ระบบการเพิม่ ผลผลิตขาว (รพข

)
System of Rice Intensification (SRI)

แผนกสงเสริมฯ
ฝายเกษตร
สถาบันแมคเคนเพื่อการฟนฟูสภาพ

สารบัญ
เรือ่ ง
สารบัญ
คําขอบคุณ
คํานํา
ความเปนมา
การปฏิบัติตามหลักการ เอส อาร ไอ
หลักการปฏิบัติของระบบ เอส อาร ไอ
เทคนิคการทํานาแบบ เอส อาร ไอ
บทสรุป
ภาคผนวก
ก. การทําปุยหมักแบบไมกลับกอง
ข. การใชพืชปุยสด
ค. การใชสารสะเดาในการผลิตขาวนาและขาวไร
ง. วิธีการกําจัดปูและหอย
จ. การทํานําสกั
้ ดชีวภาพ
ฉ. ภาพรางเครือ่ งกําจัดวัชพืช
เอกสารอางอิง
สถาบันที่ทาการส

งเสริมและหรือวิจัยระบบเพิ่มผลผลิตในนาขาว(SRI)
แหลงขอมูลการกําจัดและหรือควบคุมวัชพืชและศัตรูขาว

2

หนา
2
3
4
5
6
7
8
18
20
20
23
24
27
29
30
33
34
36

คําขอบคุณ
หนังสือเรือ่ ง ระบบการเพิ่มผลผลิตขาว (รพข) System of Rice Intensification (SRI) เลมนี้ไดรวบ
รวมขอมูลจากองคกร Association Tefy Saina (ATS) ประเทศมาดากัสการ และขอมูลจากประเทกศศรีลังกา
เปนหลักนอกจากนี้ไดรับขอมูลเกี่ยวกับการควบคุม-กําจัดปูและหอยจาก เครือขาย Honeybee ประเทศอินเดีย
และจาก Mindanao Baptist Rural Life Center, ประเทศ ฟลิปปนส
ทางสมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม (ATA) ไดมีสวนสําคัญในการแปล สําหรับฉบับปรับปรุงนีไ้ ด
เพิ่มเติมขอมูลจากเอกสารของคณะกรรมการคาทอลิคเพือ่ การพัฒนา (คพน.)
ทั้งนี้และทั้งนั้นหนังสือเลมนี้สาเร็
ํ จลุลว งไดดว ยดีนน้ั ตองขอขอบคุณ ทานอาจารยพฤกษ ยิบมันตะ
สิริ อาจารยประจําคณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม อาจารยทรงวุฒิ พรหมขัดแกว และเจาหนาที่สง
เสริมและบริการสังคม สภาคริสตจักรแหงประเทศไทย เปนอยางสูง ทีท่ า นไดชว ยเหลือในเรือ่ งการตรวจ
เอกสารและเรียบเรียงใจความของหนังสือเพื่อใหผูอาน อานแลวเขาใจงาย ไดใจความ ปจจุบันไดมีการวิจัย
และทดลองในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหมและสถาบันแมคเคนเพื่อการฟนสภาพ
ทางคณะผูเรียบเรียงหนังสือระบบการเพิ่มผลผลิตขาว (รพข) System of Rice Intensification
(SRI) จึงขอขอบคุณทุกทานที่มีสวนรวมในหนังสือเลมนี้เปนอยางสูงมา ณ โอกาสนี้

ทีมงานสงเสริมการเกษตรสถาบันแมคเคนฯ
ตุลาคม 2544

3

ระบบการผลิตขาวแบบ SRI ใหความสําคัญกับศักยภาพที่แทจริงของตนขาว ดังนั้นในการปลูกจึง พยายามที่จะสรางสภาพแวดลอมใหมที่เอื้อตอการแสดงศักยภาพของตนขาวอยางเต็มที่ ตัง้ แตการเตรียมกลา อายุกลา ที่ระยะ 8-12 วัน( 2 ใบ) ลักษณะของการเตรียมดิน วิธีการยายปลูกแบบตัว L แทนการปกดํา ใช หนึง่ ตนตอหลุม ระยะระหวางหลุมที่เทากัน และการจัดการนําโดยปล ้ อยใหหนาดินแหงและเปยกสลับกันจน กระทั่งถึงระยะกอนออกรวงเล็กนอย จึงปลอยนํ้าทวมประมาณ 1 – 2 ซม. Henri de Laulanie. ในขณะที่ทางานในประเทศมาดากั ํ สการ ระหวางป 2502 ถึง 2538 เพือ่ ปรับปรุงการ ผลิตขาวและยกระดับความเปนอยูของเกษตรกรในประเทศดังกลาว ตอมาวิธีการดังกลาวนี้ไดมีการขยายผลโดยหลายองคกร โดยเฉพาะ Association Tefy Saina (ATS) ที่ประเทศมาดากัสการ และศูนย CIIFAD ของมหาวิทยาลัยคอรเนล เอกสารภาษาไทยนี้แปลจากฉบับภาษา อังกฤษซึง่ เรียบเรียงโดย Professor Dr.6 จงเปนพันธุขาวที่ไดรับความนิยมมาเปนอันดับหนึ่ง กระบวนการเพิ่มผลผลิตโดยอาศัย ปุยเคมีไมไดทาให ํ พันธุขาว กข.S.6 ตอบสนองมากนัก ระบบการผลิตขาวแบบ SRI หรือ System of Rice Intensification เปนวิธีการที่ถูกพัฒนาโดย Fr.J. งานวิจัยและงานยืนยันผลในพื้นที่เกษตรกรจากหลายประเทศพบวา ระบบการผลิตขาวแบบ SRI สามารถเพิ่มผลผลิตไดอยางมากโดยไมตองใชปจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม เพียงแตปรับเปลี่ยนวิธีการปลูก ผูแปลเห็นวาวิธีการนี้เปนทางเลือกหนึ่งของการเพิ่มผลผลิตโดยไมตองเพิ่มตนทุนการผลิต และคิดวาเหมาะ สมกับเกษตรกรรายยอย ที่มีวิธีการปลูกขาวแบบนาดํา จึงไดนําวิธีนี้มาทดลองในประเทศไทย และประยุกต ใชใหไดผลที่ดีมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ไดเริ่มทําการทดลองที่ศูนยวิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร คณะ เกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม และสถาบันแมคเคนเพื่อการฟนฟูสภาพและพื้นที่ของคณะกรรมการคา ทอลิคเพื่อการพัฒนา ซึ่งหวังวาทานที่อานคูมือนี้และนําไปปฏิบัติแลว โปรดชวยแสดงขอคิดเห็น และชวย ปรับปรุงเอกสารตลอดจนวิธีการผลิต เพื่อความกาวหนาและความผาสุขของเกษตรกรไทย พฤกษ ยิบมัตตะสิริ ศูนยวิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม 4 .คํานํา ชาวภาคเหนือตอนบนสวนใหญเปนเกษตรกรรายยอย มีพื้นที่ทํานาเฉลี่ย 5 ไร วัตถุประสงคของการ ปลูกขาวในฤดูฝนจึงปลูกเพือ่ บริโภค แนวทางการผลิตจึงเนนการลดความเสี่ยง และใหความสําคัญกับ เสถียรภาพของการผลิต นอกจากนี้การเลือกใชพันธุขาวมักจะเลือกขาวที่มีคุณสมบัติในการหุงตมดี ดังนัน้ ขาวเหนียวพันธุ กข.Norman Uphoff ผูอ านวยการศู ํ นย CIIFAD รวมกับ ATS.

ความเปนมา ทํ าอยางไรจะชวยใหตนขาวเจริญเติบโตดีขึ้นและใหผลผลิตมากขึ้น:ระบบการขยายผลผลิตขาว (System of Rice Intensification) หรือ เอส อาร ไอ ( S.R. 2504) ถึง ค. 1995 (พ.R.R.I. 2538) เพื่อปรับปรุงวิธีผลิตขาวในประเทศ ดวยความปรารถนาที่จะใหชาวมาลากาซีมีชีวิตความเปนอยูที่ดีขึ้นและมี ความสุขมากขึ้น บัดนี้ ระบบดังกลาวไดรับการศึกษาและประเมินผลจากนักวิทยาศาสตรและเกษตรกรผูปลูก ขาวจากหลายๆประเทศ เอส อาร ไอ ( S.280 – 1.R.ศ.) เริ่มจากหลักปรัชญาทีว่ า ตนขาวตองไดรบั ความเคารพและจุนเจือประหนึง่ สิง่ มี ชีวิตที่มีศักยภาพ ศักยภาพนี้จะนํามาใชไดกต็ อ เมือ่ เราอํานวยสภาวะทีด่ ที ส่ี ดุ ทีเ่ อือ้ ตอการเติบโตของพืช หาก เราชวยใหพชื เจริญเติบโตดวยหนทางใหมทด่ี กี วา พืชก็จะตอบแทนความพยายามนั้นกลับคืนเปนหลายเทา เราจะไมปฏิบัติตอพืชเยี่ยงเครื่องจักรนอยๆ ที่ถูกบังคับใหทาสิ ํ ง่ ทีฝ่ น ธรรมชาติของตนเอง สิ่งที่เกษตรกรนับรอยในมาดากัสการ ตลอดจนประเทศอื่นๆทั่วโลกปฏิบัติกันมานับรอยๆปเพื่อให ขาวเจริญเติบโตกลับทําใหศักยภาพตามธรรมชาติของตนขาวลดลง ระบบใหมที่จะใชขยายผลผลิตขาวนี้เปน การเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติระบบเดิมเพื่อนําศักยภาพสําคัญในตนขาวออกมาใชเพื่อเพิ่มผลผลิต ผลผลิตที่เกษตรกรแตละคนทําไดขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการ ไดแก การหวานเมล็ดอยาง ระมัดระวังในเวลาอันเหมาะสม การเตรียมดินและจัดการดินในนา การควบคุมนํ้า คุณภาพดิน และพันธุขาว ที่จะใชปลูกมีความเหมาะสมตอสภาพการเจริญเติบโตหรือไม อยาซื้อทั้งเมล็ดพืชและปุยเคมีใหมเพิ่มเติมขอนี้จําเปนสําหรับเกษตรกรที่ประสงคจะไดผลผลิตเพิ่ม ขึ้นจํานวนมาก โดยผลผลิตจะเพิ่มอยางมาก หากปลูกขาวดวยหลักการ เอส อาร ไอ ( S.) ไดชวยใหชาวนาหลายรอยคนในมาดากัสการ เพิ่มผลผลิตไดอยางนอยหนึ่งเทาตัว หากมีการจัดระบบอยางดีใหแกตนขาว ดินและนํา้ ผลผลิตอาจเพิ่มเปน 1.)พัฒนาขึ้นในมาดากัสการ โดยชาวฝรัง่ เศสชือ่ อองรี เดอ โลลานี ซึ่งทํางานรวม กับเกษตรกรและเพื่อนรวมงานชาวมาลากาซี ระหวางป ค. 1961 (พ.600 กก ตอ ไร หรือมากกวานัน้ ได หนังสือเลมนี้เปนการแนะแนว เสนอแนวคิดพื้นฐานและแนวทางปฏิบัติที่จะทําใหการปรับปรุงผล ผลิตเปนไปอยางที่กลาวขางตน ขอมูลนี้หาใชเปนสูตรซึ่งจะตองปฏิบัติตามอยางเปนกลไกไม แตเปนเสมือน เครื่องชี้ทาง สําหรับเกษตรกรใชทดสอบและประเมินผลวิธีใหมๆ ทีจ่ ะชวยใหตน ขาวเจริญเติบโตใหผลผลิต มากขึ้น โครงรางสําหรับคูม อื เลมนี้ รวมจัดทําโดยสมาคมเทฟ ไซนา (Association Tefy Saina) และ ซีไอไอ เอฟเอดี (CIIFAD) ซึ่งจะจัดพิมพเปนภาษามาลากาซี และภาษาฝรั่งเศส พรอมบทภาษาอังกฤษดวย ทั้งนี้ ยังมี อีกหลายสวนทีต่ อ งเพิม่ เติม เกลนน ลายส ชวยเรียบเรียงและตรวจเอกสารในขัน้ ตอนสุดทาย หากหนังสือเลมนี้และวิธีที่เสนอแนะชวยใหผลผลิตทานเพิ่มขึ้นเราหวังวาทานจะถายทอดแนวความ คิดและแนวทางปฏิบัตินี้ไปสูเกษตรกรอื่นๆ เพือ่ ทุกครอบครัวและชุมชนทัว่ มาดากัสการจะเจริญรุง เรืองและ มั่นคงยิ่งๆขึ้นไป เอส อาร ไอ ( S.) ซึ่งมีโครงสราง 5 .ศ.I.I.ศ.ศ.I.

) เมื่อเกษตรกรปฏิบัติตามหลักการ เอส อาร ไอ ( S.5 ไร (0.I.5 to/ha)ในปแรก เมื่อเทียบกับ 320-480 กก/ไร (2 – 3 to/ha )ในฤดูผลิตกอน) ปตอมา เขาขยายพื้นที่ เอส อาร ไอ ( S.25 ha) และผลที่ได (ไดผลผลิต 1.! ขาว 1 หลุมจะแตกหนอเฉลี่ยประมาณ 26 หนอ 4.5 ไร และ 25 ไร ในเวลาตอมาและยังคงไดผลผลิตสูงขึ้น 2.R.75 กรัม 6 .I.! มีระบบรากที่แข็งแรงและแทงลึกลงไปในดินไดมาก 2.500 กก/ไร (9.! หนึ่งรวงมีเมล็ด 396 เมล็ด เปนเม็ดดี 340 เมล็ด (86%) และเมล็ดลีบ 54 เมล็ด (14%) 6.R.7 และ 13.! หนึ่งรวงไดนาหนั ้ํ กขาวประมาณ 5.R.) ปลูกขาวบนพื้นที่เพียง 1.190 กก / ไร (12.) เปน 12.032 กก และ 2.7 to/ha) ปที่ผานมานี้ เขาปลูกขาวบนพื้นที่ 31 ไร แตไดผลผลิต เพียง 6.I.I.) ผลผลิตเพิ่มขึ้นอยางที่ไมเคยไดมากอน เราขอยกตัวอยางนาย โอโนเร อาร เกษตรกรซึง่ เริม่ ทํางานกับเทฟ ไซนา(TEFY SAINA)ในฤดูการ ผลิตป 1994/1995 โดยใชวิธีการ เอส อาร ไอ ( S.120 กก / ไร ( 7 to / ha ) เพราะฤดูกาลเลวรายมากสําหรับเกษตรกรทุกคนในเขตนั้น (ขอมูลไดจาก สถิติของเทฟ ไซนา) ผลการศึกษาในประเทศศรีลงั กาพบวาขาวในระบบ เอส อาร ไอ มีลักษณะดังนี้ 1.R.ตางจากวิธีอื่นๆ ทัง้ ยังใหหนอจํานวนมากกวาเดิม และใหรากที่แข็งแรงและหนาแนนซึ่งสามารถดูดซับ อาหารจากดินไดมากขึ้น ยิ่งกวานั้น ตนขาวจะผลิตเมล็ดขาวไดมากขึ้นดวย เราสามารถทําใหตน ขาวมีโครง สรางใหม และใหผลผลิตมากขึ้นเชนนี้ไดเสมอ แตศักยภาพนี้ไมอาจดึงออกมาไดดวยวิธีการจัดการที่ดีที่สุด เพียงอยางเดียว การปฏิบตั ติ ามหลักการของ เอส อาร ไอ ( S.! ใน 1 ตารางเมตรปลูกขาว 16 ตน (หลุม) 3.! ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร มีรวงขาว ประมาณ 400 รวง 5.

6 สัปดาห ศักยภาพในการผลิตหนอจะลดลง 2.12 วัน หรือมีใบเล็กๆสองใบแทงออกจากเมล็ดขาว หากทานปลูกตนกลาที่ แกกวา หรืออายุราว 3.! ยายตนออนเมือ่ อายุ 8 .หลักการปฏิบตั ขิ องระบบ เอส อาร ไอ เพื่อใหไดผลผลิตสูงอยางไมนาเชื่อเกษตรกรควรปฏิบัติดังตอไปนี้ ก! การพัฒนาของระบบรากและกระตุน การแตกหนอ 1.! ปลูกตนกลาทีละตน แทนการปลูกเปนกระจุกๆ ละ 3 – 4 ตนหรือมากกวานั้นอยางที่นิยมทํากัน เมื่อปลูกตนกลาหลาย ๆ ตนขึน้ รวมกัน รากแตละตนจะทํางานแขงกัน ซึง่ เปนปญหาเดียว กันกับเมื่อตนขาวอยูใ กลกบั วัชพืชซึง่ จะเกิดการแยงอาหาร นํ้า และแสงแดด ภาพแสดงการปรับตัวของตนขาว ข! ธาตุอาหารสําหรับตนขาว ในระบบ เอส อาร ไอ เนนการใชปุยอินทรีย เนือ่ งจาก เอส อาร ไอ ใหผลผลิตสูง จึงจําเปนตอง มีการทดแทนสารอาหารในดินที่ถูกใชไป ดินที่อุดมไปดวยปุยคอกและปุยหมักจะมีโครงสรางที่ดีทําใหรากพืชเจริญเติบโตในดินไดดี ซึ่งปุย คอกจะปลอยสารอาหารไดชากวาปุยทั่วไปในระยะยาวจะทําใหตนพืชไดรับประโยชนจากแหลง อาหารนี้มาก รากตนขาวที่สมบูรณแข็งแรงสามารถดึงสารอาหารจากปุยหมักและปุยคอกไดดี ค! การควบคุมนํ้า กอนขาวจะตั้งทองควรปลอยใหพื้นนาแหงสลับกับเปยก แตผวิ ดินตองมีความชืน้ ประมาณ1– 2 เซนติเมตรอยางสมําเสมอ ่ ทีเ่ ปนเชนนี้ เพราะ ขาวไมใชพืชนํ้า หากขาวไมไดอยูใตนํ้าจะเจริญเติบโตไดดกี วาและขาวสามารถดึง ออกซิเจนจากอากาศไดโดยตรง และเมือ่ ดินไมไดอมุ นํ้าทําใหรากขาวงอกยาวออกไป เพือ่ หา อาหาร แตหากอยูใ นนํ้ารากขาวตองสรางถุงลมเล็ก ๆ เพือ่ ดูดออกซิเจนจากผิวดินซึง่ ทําใหการสง อาหารไปสูหนอและใบถูกรบกวน 7 .

อยาปลอยใหนาท ํ้ วมนานอกฤดูกาลทํานา ไมเชนนัน้ ดินจะขาดอากาศ และแมลงศัตรูพืชที่เปน อันตรายจะเขามาอาศัย การทําใหดนิ เปนโคลน กําจัดวัชพืชอยางระมัดระวังระหวางการไถคราด ถอนวัชพืชที่ไมตายออกทั้งรากใหหมดแปลง จุดสําคัญ (ในการกําจัดวัชพืช) ในการกําจัดวัชพืชครัง้ แรกแตเนิน่ ๆ ภายใน 10–15 วันหลังการปกดํานั้นสําคัญมาก อยาลืมปกตนกลาทดแทนตนที่ตายหรือเสียหาย ใชนาให ้ํ นอ ยทีส่ ดุ เปนการใหออกซิเจนแกรากตนกลา 8 .! การเตรียมทีน่ า ในระบบ เอส อาร ไอ แนะนําใหมีการใชปุยอินทรียเปนหลักเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณของดิน ดัง นั้น การไถนาทันทีที่เกี่ยวขาวเสร็จจะดีที่สุด มันจะชวยฆาแมลงและศัตรูพืชอื่น ๆ แมวชั พืชจะเติบโตแต ก็จะถูกทําลายไปขณะทําใหดนิ เปนโคลน . การกําจัดวัชพืช กําจัดวัชพืชครั้งแรกหลังปลูก 10 – 12 วัน และอีก 14 วัน ควรกําจัดวัชพืชอีกครัง้ กอนทีข่ า วจะ คุมพื้นที่ไดควรมีการกําจัดวัชพืชอยางนอย 3 ครั้ง การจัดการใหที่นาขังนํ้าและแหงสลับกันทําใหมีวัชพืชมาก ควรมีการกําจัดเพื่อไมใหวัชพืช แยงอาหารกับตนขาว ไดมีการพัฒนาเครือ่ งกําจัดวัชพืชแบบกลไกงาย ๆ ทีเ่ รียกวาคราดหมุน ซึ่ง ในขณะที่ทาการกํ ํ าจัดวัชพืชจะเปนการพรวนดินไปในตัวซึ่งชวยเพิ่มอากาศในดิน และซากวัช พืชจะกลายเปนปุยหมักสําหรับตนขาว * พื้นที่ 1 ไรใชเวลาในการกําจัดวัชพืช 10 วัน * การกําจัดวัชพืชแตละครั้งชวยเพิ่มผลผลิตขาวไดถึง 400 กิโลกรัมตอไร ซึ่งถือวาคุม การเนาเปลื่อยของซากพืชในสภาวะนํ้าขังทําใหเกิดกาซมีเทนซึ่งกอใหเกิดความรอนขึ้นไปใน ชั้นบรรยากาศ ทําใหโลกรอนขึน้ ดังนัน้ การทํานาแบบเอสอารไอนัน้ เปนการรักษาสิง่ แวดลอม เพราะไมขังนํ้าในนาจึงชวยลดการเกิดกาซมีเทน เทคนิคการทํานาแบบ เอส อาร ไอ ก.ง.

