You are on page 1of 43
การวาดเส้ นเบือ้ งต้ นและการไล่ นา้ หนักแสง สวัสดี ครับเพื่อนๆครับ เจอกันอี กที ก็กลางเดื อนพฤษภาคมเข้าไปแล้ว ยังไงขอภาวนาให้เหตุการณ์ร้ายๆผ่านพ้นไปด้วยดี นะครับ เข้าเรื่ องเลยนะครับ จากคราวที่แล้วได้พดู ถึงเรื่ อง ทักษะพื้นฐานการวาดเส้น ผมได้เขียนถึงอุปกรณ์ที่ตอ้ งใช้ในการวาดรู ปและพื้นฐานการวาดเส้นตามทฤษดี แต่วนั นี้ ผมจะแนะนาการวาดเส้น และลงน้ าหนักตามความถนัดของผมให้เพื่อนลองไปฝึ กดูครับ 1.เพื่อนๆต้องกาหนดทิศทางของแสงที่ตกกระทบลงมาบนวัตถุ อาจจะสังเกตจากวัตถุจริ งเพื่อที่ จะสังเกตได้ง่ายครับ 2.เพื่อนๆต้องหัดมองวัตถุจริ งเพื่อแยกน้ าหนักแสงเงาของวัตถุออกเป็ นชั้นไห้ได้ โดยมองจากเงาที่เข้มที่สุดไล่ไปจนถึงเงาที่จางที่สุดครับ 3.เพื่อนๆต้องฝึ กSketchเป็ นทรงเลขาคณิ ตแล้วลองไล่แสงเงาดูเพื่อสร้างความชานาญอาจจะวาดขนาดเล็กหรื อใหญ่ตามสะดวก อาจกาหนดทิศทางของแสง/หรื อแบ่งแยกน้ าหนักคร่ าวๆดูก่อนครับ(ควรฝึ กขั้นตอนนี้ มากเป็ นพิเศษเพราะเป็ นพื้นฐานที่สาคัญมากครับ) 4.เพื่อนๆวาดภาพวัตถุเลขาคณิ ตบนกระดาษ จัดกน้ากระดาษให้เหมาะสม 5.เพื่อนเริ่ มแรเงาลงน้ าหนักเงาของวัตถุโดยกาหนดแสงเข้าทางไหนเงาจะตกกระทบฝั่งตรงกันข้ามเสมอ ค่อยๆเก็บลายละเอียดทีละน้อยครับ 6.ระหว่างที่ เพื่อนๆSketchงาน เก็บน้ าหนักเงาต่างๆนัน่ เพื่อนควรมาผลงานจากระยะห่างๆเป็ นช่วงๆไปเพื่อเช็คดูมิติ และน้ าหนักที่ลงเป็ นอย่างไรบ้าง 7.เมื่อเพื่อวาดเสร็ จควรเก็บผลงานไว้เพื่อเช็ค และเปรี ยบเทียบกับผลงานชิ้ นต่อไป เพื่อพัฒนาฝี มือต่อไปครับ ข้อสาคัญสาหรับการวาดรู ปนั้น 1.สัดส่ วนต้องสมส่ วนถูกต้อง 2.วัตถุที่วาดต้องมีมิติ ตื้น ลึก หนา บาง ใกล้ ไกล 3.ความสะอาดของชิ้ นงาน ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเพื่อนลองเอาไปฝึ กฝนกันดูนะครับ ฝึ กบ่อยๆมากๆจะยิ่งทาให้เพื่อนๆเก่งครับเจอกันครั้งหน่าครับ การสร ้างภาพด ้วยเสน้ โดยใชดิ้ นสอ ้ ปากกา ถ่านแท่ง ภาพวาดเสนอาจมี ความสมบูรณ์ในต ้ว หรืออาจเป็ นเพียงภาพร่างก็ได ้ สว่ นการแรเงาเป็ นการทาน้ าหนั กอ่อน กลาง แก่ ด ้วยวิธก ี ารต่างๆ เพือ ่ สร ้างมิต ิ หรือแสงเงาและเงาของสงิ่ ต่างๆในภาพ การแรเงาแบบต่างๆ การแรเงาด ้วยการเรียง เส ้นไปในทิศทางเดียวกัน การเเรเงาด ้วยการสานเส ้นน้ าหนั กเส ้นเท่ากัน การเเรเงาด ้วยการเน ้น น้ าหนั กในเส ้นเดียวกัน การเเรเงาด ้วยการสานเส ้นให ้เกิดน้ าหนั ก การเเรเงา ด ้วยการฝนถูไล่น้ าหนั ก การเเรเงาด ้วยการขดวนให ้เกิดน้ าหนั ก ส่วนมังคุดข ้างล่างนี่ ด่าได ้ตามสบายครับ (เจ ้ากระดาษทีด ่ าๆนั่น ไม่ได ้สกปรกนะครับ แต่เป็ นทีก ่ ล ้องกิ๊ กก๊อก ใช ้ทีไ่ รแล ้วปวดหัว ) ตอนนีเ้ ห็ นจุดทีผ ่ ด ิ พลาดในภาพแล ้ว 2-3 จุด //// ไหนๆก็ไหนๆแล ้ว ฝากวิจารณ์กระป๋ องบุบด ้วยครับ « แก ้ไขครัง้ สุดท ้าย: 12 พ.ค. 2007, 16:05 น. โดย ooooo » iannnnn บันทึกการเข ้า Re: ติววาดเส้น (แตกหน่อ) : 12 พ.ค. 2007, 23:54 น. มังคุดนี่ ลงสีแล ้วสวยมากๆ ครับ บันทึกการเข ้า ้ ละครับ ช่วยอุดหนุนด ้วยเด ้อ เร็วๆ นี้จะกลับมาช่วยเมียรับสกรีนเสือ สาวก ยักษ์ โพสต์: ขีเ้ กียจนับ ยึกษ์ จิตพิสัย 3370 จักรี Re: ติววาดเส้น (แตกหน่อ) : 12 พ.ค. 2007, 23:55 น. อันนั น ้ มันต ้นฉบับ บันทึกการเข ้า ความฮานั น ้ เป็ นอุปสรรค์ทข ี่ ด ั ขวางทางรักของชายโสดหญิงสาว ลูกชาวนา ฝึ กกระบี่ จอมพลัง โพสต์: 25947 สวัสดี จิตพิสัย 1319 ซือเน... Re: ติววาดเส้น (แตกหน่อ) : 13 พ.ค. 2007, 00:04 น. อ ้าว ไม่ใช่ผลไม ้หรอ ... บันทึกการเข ้า i'll walk until i find u. ฺฺฺฺฺฺ เดอะวาฬ โพสต์: 4647 จิตพิสัย 308 ยุนเอ Re: ติววาดเส้น (แตกหน่อ) : 13 พ.ค. 2007, 00:40 น. มาจากต ้นมังคุดด ้วยนะ บันทึกการเข ้า เราจะต ้องการอะไรมากมายไปกว่ า อะไรมากมาย ไม่มรี ป ู ตัวเองเอารูปนีก ้ อ ่ นเนอะ ม ังกร โพสต์: 39317 S<3NE จิตพิสัย 1331 boy ฺิ♥ boy ♥ Re: ติววาดเส้น (แตกหน่อ) : 13 พ.ค. 2007, 13:54 น. ถ ้าท่าน เหลาดินสอแล ้วเก็บเส ้นอีกนิดคงจะสวยมากกว่านีค ้ รับ แมงกระจั๊ว บันทึกการเข ้า โพสต์: 21 จิตพิสัย 1 ป้าแป้งกึ่งสาเร็จรูป Re: ติววาดเส้น (แตกหน่อ) : 15 พ.ค. 2007, 13:20 น. ตรวจการบ ้าน ห ้าโอจ ้ะ เริม ่ จากกระป๋ อง อันทีจ ่ ริงป้ าไม่ถนัดเท่าไหร่ ตอนสอบเนีย ่ กลัวทีส ่ ด ุ คือฟรอยด์กับพลาสติกใส เพราะว่าแสงเงามันซับซ ้อนช่อนเงือ ่ นเพือ ่ นทรยศ เพียงแค่เติมน้ า.. .. ดังนัน ้ แสงเงาพวกนีเ้ ลยต ้องดูดๆี ส่วนใหญ่เคล็ดลับของมันคือ แสงกับเงามักจะอยูใ่ กล ้กันมาก ทาให ้เกิดความรู ้สึกมันวาว อืม..ไม่รู ้จะบอกอะไรต่อแล ้ว เดีย ๋ วรอพีๆ่ คนอืน ่ มาช่วยติวให ้ต่อแล ้วกันนะ ม ังกร โพสต์: 6149 เอาไว ้กินกับ จิตพิสัย 380 มังคุดละมุดลาใย มะเฟื องมะไฟ มะกรูดมะนาว มะพร ้าวส ้มโอ อันนี้ ถ ้าไม่ถา่ ยรูปแบบมาให ้ดู ป้ าต ้องบอกว่า เพอร์เฟคแน่ๆ อันทีจ ่ ริง ป้ าว่าสวยแล ้วล่ะ ตามสายตาของคนทีร่ ้างลาการดรออิง้ มานาน แต่พอเห็ นแบบ มันเลยเห็ นว่า แสงเงาเป็ นยังไง ดังนัน ้ ก็จะแก ้ให ้ตามแบบทีส ่ ง่ มาด ้วยนะจ ้ะ เทคนิดการวาดผลไม ้ คือ เราต ้องอย่าหลงไปกับรอยขีดข่วนเล็กน ้อย หรือสีช้าๆของก ้านหรือผลทีม ่ ี เพราะบางครัง้ ถ ้าเรามองรอยชา้ เป็ นแสงเงา มันจะทาให ้รูปเราเพีย ้ นได ้(นิดหน่อย) เหมือนที่ ห ้าโอมองสีเข ้มของปลายก ้านเป็ นนน.เข ้ม มันเลยเลยกลายเป็ นเงามืดไป อันนีเ้ ราลักไก่ได ้ นิดหน่อย โดยการเอาแสงตบเข ้าไปนิดนึง ให ้รู ้ว่าตรงนีโ้ ดนแสง ห ้าโอต ้องมองเรือ ่ งระยะของแสงเงาให ้ออกมากกว่านี้ ในหนังสือทีป ่ ้ าแนะนา มีบอกไว ้ แต่ไม่รู ้ว่าเล่มไหน จาไม่ได ้ ลองหาอ่านดูนะ ป้ าว่า ห ้าโอมัวแต่กังวลว่า มังคดมันจะไม่กลม โดยลืมนึกถึงไปว่า กลีบของมังคุด มันก็มค ี วามนูน มีแสงเงาของตัวมันเองเหมือนกัน (ตรงก ้านด ้วย) ดังนัน ้ รวมๆ ป้ าว่า ห ้าโอ ยังขาดการสังเกตอยูน ่ ะ ต ้องมองหุน ่ ให ้ละเอียดกว่านี้ อีกอย่าง การใช ้ดินสอทูๆ่ ในน้ าหนักที่ 1(เรือ ่ มร่างภาพ+ลงน้ าหนักจางๆ) กับ นน.ที่ 2 (เริม ่ เน ้นเงาเข ้มขึน ้ มาอีกหน่อย) ส่วนนีใ้ ช ้ดินสอทูๆ่ ได ้ มันจะทาให ้เราทางานเร็วด ้วย แต่ตอนทีล ่ ง นน.ที3 ่ คือการลง นน.เข ้มสุด + การเก็บรายละเอียดของภาพ อันนีค ้ วรใช ้ดินสอแหลมๆสะกิดเส ้น ภาพจะได ้ออกมาดูเรียบร ้อยคมชัด อีกอย่างสิง่ ที่ ห ้าโอยังขาด คือ การทาระยะของวัตถุ - หน ้า(ต ้องคมชัดและควรเป็ นจุดเด่นของภาพ ควรใช ้ดินสอแหลมๆทาให ้เกิดความคมชัด) - กลาง(เป็ นภาพรวมของวัตถุ ดินสอไม่ต ้องแหลมมาก เพราะมันไม่ต ้องคมชัดเหมือนระยะหน ้า แต่ก็ยังต ้องมีรายละเอียดของภาพ ) - หลัง (เป็ นส่วนทีเ่ ราต ้องผลักระยะให ้เบลอ ไม่ต ้องมีรายละเอียด ไม่ต ้องให ้คมชัด นน.จางๆก็ได ้ ) โดยทีก ่ ารกาหนดระยะของภาพ ควรเริม ่ ตัง้ แต่การจัดหุน ่ วางองค์ประกอบภาพ ว่าเราต ้องการให ้ส่วนไหนของภาพเป็ นพระเอกเป็ นตัวเด่น อันนีป ้ ้ าค่อยมาสอนแล ้วกัน เห็นแล้วอยากวาด(รูป) อยากทา(วาด) อยากสะกิด(สี+ดินสอ+ฝี แปรง) เพือ ่ สะกดคนทงโลกให้ ั้ ตะลึงงุนงง+งงง ัน แถมด้วยงงงวยจนงวยงง นัน ้ ..คงเป็ นความรู ้สึกของหลายๆท่านทีอ ่ ยากวาดภาพ แต่วาดไม่ได ้ สักทีในเมือ ่ สมองสัง่ การ แต่มอ ื เจ ้ากรรมไม่ยอมทาตาม ให ้ได ้ดั่งใจทีม ่ ันสัง่ มา ้ เยือ ก็เลยจาเป็ นต ้องจากจรกันไป แต่ยังไม่อยากจากลาจนสิน ้ ใยไปซะทีเดียว ่ ายตาสาธารณะชน การวาดภาพทีอ ่ ยูใ่ นหัวให ้ปรากฎออกมาสูส เหมือนกับมีเครือ ่ งปริ๊ นภาพสุดเจ๋งทีเ่ ราบรรจงตกแต่งในคอมพิวเตอร์ให ้ออกมา สิง่ เหล่านี้ ต ้องได ้รับการฝึ กฝน ต ้องมีพน ื้ ฐานหรือทักษะการวาด สังเกตุ ความอดทน ื้ ขนมในสมัยอนุบาล จนถึงจิตใจทีม ่ งุ่ มั่นอย่างแรงกล ้ายิง่ กว่าการขอตังค์แม่ซอ ิ ปะ ดนตรี หรือกีฬา การฝึ กทักษะต ้องใช ้ความอดทน ไม่วา่ จะเป็ นทักษะใดๆก็ตาม ตัง้ แต่ศล เพราะฉะนั น ้ หากเราจะจับดินสอ แล ้วให ้วาดเก่งเหมือนดาร์วน ิ ชี กลับชาติมาเกิดนั น ้ คงเป็ นไปไม่ได ้เลย ถ ้าไม่มพ ี น ื้ ฐานการฝึ กฝนใดๆมาก่อน ถึงแม ้จะรักมากมายขนาดไหนก็ตาม ใจเย็ นๆ...พีน ่ อ ้ ง ผองเพือ ่ น ก่อนจะวาดรูปใดๆให ้ได ้ดั่งใจปราถณานั น ้ ควรฝึ กพืน ้ ฐานเหล่านีก ้ อ ่ นแล ้วค่อยวาด ฝึ กให ้ชานาญ จนสามารถควบคุมมือให ้ลากเส ้นได ้ ลากจนเส ้นตรงให ้ตรง เฉียงให ้เฉียง กลมก็ต ้องให ้กลมจริงๆ ก่อนทีจ ่ ะวาดภาพต่อไป ้ ฐานแบบนีก ้ อ ถ้าไม่ฝึกพืน ่ น อาจทาให้เราหงุดหงิด หงุนหง่าน จนงอแง ้ มือให้ได้ดงใจได้ เมือ ่ เราไม่สามารถบ ังค ับเส้น หรือกล้ามเนือ ่ั ปราถณา เวลาจะลากเส ้นตรงดันเบีย ้ วเป็ นรูปหนอนหนีตาย จะหมุนให ้กลมเหมือนแสกปั ้น กลายเป็ นรูปก ้อนดินเหนียวร่วงพืน ้ บิดไปมา หรือการพึง่ พาแต่การดราฟจนทาให ้ไม่สามารถออกไปสเก็ตภาพทีไ่ หนได ้ จะวาดภาพ land scape ,sea scape,potrait ที เกร็งจนข ้อมือติดขัดเหมือนคอมพิวเตอร์โดนไวรัส ร่างกายคล ้ายๆถูกสะกดให ้นิง่ อยูก ่ ับที่ เหมือนผีจน ี ทีโ่ ดนยันต์แปะหน ้าผากให ้ยืนสงบอยูต ่ รงหน ้ากระดาษหรือผืนผ ้าใบโดยไม่กล ้าทาอะไร ในทีส ่ ด ุ เราก็จะเลือกล้มความตงใจไปโดยอ ั้ ัตโนม ัติ กลายเป็นโดนยึดความมน ่ ั ใจไปเหมือนก ับการโดนเครือ ่ งกดเงินยึดบ ัตร เพราะขาดความอดทนก ับเราทีไ่ ม่ยอมจาระห ัสให้ด ี อุปกรณ์งา ่ ยๆ ไม่กอ ี่ ย่างทีต ่ อ ้ งเตรียม สาหรับการฝึ กมือเพือ ่ เตรียมตัวสร ้างผลงานช๊อคโลกในอนาคต 1. ดินสอ EE+คัดเตอร์ 2. กระดาษบรูฟ+กระดานสเก็ต 3. ยางลบ ทีพ ่ กมาไว ้เพืค ่ วามมั่นใจเหมือนกับการสวมพระไว ้กันผี 4. ใจ แบบไม่ต ้องเอาปอดมาด ้วย เมือ ่ เตรียมของเสร็จ ก่อนทีท ่ า่ นจะจับดินสอเพือ ่ เริม ่ ภาระกิจการวาดภาพเพือ ่ ยกระดับจิตวิญญานของมวลมนุษย์แล ้ว ควรบริหารมือก่อน เหมือนเป็ นการอุ่นเครือ ่ งหรือการหยอดน้ ามันให ้ลืน ่ ไหล ทัง้ กายและใจ การบริหารก็เพือ ่ ผ่อนคลายกล ้ามเนือ ้ มือ ทีเ่ กร็งเป็ นวงเวียนโดนสนิมให ้คล่องแคล่ว ว่องไว ้ โบแดงของเราได ้อย่างเต็มพลัง ยิง่ กว่าโงกุนกับผู ้เฒ่าเต่า เพือ ่ ทีจ ่ ะสามารถวาดผลงานสะกดโลกชิน สล ัดๆๆๆ พ ัดโบกมือไปมา โบกให้พริวไหวประดุจใบไม้ทป ี่ ลิวไปตามลม เสมือนจอมยุทธน ้อยทีก ่ าลังจะตะลุยโลดแล่นออกสูโ่ ลกกว ้าง ด ้วยการบิดขีเ้ กียจให ้เต็มที่ หมุนทีข ่ ้อนิว้ มือ ข ้อมือ ข ้อแขน หัวไหล่ บริเวณเอวตรงกล ้ามเนือ ้ ใหญ่ ทีห ่ ลายๆท่านใช ้ในการหมุนเพือ ่ กาหนดวงสวิงเวลาเล่นกอล์ฟ มาถึงการจ ับดินสอ มีการจับอยูห ่ ลากหลายตามความถนัด แต่ทผ ี่ มอยากแนะนาให ้ลองฝึ กเพือ ่ ความคล่องตัวและสะดวกในการใช ้งาน คงมีอยู่ 4 อย่างด ้วยกัน 1. จับแบบเขียนหนังสือ - ใช ้สาหรับการเก็บรายละเอียดของงานในพืน ้ ทีเ่ ล็ก แคบ - วิธก ี ารจับแบบนีจ ้ ะใช ้ข ้อนิว้ ในการควบคุมดินสอ เหมือนการเขียนตัวอักษร - เป็ นการใช ้กล ้ามเนือ ้ เล็กของข ้อนิว้ ในการควบคุมพืน ้ ทีแ ่ คบ หากใช ้พืน ้ ทีก ่ ว ้างขึน ้ ก็เริม ่ ใช ้ข ้อมือเป็ นศูนย์กลาง 2. จับจับแบบหลวม ใช ้สาหรับร่างภาพ ต ้องการสะบัดข ้อมือแบบสบายๆ 3. จับแบบใช ้ทุกนิว้ สัมผัส เพือ ่ ประคองดินสอให ้เป็ นแนวเส ้นตรงสาหรับการลากเส ้นแนวดิง่ ขวาง หรือเฉียง 4. จับแบบควา่ มือ ใช ้สาหรับการกาหนดเส ้นร่างแบบคร่าวๆ และให ้เบาบางทีส ่ ด ุ ได ้โปรด กรุณาอย่าใช้นวิ้ ใดนิว้ หนึง่ ล๊อคดินสอ พยายามจับให ้ดินสอเป็ นอิสระมากทีส ่ ด ุ โดยนิว้ แค่เป็ นตัวประคองดินสอไว ้ให ้เหมือนกับว่าดินสอนัน ้ เป็ นส่วนหนึง่ ใน มือของเราทีจ ่ ะบังคับให ้ปลายดินสอนัน ้ ไปทางไหนก็ได ้ตามใจปรารถณา เหมือนกับเวลาใช ้นิว้ ก ้อยแคะขีม ้ ก ู อีกนิดครับสาหรับการเหลาดินสอ EE อยากให ้ใช ้คัดเตอร์เหลาให ้ไส ้ดินสอออกมายาวๆหน่อย เพือ ่ ความสะดวกกับองศาของเนือ ้ ไม ้กับไส ้ดินสอเวลาวาด และทีส ่ าคัญ อย่าทาหล่นเด็ดขาด เพราะนัน ้ หมายถึงไส ้ดินสอจะหักข ้างใน เพราะไส ้เปราะมาก ตอนนีผ ้ มจะแนะนาจุดศูนย์กลางของแต่ละส่วนในการหมุนตวัดปลายดินสอให ้ฉวัดเฉวียน แต่ไม่เวียนหัวถ ้าทาได ้ ้ เล็ กของข้อนิว้ ในการควบคุมพืน การใช้กล้ามเนือ ้ ทีแ ่ คบสาหรับเก็บรายละเอียด การใช้ขอ ้ มือเป็นศูนย์กลาง เพือ ่ ร่างภาพในวงแคบ การใช้ขอ ้ ศอกเป็นศูนย์กลาง เพือ ่ ร่างภาพในวงกว ้าง การใช้ไหล่เป็นศูนย์กลางเพือ ่ ร่างภาพในวงกว ้างมากขึน ้ ้ ใหญ่ ในการวาดภาพใหญ่ๆ อย่างวาดบนกาแพง เฟรมใหญ่ๆเป็ นต ้น กระดูกส ันหล ังส่วนเอว ซึง่ เป็นกล้ามเนือ เริม ่ ฝึ ก 1. ลากเส ้นตรงโดยจับดินสอแบบควา่ ใช ้ทุกนิว้ สัมผัสให ้ใช ้ข ้อศอกเป็ นศูนย์กลางโดยลีอคข ้อมือไว ้จะได ้เส ้นทีต ่ รง 2. ลากเส ้น แนวเฉียงโดยจับดินสอแบบควา่ ใช ้ทุกนิว้ สัมผัสให ้ใช ้ข ้อศอกเป็ นศูนย์กลางโดยลีอคข ้อมือไว ้จะได ้เส ้นทีต ่ รง 3. ลากเส ้นแนวนอน โดยจับให ้ดินสอแบบควา่ ใช ้ทุกนิว้ สัมผัส โดยให ้ขนานไปแนวเดียวกับเส ้นจะได ้เส ้นทีต ่ รง เพราะดินสอได ้ถูกประคองไว ้ไม่ให ้กระดุกกระดิกด ้วยนิว้ ทัง้ ห ้าของเราแล ้ว 4. ตวัดปลายดินสอบนกระดาษด ้วยเส ้นโค ้งสลับกับเส ้นทีห ่ มุนวน จนเข ้าใจในน้ าหนัก เน ้นหนัก เบา ให ้ได ้อารมณ์ของเส ้นเหมือนสายน้ าทีก ่ าลังเลือ ่ นไหล อย่างไม่หยุดนิง่ จากนั น ้ เราก็จะมาเริม ่ ฝึ กการใช ้จินตนาการในกรสร ้างขนาดและสัดส่วนของภาพ เพือ ่ การทีเ่ ราจะสามารถวาดภาพจากต ้นแบบได ้โดยเข ้าใจสัดส่วนและการย่อหรือขยายในขนาดของภาพ มองเป็นเส้น ไม่ใช่เด็กเส ้น แต่เป็ นการฝึ กการมองภาพข ้างหน ้าเราแล ้วใส่เส ้นเข ้าไปในภาพนั น ้ ว่า... ้ ยาวแค่ไหน แบ่งครึง่ แบ่งเป็ นสามหรือสีส ่ ว่ น ขนาดรูปร่างสัน ซึง่ ในการฝึ กฝนแบบนีต ้ ้องใช ้จินตนาการเป็ นสาคัญ คือให ้มองให ้เห็นเส ้นในอากาศทีเ่ ราสร ้างขึน ้ มาเอง จากนั น ้ ก็ทดลองลากและกาหนดแบ่งเส ้น เป็ นระยะๆดูคร่าวๆ กาหนดด ้วยตัวเอง ลากและกาหนดแบ่งเส ้น เป็ นระยะๆดูคร่าวๆ กาหนดด ้วยตัวเอง หาเป็นองศา เพือ ่ ความง่ายในการร่างภาพ ในการกาหนด ระยะ ขนาด รูปร่าง ระนาบ หรือพืน ้ ที่ เช่น ของทีว่ างซ ้อนกัน ถ ้ามองเป็ นองศาแล ้วอยูป ่ ระมาณกีอ ่ าศา จากนั น ้ ก็ลองนาไม ้โปร มาวัดว่าทีเ่ ราเดาไว ้น่ะแม่นหรือไม่แม่น การลงน ้าหน ัก ใช ้ดินสอ EE ตีกรอบ เพือ ่ ฝึ กการไล่น้ าหนัก 6 น้ าหนัก จากนั น ้ ก็แบ่งครึง่ ในช่องน้ าหนักทัง้ 6 ไปเรือ ่ ยๆ จนสามารถกระจายน้ าหนักได ้ละเอียดขึน ้ เรือ ่ ยๆ การลงน้ าหนักนีก ้ ็เพือ ่ ทีว่ า่ เราจะสามารถทาให ้เกิด ความลึก ระยะ หรือมิต ิ เพราะตัวน้ าหนักนี้เอง สามารถทาให ้เกิดภาพ 2 มิต ิ หรือ 3 มิตไิ ด ้ ถ ้าเราไม่รู ้จักน้ าหนัก หรือไม่สามารถควบคุมน้ าหนักมือของเราได ้ ก็จะสามารถมิตพ ิ ศ ิ วงให ้กับผู ้ชมงานรวมทั่งตัวเราเองได ้เหมือ นกัน ทีนก ี้ ็เริม ่ ร่างวงกลม ทีเ่ ราพยายามร่างมาตัง้ แต่ครัง้ แรก แต่คราวนี้เราจะเริม ่ ลงน้ าหนักวัตถุให ้กลม โดยรู ้จักค่าของแสง+เงา ทีส ่ าคัญคือต ้องค่อยๆเพิม ่ น้ าหนักขึน ้ เรือ ่ ยๆ อย่าพยายามทาครัง้ เดียวให ้เข ้ม พยายามกระจายน้ าหนัก ให ้ชัดเจนขึน ้ จนกระทั่งเสร็ จจากนั น ้ ถึงทาการเน ้นจุดทีเ่ ข ้มทีส ่ ด ุ ในภายหลัง จากนนก็ ั้ ฝึกๆๆๆๆ ฝึ กจนชานาญ ก่อนทีเ่ ราจะออกไปตะลุย Drawing ทุกอย่างทีข ่ วางหน้าต่อไป..... ี าก แม่ส ี และ ชอ ื่ ส ี การผสมสจ ี ากแม่ส ี การผสมสจ แม่ส ี มีสามส ี ได ้แก่ แดง เหลือง น้ าเงิน ี ดง+สเี หลือง = สส ี ม้ สแ แดง+น้ าเงิน = ม่วง เหลือง + น้ าเงิน = เขียว ี องแม่สห ี ล ัก ขนที การผสมสข ั้ ่ 2 แดง + สม้ = แดงสม้ แดง + เขียว = น้ าตาล แดง + ม่วง = ม่วงแดง น้ าเงิน + สม้ = น้ าตาล น้ าเงิน + เขียว = น้ าเงินเขียว น้ าเงิน + ม่วง = น้ าเงินม่วง ้ เหลือง + สม้ = สมเหลื อง เหลือง + เขียว = เขียวเหลือง ี เี่ กิดจากการผสมของแม่สห ี ล ักก ับสข ี นที สท ั้ ่ 2 ถือเป็นขนที ั้ ่ 3 แดง + ขาว = ชมพู แดง + ดา = ดาอมแดง แดง + เงิน = แดงเมทัลลิค เหลือง + ขาว = ขาวอมเหลือง เหลือง + ดา = ดาอมเหลือง เหลือง + เงิน = เหลืองเมทัลลิค น้ าเงิน + ขาว = ฟ้ า น้ าเงิน + ดา = ดาอมน้ าเงิน น้ าเงิน + เงิน = น้ าเงินเมทัลลิค ผมจึงสนองความอยากของตัวเอง ื้ กระดาษ (เป็ นสมุดวาด watercolour pad) ของ มาสเตอร์อาร์ต ด ้วยการไปซอ เขียนว่าR.I I I rouge2sides 200 gsm. 7.5 x 11 inch 20 sheets เขียนเป็ นภาษาอังกฤษบอกสรรพคุณว่า Ideal for -Water colour,Tempera,Couache(Poster colour),Acrylic,Ink, and Pastel & Charcoal ผมตัง้ ใจจะหัดวาดรูป วาดให ้สวยอย่างคุณเจม และครูนล ิ วาด ผมควรเริม ่ ต ้นวาดรูปยังไงก่อนดี วาดอะไรดี วาดยังไงดี ??? ออ..ลืมบอก ื้ สน ี ้ ามาด ้วย Poster Colour set No.1 สป ี ลอดภัย สาหรับเด็ก มีทัง้ หมด ๖ สค ี อ ผมซอ ื เขียว ดา แดง ขาว เหลือง และน้ าเงิน แถม พูก ่ ัน และจานส ี ื้ พูก นอกนั น ้ ผมยังซอ ่ ัน มาสเตอร์อาร์ต จิตรกรน ้อย เบอร์๑๐ กับ เบอร์๔ มาด ้วย ื้ มาทาไม) พร ้อมพูก ่ ันจีนอีกอัน(ไม่รู ้ซอ เมือ ่ ผมคิดอยากวาดภาพคน ผมก็นก ึ ได ้ว่าผมผสมส ี ให ้เป็ นสเี นือ ้ คน ไม่เป็ น เมือ ่ นึกวาดภาพทิวทัศน์ ดอกไม ้..ผมก็ไม่ถนั ด..และผสมสไี ม่เป็ นอีก ี ังไงดีละ...ผมผสมไม่เป็ น สอ ี ะไร กับสอ ี ะไร เป็ นสอ ี ะไร.. ผมจะผสมสย ..... ผมเลยเขียนจดหมายถึงครูนล ิ มีเนือ ้ ความดังข ้างบนนี้ และได ้รับคาตอบ คาแนะนา ดังข ้างล่างนี้ ..... ื่ เลยว่าไม่รู ้ว่าสอ ี ะไรผสมกันเป็ นสอ ี ะไร อือ ้ ..ไม่อยากจะเชอ แดง+เหลือง เป็ น สม้ / แดง + น้ าเงิน เป็ น ม่วง / น้ าเงิน + เหลือง เป็ น เขียว / แดง+ เหลือง +น้ าเงิน เป็ น น้ าตาล ้ สว่ นจะสมแก่ ม่วงอ่อน หรือเขียวอย่างไรขึน ้ อยูก ่ ับหนั กไปทางสไี หน ..... ้ ี ันมีปฏิกริ ย และแปลว่า เมือ ่ ผสมแล ้วมีสใี ชเยอะขึ น ้ อีก แต่ไม่ต ้องผสมเตรียมหรอกนะ สม ิ ากับอ ี ันจะยิง่ ขุน ากาศ ผสมไว ้นานสม ่ ..... ี ซ ื้ มา Poster Color โดยเฉพาะสท ี่ อ ี ้ าชนิดทึบแสง) ฉะนัน (สน ้ เขียนไปผสมไปดีทส ี่ ด ุ ไม่ต ้องกลัวว่าผสมใหม่แล ้วจะผสมไม่เหมือนเ ดิม ไม่ต ้องเป๊ ะๆก็ได ้.. ....... ี ้ าชนิดทึบแสงหรือสโี ปสเตอร์นเี้ ขียนได ้ 2 วิธ ี สน ี ้า 1.คือเขียนในลักษณะสน ั ้ ๆ อย่างขนมชน ั้ คือการเขียนเป็ นชน ื คือลงน้ าหนักทับให ้เข ้มขึน อย่างในหนั งสอ ้ เหมือนทีด ่ รออิง้ ี องแสง ถ ้าเขียนแบบนีส ้ เี นือ ้ อาจเป็ นสข ่ ี ี น ั ้ ที1 ี น ั ้ ที1 เชนสเหลืองอ่อนๆ ชมพูออ ่ น อะไรก็ได ้ทีอ ่ อ ่ นๆ เป็ นสช ่ แล ้วค่อยผสมสช ่ ี น กับสอ ื่ ๆ เพือ ่ เพิม ่ น้ าหนั กเงาทีหลัง .... 2.เขียนในลักษณะสโี ปสเตอร์ คือการเขียนแบบเอาจริงเลย(อธิบายไม่คอ ่ ยถูก) คือสเี นือ ้ เป็ นไงก็ต ้องผสมให ้ได ้อย่างนั น ้ เลย ( ื กกระสนในทุง่ หญ ้ากว ้างอันโด่งดัง ค แอนดรู ไวเอ็ธ คนทีเ่ ขียน คริสติน่าหญิงพิการทีก ่ ระเสอ งเคยเห็น ชอบเขียนด ้วยวิธน ี ี้ ) ผสมสใี ห ้เหมือนและเขียนตามตาเห็น เห็นยังไงเขียนอย่างนัน ้ เหมือนดรออิง้ เลย แต่ไม่มก ี าร ี ี ่ ี เว ้นขาว อะไรทีเ่ ป็ นแสงสว่างจ ้า เอาสขาวหรือสอน ื่ ๆมาชวยให ้สว่างทีหลัง สเนือ ้ ในวิธน ี ี้ เ หลือง+ แดง + ขาวนิดหน่อย (น่าจะได ้นะคะ) ื้ มาก็ดแ ้ ้ดีกว่าของมาสเตอร์อาร์ตด ้วย ......สว่ นพูก ่ ันจีนนั น ้ ซอ ี ล ้ว น่าจะใชได ้ ้ อย่าไปซอ ื้ บางยีห สว่ นกระดาษมาสเตอร์อาร์ตใชได ่ ้อ ก็แล ้วกันมันลืน ่ ไม่จับส ี วาดอะไรก็ได ้ วาดเละแล ้วอย่าท ้อนะ ไม่ใชเ่ ราไม่เก่งหรอก แต่วาดใหม่ๆมือแข็งพูก ่ ันไม่คล่องมือ ต ้องอาศัยเวลาบ ้าง วาดแล ้วอย่าลืมสง่ ครู- อิอ ิ ... และเมือ ่ ผมพยายามวาดอย่างทุลักทุเล ในการผสมสใี ห ้ได ้ตามทีค ่ รูสอนครูบอก.. ก็ได ้ดังนี.้ . ี .. อย่างไรเสย ี ้ า.. คงมีหลายท่านทีต ่ ้องการทีจ ่ ะวาดรูปสน ถึงผมวาดเองไม่เป็ น..ก็ขอเป็ นกาลังใจให ้ทุกท่านทีพ ่ ยายามนะครับ .. ดังทีค ่ รูนล ิ บอก...วาดแล ้ว อย่าลืมสง่ ครู ขอบคุณมากครับ.. ... (เอนทรีน ่ ข ี้ ออนุญาต..เอาคาแนะนาของครูนล ิ สมัยมาลงเพือ ่ หวังว่าจะได ้เป็ นประโยชน์แก่จต ิ รกร น ้อยๆ บ ้าง คงไม่วา่ อะไรนะครับ) สนิมกฤช สีส ัน ก ับการตกแต่ง....ตอน ทฤษฏีส ี ี ันจ ้า ... วันนีม ้ าทบทวนเรือ ่ งแม่สก ี ช กาลังจะทาสีห ้องนอนใหม่ แต่ยังปวดหัว คิดมาก เครียดเกินกับการเลือกสี ในใจก็มส ี ท ี่ อบอยูแ ่ ล ้ว แต่จะให ้ทาสีเดียวทัง้ ห ้องก็ดจ ู ะธรรมดาเกินไป อยากได ้สีอน ื่ ๆ ้ ท่าทางจะไม่รอด สีสวย อาจจะเป็ นสีเน่าๆ เอาได ้ มาแทรกบ ้าง พอเป็ นสีสัน แต่กลัวว่า ถ ้าจะเลือกผสมตามใจชัน ี น นึกถึงแม่สข ึ้ มาทันที จาได ้ว่าสมัยเด็กๆ เคยเรียนเรือ ่ งแม่ส ี จาได ้ลางๆ ว่าสีอะไร ผสมกับสีอะไร ได ้สีอะไร หรือสีอะไร เข ้ากับสีไหนได ้บ ้าง วันนีก ้ ็เลยมาทบทวนเรือ ่ งสีกันหน่อย อ่านต้นฉบ ับ บทความเต็มได้ทน ี่ ี่ http://community.akanek.com/th/node/3207 มันจะเป็ นอย่างไรนะ.....