ธรรมะจากหลวงพอชา

(คําสอนที่งายๆ...เเตลึกซึ้ง)

การปลอยวาง
โยม ไมอันที่อาตมาถืออยูนี่นะ มันสั้น หรือวา มันยาว?
โยม ไมอันนี้ธรรมชาติแท ๆ ของมันมีแคนี้ เทานี้ ... มันไมสั้น และก็ไมยาว
โยม ความต$องการที่จะให$ไม$นี้มันสั้นเข$า หรือยาวออก นั่นแหละ "ทุกข-"
ทุกสิ่งทุกอยาง ถ$าเรายอมตามธรรมชาติที่มันเป0นอยู ยอมที่ไหน ทุกข-ก็ไมเกิดทีน่ ั่น
สมมุติวาวันนี้ โยมหาเงินได ๑๐๐ บาท ธรรมชาติของมันแค ๑๐๐ บาท
จะอยากใหไดมากกวานั้น...ก็ไมได
จะอยากใหไดนอยกวานั้น...ก็ไมได
หาได ๕๐ บาท ธรรมชาติของเขาก็แคนั้น
หาไมไดเลย ธรรมชาติของมันก็เทากับหาไมไดเลย
ยอมตามธรรมชาติที่มันเป0นทุกอยาง ทุกแหง ทุกข1ก็ไมเกิด
ธรรมะอยางนี้ปฏิบัติทไี่ หนก็ได เวลาใดก็ได
ใคร ๆ ก็ปฏิบัตไิ ด ปฏิบัติเมื่อไหร ที่ไหน...ทุกข1ก็ไมเกิดเมื่อนั้น ที่นั่น
โยม อีกอยางหนึ่ง สมมุติวาถาเราจะปลูกตนไม

อันดับแรก เราตองเตรียมดินใหดี ขุดหลุมกวางเมตร ลึกเมตร
คลุกดินดวยปุ4ยคอกอยางดี แลวจึงปลูกตนไมลงไป
เมื่อปลูกแลว เราตองคอยดูแล โดยหมั่นรดน้ํา พรวนดิน ดายหญา และลอมรั้วกันอันตรายให
หน$าที่ของเรามีเพียงแคนี้ ทําให$ครบ ทําให$ดีที่สุด
สวนผลที่ตนไมจะใหนั้น บางชนิด ๑ ป9ใหผล
บางชนิด ๓ ป9 ๕ ป9 ๑๐ ป9
นั่นเป0นเรื่องของเขา เป0นเรื่องของตนไมเขาเอง
โยม อยาลืมนะ หน$าที่ของเรานั้น
ทําเหตุให$ดีที่สุดเทานั้น สวนผลที่จะได$รับเป0นเรื่องของเขา
ถ$าเราดําเนินชีวิต โดยมีการปลอยวางเชนนี้แล$ว ทุกข-ก็ไมรุมล$อมเรา
ธรรมะอยางนี้...ใคร ๆ ก็ปฏิบัติได$
ปฏิบัติที่ไหนก็ได$ ปฏิบัติเมื่อไรก็ได$

ผู$มีสติ
ผู$ใดมี "สติ" ... อยูทุกเวลา
ผู$นั้นก็จะได$ฟ8งธรรมะของพระพุทธเจ$า...อยูตลอดเวลา
เพราะวา เมื่อตามองเห็นรูป...ก็เป0นธรรมะ
หูไดยินเสียง...ก็เป0นธรรมะ
จมูกไดกลิ่น...ก็เป0นธรรมะ
ลิ้นไดรส...ก็เป0นธรรมะ
ธรรมารมณ1ที่เกิดขึ้นกับใจ นึกขึ้นไดเมื่อใด...เป0นธรรมะเมื่อนั้น
ฉะนั้น "ผูมีสติ"
จึงไดฟ?งธรรมะของพระพุทธเจาอยูตลอดเวลา...ไมวาจะยืน เดิน นั่ง นอน
มันมีอยูทุกเวลาเพราะอะไร ? เพราะเรามีความรูอยู

ในเวลานี้ เราจึงเรียนอยูกลางธรรมะ
จะเดินไปขางหนา...ก็ถูกธรรมะ
จะถอยไปขางหลัง...ก็ถูกธรรมะ
ทานจึงใหมี "สติ"
ถามีสติแลว มันจะเห็นกําลังใจของตน เห็นจิตของตน
ความรูสึกนึกคิดของตัวเองเป0นอยางไร ก็ตองรู
รู$ถึงที่แล$ว ก็รู$แจ$งแทงตลอด

...เมื่อมันรอบรูอยูเชนนี้
การประพฤติปฏิบัติ มันก็ถูกตองดีงามเทานั้นแหละ

เธอจงระวัง
เธอจงระวัง ความคิด ของเธอ
เพราะความคิดของเธอ
จะกลายเป0นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวัง ความประพฤติ ของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอ
จะกลายเป0นความเคยชินของเธอ
เธอจงระวังความ เคยชิน ของเธอ
เพราะความเคยชินของเธอ
จะกลายเป0นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวัง อุปนิสัย ของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอ
จะกําหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต

ไมฉลาดรักษาใจ จึงกวัดแกวงไปตามอารมณเปรียบน้ําฝน มันเป0นน้ําทีส่ ะอาด มันจะมีความใสที่สะอาดปกติดี
ถาหากเราเอาสีเขียว สีเหลืองใสเขาไป
น้ํามันก็เป0นสีเหลือง สีเขียว
จิตใจเรานี้เชนกัน ฉันนั้น
เมื่อมันถูกอารมณ-ที่ชอบใจ ใจมันก็สบาย
ถูกอารมณ-ที่ไมชอบใจ ใจมันก็ไมสบาย
เหมือนกับใบไม ที่มันถูกลม มันก็กวัดแกวง เอาแนนอนไมได
ดอกไม ผลไม มันก็ถูกลมเหมือนกัน ถูกลมมาพัด มันก็ตกไปเลย ไมมีสุก
จิตใจมนุษย1เรานี้ก็เหมือนกัน
ถูกอารมณ1มาพัดไป ถูกอารมณ1มาฉุดไป มาดึงไป ตกไป
ก็เหมือนกันกับผลไม

พูดดีเข$าใจงาย พูดร$ายเข$าใจยาก

คนที่ฉลาดแลว สอนไมมากหรอก
ถาคนไมฉลาด สอนมากแคไหน...ก็ไมคอยรูเรื่อง
แตมันเกี่ยวกับคนสอนดวยนะ
โดยมาก...คนเราเวลาไมสบายใจ จึงสอน
อยางเราจะสอนลูกเรา เราโกรธแลวจึงสอน มันก็ดากันเทานั้นหละ
ไมยอมสอนกันดี ๆ หรอก ก็คนใจไมดี ไปสอนกันทําไม
อาตมาวา อยาไปสอนในเวลานั้น ให$ใจมันสบายกอน
มันจะผิดอยางไรก็เอาไว$กอน ให$มันใจดี ๆ ซะกอน
นี่โยมจําไวนะ อาตมาสังเกตโยมสอนลูกแตเวลาโมโหเทานั้นละ
มันก็เจ็บใจละซิ เอาของไมดีใหเขา เขาจะเอาทําไม
ตัวเราก็เป0นทุกข1 ลูกเราก็เป0นทุกข1 นี่มันเป0นอยางนี้
คนเรามันชอบดี ๆ ทั้งนั้นละ
แตความดีเราไมพอ ให$ความดีมันไมเป0นเวลา
ไมรู$จักบทบาท ไมรู$จักกาลเวลา มันก็เป0นไปไมได$ อันนี้ก็เหมือนกันฉันนัน้
อาหารที่มันอรอย เราตองทานทางปาก มันจะเกิดประโยชน1
ลองเอาเขาทางหูซิ มันจะเกิดประโยชน1ไหม อาหารอรอย ๆ จะมีประโยชน1ไหม
คนเรามันมีประตูเหมือนกันละ ตองเขาหาประตู ทุกคนก็เป0นอยางนัน้

ผิดในถูก
เราเห็นแลววา ถวยใบนี้ เอาไวที่ไหน...มันก็ตองแตก
จานนี่ เอาไวที่ไหน...ก็ตองแตก
แตเราก็ตองสอนเด็กวา ลางใหมันสะอาด เก็บไวใหดี
เราก็ตองสอนเด็กอยางนี้ ตามสมมุติอยางนี้ เพื่อเราจะใชถวยนี้นาน ๆ
อันนี้เรารูจักธรรมะ เอาธรรมะมาปฏิบัติ
ถาเห็นวา อันนี้มันจะแตกอยูแลว
เราบอก เออ! ชางมันเถอะลูก กินแลวก็ไมตองลางมันหรอก
จะตกก็ชางมันเถอะ ไมใชของเราหรอก
เอาทิ้งไวที่ไหนก็ได มันจะแตกอยูแลว อยางนี้ก็เป0นคนโงไป

ถาเราเป0น "ผูรูสมมุติ" อันนี้
เมื่อมันเจ็บไข...ก็หาหยูกยาใหมันกิน
เมื่อมันรอน...ก็อาบน้าํ ใหมัน

เมื่อมันเย็น...ก็หาความอบอุนใหมัน
เมื่อมันหิว...ก็หาขาวใหมันกิน
แตใหเรารูวา ใหขาวมันกิน...มันก็จะตายอยู
แตในเวลานี้ ยังไมถึงคราวจะตาย
เหมือนถวยใบนี้...ยังไมแตก
ก็รักษาถวยใบนี้...ใหมัน "เกิดประโยชน1" เสียกอน

แยกแล$วยุง
"ตัวป?ญญา" กับ "ตัวสมาธิ" นี้
เมื่อเราพูดแยกกันออก คลาย ๆ กับคนละตัว
จริง ๆ มันตัวเดียวกันนั่นเองแหละ
ตัวป?ญญา มันเป0นเครื่องเคลื่อนไหวของสมาธิเทานั้น
อือ มันออกจากจิตนี้แหละ แตมันแยกกันออกไป มันเป0นคนละลักษณะ
เหมือนมะมวงใบนี้
ลูกมะมวงใบนี้มันเล็ก ๆ แลวมันก็โตขึ้นมาอีก
แลวก็มันสุก แลวมันจะเนา
มะมวงใบนี้ ก็คือ มะมวงใบเดียวกัน
มันเล็ก...ก็ใบนี้
มันโตขึ้นมา...ก็ใบนี้
มันสุก...ก็ใบนี้
แตมันเปลี่ยนลักษณะ
อาการอยางหนึ่งทานเรียกวา ... สมาธิ
อาการอยางหนึ่งทานเรียกวา ... ป8ญญา
ความเป0นจริง ศีล สมาธิ ป8ญญา นี่คือของอันเดียวกัน ไมใชคนละอยาง
เหมือนมะมวงใบนี้...ใบเดียวกัน

หยุดชั่ว มันก็ดี
คนเราบางคน บางทีก็อยากจะเอาบุญ
เชน ผายังสกปรกอยู...ยังไมไดทําความสะอาด
แตอยากจะยอมสีซะแลว
ลองเอาผาเช็ดเทาที่ยังไมไดฟอกไปยอมสีดซู ิ...มันจะสวยไหม ?
การไมกระทําบาปนั้น...มันเลิศที่สดุ
บางคนบางคราว โจรมันก็ใหได มันก็แจกได
แตวาจะพยายามสอนใหมันหยุดเป0นโจรนั่นนะ มันยากที่สุด

การจะละความชั่ว ไมกระทําผิด...มันยาก
"การทําบุญ" โจรมันก็ทําได มันเป0น..."ปลายเหตุ"
"การไมกระทําบาป" ทั้งหลายทั้งปวงนั้นนะ เป0น..."ตนเหตุ"
ที่มา : http://www.dhammakaya.org/forum/index.php?topic=733.0

ประโยคทิ้งท$าย :
"ไมฉลาดรักษาใจ จึงกวัดแกวงไปตามอารมณ1
เปรียบน้ําฝน มันเป0นน้ําทีส่ ะอาด มันจะมีความใสที่สะอาดปกติดี
ถาหากเราเอาสีเขียว สีเหลืองใสเขาไป
น้ํามันก็เป0นสีเหลือง สีเขียว
จิตใจเรานีเ้ ชนกัน ฉันนั้น
เมื่อมันถูกอารมณ1ที่ชอบใจ ใจมันก็สบาย
ถูกอารมณ1ทไี่ มชอบใจ ใจมันก็ไมสบาย
เหมือนกับใบไม ที่มันถูกลม มันก็กวัดแกวง เอาแนนอนไมได
ดอกไม ผลไม มันก็ถูกลมเหมือนกัน ถูกลมมาพัด มันก็ตกไปเลย ไมมีสุก
จิตใจมนุษย1เรานี้ก็เหมือนกัน
ถูกอารมณ1มาพัดไป ถูกอารมณ1มาฉุดไป มาดึงไป ตกไป
ก็เหมือนกันกับผลไม"

“หลวงพอชา สุภัทโท”

อุบาสิกา…ณชเล

Related Interests