส่ วนหนึ่ง
ของบุคลิกภาพ

ลักษณะของบุคลิกภาพ
 บุคลิกภาพภายใน (Internal Personality) เพือ่ การนาไปสู่ การมี
บุคลิกภาพภายนอก หรือการมีการประพฤติปฏิบัตใิ นด้ านต่ างๆ อย่ างถูกต้ อง
เหมาะสมกับสถานภาพของตนเอง สภาวการณ์ แวดล้ อมบุคคลทีเ่ ราติดต่ อ
เกีย่ วข้ องด้ วย การตั้งความคิดในการมองโลก กาลเทศะ ฯลฯ

 บุคลิกภาพภายนอก (External personality) เมือ่ ได้มีการพัฒนา
บุคลิกภาพภายในดีแล้ ว จะทาให้ พฤติกรรมท่ าทีการแสดงออกในด้ านต่ างๆ
ของคนเรางดงาม เหมาะสม ทาให้ ได้ รับความชื่นชม การยอมรับและศรัทธาจาก
บุคคลอืน่ ได้ เป็ นอย่ างดี

บุคลิกภาพภายในทีค่ วรพัฒนา
ความเชื่อมัน่

ความกระตือรือร้ น

ความรอบรู้

ความจา

ความคิดริเริ่ม

ปฏิภาณไหวพริบ

ความรับผิดชอบ

ความจริงใจ

อารมณ์ ขัน

ความใจกว้ าง

บุคลิกภาพภายนอกทีค่ วรพัฒนา
รู ปร่ างหน้ าตา

การแต่ งกาย

อิริยาบถ/กิริยาท่ าทาง

การเดิน

การยืน

การเคลือ่ นไหวศีรษะ

การนั่ง
การใช้ มอื นิว้

บุคลิกภาพภายนอก (ต่ อ)
การใช้ สายตา
การใช้ ไมโครโฟน
เสี ยงและนา้ เสี ยง
การใช้ ภาษา

การวิเคราะห์ วตั ถุประสงค์
1. วัตถุประสงค์ ทวั่ ไป
2. วัตถุประสงค์ เฉพาะกลุ่ม

การวิเคราะห์ ผู้ฟัง
-

อายุ
เพศ
การศึกษา
อาชีพ
ภูมหิ ลัง

การเตรียมหัวข้ อ
- หัวข้ อทีผ่ ู้พูดรู้ ด/ี เชี่ยวชาญทีส่ ุ ด
- หัวข้ อทีผ่ ู้พูดสนใจ/อยากพูดทีส่ ุ ด
- หัวข้ อตามความสนใจของสั งคม/กระแส
นิยม
- หัวข้ อทีส่ ามารถหาข้ อมูลได้ มาก/ง่ ายต่ อ
การค้ นหาข้ อมูล

การเตรียมโครงเรื่อง
-

กาหนดวัตถุประสงค์
ลงขัน
ดูเรียงลาดับ
ขยายขยับเนือ้ หา
ค้ นหาข้ อมูล

การเตรียมขั้นตอนการพูด
1.
2.
3.
4.

ปฏิสันถาร
คานา หรือการเริ่มต้ น
เนือ้ เรื่อง หรือสาระสาคัญของเรื่อง
สรุปจบ หรือการลงท้ าย

" ขึน้ ต้ นให้ ตื่นเต้ น ตอนกลางให้ กลมกลืนและตอนจบให้ จบั ใจ "

ข้ อควรคานึงในการกล่าวคาปฏิสันถาร
1. กล่ าวตาแหน่ ง ไม่ กล่ าวชื่อ
2. กล่ าวทักกลุ่มผู้ฟังไม่ เกิน 3 กลุ่ม
3. กล่ าวเรียงลาดับกลุ่มผู้ฟังจากตาแหน่ งใหญ่ ไปหา
ตาแหน่ งรอง และ ผู้ฟังส่ วนใหญ่
4. ไม่ ใช้ คาขึน้ ต้ น 2 แบบในการกล่ าวทักครั้งเดียวกันเช่ น
เรียนอาจารย์ และสวัสดีนักศึกษา....
5. หากผู้ฟังมีพระภิกษุด้วย ควรกล่ าวปฏิสันถารพระภิกษุก่อน

การกล่าวคานา
ไม่ ยดื ยาว เข้ าเนือ้ หา พาจดจ่ อ
• ขึน้ ต้ นแบบพาดหัวข่ าว (Headline)
• ขึน้ ต้ นด้ วยคาถาม (Asking Question)
• ขึน้ ต้ นด้ วยการทาให้ ผู้ฟังสงสั ย (Interest Arousing)
• ขึน้ ต้ นด้ วยการอ้ างบทกวี หรือวาทะของผู้มีชื่อเสี ยง
(Quousing)

• ขึน้ ต้ นให้ สนุกสนาน (Entertainment)

ข้ อพึงหลีกเลีย่ งในการขึน้ ต้ น

• พูดออกตัว
• มัวอ้ อมค้ อม
• กล่ าวถ่ อมตน
• สาละวนขออภัย

เนือ้ เรื่อง
• มีเอกภาพ
• เรียงร้ อยอย่ างมี
สั มพันธภาพ
• เห็นสารัตถภาพ
• มีศิลปะในการใช้
ภาษา

การปฏิบัติตนขณะทีพ่ ูดบนเวที







ตรงต่ อเวลา
ทีท่าอาจอง
ไม่ พะวงขบขัน
ฉลาดจานรรจา
ส่ งภาษานัยน์
เคลือ่ นไหวกลมกลืน
ไม่ ขนื พูดขณะอึงมี่
มีมารยาท

เทคนิคการพูหด
• ฟังสบายหู
• ดูสบายตา
• พาสบายใจ

การกล่าวคาตอนจบ/สรุป
กะทัดรัด แจ่ มชัดเป้าหมาย ปลายไม่ คลาดเคลือ่ น ไม่ เลอะเลือน ไม่
เยิ่นเย้ อ เพือ้ นอกประเด็น
 สรุปความ
 ตามคมปาก
 ฝากให้ คดิ
 สะกิดชักชวน
 สานวนขบขัน
 เปิ ดเผยตอนสาคัญ

วลีพฆิ าต
 ได้ สาระไม่ มากก็น้อย
 หมดเวลาพอดี
 มีเพียงแค่ นี้
 ขอบคุณทีอ่ ตุ ส่ าห์ ฟัง
 ขอจบเพียงเท่ านี้
 ขอโทษหากผิดพลาด

THE END

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful