คูมือการปฏิบัติงาน

(Work Manual)
เลมที่ 6/16
คํานวณฝนใชการ ( Effective Rainfall)

กระบวนการสรางคุณคา
กระบวนการบริหารจัดการน้ํา
กรมชลประทาน
คณะทํางานยอยจัดทําคูมือการปฏิบัติงานดานบริหารจัดการน้ํา

สิงหาคม 2554

คํานํา
อางถึงคําสั่งกรมชลประทานที่ ข 322 / 2554 ลงวันที่ 25 เมษายน 2554 เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการ
ติดตามและกํากับดูแลการดําเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Steering Committee) และ
คณะทํางานพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Working Team) กรมชลประทาน ทั้ง 7 หมวด ซึ่งคณะ
กรรมการฯดังกลาวไดมีคําสั่งแตงตั้งคณะทํางานยอยจัดทําคูมือดานบริหารจัดการน้ํา โดยมีจุดประสงคเพื่อให
การจัดทําคูมือการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาองคการ หมวด 6 ประจําป 2554 เปนไปตามวัตถุประสงคที่จะ
ยกระดับการปฏิบัติงานใหมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงไดดําเนินการจัดทํา
คูมือดานบริหารจัดการน้ําจํานวนทั้งสิ้น 16 เลม ซึ่ง คูมือการคํานวณฝนใชการ (Effective Rainfall) เปนเลมที่
6/16 ในคูมือดังกลาว คือ
1. เลมที่ 1/16 คูมือการเก็บรวบรวมขอมูลพื้นฐานดานจัดสรรน้ําของโครงการชลประทาน
2. เลมที่ 2/16 คูมือการประเมินปริมาณน้ําไหลลงอางเก็บน้ํา
3. เลมที่ 3/16 คูมือการประเมินน้ําหลากในพื้นที่ลุมน้ําตางๆ
4. เลมที่ 4/16 คูมือการจําลองการปฏิบัติการอางเก็บน้ํา (Reservoir Operation Simulation)
5. เลมที่ 5/16 คูมือการวางแผนการใชน้ําจากอางเก็บน้ํา (Reservoir Operation Study)
6. เลมที่ 6/16 คูมือการคํานวณฝนใชการ (Effective Rainfall)
7. เลมที่ 7/16 คูมือการคํานวณการใชน้ําของพืช (Consumptive Use หรือ
Evapotranspiration)
8. เลมที่ 8/16 คูมือการประเมินการใชน้ําในกิจกรรมตางๆ
9. เลมที่ 9/16 คูมือการจัดทําโคงปฏิบัติการอางเก็บน้ํา
10. เลมที่ 10/16 คูมือการวางแผนติดตามและประเมินผลการสงน้ํารายสัปดาห (WASAM)
11. เลมที่ 11/16 คูมือการประชาสัมพันธแผนการจัดสรรน้ํา
12. เลมที่ 12/16 คูมือการปฏิบัติงานสงน้ําของโครงการชลประทาน
13. เลมที่ 13/16 คูมือการคํานวณปริมาณน้ําผานอาคารชลประทาน
14. เลมที่ 14/16 คูมือการวัดปริมาณน้ําในคลองสงน้ําชลประทานและการสอบเทียบอาคาร
ชลประทาน
15. เลมที่ 15/16 คูมือการคํานวณหาประสิทธิภาพการชลประทาน
16. เลมที่ 16/16 คูมือการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการ
คณะทํางานฯ หวังเปนอยางยิ่งวาคูมือเลมนี้ จะเปนประโยชนแ ละเป น แนวทางการปฏิ บั ติ ง าน
เพื่ อ บรรลุ เ ป า หมายของการพั ฒ นาศั ก ยภาพการบริ ห ารจั ด การน้ํา ที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและ
ประสิ ท ธิ ผ ลต อ ไป
คณะทํางานยอยคูมือการบริหารจัดการน้ํา
สิงหาคม 2554

5.สารบัญ 1. วัตถุประสงค ขอบเขต คําจํากัดความ หนาที่รับผิดชอบ ผังกระบวนการ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน มาตรฐานงาน ระบบติดตามประเมินผล เอกสารอางอิง แบบฟอรมที่ใช ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบฟอรมตางๆ ที่ใช ภาคผนวก ข วิธีคิดปริมาณน้าํ ฝนเฉลี่ย ภาคผนวก ค รายชื่อผูจัดทําคูม ือ หนา 1 1 1 2 3 4 7 7 7 7 8 13 22 . 10. 6. 4. 3. 2. 7. 9. 11. 8.

2 เพื่อเปนหลักฐานแสดงวิธีการทํางานที่สามารถถายทอดใหกับผูเขามาปฏิบัติงานใหม พัฒนา ใหการทํางานเปนมืออาชีพ และใชประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร รวมทั้งแสดงหรือ เผยแพรใหกับบุคคลภายนอก หรือผูใชบริการ ใหสามารถเขาใจและใชประโยชนจากกระบวนการที่มีอยู เพื่อ ขอรับการบริการที่ตรงกับความตองการ 1.3 เพื่อใหการจัดทําแผนการจัดสรรน้ําและการเพาะปลูกพืช เพื่อจัดน้ํามาใหแกพืชตามปริมาณที่ พื ช ตอ งการ การประเมิน ประสิท ธิภ าพการชลประทาน ของโครงการชลประทาน/โครงการส งน้ํ า และ บํารุงรักษาที่จัดทําโดยสํานักอุทกวิทยาและบริหารน้ํา หรือ สํานักชลประทานหรือ โครงการชลประทาน/ โครงการสงน้ําและบํารุงรักษา ใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 1. ปริมาณการใชน้ําของพืช ความเคยชินของชาวนาตอการเก็บกักน้ําชลประทานไวในแปลงนา และ ความสูงของคันนา สําหรับดานการชลประทาน “ปริมาณฝนใชการ” หมายถึง ปริมาณน้ําฝนที่ตกลงบนพื้นที่ เพาะปลูกและเปนประโยชนตอการเพาะปลูกนั้น คือพืชสามารถนําไปใชประโยชนได หรือสามารถทดแทน น้ําชลประทานที่ตองจัดหามาใหแกพืชที่แปลงเพาะปลูกได เพื่อความสะดวกในการคํานวณหาคาปริมาณฝน ใชการที่ปรึกษาคณะทํางานจึงไดสรุปใหใช การคํานวณจากตารางสําเร็จรูป ซึ่งคาปริมาณน้ําฝนที่นํามาใชใน การคํานวณเปนคาปริมาณน้ําฝนรายเดือน 1 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน .1 เพื่ อให ก รมชลประทานมีคู มือ การคํ า นวณฝนใช ก าร (Effective Rainfall) ที่ แ สดงถึ ง รายละเอียดขั้นตอนการคํานวณ กระบวนการตาง ๆ ของหนวยงาน และสรางมาตรฐานการปฏิบัติงานที่มุง ไปสูการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองคกรอยางมีประสิทธิภาพ เกิดผลงานที่ไดมาตรฐานเปนไปตามเปาหมาย ได ผลผลิตหรือบริการที่มีคุณภาพ และบรรลุขอกําหนดที่สําคัญของกระบวนการ 1. ขอบเขต เพื่อจัดทําคูมือ การคํานวณคิดปริมาณฝนใชการ โดยจะครอบคลุมทั้งสวนของนาขาวและพืชไร ใน ฤดูแลง และฤดูฝน 2. คําจํากัดความ ฝนใชการ หมายถึง ปริมาณน้ําฝนสวนหนึ่งจากน้ําฝนทั้งหมดที่ตกลงในพื้นที่และสามารถใชใหเปน ประโยชนไดอยางมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค ขึ้นอยูกับองคประกอบที่สําคัญ คือปริมาณที่ตกในแตละ ชวงเวลา .ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย คูมือการปฏิบัติงาน คูมือคํานวณฝนใชการ ( Effective Rainfall) วัตถุประสงค 1. 3.

ชป.ชป.) วางแผนและติดตามผลความกาวหนาการบริหาร จัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลง-ของโครงการสงน้ําและบํารุงรักษา 4.คป/ฝสบ./ฝจน.4 ผูอํานวยการสวนจัดสรรน้ําและบํารุงรักษา สํานักชลประทานที่ 1-17 (ผจน.) วางแผนและติดตามผลความกาวหนาการบริหาร จัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลง-ของสํานักชลประทานที่ 1-17 4.10 หัวหนาฝายจัดสรรน้ําและปรับปรุงระบบชลประทาน (ฝจน.อน.คป.3 ผูอํานวยการสวนบริหารจัดการน้ํา (ผจน.คป.คบ.คป. หนาที่ความรับผิดชอบ 4.)วางแผนและจัดทํา รายงานผลความกาวหนาการบริหารจัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลง-ของโครงการชลประทาน/โครงการสงน้ํา และบํารุงรักษา 4.11 หัวหนาฝายสงน้ําและบํารุงรักษา (ฝสบ.6 ผูอํานวยการโครงการชลประทาน (ผอ.8 หัวหนาศูนยปฏิบัติการจัดสรรน้ํา สวนบริหารจัดการน้ํา (ศป.) รั บ ทราบและตรวจสอบผล ความกาวหนาการบริหารจัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลงของสํานักชลประทานที่ 1-17 4.2 ผูอํานวยการสํานักชลประทานที่ 1-17(ผส.คบ.5 ผูอํานวยการโครงการชลประทาน (ผอ.)วางแผนและรายงานผล ความกาวหนาการบริหารจัดการน้ําฤดูฝน-ของสํานักชลประทานที่ 1-17 4.จน.1 ผู อํ า นวยการสํ า นั ก อุ ท กวิ ท ยาและบริ ห ารน้ํ า (ผส.) รับทราบและตรวจสอบผลความกาวหนาการ บริหารจัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลง-ของโครงการในสังกัด 4.) วางแผนและติดตามผลความกาวหนาการบริหาร จัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลง-ของโครงการชลประทาน 4.) วางแผนและ ติดตามผลความกาวหนาการบริหารจัดการน้ําฤดูฝนและฤดูแลง-ของโครงการในสังกัด 4.)สวนจัดสรรน้ําและบํารุงรักษา วางแผนและ รายงานผลความกาวหนาการบริหารจัดการน้ําฤดูฝน-ของโครงการในสังกัดสํานักชลประทาน 4.จน.9 หัวหนาฝายบริหารและจัดการน้ํา (ฝจน.ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 4.) วางแผนและรายงานผล ความกาวหนาการบริหารจัดการน้ําฤดูแลง-ของสํานักชลประทานที่ 1-17 4.7 หัวหนากลุมงานจัด สรรน้ํา สวนบริหารจัดการน้ํา (กจ.) วางแผนและจัดทํารายงานผล ความก า วหน า การบริ ห ารจั ด การน้ํ า ฤดู ฝ นและฤดู แ ล ง -ของโครงการชลประทาน/โครงการส ง น้ํ า และ บํารุงรักษา 2 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน .

2 พิจารณาเลือกใช ขอมูล ใหเหมาะสมกับ ตาราง การคํานวณปริมาณฝนใชการ รวบรวมขอมูลพื้นฐาน 1 ตรวจสอบปรับปรุง และแกไข 2 นาขาว 3 4 การคํานวณ ฝนใชการ รายละเอียดงาน 1.สรุปผลการคํานวณปริมาณ ฝนใชการที่ได สําหรับพืชแต ละชนิดเพื่อนําไปใชสําหรับ การคํานวณหาคาการใชน้ํา ของพืชตอไป (คูมือเลมที่ 6/16) ฝนใชการ 3 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน .ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 5.1 คํานวณคาเฉลี่ย ของ ปริมาณน้ําฝนที่ตกลงบน ทุกสัปดาห พื้นที่ ที่พิจารณา 1. ./ ฝจน. คบ.ฝจน.คาอัตราการใชน้ําของพืช (ET) รายเดือน (สําหรับพืช ไร) 1.ตรวจสอบความถูกตองและ วิเคราะหขอมูลพื้นฐาน 1.1 นาขาว ใชวิธีสวนอุทก ทุกสัปดาห วิทยา 2.พืชไร 3. .คป .2 พืชไร ใชวิธี กระทรวง เกษตร สหรัฐอเมริกา พืชไร ผูรับผิด ชอบ . คบ.คป ./ ฝจน. คบ. กําหนดชนิดของพืช 2. คํานวณฝนใชการ 2.ฝจน. ขอมูลอุตุ-อุทกวิทยา 2.ฝจน.คป . 1.ผังกระบวนการ ลําดับ ที่ ผังกระบวนการ ระยะเวลา 1. ชนิดของพืชที่พิจารณา ขาว./ ฝจน.ชนิดของดินและ ทุกสัปดาห ความสามารถเก็บน้ําไวได ของดินในเขตราก 4.

2 การตรวจสอบความถูกตองและวิเคราะหขอ มูลพื้นฐาน 6.1.4 คาอัตราการใชน้ําของพืช (ET) ในแตละเดือนสําหรับพืชไร (พิจารณาจากขอมูลคูมือ เลมที่ 7 หรือ คํานวณโดยวิธีที่แสดงไวในภาคผนวก ก) 6.1.8 มม. ก็จะมีคา Weighted Rainfall .80 = 59. MM (WRFL) อยูในชวง 11 – 100 ก็จะใชคา Effective Rainfall .3.2 การคํานวณฝนใชการสําหรับพืชไร ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมคาน้ําฝนรายเดือน . ขั้นตอนที่ 4.7 x 0.2. พืชไร (ที่ตองการพิจารณา) 6. (หรือถาดินใน 4 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน .00 x 43 = 43 มม.1 การรวบรวมขอมูลพื้นฐาน ประกอบดวย 6.1 ขอมูลอุตุ-อุทกวิทยาของสถานีวัดน้ําฝนในเขตพื้นที่โครงการฯที่ตองนํามาพิจารณา คํานวณคาปริมาณฝนใชการ ประกอบดวย ปริมาณฝนรายวัน และปริมาณรายเดือน 6.80 ขั้นตอนที่ 3 คํานวณคาปริมาณฝนใชการ จากขั้นตอนที่ 2 คือ Effective Rainfall .1.00 ดังนั้น ฝนใชการ = 1. เมื่ อ ดิ น ในเขตรากสามารถเก็ บ น้ํ า ไว ไ ด เ พี ย ง 75 มม. จากตั ว เลขใน บรรทัดสุดทายของตารางที่ 2 ตัวคูณปรับแก = 1. อัตราการใชน้ําของพืช(ET) สําหรับเดือน นั้น และความสามารถเก็บน้ําไวไดของดินในเขตราก ขั้นตอนที่ 2 ใชตารางที่ 2 เพื่อประกอบการคิดคํานวณฝนใชการสําหรับพืชไร ขั้นตอนที่ 3 ตัวอยางการใชงาน จากตารางที่ 2 เมื่อมีฝนตก 60 มม. อัตราการใชน้ํา ของพืช (ET) 125 มม. MM = 74. ขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน 6.ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 6.3 การคํานวณฝนใชการ มีขั้นตอนดังนี้ 6.3.1 ในกรณีที่พื้นที่ ที่ตองการคํานวณคาปริมาณฝนใชการครอบคลุมสถานีวัดคาทางอุตุอุทกวิทยา (สวนใหญเปนสถานีวัดปริมาณน้ําฝน) หลายๆสถานี จําเปนตองใชวิธีการหาคาเฉลี่ยปริมาณ น้ําฝนที่ตกลงมาในพื้นที่เสียกอนโดยพิจารณาสะสมคาปริมาณน้ําฝนรายวันเปนรายเดือน แลวใชวิธีการ คํานวณหาคาเฉลี่ยปริมาณน้ําฝน ตามรายละเอียดที่แนบไวในภาคผนวก ก 6.7 มม.2 ขอมูลชนิดของพืช ที่พิจารณาไดแก ขาว . MM คํานวณคือ WRFL x 0.1.3 ชนิดของดินและความสามารถเก็บน้ําไวไดของดินในเขตราก 6. คือปริมาณฝนใชการของเดือนเมษายน 2551 6.1 การคํานวณฝนใชการสําหรับนาขาว ขั้นตอนที่ 1 ตองทราบปริมาณฝนเฉลี่ยรายเดือนในพื้นที่เพาะปลูกตางๆที่ตองการ หาปริมาณฝนใชการ ขั้นตอนที่ 2 พิจารณาคาปริมาณฝนที่กําหนดไวในตารางที่ 1 เชน เดือนเมษายน 2551 มีปริมาณฝนเฉลี่ย 74. ฝนใชการจะเทากับ 43 มม.

MM ของปริมาณน้ําฝนราย เดือน Weighted Rainfall . MM 0 11 – 100 WRFL x 0.55 301 – up WRFL x 0.80 101 – 200 WRFL x 0. MM (WRFL)และ Effective Rainfall .ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 6. MM (WRFL) 0 – 100 Effective Rainfall .50 5 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน .70 201 – 250 WRFL x 0.4 สรุป ผลการคํานวณปริมาณฝนใชการ ของพืชแตละชนิดในพื้นที่ ที่พิจารณาเพื่อนําไปใช สําหรับการคํานวณหาปริมาณความตองการน้ําของพืชตอไป ตารางที่ 1 แสดงคา Weighted Rainfall .60 251 – 300 WRFL x 0.

88 0.06 1. 11 11 12 12 14 15 16 17 22 22 23 24 29 30 31 32 35 36 38 40 42 43 45 47 49 51 53 55 55 58 60 63 61 64 67 70 67 71 74 78 73 78 80 84 78 84 86 91 83 89 92 98 89 95 99 105 94 101 105 110 99 106 110 117 100 111 116 123 116 121 129 121 126 134 125 132 140 200 225 250 9 12 18 23 25 10 13 19 25 32 38 43 48 50 10 14 21 27 34 40 46 52 57 63 68 73 75 13 18 26 35 43 51 59 67 75 82 89 97 104 112 120 125 131 136 142 148 14 19 28 38 46 55 63 71 79 87 95 102 110 118 125 132 138 144 150 157 15 20 30 40 49 59 68 77 85 94 102 110 118 126 134 142 149 155 161 168 20 30 40 50 60 75 100 125 150 175 0.96 1.82 0.00 1.93 0.ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย ตารางที่ 2 ปริมาณฝนใชการ (Effective Rainfall) ของพืชไร สําหรับฝนรายเดือนเฉลี่ยและอัตราการใชน้ํา ของพืชขนาดตางๆ ตัวเลขในตารางสําหรับกรณีที่ดินในเขตรากมีความสามารถอุมน้ําได 75 มม.04 1. ฝนรายเดือนเฉลี่ย (มม.74 0.07 หมายเหตุ ฝนใชการเฉลี่ย ประจําเดือนตองไมมากกวาจํานวนฝนเฉลี่ยหรืออัตราการใชน้ําของพืชในเดือน เดียวกัน ในกรณีที่ฝนเฉลี่ยรายเดือนนอยกวาคาต่ําสุดของฝนใชการ ในตารางขางบนใหถือวา ฝนดังกลาวเปนฝนใชการทั้งหมด 6 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน .) ตัวคูณปรับแก อัตราการใชน้ําของพืช (ET) ประจําเดือน – มม.02 1.) 15 20 30 40 50 60 70 80 90 100 110 120 130 140 150 160 170 180 190 200 ความสามารถอุม น้ําของดินในเขต ราก (มม. 25 50 75 100 125 150 175 ฝนใชการประจําเดือน (Re) มม.

จษ. หลักการชลประทาน. เอกสารอางอิง กรมชลประทาน. แบบฟอรม งส. 3 / 2536 7 คูมือคํานวณฝนใชการ กรมชลประทาน . 2539. มาตรฐานงาน ระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามกระบวนการ Work Flow ไมควรที่จะเกิน 1 สัปดาห ระบบติดตามประเมินผล ระบบติดตามประมวลผลการปฏิบัติงานฝายจัดสรรน้ําของสํานักชลประทาน ที่รับผิดชอบจะตอง เปนผูพิจารณา ผลการจัดสรรน้ําของโครงการทุกสัปดาหวามีความเหมาะสมสอดคลองกับพื้นที่ของโครงการ ชลประทานนั้ น ๆ หรือไม หากไมถูก ตอง ควรเสนอแนะแนวทางในการประเมินความถูก ตองด ว ย ซึ่ง ฝนใชการ เปนเพียงองคประกอบหนึ่งในการคํานวณปริมาณการใชน้ําของพืชและการจัดสรรน้ําเพื่อการ เพาะปลูกของโครงการชลประทานเทานั้น 8.ภา1 การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 7. ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร 10. ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยรังสิต วิบูลย บุญยธโรกุล. วิศวกรรมชลศาสตร. Irrigation Demand Model Programer and User Manual. 9. กีรติ ลีวัจนกุล.2526. แบบฟอรมที่ใช ใชแบบฟอรมจากคูมือเลมที่ 1/16 ไดแกแบบฟอรม ROS – 06 .

ภาคผนวก ก ตัวอยางแบบฟอรมตางๆ ที่ใช 8 .

ม./วัน ลาน ลบ.แบบฟอรม ROS-06 ตารางความตองการใชน้ํารายเดือน เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ลาน ลบ.ม./วัน ลาน ลบ./วัน 9 .ม./วัน ลาน ลบ.ม./วัน ลาน ลบ.ม.ม.ม.ม.ม./วัน ลาน ลบ./วัน ลาน ลบ./วัน ลาน ลบ./วัน ลาน ลบ./วัน ลาน ลบ.ม.ม.ม./วัน ลาน ลบ./วัน ลาน ลบ.

.งส. อางเก็บน้าํ ทีจ่ ะรายงาน เครือ่ งหมายเดียว เนือ้ ทีเ่ ก็บ ผลผลิต ผลผลิต มาตรฐานของ เนือ้ ที่ สา เกีย่ ว ทัง้ หมด เฉลีย่ ลักษณะ (ไร) เหตุ (ไร) (กก..) (กก./ไร) ผลผลิต (1) ขาว นาปรัง (2) พืชไร ถัว่ ลิสง ทัง้ เปลือกแหง ถัว่ เหลือง เมล็ดแกแหง ถัว่ เขียว ทุกชนิด ยาสูบ ใบสด แตงโม *1 *1 ฝก/ไร ขาวโพดหวาน ขาวโพดเลีย้ งสัตว เมล็ดแหงสีแลว มันเทศ แตงไทย งา มันแกว เผือก ขาวฟาง แหวจีน พืชไรอนื่ ๆ รวมพืชไร (2) 10 . (ในเขตโครงการ) โครงการชลประทาน (จังหวัด) หรือ โครงการ : หรือ สํานักชลประทานที… ่ ….จษ. 3/2536 สรุปรายงานผลการเพาะปลูกพืชฤดูแลง ปการเพาะปลูก 25…. : ใหทาํ เครือ่ งหมาย 3 ลงใน ลํา เนือ้ ทีป่ ลูก ดับ ชือ่ พืช ที่ (ไร) เสียหาย สรุปทัง้ โครงการ. โครงการสงน้าํ และบํารุงรักษา หรือ จังหวัด : สรุปทัง้ โครงการ./25….

ลํา เนือ้ ทีป่ ลูก ดับ ชือ่ พืช ที่ (ไร) เสียหาย เนือ้ ทีเ่ ก็บ ผลผลิต ผลผลิต มาตรฐานของ เนือ้ ที่ สา เกีย่ ว ทัง้ หมด เฉลีย่ ลักษณะ (ไร) เหตุ (ไร) (กก./ไร) ผลผลิต (3) พืชผัก กระเทียม หัว (ทัง้ ตนแหง) หอม หัว (ทัง้ ตนแหง) แตงกวา แตงราน ถัว่ ฝกยาว พริก มะเขือ ฟกแฟง ฟกทอง บวบ คะนา ผักกาดหัว กวางตุง ผักบุง ผักชี ขาวโพดออน หนอไมฝรัง่ มะเขือเทศ พืชผักอืน่ ๆ รวมพืชผัก (3) รวมพืชไร-พืชผัก (2+3) รวมพืชฤดูแลง (1+2+3) (4) ออย*2 ออย 11 .) (กก.

/ไร) ผลผลิต ไมดอกไมประดับ - - - สับปะรด - - - มันสําปะหลัง - - - ชะอม - - - กระชาย - - - กระถิน - - - - - - - - - - - - - - - (6) ไมผล - - - (7) ไมยนื ตน - - - (8) บอปลา - - - (9) บอกุง - - - - - - ที่ (ไร) เสียหาย (5) อืน่ ๆ*3 รวม อืน่ ๆ (5) รวมบอปลา-บอกุง (8+9) รวมทัง้ สิน้ (1-9) ปลูกในเขตชลประทาน หมายเหตุ 1) ใชแบบฟอรม 1 ชุด (3แผน) ตอการรายงาน 1 โครงการ (โครงการฯ ใชรายงาน สถานทีป่ ลูกในเขตโครงการฯ แหงละ 1 ชุด 2) "ลักษณะผลผลิต" นอกจากทีก่ าํ หนดไวใหใชตามลักษณะทีเ่ กษตรกรขาย และ ใหเพิม่ เติมลักษณะตาง ๆ ได 3) ใหเพิม่ เติมชือ่ พืชทีป่ ลูกได และดดยจําแนกใหตรงตามประเภทของพืชนัน้ ๆ เชน ประเภทพืชไร หรือประเภทพืชผัก 4) *2 ออย. *3 อืน่ ๆ.ลํา เนือ้ ทีป่ ลูก ดับ ชือ่ พืช เนือ้ ทีเ่ ก็บ ผลผลิต ผลผลิต มาตรฐานของ เนือ้ ที่ สา เกีย่ ว ทัง้ หมด เฉลีย่ ลักษณะ (ไร) เหตุ (ไร) (กก.) (กก. หมายถึงเนือ้ ทีป่ ลูกทัง้ ชวงฤดูแลงและหรือโตผานชวงฤดูแลง 5) รายงานผลผลิตพืชประจําปขอให "สรุปทัง้ โครงการ" สงถึงฝายสถิตกิ ารใชนา้ํ ชลประทาน ภายหลังสํารวจผลผลิตพืชฤดูแลงประจําปเสร็จสิน้ ฝายสถิตกิ ารใชนา้ํ ชลประทาน โทร.0-2669-4229 12 .

ภาคผนวก ข วิธีคิดปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 13 .

2 วิธีของทิสเสน (Thiessen Method) จะพิจารณาวาปริมาณน้ําฝนที่วัดไดจากสถานีวัดน้ําฝนแตละแหง จะมีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่รับ น้ําฝนที่อยูลอมรอบสถานีวัดน้ําฝนนั้น ๆ ซึ่งการกําหนดพื้นที่ที่ลอมรอบสถานีวัดน้าํ ฝน จะกําหนดไดจากการ แบงพื้นที่เปนรูปหลายเหลี่ยมของทิสเสน (Thiessen Polygon) เชน เมือ่ สถานีวัดน้ําฝน 6 แหง ดังภาพที่ 1 ภาพที่ 1 วิธีการหาปริมาณน้าํ ฝนเฉลี่ยของทิสเสน 14 .วิธีคิดปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย และ วิธีคิดปริมาณการใชน้ําของพืช การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย มีอยู 3 วิธี คือ 1.สถานีวัดน้ําฝนจะตองกระจายอยางสม่ําเสมอทั่วบริเวณพื้นที่ลุมน้ํา .ลุมน้ําหรือบริเวณที่ตองการวิเคราะหขอมูลตองเปนที่ราบกลาวคือ ไมมอี ิทธิพลของแนวเขตภูเขา ที่จะมีผลทําใหฝนตกไมสม่าํ เสมอตลอดทั่วพื้นที่ .1 วิธีเฉลี่ยทางคณิตศาสตร (Arithmetic-Mean Method) เปนวิธีหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยที่งายที่สุด โดยหาไดจากการนําคาปริมาณน้ําฝนจากสถานีวดั น้ําฝน ภายในลุมน้ําทุกสถานีมารวมกันแลวหารดวยสถานีวัดน้ําฝน จะไดปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยภายในลุมน้ําดังสมการ 1 n ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย ----------------------(1 ) P = ∑ Pi n i =1 1.ปริมาณน้ําฝนของแตละสถานี จะตองมีคาที่ไมแตกตางจากปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยมากนัก 1. เมื่อ n = จํานวนสถานีวัดน้ําฝน Pi = ปริมาณน้าํ ฝนที่สถานี I วิธีเฉลี่ยทางคณิตศาสตรจะใหปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยที่นํามาเปนตัวแทนไดก็ตอเมื่อ .

…. P2. + A 6 ) ----------------------( 2 ) สมการที่ 2 เขียนเปนรูปทัว่ ไปในกรณีที่มีสถานีวัดน้ําฝน n แหง ไดดังนี้ n ∑ ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย Pi A i P = i =n1 ∑ Ai i =1 = 1 n ∑PA i i A i =1 ----------------------( 3 ) โดยที่ P = ปริมาณที่เฉลี่ย n แหง Pi = ปริมาณน้ําฝนทีว่ ดั ไดจาสถานีวดั น้ําฝนที่ i A i = พื้นที่รูปหลายเหลีย่ มที่ลอมรอบสถานีวัดน้ําฝนที่ i A = พื้นที่รับน้ําฝนรวมมีคาเทากับ 15 n ∑ Ai i =1 .....วั ด ขนาดพื้น ที่ รูป หลายเหลี่ ย มที่ ค ลอบคลุ ม สถานี วั ด น้ํา ฝนแตล ะรู ป โดยอาจใช วิธี นับ จุ ด ใน กระดาษกราฟ หรือใชเครื่องมือวัดพื้นที่ที่เรียกวา พลานิมิเตอร (Planimeter) จะไดพื้นที่รูปหลายเหลี่ยมของทิ สเสน เปน A1..ลากเสนตรง (เสนทึบ) แบงครึ่งและตั้งฉากกับดานทั้งสามของรูปสามเหลี่ยม จะไดรูปสามเหลี่ยม ของทิสเสนลอมรอบของสถานีวัดน้ําฝนแตละแหง ดังเชน สถานีวัดน้ําฝนสถานีที่ 1 ลอมรอบดวยดาน abcd และสถานีวัดน้ําฝนที่ 2 ลอมรอบดวยดาน adek เปนตน . 2. A2.... + P6 A 6 P= 1 1 2 2 (A 1 + A 2 + .P6 คือสถานีวัดน้าํ ฝนที่วัดไดจากสถานีที่ 1...ลากเสนตรง (เสนประ) เชื่อมโยงระหวางสถานีวัดน้ําฝน 2 แหง ที่อยูใกลกัน โดยที่เสนตรงเหลานี้ จะตองไมตดั กัน จะไดรูปโครงขายสามเหลี่ยม (Network of Triangle) . 6 ตามลําดับ ดังนั้น ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย P A + P A + .กําหนดตําแหนงสถานีวัดน้าํ ฝนทั้งในพื้นที่และที่อยูรอบ ๆ พื้นที่ที่ตองการหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย .A6 จากนั้น จึงนําพื้นที่รูปหลายเหลี่ยมที่ไดนี้ไปคํานวณหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยตอไป เมื่อกําหนดให P1.. ….พิจารณาภาพที่ 1 มีขั้นตอนในการแบงพืน้ ที่เปนรูปหลายเหลี่ยมของทิสเสนดังตอไปนี้ ..

การเลือกใชวิธขี องทิสเสน มีสิ่งที่ตองพิจารณาประกอบการตัดสินใจดังนี้ .กําหนดสถานีวัดน้ําฝนลงบนแผนที่ทั้งในบริเวณพืน้ ที่รบั น้ําฝนและบริเวณลอมรอบขอบเขตพื้นที่ รับน้ําฝน .8 ซึ่งการลากเสนชั้นน้ําฝนนีจ้ ะไดผลใกลเคียงกับสภาพความเปนจริง ก็ตอเมื่อมีสถานีวัดน้ําฝนเปนจํานวนมาก จึงจะไดแนวเสนชั้นน้ําฝนทีถ่ ูกตองยิ่งขึ้น ภาพที่ 2 ตัวอยางการลากเสนชั้นน้ําฝน การหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยโดยวิธีเสนชั้นน้ําฝน มีหลักการดังตอไปนี้ คือ .ตรวจดูแนวโนมของเสนชั้นน้ําฝน และกะประมาณดวยสายตา จากนั้น จึงลากเสนชั้นน้ําฝน โดย พยายามใหเสนโครงราบเรียบ ซึ่งวิธีการลากเสนชั้นน้ําฝนนี้ จะคลายกับการลากเสนระดับความสูง (Contour 16 .ถาหากมีการเปลี่ยนแปลงสถานีวัดน้ําฝน จะตองสรางรูปหลายเหลี่ยมใหมทุกครั้ง นั่นคือ ไมมี ความยืดหยุนในการใชงาน 1.วิธีของทิสเสนจะมีหลักการที่ดีกวาวิธีเฉลี่ยทางคณิตศาสตร เพราะสามารถลดปญหาที่เกิดจากการ กระจายของสถานีวัดน้ําฝนแบบไมสม่ําเสมอได .3 วิธีเสนชั้นน้ําฝน (Isohyetal Method) วิธีนี้จะเปนการลากเสนชั้นน้าํ ฝนซึ่งหมายถึงเสนที่ลากผานบริเวณที่มีความลึกหรือ ปริมาณน้ําฝน เทานั้น โดยอาศัยขอมูลปริมาณน้ําฝนที่ไดจากสถานีวัดน้าํ ฝนเปนหลัก และพิจารณาแผนที่ภูมิประเทศ โดยดู สภาพภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศ และทิศทางพายุฝน เปนตน มาประกอบการลากเสนชั้นน้ําฝนดัง ตัวอยางการลากเสนชั้นน้ําฝนดังภาพที่ 1.การลากเสนแบงเปนรูปหลายเหลี่ยม ไมไดคํานึงถึงสภาพภูมิประเทศ เชน อาจจะมีแนวเขตภูเขา ขวางกัน หรือเปนลักษณะเปนที่ลุม ๆ ดอน ๆ ก็จะทําใหปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยผิดพลาดได .วิธีของทิสเสนเมื่อใชกับพื้นที่ขนาดใหญ ถาหากวัดขอมูลน้ําฝนผิดพลาด จะมีผลทําใหปริมาณ น้ําฝนที่คํานวณไดคลาดเคลื่อนจากที่ควรจะเปนมาก .

คํานวณปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยไดดังสมการ P A + P A + . + A n ) หรือ P= 1 n ∑PA i i A i =1 ----------------------( 4 ) ----------------------( 5 ) โดยที่ P = ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยทั่วพืน้ ที่รับน้ํา n = จํานวนปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยระหวางเสนชั้นน้ําฝน 2 เสน Pi = ปริมารน้ําฝนเฉลี่ยระหวางเสนชั้นน้ําฝน 2 เสนที่อยูใกลกัน Ai = พื้นที่ระหวางเสนชั้นน้ําฝน 2 เสนที่อยูใ กลเคียงกัน A = พื้นที่รับน้ําฝนรวมภายในลุมน้ํามีคาเทากับ 17 n ∑ Ai i =1 .. + Pn A n ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย P = 1 1 2 2 (A 1 + A 2 + .หาพื้นที่ระหวางเสนชั้นน้ําฝน 2 เสนที่อยูใกลเคียงกัน และอยูภ ายในขอบเขตของพื้นที่รับน้ําจะได พื้นที่ A1.An ... A2.... …...

ตัวอยางที่ 1 กําหนดใหพื้นที่รับน้ําแหงหนึ่ง มีสถานีวัดน้ําฝนภายในพื้นที่และลอมรอบพื้นที่ดังภาพ โดยมี ปริมาณน้ําฝนแตละสถานีดังตาราง สถานีวัด ปริมาณน้ําฝน น้ําฝน (mm) P1 10 P2 20 P3 30 P4 40 P5 50 P6 0 จงหาปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยโดยวิธี ก) วิธีเฉลี่ยทางคณิตศาสตร ข) วิธีของทิสเสน ค) วิธีเสนชั้นน้ําฝน 18 .

และP5 ดังนั้น ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย 1 4 ∑P i n i =1 P= 1 = ( 20 + 30 + 40 + 50 ) 4 = 35 mm ตอบ ข) วิธีของทิสเสน สามารถสรางรูปหลายเหลี่ยมของทิสเสนไดดังภาพ แลวหาพืน้ ที่ของรูปหลาย เหลี่ยม P1 A1 A5 P5 P6 A2 P2 A4 P4 P3 A3 19 .วิธีทํา ก) วิธีเฉลี่ยทางคณิตศาสตร จะพิจารณาเฉพาะสถานีวดั น้ําฝนในพืน้ ทีร่ ับน้ําเทานั้นซึง่ จากขอมูลที่ กําหนดให จะเห็นไดวามีสถานีน้ําฝนที่อยูใ นพื้นที่รับน้ํา 4 แหง (n=4) คือ สถานีวัดน้าํ ฝน P2. P3. P4.

60 1.5 284.2 80.5 64.4 40.km 2 2.0 97.6 9.14 = 31.35 1.6 ( ) 1 n ∑PA i i A i =1 284.02 1.95 9.22 4.14 P1 P2 P3 P4 P5 (km ) 2 รวม ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย P= = Pi A i mm.10 mm ค) วิธีเสนชั้นน้ําฝน สามารถเขียนเสนชั้นน้ําฝนเทากันไดดังภาพ 20 ตอบ .จากรูปหลายเหลี่ยม สามารถคํานวณปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยไดดังตาราง สถานีวัดน้ําฝน ปริมาณน้ําฝน Pi (mm) พื้นที่รูปหลายเหลี่ยม Ai 10 20 30 40 50 0.

90 10.22 0.88 1.90 56.40 23.60 255.km 2 ( 4.จากเสนชั้นน้ําฝน สามารถหาพื้นที่ระหวางเสนชั้นน้ําฝน 2 เสน ในแตละชวงได จากนัน้ จึงคํานวณ ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยไดดังตาราง ชวงเสนชั้นน้ําฝน (mm) ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย ระหวางชวงเสนชั้น น้ําฝน Pi (mm) 5 15 25 35 45 53 * 0-10 10-20 20-30 30-40 40-50 50 รวม พื้นที่ระหวางเสนชั้น ( ) น้ําฝน A i km 2 0.90 mm 21 ตอบ ) .20 9.00 105.59 2.01 1.20 9.14 = 27.40 54.24 3.14 Pi A i mm.20 หมายเหตุ * ไดจากการประมาณ ปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย P= = 1 n ∑PA i i A i =1 255.

ภาคผนวก ค รายชื่อผูจัดทําคูมือ 22 .

นายธาดา พูนทวี ศป. นายอุกฤษฏ ถาวรไกรกุล ผบร. นายสถิต โพธิ์ดี วิศวกรชลประทานชํานาญการ คณะทํางาน 22. นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผบร. นายสันติ เต็มเอี่ยม วิศวกรชลประทานชํานาญการ คณะทํางาน 23. คณะทํางานยอยจัดทําคูมือดานบริหารจัดการน้ํา ตามคําสั่ง คณะทํางานพัฒนาคุณภาพการบริหาจัดการ ภาครัฐ หมวด 6 การจัดการกระบวนการ ที่ ส 006/2554 1. นายธวัชชัย ไตรวารี วิศวกรชลประทานชํานาญการ คณะทํางาน 25. นายวสันต บุญเกิด ผูทรงคุณวุฒิประจํา สพช. คณะทํางาน 7. คณะทํางาน 14. ที่ปรึกษา 4. นายสมบัติ สาลีพัฒนา ผยศ. นายศุภชัย รุงศรี ผส.ชป.10 คณะทํางาน 9.15 คณะทํางาน 11. นายพงศศกั ดิ์ อรุณวิจิตรสกุล ผบร. คณะทํางาน 13. ที่ปรึกษา 3. นางจิรา สุขกล่ํา กว. นายอุลิต รัตนตั้งตระกูล วิศวกรชลประทานชํานาญการ คณะทํางาน 24. นายจรูญ พจนสุนทร ผส. คณะทํางาน 12. นายสิโรจน ประคุณหังสิต ผนช.รายชื่อผูจัดทําคูมือ 1. นายนิรันดร นาคทับทิม ผบร.สช. นายเลิศชัย ศรีอนันต ผจน. คณะทํางาน 16.7 คณะทํางาน 8.อท. นายสรณคมน ชางวิทยาการ วิศวกรชลประทานชํานาญการ คณะทํางาน 26.ปษ.จน.ชป. นางพัชรวีร สุวรรณณิก วิศวกรชลประทานชํานาญการ คณะทํางาน 27. คณะทํางาน 18. นายชัชชม ชมประดิษฐ กจ.ชป.วพ.อน. คณะทํางาน 6. คณะทํางาน 15.จน. นายทองเปลว กองจันทร ผอท. นายอภินนท สนธยานนท กพ.11 คณะทํางาน 10. ที่ปรึกษา 2. นายสมเจต พานทอง ผปษ.จน. นางสาววีรยี า วิทยะ นักอุทกวิทยาชํานาญการ คณะทํางาน 23 . นายสมบัติ วานิชชินชัย นายชางชลประทานชํานาญงาน คณะทํางาน 21. คณะทํางาน 19. คณะทํางาน 17. นางสาวอรญา เขียวคุณา กห.ชป.14 หัวหนาคณะทํางาน 5. นายสุเทพ นอยไพโรจน ผส. นายธีระพล ตั๊งสมบุญ วิศวกรชลประทานชํานาญการพิเศษ คณะทํางาน 20.ชป.

29. นางสาวธัญญาพร ใยบัณฑิตย วิศวกรชลประทาน 36. นายสถิต โพธิ์ดี วิศวกรชลประทานชํานาญการ ที่ปรึกษา สวนบริหารจัดการน้ํา สํานักอุทกวิทยาและบริหารน้ํา 4. นายคมสันต ไชโย วิศวกรชลประทานชํานาญการ 30.อท. ที่ปรึกษา 2. คณะทํางานและเลขานุการ คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ คณะทํางานแลผูชวยเลขานุการ คณะทํางานและผูชว ยเลขานุการ คณะทํางานและผูชว ยเลขานุการ ผูชวยเลขานุการ ผูชวยเลขานุการ ผูชวยเลขานุการ ผูชวยเลขานุการ คณะทํางานยอยจัดทําคูมือ คํานวณฝนใชการ 1. นายทองเปลว กองจันทร ผอท. นายรสุ สืบสหการ วิศวกรชลประทานชํานาญการ 31. นายวัชระ เสือดี ผพช. นายวชิระ สุรินทร วิศวกรชลประทาน 2. นายวัชรพล ศรีจิตร วิศวกรชลประทาน ผูจัดทํา สวนบริหารจัดการน้ํา สํานักอุทกวิทยาและบริหารน้ํา 24 . นายชนินทร คงใหญ วิศวกรชลประทาน 35. นายอัศฎา กิจพยุง วิศวกรชลประทานปฏิบัติการ 32.วพ.28. ที่ปรึกษา 3. นายธเรศ ปาปะกัง วิศวกรชลประทานปฏิบัติการ 33. นาง จิรา สุขกล่ํา กว. นายวัชรพล ศรีจิตร วิศวกรชลประทาน 34.