DATA COMMUNICATION and COMPUTER NETWORKS (Part 1

)
Course Information
Data communication networks and open system standards; transmission media; data transmission in
physical layer; data link controls; technologies of local area networks and wide area networks;
communication architecture and protocols.
Instructor: Chaiporn Jaikaeo
This file was created for 1st Semester, 2011

Chapter 1: Overview
นิยามของการสื่อสาร
Data Communication = Transfer of data from one device to another via some form of transmission medium.
(p.4)
ตัวอย่าง ในการส่งข้อมูล เราจะสับข้อมูลให้เล็กลง แล้วแปลงเป็น bit stream แล้วแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าต่อ แล้วส่งไปให้
ผู้รับ ซึ่งจะแปลงกลับจนได้ข้อความ

องค์ประกอบของการสื่อสาร
การสื่อสารประกอบด้วยองค์ประกอบสาคัญซึ่งจะขาดไม่ได้ โดยประกอบไปด้วย




Data/Message
Sender
Receiver
Medium คือสื่อที่เราใช้ในการส่ง (อย่างเดียวกับ media)
Protocol บอกว่าเราจะสื่อสารกันด้วยวิธีอะไร มีกฎเกณฑ์อย่างไร

การแทนข้อมูล (Data Representation)
เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ทางานกับตัวเลข ไม่ว่าอย่างไรเราก็จะต้องแทนข้อมูลด้วยระบบตัวเลขให้ได้ การแทนข้อมูลดังกล่าว
ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดข้อมูลนั้นๆ เช่น


เลขจานวนเต็ม แทนด้วยจานวนในระบบฐานสอง และ 2’s Complement
เลขจานวนจริง แทนโดยใช้ floating point ชนิดต่างๆ เช่น IEEE-754
ข้อความ มีวิธีแทนข้อความหลายแบบ เช่น
o
ASCII เป็นระบบที่ใช้งานง่าย มีขนาดเล็ก
o
Unicode สามารถแทนตัวอักษรครอบคลุมมาก แทนได้แทบทุกภาษา (เขียน) ในโลก

Data Communication and Computer Networks, part 1
o
รหัสเฉพาะที่ออกโดยองค์กรต่างๆ เช่น TIS-620 (“รหัส สมอ.”)1
o
รหัสอื่นๆ ที่เคยมีการพัฒนาเป็นบางช่วง เช่น “รหัสเกษตร”2
 ภาพ เช่น JPEG, GIF, PNG
 สัญญาณเสียง เช่น .WAV (ใช้ sampling ธรรมดา) หรือ MP3 (มี compression)
 Video โดยอาจบันทึกเป็น sequence ของภาพก็ได้

Protocols and Standards
มาตรฐานในการส่งข้อมูลมีหลายแบบ ในหลายๆ ครั้ง การไม่ส่งอะไรก็ถือเป็นการสื่อสารแบบหนึ่งได้เช่นกัน (อาจหมายถึง
ทางานได้สมบูรณ์โดยไม่มีปัญหา เช่นในระบบ UNIX) แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ในการส่งต้องมีความชัดเจน โดยเฉพาะ
ในระดับอุปกรณ์ เพื่อให้การส่งไม่ผิดพลาด

Protocol = Set of Rules Governing Data Communications
ประกอบไปด้วย


Syntax บอกรูปแบบของตัวข้อมูล
Semantics บอกความหมายของแต่ละส่วน
Timing กาหนดลาดับและเวลา (Sequencing and Speed)

Standards
ในการสื่อสารที่มีผู้ใช้งานร่วมกันมากมาย เราจาเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน โดยมาตรฐานอาจเกิดจาก

De Facto (มีการใช้งานกันทั่วไป แม้ไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรใดๆ) เช่น
o
การส่งงานด้วยไฟล์ .doc
o
Ethernet
De Jure (มีการรับรองโดยองค์กร) โดยอาจมาจาก
o
องค์กรที่ร่างมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO, ITU-T, ANSI, IEEE
o
“Forums” หรือที่ประชุมรับรอง
o
องค์กรควบคุมต่างๆ เช่น FCC หรือ กสทช.

ทิศทางของข้อมูล
เราสามารถจาแนกการสื่อสารโดยอาศัยทิศทางของข้อมูลได้ โดยจะแยกออกมาได้เป็น

1
2

Simplex หรือการสื่อสารทางเดียว มีผู้ส่งฝ่ายหนึ่ง ผู้รับฝ่ายหนึ่ง ไม่มีการสลับบทบาท เช่น
o
การส่งข้อมูลออกจอภาพ
o
การพิมพ์ข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด
o
ผู้หญิงกับผู้ชาย (?)[Citation needed]

สามารถอ่านตัวมาตรฐาน (ฉบับออนไลน์) ได้ที่เว็บไซต์ http://www.nectec.or.th/it-standards/std620/std620.htm
ผู้เขียนหาตัวรหัสเกษตรไม่พบ แต่พบวิธีแปลงรหัสเกษตรเป็น สมอ. ดูได้ที่ http://vuthi.blogspot.com/2004/09/blog-post_16.html

2

longdo.atis.aspx?id=3516.Data Communication and Computer Networks.com/search/topology. retrieved 2011-10-14 3 . wireless Topology (Network) Topology หรือความหมายตามพจนานุกรม “แบบโครงสร้างเครือข่าย”3 และนิยามว่า “แบบการจัดวาง องค์ประกอบของเครือข่ายเฉพาะ โดยจะเป็นโครงสร้างขององค์ประกอบที่จับต้องได้ (real/physical) หรือสมมติ (logical/virtual)”4 โดยรูปแบบทั่วๆ ไปที่ควรรู้จักมีดังต่อไปนี้    3 4 Mesh (special case: Fully Connected) o ใช้สาย (หรือการเชื่อมต่ออื่นๆ) จานวน ช่อง o อัตราส่งข้อมูลสูงและปลอดภัยมาก เพราะทุกคนมี link เป็นของตัวเอง o แพงมาก ปรับแก้ระบบยากมาก o ล่มยาก เพราะถ้าการเชื่อมต่อหนึ่งล่มก็ใช้อันอื่นแทน o เหมาะกับ backbone Star o ต่อด้วย Hub หรือ Switch (ปัจจุบันใช้ Switch มากกว่า) เป็นศูนย์กลาง o ใช้ N สาย (ไม่รวม hub) o Wireless Access Point ก็เป็น "hub" อย่างหนึ่ง o ขยายได้ง่าย ใช้ I/O น้อย แต่มี single-point of failure (hub เจ๊ง เน็ตล่มหมด) Bus o เดินสายเมนยาวๆ แล้ว tap เอา http://dict. retrieved 2011-10-14 นิยามจาก ATIS Telecom Glossary 2011 http://www.org/glossary/definition. part 1  Half-Duplex สื่อสารโดยมีผู้ส่งฝ่ายหนึ่ง ผู้รับฝ่ายหนึ่ง แต่สลับบทบาทได้ เช่น o การส่งข้อมูลระหว่าง Client-Server o วิทยุสื่อสาร o รถไฟรางเดี่ยว o พอร์ต USB  Full-Duplex เป็นการสื่อสารที่ส่งและรับได้พร้อมกัน (คือพูดสวนกันได้) เช่น o โทรศัพท์ o ระบบ Half-Duplex ที่มีความเร็วสูงพอ เราอาจรับรู้ว่าเป็น Full-Duplex ได้ Chapter 2: Networks & Models Network: a set of devices connected by media links Type of connection   Point-to-point เชื่อมกันแค่สองเครื่อง เช่น สายแลน Multipoint ตัว connection ผ่านหลายเครื่อง เช่น bus.

Li. Wang. 2001] การรบกวน [Santi. part 1 o เอา terminator ปิดสัญญาณรบกวน o ถ้าสายหลักขาดก็ล่มหมด เพราะ terminator หายไป  Ring o ต่อกันเป็นวง o ติดตั้งง่าย แก้ไขง่าย (เพราะ connection แยก ไม่เหมือน bus) o ถ้า ring ใหญ่จะช้ามาก และถ้าเสียจุดเดียวล่มหมด  Hybrid o ผสมกันเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ Ring Fully Connected Mesh Star 4 Bus Figure 1 Topology แบบต่างๆ Ad-Hoc Wireless Topology บางทีเราอาจสงสัยว่าการส่งข้อมูลผ่านระบบ Ad-Hoc (ที่เราอาจเอามาใช้ตีดอทในหลายๆ ครั้ง) เป็น topology แบบใดกันแน่? ถ้าเราตอบง่ายๆ ก็อาจบอกว่าเป็น Mesh แต่ในทางปฏิบัตินั้น Topology สามารถปรับได้ (โดยอาจใช้กาลังส่งหรือช่องสัญญาณ เป็นต้น) เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การใช้พลังงาน [Wattenhofer. Bahl.Data Communication and Computer Networks. 2005] เป็น ต้น Network Category เครือข่ายสามารถแบ่งออกเป็นขนาดได้อีก โดยมีขนาดดังต่อไปนี้     PAN (Personal Area Network) มักใช้หมายความถึง Bluetooth โดยเฉพาะ LAN (Local Area Network) เช่น ระดับสานักงาน วิทยาเขต MAN (Metropolitan Area Network) หรือเครือข่ายเขตเมือง เช่น เครือข่ายนนทรี WAN (Wide Area Network) อยู่ในระดับประเทศขึ้นไป รวมไปถึงระดับนานาชาติ Internetwork หมายถึง การเชื่อมต่อกันของ network มากกว่าหนึ่งตัว ส่วนใหญ่มักจะต้องคานึงถึงความแตกต่างกันของโปรโตคอลด้วย เพราะ internetwork สามารถมีลักษณะเป็น “hybrid” ได้ ถ้าจะพูดกันง่ายๆ ก็คือ network of networks ทั้งนี้ บางครั้งเราเรียก Internetwork ว่า internet เฉยๆ (สังเกตว่าไม่ใช่ The “I” nternet) ซึ่ง The Internet ก็เกิดมาจาก internetwork เช่นกัน .

Data Link และ Physical (ในระบบ TCP/IP จริงๆ จะมองว่า Data Link กับ Physical รวมกัน ในที่นี้ขอแยกเพื่อใช้ประกอบการเรียน) หน้าที่ของแต่ละ Layer มีดังนี้   Application Layer o เป็นส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรง o ทางานบน Application-layer protocol เช่น HTTP FTP o นาข้อมูลมาใส่ header ตาม protocol แล้วโยนให้ Transport Transport Layer o มี 2 protocol หลักได้แก่ TCP และ UDP (ปัจจุบันมี SCTP เพิ่มมาอีก) o ทาหน้าที่สื่อสารระหว่างโปรเซส o แบ่งข้อมูลในการส่งเป็น packet .Data Communication and Computer Networks. Transport. Network. part 1 5 Switching ในการสื่อสารระหว่างเครื่อง เราจาเป็นที่จะต้องมีการกาหนดเส้นทางให้ หลักการกาหนดเส้นทางไม่ว่าจะโทรศัพท์ (มีสาย) หรือ คอมพิวเตอร์ก็มีหลักการไม่ต่างกันมากนัก ได้แก่    Dedicated Circuit เป็นการจัดสายเฉพาะคู่สายให้สาหรับทุกคู่สายที่จะใช้ Circuit Switching เป็นการ switch วงจรให้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกันได้ก่อนที่จะเริ่มส่งข้อมูล Packet Switching เป็นการตัดข้อมูลเป็นก้อนเล็กๆ แล้วกระจายออกไป เมื่อถึงเป้าหมายก็ประกอบกลับเป็นข้อมูลเดิม ในปัจจุบัน เราส่งข้อมูลโดยใช้แบบ Packet Switching (Circuit Switching ใช้ในระบบ voice telephone) Layers การทางานของระบบเครือข่ายจะทางานเป็นลาดับชั้น คล้ายกับการส่งจดหมาย คือ เราไปที่ไปรษณีย์ จ่ายเงินแล้วส่งจดหมายให้ ที่เหลือเราไม่รับรู้ บทบาทของไปรษณีย์ก็คือเอาจดหมายไปส่งให้ถึงโดยอ่านตามที่จ่าหน้าไว้เท่านั้น ผู้รับก็เปิดจดหมายโดยไม่ สนใจว่าจดหมายมายังไง (รู้แค่ว่ามาจากเรา) User User Application Application Transport Transport Network Network Data Link Data Link Transmission Physical Physical Figure 2 (Slightly adapted from) TCP/IP Layers ในระบบเครือข่ายก็เช่นกัน เราใช้ Layers ในการแบ่งลาดับชั้นและหน้าที่ให้ชัดเจนว่าแต่ละชั้นต้องทาอะไรบ้าง ในระดับนี้เราจะ เรียนระบบ Layers ของ TCP/IP ซึ่งในที่นี้เราจะยกมา 5 Layers คือ Application.

Data Communication and Computer Networks. part 1  Network layer o ทาหน้าที่เกี่ยวกับ IP ทุกรูปแบบ o มองการสื่อสารแบบ end-to-end คือมองตัวเอง และเครื่องที่คุยด้วยเท่านั้น  Data Link Layer o มองการสื่อสารแบบ hop-to-hop คือมองตัวเอง กับสถานีรายทางที่จะไป o จัดข้อมูลเป็นเฟรม (Frame) แล้วโยนให้ Physical Layer o เป็น Layer ที่ทางานกับ MAC Address  Physical Layer o ไม่มองอะไรทั้งนั้น หน้าที่เดียวคือแปลงสัญญาณบิตเป็นสัญญาณที่ส่งได้ใน “โลกภายนอก” โดยใช้อุปกรณ์ที่มี เช่น สายไฟ ใยแก้วนาแสง เป็นต้น ส่งไปให้ถึง แล้วหาทางแปลงกลับให้เหมือนเดิม L5 Data H5 L4 Data L3 Data T2 L2 Data H4 H3 H2 0111011010101001010101001 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 L5 Data H5 L4 Data H4 L3 Data T2 L2 Data H3 H2 0111011010101001010101001 Figure 3 Diagram of TCP/IP Layers Internet Model เป็นภาพรวมทั้งหมดของการส่งข้อมูล ว่าข้อมูลจะถูกแปลงเป็นสัญญาณตรงไหน และผ่านชั้นอะไรบ้าง ที่เห็นย้อนขึ้นไป Network ด้วยก็เป็นเพราะ router รายทางต้องเปิดดูว่าต้องการส่งไปที่ไหน จะได้จัดเส้นทางต่อได้ Router Router Application Application Transport Transport Network Network Network Network Data Link Data Link Data Link Data Link Physical Physical Physical Physical Figure 4 Internet model with routing OSI Model OSI (Open Systems Interconnection) เป็นรูปแบบการสื่อสารที่กาหนดโดย ISO (ISO made OSI) รายละเอียดจะมากกว่า TCP/IP model นิดหน่อย คือแบ่ง Layer ดังนี้ o Application 6 .

part 1 o Presentation o Session o Transport o Network o Data Link o Physical 7 โดยมี Presentation และ Session เพิ่มมาสองตัว แต่รายละเอียดเราจะยังไม่พูดถึง (Presentation กับ Session เป็น รายละเอียดปลีกย่อยพอสมควร) และระบบนี้จะเรียก Application Layer ว่า Layer 7 (L7) Chapter 3: Physical Layer: Data and Signals Analog and Digital Signals สัญญาณในโลกนี้ถ้าแบ่งง่ายๆ ก็มีสองชนิดคือสัญญาณ analog ที่มีค่าใดก็ได้ และ digital ที่มีค่าจากัด (จากัดจานวนขั้นที่มี) ใน การสื่อสารเราจะต้องเลือกใช้สัญญาณทั้งสองให้ถูกต้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ คาว่าสัญญาณ digital ไม่ได้มีข้อกาหนด ว่าต้องเป็นสัญญาณของจานวนเต็มหน่วย (1V.Data Communication and Computer Networks. 2V. …) แต่จะเป็นทศนิยมก็ได้ ตราบใดที่จานวนขั้นบันไดมีจากัด เราสามารถแปลงสัญญาณ Analog และ Digital กลับไปมาได้โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเราจะค่อยๆ กล่าวถึงเมื่อจาเป็น Sine Wave ในการวิเคราะห์ระบบของ Signal มี Transmission Medium ส่งข้อมูลเข้าไปจะไม่มีทางเหมือนเดิม สัญญาณคลื่นเกิดจาก หลายๆ องค์ประกอบของ sine wave รวมกัน (Fourier) General Form ของคลื่นไซน์คือ ซึ่ง Cosine Wave ก็คือ Sine ที่ เท่านั้นเอง Time and Frequency Domains สัญญาณที่ถูกผสมเข้าด้วยกันในแกนเวลา สามารถเปลี่ยนมามองเป็นแกนความถี่ได้โดยเป็นการแยกออกมาว่าที่ความถี่เท่าไหร่มี แอมพลิจูดเท่าไร ที่ต้องแปลงคลื่นหรือสัญญาณให้อยู่ในแกนความถี่ เป็นเพราะการผสมสัญญาณบางประเภทเราใช้ความถี่ใน การผสมกัน ทาให้เราต้องวิเคราะห์ (หรือสังเคราะห์) โดยใช้ frequency domain Fourier analysis Any periodic signal can be represented as a sum of sinusoidal signals สัญญาณทุกแบบประกอบด้วย   DC Component (บางครั้งก็มาในรูปของ “offset”) AC Components (s เพราะส่วนมากมีหลายความถี่) o fundamental freq. (f0) o harmonics (multiples of f0) .

Cosine o บวกกันโดยการแตกแกน Complex exponential Form (Euler) o เป็นแบบที่คนใช้เยอะสุด o มาจาก Euler Formula อธิบายในรูป o มีความถี่ด้านบวกและลบ ถ้าจับบวกกันจะกลับมาได้ของเดิม Figure 5 Adding Sine-Cosine waves Bandwidth คือความกว้างช่วงสัญญาณที่ใช้งานได้ของสื่อ เช่น ใช้งาน 1000-4000Hz จะได้ว่า Bandwidth = 4000 .1000 = 3000Hz Cutoff Frequency คือความถี่ที่ตัดสัญญาณไปครึ่งหนึ่ง นอกจากจะพูดถึงสื่อแล้ว Bandwidth ยังหมายถึงความกว้างของสเปคตรัมของเราด้วย Properties of Digital Signals   Bit Rate = bits per second Bit Interval = duration of 1 bit Periodic Signal -> Discrete Frequency Domain Aperiodic Signal -> Continuous Frequency Domain Discrete Time Signal -> Periodic Frequency Signal Baseband Transmission ไม่มีการ shift ความถี่ ส่งไปตามนั้นเลย ช่องส่งสัญญาณจะต้องเป็น low-pass filter เพราะจะต้องรองรับ 0Hz ด้วย การบิดเบือนของสื่อเกิดได้จาก สภาพความเก็บประจุ ความถี่สูงลงกราวนด์ เกิดดรอปบนสาย ทั้งนี้ จะเกิดกับสัญญาณความถี่สูง มากกว่า ทาให้พลังงานส่วนใหญ่ไปอยู่กับความถี่ต่า จึงต้องใช้ channel ที่ให้ความถี่ต่าผ่านได้ ดังที่กล่าวไปแล้ว หากต้องการใช้ช่องสัญญาณที่สูงขึ้น จะต้อง shift ไป การเพิ่ม harmonic เข้าไปจะช่วยให้คุณภาพสัญญาณดีขึ้น แต่ก็จะทาให้สัญญาณมี bandwidth มากขึ้นไปด้วย Band Pass Filter เวลาเจอ Band Pass filter (ให้ความถี่ผ่านได้เฉพาะช่วง) เราจะส่งแบบ baseband ไม่ได้ เพราะความถี่ส่วนใหญ่จะต่า เราต้อง shift ความถี่ คือใช้ Modulation ซึ่งเราจาเป็นต้องใช้ใน bandpass channel ต่างๆ เช่น วิทยุ โทรศัพท์ 8 . part 1 แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องรู้ด้วยว่าเฟสเป็นอะไรบ้าง แต่ถ้าเราทา Fourier แล้ว เราจะได้ Peak Amplitude และ Phase Shift ออกมา Fourier มีสามฟอร์ม    Amplitude-Phase Form Sine-Cosine Form o มองว่าสัญญาณเกิดจาก Sine.Data Communication and Computer Networks.

3dB/km. part 1 9 Transmission Impairment Attenuation   สัญญาณถูกลดทอนเนื่องจากการเสียพลังงาน ความถี่สูงจะดรอปมาก เพราะเกิดจาก capacitance ที่จะช็อตความถี่สูงๆ ลงกราวนด์ Relative Signal Strength เป็นการเทียบสัญญาณเดิมกับสัญญาณใหม่ว่าพลังงานห่างกันกี่เท่า โดยใช้สูตร ง่ายๆ ถ้า dB เป็นบวก แสดงว่าสัญญาณเพิ่มกาลังขึ้น ขอย้าอีกครั้งว่า ต้องตีความในรูปกาลัง ถ้าได้ Voltage มาต้องใส่ความสัมพันธ์ ( ) เพื่อให้ได้การเปรียบเทียบ ด้วย ถ้าเรามีสัญญาณ 53dB กับ 63dB จะได้ว่า สัญญาณ 63dB แรงกว่าในแง่กาลัง 10 เท่า ทั้งนี้ เลข 3dB มีความสาคัญ เพราะ สามารถเทียบเคียงได้ประมาณ 2 เท่า (คือถอด log แล้วได้ประมาณ 2) dBm เป็นหน่วยพิเศษที่เป็น absolute โดยเทียบกับ mW: 20dBm โดย Pm เป็น milliwatts เช่น 100mW = Example: Wire loss Wire Loss = -0. wire is 5km long.41589mW Distortion เป็นการเปลี่ยนแปลง phase ส่วนใหญ่มักเกิดกับสัญญาณแสงในใยแก้วนาแสง เพราะมีการสะท้อนกลับไปมาภายใน Noise เป็นสัญญาณจากภายนอก มีหลายชนิด มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้  Thermal Noise เกิดจากการขยับของอิเล็กตรอนในตัวนาที่อุณหภูมิสูงกว่า 0K หลีกเลี่ยงไม่ได้ (สุ่มแท้เลยทีเดียว) .5dB เราก็เอามาลบกัน เหลือ 1.5dBm แปลงกลับด้วย log จะ ได้ 1. source power = 2mW. what is the result power? มีสองวิธีที่จะทาได้ วิธีตรง สัญญาณมีการเสียพลังงาน 0.5dB ( ) โดยใช้ dBm เนื่องจาก 2mW มีค่าประมาณ 3dBm เมื่อเสียกาลังไป 1.Data Communication and Computer Networks.3dB/km * ระยะทาง 5km = 1.

) มีลักษณะ Short Duration. ให้หาจานวน Levels ปัดขึ้นเป็น power of two ได้ 128 levels โดยถ้าแปลงกลับโดยใช้สูตรเดิมจะได้ 280kbps Shannon Capacity (Noisy) Shannon Capacity . part 1 10  Crosstalk เกิดที่การส่งสัญญาณในโลหะ เมื่อกระแสเปลี่ยนจะเกิดสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนาอีกเส้น แก้ได้โดยตีเกลียว สายให้มีการตีเกลียวตรงข้ามกัน การแก้ไขนี้พบได้ในสายเช่น STP.Data Communication and Computer Networks.. High Amplitude เราจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ถูกเหนี่ยวนาได้เวลา ทางานสนาม Signal-to-Noise Ratio ถ้ามาเป็น dB ก็ลบกัน ก็จะได้ SNR แบบ dB Example: Find SNR if signal 10mW. noise 1uW หรือใช้ dBm ก็ได้ โดยจะเป็น: 10mW = 10dBm. UTP  Impulse เกิดจากการ spike ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก เช่น ฟ้าผ่า ยกตัวอย่างเช่น ใส่สร้อยแล้วฟ้าผ่าใกล้ๆ ก็จะ เหนี่ยวนา .. 1uW = -30dBm ลบกันได้ 40dB Data Rate Nyquist Theorem (Noiseless) Nyquist (Rate) Theorem โดยที่ L เป็นจานวน signal levels ซึ่งถอด log2 มาก็จะได้จานวนบิต Example: สัญญาณ 265kbps.. 20 kHz bandwidth.. (คนใส่ก็.

bandwidth 3000. calculate Capacity ทั้งนี้ Shannon Capacity เป็นค่าในอุดมคติ ใช้ทั้งสองสมการ ในบางครั้งเราอาจเจอโจทย์ที่ใช้ทั้งสองสมการเลย เราต้องแก้โดยใช้ Bandwidth (Hz) เป็นตัวเชื่อมทั้งสองสมการ Example: 1023mW signal.8c ในสายทองแดง Transmission Time o เป็นเวลาที่บิตแรกจนถึงบิตสุดท้ายผ่านจุดๆ หนึ่ง Queuing Time o เป็นเวลาที่เกิดจากเครื่องส่ง Processing Time . Capacity 5Mbps. part 1 โดย Capacity (max bit rate) มีหน่วยเป็น bps 11 อธิบายง่ายๆ คือถ้า SNR สูง ก็ใส่ bit rate ได้สูง โดยไม่เกี่ยวกับจานวน levels ของสัญญาณ Ex. 16 levels.7~0.Data Communication and Computer Networks. 1mW noise. SNR 3162. find Bit Rate (โจทย์แต่งเอง) ถ้าเรานาทั้งสองสมการมาผสมกัน เชื่อมด้วย Bandwidth จะได้ From Shannon: ( ) From Nyquist: Network Performance เราคงชินกับการดู Bandwidth มาแล้ว โดยเราก็จะวัดเป็น bps เช่น เน็ต 7 Mbps (แต่อย่าลืมว่า Bandwidth หมายถึงขนาด ช่องสัญญาณมีหน่วยเป็น Hz ได้ด้วย) อันที่จริงแล้วเราสามารถวัด Network Performance ได้อีกหลายแนวทาง เราจะมาดูกัน Latency คือเวลาที่ใช้ในการส่งข้อมูล เราแยกออกเป็น     Propagation Time o เวลาที่บิตใดบิตหนึ่งวิ่งจากต้นถึงปลายทาง o Propagation Time = Distance / Propagation Speed o Propagation Speed คืออัตราเร็วจริง เช่น 0. telephone line.

Data Communication and Computer Networks. Negative edge = 1) Error Detection (การตรวจสอบความผิดพลาด) Noise Immunity (การต้านทานสัญญาณรบกวน) ราคา!!! ความซับซ้อนทาให้ราคาแพง Methods of Line Coding สาหรับตัวอย่างของ Line Coding ให้ดูในภาคผนวก 5 ไม่ใช่ Marvel #แป้ก 12 . 5V. …) เราเพิ่มจานวนระดับสัญญาณตามสมการของ Nyquist โดยถ้า bit rate เท่าเดิมจะทาให้ bandwidth แคบลงมา แต่ถ้า bandwidth เท่าเดิมจะทาให้ bit rate สูงขึ้น (โดยจะไม่สามารถทาให้เกิน Shannon Capacity ได้) เราจะกาหนดตัวแปร r ให้เป็นสัดส่วนระหว่างจานวนบิตต่อระดับสัญญาณ เช่น ใช้ 3 ระดับสัญญาณแทนค่า 4 บิต ก็จะมี r=4/3 Encoding Considerations      Signal Spectrum (ช่วงคลื่นที่จะใช้) 5 o เราไม่ควรมี DC part เพราะ DC จะ “ถูกใช้งานตลอด” ทาให้เปลืองพลังงาน และอาจถูกตัดออกในช่องการ สื่อสารต่างๆ ได้ o พยายามอย่าให้มีสัญญาณความถี่สูง เพราะถูกตัดออกด้วยช่องสัญญาณ ซึ่งมักเป็น low-pass Clocking / Sync (การให้จังหวะ) o การส่งผิดจังหวะ จะทาให้ค่าที่ได้ผิดไป o เราอาจแก้ได้โดยเพิ่มข้อมูลปรับสัญญาณ แยกสาย CLK หรือใช้ encoding บางชนิดที่แก้ปัญหานี้ เช่น Manchester encoding (Positive edge = 0. …) Data Levels = จานวนค่าที่ใช้ได้ (0. 1. part 1 o เป็นเวลาที่เกิดจากเครื่องรับ Bandwidth-Delay Product มองท่อเป็นช่องการสื่อสาร พื้นที่หน้าตัดก็จะเป็น bandwidth และความยาวเป็น delay ทาให้ปริมาตรเป็น bandwidth * delay ในการออกแบบระบบ เรามักพยายามให้ “ท่อ” ดังกล่าวเต็มพอดี Chapter 4: Digital Transmission Line Coding เป็นการแปลงข้อมูล binary (0/1) ให้เป็นสัญญาณดิจิตอล เรามีวิธีแปลงสัญญาณเหล่านี้หลายแบบ เราจะมาศึกษาในบทนี้ Signal Levels and Data Levels   Signal Levels = จานวนระดับสัญญาณ (0V.

01.11) เป็นไฟ (-3. ลบ = 0 o มีแบบย่อยคือ NRZ-I โดยให้กลับค่าสัญญาณหากบิตเป็น 1 ซึ่งทาให้สามารถสลับสายสัญญาณได้โดยไม่มี ปัญหา6 o พลังงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 0-0.5bitrate o เกิด DC Component Return-to-Zero (RZ) o สัญญาณแบบ (-5V. +1) V ใช้ bandwidth น้อยลง (ตามสมการ Nyquist) แต่ฮาร์ดแวร์จะซับซ้อนขึ้น และผลจาก noise จะทาให้ตีความยากขึ้น 6 การดูว่าบิตสลับเมื่อไหร่ และแต่ละบิต (หรือกลุ่มบิต) แทนด้วยสัญญาณอะไร ให้ดูในข้อสอบเป็นหลัก ที่เขียนในนี้ไม่ใช่สูตรสาเร็จ ตัวอย่างเช่น NRZ-I ของเรา ให้ 1 เป็น “สลับ” แต่ USB Mode 1 ให้ 0 สลับ เป็นต้น ถ้าไม่มีให้ควรเปิดตาราเทียบ แล้วเขียนอ้างอิง 13 .0V) = 1 o เกิด DC Component น้อยกว่า NRZ Manchester o Negative Edge = 0. 1) => (0V. 5V) Polar ใช้ได้ทั้งไฟบวกและไฟลบ     Non-return-to-zero (NRZ) o บวก = 1. Positive Edge = 1 o ใช้ 2 level (RZ ใช้ 3) Differential Manchester o พิจารณาสัญญาณที่ edge โดยถ้าเป็น 1 ให้ “สลับ” ชนิดสัญญาณ Bipolar   Bipolar AMI (Alternate Mark Inversion) o Data 0 => Signal 0 o Data 1 => Signal +/. part 1 Unipolar Encoding ใช้ voltage level เดียว มี DC component แต่ทาง่ายมาก เช่น (0. -1.(สลับกัน คราวนี้บวก คราวหน้าลบ เป็นต้น) o DC component น้อยลง เพราะถ้ามี 1 ต่อเนื่องสัญญาณจะสลับมาก o Synchronize ยาก BnZS (Bipolar n-zero Substitution) o ใช้สัญญาณพิเศษส่งไปแทน 0 ที่ติดกัน n ตัว o จะใช้รูปแบบที่เกิดใน AMI ไม่ได้ เช่น ถ้าข้อมูล 1 ที่แล้วเป็นอะไร เราส่งโดยใช้ตัวนั้นอีก Multi-Level ใช้ไฟได้หลายระดับ เช่นแบบ mBnL หมายถึง data m แบบ encode เป็นสัญญาณ n ระดับ เช่น 2B1Q map จาก (00.Data Communication and Computer Networks.10. +3.0V) = 0 และ (5V.

part 1 14 Block Coding มองข้อมูลเป็นก้อนใหญ่ขึ้นมา เพื่อ    ใส่ error detection เช่น ข้อมูล 4 bit แต่ใช้ 5 bit โดยเพิ่ม error detection ลงไป ใส่ synchronization bit เช่น 0/1 พิเศษลงไป ใส่สัญญาณควบคุมบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับข้อมูล Pulse Rate and Bit Rate Pulse Rate สาคัญ เนื่องจากในบางครั้งสัญญาณอาจคงตัวนานปกติ เช่น ส่งสัญญาณ Manchester ด้วยเลข 010101… หรือส่งข้อมูลบาง แบบที่ทาให้สัญญาณนิ่งผิดปกติ จะทาให้ค่า b (bits per pulse) เปลี่ยนไปได้ Analog-to-Digital Conversion เช่น แปลงเสียงเป็นไฟล์ หรือกล่อง ADC ในโครงงาน practicum คอมพิวเตอร์เก็บอะไรที่เป็น continuous ไม่ได้เลย แต่เนื่องจากสัญญาณมีทั้ง time และ amplitude เราจึงต้องทาให้เป็น discrete ทั้งสองแกน โดย sampling คือการแปลง discrete time และ quantization คือการแปลง discrete levels Pulse Code Modulation (PCM) แปลงสัญญาณด้วย sampling ไม่ทาให้ข้อมูลเสียหาย ถ้าทาตาม Sampling Theory Quantization Noise Quantization Noise Ratio การเพิ่ม 1 bit จะทาให้สัญญาณมี SNR เพิ่มขึ้น 6dB เรียกว่า 6dB/bit approximation Example: A telephone subscriber line must have an SNR above 40. What is the minimum number of bits per sample? เพราะฉะนั้น ต้องใช้ 7 หรือ 8 บิตขึ้นไป Minimum Sampling Rate เราได้บอกไปแล้วว่า sampling ตามทฤษฎี จะทาให้สัญญาณเสีย เราจะมาพิสูจน์อะไรบางอย่างกัน .Data Communication and Computer Networks.

Data Communication and Computer Networks. part 1 เราจะพิสูจน์ว่า เมื่อ ( 15 ) ( ) ( ( ) ) ผลจากบทพิสูจน์นี้บอกชัดเจนว่า ถ้ามีสัญญาณ “discrete” แบบไซน์ความถี่ใดๆ จะเกิดสัญญาณไซน์ “อีกชุดหนึ่ง” ที่ความถี่ที่ เป็นฮาร์มอนิกกันด้วย ทาให้เกิด “กราฟความถี่รายคาบ” ขึ้น เช่น มีสัญญาณที่ 1Hz ที่ 1+Fs Hz ก็มีสัญญาณขึ้นด้วยหลังจาก ผ่าน sampling แล้ว ถ้าให้ Fs มีค่ามากๆ จะทาให้ 1+Fs มีค่าสูง ทาให้เราสามารถแยกคลื่นออกมาได้เด็ดขาด ตัดทิ้งได้ สมมติ Fs = 8Hz และถ้าคลื่นของเราความถี่ 8Hz อยู่ จะทาให้มีการซ้อนทับกับ 1+Fs ได้ ทาให้เกิดการตีความผิดพลาดได้ เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิด Aliasing เราจะต้องแน่ใจว่า Fs > 2Fmax (Fmax เป็นความถี่ "สูงสุด" ของสัญญาณ) จากข้อคานึงทั้งหมดที่ได้กล่าวมาแล้ว Nyquist (และอีกหลายคนในเวลาต่อมา) จึงสรุปเป็น The Sampling Theorem Sampling rate must be greater than twice the highest frequency Chapter 5: Analog Transmission Digital-to-Analog Conversion ใช้ในการส่งสัญญาณแบบ Analog เพราะว่าสัญญาณ Digital มีความถี่เยอะมากๆ (ถึง infinite เลย) กระบวนการแปลงนี้ เรียกว่า Modulation (การแปลงกลับเรียกว่า Demodulation) ทั้งนี้ เรามักพบในรูปแบบของกล่องแปลงไป-กลับ เช่น modem Carrier Signals เป็นสัญญาณซายน์ธรรมดาที่มีความถี่สูงขึ้นมา โดยเราจะผสมสัญญาณ "ของเรา" ลงไปบนนี้ Bit Rate & Baud (rate)    Bit Rate คือจานวนบิตต่อวินาที Baud (หรือ Baud rate) คือจานวนตัวสัญญาณ (signal element) ต่อวินาที เราเลือกได้ว่าจะให้มีกี่ baud และกี่ bit ในช่วงสัญญาณหนึ่งๆ คล้ายๆ กับใน digital .

from 200 to 300kHz. off = 0 จะทาให้สัญญาณถูกยกไปไว้ที่ carrier frequency fc แทนที่จะเป็นศูนย์ ในการ implement เราสามารถ "คูณ" สัญญาณบิต (ธรรมดา: 0V. S is signal rate (baud). N = 8000. Ex. What is the carrier frequency and the bit rate if we modulated our data by using ASK with d=1? ( ) (ใช้สูตร signal rate เมื่อกี้ด้วย) สาหรับการทาให้เป็น full-duplex เราสามารถใช้การแยกส่งสองช่องสัญญาณได้ . 5V) เข้ากับตัว oscillator ได้เลย อย่างไรก็ตาม การส่งนี้ก็ยังมี bandwidth กว้างๆ ได้ โดยขึ้นอยู่กับ "ปัจจัย" หลายๆ อย่าง สาหรับในการศึกษาระดับนี้เราจะ เรียกว่าค่า d โดยที่ 0<d<1 Bandwidth & Signal Rate Where B is bandwidth. Bit Rate & Baud Rate Where r is number of different signals. d is a given factor (ideal: 0). We will need 8 different signal elements. and N is bit rate (bps) Binary Amplitude Shift Keying หรือ Binary ASK โดยใช้การ on-off เท่านั้น โดย on = 1.Data Communication and Computer Networks. We have bandwidth 100kHz. and S is signal rate. part 1 Example: 16 Analog rate with 8000bps and 1000 baud. How many data elements are carried by each signal element? How many different signal elements do we need? S = 1000. r and L unknown.

Find the bandwidth for a signal transmitting at 12 Mbps for QPSK.32 หรือ V. The value of d = 0. part 1 17 Binary Frequency Shift Keying (FSK) ใช้การปรับความถี่แทนสัญญาณ จะเหมือนว่ามี carrier frequency สองอัน เช่น ใช้ความถี่สูงแทน 1 และความถี่ต่าแทน 0 ทาให้เวลาเข้า Fourier จะได้ความถี่ออกมาสองก้อน Implement ได้โดยใช้ voltage-controlled oscillator โดยเอาตัวสัญญาณเป็น input แรงดันทีต่ ัว bit จะไปควบคุม VCO โดยตรง หากเราต้องการใช้ multi-level ก็ทาได้เช่นกัน ระบบนี้ไม่ค่อยใช้ Binary Phase Shift Keying หรือ PSK เราอาศัยการปรับ phase แทน ทาได้หลายเลเวล และทนทานต่อ noise มากกว่า การใช้ความถี่จะเหมือน ASK เพราะไม่มีการ shift frequency ซึ่ง Implement ง่ายโดยใช้ polar input กับ oscillator โยนเข้า multiplier เราสามารถเพิ่ม Shift เข้าไปได้ เช่น Quadrature PSK มีสัญญาณสี่เฟส จึงเป็น 2 bit/baud โดยไม่ทาให้ bandwidth กว้าง ขึ้น Ex. r = 2 เพราะ 1 signal เป็น 2 bit ทาให้ S = N*(1/r) = 6Mbaud ถ้า d = 0 ทาให้ B = S = 6MHz ทั้งนี้ 4PSK มักถูกจัดให้เป็น QAM มากกว่า Constellation Diagram เป็นการวาดเวกเตอร์ โดยแสดงทั้ง phase shift โดยมุมเทียบแกนนอนทางขวา และ amplitude โดยระยะห่างจาก origin 01 11 0 QPSK 00 1 BPSK 10 Figure 6 Examples of Constellation Diagram (text box is not part of diagram) Application เสียงคนพูด 300-3300 Hz แต่ในการส่ง data เพื่อสื่อสารแทนโดยใช้โมเด็ม เราต้องลด bandwidth ลง โดยส่งในช่วง 6003000Hz แทน มาตรฐานเก่าแก่เช่น V.Data Communication and Computer Networks.32bis เป็นการ modulate สัญญาณเข้าสายโทรศัพท์ โดยอัตราสูงสุดที่โมเด็มทาได้คือ 56kbps เป็นอะไรที่หรูที่สุดในยุคนั้น ADSL ไม่ได้ใช้ย่าน voice แต่อัดความถี่สูงเข้าไป จึงไม่ต้องตัดโทรศัพท์มาใช้เน็ต เราจะกล่าวถึงเรื่องนี้ในภายหลัง Analog-to-Analog Modulation เราเปลี่ยนคลื่น analog หรืออาจต้องการส่งหลายคลื่น เช่น วิทยุ เรามีเทคนิคต่างๆ คล้ายกัน เช่น .

5 + 3 + 1. Design an appropriate configuration using FDM . use a satellite channel of 1MHz.5 + 3 + 1. If there is a need for guard band of 1. are to be multiplexed together.5kHz) Channel (3kHz) Guard (1.5kHz) Channel (3kHz) 21 kHz Figure 7 Example band plan showing guard bands Example 2 Four digital-data channels.5 + 3 + 1.5 + 3 = 3*5 + 1.5kHz) Channel (3kHz) Guard (1. each with 3kHz bandwidth. 1Mbps each. what is the minimum bandwidth of the link? Answer: 3 + 1. part 1  AM เอาสัญญาณเก่าคูณด้วย oscillator  FM ใช้การส่งเข้าไปใน VCO 18 Chapter 6: Multiplexing Multiplexing พูดง่ายๆ คือการให้หลายๆ แหล่งสัญญาณแบ่งกันใช้ช่องความถี่ใน medium เดียวกันได้ Frequency Division Multiplexing แบ่งช่องสัญญาณตามความถี่ ทาได้ในกรณีที่ Medium Bandwidth > Channel Bandwidth โดยการ modulate สัญญาณให้ มี carrier frequency ต่างกันไป เช่น การกระจายสัญญาณวิทยุ ทั้งนี้ ระบบนี้มีการแบ่งช่อง (allocate) ล่วงหน้า โดยช่องจะยังอยู่แม้ว่าจะไม่ได้มีการใช้ช่องสัญญาณ เวลาที่หลายๆ ช่องส่งสัญญาณเข้าไปจะมีการรวมสัญญาณเข้าด้วยกัน (โดยอาจใช้วงจรบวกสัญญาณ) และปลายทางก็จะต้องใช้ filter แยกตามช่องสัญญาณ แต่สาหรับวิทยุ ไม่ต้อง multiplex เลย แค่ modulate เฉยๆ เพราะอากาศจะนาสัญญาณต่อเองได้ และปลายทางก็ใช้แค่หมุน tuner ให้ตรงกับความถี่ของช่องที่จะฟัง Guard Bands เนื่องจากสัญญาณใน frequency domain มีลักษณะลาดลงช้าๆ ไม่ใช่ตัดเหมือนเค้ก เวลาจัดความถี่ carrier มาใกล้ๆ กันก็จะ ทาให้เกิดการชนกันได้ ในการออกแบบช่องสัญญาณจึงต้องเผื่อช่องว่างระหว่าง channel เอาไว้ เรียกว่า guard band ซึ่งใน ส่วนนี้จะไม่มีการใช้งาน (เผื่อที่ให้เฉยๆ) Example 1 Five voice channels.5kHz) Channel (3kHz) Guard (1.5*4 = 21kHz Channel (3kHz) Guard (1.5kHz.Data Communication and Computer Networks.

Data Communication and Computer Networks. part 1 จากสมการ Bandwidth = (1+d) (SignalRate) เรา assume เอาว่าช่องสัญญาณเราดีมาก จึงกาหนดให้ d = 0 ดังนั้น B = S เลย คือ ถ้าจะส่งสัญญาณใน bandwidth 250kHz ได้ (เพราะเราต้องแบ่ง bandwidth เท่าๆ กัน) จะต้องส่ง สัญญาณให้ได้ 250kbaud เท่านั้น เนื่องจากแต่ละช่องมีขนาด 1Mbps ทาให้เวลาแปลงได้ 1Mbaud ด้วย ซึ่งเกิน เราต้องทาให้ขนาดของช่องสัญญาณลดลงเหลือ 1/4 คือเราต้องหาวิธีแปลงที่ลดจานวนบิตลงให้เหลือ 1/4 นั่นก็คือ modulate ด้วย 16QAM หรือ 16PSK 16PSK = ¼ baud/bit 16PSK 250 kbaud 1Mbps 16PSK 250 kbaud 1Mbps 16PSK 250 kbaud 1Mbps 16PSK 250 kbaud Multiplexer 1Mbps 1MHz Figure 8 Designed multiplexing Hierarchy เราสามารถ multiplex ซ้อน multiplex ได้ ตัวอย่างเช่น AT&T ก็เคยใช้ระบบนี้ Example The Advanced Mobile Phone System (AMPS) uses two bands. Each user has a bandwidth of 30kHz in each direction. and 869 to 894MHz is used for receiving. The first band of 824 to 849MHz is used for sending. How many people can use their cellular phones simultaneously? Answer  Lower band: 849-824 = 25MHz  Upper band: 894-869 = 25MHz  25MHz / 30kHz = 833 channels ทั้งนี้ ความจริงใช้ 832 แต่มี 42 ช่องที่จองไว้ใช้งานพิเศษของระบบอีก จึงเหลือเพียง 790 สาหรับผู้ใช้ทั่วไป ในการ multiplex แบบ FDM การเงียบไม่ทาให้ช่องสัญญาณเปลี่ยนแปลง Wavelength Division Multiplexing (WDM) คล้ายๆ กับ FDM แต่เราใช้กับคลื่นแสง จาเป็นเพราะเราควรจะทางานกับคลื่นแสงได้โดยไม่ต้องแปลงเป็นไฟฟ้า Time Division Multiplexing (TDM) เป็นการแบ่งช่วงเวลาเป็นห้วงสั้นๆ แบบสลับกันไป คล้ายๆ กับเวลามีการบีบเลนในถนนร่วมกันแล้วต้องสลับกันไปข้างละคัน ผลของการทา TDM จะทาให้ bitrate สูงขึ้น เพราะ Frame Interval จะเท่ากับ Bit Interval การจะใช้งาน ต้องมีการกาหนดก่อนว่าช่องไหนจะใช้ timeslot ไหน 19 .

. the transmission rate of the link = 4*1kbps = 4kbps 3.Data Communication and Computer Networks. part 1 a2 a1 b3 b2 b1 c3 c2 c1 Time-Division Multiplexer a3 20 Time Slot c3 b3 a3 c2 b2 a2 c1 b1 a1 Frame Bit duration Figure 9 Time-Division Multiplexing (TDM) Frame เฟรมแต่ละเฟรมประกอบไปด้วยข้อมูลของผู้ใช้ทุกคน โดยจะมีการเวียนส่งเป็นรอบๆ หากใครไม่ส่งข้อมูล ก็จะไม่มีข้อมูลเข้าไป ในเฟรม เพื่อไม่ให้เสียจังหวะเฟรม เราจะไม่ “จับข้อมูลชนกัน” เด็ดขาด Example Four 1kbps connections are multiplexed together.25ms) = 1ms Synchronization ถ้าจับจังหวะสัญญาณผิดจะเกิดปัญหาทันที เพราะช่องสัญญาณจะคลาดกัน เราต้องคิดเรื่องการทา synchronization ในระดับเฟรมด้วย เช่น เราอาจทา framing bit ด้วย โดยโครงสร้างข้อมูลอาจเป็น [C][B][A][0] [C][B][A][1] [C][B][A][0] . the duration of the frame = 4*(0. the duration of 1 bit before multiplexing = 1/1k = 1ms 2. นั่นคือ เราเพิ่มตัวเลขไปที่หัวเฟรมนั่นเอง Example Identify all the framing bits from this bit sequence output by a multiplexer  2 channels  1 unit = 2 bits Input data: 00011011100001001011 เนื่องจาก 2ch*2bits = 4 bits per frame บวกกับ sync bit ก็จะได้ 5 bits/frame ถ้าให้บิตซ้ายสุดของเฟรมเป็น sync bit เราสามารถสรุป sequence ของ sync bit ตามการแบ่งแต่ละแบบได้เป็น 0001 10111 00001 00101 1 ==> 1001 000 11011 10000 10010 11 ==> 1111 00 01101 11000 01001 011 ==> 0100 . Find: 1..25ms 4. the duration of a time slot = 1/4000 = 0. A unit is 1 bit.

3).4).1.4) เราสามารถแบ่งเป็น (4.3) ซึ่งจะทาได้ง่ายกว่า 6Mbps 3Mbps 3Mbps Multiplexer 3Mbps Padding Split 5Mbps 3Mbps Figure 10 TDM-ing different data rates T Lines (US) ในระบบโทรศัพท์ เราคาดว่าเสียงคนไม่เกิน 4kHz ดังนั้น sampling เราทาที่ 8kHz เท่านั้น และเก็บ quantization 8-bit ดังนั้น data rate = 8*8kHz = 64000bps เป็นอัตราต่าสุดของ DS0 T-1 Channel เกิดจากการรวมสาย DS0 จานวน 24 เส้น และก็สูงขึ้นๆๆ ไป ยิ่งสูงก็ยิ่งแพง E Lines (EU & Thailand) เป็น hierarchy เหมือนกัน แต่เราจับสัญญาณคราวละ 30 channel Inverse Multiplexing เป็นการส่งสัญญาณแรงๆ ผ่านช่องสัญญาณกากๆ หลายๆ ช่อง โดยกระจายสัญญาณเป็นส่วนย่อยๆ เยอะๆ แล้วบีบกลับมา Spread Spectrum เป็นการขยาย bandwidth ของตัวเองเพียงช่องเดียว เพื่อป้องกันการดักฟัง (ยังไงวะ?!) และลดผลกระทบจากการรบกวนด้วย Frequency-Hopping SS เป็นการเอารหัส(กึ่ง)สุ่มสร้างสัญญาณต่างๆ ให้คลื่นมีการกระโดดไปมา ถ้าตารางการสร้างสัญญาณไม่เหมือนกันจะฟังด้วยกัน ไม่ได้ ระบบนี้ใช้ป้องกันการดักฟังได้ เนื่องจากเป็นรหัสกึ่งสุ่ม จึงมีความแน่นอนเพียงพอในเชิงเทคนิค แต่เดารหัสไม่ได้ นอกจากนี้ยังลด noise ได้ เพราะ noise จะชนแค่คราวละไม่กี่ความถี่ ถ้าเราโยกหลบไปมา ความเสียหายต่อข้อมูลจะลดลง และส่วนที่หายไปไม่ต้องตกใจ เพราะเดี๋ยว Data Link layer จะซ่อมข้อมูลให้เรา (เนื่องจาก layer สูงๆ จะมี error correction ให้) .1)) แต่ทาให้ ทางานได้ลาบาก เรานิยมแปลงให้ bit rate เป็นเท่าของกันและกันก่อน เช่น (5.3) โดยเอา data ที่ไม่มี ความหมายแทรกเข้าไป (stuffing/padding) แล้วแปลงเป็น ((3.1).3) แปลงเป็น (6.1.1.1. part 1 21 0 00110 11100 00100 1011 ==> 0101 << ans 00011 01110 00010 01011 ==> 0000 Different Data Rates เราสามารถ multiplex ของช่องที่มี data rate ไม่เท่ากันได้ โดยให้ช่องที่มี data rate สูงกว่าได้รับ multiplex มากกว่า เช่น (4.(1.3) เราก็ต้องสับละเอียดเลย เป็น ((1.(4.8.Data Communication and Computer Networks.4) ได้ ทั้งนี้ หาก data rate ไม่เป็นอัตราส่วนของกันและกัน เช่น (5.

Data Communication and Computer Networks. part 1 Direct-Sequence SS เป็นระบบที่ใช้ในระบบ Wireless LAN โดยคูณ data bit เข้ากับ spreading code (มีลักษณะคล้าย noise แต่ไม่ใช่ ทั้งนี้ คน ฟังจะได้ยินเช่นนั้นเลย) ปัจจุบันไม่ได้ใช้ Chapter 7: Transmission Media เราจะพูดถึงสื่อนาสัญญาณกัน โดยตัวสื่อฯ นั้นจะอยู่ใน physical layer (ทาหน้าที่แปลงระหว่าง bit-signal ด้วย encoding หรือ modulation ต่างๆ ทางานกับ data link layer) Classification of Media   Guided (มี "ท่อ" นาสัญญาณ) เช่น มีสาย o Twisted-pair เช่น สายแลน o Coaxial o Fiber Unguided คือ Space Twisted-pair เป็นสายนาสัญญาณตีเกลียวเป็นคู่ โดยมีรหัสสี ตัวอย่างที่รู้จักดีที่สุดคือ "สายแลน" อาจแบ่งออกได้อีกเป็น Shielded (STP) กับ Unshielded (UTP) โดยสายแลนนั้น เป็น UTP การพันเกลียวนั้นทาเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน เวลาที่เราคลายเกลียวจะทาให้เกิด interference เราจึงต้องคลายเกลียวแต่น้อย การป้องกันสัญญานรบกวนทาได้เนื่องจากการตีเกลียวจะทาให้สัญญาณรบกวนเท่ากัน Figure 11 UTP Cross-Section เมื่อเราเข้ารหัสด้วย differential encoding และส่งไป ก็จะถูกบวกสัญญาณรบกวน เท่าๆ กัน เราสามารถนามาหักล้างกันได้ สาหรับสาย STP ก็จะลดสัญญาณรบกวนได้ แต่ราคาสูงกว่ามาก (เมตรละหลายบาทพอสมควร) ทั้งนี้ ตัวสาย UTP/STP มีหลายรุ่น โดยที่นิยมคือ Cat6 (1-10Gbps). Cat5e (100-1000Mbps) ซึ่งเราหาได้ตามท้องตลาด โดย ปกติ cat สูงก็จะ "แรง" ขึ้น RJ-45 สาหรับหัวที่ใช้ เราเรียกว่า RJ-45 (Registered Jack 45) ทั้งนี้ พวกวิชาการเรียกว่า 8P8C หน้าตาคล้ายสายโทรศัพท์ (RJ-11) ความสามารถของสายก็ขึ้นกับขนาด (gauge: ยิ่งมากยิ่งเล็ก) โดย gauge number มากก็จะทาให้สัญญาณลดทอนมาก โดยจะ เกิดผลมากเมื่อความถี่สูง 22 .

part 1 23 Coaxial Cable เป็นสายที่ใช้แกนร่วมกัน มีตัวนาสัญญาณในแกน พลาสติกหุ้ม มี shield อีกชั้น และหุ้มด้วยปลอกอีกที ถ้าเทียบกันแล้วสาย coax มี bandwidth สูงกว่า UTP แต่เราจะรันจริงที่ 10Mbps และการเชื่อมต่อก็ยาก เพราะ ต้องใช้หัว BNC (เหมือนหัวสายสโคป) ปกติที่เรารู้จักก็จะมี RG-58 (สาย เล็ก) และ RG-11 (สายใหญ่) ส่วน RG-59 ก็คือสายเคเบิลทีวี ในการแชร์สาย เราก็จะมีหัว T ในการเชื่อมต่อออกมาให้กับตัวเครื่อง และจะต้องเอา terminator มาปิดหัวท้ายสายเพื่อป้องกันการสะท้อน กลับ เราอาจนาสายเส้นเดียวมาวนทุกเครื่อง (โดยไม่กลับมาหาเครื่องแรก) ทาให้เป็น bus topology Figure 12 Coaxial Cable cut-away Optical Fiber เป็นสัญญาณแสง สัญญาณรบกวนจึงต่ากว่ามาก loss ก็ต่ามาก โดยหลักการจะนามาจาก Optics คือ การเดินทางของแสงจาก ที่ๆ ดัชนีหักเหมากไปน้อย จะมีมุมวิกฤต ซึ่งทาให้แสงที่มุมตกกระทบมากกว่านั้นสะท้อนกลับหมด ในตัวสายนาแสงจะมีตัวกลางสองชิ้น โดยมี core ซึ่งความหนาแน่นสูง และ cladding ซึ่งมีความหนาแน่นต่ากว่า สัญญาณที่วิ่ง ไปชนผิวรอยต่อด้วยมุมตกกระทบมากกว่ามุมวิกฤต จะทาให้สัญญาณสะท้อนกลับไปมาภายในได้ เนื่องจากเป็นแสง จึง noise ไม่มาก เนื่องจากสัญญาณสะท้อนกลับไปมาจะสะท้อนไปมาได้หลายแบบ จึงทาให้การเดินทางของสัญญาณมีหลายทาง เราจึงแก้ปัญหา โดยการทาให้ core มี index สูงตรงกลาง และต่าสุดตรงขอบ ทาให้สัญญาณวิ่งตรงกับสัญญาณวิ่งเลี้ยวไปถึงใกล้ๆ กัน เรียกว่า multimode graded index แต่ถ้าเราบีบตัว core ให้เล็กมาก (10 micron) จะทาให้สัญญาณถูกลดลงเป็น single-mode สายไฟเบอร์เป็น simplex จึงต้องมีสายไป-กลับ เป็นคู่ ทั้งนี้ สายไฟเบอร์หักง่ายกว่า UTP มาก จึงต้องระวังอย่าเดินหักมาก เพราะจะทาให้สายหัก และทาให้เกิดการเลี้ยวขึ้น Figure 13 Optical Fiber section and light path .Data Communication and Computer Networks.

IR (300GHz-400GHz) การนาของสัญญาณทาได้สามแบบ โดยเรียงความถี่น้อยไปมาก    Ground-wave (<2MHz) Sky-wave (2-30MHz) เช่น HF radio Line-of-sight (>30MHz) เช่น infrared Antenna Antenna หรือสายอากาศ (ไม่-ใช่-เสา-อากาศ!) จาเป็นต้องใช้ในการรับ-ส่งสัญญาณไร้สาย โดยมีทั้งแบบรอบตัว (omnidirectional) และแบบทิศทาง (directional) รายละเอียดของสายอากาศนั้นถือเป็นศาสตร์เฉพาะที่ลึกมาก PITFALL: Sound ≠ EM คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คนไม่ได้ยิน แต่อาจเห็นได้ คลื่นเสียง คนมองไม่เห็น แม้ว่าอยู่ในความถี่ visible QUIZ! สิ่งใดต่อไปนี้เมื่อยิ่งมากทาให้อัตราการลดทองของสัญญาณไฟฟ้าในสายสัญญาณมากยิ่งขึ้น (ตอบได้มากกว่าหนึ่งข้อ) ☐ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายทองแดง (ยิ่งเพิ่มยิ่งทำให้ amp ดี) ☑ ความยาวของสายสัญญาณ ☑ ความถี่ของสัญญาณ ☐ เฟสของสัญญาณ (ไม่เกี่ยวข้อง) ☐ ความใกล้กับสายสัญญาณข้างเคียง (เพิ่ม noise) Chapter 9: Telephones ระบบโทรศัพท์ใช้ความถี่ช่วง 300-3300Hz (bandwidth = 3000Hz) โดยใช้เป็น voice ทั้งหมด แน่นอนว่า cutoff เป็นทาง ลาด เราจึงเลือกช่วงที่ไม่เสี่ยงมากคือ 600-3000 แทน Modem (Modulator/Demodulator) มีหน้าที่แปลงสัญญาณ digital-analog 56k Modem ชุมสายโทรศัพท์จะแปลงสัญญาณกลับเป็น digital โดยจะทาให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะ quantization มีสภาพคล้าย noise ซึ่งทา ให้ SNR ลดลง ทาให้ data rate ถูกจากัด (โดยอ้างตาม Shannon) เหลือ 33600kbps 24 . microwave (<300GHz). part 1 Wireless เป็น unguided media คือไม่มีสาย ใช้คลื่นได้หลายย่าน เช่น RF (>3kHz).Data Communication and Computer Networks.

part 1 25 คาว่า 56k หมายถึง download rate เท่านั้น ที่ทาเช่นนี้ได้เป็นเพราะตัว ISP ต่อเข้ากับตัวเครือข่ายโทรศัพท์โดยตรง ทาให้สาย เป็นดิจิตอลตลอด จึงทาให้ไม่เกิด quantization noise เราใช้ PCM sampling 8k ทาให้ rate รวมเป็น 64k แต่เนื่องจากมี control bit อยู่ 1 บิตทุกๆ 8 บิต ทาให้เหลือแค่ 56k Digital Subscriber Line (DSL) local loop เมื่อไม่ใช้ filter จะมี bandwidth สูงสุด 1.1MHz แต่เนื่องจากโทรศัพท์ใช้ช่วงคลื่นต่าๆ เราจึงเอามาจัดสรรใหม่ให้ เหมาะกับการใช้งาน ADSL ADSL ใช้ช่วง voice เหมือนเดิม และเอาช่วงที่ความถี่สูงๆ (26-1104k) มาใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เน็ต ของผู้ใช้ทั่วไปจะใช้ download มากกว่า เราจึง (ใช้ discrete multitone technique) ซอยช่อง QAM หลายๆ ช่อง แล้วเอา ช่องส่วนใหญ่มาทา downstream ADSL Splitter เนื่องจากทางชุมสายปล่อยสัญญาณมาเป็นย่านความถี่สูง เราจึงต้องใช้โมเด็มในการเข้ารหัส-ถอดรหัสที่ต่างจาก 56k นอกจากนี้ ด้วยความที่สายสัญญาณมีทั้ง voice และ data เราจึงต้องแยกเอาสัญญาณช่วงต่ามาใช้ voice และสัญญาณช่วงสูงมาใช้ data อุปกรณ์ดังกล่าวจึงใช้วงจร filter ในการแยกช่วงความถี่ออกมา ในทาง ISP ก็มีอุปกรณ์คล้ายๆ กัน แต่ตัวความถี่สูงจะถูกส่งเข้าสู่ DSL Access Multiplexer (DSLAM) แล้วเอาไปต่อเข้าเน็ตอีก ที นอกจากนี้ DSL ยังมีอีกหลายชนิด เช่น SDSL (Symmetric: ใช้โดยองค์กรที่ serve มากกว่า). HDSL (แพงกว่า) และ VDSL (โหดมาก) "Cable" เคเบิลทีวี ส่งผ่านสายนาสัญญาณ (coaxial) มาจากสานักงานหลัก โดยช่องหนึ่งจะมีขนาดช่องประมาณ 6MHz ระหว่างนี้ก็จะใช้ amp ในการรักษาระดับสัญญาณ และใช้ splitter ในการต่อเข้าบ้าน เวลาเราดูทีวีก็เลือกช่องเอา พอเอามาใช้กับระบบเครือข่าย จึงนา high-bandwidth fiber/switch มาใส่ โดยรักษา model เดียวกัน แล้วต่อ coax เข้า บ้านอีกที ทาให้บ้านสามารถรับ-ส่ง data ผสมไปได้ด้วยเลย ทาให้เราต่อเน็ตด้วยเคเบิลได้ ข้อแตกต่างระหว่าง ADSL กับ Cable สิ่งที่เปรียบเทียบ การเชื่อมต่อ บริการ ความเร็ว ADSL ใช้สายร่วมกัน ใช้กับโทรศัพท์ ขึ้นกับระยะทางเป็นหลัก Cable แยกสายกัน ใช้กับโทรทัศน์ ถูกฝู้ใช้อื่นดึงได้ .Data Communication and Computer Networks.

A Appendix Line Coding Example Data 1 0 1 1 0 0 1 1 Unipolar NRZ NRZ-I RZ Manchester Diff. Cat5e. Cat7a RG59 (75ohm) RG58 (50ohm) RG11 (50ohm) Jacks RJ45 Most Common Cat5e. Cat6a. Manchester Bipolar AMI List of Standards Main Type Ethernet Coaxial Wire Type Cat1-7. Cat6 + RJ45 BNC RG59 (TV) RG58 (Signal) .

B List of Equations  Decibels: o ( ) o o       ( ) Capacities & Bit Rate o Nyquist: o Shannon: Pulse Rate Quantization Noise Baud Bandwidth & Signal Rate Multiplexing: o Multiplexed Frame Rate = Channel Bit Rate o Multiplexed Bit Rate = (Number of Channels) * (Bit Rate of Each Channel) To be Continued เอกสารนี้เป็นเอกสารที่เรียบเรียงจากการจดบันทึกในวิชาเรียนอีกที สิ่งที่อยู่ในเอกสารนี้อาจไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง หรือเกินกว่าที่ออกสอบ ซึ่งผู้เขียนได้ใช้ความพยายามเต็มที่แล้วในการตรวจสอบ หากไม่แน่ใจกรุณาเปิดหนังสือเทียบ ถ้าไม่ตรงก็เอาตามหนังสือ แล้วพบกับ Part 2 ต่อได้ตอนไฟนอลนะครับ สวัสดี LunaticNeko CPE23 Draft 6 Re-Export 2011-10-14 17:26:00 .

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful