You are on page 1of 36

Sathaporn Kunnathum M.D.

# พบมากในเด็กอายุ 2 - 10 ป
# สวนเด็กโตและผูใ หญกอ็ าจพบไดประปราย
และอาการมักจะไมรุนแรง
# มักพบระบาดในฤดูฝนในชวงที่มยี ุงลายชุกชุม
สาเหตุ
เกิดจากเชือ้ Dengue virus มี 4 serotype
พาหะของโรค
ยุงลาย
ยุงลาย Aedes aegypti จะไปกัดคน
ที่เปนไขเลือดออกกอนแลวไปกัดคนที่อยูใ กลเคียง(ใน
รัศมีไมเกิน 400 เมตร) ก็จะแพรเชื้อใหคนอื่นๆตอไป
เปนยุงที่ออกหากิน(กัดคน)ในเวลากลางวัน
เพาะพันธุตามแหลงน้ํานิ่งในบริเวณบาน
เชน น้ําในตุม จานรองตูกับขาว ฝากะลา กระปอง
หลุมทีม่ ีน้ําขัง เปนตน
การติดเชื้อ Dengue virus ประกอบดวย
Primary dengue infection เปนการติดเชื้อครั้งแรกในผูที่
ไมเคยติดเชื้อมากอน อาการมักไมรุนแรง
Secondary dengue infection เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อ
ครั้งแรกประมาณ 6 เดือนถึง 5 ป อาการที่พบมักรุนแรง
เกิดเปน DHF/DSSได โดยเกิดการติดเชื้อจาก Serotype ที่
ตางจากการติดเชื้อในครั้งแรก
DENGUE VIRAL INFECTION

ไมมีอาการ มีอาการ

Undifferentiated DF DHF
febrile illness no plasma leakage plasma leakage

no bleeding bleeding no shock Shock
DSS
เกณฑการวินิจฉัยไขเดงกี (Dengue fever - DF)

 ไขสงู รวมกับ
 การตรวจทูนิเกตเทสตใหผลบวก
 มี WBC ≤ 5,000 เซล/ ลบ.มม.
เกณฑการวินิจฉัยไขเลือดออกเดงกี
(Dengue hemorrhagic fever - DHF)
 ผูปวยตองมีเกณฑการวินิจฉัยทางคลินกิ 2 ขอแรกและเกณฑทางหองปฏิบัตกิ ารอีก 2 ขอ
อาการทางคลินิก :
 1. ไขเกิดแบบเฉียบพลันและสูงลอย 2 - 7 วัน
 2. อาการเลือดออก อยางนอย positive tourniquet test รวมกับอาการเลือดออกอื่นๆ
 3. ตับโต มักกดเจ็บ
 4. มีการเปลี่ยนแปลงในระบบไหลเวียนโลหิต หรือมีภาวะช็อก
การตรวจทางหองปฎิบตั ิการ :
 1. เกล็ดเลือด ≤ 100,000 เซล/ ลบ.มม.*
 2. Hct เพิ่มขึ้นเทากับหรือมากกวา 20% เมื่อเทียบกับ Hct เดิม หรือมีหลักฐานการรั่วของ
พลาสมา
ระยะของไขเลือดออกเดงกี

•แบงออกเปน 3 ระยะ ไดแก
1. Febrile stage. ( ระยะไข )
2. Toxic stage. ( ระยะไขลง ---ระยะวิกฤต )

3. Convalescence stage. ( ระยะฟนตัว )
ไขสูงลอย (39 - 40 องศาเซลเซียส) ซึ่งเกิดขึ้นฉับพลัน
หนาแดง ตาแดง ปวดศีรษะ กระหายน้ํา ผูปวยจะซึม มักมีอาการ
เบื่ออาหารและอาเจียนรวมดวย
ปวดทองบริเวณใตลิ้นปหรือชายโครงขวา หรือปวดทองทั่วๆไป อาจ
มีอาการทองผูกหรือถายเหลว
ไมคอ ยมีอาการคัดจมูก น้าํ มูกไหลหรือไอมาก
แตอาจมีอาการเจ็บคอ คอแดงเล็กนอยหรือไอบางเล็กนอย
ในราววันที่ 3 ของไข อาจมีผื่นแดง ไมคนั ขึ้นตามแขนขาและ
ลําตัว ซึ่งจะเปนอยู 2 - 3 วัน บางคนอาจมีจดุ เลือดออกลักษณะ
เปนจุดแดงเล็กๆขึ้นตามหนา แขน ขา ซอกรักแร ในชองปาก
การทดสอบทูนเิ คย
ใชเครื่องโดยการวัดความดัน รัดเหนือขอศอกให
ใชคากลางระหวาง SP และ DP แนนเล็กนอย
นาน 5 นาที
ถาพบมีจุดเลือดออก/จุดแดงเกิดขึ้นบริเวณทองแขน
ใตตําแหนงที่รัดมากกวา 10 จุดในวงกลมเสนผาน
ศูนยกลาง 1 นิว้ แสดงวาผลการทดสอบเปนบวก
Tourniquet test
 ในวันที่ 1 : +ve 50 %
 ในวันที่ 2 : +ve 80 %
 ในวันที่ 3 : +ve 90 %
Tourniquet test มีผลตอ Capillary fragility
**ไมใช Vascular permeability **
อาการจะเกิดในชวงวันที่ 3 - 7 ของโรคซึ่งถือวาเปนชวงวิกฤต
ของโรค
อาการไขจะเริ่มลดลง แตผูปวยจะมีอาการทรุดหนัก มีอาการปวดทอง
และอาเจียนบอยขึ้น ซึมมากขึ้น กระสับกระสาย ตัวเย็น มือเทาเย็น
เหงื่อออก ปสสาวะออกนอย ชีพจรเบาเร็วและความดันต่ํา ซึ่งเปนอาการ
ของภาวะช็อก เกิดขึ้นเนื่องจากพลาสมาไหลซึมออกจากหลอดเลือดทํา
ใหปริมาตรของเลือดลดลงมาก ถาเปนรุนแรงและไมไดรับการรักษาได
ทันทวงที ก็อาจถึงตายไดภายใน 1 - 2 วัน
ผูปวยอาจมีอาการเลือดออกตามผิวหนัง
เลือดกําเดาไหล อาเจียนเปนเลือดสดๆหรือเปนสี
กาแฟ ถายอุจจาระเปนเลือดสดๆหรือเปนสี
น้ํามันดิบ ถาเลือดออกมากมักทําใหเกิดภาวะช็อก
รุนแรงถึงตายได
ระยะนี้จะกินเวลาประมาณ 24 - 72 ชั่วโมง
ในรายทีม่ ภี าวะช็อกออนๆ หรือแมแต
ผูปวยที่มีภาวะช็อกอยางรุนแรง ถาไดรับการรักษา
อยางถูกตองและทันทวงที ก็จะฟนตัวสูสภาพปกติ
อาการที่บงบอกวาผูปวยดีขึ้น คือ ABCD
Apatite, Bradycardia ,
Convalescent rash, Diuresis
ความรุนแรงของไขเลือดออกเดงกี (DHF)
ความรุนแรงของโรคแบงไดเปน 4 ระดับ (grade) คือ
 grade I ผูปวยไมช็อก มีแต positive tourniquet test และ/หรือ easy
bruising
 grade II ผูปวยไมช็อก แตมีเลือดออก เชน มีจุดเลือดออกตามตัว มี
เลือดกําเดา หรืออาเจียน ถายอุจจาระเปนเลือด/ สีดํา
 grade III ผูปวยช็อก โดยมีชีพจรเบาเร็ว, pulse pressure แคบ หรือ
ความดันโลหิตต่ํา หรือ มีตัวเย็น เหงื่อออก กระสับกระสาย
 grade IV ผูปวยที่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิต และ/หรือ จับชีพจร
ไมได
1.ถาอาการไมรุนแรง
ยังไมมีอาการเลือดออกเอง หรือภาวะช็อกแพทยจะใหการรักษา
ตามอาการ ดังนี้
•ใหผูปวยนอนพักมากๆ
•หากมีไขสูง ใชผาชุบน้ําเช็ดตัวบอยๆ และใหยาลดไข พาราเซตามอล
หามให แอสไพรินเพราะจะทําใหเลือดออกไดงายขึ้น
•ใหรับประทานอาหารออนๆ เชน ขาวตม โจก นม น้ําหวาน
•ใหดื่มน้ํามากๆ
• สังเกตอาการเลือดออกจากสวนตางๆของรางกาย เชน มีจุดจ้ําเลือดตาม
ตัว เลือดกําเดาไหล เลือดออกตามไรฟน ปสสาวะ/อุจจาระ มีเลือดปน
2.ถาผูปวยมีอาเจียนมากหรือมีภาวะขาดน้ํา
แพทยจะใหน้ําเกลือทางหลอดเลือดดํา

3.แพทยจะทําการเจาะเลือด ตรวจดูความเขมขนของ
เลือดเปนระยะๆ ถาจําเปนอาจจะใหเกล็ดเลือดทดแทน
กรณีอว นใช ideal body weight = ( age x 2 ) + 8 kg
จําแนกตามความรุนแรงของโรคดังนี้
 ผูปวย grade I (TT +ve plt > 100,000)
 ผูปวย grade II (TT +ve plt < 100,000)
 ผูปวย grade III
 ผูปวย grade IV
ผูปวยที่มีไข TT+ve
CBC: Platelet > 100,000 cell/ cu mm
OPD Case
รับประทานอาหารไดดี ใหดูแลที่บานแนะนําอาการอันตราย ใหแผนพับการดูแลผูปวยโรค
ไขเลือดออก นัด F/U เพื่อตรวจCBC ทุกวันจนกวาจะไขลงไมนอ ยกวา 24 ชัว่ โมงและอาการ
ดีขึ้น

IPD
- Vital signs ทุก 4 hr
- รับประทานอาหารไมได ให ORS 3 ml/kg/hr
- มีภาวะ dehydration ให 5%D/N/2 M/2 (< 6 เดือน ให 5%D/N/3)
- ใหยาลดไข เชน Paracetamol
- ติดตาม CBC ทุกวัน (กรณีอาการเลวลงควรตรวจซ้ําทันที)
ผูปวยที่มี Platelet < 100,000 cell/ cu mm
 รับประทานอาหารไดนอ ยกวา ½ ของปกติ ให ORS 5 ml/kg/hr

 เริ่มมี Hct สูงขึ้น 10-20% ให 5%D/NSS 1.5 ml/kg/hr (Adult 40 ml/hr, อายุ < 6 เดือน
ให 5%D/N/2 1.5 ml/kg/hr)
 Mornitoring
- อาการทางคลินกิ
- Vital signs : P, R, BP ทุก 2 hr
- Hct ทุก 4-6 hr
- urine output ทุก 8 hr (> 0.5 ml/kg/hr)
ผูปวย grade III
 ให 5%D/NSS 10 ml/kg/hr x 1-2 hr( Adult 300-500 ml/hr)
 Mornitoring
- อาการทางคลินกิ ทุก< 1-2 hr
- Vital signs : P, R, BP(manual) ขณะ shock ทุก 15-30 min
เมื่ออาการดีขึ้น วัดทุก 1-2 hr
- Hct ทุก 4-6 hr
- urine output > 0.5 ml/kg/hr
 ถา Hct เพิ่มขึ้นให Dextran- 40 in NSS 10 ml/kg/hr (Max 30ml/kg/day)
 ถา Hct ลดลงให PRC 5 ml/kg/dose ระหวางรอเลือดให Dextran 10 ml/kg/hr
 หลัง shock 6 hr ลด IV ไมได เจาะเลือดสงตรวจ BS, BG, Electrolyte, BUN, Cr, LFT, Ca
ผูปวย grade IV
 ให 0.9%NSS free flow 10-15 min or push ครั้งละ 10 ml/kg จนคลํา Pulse และวัด BP ได เปลี่ยน IV เปน
5%D/NSS 10 ml/kg/hr x 1 hr ( Adult 300-500 ml/hr)
 เจาะ Hct, BS, Electrolyte, BUN Cr, LFT, Calcium, C/M, Coagulogram (ถา BS< 60 ตองแกไข)
 NaHCO3 1-2 ml/kg dilute เทาตัว IV push (Adult 50 ml IV push ไมตอง dilute)
 10%Calcium gluconate 1ml/kg/hr (สูงสุด 10 ml) dilute เทาตัว IV push (Adult 10 ml IV push)
 Vit K 3-5 mg IV (Adult 10 mg IV push)
 กรณีไม Respond
- Retain foley catheter
- Cutdown if CVP > 10 cmH2O ให Inotropic drug

 Mornitoring
- อาการทางคลินิก ทุก < 1-2 hr
-Vital signs : P, R, BP(manual)อยางนอยทุก 1 hr
- Hct ทุก < 4-6 hr
- urine output
การรักษาเบื้องตน
 เช็ดตัว
 ใหยาลดไข paracetamol เมื่อไขสูงเกิน 39 c
 ใหดื่มน้าํ เกลือแร หรือ น้ําผลไม เลี่ยงอาหาร น้ําสี
ดํา แดง น้ําตาล
 แนะนําอาการที่ผูปกครองตองรีบนําสงโรงพยาบาล
: ปวดทองมาก อาเจียนมาก ซึมมาก ไมกนิ อาหาร
ไมดื่มน้ํา มีเลือดออก อาการแยลงเมือ่ ไขลง
1.ทําลายแหลงเพาะพันธุยุงลาย
ปดฝาโองน้ํา และลางโองทุก 10 วัน
จานรองตูกับขาวควรใสน้ําเดือดลงไปทุก 10 วัน หรือใชเกลือ
แกงใสจานรองขาตู 2 ชอนชาตอน้ํา 1 แกว
ทําลายกระปอง กะลา ยางรถยนตเกาหรือสิ่งที่จะเปนที่ขังน้ํา
ใสทราย อะเบต 1%ลงในภาชนะกักเก็บน้ําทุกชนิด ใน
อัตราสวน 10 กรัมตอน้ํา 100 ลิตร ควรเติมใหมทุก 2 - 3 เดือน น้ํา
ที่ใสทรายอะเบตสามารถใชและดื่มกินไดอยางปลอดภัย
2. เด็กที่นอนกลางวัน ควรกางมุงอยาใหยุงลายกัด

3. ระมัดระวังอยาใหยุงลายกัด