ถ้าโลกเรามีแต่สีขาวกับสี ดา? แล้วสี ที่เราเห็นอยู่บนโลกนี้ล่ะ เกิดจากอะไร? หลายคนคงมีคาตอบอยู่แล้ว แต่อีกหลายคนก็คงลืมๆ ไปกับเรื่ องที่มาของสี แล้ว จาได้ว่าเป็ นเรื่ องที่เรี ยนมาสมัยประถม ถ้าเช่นนั้นเราคงต้องมาฟื้ นความรู้ทบทวนกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะเริ่ มเลือกสี สันมาตกแต่งบ้าน (ตอนนี้อาจจะดูง่วงเหงา หาวนอนไปนิดแต่เพื่อพื้นฐานเรื่ องสี ที่แน่นปึ๊ ก ลองทาความเข้าใจกันสักหน่อย) สี เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีอยู่รอบๆตัวเรา และมนุษย์กเ็ ริ่ มเกิดการเรี ยนรู้ รู้จักนามันมาใช้กนั ตั้งแต่ดึกดาบรรพ์ โดยเริ่ มนามาใช้ในชีวิตประจาวันก่อน เช่น สี ที่ได้จากดินนามาเขียนรู ปบนผนังถ้ า ถ่ายทอดเรื่ องราวความเป็ นมา นามาเขียนลวดลายลงไปที่ภาชนะ สี ที่ได้จากธรรมชาติ ยางไม้ เขม่าควัน แร่ ธาตุต่าง ฯลฯ และวิวฒั นาการจนมาถึงปั จจุบนั แล้วแสงล่ะ... มันเกีย่ วข้องอะไรกับสี ? สี จะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมของสี และสภาพของแสง ถ้าอยู่ในแสงสว่างจัดๆ เราจะมองเห็นสี น้ นั ได้อ่อนลงแต่ถา้ สี น้ นั อยู่ใน สภาพแสงน้อย เราก็ได้สีที่หม่นลง และถ้าสี น้ นั อยู่ในสภาพแวดล้อมของสี ค่ตู รงกันข้ามในวงจรสี (งงล่ะซิ สี คู่ตรงข้ามคืออะไร ข้างล่างมีคาอธิ บายรออยู่) ก็จะทาให้สีน้ นั หม่นลง ไม่สดใสเหมือนเดิม นอกจากเรื่ องแสงแล้ วเราต้ องรู้ เรื่ องอะไรอี กล่ ะ?... ี ันด ้วยล่ะ? เพราะเราสามารถนาทฤษฎีสไี ปประยุกต์ใช ้ในการเลือกสีได ้อีกมากมายเลย ทาไมต ้องทบทวนทฤษฎีสก ี อ ลาดับต่อมาสิง่ ทีเ่ ราควรทาความรู ้จักกับวงจรสีกอ ่ น เราเริม ่ ทาความรู ้จักแม่สก ่ น แม่ส ี คือ สีทน ี่ ามาผสมกันแล ้วทาให ้เกิดสีใหม่ขน ึ้ มาเราจึงเรียกว่า แม่ส ี ซึง่ ประกอบไปด ้วย ี องแสง อันได ้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ าเงิน - แม่สข ี เี่ กิดจากวัตถุธาตุ อาจจะเป็ นสีทไี่ ด ้จากธรรมชาติ หรือการสังเคราะห์ขน - แม่สท ึ้ มาจากอุตสาหกรรมหรือกระบวนการทางเคมี อันได ้แก่ สีแดง สีเหลือง ี ัน และสีน้ าเงิน เช่นกัน ส่วนแม่สน ้ เราจะเรียกมันว่า สีขนที ั้ ่ 1 ได ้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ าเงิน ่ ไว ้เรียกเองจะได ้ง่ายต่อการจา) สีขนที ั้ ่ 2 สีทไี่ ด ้รับการผสมจากสีขน ั ้ ที่ 1 (แม่ส)ี ในสัดส่วนทีเ่ ท่ากัน จะทาให ้เกิดสีใหม่ขน ึ้ มา เรียกว่า สีลก ู (อันนีข ้ อตัง้ ชือ เราลองมาผสมสีลก ู กัน สีขนที ั้ ่ 3 คือ สีทเี่ กิดจากสีขน ั ้ ที่ 1 ผสมกับสีขน ั ้ ที่ 2 (สีแม่ ผสมกับสีลก ู ) ในอัตราส่วนทีเ่ ท่ากันจะได ้สีเกิดขึน ้ อีก 6 สีคอ ื (ส่วนสีทไี่ ด ้ตรงนี้ เรียกว่าสีรน ุ่ หลานแล ้วกัน) อ่านต้นฉบ ับบทความเต็มได้ทน ี่ ี่ http://community.akanek.com/th/nod e/3207 เอาละครับ เพื่อนๆ หลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ ไม่ได้ไปไหนครับ ติดงานๆ วันนี้จะมาสอน เรื่อง สี กัน ละครับ สี นบั ว่ามีความสาคัญเป็ น อย่างมาก สาหรับงานวาดภาพระบายสี ครับ สี แต่ละสี อารมณ์ ความรู ้สึก ก็ไม่เหมือนกัน ..... งั้นเรามาดูกันครับว่ า สี น้ัน มีการ ผสมกัน ยังไง เริ่ มแรก คือ แม่สีครับ หรื อ เรี ยกอีกอย่างว่า สี ช้ นั ที่1 ครับ ก็จะมี สี แดง สี เหลือง สี น้ าเงิน ครับ ต่อมา สี ช้ นั ที่2 คือ การนาเอา แม่สีต่างๆที่บอกมานั้น เอามันมา ผสม กันครับ เราก็จะได้สี เพิ่มขึ้นมาอีก 3 สี ครับ คือ เขียว ม่วง ส้ม เมื่อเราได้ ผสมสี ต่างๆขึน้ มาตามที่ได้ แนะนาไปแล้วนั้น ต่อมา เรา ก็จะเอาสี ทั้ง 3สี น้ นั มา ผสม กับ สี หลักๆ ( แม่สี น้ าเงิน แดง เหลือง ) เพื่อให้ได้ค่าสี ที่ มาการ ( ผมขอเรี ยกว่า อมสี แล้วกัน นะครับ อย่างเช่ น สี ม่วง อมน้ าเงิน ) เราเรี ยกว่า สี ช้ นั ที่ 3 เมื่อ เรา เริ่มเข้ าใจกับ หลักการ ผสมสีแล้ ว ที่ นี้ เพือ่ นๆ ลอง ออกแบบ ภาพวาด แบบง่ ายๆ และเราก็เอา ความรู้เรื่องสี มาระบาย ทับกันไปมา ให้ สีมนั ผสมกันดูสีครับ ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาชม และ ติดตาม บล็อกครับ You might also like: สร้ างภาพด้ วยจุดสี การจุดสี สร้ างภาพก็เป็ นอีกเทคนิคหนึ่งทีช่ ่วยให้ผลงานดโดดเด่นได้อีกหนึ่งรู ปแบบ แต่ตอ้ งใช้ความอดทนและต้อมีสมาธิสูงในการทางาน สาหรับวัสดุที่ใช้ในการจุดนั้นควรเป็ นวัสดุปลายเล็กๆ เช่น คอดตอลบัส ไม้เสี ยบลูกชิ้นปลายตัด กิ่งไม้ ด้ามตะเกียบ ด้ามพู่กนั หรื ออะไรก็ได้ทีเล็กและไม่แหลมมากขอให้เป็ นหน้าตัด ใช้จุ่มสี แต้มลงบภาพทีเ่ ราได้ร่างเอาไว้ ส่ วนสี ที่ใช้ก็เป็ นสี โปสเตอร์ เวลผสมสี ควรจะผสมให้ขน้ อย่าใสจนเกินไป เดี๋ยวเวลานาวัสดุไจุ่มสี สี จะไม่จบั กับวัสดุ ทาให้ไม่มีเนื้อสี ที่จะติดกับกระดาษขาว ภาพดูมีน้ าหนัก และดูมีมิติ มากขึ้นภาพจะดูสวยสะดุดตาขึ้นมาก็อยู่ที่การใช้สีดว้ ยนะคะ การวางโทนสี ไล่โทนก็จะสวยมากกว่าการใช้สีพน้ื เรี ยบๆ จะทาให้ผลงานการจุดสี สร้ างภาพชิ้นนี้ เด็กอายุประมาณ 10 ขวบ ได้สร้ างผลงานร่ วมกับผูป้ กครอง เป็ นกิจกรรมที่สร้ างให้ครอบครัวมีกิจกรรมร่ วมกัน ขอแนะนา... ในช่วงที่เด็กๆยังเล็กอยูอ่ ายุไม่เกิน 12 ขวบ เป็ นวัยที่เราสามารถสร้างและแต่งเติมนิสัย ความสามารถ พิเศษ การอยูร่ ่ วมกับครอบครัวในการทากิจกรรมแบบธรรมชาติ การไปเที่ยวด้วยกัน หรื อการไปทาบุญตักบาตร เด็กๆ ยังคงต้องการผูป้ กครองเสมอ ดังนั้นเมื่อเด็กๆเข้าสู่ วยั รุ่ นตอนต้น สิ่ งทีผ่ ปู ้ กครองต้องการและคาดหวังอาจจะผิดหวังนะคะ เพราะเด็กๆ จะเริ่ มมีโลกส่ วนตัว ชอบความสงบ ไม่ค่อยชอบออกนอกบ้านกับผูป้ กครอง และชอบการพูดคุยกับเพื่อนๆ เด็กๆ บางคนมีความสนใจที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบแต่งตัว ชอบวาดรู ป ชอบอ่านหนังสื อการ์ ตุน หรื อหนังสื อนวนิยาย ชอบเล่นกีฬา ชอบการแสดง ชอบร้องเพลง ฯลฯ ผูป้ กครองควรส่ งเสริ มเลยนะคะตามความสามาร ของเด็กแต่ละคน การผสมแม่ส ี วรรณะสีรอ ้ น/สีเย็น แม่สคี อื สีทสี่ ามารถนามาผสมแล ้วได ้สีใหม่ และเป็ นสีทไี่ ด ้จากธรรมชาติ ี ี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง สีน้ าเงิน แม่สม ี ดง สเี หลือง= สส ี ม้ สแ ี ้ าเงิน = สเี ขียว สเี หลือง สน ี ้ าเงิน สแ ี ดง = สม ี ว่ ง สน วรรณะของส ี วรรณะร ้อน มี สีเหลือง สีเหลืองส ้ม สีส ้ม สีส ้มแดง สีแดง สีแดงม่วง ... วรรณะเย็น มี สีเขียว สีเขียวฟ้ า สีฟ้า สีน้ าเงิน สีน้ าเงินม่วง สีมว่ ง ... ศิลปะ , ผสมสี , สี , วรรณะ แม่สีศิลปะประกอบด้วย สี แดง สี เหลือง และสี น้ าเงิน ซึ่ งเมื่อนาแม่สีท้ งั สามมาผสมกันในอัตราส่ วนต่างๆก็จะเกิดสี ข้ นึ มามากมาย ซึ่ งประโยชน์ จากการที่เรานาสี มาผสมกันทาให้เรา สามารถเลือกสี ต่างๆมาใช้ได้ตามความ พอใจ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่งดงามตามความพอใจขอผูส้ ร้าง สี ที่เกิดจากการนาเอาแม่สีมา ผสมกัน เกิดสี ใหม่เมื่อนามาจัดเรี ยงอย่างเป็ นระบบ รวมเรี ยกว่าวงจรสี ภาพแสดงวงจรของสี ที่เกิดจากการนาแม่สีมาผสมกัน การเกิดสี ดงั ภาพ เกิดจากการนาเอาแม่สีมาผสมกัน ในอัตราส่ วนต่างๆกันซึ่ งพอสรุ ปได้ดงั นี้ สี ข้นั ที่1 (สี ข้นั ต้ นหือแม่ สี)(Primary Color) ประกอบด้วย สี แดง สี เหลือง และสี น้ าเงิน สี ข้นั ที่ 2 (Binary Color) เกิดจากการนาเอาสี ข้ นั ที่ 1 (แม่สี ) มาผสมในอัตราส่ วนเท่าๆกันประกอบด้วยสี เขียว สี ส้ม และสี ม่วง  สี เขียว เกิดจากการนาเอา สี เหลือง กับ สี น้ าเงิน มาผสมกันในอัตราส่ วนเท่าๆกัน  สี ส้ม เกิดจากการนาเอา สี เหลือง กับ สี แดง มาผสมกันในอัตราส่ วนที่เท่าๆกัน  สี ม่วง เกิดจากการนาเอา สี น้ าเงิน กับ สี แดง มาผสมกันในอัตราส่ วนที่เท่าๆกัน สี ข้นั ที่ 3 (Intermediate Color) เกิดจากการนาเอาสี ข้ นั ที่ 2 ผสมกับสี ข้ นั ต้นที่อยูใ่ กล้เคียงกันได้สีแตกต่างออกไป สี เหลืองแกมเขียว สี น้ าเงินแกมม่วง สี แดงแกมม่วง สี แดงแกมส้ม สี เหลืองแกมส้ม และสี น้ าเงินแกมเขียว  สี เหลืองแกมเขียว เกิดจาก การผสมกันระหว่างสี เหลืองกับสี เขียวอย่างละเท่าๆกัน   สี น้ าเงินแกมม่วง เกิดจากการผสมกันระหว่างสี น้ าเงินกับสี ม่วงอย่างละเท่าๆกัน   สี แดงแกมม่วง เกิดจากการผสมกันระหว่างสี แดงกับสี ม่วงอย่างละเท่าๆกัน   สี แดงแกมส้ม เกิดจากการผสมกันระหว่างสี แดงกับสี ส้มอย่างละเท่าๆกัน ได้แก่   สี เหลืองแกมส้ม เกิดจากการผสมกันระหว่างสี เหลืองกับสี ส้มอย่างละเท่าๆกัน   สี น้ าเงินแกมเขียวเกิดจากการผสมกันระหว่างสี น้ าเงินกับสี เขียวอย่างละเท่าๆกัน  ทฤษฎีสี ( Colour ) สี เป็ นส่ วนที่มีความสาคัญในการวาดภาพเพราะทาให้เกิดอารมณ์ความรู ้สึกในตัวภาพเองการให้สีหรื อการเลื อกสี นบั ว่าเป็ นสิ่ งที่มีความสาคัญผูว้ าดควรมี ความรู ้พ้นื ฐานเกี่ยวกับสี บา้ ง คือ 1.แม่สี คือ สี ที่จะผสมเป็ นสี ต่างๆ ได้หลายสี แม่สีมี 3 สี คือ สี เหลือง สี แดง สี น้ าเงิน 2.สี ข้นั ที่ 2 เกิดจากการผสมสี ของแม่สี 2 สี อย่างละเท่ากัน คือ สี เหลืองผสมกับสี แดง จะเป็ น สี ส้ม สี เหลื องผสมกับสี น้ าเงินจะเป็ น สี เขียว สี แดงผสมกับสี น้ าเงิน จะเป็ น สี ม่วง 3.สี ข้นั ที่ 3 เกิดจากการผสมของแม่สีข้นั ที่ 2 จะเกิดเป็ นสี ดังนี้ สี แดงผสมกับสี ส้ม จะเป็ น สี ส้ม – แดง สี แดงผสมกับสี ม่วง จะเป็ น สี แดง – ม่วง สี น้ าเงินผสมกับสี ม่วง จะเป็ น สี น้ าเงิน – ม่วง สี น้ าเงินผสมกับสี เขียว จะเป็ น สี น้ าเงิน – เขียว สี เหลืองผสมกับสี น้ าเงิน จะเป็ น สี เหลื อง – น้ าเงิน สี เหลืองผสมกับสี ส้ม จะเป็ น สี เหลือง – ส้ม 4.วงจรสี เมื่อเอาสี ท้ งั หมดมาผสมกันเรี ยงในวงกลม เรี ยกว่าวงจรสี วงจรสี จะแบ่งออกเป็ น 2 พวก คือ พวกสี ร้อน และพวกสี เย็น พวกสี ร้อนจะอยูท่ างด้านซ้าย พวกสี เย็นจะอยูท่ างด้านขวา 5.สี ร้อน ได้แก่ สี เหลื องส้ม สี ส้ม สี แดงส้ม สี แดง สี แดงม่วง สี ม่วง 6.สี เย็น ได้แก่ สี เหลือง สี เหลื องเขียว สี เขียว สี น้ าเงินเขียว สี น้ าเงิน สี น้ าเงินม่วง 7.สี ที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ สี เขียว สี เหลือง สี เขียวเหลือง สี ส้มแดง สี แดง สี ม่วงแดง สี เขียวน้ าเงิน สี น้ าเงิน สี น้ าเงินม่วง 8.ค่าของสี หมายถึงเนื้ อสี ที่แตกต่างกันจากสี แก่ไปหาสี อ่อน ค่าของสี มี 2 ชนิ ด ชนิ ดที่ 1 เป็ นค่าของสี ในสี ที่ต่างกัน ชนิ ดที่ 2 เป็ นค่าของสี ในสี เดี ยวกัน ภาพสวยด้วยกระดาษทิชชู เตรี ยมอุปกรณ์ดงั นี้ นะค่ะ 1. กระดาษทิชชู 2. กาว 3. น้ า 4. สี โปสเตอร์ 5. ไม้เสี ยบลูกชิ้น 6. ชาม 7. รู ปภาพ 8. กรอบรู ป ในการเตรี ยมของก็หมดแค่น้ ี จากนั้นก็เข้าสู่ ข้ นั ตอนการทากันเลย GO...!! ขั้นตอนที่ 1 เทน้ าลงในภาชนะที่เตรี ยมไว้ ขั้นตอนที่ 2 ฉี กกระดาษทิชชูเป็ นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปในภาชนะ ขั้นตอนที่ 3 ขยากระดาษทิชชูในน้ าให้ละเอียดเป็ นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนที่ 4 บีบน้ าออกจากกระดาษทิชชู ขั้นตอนที่ 5 นากระดาษทิชชูที่ได้มาใส่ ในภาชนะอีกใบ ขั้นตอนที่ 6 เทกาวผสมกับกระดาษทิชชู ขั้นตอนที่ 7 ขยากระดาษทิชชูกบั กาวให้เป็ นเนื้ อเดียวกัน ขั้นตอนที่ 8 หลังจากนั้นจะได้กระดาษทิชชูที่ผสมกับกาวเรี ยบร้อย ขั้นตอนที่ 9 แบ่งกระดาษทิชชูพอประมาณ นามาผสมกับสี โปสเตอร์ ขั้นตอนที่ 10 ขยากระดาษทิชชูกบั สี ให้เป็ นเนื้ อเดียวกัน ขั้นตอนที่ 11 นากระดาษทิชชูที่ได้ ใส่ ไว้ในถุงพลาสติกหรื อภาชนะที่มีฝาปิ ด ขั้นตอนที่ 12 ปิ ดปากถุงให้มิดชิ ดเพื่อไม่ให้อากาศเข้า (สามารถเก็บไว้ได้นาน) ขั้นตอนที่ 13 เตรี ยมรู ปภาพที่จะทาการปะติดกระดาษทิชชู ขั้นตอนที่ 14 ใช้ไม้เสี ยบลูกชิ้นตักกระดาษทิชชูมาวางบนภาพตรงส่ วนที่เราต้องการ ขั้นตอนที่ 15 ใช้ไม้เสี ยบลูกชิ้นตกแต่งภาพโดยการจิ้มกระดาษทิชชูซ้ า ๆ เพื่อให้ได้ผิวที่ขรุ ขระ ขั้นตอนที่ 16 รอให้ภาพแห้ง ขั้นตอนที่ 17 นาภาพไปใส่กรอบให้สวยงาม เย้ ๆ แค่น้ ีก็เป็ นอันเสร็ จขั้นตอนการทาแล้ว ลองทากันดูนะค่ะ