กายวิภาคศาสตร 1/9

Bone
Bone เปน endoskeleton ประกอบดวย organic framework ของ fibrous tissue และ cell นอกจากนั้น
มี inorganic salt ไดแก calcium phosphate ซึ่งจะทําใหแข็ง (hardness และ rigidity) และเมื่อ x-ray จะเกิดเปน
radiopaque บนแผน film, bone ประกอบดวยสวน organic part 1/3 และ 2/3 เปน inorganic material
หนาที่ของ bone
1. Rigid supporting frame work ของรางกาย คือทําใหรางกายคงรูปรางอยูไดถาวร
2. Levers for muscle โดยเปนที่เกาะของ muscle, tendon, ligaments และเมื่อ bone มา articulate
กันทําใหเกิดการเคลื่อนไหว
3. Protection ปองกันอวัยวะที่อยูภายใน เชน สมอง, ไขสันหลัง, หัวใจ, ปอด, ตับ
4. ภายใน bone มี marrow cavity ซึ่งเปนที่ blood cell forming
5. เปนที่สะสม calcium และ phosphorus ซึ่งจําเปนตอหนาที่หลายอยาง เชน muscle contraction
Structure ตาม macroscopic มี 2 form
1. Spongy bone หรือ cancellous bone
2. Compact bone หรือ dense bone
Classification of bone กระดูกสามารถแบงไดตามการ
1. Developmentally bone สามารถแบงตามการ develop ออกเปน
a. In cartilage กระดูกจะพัฒนามาจากแทง cartilage ตัวอยางเชน long bone กระดูก tibia,
radius
b. In membrane กระดูกจะพัฒนามาจาก mesenchyme ตัวอยางเชน flat bone ไดแก กระดูก
ของกะโหลกศีรษะ, frontal bone เปนตน
2. Regionally
Bone สามารถแบงตาม region ออกเปน
a. Axial bone (80 ชิ้น) ไดแก กระดูกที่เปนแกน
- Skull (cranium face, (22), ear ossicles (6) และ hypoid (1)
- Vertebral column (26)
- Ribs (24)
- Sternum (1)
b. Appendicular bone (126 ชิ้น) ไดแก กระดูกระยางค ไดแก
- pectoral (shoulder, girdle (4)
- กระดูกแขน (60)
- Pelvic (hip) girdle (2)
- กระดูกของขา (60)
Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 2/9

3. According to shape กระดูกแบงออกไดตามรูปราง
1. Long bone และ short bone พบไดที่ limbs (แขนและขา)
2. Flat bone และ irregular bone พบที่ axial skeleton และ girdles
3. Pneumatic bone พบไดใน skull เชน frontal bone, maxillary bone
4. Sessamoid bone พบไดใน tendon บางอัน
Parts of a young bone
ตอนเกิดปลายทั้ง 2 ขางของ long bone เปน cartilage เรียกวา cartilaginous epiphysis, body ของ
bone ระหวางปลายของ cartilage คือ diaphysis ซึ่งประกอบดวย compact bone ที่หุม medullary cavity.
ที่อยูบริเวณตอนกลาง และ spongy bone ที่ปลายแตละขาง. นอกจากนี้ยังมี diaphysis ซึ่งถูกหุมดวย
peritoneum สวน metaphysics เปนบริเวณที่ที่การเจริญเติบโตตามความยาวเกิดขึ้นตรงบริเวณนั้น

JOINT
ขอตอ (joint / articulation) เปนตําแหนงที่กระดูก 2 ชิ้นหรือมากกวามา articulate กัน (การศึกษา
ขอตอเรียกวา syndesmology หรือ arthrology)
โครงสราง (structure) และหนาที่ของขอตอตาง ๆ จะแตกตางกัน รูปราง (form) ของ articular
surfaces, โครงสรางและการเรียงตัวของ ligaments ที่ยึดกระดูกที่ขอตอจะเปนปจจัยสําคัญที่กําหนดปริมาณ
การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของขอตอนั้น ๆ ซึ่งขอตอบางชนิดก็ไมมีการเคลื่อนไหว
ขอตอ มีพัฒนาการมาจากเนื้อเยื่อยึดตอ (connective tissue) ชนิด mesenchyme

Classification of Joint
แบงตามการเคลื่อนไหว
- 1) skull type ไมสามารถเคลื่อนไหวได (immovable or temporary joint๗ ไดแก suture ที่ skull bone
- 2) vertebral type เคลื่อนไหวไดเล็กนอย (slightly movable or secure joint) ไดแก ขอตอกระดูก
สันหลัง spinal (vertebrae)
- 3 limb type สามารถเคลื่อนไหวไดอิสระ (free movable, insecure, หรือ synovial joint), เชนขอตอ
กระดูกแขน ขา
แบงตามลักษณะของการเชื่อมตอ คือ
1. Fibrous joint (synarthrosis)
2. Cartilaginous joint
3. Synovial joint (diarthrosis)

Fibrous Joint
Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 3/9

คือ ขอตอที่กระดูกเชื่อมตอกันดวย fibrous tissue แบงยอยออกเปน 3 ชนิด คือ
1. Suture
2. Gomphosis (peg-and-socket joint)
3. Syndesmosis
Suture เปน fibrous joint พบที่กะโหลกศีรษะ (skull) เทานั้น ขอตอชนิดนี้ไมมี active movement
กระดูกของขอตอนี้ยึดติดกันดวย sutural ligament ซึ่งประกอบดวยเยื่อหุมกระดูก (periosteum) ที่ปกคลุมดาน
นอกและดานในของกระดูก และ vascular fibrous tissue ซึ่งอยูระหวางชั้นทั้งสองของ periosteum
Suture ไมคงอยูตลอดไป แตจะเริ่มเลือนหายไปกอนอายุ 30 ป เนื่องจากเกิด synostosis ซึ่งเริ่มตนจะ
เกิดขึ้นที่ deep aspect ของ suture แลวจึงคอย ๆ แผออกไปทาง superficial part ในวัยกลางคน suture
ทางดานในของกะโหลกศีรษะอาจจะเลือนหายไป แตทางดานนอกยังคงมองเห็นได ทั้งนี้ suture จะหายไปหมด
ในคนสูงอายุ
Gomphosis (peg-and-socket joint) เปน fibrous joint ที่มีลักษณะเปนเดือยสวมพอดีกับเบา และมี
fibrous tissue ยึดทั้งสองสวนนี้ไวดวยกัน ตัวอยางเชน รากฟนในกระดูกเบาฟน (alveolar processes) ของ
กระดูกขากรรไกรบน (maxilla) และกระดูกขากรรไกรลาง (mandible) ซึ่งมีเอ็นยึดปริทันต (periodontal
ligament) ยึดรากฟนกับกระดูกเบาฟนไว
Syndesmosis เปน fibrous joint ที่มีปริมาณ fibrous tissue มากกวาสองชนิดแรก โดย form เปน
interosseous membrane หรือ ligament ตัวอยางเชน radio-ulnar syndesmosis, tibio-fibular syndesmosis

Cartilaginous Joint
คือ ขอตอที่กระดูกเชื่อมตอกันดวยกระดูกออน (cartilage) แบงยอยออกเปน 2 ชนิดซึ่งมีพัฒนาการ,
โครงสราง และหนาที่แตกตางกัน คือ
1. Synchondrosis (hyaline cartilaginous joint / primary cartilaginous joint)
2. Symphysis (fibrocartilaginous joint / secondary cartilaginous joint)
Synchondrosis เปน cartilaginous joint ที่เชื่อมตอกันดวยกระดูกออนชนิด hyaline cartilage และ
เกี่ยวของกับการเจริญเติบโตของกระดูก ดังนั้นขอตอนี้สวนมากพบชั่วคราว จะหายไปโดยถูกแทนที่ดวยกระดูก
นั่นคือเกิด synostosis
เนื่องจากกระดูกออนที่เชื่อมขอตอนี้เปนชนิด hyaline cartilage ซึ่งเปนกระดูกออนที่คอนขางแข็งแรง
และไมหนามาก จึงเปนสาเหตุใหขอตอนี้เคลื่อนที่ไมได ตัวอยางเชน epiphyseal plate (cartilage) ของ long
bone (ระหวาง epiphysis กับ diaphysis), spheno-occipital synchondrosis (ระหวาง occipital กับ sphenoid
bones)
Symphysis เปน cartilaginous joint ที่พบอยูในแนว median plane ของรางกาย Bony surfaces
ปกคลุมดวย hyaline cartilage ซึ่งยึดไวดวยกันดวย fibrocartilage ขอตอชนิดนี้คงอยูตลอดชีวิต

Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 4/9

เนื่องจากกระดูกออนที่เชื่อมขอตอนี้เปนชนิด fibrocartilage ซึ่งมีปริมาณมากพอ จึงทําใหขอตอนี้มีการ
เคลื่อนไหวไดบางเล็กนอย ตัวอยางเชน intervertebral joint เปนขอตอที่อยูระหวาง bodies ของ vertebrae,
และ pubic symphysis เปนขอตอที่อยูระหวาง bodies ของ pubic bones

Synovial Joint
คือ ขอตอที่มีการเคลื่อนไหวไดอยางสะดวกคลองแคลว ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะโครงสรางของขอตอชนิดนี้
เอื้ออํานวยใหเกิดการเคลื่อนไหว ขอตอสวนใหญของแขนและขามักเปนชนิดนี้
Characteristic Features of Synovial Joint
ลักษณะพิเศษเฉพาะของ synovial joint ประกอบดวยสวนตาง ๆ ดังนี้
1. Articular cartilage
2. Articular capsule
- Fibrous capsule
- Synovial membrane
3. Joint cavity
4. Synovia (synovial fluid)
นอกจากนี้บางขอตออาจพบ accessory ligaments, articular disc และ meniscus
Articular cartilage
คือ สวนของกระดูกออนที่ปกคลุม articular surfaces ซึ่งอยูที่ปลายของกระดูกที่มาตอกัน เพื่อทําใหมีผิว
เรียบ ดังนั้นเมื่อกระดูกเคลื่อนไหวจึงเกิดการเสียดสีนอย, articular cartilage สวนใหญจะเปน hyaline cartilage
แตในขอตอบางอันเปน fibrocartilage เชน Temporomandibular joint (TMJ), articular cartilage ไมมีเยื่อหุม
กระดูกออน (perichondrium) ปกคลุม และไมมีหลอดเลือดและเสนประสาทมาเลี้ยง มันไดรับอาหาร (nutrients)
จาก 3 ทาง คือ
- จาก synovia fluid
- จากหลอดเลือดของ synovial membrane ซึ่งอยูที่ขอบของ articular cartilage
- จากหลอดเลือดของกระดูกที่อยูชิดกับ deep surface ของ articular cartilage
Articular capsule
คือ สวนที่ปกคลุมขอตอ ประกอบดวย 2 ชั้น ไดแก fibrous capsule และ synovial membrane
- Fibrous capsule เปนชั้นนอก (outer layer) ของ articular capsule ทําหนาที่ยึดกระดูกขอตอไว
ดวยกัน มีลักษณะเปนปลอกหุมลอมรอบ articular surfaces และ joint cavity โดยเกาะที่รอบ ๆ articular ends
ของกระดูก
Fibrous capsule เปน dense collagenous fibers ซึ่งความยืดหยุน (flexibility) ของมันเปนปจจัยทําให
มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นที่ขอตอชนิดนี้ได แตอยางไรก็ตาม fibers นี้ก็มีกําลังตานทานการดึง (tensile strength)
ซึ่งปองกันการเคลื่อนหลุดออกจากตําแหนงปกติ (dislocation) ของขอตอ
Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 5/9

นอกจาก fibrous capsule แลว ยังพบ ligaments อื่น ๆ ทําหนาที่ชวยยึดกระดูก เรียกวา accessory
ligaments ซึ่งอาจจะเปนชนิด extracapsular หรือ intracapsular ก็ได
- Synovial membrane เปนชั้นใน (inner layer) ของ articular capsule โดยบุดานในของ fibrous
capsule และสวนของกระดูกซึ่งอยูภายใน capsule จนถึงขอบของ articular cartilage นอกจากนี้มันยังปกคลุม
intra-articular tendons และ ligaments แตไมปกคลุม articular cartilage, articular disc และ meniscus ทํา
หนาที่สราง synovial fluid
Synovial membrane เปน connective tissue ที่มี blood supply มาก, surface area ของ synovial
membrane เพิ่มขึ้นโดยการมี projections ยื่นเขาไปใน joint cavity, ถา projections มีขนาดเล็กเรียกวา
synovial villi แตถามีขนาดใหญเรียกวา synovial folds
Synovial fluid เปนของเหลวเหนียวใส, สีเหลืองออน, มีปริมาณเล็กนอยเพียงพอที่จะปกคลุม surfaces
ทั้งหมดที่อยูภายในขอตอ เปนเพียง film บาง ๆ เทานั้น หนาที่ของ synovial fluid ไดเก
- Lubrication of joint surfaces
- Source of nourishment สําหรับ articular cartilage
- Removal of microorganisms และ debris of wear and tear ภายในขอตอ โดยเซลลที่มาจาก
synovial membrane
Accessory ligaments มีทั้งที่อยูติดกับ capsule หรือแยกออกมาหางจาก capsule ทําหนาที่จํากัดการ
เคลื่อนไหวในทิศทางที่ไมตองการ
Articular disc และ meniscus (meniscus ปกติหมายถึง crescent-shaped disc)
เปน fibroconnective tissue, แบง joint cavity ออกเปน 2 compartments โดยขอบของมันจะตอเนื่อง
ไปกับ fibrous capsule พบใน synovial joint บางอันที่มีการเคลื่อนไหวแบบ gliding รวมกับ angular
movements
Articular disc ทําหนาที่คือ
1. ชวย maintain perfect lubrication โดยกระจาย synovial fluid ไปทั่ว joint cavity
2. ลด attrition ของ articular surface
3. เพิ่ม range of movement เพราะวามันเปลี่ยน single joint cavity ออกเปน 2 compartments
Movements of Synovial Joint
การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของขอตอนี้มี 4 ลักษณะ ไดแก
1. Gliding (sliding)
2. Angular movement
- Flexion and extension
- Adduction and abduction
3. Circumduction
4. Rotation

Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 6/9

Gliding movement คือ การเคลื่อนไหวที่ articular surface หนึ่งถู (glide) ไปบนอีก articular surface
หนึ่งโดยไมมี angular หรือ rotatory movement เกิดขึ้นดวย
Angular movement คือการเคลื่อนไหวที่ทําใหมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของมุมระหวางกระดูกของขอตอ
นั้น พบไดบอยโดยเฉพาะอยางยิ่งที่ขอตอของแขนและขา การเคลื่อนไหวชนิดนี้เกิดขึ้นรอบ axis 2 อันที่ตั้งฉาก
ซึ่งกันและกันคือ transverse axis และ anteroposterior axis
การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นรอบ transverse axis ไดแก
- Flexion (การงอ)
- Extension (การเหยียดตรงออกไป)
การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นรอบ anteroposterior axis ไดแก
- Adduction การเคลื่อนไหวเขาหา median plane
- Abduction การเคลื่อนไหวหางออกจาก median plane
Circumduction เปนการผสมผสานกัน (combination) ของ angular movement ทั้ง 4 ชนิด (flexion,
extension, adduction, และ abduction) โดยเกิดขึ้นระหวาง head ของกระดูกชิ้นหนึ่งกับ articular cavity ของ
กระดูกอีกชิ้นหนึ่งซึ่งจะทําใหเกิด conical space ขึ้น โดยฐานของกรวยนี้อยูทาง distal, สวนยอดอยูทาง
articular cavity การเคลื่อนไหวชนิดนี้เห็นไดดีใน shoulder และ hip joints
Rotation เปนการเคลื่อนไหวที่กระดูกเคลื่อนรอบ longitudinal (vertical) axis
- Axis of rotation อาจจะอยูที่กระดูกชิ้นที่มีการเคลื่อนไหว คือ กระดูกชิ้นนั้น rotate รอบ
longitudinal axis ของมันเอง ตัวอยางเชน rotation ของ humerus ที่ shoulder joint
- Axis of rotation อาจจะไมขนานกับ longitudinal axis ของกระดูก ตัวอยางเชนการ
เคลื่อนไหวของ radius บน ulna ซึ่งทําใหเกิด pronation และ supination ของ hand
ในกรณีของแขนและขา การเคลื่อนไหวที่ทําให anterior aspect ของ limbs rotate เขาหา
median plane ของรางกายเรียกวา medial rotation แตถา anterior aspect ของ limbs rotate ออกไปจาก
median plane เรียกวา lateral rotation
Limitation of Movements of Synovial Joint
ระดับการเคลื่อนไหว (degree of movement) ของ synovial joint ถูกจํากัดโดยสิ่งตาง ๆ ดังตอไปนี้
1. Shape of articular surfaces
2. Tension of ligaments
3. Tension of muscles
4. Approximation of soft parts
Nerve Supply of Synovial Joint
Synovial joint มี nerve supply จํานวนมาก โดย nerve endings อยูใน articular capsule, ทั้งใน
fibrous capsule และ synovial membrane เสนประสาทที่มาเลี้ยงขอตอเปนแขนงของเสนประสาทที่เลี้ยง
ผิวหนังที่ปกคลุมขอตอนั้น และที่เลี้ยงกลามเนื้อที่ทําใหเกิดการเคลื่อนไหวที่ขอตอนั้น
Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 7/9

ความรูสึก (sensation) ชนิดที่สําคัญจากขอตอคือ proprioception ซึ่งทําใหรูสึกเกี่ยวกับ movement
และ position ของสวนตาง ๆ ของรางกาย นอกจากนี้ใน capsule และ accessory ligaments มี pain fibers
จํานวนมาก ซึ่งจะตอบสนองตอ twisting และ stretching ที่เกิดขึ้นที่ขอตอนั้น
Blood and Lymphatic Supply of Synovial Joint
Synovial joint มี articular arteries เปนจํานวนมาก ซึ่งแยกจากหลอดเลือดแดงที่ form เปน network
อยูรอบ ๆ ขอตอ โดย veins จะทอดรวมกับ arteries สวน lymphatic network ปรากฏอยูใน articular capsule
Classification of Synovial Joints
การจําแนกชนิดของ synovial joint อาศัยรูปรางของ articular surfaces จําแนกออกเปน 7 ชนิด และทั้ง
7 ชนิดนี้สามารถจัดเปนกลุมไดโดยอาศัย axes of movements เปน nonaxial joint, uniaxial joint, biaxial joint
และ multiaxial joint ดังตาราง

Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 8/9

Types

Articular surfaces

Nonaxial joint
- Flat articular surfaces
Plane joint

Uniaxial joint
Hinge joint

Pivot joint

Bicondylar
(condylar)
Joint
Biaxial joint
Condyloid
(ellipsoid)
Joint

Saddle joint

- Convex surface
- Concave surface
- Cylindrical articular
surface
- Osseoligamentous ring
(bony fossa & ligament)
- 2 convex condyles
- 2 convave surfaces

- Slightly oval concave
- Slightly oval convex

- Articular surface ของแตละ
bone มีลักษณะ concave in
one direction และ convex in
the other เหมือนอานมา 2 อัน
มาประกบกัน

Multiaxial joint
Ball-and-socket - Spheroidal head
- Cup-like concave
joint
Surface

Examples

1. Joints between articular
processes of vertebrae
2. Intercarpal joints
3. Intertarsal joints
4. Acromioclavicular joint

Axes of
movements

- Transverse axis
1. Elbow joint (humero-ulnar
joint)
2. Interphalangeal joint
- Vertical axis
1. Proximal radio-ulnar joint
(Longitudinal axis
2. Atlanto-axial joint (between
ของกระดูกนั้น)
anterior arch of atlas and
dens of axis)
1. Knee joint (tibiofemoral joint) - Transverse axis
2. Temperomandibular joint

Movements

- Gliding or
Sliding movement

- Flexion
- Extension
- Rotation

- Flexion
- Extension
- Limited amount
of rotation

- Flexion
- Extension
- Adduction
- Abduction
- Circumduction
- Flexion
Carpometacarpal joint of thumb - Transverse axis
ในรางกายมีเพียงขอตอเดียวที่เปน - Anteroposterior axis - Extension
- Adduction
ชนิดนี้
- Abduction
- Circumduction
1. Wrist joint (radiocarpal joint) - Transverse axis
2. Metacarpophalangeal joint - Anteroposterior axis
3. Metatarsophalangeal joint
4. Atlantooccipital joint

- Transverse axis
1. Shoulder joint,
- Anteroposterior axis
2. Hip joint
ในรางกายมีขอตอชนิดนี้เพียงสอง - Vertical axis
ตําแหนง

- Flexion
- Extension
- Adduction
- Abduction
- Circumduction
- Medial rotation
- Lateral rotation

Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 9/9

Figure 1 shows three classifications of joints;
fibrous joint, cartilaginous joint and synovial
joint

Figure 2 shows the types of
synovial joints

Bone & Joints

กายวิภาคศาสตร 10/9

Objectives and Outlines of Contents
นักศึกษาทันตแพทยปที่ 2
รหัสวิชา
ทพกย 232 (มหกายวิภาคศาสตร 1)
ภาควิชา
กายวิภาคศาสตร
ชื่อเรื่อง
Bone & Joints (กระดูกและขอตอ)
ผูสอน
รองศาสตราจารยอรพินท เติมวิชชากร
เวลาสอน
บรรยาย 1 ชั่วโมง
ภาคปฏิบัติ วัตถุประสงค นักศึกษาสามารถ
1. บอกหนาที่ของกระดูก, สามารถ classify ชนิดของกระดูกแบบตาง ๆ พรอมทั้งยกตัวอยางได
2. จําแนกขอตอชนิดตาง ๆ ได
3. อธิบายลักษณะสําคัญของขอตอแตละชนิด พรอมทั้งยกตัวอยางและบอกการเคลื่อนไหวของขอตอ
นั้น ๆ ได
เนื้อหาการสอน
Classification of bone
- According to
- development
- region
- shape
Parts of young bone
Classification of Joints
Fibrous Joint
Cartilaginous Joint
Synovial Joint
- Characteristic features
- Movements
- Limitation of Movements
- Nerve Supply
- Blood and Lymphatic Supply
- Classification
สื่อประกอบการสอน คอมพิวเตอร, เอกสารประกอบการสอน
การประเมินผล
ภาคบรรยาย :
ขอสอบปรนัย
---------------------------------Bone & Joints

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful