Communication Media

1

เนือ้ หา
 สื่อประเภทเหนี่ยวนา

(Conducted Media)
• สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable)
• สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
• สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic)

2

เนือ้ หา
 สื่อประเภทไร้ สาย

(Wireless Media)
• คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio)
• ไมโครเวฟ (Microwave)
• ดาวเทียม (Satellite)
• แสงอินฟราเรด (Infrared)
• บลูทธู (Bluetooth)
3

เนือ้ หา  การเลือกสื่อ  ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่อสาร  อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มินอล (Terminal Interface) 4 .

การสื่ อสารข้ อมูล (Data Communication)  การแลกเปลี่ยนข้ อมูลกันระหว่ างอุปกรณ์ หรื อ เครื่ องคอมพิวเตอร์ อย่ างน้ อย 2 เครื่ อง  ผ่ านสื่อกลางชนิดต่ างๆ  ข้ อมูลที่แลกเปลี่ยน อาจอยู่ในรู ปของ ตัวอักษร ตัวเลข ข้ อมูลเสียง รู ปภาพ เป็ นต้ น 5 .

สื่ อกลางในการสื่ อสารข้ อมูล (Communication Media) • สื่อประเภทเหนี่ยวนา (Conducted Media) •อาศัยวัสดุท่จี ับต้ องได้ เป็ นตัวนาพาสัญญาณ •เช่ น สายทองแดง. ใยแก้ วนาแสง • สื่อประเภทกระจายคลื่น (Radiated Media) •ไม่ ต้องอาศัยวัสดุใดๆในการนาพาสัญญาณ •เช่ น คลื่นวิทยุ 6 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทเหนี่ยวนา (Conducted Media) • สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable) • สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) • สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic) 7 .

4200 คู่ให้ เลือกใช้ แบ่ งเป็ น 2 ประเภท คือ •Unshielded Twisted-Pair (UTP) •Shielded Twisted-Pair (STP) 8 .สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable) สายทองแดงจับคู่พน ั เกลียว เพื่อลดสัญญาณรบกวน •ยิ่งบิดเกลียวหนาแน่ น -> ลดสัญญาณรบกวนได้ ดีกว่ า สาย 1 คู่หมายถึงช่ องสัญญาณ 1 ช่ องทาง มีกว่ าร้ อยชนิด จานวนคู่สายตัง้ แต่ 1 .

3 คู่ (สายโทรศัพท์ . ใช้ connector RJ-45)  นิยมใช้ มากที่สุด  ข้ อดี ราคาต่า และมีประสิทธิภาพดีพอสมควร 9 .Unshielded Twisted-Pair (UTP)  ไม่ มีฉนวน (shield) หุ้ม แต่ ใช้ เปลือกพลาสติกแทน  ถูกสัญญาณรบกวนได้ ง่าย ส่ งได้ ไกลสุด 100 m.  ความเร็ วตัง้ แต่ 10-1000 Mbps  มีตงั ้ แต่ 1.2. ใช้ connector RJ-11) ถึง 4 คู่ (สาย LAN แบบ Ethernet .

Unshielded Twisted-Pair (UTP) 10 .

11

12

Shielded Twisted-Pair (STP)
 สายเกลียวคู่ท่ ม
ี ีฉนวน

Teflon หุ้มลวดทองแดงอยู่

เรี ยกว่ า ‘Cladding’

• ลดการรบกวนจากสายข้ างเคียง

 ชัน
้ นอกหุ้มด้ วยตาข่ ายโลหะ

• ป้องกันการรบกวนสัญญาณจากภายนอกเพิ่มอีกชัน้

 หนา,ทนทาน

และกันสัญญาณรบกวนได้ ดีกว่ า UTP
13

Shielded Twisted-Pair (STP)  อัตราเร็ วในการส่ งสัญญาณเท่ ากับ UTP แต่ มี ราคาสูงกว่ า  เหมาะสาหรั บสถานที่ท่ ม ี ีสัญญาณรบกวน มากกว่ าปกติ  หรื อกรณีท่ ต ี ้ องนาสายสัญญาณจานวนมาก มัดรวมกัน 14 .

Shielded Twisted-Pair (STP) 15 .

16 .

Twisted-Pair Cable  ประเภทของสาย Twisted-Pair เรี ยก Category (Cat.) ในปั จจุบัน แบ่ งออกเป็ น 6 ประเภท คือ Category 1 Category 2 Category 3 Category 4 Category 5 Category 5e Category 6 Category 6e Category 7 17 .

Twisted-Pair Cable  Category 1 : ใช้ ในระบบโทรศัพท์ ส่ งได้ เฉพาะ สัญญาณ Analog ความเร็วต่า 1 Mbps  Category 2 : ใช้ กับระบบเครื อข่ ายแบบ Token Ring ของ IBM ส่ งสัญญาณ Digital ความเร็ว 4 Mbps  Category 3 : ใช้ กับระบบเครื อข่ าย LAN แบบ Ethernet ส่ งสัญญาณ Digital ความเร็ว 10 Mbps (10Base-T) 18 .

Twisted-Pair Cable  Category 4 : ใช้ กับระบบเครื อข่ ายแบบ Token Ring ส่ งสัญญาณ Digital ความเร็ว 16 Mbps  Category 5 : ใช้ กับระบบเครื อข่ าย LAN แบบ Fast Ethernet ส่ งสัญญาณ Digital ความเร็ว 100 Mbps (100Base-T) 19 .

Twisted-Pair Cable  Category 5e (enhanced) : รองความเร็ว 100. 1000 Mbps (1 Gbps) ใช้ ในระบบเครื อข่ ายแบบ Gigabit Ethernet (GigE)  Category 6 : เป็ นมาตรฐานใหม่ ติดตัง้ ใช้ งานใน ระบบเครื อข่ ายแบบ Gigabit Ethernet (GigE) รองรั บ Bandwidth ที่สูงขึน้ (250 MHz) 20 .

Twisted-Pair Cable  Category 6e : เพิ่ม Bandwidth เป็ น 500 MHz เหมาะสาหรั บเครื อข่ ายแบบ 10GBase-T  Category 7 : มีการเพิ่ม Bandwidth ขึน ้ เป็ น 600 MHz เพื่อให้ สามารถรองรั บอุปกรณ์ และ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่ นการทางานแบบมัลติมีเดีย แต่ ยังอยู่ในช่ วงของการวิจัยและพัฒนา ยังไม่ ได้ กาหนดให้ เป็ นมาตรฐานอย่ างเป็ นทางการ 21 .

สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable)  ข้ อดี  ราคาถูก  ง่ ายต่ อการนาไปใช้ 22 .

สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable)  ข้ อเสีย  มีความเร็ วในการส่ งข้ อมูลต่ าเมื่อเทียบกับสื่อ ประเภทอื่น  ใช้ ได้ ในระยะทางสัน ้ ๆ  สัญญาณไม่ ชัดเจน มีสัญญาณรบกวน(Noise) (โดยเฉพาะ UTP) 23 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทเหนี่ยวนา (Conducted Media) • สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable) • สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) • สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic) 24 .

ฉนวนพลาสติกเพื่อป้องกันกระแส 25 .สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)  นิยมเรี ยกว่ า  ส่ วนมากมี ‚สายโคแอก‛ 4 ชัน้ จากใน->นอก ดังนี ้  Inner Conductor .ตัวนาที่มักทาด้ วยทองแดงเป็ น แกนกลาง ใช้ ในการถ่ ายทอดสัญญาณ  Insulating Shell .

สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)  Braided Copper Shield . สายสัญญาณโทรทัศน์ 26 .ลวดทองแดงถักเพื่อเป็ นชีลด์ อีกชัน้  Jacket .ยางหรื อพลาสติกที่มีความทนทาน สามารถ เดินสายใต้ พนื ้ ดินได้  ตัวอย่ างเช่ น สายเคเบิลทีวี.

Coaxial Cable 27 .

เคเบิลทีวี 28 .สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ประเภทของสายโคแอกที่ควรรู้ จัก  สาย RG8 : มีขนาดใหญ่ กว่ า ใช้ ในเครื อข่ ายแบบ Thicknet หรื อ 10Base5  สาย RG58 : มีขนาดบางกว่ า ใช้ ในเครื อข่ ายแบบ Thinnet หรื อ 10Base2  สาย RG6 : ใช้ กับเครื่ องรั บโทรทัศน์ .

(thinnet) (10Base-2). 500 m. (thicknet) (10Base-5)  Transfer Rate: 10 . AUI/DIX (thicknet)  ความยาวสูงสุด: 185 m.สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)  ชนิดของหัวต่ อ : BNC (thinnet) . Topology : Star) 29 .100 Mbps  Topology : Bus (Twist-Pair.

30 .

T-connector BNC connector 31 .

32 .

สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)  สายโคแอกเชียลสามารถถ่ ายทอดสัญญาณได้ แบบ คือ  บรอดแบนด์ (Broadband Transmission)  เบสแบนด์ (Baseband Transmission) 33 2 .

Broadband Transmission  แบ่ งสายสัญญาณออกเป็ นช่ องส่ งสัญญาณขนาดเล็ก จานวนมาก  มีช่องสัญญาณกันชน (Guard Band) ป้องกันการกวนกัน  แต่ ละช่ องสัญญาณสามารถรั บ-ส่ งข้ อมูลได้ พร้ อมกัน  ใช้ กับสัญญาณ Analog  ใช้ ในการส่ งสัญญาณโทรทัศน์ ได้ หลายร้ อยช่ อง  ตัวอย่ าง Cable TV 34 .

Broadband Transmission 35 .

Baseband Transmission  มีเพียงช่ องสัญญาณเดียว  มีความกว้ างของช่ องสัญญาณมาก  การส่ งสัญญาณเป็ นแบบ Half-duplex  ใช้ ในระบบ LAN ส่ งสัญญาณแบบ Digital  อุปกรณ์ มีความซับซ้ อนน้ อยกว่ าแบบแรก 36 .

Baseband Transmission 37 .

Thicknet)  ลดสัญญาณรบกวนจากภายนอกได้ ดี  คุณภาพของสัญญาณดีกว่ า  ป้องกันการสะท้ อนกลับ (Echo) ได้ ดี 38 .สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)  ข้ อดี  เชื่อมต่ อได้ ในระยะทางไกล (สูงสุด 500 เมตร .

สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)  ข้ อเสีย  ราคาแพง  สายมีขนาดใหญ่  ติดตัง้ Connector ยาก 39 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทเหนี่ยวนา (Conducted Media) • สายเกลียวคู่ (Twisted-Pair Cable) • สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) • สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic) 40 .

สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable)  ประกอบด้ วยเส้ นใยแก้ วขนาดเล็ก ที่ทาจากแก้ ว บริสุทธิ์หรื อวัสดุใยแก้ ว (Silica. Plastic) • ใช้ ในการนาสัญญาณแสง เรียกว่ า core • อาจมี 1 หรือหลายเส้ น • แต่ ละเส้ นหุ้มด้ วยวัสดุสะท้อนแสง (Cladding)  อาจมีฉนวนหุ้มอีก 1-2 ชัน ้ เรี ยกว่ า Buffer  ชัน ้ นอกสุดช่ วยเพิ่มความแข็งแรง เรี ยก Jacket 41 .

42 .

43 .

สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable)  ใช้ แสงเป็ นตัวส่ งข้ อมูล โดยต้ นกาเนิดแสงคือ LED (Light Emitting Diode) หรื อ ILD (Injection Laser Diode)  ปลายทางมีตัวรั บสัญญาณ เรี ยก Photo Diode  ใช้ หลักการสะท้ อนของแสงในมุมที่แตกต่ างกัน  ความเร็ วของการส่ งสัญญาณจะเท่ ากับความเร็ วแสง 44 .

SC.  Transfer Rate: 2 Gbps  Topology: Bus 45 . LC.สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable)  Connector Type: FC. MT  Maximum Length: 100 Km. FDDI.

Maximum Cable Distance For Ethernet* Ethernet Standards (IEEE) Ethernet (10Base-FL) Fast Ethernet (100Base-FX) Fast Ethernet (100Base-SX) Gigabit Ethernet (1000Base-SX) Gigabit Ethernet (1000Base-SX) Gigabit Ethernet (1000Base-LX) Gigabit Ethernet (1000Base-LX) Gigabit Ethernet (1000Base-LH) Data Rate 10 Mbps 100 Mbps 100 Mbps 1000 Mbps 1000 Mbps 1000 Mbps 1000 Mbps 1000 Mbps Maximum Distance (IEEE) 2km 2km 300m 550m 220m 550m 5km 70km 46 1 *ตm = 1 micron. 1nm = 1 nanometer wavelength .

47 .

48 .

Step Index 2. Grade Index  Single Mode(SMF) ไม่ ใช้ การสะท้ อนแสง แสง เดินทางเป็ นเส้ นตรง 49 .สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable)  แบ่ งออกเป็ น 2 ประเภทหลัก ตามวิธีการส่ งสัญญาณ  Multimode Mode(MMF) ใช้ การส่ งข้ อมูลแบบหลาย ลาแสง โดยสะท้ อนแสงไปตาม core ด้ วยองศาที่ ต่ างกัน  แบ่ งเป็ น 2 ประเภทตามลักษณะการหักเหแสง 1.

สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable) Multimode Step Index : การสะท้ อนของลาแสงแต่ ละเส้ นไม่ เท่ ากัน ทาให้ สัญญาณเดินทางถึงที่หมาย ด้ วยความเร็วต่ างกัน Multimode Grade Index : ใช้ เทคนิคการหักเหแสง ทาให้ แสดงเดินทางอยู่ก่ งึ กลางของใยแก้ ว ทาให้ แสง ทุกเส้ นเดินทางถึงที่หมายพร้ อมกัน 50 .

Multimode Step Index 51 .

Multimode Grade Index 52 .

Single Mode 53 .

Multimode 54 .

Single .Mode 55 .

สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable) ข้ อดี  ส่ งข้ อมูลปริ มาณมากด้ วยความเร็ วสูง (Bandwidthมาก)  ส่ งได้ ระยะทางไกล สัญญาณอ่ อนกาลังยาก  ไม่ มีการรบกวนจากคลื่นแม่ เหล็กไฟฟ้า  มีข้อผิดพลาดน้ อย  มีความปลอดภัยสูง 56 .

สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable) ข้ อดี  ขนาดเล็ก นา้ หนักเบา  มีความทนทาน สามารถติดตัง้ ในที่ท่ ม ี ีอุณหภูมสิ ูงหรื อ ต่ามากได้  ค่ าใช้ จ่ายจะถูกกว่ าสายทองแดง ถ้ าใช้ งานในระยะ ทางไกล 57 .

สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic Cable)  ข้ อเสีย  ค่ าใช้ จ่ายสูง เมื่อเทียบกับสายทั่วไป  ติดตัง้ อุปกรณ์ ยาก ต้ องใช้ ผ้ ูเชี่ยวชาญ  ไม่ สามารถบิดงอได้ เพราะอาจทาให้ แตกหัก 58 .

สื่ อประเภทเหนี่ยวนา (Conducted Media) 59 .

สื่ อประเภทไร้ สาย (Wireless Media) 60 .

Propagation methods 61 .

62 .

63 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทไร้ สาย (Wireless Media) • คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio) • ไมโครเวฟ (Microwave) • ดาวเทียม (Satellite) • แสงอินฟราเรด (Infrared) • บลูทธู (Bluetooth) 64 .

คลืน่ วิทยุ (Broadcast Radio)  ออกอากาศในระบบ AM (Amplitude Modulation) และ FM (Frequency Modulation)  ความถี่ 0.3 – 300 MHz  การแพร่ กระจายคลื่นเป็ นไปในลักษณะทุกทิศทาง (Omnidirectional)  AM ความถี่ต่ ากว่ า ไปได้ ไกลกว่ า แต่ ถูกรบกวนได้ ง่ ายกว่ า 65 .

คลืน่ วิทยุ (Broadcast Radio)  ข้ อดี ราคาถูก ติดตัง้ ง่ าย  ข้ อเสีย • ได้ รับผลกระทบจาก •อิทธิพลของดวงอาทิตย์ •ความหนาแน่ นของอากาศ •พายุ • อัตราเร็วในการส่ งข้ อมูลต่า 2 Mbps 66 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทไร้ สาย (Wireless Media) • คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio) • ไมโครเวฟ (Microwave) • ดาวเทียม (Satellite) • แสงอินฟราเรด (Infrared) • บลูทธู (Bluetooth) 67 .

3–3 GHz) • super high frequency (SHF) (3–30 GHz) • extremely high frequency (EHF) (30–300 GHz)  ส่ งข้ อมูลด้ วยอัตราเร็ วสูงถึง 45 Mbps  ครอบคลุมพืน ้ ที่รัศมี 40 – 48 Km 68 .3 – 30 GHz • ultra-high frequency (UHF) (0.ไมโครเวฟ (Microwave)  ใช้ ความถี่ในการถ่ ายทอดสัญญาณสูง 0.

ที่ท่ หี ่ างไกลกันมาก 69 .ไมโครเวฟ (Microwave)  เป็ นสัญญาณทิศทางเดียว (Unidirectional) การวางเสา อากาศมีผลต่ อสัญญาณ  สัญญาณเดินทางเป็ นเส้ นตรง (Line-of-sight transmission) • เกิดปั ญหากับความโค้ งของผิวโลก ต้ องส่ งสัญญาณ เป็ นทอดๆจากสถานีหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่ง • ระหว่ างสถานีต้องไม่ มีส่งิ กีดขวาง  เหมาะกับที่ท่ ล ี าบากในการวางสาย.

ไมโครเวฟ (Microwave) 70 .

ไมโครเวฟ (Microwave) 71 .

ไมโครเวฟ (Microwave) 72 .

ไมโครเวฟ (Microwave)  ข้ อดี • ราคาถูก • ติดตัง้ ง่าย • อัตราเร็วในการส่ งข้ อมูลสูง  ข้ อเสีย • สัญญาณอาจถูกรบกวนได้ •อุณหภูมิ พายุ หรือ ฝน 73 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทไร้ สาย (Wireless Media) • คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio) • ไมโครเวฟ (Microwave) • ดาวเทียม (Satellite) • แสงอินฟราเรด (Infrared) • บลูทธู (Bluetooth) 74 .

680 Km.ดาวเทียม (Satellite)  ใช้ แก้ ปัญหาของไมโครเวฟที่มีกับความโค้ งของโลก  เสมือนสถานีไมโครเวฟที่ลอยอยู่บนอวกาศ ทาหน้ าที่ ทวนสัญญาณไมโครเวฟ (Transponder) แทนเสา  อยู่สูง 35. เสมือนหยุดนิ่ง เรี ยก Geosynchronous Orbiting Satellites (GEOS) 75 . ตามแนวเส้ นศูนย์ สูตร  โคจรรอบโลกใช้ เวลา 24 ชม.

76 .

ดาวเทียม (Satellite)

77

ดาวเทียม (Satellite)
 ข้ อดี

• อัตราเร็วในการส่ งข้ อมูลสูง (50 Mbps)
• ครอบคลุมพืน้ ที่ท่ วั โลก

78

ดาวเทียม (Satellite)
 ข้ อเสีย

• ถูกรบกวนได้
•จากสภาพอากาศ พายุ หรือ ฝน รวมทัง้
ตาแหน่ งโคจรของดวงอาทิตย์
• มีเวลาหน่ วง (Propagation Delay Time) ตัง้
0.5 – 3 วินาที ในการส่ งสัญญาณ
•ทาให้ ได้ รับข้ อมูลช้ ากว่ าเวลาที่เกิดขึน้ จริง
79

ดาวเทียม (Satellite)  ข้ อเสีย • ไม่ เหมาะกับงาน On-line หรือ Real-time • ลงทุนสูง 80 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทไร้ สาย (Wireless Media) • คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio) • ไมโครเวฟ (Microwave) • ดาวเทียม (Satellite) • แสงอินฟราเรด (Infrared) • บลูทธู (Bluetooth) 81 .

แสงอินฟราเรด (Infrared)  เป็ นคลื่นแม่ เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic)  ใช้ ในอุปกรณ์ ท่ ว ั ไป เช่ น Remote Control  พัฒนามาใช้ ในการสื่อสารข้ อมูล  แสงเดินทางเป็ นเส้ นตรง  สะท้ อนบนวัสดุผิวเรี ยบได้  ส่ งสัญญาณได้ ไกล 10 – 30 เมตร 82 .

แสงอินฟราเรด (Infrared)  ความเร็ วต่า 4 Mbps  เหมาะกับงานที่ไม่ เน้ นการส่ งข้ อมูลปริ มาณมากๆ  ต้ องไม่ มีส่ งิ กีดขวางในการส่ งสัญญาณ  ไม่ เหมาะกับการสื่อสารระยะไกล 83 .

แสงอินฟราเรด (Infrared) 84 .

เนือ้ หา  สื่อประเภทไร้ สาย (Wireless Media) • คลื่นวิทยุ (Broadcast Radio) • ไมโครเวฟ (Microwave) • ดาวเทียม (Satellite) • แสงอินฟราเรด (Infrared) • บลูทธู (Bluetooth) 85 .

1998)  ใช้ เชื่อมต่ ออุปกรณ์ ต่างๆ เป็ นระยะทางสัน ้ ๆ (<10 m.ศ.)  ใช้ การแผ่ คลื่นรอบทิศทางที่ความถี่ 2.Bluetooth  พึ่งเกิดได้ ไม่ นาน (ค.45 GHz  ทะลุส่ งิ กีดขวางหรื อกาแพงได้  ความเร็ วต่ า สูงสุดอยู่ท่ ี 722 Kbps (อุปกรณ์ 2 ตัว)  ใช้ พลังงานต่า จึงนามาใช้ มากขึน ้ แทนที่อินฟาเรด 86 .

สื่ อกลางในการสื่ อสารข้ อมูล ระบบเครื อข่ ายการสื่อสารไม่ ได้ ถูกจากัดอยู่เพียง การใช้ ส่ ือตัวใดตัวหนึ่ง ได้ มีการนาสื่อหลายๆตัว มาทางานร่ วมกันเพื่อให้ เกิดประโยชน์ สูงสุด 87 .

เนือ้ หา  การเลือกสื่อ  ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่อสาร  อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มินอล (Terminal Interface) 88 .

การเลือกสื่ อ  สิ่งที่ต้องพิจารณา • ราคาและระยะทางของสื่อ • ความเร็วในการส่ งข้ อมูล • อัตราการผิดพลาดของข้ อมูล • ความปลอดภัย 89 .

fiber optic 90 . coaxial (thinnet)  ไกล -> coaxial (thicknet).ราคาของสื่ อ  ถูกที่สุดคือ  Fiber UTP นิยมใช้ มาก Optic แพงที่สุด  ดูเรื่ องของระยะทางประกอบ  ใกล้ -> UTP.

ความเร็วในการส่ งข้ อมูล 91 .

อัตราการผิดพลาดของข้ อมูล  พิจารณาจากสภาพสิ่งแวดล้ อม และความจาเป็ น  UTP และ สื่อประเภทกระจายคลื่นต่ างๆ มีความ ผิดพลาดเกิดขึน้ ได้ ง่าย  Fiber optic ผิดพลาดได้ ยาก 92 .

ความปลอดภัย  พิจารณาความสาคัญของข้ อมูล  สื่อประเภทกระจายมีความปลอดภัยต่าสุด • ใครก็สามารถดักจับสัญญาณได้  แต่ การส่ งแบบ digital เข้ ารหัสได้ ง่ายกว่ า 93 .

เนือ้ หา  การเลือกสื่อ  ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่อสาร  อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มินอล (Terminal Interface) 94 .

ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่ อสาร สามารถแบ่ งประเภทของการเชื่อมต่ อได้ 2 แบบ คือ • การเชื่อมต่ อแบบจุดต่ อจุด (Point-to-Point) • การเชื่อมต่ อแบบหลายจุด (Multipoint) 95 .

ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่ อสาร  การเชื่อมต่ อแบบจุดต่ อจุด (Point-to-Point) ระหว่ างคอมพิวเตอร์ หรื ออุปกรณ์ ส่ ือสาร 2 เครื่ องผ่ านสายสื่อสาร 1 เส้ น สายสื่อสารจะไม่ ถูกแชร์ การใช้ งานร่ วมกับคนอื่น เหมาะสาหรั บงานที่มีการส่ งข้ อมูลจานวนมาก 96 .

97 .

ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่ อสาร  การเชื่อมต่ อแบบหลายจุด (Multipoint) ระหว่ างคอมพิวเตอร์ หรื ออุปกรณ์ ส่ ือสารหลายๆ เครื่ องเข้ าด้ วยกัน โดยใช้ สายสื่อสารเส้ นเดียว (Shared Circuit) แบ่ งกันใช้ สายสื่อสารร่ วมกัน ใช้ งานทรั พยากรอย่ างคุ้มค่ า 98 .

99 .

เนือ้ หา  การเลือกสื่อ  ประเภทของการเชื่อมต่ อสายสื่อสาร  อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มินอล (Terminal Interface) 100 .

อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มนิ อล (Terminal Interface)  อุปกรณ์ ท่ ใี ช้ เป็ นตัวกลางในการเชื่อมต่ อ ทาให้ อุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์ ) 2 ชนิด สื่อสารแลกเปลี่ยน ข้ อมูลกันได้ แบ่ งออกเป็ น 2 กลุ่ม • Data Communication Equipment (DCE) • Data Terminal Equipment (DTE) 101 .

อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มนิ อล (Terminal Interface) • Data Communication Equipment (DCE) •อุปกรณ์ ท่ที าหน้ าที่รับส่ งข้ อมูลโดยตรง เช่ น MODEM. Switching • Data Terminal Equipment (DTE) •อุปกรณ์ ท่สี ร้ าง ใช้ งานหรือประมวลผลข้ อมูล เช่ น Computer. Multiplexer 102 .

อุปกรณ์ เชื่อมต่ อเทอร์ มนิ อล (Terminal Interface) 103 .

Master your semester with Scribd & The New York Times

Special offer for students: Only $4.99/month.

Master your semester with Scribd & The New York Times

Cancel anytime.