ตอพืน้ ที่ 1 ไร และทําการไถกลบเมื่ออายุ 50 – 60 วัน สวนถั่วเขียวใชเมล็ดพันธุ 7-8 กก.ออกซิเจนกับราก ตนขาวหายใจดวยราก และออกซิเจนใหพลังงานแกตนขาว การใหออกซิเจนแกรากสงผลดีอยางยิ่ง ตอการเติบโตของตนขาว และจําเปนตอการเพิม่ ผลผลิตใหอยูใ นอัตราสูง ซึ่งอาจจะสูงไดถึง 8 ตันตอเฮคตาร หรือมากกวานั้น -! ขาวจะหายใจลําบากหากโดนนําท ้ วม -! ตนขาวจะสลบเพราะขาดอากาศหายใจ -! รากจะไมงอกเต็มที่ -! จะเกิดกรดขณะที่ตนขาวยอยอาหาร -! นื้อเยื่อของรากจะกลายรูป (เปลี่ยนสภาพไป) -! ตนขาวตองการใหนาท ํ้ วมตื้น ๆ ก็ตอ เมือ่ เริม่ ออกรวง จนถึงระยะแรก ๆ ทีข่ า วเริม่ ตั้งทอง การปรับปรุงคุณภาพดิน •! ปุยหมัก โดยทัว่ ไปการทําปุยหมักมีขั้นตอนยุงยากและตองพลิกกองปุยหมัก ปจจุบันมีวิธีการทําปุย หมั ก โดยไม ต องพลิกกองปุยหมักแตจะวางทอนไมใผไวในกองปุยหมักเปนชั้นเพื่อชวยในการ ระบายอากาศและความรอนและควรเตรียมปุยหมักไวลวงหนาอยางนอย 3 เดือน เพราะอายุการทํา ปุยหมักนาน 3 เดือน (รายละเอียดดูในภาคผนวก) •! ปุยพืชสด มีขอดีคือไมตองขนยายเหมือนปุยหมักเพียงหวานเมล็ดพันธุพืชปุยสดและเมื่อไดเวลาก็ทํา การไถกลบ พืชปุยสดที่นิยมและหาเมล็ดพันธุงายไดแก โสนอัฟริกา ถั่วเขียว สําหรับโสนอัฟริกา ใช เมล็ดพันธุ 3 กก.ตอไรและไถกลบเมือ่ อายุได 40 – 45 วัน (รายละเอียดดูในภาคผนวก) •! ปรับพื้นที่ใหเรียบและทํารองนําที ้ ่ขอบคันนาเพื่อความสะดวกในการระบายนําเข ้ า-ออก •! ปลูกพืชตระกูลถั่วหลังการทํานาเพือ่ เสริมรายรับและชวยปรับปรุงดิน จากประสบการณทานาแบบ ํ เอส อาร ไอ เนนการใชปุยหมักเพราะปุยหมักมีสวนประกอบของ ธาตุอาหารหลายอยางที่จาเป ํ นตอการเจริญของพืช นอกจากจะไดรับจากซากพืชแลวยังไดรับจาก ซากสัตวอีกดวย การไถกลบพืชปุยสดในชวงที่ออกดอกหรือใกลออกดอกเพราะเปนชวงที่พืชปุยสดไดมีการสะสม อาหารในตัวมากที่สุด และในชวงที่พืชปุยสดขึ้นควรระวังไมใหวัวควายเขามาในแปลงนา 9 .

300 กรัม ดังนั้นถามีพื้นที่ 1 ไร ซึ่งตองใชเมล็ด พันธุ 1 กิโลกรัม จึงตองใชแปลงเพาะขนาดนี้ 4 แปลง หลังหวานเมล็ดคลุมดวยฟางหรือใบกฐินหรือ อืน่ ๆ ที่เหมาะสม •! อยาใหนาท ํ้ วมโรงเพาะชํา แตใหมคี วามชืน้ ในดินเหมือนในโรงเพาะชําพันธุผัก ทําทางระบายนํา้ เล็ก ๆ เพือ่ ใหนาไหลออก ้ํ •! ในวันหนึ่ง ๆ ฝนควรจะตกอยางเพียงพอ หากวันไหนฝนไมตก ใหรดนําเช ้ าเย็น อยารดนําขณะที ้ ่ แดดรอนจัด •! การเตรียมเมล็ดพันธุ 10 .ปกดําพอดี ข.โคลนไมควรเละเปนนํา้ แตควรเหนียวขน ไมมีนําขั ้ ง .300 กรัม ดังนั้นถามีพื้นที่ 1 ไร ใชเมล็ด พันธุขาว 1 กิโลกรัมตองเพาะในแปลงเพาะขนาดนี้ 4 แปลง •! แชเมล็ดพันธุ นาน 12-24 ชัว่ โมง ในนํ้าอุน 35-40 องศาเซลเซียส หรือ 95-105 องศาฟาเรนไฮท •! จะดีที่สุด หรือตามแบบที่เคยทํามา •! หวานเมล็ดพันธุในโรงเพาะชํา ใหหวานไวหลาย ๆ วัน เพือ่ ใหแนใจวาจะมีตน กลาออน ๆ มากพอที่ จะปลูกตลอดระยะเวลาของการปกดํา •! โรงเพาะชําควรจะเล็กและอยูใกลแปลงที่จะปลูกขาวมากที่สุด •! แปลงเพาะขนาด 2 X 3 ตารางเมตรใชเมล็ด 250 .ที่นาควรราบเรียบสมําเสมอ ่ เพือ่ ใหนาแผ ้ํ ไปถึงตนกลาไดทุกตน .การปรับที่นาและการทําดินใหเปนโคลน สําหรับตนกลาออน ๆ ไมจําเปนตองใหโคลนลึกนัก ใหมีนาน ํ้ อย ๆ .เริ่มทําใหดินเปนโคลนไปพรอมกับเพาะตนกลา และทําไปเรื่อย ๆ ใหเสร็จตอนจะ . การเพาะกลา •! ควรเพาะกลากอนปลูก 8 –12 วัน •! การเตรียมแปลงกลาใหทํ าเหมือนแปลงผักใหมีการผสมปุยคอกหรือปุยหมักเพื่อใหดินรวนซุยเมื่อ ถอนกลาไปปลูกรากขาวจะไดการกระทบกระเทือนนอย ภาพแปลงเพาะกลาขนาด 3 X 2 เมตร ซึ่ง 1 แปลงเพาะเมล็ดได 250 .

อยาลืมวาตองไมใหตนกลาหลุดออกจากเมล็ดพันธุ ง! การดํานาหรือปกดํา ใหตนกลาอยูหางกันพอสมควรและปกดําที่ละตน •! กลาที่จะดํามีอายุประมาณ 8 – 12 วัน หรือ (มีใบ 2 ใบ) •! ในการปลูกใหปลายรากอยูในแนวนอนอยางสมําเสมอ ่ (ปลายรากจะชอนไชลงดินไดงายและเปน การประหยัดพลังงานทําใหขา วตัง้ ตัวไดเร็ว) •! ในการถอนมาแตละครั้งปลูกใหหมดภายใน 15-30 นาที เพื่อชวยลดความเครียดใหกับตนขาว •! ปลูกในระยะหางไมนอยกวา 25 เซ็นติเมตรเทา ๆ กัน •! ปลูกเปนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเพื่อความสะดวกในการกําจัดวัชพืชระหวางแถวและระหวางตน 11 .•! ใชเมล็ดพันธุประมาณ 1 กิโลกรัมตอไร •! แชเมล็ดพันธุขาวตามที่เคยทํามา หากมีปญ  หาเรือ่ งบัว่ ขอแนะนําใหแชเมล็พพันธุขาวดวยนําสะเดา ้ (ดูในภาคผนวก) •! เมล็ดพันธุ 250-300 กรัม เพาะในพื้นที่ 6 ตารางเมตร 1 กิโลกรัมเพาะในพื้นที่ 24 ตารางเมตร ใหมี การรดนําวั ้ นละครั้ง(หากฝนไมตก แตถา ฝนตกตองระบายนําออกไปไม ้ ใหขังอยูในแปลงนา) ค! การขนยายกลาออกจากแปลงเพาะชําอยางระมัดระวัง •! ถอนตนกลาทีละ 2-3 ตนเทานัน้ ใหขนยายไปยังแปลงปลูกขาวทันที แลวปกดําไมเกินครึง่ ชัว่ โมง หลังจากถอนตนกลา ทั้งนี้ เพื่อไมใหรากตนกลาแหง •! ถอนตนกลาเบา ๆ ตรงโคนตน ใชเครือ่ งมือเล็ก ๆ เชน เกรียง ขุดใหลึกถึงใตราก ซึ่งจะเปนการ •! รบกวนตนกลานอยที่สุด •! คอยระวังอยาใหตนกลาหลุดออกจากเมล็ดพันธุ และใหมีดินเกาะรากไวบาง •! ใหถอนตนกลาและขนยายอยางเบามือ อยาใหชํ้า อยาลางราก อยาทิ้งไวกลางแดด เทานี้ยังไมนับ วาเนนมากพอ เพราะตนกลาออน ๆ เปนสิ่งมีชีวิตที่บอบบางมาก หากตนกลาไดรับการ สัมผัสเบา ๆ การเติบโตจะไมชะงัก และใบจะไมเหลือง จุดสําคัญ (ในการเพาะชํา) เพาะเมล็ดพันธุไวหลาย ๆ วัน – อยาสรางโรงเพาะชําบนดินเค็ม หากที่นาเค็มใหปกดําเมือ่ ตน กลามีใบ 3-4 ใบ (15-17 วัน) – ใหโรงเพาะชําแหงเกือบสนิท แตใหดนิ ชืน้ ไว – ถอนตนกลาเบาที่สุด เทาที่จะทําได .

1 ปกตนกลาทีละตน นี่คือกุญแจสําคัญ การปกตนกลาทีละหลายตน จะทําใหตนขาวแยงอาหารและแสงแดดกัน ปกตนกลาแยกกัน ทีละตน อยาปกเปนกํา ๆ ทีละหลายตน ง.หาเชือกมาผูกปม ทุก 40 หรือ 33 หรือ 25 เซนติเมตร เพือ่ บอกระยะ ขึงเชือกที่ผูกปมแลว นี้ไวที่ดานหนึ่งของแปลงขาว .! เพื่อใหปกดําในแนวดิง่ ไดเร็วขึน้ ใหขึงเชือกที่ผูกปมแลวอีกเสน ใหตง้ั ฉากกับเชือกเสนแรกโดย ขึงตรงกลางแปลงปลูกขาว 2.เสร็จแลวยายเชือกไปขึงขนานกับตนกลาแถวแรก และใหหา งจากแถวแรก 40 หรือ 33 หรือ 25 เซนติเมตร แรงงานที่อยูกลางกลุมควรเปนคนดูแลใหการปกกลาเปนแถวแนวไม บิดเบี้ยว ง.3 ขอควรจําในการปกดําเปนรูปตาราง 1.2 ปกตนกลาเปนรูปตาราง (40 x 40 หรือ 33 x 33 หรือ 25 x 25 ตารางเซนติเมตร) -ใหตนกลาแตละตนอยูหางกัน เพื่อใหรากไดแผกวางและไดรับแสงแดดมากขึ้น .ระหวาง 8 และ 15 วัน หากที่นาสูงกวาระดับนําทะเล ้ 1.ระหวาง 6 และ 11 วัน หลังจากแชเมล็ดพันธุในนําอุ ้ น และอากาศชื้น .ปกตนกลาลงตรงที่มีปมเชือก แรงงาน 1 คน ปกดําคนละ 2-4 เมตร .500 เมตร หากปกดําตนกลานอกเหนือจากระยะเวลาที่กลาวมานี้ ตนขาวที่จะงอกในแตละ กอจะมีจํานวนนอย เวลา 8-10 วัน เหมาะที่สุดในทุกสถานการณ แตเกษตรกร ควรทดลองดูวา ควรใชระยะเวลาเทาใดจึงจะไดผลผลิตมากที่สุดในสถานการณ ของตน (เชน หากสภาพ ดินเค็มขอแนะนําใหปกดําเมื่อตนกลาแตกใบ 3-4 ใบ) ง.ระหวาง 7 และ 13 วัน หากที่นาสูงกวาระดับนําทะเล ้ 500-1.000 เมตร . การปกตนกลาใหหางกัน 40 x 40 เซนติเมตร จะเร็วกวาปกหางกัน 25 x 25 เซนติเมตร และ 12 .ภาพ การปลูกขาวแบบเอสอารไอ หลักการ : ปกดําตนกลาขณะที่เพิ่งแตกใบได 2 ใบ กลาวคือ .000-1.

