You are on page 1of 3

มาตรา ๑๗๓/๑1[๑๐๕] เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง

และเป็นธรรมในคดีที่จำาเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอหรือ
ศาลเห็นสมควรศาลอาจกำาหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐานก่อนกำาหนดวันนัดสืบพยานก็ได้ โดย
แจ้งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน
ก่อนวันตรวจพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ให้คู่ความยื่นบัญชี
ระบุพยานต่อศาลพร้อมสำาเนาในจำานวนที่เพียงพอ เพื่อให้คู่ความฝ่ายอื่นรับไปจากเจ้าพนักงาน
ศาลและถ้าคู่ความฝ่ายใดมีความจำานงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ให้ยื่นต่อศาลก่อนการตรวจ
พยานหลักฐานเสร็จสิ้น
การยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาตามวรรคสองจะกระทำาได้
ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อผู้ร้องขอแสดงเหตุอันสมควรว่าไม่สามารถทราบถึงพยานหลัก
ฐานนั้นหรือเป็นกรณีจำาเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม หรือเพื่อให้โอกาสแก่จำาเลยในการ
ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
ถ้าพยานเอกสารหรือพยานวัตถุใดอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก ให้
คู่ความที่ประสงค์จะอ้างอิงขอให้ศาลมีคำาสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุดังกล่าวมาจากผู้
ครอบครองโดยยื่นคำาขอต่อศาลพร้อมกับการยื่นบัญชีระบุพยาน เพื่อให้ได้พยานเอกสารหรือ
พยานวัตถุนั้นมาก่อนวันตรวจพยานหลักฐานหรือวันที่ศาลกำาหนด
มาตรา ๒๒๖ พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคลซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า
จำาเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการ
จูงใจ มีคำามั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น และให้สืบตามบทบัญญัติแห่ง
ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยาน

มาตรา ๒๒๖/๑2[๑๒๕] ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานใดเป็น
พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทำาโดยมิชอบ หรือเป็นพยานหลักฐานที่
ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่
การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำานวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิด
จากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของ
ประชาชน
ในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึง
1
2

พฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคำานึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑ )

คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสำาคัญ และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น

(๒ )

พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี

(๓)

ลักษณะและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำาโดยมิชอบ

(๔ )

ผู้ที่กระทำาการโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ได้พยานหลักฐานมานั้นได้รับการ
ลงโทษหรือไม่เพียงใด
มาตรา ๒๒๙/๑3[๑๓๑] ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๓/๑ ในการไต่สวนมูลฟ้อง
หรือการพิจารณา โจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน โดยแสดงถึงประเภทและลักษณะของ
วัตถุ สถานที่พอสังเขป หรือเอกสารเท่าที่จะระบุได้ รวมทั้งรายชื่อ ที่อยู่ของบุคคลหรือผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งโจทก์ประสงค์จะนำาสืบ หรือขอให้ศาลไปตรวจหรือแต่งตั้งต่อศาลไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวัน
ไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน พร้อมทั้งสำาเนาบัญชีระบุพยานหลักฐานดังกล่าวในจำานวนที่เพียง
พอเพื่อให้จำาเลยรับไป ส่วนจำาเลยให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานพร้อมสำาเนาก่อนวันสืบพยาน
จำาเลย
ในการไต่สวนกรณีร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบหรือกรณีร้องขอให้ศาลริบ
ทรัพย์ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันไต่สวน
พร้อมทั้งสำาเนาบัญชีระบุพยานหลักฐานดังกล่าวในจำานวนที่เพียงพอ เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น
ถ้ามี รับไป
เมื่อระยะเวลาที่กำาหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่งหรือวรรค
สอง แล้วแต่กรณี ได้สิ้นสุดลง ถ้าคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้
แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำาพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบ
หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ หรือมีเหตุสมควรอื่นใด หรือถ้าคู่ความหรือบุคคล
ที่เกี่ยวข้องฝ่ายใดซึ่งมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเช่นว่านั้นแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มี
เหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานตามกำาหนดเวลาดังกล่าวได้ คู่ความหรือ
บุคคลเช่นว่านั้น อาจร้องขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานดังกล่าวต่อศาล พร้อมกับบัญชีระบุพยาน
หลักฐานและสำา เนาบัญชีระบุพยานหลักฐานนั้นไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนเสร็จสิ้นการสืบพยานของ
ฝ่ายนั้นสำาหรับกรณีที่คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้ว หรือก่อน
เสร็จสิ้นการพิจารณาสำาหรับกรณีที่คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน
และถ้าศาลเห็นว่าจำาเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำาคัญแห่ง
ประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ให้ศาลมีอำานาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้
3

ห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานใดซึ่งคู่ความหรือบุคคลที่
เกี่ยวข้องซึ่งอ้างพยานหลักฐานนั้นมิได้แสดงความจำานงจะอ้างอิงพยานหลักฐานนั้นตามวรรคหนึ่ง
วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือตามมาตรา ๑๗๓/๑ วรรคสองหรือวรรคสาม แต่ถา้ ศาลเห็นว่า
จำาเป็นที่จะต้องคุ้มครองพยาน หรือจะต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าวเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อ
สำาคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม หรือเพื่อให้โอกาสแก่จำาเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
ให้ศาลมีอำานาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้
มาตรา ๒๓๒ ห้ามมิให้โจทก์อ้างจำาเลยเป็นพยาน
มาตรา ๒๓๔ พยานไม่ต้องตอบคำาถามซึ่งโดยตรงหรืออ้อม อาจจะทำาให้เขาถูกฟ้องคดีอาญา เมื่อ
มีคำาถามเช่นนั้น ให้ศาลเตือนพยาน