4 ปกดําอยางเบามือ -! ใชนว้ิ หัวแมมอื กับนิว้ ชีจ้ บั โคนราก -! ปกตนกลาลงในโคลนเบา ๆ -! อยาปกตรงลงไปแบบนี้ !⁄ แตใหปกเฉียง ๆ แบบนี้ ! -! ทั้งนี้ เพือ่ ใหรากงอกแผไปตามแนวนอน ไมงอกชี้ขึ้นขางบน -! อยาปกลึกเกินไป อยาใหลึกเกิน 1 เซนติเมตร -! เผื่อตนกลาไวปกที่ขอบแปลง เอาไวแทนตนกลาทีอ่ าจตายหรือเสียหาย จุดสําคัญ (ในการปกดํา) อยาปกลึกเกินไป – ตองไมลืมที่จะเผื่อตนกลาไวปกที่ขอบแปลง เอาไวแทนตนกลาทีต่ ายหรือ เสียหาย ค" การควบคุมนํ้า ในแปลงนา จ.2 ใชนาให ้ํ นอ ยทีส่ ดุ . การปกตนกลาเปนรูปตาราง โดยมีชองวางกวางและสมําเสมอ ่ ทําใหเกษตรกรกําจัดวัชพืชไดสอง ทิศทาง คือเปนมุมฉาก ตอนแรกขึน้ ลงตามแนวตัง้ แลวซายขวาแนวนอน ง.ขณะดํานาใหใชนํ้าแตนอ ย ใหมากพอที่จะทําใหดนิ เปนโคลนเทานัน้ .การวางทอ หรือขุดคูรอบแปลงจะคุม คาเพราะทําใหนาไหลออกง ํ้ ายขึ้น จ.ขณะที่ขาวแตกกอ ปลอยใหแปลงขาวแหงลงไปในเนื้อดิน (ดูขอ ตอไป) ไมตอ งกังวลเรือ่ งรอย แตกบนผิวโคลน .1 การระบายนํา้ การทําใหนาแหงตองใหนาสามารถออกจากนาได ้ํ นํ้าที่ไหลเร็วจะเอาออกซิเจนออกไปมากกวานํ้าทีค่ อ ย ๆ ไหลออก หรือคอย ๆ ลดลง .ใหนํ้าทวมเฉพาะตอนทีข่ า วเริม่ ออกรวง ปลอยใหนาท ํ้ วมตื้น ๆ จนถึงระยะที่ขาวเริ่ม ตั้งทอง ใหนํ้าสูงเพียง 1-2 เซนติเมตร อยาใหมากกวานั้น อยาใหนาท ํ้ วมนากอนขาวจะเริม่ ออกรวง .ทําความสะอาดคูคลองระบายนํ้า ขุดเซาะออกใหกวางขึ้น .3 การทํานาใหนาแหง (2-3 เดือนแรก) 13 .ทันทีที่ตนขาวเริ่มลูลงเพราะนําหนั ้ กของเมล็ดขาว ใหปลอยนําออกจากนา ้ จนกวาจะแหงและถึง เวลาเก็บเกีย่ ว จ.เหมาะกับแปลงใหญ ๆ นอกจากนัน้ ยังงายตอการกําจัดวัชพืช เนนการประหยัดเมล็ดพันธุ ทําให ขาวแตกกอใหญกวา ซึ่งเปนเปาหมายและเปนหลักฐานพิสูจนขอไดเปรียบของการปลูกขาวแบบ มาลากาซี 3.

เมื่อตนกลาเริ่มแตกหนอ (เดือนแรก) ตนขาวตองการเพียงความชืน้ และการทําใหแหงก็มีผลดีตอ การเพิ่มผลผลิต ตอไปนี้คือวิธีการพื้นฐาน 3 วิธี ที่ควรใชตามแตสภาพภูมิอากาศและสภาพการระบายนํ้า ออกจากนา -! เลื่อนเวลาการทดนํ้าเขานา หลังจากปกดําแลวและระหวาง 2 เดือนแรก อยาเพิง่ ทดนํ้าเขา นา ใหรด นําก ้ อนการกําจัดวัชพืชเทานั้น เพื่อใหดินรักษาความชื้นไวได (ระหวางนีด้ นิ ควร จะคอนขางเปยก) วิธีนี้ดีที่สุดและงายมาก -! จัดการใหนาแหงชัว่ คราว ทุกสัปดาห หรือเมือ่ อากาศอํานวย ทําใหนาแหงครั้งละ 2-6 วัน -! ใหทดนํ้าเขานาสูง 2 เซนติเมตร ทุกเชา ทุกวัน อยางสมําเสมอ ่ และปลอยใหนาแหงในตอนบาย ขอควรจําในการทําใหนาแหง 1. การจัดการนําในรู ้ ปแบบนี้ชวยลดการสูญเสียพลังงานความรอนจากดวงอาทิตย ซึ่งถูกผิวนํ้านิง่ ในนาสะทอนออกไป ขาวก็เชนกันกับพืชอื่น ๆ ยอมเติบโตอยางรวดเร็วหากไดรบั ความอบอุน มากขึ้น ดังนั้น หากนาขาวไมถูกนําท ้ วมจะดีกวาจะไดอุมความอบอุนไดมากขึ้น ในขณะเดียว กันก็ไดออกซิเจนแกรากมากขึ้นดวย 2. นอกจากนั้น การประหยัดนํ้าก็เปนสิ่งที่ดี และการใชเวลานานในการทําใหนาแหงจะชวยลดกาซ มีเธนดวย 3. ใหระมัดระวัง หากนาขาวเค็มหรือเปนทราย จุดสําคัญ (นํา) ้ การทําใหนาแหงนัน้ ตองใหแหงลึกลงไปในดิน และมีรอยแตกบนผิวโคลน แตอยาลืมทดนําเข ้ านา ทันทีทข่ี า วเริม่ ออกรวง ในชวงที่ตนขาวเจริญเติบโตไมควรใหมีนาขั ํ้ งในแปลงนาแตมีการใหนาโดยการปล ํ้ อยนําเข ้ าออก ใน บางครั้งควรปลอยทีน่ าใหแหงจนดินแตก การปลอยใหผืนนาแหงเชนนี้ชวยใหขาวไดรับแสงแดดอยาง เพียงพอเปนผลใหขบวนการสังเคราะหแสงมีประสิทธิภาพสูงแตเมื่อขาวเริ่มออกรวงใหขังนําไว ้ ใน แปลงนา 1 – 2 เซนติเมตร และปลอยนําออกก ้ อนทําการเก็บเกี่ยว 20 วัน 14 .

184 กิโลกรัมตอไร แตเกษตรกรจํานวน 24 รายซึ่งกําจัดวัชพืช 3 ครั้งไดผลผลิตเฉลี่ย 1.I.R.R.232 กิโลกรัมตอไร สวนเกษตรกรอีก 27 ราย กําจัดวัชพืช 2 ครั้งไดผลผลิตใกลเคียงกันคือ 1.456 กิโลกรัมตอไร และ เกษตรกรอีก 15 รายที่กําวัดวัชพืช 4 ครัง้ ไดผล1.880 กิโลกรัมตอไร ขอมูลนีเ้ ปนเหตุผลใหเชือ่ มัน่ ไดวา การกําจัดวัชพืชมากครั้งเทาที่กําหนดขัน้ ตําไว ่ จะใหผลผลิตดีกวา •! การควบคุมและกําจัดศัตรูพืช ปญหาโรคและศัตรูพืชดูจะปรากฏนอยในไรนาที่ใชระบบ เอส อาร ไอ ( S.I.ฉ.) ในฤดูกาล 1997 – 1998 ไดรบั แลวเปรียบเทียบผลผลิตกับจํานวนวัชพืชที่กําจัดออกไป ภายใตเงื่อนไขการเจริญเติบโตในชุมชน (ซึ่งเปนที่สูงและดินถายเทนําได ้ ดี) การจํากัดวัชพืชมากกวา 2 ครัง้ ใหประโยชนอยางยิ่ง ทําใหไดผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 320 ตอไร ตอการกําจัดวัชพืชแตละครั้ง เกษตรกร 2 รายไมกําจัดวัชพืชเลยไดผลผลิต 960 กิโลกรัมตอไร ขณะที่เกษตรกร 8 ราย กําจัดวัชพืช 1 ครัง้ เทานัน้ ไดผล ผลิต 1.) อาจเปนเพราะการ ทําแปลงนาใหชื้นนอยลง เปนที่รูกันดีวาตนพืชที่แข็งแรงและสมบูรณกวาสามารถตานโรคและศัตรูพืช ไดดีกวา เกษตรกรทีน่ ํานาแบบ เอส อาร ไอ มีวิธีการควบคุมปองกันและกําจัดศัตรูและโรคพืชดังนี้ 15 . การดูแลรักษา •! การกําจัดวัชพืช เนื่องดวยระบบ เอส อาร ไอ ใชกลาตนออนปลูกระยะหางพอสมควรอีกทั้งไมมี การขังนํ้าในแปลงนาซึง่ สภาพทีน่ าเชนนีเ้ หมาะแกการเจริญเติบโตของวัชพืช ดังนัน้ ควรมีการกําจัด วัชพืชอยางนอย 3 ครัง้ เกษตรกรหลายคนใชเครือ่ งทุน แรงในการกําจัดวัชพืชที่ผลิตจากโรงงาน หรือประดิษฐขึ้นมา บางทานถอนดวยมือถาถอนดวยมือเมื่อถอนแลวจะเหยียบฝงตนวัชพืชลงใน แปลงนาเพือ่ เปนปุย ตอไป ครัง้ ที่ 1 2 3 4 ตารางเวลาในการกําจัดวัชพืช อายุขา ว/วัน 10 25-30 55-60 แลวแตความเหมาะสม •! ในการกําจัดวัชพืชตองใชเวลาและแรงงานมากพอสมควรแตในการกําจัดวัชพืชแตละครั้งชวยใหผล ผลิตเพิ่มขึ้นในระดับที่คุมกับการลงทุน เพราะทําใหอากาศเขาไปในดินไดมากซึ่งเปนเหตุใหราก ขาวไดรับออกซิเจนโดยตรงมีผลตอการเจริญเติบโตของตนขาว ประโยชนในการกําจัดวัชพืช แสดงประโยชนของการกําจัดวัชพืชโดยกลาวถึงผลผลิตที่เกษตรกรในแอมบาโทวากี ซึ่งใชหลักการ เอส อาร ไอ ( S.

(!ดูภาคผนวก) หอยเชอรี่ใชกับดักและสารซาโปนินที่มีในสมุนไพร(!ดูภาคผนวก) การใชนําสกัดชีวภาพ (ขอมูลจากเอกสารเกษตรออกานิคและสิ่งแวดลอม) ภาพแสดงการกําจัดวัชพืชในนาขาวดวยเครือ่ งทุน แรงอยางงาย •! การใชนํ้าสกัดชีวภาพ -! นํ้าสกัดชีวภาพจากพืช(ผักบุง.I.ยอดมันสําปะหลัง .)เนนความพยายามใหตน พืชเจริญเติบโตอยางมัน่ คงและกระตุน ใหรากและ หนองอกจํานวนมาก ๆในระหวางการเจริญเติบโต เราจะมาดูกนั วา ควรจะจัดการอยางไรกับตนขาว ระหวางสัปดาหและเดือนตอๆมา กลยุทธการจัดการนํ้าควรเปลีย่ นทันทีเมือ่ ดอกเริม่ ออก โดยคงระดับนํ้า ใน แปลงนา (ประมาณ 2 เซ็นติเมตร) 16 .มะละกอ.ดอกทองกวาว.หนอไม.กับดัก.R.ขนุน ฯลฯ) ใหมีการฉีดพนชวงขาวทองและเปน รวง (!ดูภาคผนวก) -! นํ้าสกัดชีวภาพจากปลาพนเพือ่ ชายเพิม่ ธาตุไนโตรเจนในชวงทีข่ า วเจริญเติบโต (!ดูภาคผนวก) •! การจัดการหลังออกรวง เอส อาร ไอ ( S.หยวกกลวย.-! -! -! -! แมลงและโรคบางชนิดใชสารธรรมชาติเชนสะเดาในการปองกันและกําจัด(!ดูภาคผนวก) ปูใชเมล็ดมะขาม.และพืชตระกูลถั่วอื่นๆที่มีการเจริญ เติบโตเร็ว) ใหมกี ารฉีดพนชวงทีข่ า วเจริญเติบโต (!ดูภาคผนวก) -! นํ้าสกัดชีวภาพจากผลไม(กลวย.ฝกทอง.

R.I.R.R.I.R.! ผลการศึกษาพบวา ตองใชแรงงานทํางานเพิ่มขึ้น 2 ใน 3 สวนของเวลาปกติในปแรกและ ปท่ีสอง แตเมื่อเกษตรกรเริม่ คุน เคยกับวิธกี ารแลว ก็จะรูส กึ ผอนคลายกับวิธกี ารเหลานัน้ (โดยเฉพาะการยายปลูก) ความตองการแรงงานก็จะลดลง หนึ่งในสามสวน 3.! หากเกษตรกรมีกจิ ธุระอืน่ ตองทําจนแรงงานไมเพียงพอที่จะใชเพื่อ เอส อาร ไอ ( S.) ก็ ยังคงคุมคาที่จะจางแรงงานภายนอกมาชวย 17 .) ใชแรงงานนอยกวา 1.R.)กับวิธปี ลูก ขาวแบบที่ใชอยูท ว่ั ไปคือ ตองใชแรงงานอยางหนักเพือ่ การเก็บเกีย่ ว แตกไ็ มมเี กษตรกรคน ใดบนวามีผลผลิตขาวทีต่ อ งขนจากนามาสีหลายรอบเหลือเกิน เพราะนัน่ หมายความวา ครอบครัวจะมีรายไดเพิ่มมากขึ้นจากแรงงานที่ลงทุนไป 4.) ก็เพือ่ ใชในการเรียนรูซ ง่ึ เปน การลงทุนทีน่ า จะไดผลตอบแทนคืนในฤดูแรก 2.) ไมไดหมายความวาจะตอง ลงทุนจางคนงานเพิ่มขึ้น ในอีกแงหนึง่ เกษตรกรจะพบวาวิธีการ เอส อาร ไอ ( S.I.•! การใชแรงงาน เหตุผลประการหนึ่งที่เกษตรกรปฏิเสธไมใชหลักการ เอส อาร ไอ ( S.I.) ก็คือ ตองใชแรงงานมาก นี่เปนเรื่องจริงในแงที่วาการเพิ่มผลผลิตขาวตองอาศัยงานที่ตองทําและความพยายามในการจัดการที่มากขึ้น อยางไรก็ตาม ความตองการแรงงานที่เพิ่มขึ้นสําหรับวิธีการ เอส อาร ไอ ( S.! ขอแตกตางทีเ่ ดนชัดในแงของการใชแรงงานตามวิธขี อง เอส อาร ไอ ( S.I.I.R.! แรงงานที่เพิ่มขึ้นบางสวนสําหรับวิธกี าร เอส อาร ไอ ( S.

ศ.I. คุณสมบัติ เฉลิมเลี่ยมทอง และ คุณรัชกรณ อุแสง ตามที่อยู ของสถาบันแมคเคนเพื่อการฟนฟูสภาพในทายของหนังสือเลมนี้ 18 .! ขั้นตอนสําคัญที่จะทําใหวิธี เอส อาร ไอ ( S.R.)รวมกับเกษตรกร เพื่อนและนักศึกษา วัตถุประสงค เพื่อปรับคุณภาพและความมั่นคงของชีวิตของประชาชนใน มาดากัสการซึ่งเลี้ยงชีพจากความอุดม สมบูรณของดิน ประชาชนอื่นๆก็จะไดประโยชนดวยหากผลผลิตขาวมีมากและราคาถูกลง 2.บทสรุป 1.ตอเมล็ด และใชพืชตระกูลถั่ว(ตนเทโฟรเซีย และ โครเทลาเรีย)ที่ตัดมา ถมดิน เพื่อกันวัชพืชขึ้น ปรากฏวาไดผลผลิตสี่ตัน ตอเฮคตาร เราคิดวาวิธนี อ้ี าจเปนประโยชนตอ การปลูกพืช อืน่ ๆไดดว ย หมายเหตุ หนังสือเลมนี้ไดรับการรวบรวมเรียบเรียงเปนฉบับแรกหากทานผูอานพบขอปกพรองหรือมีขอเสนอ แนะเพิม่ เติมกรุณาติดตอ คุณบุญสง ธารศรีทอง.R.! นายเดอ โลลานีเปนผูพัฒนาวิธี เอส อาร ไอ ( S.)สําหรับการปลูกบนที่สูงซึ่งไมมี ระบบชลประทาน การทดลองที่ซาฮามีนา พบวาแตละเมล็ดใหผลผลิตมากขึ้น 16 เทาเมื่อเทียบกับแบบ ไรเลื่อนลอยที่เผาแลวยายที่ปลูกไปเรื่อยๆ ซึ่งปฏิบัติกันโดยทั่วไป ในระหวางฤดูกาล ค.)สําเร็จคือ เกษตรกรตองไตรตรองถึงการปลูกขาวดวย วิธีใหมที่ตางออกไป แมวาความเขาใจและวิธีการปลูกขาวแบบเดิมไดชวยเลี้ยงประชาชนนับพันลานคน มานานนับศตวรรษ แตดวยวิธีการจัดการแบบใหมเกษตรกรสามารถไดรับผลผลิตจํานวนมากขึ้น คือจาก ทุกเมล็ดที่หวาน ลงไป โดยปฏิบัติตามวิธีอยางระมัดระวังและจัดเตรียมสภาพการปลูกที่ดีกวา ใหพืช 3." ปจจุบัน ยังคงมีการทดลองตอไปเพื่อปรับปรุงวิธี เอส อาร ไอ ( S.I.R.I.I.)บนที่สูง โดยใชปุยคอกแทนการใชไฟเผา และปลูกใน ระยะหาง 30 คูณ 30 ซ.ม. 1997-98 มีการ ทดลองปรับปรุงวิธีปลูกแบบ เอส อาร ไอ ( S.R.

เมื่อถอนกลาแลวใหรีบปลูก อยาทิ้งไวถึง 24 ชัว่ โมง. อยาปกตนกลากําละ 3-8 ตน ( ตนเดียว ก็พอแลว และดีกวาดวย หากปกเปนกํา ๆ ตนกลาจะแยง อาหารและแสงสวางกัน) 7. อยาทดนํ้าเขานาขณะที่ขาวกําลังแตกกอ (รากและดินจะขาดออกซิเจนอยางหนักใหขยันจัดการ เรือ่ งนํ้า และปลอยใหดินแหงลงไปลึก ๆ ระหวางที่ขาวกําลังแตกกอ) ------------------------------------------------------------------------------------------- 19 .สรุป 1. อยาปกตนกลาลึกเกินไป (หากปกลึกเกิน 2 เซนติเมตร กลาจะจําเปนตองสลัดรากของมันออก แลวงอกใหมขึ้นขางบน และการเติบโตของตนกลาก็จะชาไปอีก 2-3 สัปดาห) 6. เลิกปกดําในแปลงที่ถูกนําท ้ วมนานเกินไป (ที่ดีที่สุดคือปกดํากอนที่กลาจะครบ 4 ใบ ไมเชนนัน้ ขาวจะไมคอยแตกกอ 2. 48 ชั่วโมง หรือแมแต 3 วัน (กลาจะเหลือง และเฉา ใหปกดําภายใน 30 นาทีหลังจากถอนกลาจะดีกวา นีอ่ าจจะเปนจุดสําคัญที่สุดก็ได) 5. อยากําจัดวัชพืชดวยมือ หรือถึงกับไมกําจัดวัชพืช (ใหใชเครือ่ งกําจัดวัชพืชที่ใชดวยมือ ซึ่งมี ประสิทธิภาพมากกวา นอกจากนัน้ ยังใหออกซิเจนแกดินและราก และทําใหไดผลผลิตเพิ่มขึ้น อีก 1 ตัน ตอเฮคเตอรดว ย) 8. ขณะถอนกลา อยาลางรากตนกลา (รากจะแหง ปลอยใหดินเกาะรากไวดีกวา) 3. ขณะถอนกลา อยาฟาดตนกลา (ทําอยางนีก้ เ็ หมือนกับฟาดหัวเด็ก !) 4.

! วางไมไผที่บากรูไวเฉพาะดานลางยาว 2.! ไมไผขนาดเดียว กันนี2้ – 3 ทาน ยาว 2.! ทําซํ้าเชนนีอ้ กี 1 ชั้น 4.! จ.! การทํานํ้าสกัดชีวภาพ (แบบยอ) ภาพสะเก็ดเครื่องกําจัดวัชพืชขนาดเล็ก ก. การทําปุย หมักแบบไมกลับกอง วิธที ่ี 1 (ขนาดกองใหญ) วัสดุอปุ กรณ 1.! ใสมูลสัตวทับชั้นเศษพืช และโรยปุย ยูเรีย (หรือแอมโมเนียซัลเฟต) ตามลงไป (โดยแบงชั้นประมาณ 1 ใน 5 สวน) 3.! มูลสัตว ประมาณ 100 – 200 กก. 3.! การกําจัดปูและหอย ฉ.5 เมตร ใหขนานกันตามขวางของกองปุยหมักทั้ง 3 ทอน โดยใหดานที่บากควําลง ่ เพื่อกันเศษพืชในชั้นตอไปลงไปอุดรูไมไผนี้จะเปนทอระบายความรอน กองปุยหมัก 5.000 กก.ภาคผนวก ในสวนของภาคผนวกประกอบดวย ก.! เมื่อกองพื้นที่แลวใหกองเศษพืชขนาดกวาง 2 เมตร ยาว 5 เมตร (ถาหากทํากองเล็กก็ใหลดอัตราสวน วัสดุที่ใชลง) ยํ่าใหแนนพรอมกับรดนํ้าใหชุม ใหไดชั้นเศษพืชที่สูงประมาณ 20 เซนติเมตร 2.! นําไมไผที่บากรูทั้ง 2 ดาน ยาว 1. เปนตัวเรงทําใหเศษพืชสลายตัวเปนปุยไดเร็วขึ้น 4.! การทําปุย หมัก พืชคลุมดิน การใชสารสะเดาในนาขาว ง.! ข. หรือปุย แอมโมเนียซัลเฟต 10 กก.! เศษพืชแหง 1 ตัน (1.! ไมไผขนาดเสนผาศูนยกลาง 3 – 4 นิว้ 4 – 5 ทอน ยาวทอนละ 1.) ทําไดกองขนาด กวาง 2 เมตร สูง 1 เมตร ยาว 5 เมตร 2.5 เมตร บากรูที่สันขอตลอดลําโดยบากเฉพาะดานลาง ***หากไมตองการใชปุยยูเรียใชนํ้าสกัดชีวภาพแทนก็ได*** ขั้นตอนการทํา 1.! ปุยยูเรีย 5 ก.! ค.! นําดินมาโรยทับกองปุยหมักใหหนาประมาณ 2 นิว้ หรือมากกวาเพื่อกันความชื้นในกองปุยระเหย ออกไป 20 .5 เมตร เสียบใหทั่วกองปุยหมักเพื่อเปนทอระบายอากาศ 7.5 เมตร บากรูที่ขอใหกลวงตลอดลํา 5. ก.! ใสเศษพืช มูลสัตว และปุยเคมีพรอมกับรดนํา้ สลับกันเปนชั้น ๆ จนหมดเศษพืชและมูลสัตว จะได กองปุยสูงประมาณ 1 เมตร 6.

ภาพ กองปุย หมักขนาดใหญ วิธที ่ี 2 (ขนาดกองเล็ก) วัสดุอปุ กรณ 1.! ปุยยูเรีย 2 กก.! มูลสัตว ประมาณ 20-30 กก.! เศษพืชแหง 200 กก. ทํากองขนาด กวาง 1 เมตร สูง 1 เมตร ยาว 2 เมตร 2.5 ทะลวงปลองและเจารูกลางลําไว 2 – 3 รู จํานวน4ทอน ขั้นตอนการทํา 1.5 เมตร ทะลวงปลองและเจารูกลางลําไว 5.! 2 – 3 รู จํานวน 2 ทอน 6.! ทําซํ้าเชนนีอ้ กี 1 ชั้น 4.! ใสมูลสัตวทับชั้นเศษพืช และโรยปุย เคมีทเ่ี ตรียมไว(ยูเรีย หรือแอมโมเนียซัลเฟต) ตามลงไป (โดย แบงชั้นประมาณ 1 ใน 5 สวน) 3.! เมื่อกองพื้นที่แลวใหกองเศษพืชขนาดกวาง 1 เมตร ยาว 2 เมตร (ถาหากทํากองเล็กก็ใหลดอัตราสวน วัสดุที่ใชลง) ยํ่าใหแนนพรอมกับรดนํ้าใหชุม ใหไดชั้นเศษพืชที่สูงประมาณ 20 เซนติเมตร 2.! ไมไผขนาดเสนผาศูนยกลาง 3 – 4 นิว้ ยาวทอนละ 2. 3.! ไมไผขนาดเดียวกันนี้ 2 ทาน ยาว 1. 4. หรือปุย แอมโมเนียซัลเฟต 1 กก.! วางไมไผที่บากรูไวเฉพาะดานลางยาว 2.5 เมตร ใหขนานกันตามขวางของกองปุยหมักทั้ง 3 ทอน โดยใหดานที่บากควําลง ่ เพื่อกันเศษพืชในชั้นตอไปลงไปอุดรูไมไผนี้จะเปนทอระบายความรอน กองปุย 21 .

5.5 เมตร เสียบใหทั่วกองปุยหมักเพื่อเปนทอระบายอากาศ นําดินมาโรยทับกองปุยหมักใหหนาประมาณ 2 นิว้ หรือมากกวาเพื่อกันความชื้นในกองปุยระเหย ออกไป ภาพ กองปุยหมักขนาดเล็ก 22 .! นําไมไผที่บากรูทั้ง 2 ดาน ยาว 1.! ใสเศษพืช มูลสัตว และปุยเคมีพรอมกับรดนํา้ สลับกันเปนชั้น ๆ จนหมดเศษพืชและมูลสัตว จะได กองปุยสูงประมาณ 1 เมตร 6.

92 0.ตอไร ไถพื้นที่ชวงกลางเดือน พฤษภาคม นําไปหวาน จากนั้นคราดเพื่อใหเมล็ดดินกลบ เมล็ด เมือ่ อายุ 40-50 วัน แลวคราดใหเรียบทิง้ ไว ประมาณ 1 อาทิตย ดําเนินการปลูกขาวตามวิธีเอสอารไอ คุณสมบัติของพืชปุยสดที่หาเมล็ดพันธุไดงาย เ ม ล็ ด ไถกลบ วัตถุอนิ ทรีย กก.ตอไร พั น ธุ  เมื่ อ อายุ กก/ไร วัน นํ้ าหนั ก นํ้ า ห นั ก สด แหง โสนอัฟริกา 3 กก 50-60 2.34 0. การใชปยุ พืชสด การใชพืชปุยสดในนาขาว ขั้นตอน โสนอัฟริกัน 1 จัดหาเมล็ดพันธุ 3 กก.43 2.000 490.ตอไร 2 ไถพื้นที่ชวงกลางเดือน พฤษภาคม 3 แชเมล็ดพันธุในนําร ้ อน 80 องคศาเซ็นเซีย ส นาน 5 นาที่ แลวนําไปหวาน จากนั้น คราดเพื่อใหเมล็ดดินกลบเมล็ด 4 เมือ่ อายุ 50-60 วัน แลวคราดใหเรียบทิง้ ไว ประมาณ 1 อาทิตย 5 ดําเนินการปลูกขาวตามวิธีเอสอารไอ ตารางที่ พืชอื่น ๆ จัดหาเมล็ดพันธุ 5-8 กก.45 4.789 516 ถั่วเขียว 8 กก 40-60 4.98 2.20 14.61 12 19.ข.80 ชนิดพืช ขอมูลนี้ไดมาจากแหลงขอมูลหลายแหง 23 % ธาตุอาหารของนนแหง N P K 3.04 1.00 ปริ ม าณ N กก/ไร 15.06 4.00 .16 0.000 688 ถัว่ แป 5 กก 50-60 960 ถัว่ พุม 8 กก 40-45 4.74 1.

ฆาแมลงโดยตรง ! 24 . เก็บผลสุกที่รวงหลนจากตน นํามากระเทาะเปลือกออกใหเหลือแตเมล็ดใน โดยถู กับทราย หรือ แชนาให ้ํ นิ่มบีบเอาแตเมล็ดใน 2.ค. บดหรือตําใชไดทันที หรือ นําผงที่บดบรรจุถุงพลาสติกปดปากใหสนิทเพื่อ เก็บไวใชภายหลัง หมายเหตุ สําหรับเมล็ดใน สามารถทําใหระเอียด(บดหรือตํา)ไดงายกวา และอาจไมเกิดเชือ้ ราไดงา ยเหมือน บดทั้งผล นอกจากนี้ผงของเมล็ดในมีสวนของสารออกฤทธิ์มากกวาผงจากทั้งผล สารที่อยูในสะเดา ออกฤทธิ์เปนยาดูดซึม โดยจะมีพิษตอแมลงดังนี้คือ .ขับไลแมลง . วิธีใชสะเดาในการผลิตขาวนาและขาวไร เราสามารถใชสวนตาง ๆ ของสะเดาในการควบคุมแมลงศัตรูพืช เชน เปลือกลําตน. ผล และ เมล็ดใน ซึ่งวิธีการใชจะแตกตางกัน เชน ผลหรือเมล็ดในใชวิธีสกัดเปนสารละลาย หรือบดเปนผงใสใน แปลงพืชไดโดยตรง สวนเปลือกหรือใบจะใชวิธีแชกับนํา้ การใชผลและเมล็ดใน การแปรรูปผลและเมล็ดในเพื่อใหเปนสะเดาผง สําหรับใสในแปลงพืชโดยตรงและทํานํายาฉี ้ ดพน มี วิธีการแปรรูปดังตอไปนี้ ทัง้ ผล~ใชทนั ที + เก็บผลสุกที่รวง นํามาผึ่งใหแหงในที่รม โปรง ไมถูกแสงแดดและความชื้น + บดหรือตําใหละเอียดเปนผง + สามารถนําไปใชไดทันที ~ ยังไมใชทนั ที แตเก็บไวชั่วระยะหนึ่ง + กอนบดหรือตําใหเปนผง ใหนาไปอบแห ํ งโดยใชตหู รือเตาอบ +บดหรือตําใหละเอียดเปนผง + บรรจุในถุงพลาสติกแลวใชความรอนรีดปดปากถุงใหแนน เพือ่ ปองกันเชือ้ รา หมายเหตุ วิธีดังกลาวสามารถทําไดงายในทองถิ่นโดยชาวบานประยุกตใชไดเอง เมล็ดใน ~ เพื่อใหไดประสิทธิภาพมากที่สุด 1.ใบ .ระงับการกินอาหารของแมลง .ทําใหหนอนแมลงไมลอกคราบ . ลางเมล็ดในที่ไดใหสะอาด ผึง่ ในทีร่ ม ทีโ่ ปรง ใหแหงสนิท 3.ทําใหเปนหมัน .

3!บรรจุเมล็ดขาวลงในถุงกระสอบที่นํ้าสามารถซึมผานได นํากระสอบขาวจุม ลงในภาชนะที่มีนาํ้ ยาสะเดา แชไว 2 คืน นํ้า เมล็ดขาว 1 – 2 ถัง (8-16 กก.) สับหรือขยี้ใบกอนลงแชในนํ้า 6-12 ชั่วโมง จากนัน้ คอยนํา เมล็ดขาวลงแชผงสะเดา 1 กก.แมลงในนาขาวที่สามารถสควบคุมไดโดยสะเดา มีดังตอไปนี้ โดยผงสะเดา (หวานหรือคลุกกัลเมล็ดพันธุ) แมลงบั่ว เพลี้ยไฟ ตั๊กแตน หนอนกระทูกลา เพลี้ยกระโดดสีนําตาล ้ เพลี้ยกระโดดหลังขาว แมลงศัตรูที่อาศัยอยูในดิน โดยนํ้ายาสะเดา (ฉีดพน) เพลี้ยจักจั่นสีขาวหนอนกอแถบลาย หนอนกอสีครีม หนอนหอใบขาว หนอนมวนใบ หนอนกระทู แมลงสิง ระยะเตรียมเมล็ดพันธุ # 1 . วิธีแชเมล็ดพันธุ ขัน้ ที่ 1 1.ทิ้งไว 2 – 3 วันใหเมล็ดงอก 1. ตอ เมล็ดขาว 1-2 ถัง(8-16 กก.) เมล็ดขาว 1 – 2 ถัง (8-16 กก.) คนใหทั่ว -! ถาในชวงดังกลาวยังไมมีผงสะเดา สามารถใชใบสดแทนได โดยใชใบสะเดาสด 3 กก.1! เตรียมภาชนะเพื่อแชเมล็ดพันธุขาว เปนถังยางมะตอย 200 ลิตร หรือโอง 1. ตอขาว 1-2 ถัง(8-16 กก.แชในนํายา ้ 2 คืน นํากระสอบออก -! หรือใบสด 3 กก.) ขัน้ ที่ 2 นํากระสอบขาวขึ้นจากนํ้ายา ทิ้งไวประมาณ 2-3 วันใหเมล็ดงอก จึงนําไปหวาน หมายเหตุ การแชเมล็ดขาวในนํายาสะเดา ้ เปนวิธีที่ดีที่สุดในการผลิตกลาพันธุที่ สมบูรณและปอง กันการแพรระบาดของแมลงบั่วไดโดยเฉพาะ 25 .2! เตรียมสะเดาสําหรับแช -! ละลายผงสะเดาในภาชนะ ในอัตราผงสะเดา 1 กก.

2.ขอควรระวัง 1.! บางกรณีอาจไมสามารถใชวิธีดังกลาวได เชน หากปริมาณขาวมีมากเกินที่จะแชในภาชนะได กรณีนี้เราจะแชเมล็ดขาวในหวยหรือแหลงนําตามปกติ ้ แตจะหวานผงสะเดาในแปลงหวานกลา ดังอธิบายไวในขอ ค. หวานผงสะเดาในแปลงกลา ขัน้ ที่ 1 เตรียมเมล็ดพันธุขาวตามปกติ ขัน้ ที่ 2 หวานเมล็ดขาวในแปลงกลา ขัน้ ที่ 3 หวานผงสะเดาทับในแปลงกลา โดยใชผงสะเดา 1 กก. วิธีหวานผงสะเดาหลังปกดํา ขัน้ ที่ 1 ยายกลาจากแปลงเพาะกลาลงปกดําในนา ขัน้ ที่ 2 หลังจากยายกลาไดประมาณ 7 วัน หวานผงสะเดาใหทั่วแปลงในอัตรา สวน ผงสะเดา 6 – 8 กก.ตอเมล็ดขาว 1 ถัง หลังหวานเมล็ดขาวก็ได โดยหวานกอนหรือ หวานผงสะเดาทับเมล็ดขาวแปลงกลาที่หวานเมล็ดขาวแลว ระยะปกดํา 3.! ถาเกษตรกรไดรบั เมล็ดพันธุข า วจากหนวยงานเกษตรของรัฐ ซึ่งโดยทั่วไปมักจะคลุกสารเคมีมา แลว กรณีนี้อาจใชวิธีฉีดพนชวงหลังปกดํา # 2. ตอพื้นที่ปลูก 1 ไร ขัน้ ตอนนี้จะใชผงสะเดามากกวาตอนเตรียมเมล็ด พันธุ กอนหวานผงสะเดา ควรใหปริมาณนํ้าในนามี นอยทีส่ ด แตถา ใชวธิ ฉี ดี พนจะมีประสิทธิภาพมาก 26 .

! โดยทั่วไปปูตัวเมียเมื่อวางไขแลวมันจะไปอาศัยอยูในแหลงที่มีนาํ้ ดังนัน้ เราก็ปลอยนํ้าเขาไป ในรองนําเพื ้ ่อใหมันมาอยูแลวในนํานั ้ ้นก็ใหใสสมุนไพรพวก บอระเพ็ด เคลือไหล มะโหงหรือสบูด าํ พิมเสน (คํา –ฟอง . มด . วิธีการกําจัดหอย 1.! สารซาโปนิน ประกอบอยูใ น โสม (จีน. เปด . ใบหลบขนาดใหญ คือพิมเสนนัน่ เองแตเรียกตางกัน) สมุนไพรเหลานี้เปน อันตรายตอปู 3.ผักชีชาง .! อีกประการหนึง่ อาศัยศัตรูธรรมของหอยเปนตัวกําจัดซึง่ ศัตรูธรรมชาติของหอยไดแก นก .! นําใบมะละกอไปไวในแปลงนาแลวหอยจะมากินจากนั้นเก็บหอยออกไปทําประโยชณตอ ไป 5. งู และคน 4.! หลังจากปลูกขาวเราจะทํารองนําระยะ ้ (ระหวางรอง) 10 15 เมตร เพราะเมือ่ ปลอยนําออกจากนา ้ หอยจะเขาไปอยูต ามรองนํานี ้ แ้ ลวเราก็เก็บหอยออกไป 2.! ใชดอกทองกวาว ( หรือตนกวาว หรือตนจอมทอง หรือตนตนกาวหรือตนทองตัน หรือตน ทองธรรมชาติ แลวแตภาษาแตละทองถิ่นจะเรียกกัน) ไปวางไวรอบ ๆ รูปและบริเวณที่อยูอาศัยของมัน 3. เถาวัลย (ตามปาเมืองไทยทั่วไป) มะคําดีควาย(ใชผลตากแหง) เล็บมือนาง (ใชใบแกและดอก) เมล็ดชาพันป สารซาโปนินมีฤทธิ์เปนดางสงผล กระทบตอระบบหายใจของสัตวเลือดเย็นทุกชนิดที่ตองอาศัยการดูดซึมออกซิเจนจากนํ้าทําใหสามารถฆา หอยเชอรี่อยางไดผล ในสวนของสัตวนํ้าชนิดอืน่ เชนปู ปลา กุง จะมีอาการเมานํ้าชั่วคราวแตถาไดรับใน ปริมาณเขมขนมากอาจตายได(ปลาตองไดรับสารเขมขนมากกวาหอย 12 เทา ถึงจะตาย) และไมมีผลไดได 27 . วิธีกําจัดปูในนาขาว 1.! ใชยอดมันสัมปะหลังโดยเก็บยอดมันสัมปะหลังมาแชกับขาวสุกในอัตราสวน หนึง่ ตอหนึง่ นาน 12 ชั่วโมง( หนึ่งคืน) แลวนําขาวสุกไปหวานในแปลงนาขาวเมื่อปูมากินขาวสุกปูจะตาย (กรณีของนาย สําราญ มะโนวอน บานเดน จังหวัดแพร 4.! แชเมล็ดมะขามประมาณ 24 ชั่วโมง แลวนําไปวางไวรอบ ๆ รูปู หรือนําไปหวานตามคันนา จากนั้นปูจะมากินเมล็ดมะขามแลวเมล็ดมะขามจะติดฟนปูอยูประมาณ 2 – 3 วัน ซึ่งทําใหปูตาย (กรณีตัว อยางจากประเทศอินเดีย มีการใชวธิ ีนม้ี าประมาณ 30 ปแลว 2. วิธกี ารกําจัดปูและหอย ก.! ใหขุดหลุมแลวนําถังพลาสติกหรือปบไปวางไวในหลุมหาของมีนํ้าหนักทับไวโดยใหอยูเหนือ ผิวดินประมาณ 1 นิ้วแลวเชื่อมดวยดินเหนียวเพื่อใหติดกับผิวดินปูจะไดเดินเขาไปไดและกันไมใหนาเข ํ้ าไป ในถังหรือปบเพาะถานําเข ้ าไปไดแมปูเขาไปในปบหรือถังเมื่อนําเต็ ้ มก็จะออกไดดงั นัน้ ตองไมใหนาเข ้ํ าไปได โดยเด็ดขาด จากนั้นหาของที่มีกลิ่นเชนปลาราหรือกะปวางไวในหลุมแลวปูจะเขาไปกินและออกไปไมได แลวตอนเขาเราก็ไปเก็บปูออก อาจนําไปใชทาประโยชน ํ ตอไปก็ไดเพราะปูไมไดถูกสารพิษใดใด ข.เกาหลี) ยานสะบา.ง. ขนาดหลวง.

กับสัตวเลือดอุน นอกจากทําใหเกิดอาการทองเสียหรืออาเจียนถารับประทานหรือดืม่ สมุนไพรนีใ้ นปริมาณ มาก ๆ และสามารปองกันไมใหหอยเชอรี่เขามาในแปลงนาไดนานประมาณ 3 – 4 อาทิตย วิธีการทําสมุนไพรใชเอง นําสมุนไพรที่มีสาร ซาโปนิน มาตากแดดใหแหงแลวบดใหละเอียดนําไป ้ แชนาเพื ้ํ อ่ ให “ซาโปนิน” ละลายนํ้าออกมา แลวนําไปสาดใหทั่วแปลงนาขาว อัตราสวนที่ใชคือสมุนไพร 3 – 5 กก/นา1ไร 28 .

ปูและหอย เนื้อ 1-3 สวน นํ้าตาล 1-3 สวน หั่นเปนชิน้ พอประมาณ ผสมกับนําตาลให ้ ทั่วถึง หมักไวอยางนอย 15 วัน ใชในอัตราสวน 1: 500-1.ปูเปนตน นํ้าสกัดจากผัก ผักสีเขียว(พืชทีโ่ ตเร็ว) 1-3 สวน นํ้าตาล 1-3 สวน หั่นเปนชิน้ พอประมาณ ผสมกับนําตาลให ้ ทั่วถึง หมักไวอยางนอย 15 วัน ใชในอัตราสวน 1: 500-1. การทํานํ้าสกัดชีวภาพ นํ้าสกัดชีวภาพที่ใชในนาขาวมีดวยกันสองชนิดคือ จากพืชและจากสัตว จากพืชนัน้ แบงไดเปนสอง ชนิดยอยไดแกจากผักและจากผลไม สวนจากสัตวนั้นทําจากสัตวทุกชนิดไมวาจะเปนปลา.000 ช วยกระตุนใหตนไมเจริยเติบโต เร็ ว แข็ ง แรงช ว ยสร า งใบเพราะมี ไนโตรเจนสูง หมายเหตุ ถาใหทางดินสามารถใชในอัตราสวน 1:200ได(ตัวเลขขางหนาหมายถึงนําสกั ้ ดชีวภาพ ตัวเลขที่ ตามหลังหมายถึงนําที ้ ่นํามาเจือจาง เราสามารถใหสัตวกินไดในอัตราสวน 2 ชอนตอนํา้ 10 ลิตร ชวยใหสตั วเจริญเติบโตเร็ว สุขภาพราย กายสมบูรณแข็งแรง ทําใหตา นทานตอโรคตาง ๆ ไดดี และลดกลิ่นเหม็น ชวย 29 .000 ช ว ยในการออกดอกและติ ด ผล และใหผลเจริยเติบโตดี นํ้าสกัดจากปลา.000 กระตุนการเจริญเติบโตและชวย ใหตน ไมแข็งแรง นํ้าสกัดจากผลไม ผลไมสุก 1-3 สวน นํ้าตาล 1-3 สวน หั่นเปนชิน้ พอประมาณ ผสมกับนําตาลให ้ ทั่วถึง หมักไวอยางนอย 15 วัน ใชในอัตราสวน 1: 500-1.หอย.จ.

ภาพรางเครื่องกําจัดวัชพืชในนาขาว 1. แบบขนาดเล็ก 30 .

! ขนาดใหญ (ภาพดานขาง) 31 .3.

ขนาดใหญ (ขนาดและภาพจากดานหลัง) 32 .3.

<HC>O!JD!/BB.&'!3)(().!/04!+.-.) : Malagasy Early Rice Planting System ของ P.<!!6H?HQHBD!H=O!9<>=PM!A><B@.R.1)*9!/04!&(%).P@HC@. 33 .)!6&. ธาร.<=>??!5=@A><B@CDE!FGGG: 4<HIC!JD!0. February 2000. เอกสารเผยแพร ฝายเกษตร สถาบันแมคเคนเพื่อการฟนฟูสภาพ.)7 ()/. 8)! เอกสารปลูกขาวแบบมาลากาซี อรวรรณ อบรมย แปลจาก System of Rice Intensification (S.กลุมอินทรียวัตถุและวัสดุเหลือใช กอง อนุรักษดินและนํา้ 6)! เกษตรออแกนิคและสิง่ แวดลอมโดยเทคนิคนํ้าสกัดชีวภาพ "#$%! &'()*+(.)!+*/0(1!2.P.IIN!<>A@B>O!H=O!>?HJ. Uphoff.! #-&.). Vallois and N.เชียงใหม X$ การใชปุยพืชสดบํารุงดิน.กรุงเทพฯ.<KH=!5LM. Madagascar.2541.-! ชมรมเกษตร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร 7) ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับการปลูกขาว.ประชา นาคะประเวศและคณะ./(-&0!R1.2542.%!8&5.I.N.=!(>ID!1H@=H!H=O 2?>==!*@=>B!I.&45.เอกสารอางอิง #$ !!!!! !!!! %&'!(&!%)*+!.)!-0()01-9-.=B: F$! !!!! !!! 181()6!&9!.1:!.-..R.(2543) ฝายปองกันและกําจัดศัตรูพืช สํานักงานเกษตรจังหวัด อุดรธานี W$ การใชสารสะเดาในนาขาว. Institut de Promotion de la Nouvelle Riziculture (I. สถาบันวิจัยขาวนานาชาติ.-$!@=!1<@!*H=SH!: 1<@!*H=SH!!/L<@?!FGG# %:6:+<>KH<HC=HE!0HCT<>!9H<KE!6>??HUH?H=HE!3.L@C@DH V$ การใชประโยชนจากหอยเชอรี่.

คุณสมบัติและคุณบุญสง) ตูป .th.-3 โทรสาร 0-2276-1546 Email : cctd@dsc5. 53 อ.K 3. 130-132 ถ.:CM^ 34 . (054) 412462 โทรสาร (054) 431709 )"KH@?!K>SMHX#\YM.:P. มูลนิธิขาวขวัญ (TREE) คุณเดชา ศิรพิ ฒ ั น 21 ถ.209 )"KH@?!!LM<>SYPM@H=QKH@:HP:CM 1.8813709.ทาระหัด อ.2 ต.เชียงใหม 5000 โทร (053) 817170-1. ศูนยวิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อาจารยพฤกษ ยิบมันตะสิริ Multiple Cropping Center มหาวิทยาลัยเชียงใหม คณะเกษตร โทร (053) 221275ตอ208. สุพรรณบุรี 72000 โทร (035) 500803 โทรสาร (035) 521883 )"KH@?!N]OHDPMHY?.Z@=I.P@C@>B:P. 0-2277-5052.ณ.:P.K[KPS>H=<P[ 0.! คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนา (คพน.สถาบันทีท่ าการส ํ งเสริมและหรือวิจัยระบบเพิ่มผลผลิตในนาขาว /.CKH@?:P.เมือง จ.:CM '>J!+HQ>7!MCCL7[[UUU:Q>.เมือง จ. คุณวิชิต ถิ่นวัฒนากุล สถาบันพัฒนาชุมชนเข็มแข็ง(โครงการสงเสริมการเกษตรทางเลือก) 310 ถนนแมตาใน ๋ํ ตําบลแมตํ๋า อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา 56000 โทร 01.ประชาสงเคราะห 24 ดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร 0-22770226. เณรแกว ซ.Z@=I.com 2.) คุณจรูญ สุขสวัสดิ์ (เจาหนาทีง่ านเกษตร) สํานักงานเลขาธิการ คพน.277049 โทรสาร (053) 282495 )"KH@?!!KPS>H=<PYPMKH@:?. สถาบันแมคเคนเพื่อการฟนฟูสภาพ ฝายเกษตร แผนกสงเสริม (คุณรัชกรณ.

O!/Q<@PT?CT<>!H=O!4>A>?.FE9<!(G@H!I.--9/4$ .<!9.C.MG<.<=>??:>OT B.<=>??!-=C><=HC@.=H?!-=BC@CTC>!I.<!=>?9@@A .<=>??!5=@A><B@CDE!-CMHPHE!0>U!8. 67-!897:.=@PB:KQ 35 ... *CC9DE. 10700 )"KH@?!7!HCHYHPP>BB:@=>C:P..LK>=C!R.<G< ประเทศมาดากัสการ )"KH@?!7!C>IDBH@=HYB@K@P<. PQG<<!RE<GC 6HOHQHBPH< QH?YPM>K.:CM +M.=>7!GF"!WVWVFXF"V '>J!+HQ>7!UUU:HCH:.E<.N7.4.<SE!51/ !0(5#YP. !!!!!!!!!!!!J7-!KLCFE<!).:KQ O.<:CM 5. สมาคมเทคโนโลยีทเ่ี หมาะสม 143/171-172 หมูบานปนเกลาพัฒนา ถนนปนเกลา-นครชัยศรี บางกอกนอย กทม.

<Q 3.<Q[@<<@ !! '>J!R*@J<H<D$!7!MCCL7[[<@P>?@J:@<<@:PQ@H<:.HeHKH?UHCC>E!3HCCH<HKT?H:!1<@!*H=SH: )"KH@?!7!JHCTU@CHYB?C=>C:?S สถานที่อน่ื ๆ ในเอเชียทีท่ าการวิ ํ จัยและสงเสริมระบบ เพิ่มผลผลิตขาว(SRI) 36 .:>OT[B<@BC@ 4.<!)ZL.สวรรคโลก จ.!.I!*H=O!4>A>?.Z`GVFFE!4HAH.EQ!. U9<GHMGG!8GFV97W!"E<@9!9<!C<.FLVEF..<Q '>J!R-. -=O@H=!-=BC@CTC>!.Q!RE@G!6GSGQ9>:G<F!T9L<N.XG 6@=@BC<D!.สวรรคโลก จ.FE9< _>II!+H?K><E!4@<>PC. *CE.I:/=@?!d!2TLCH )"KH@?!H=@?QY@@KHMO:><=>C:@=!E!M.HK.สุโขทัย 64110 โทร (055) 642119.7D?!$<CFEFLFG!"$))$.Z!\\\\!E!6>C<.M!D9<F79Q.13 ปทจ.<N!D7.261828 โทรสาร 053-245825 0.<E:E!#.B"@<<@YPQ@H<:.K:P.!6H=@?HE!+M@?@LL@=>B )"KH@?7!K<HK.641653 โทรสาร (053) 641420 1. บริษทั ผลิตเครือ่ งกําจัดวัชพืชในนาขาว หางหุนสวนสามัญโรงงานคุณาสิน สํานักงาน 107-108 ถนนศรีสัชนาลัย อ.?.aP.สุโขทัย 64110 โรงงาน 16/1 ถนนพิชัย อ.BE!*@J<H<@H= 4/+&!3.Q!)EDG!)GCG.< +:&:3.FE9<.<C!/Q<@PT?T<>: 2HA@!_HAH!6H=O@<HDH: .แหลงขอมูลควบคุมและกําจัดวัชพืชและศัตรูขาว /.@CDE!`GGG!+M@?@LL@=>B )"KH@?7!H<?OIYK. ตู ปณ.K:P.=>DJ>>Y@@KHMO:><=>C:@= '>J!+HQ>B7!MCCL7[[UUU:B<@BC@:.หางดง อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม 50230 คุณไมตรีและคุณสมโภช โทร 01-8812744053-248625.LK>=C!H=O!6@=.K '>J!+HQ>7!MCCL7[[UUUF:K. *@J<H<D7!6@?H!6:!. $<FG7<.<QE!MCCL7[[PBI:P. 67-P.I!6H=HQ>K>=CE cHBC<HLT<E/MK>OHJHO>!V`GG#X +<. ศูนยปฏิบตั กิ ารเกษตรวิศวกรรมเขต 1.-$!7!MCCL7[[UUU:PQ@H<:.<!)L7.K[bKJ<?P 2.<HO.aP.

E(.I!./.S@aHUH!!0@BM@=HBT=...ABY?H..T<H?!-=BC@CTC>!/.=>7!`#"F`\"Vi"V###![!9HZ7!`#"F`\"V\"X`VV )"KH@?7!H<@Y=HBT"=>C:.ประเทศเขมร d.?".SH!U@CM!.K ประเทศญีป่ นุ /B@H=!..-!<>B>H<PM><!HC M>HOfTH<C><B7!3.K@??H!BCHC@.I!1.<!.L><HC@A>B7!PHOC>PY=OSP:>OT:LM ประเทศบังกะลาเทศ 6:!..KHE!O@<>PC.TCM><= 6@=OH=H.LK>=C!.WWF"#!(BTS@=.=?@=>:P.!HC!..C>?:P.>?B.TH=Q!d>.-%gYJO.!.:!0H=O>>BMH!U@CM!.!BCH<C!1.PM@Q@"S>= VFh"F\GV!_/+/0 +M.K 1HD>>O!%HBBH=E!3.<:eL '>JB@C>7!UUU:H<@:>OT 37 .KKT=@CD!/@O!/J<.=?@=>:P.K ประเทศลาว dMHK?.K:SM ประเทศฟลิปนส .)[3H=Q?HO>BM!KP=<HeTYJH=Q?H:=>C /JT!3HSH<!1@OO@fT>!1H<SH<E!3.HO7 PHH?H.-!<>B>H<PM><!HC!..<C@TK!I..=H?O!H=O!.!OH=@>?YJ.<!4>A>?.)4/.=B..7!P>OHPYPHK=>C:P.-7 P[.=E!I@<BC!C.

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful