................

นวนิยายประชดสังคมเร่ ือง "ฆานฑิต" นี ถ
้ ือว่าเป็ นMaster Romance of
Ridicule เน่ ืองจากเขาได้เขียนขึ้นด้วยเจตนาท่ีจะประชดภาวะแห่งสังคมของฝรัง่เศสและของ
ประเทศใกล้เคียงในยุคนัน
้ (ศตวรรษท่ี ๑๘ ก่อนการปฏิวัติฝรัง่เศส- wm) เม่ ือเร่ ืองนีถ
้ ูกตีพิมพ์เป็ น
ครัง้แรก ๆ มหาชนทัว่ไปแตกต่ ืนอ่านกันนับตัง้แต่คนชัน
้ สูงจนคนสามัญ และเรียกได้วา่ อ่านกันตัง้แต่
ในห้องรับแขกอันหรูหราของราชสำานักไปจนห้องใต้บันไดของพวกสาวใช้ต่ำา ๆ และเป็ นผลให้เกิด
ความสะเทือนแก่บุคคลจำาพวกสมมติเทวดาทัว่ไปทัง้ยุโรป

คำำนำำ

หนังสือ "ฆานทิต" เล่มนี ไ
้ ด
้ เคยตีพิมพ์เป็ นตอนๆในหนังสืออักษรสา
ศิริมานนท์ (ช่วงปี ๒๔๙๔ - ๒๔๙๙) ซ่ ึงนับได้ว่าหนังสือ "อักษรสาส์น" ในยุคนัน
้ เป็ นหนังสือท่ีส่ง
ผลสะเทือนต่อวงวรรณกรรมอย่างมาก.....

...... "ฆานฑิต" หรือ candide นี เ

ป็ นวรรณกรรมชิน
้ เอกของวอลแตร์นับเป็ นงานเสียด
ส่งผลสะเทือนต่อฐานะและความเป็ นอยู่ของชนชัน
้ สูงกลุ่มหน่งึ ในส่วนของผู้แปลท่ีแปลเร่ ืองนี จ้าก
ต้นฉบับเดิมใน "อักษรสาส์น" มีปรากฎเพียงช่ ือ "ดร.วัฒนา" เท่านัน
้ ไม่มีหลักฐานอ่ ืนใด เราจึง
ติดตามและทราบประวัติของท่านเพียงคร่าว ๆ ว่าเดิมเป็ นหมอเรียนจบจากศิริราชรุ่นเดียวกับคุณหมอ
ฝน แสงสิงแก้ว มีช่ือว่า "คุณหมออารีย์" เคยเขียนหนังสือลงประจำาในอักษรสาส์นและนิกรวัน
อาทิตย์ ส่วนใหญ่ท่ีเขียนเป็ นเร่ ืองเก่ียวกับวงการแพทย์และจิตแพทย์ ในบัน
้ ปลายท่านคุณหมออารีย์
ผู้นีไ้ด้อพยพตัวเองไปใช้ชีวิตอยู่ท่ีอเมริกาและสิน
้ ชีวิตท่ีนัน
่ เอง.....
บางตอนจากคำานำาของสำานักพิมพ์
๒๕๒๔

ฆำนฑิตเกิดมำในปรำสำทรโหฐำนอย่ำงไร และถูกขับด้วยประกำรใด

มี ชายคนหน่ึงอยู่ในปราสาทของท้าว ธันดรำแทนทรงค์ 1 ณ เมือง

เวสทฟำเฬีย 2 ชายหนุ่มผู้นีธ
้ รรมชาติประสาธน์มาให้เป็ นผู้มีความประพฤติสุภาพเรียบร้อย
ท่ีสุด มีดวงหน้าซ่ ึงฉายรูปอันแท้จริงของดวงวิญญาณ, มีน้ำาใจอันสุจริตประกอบกับดุลยพินิจ
อันเท่ียงธรรม อาศัยลักษณะนีแ
้ หละจึงมีนามว่า ฆำนฑิต 3 (ข้าพเจ้าคาดเอา)
พวกบ่าวไพร่เก่าแก่ประจำาตระกูลพากันสงสัยว่าฆานฑิตคงจะเป็ นลูกของน้อง
สาวท้าวธันดรา ซ่ ึงได้เสียกันกับชายดีมีศีลธรรมแถว ๆ นัน
้ เอง ท่ีไม่ยอมเข้าสู่ววิ าห์ด้วย ก็
เพราะชายผู้นัน
้ สืบสาวเหล่ากอได้เพียงเจ็ดสิบเอ็ดชัว่คน เท่านัน
้ ท่ีเหลือลืมเลือนไปกับเวลา
เสียหมด (จึงตกลงกันไม่ได้)
ท้าวธันดราจะไม่เป็ นผู้อำานาจใหญ่ย่ิงในเมืองเวสทฟาเฬียกระไรได้ เพราะ
ปราสาทท้าว มิได้มีแต่เพียงทวารเดียว ยังมีบัญชรอีกเป็ นอันมาก ห้องโถงอันมหาศาลเล่าก็
ดาดพรม มีสุนัขฝูงใหญ่อยู่ในคอกสำาหรับจะไล่เน้อ
ื คนเลีย
้ งม้าก็เป็ นคนล่าสัตว์ในตัว พระท่ี
วัดในหมู่บ้านแถบนัน
้ ก็จัดการศาสนาประจำาปราสาท
ใคร ๆ ก็เรียกท้าวเธอว่า ท่านท้าว ใคร ๆ ก็ต้องคอยหัวเราะเม่ ือได้ฟังท่านเล่า
นิทาน ชายาท้าวธันดราเป็ นคนเจ้าเน้อ
ื หนักสักสามร้อยห้าสิบปอนด์เห็นจะได้ จึงนับว่าเป็ นผู้
มีบุญหนักศักดิใ์หญ่ได้ผู้หน่ ึง นางรับธุระการงานในปราสาทเต็มภาคภูมิ เป็ นท่ีน่านับถือหนัก
ย่งิ ขึ้นไปอีก
มีธิดาคนหน่ ึงช่ ือว่า คุณิกอง 4 อายุ
ได้สิบเจ็ดปี ผิวเน้ือสดใส อวบท้วม
เจริญตา น่าจับใจใคร่ชมนัก ส่วน
โอรสเล่าก็สมศักดิส
์ มเกียรติท่ีเกิด
มาเป็ นบุตรท้าวธันดราทุกประการ
อาจารย์ ปำงโกลศ 5 เล่าก็เป็ นมุนีท่ี
น่าบูชาของตระกูลทีเดียว
ฆานฑิตผู้เยาว์สดับฟั ง
ศิลปวิทยาด้วยความเล่ อ
ื มใสเท่าท่ี
อายุและอุปนิสสัยจะอำานวย
อาจารย์ปางโกสศเป็ นศาสดาปรัชญาศาสนจิตตจักรวาฬวิทยา ท่านพิสูจน์น่าฟั งนักหนาว่า
ถ้าไม่มีเหตุจะมีผลไม่ได้ แล้วว่าส่ิงวิเศษท่ีสุดในโลกนีห
้ รือโลกไหนก็ตาม จะวิเศษเกิน
ปราสาทท้าวธันดราอันรโหฐานท่ีสุดไปไม่ได้ ชายาของท้าวธันดราก็เป็ นชายาท่ีประเสริฐท่ีสุด
ในบรรดาชายาทัง้หลาย
ท่านอาจารย์ว่า "ย่อมพิสูจน์ให้เห็นได้วา่ ส่ิงหน่ ึงจะเป็ นส่ิงใด นอกไปจำกเป็ น

ส่ิงนัน
้ มิได้ ส่ิงท่ีมีขึ้นเป็ นขึ้นก็โดยท่ีสร้ำงให้มีให้เป็ น เม่ ือมีเป็ นขึ้นแล้วก็ไปสู่ควำมสิน
้ สุด แต่
ส่ิงต่ำง ๆ ย่อมสิน
้ สุดลงด้วยดีท่ีสุด
ขอให้ดูเถิด จมูกสร้างมาให้รับแว่น ด้วยเหตุนีเ้ราจึงมีแว่นใช้ เท้าทำาไว้สำาหรับ
ใส่ถุง เราจึงมีถงุ เท้าใส่ หินมีไว้สำาหรับกะเทาะแล้วเอามาสร้างปราสาท ดังนัน
้ ท้าวเธอจึงมี
ปราสาทรโหฐาน ท้าวพญาท่ีย่ิงใหญ่ท่ีสุดในแคว้นนี ย
้ ่อมจะต้องอยู่ปราสาทรโหฐานท่ีสุด
เป็ นธรรมดา หมูเกิดมาสำาหรับให้คนกิน เราจึงกินหมูตลอดปี กล่าวโดยลำาดับแล้วผู้กล่าวอ้าง
ว่า ทุกส่ิงทุกอย่ำงเป็ นไปด้วยดีนัน
้ ย่อมกล่ำวด้วยควำมเขลำ ควรจะกล่ำวว่ำทุกส่ิงทุกอย่ำง
เป็ นไปเพ่ ือควำมดีท่ีสุดต่ำงหำก"
ฆานฑิตตัง้อกตัง้ใจ ตัง้ใจสดับฟั งและเช่ ืออย่างบริสุทธิใ์จ ด้วยว่านางคุณิกองผู้นี้
งดงามเหลือเกินนัก เพียงแต่นึกอยู่คนเดียวยังไม่กล้าจะบอกนาง
แล้วฆานฑิตก็สรุปเร่ ืองความสุขได้วา่ ความสุขขัน
้ แรกได้แก่การท่ีเกิดมาใน
ปราสาทของท้าวธันดรา ความสุขขัน
้ ท่ีสองได้แก่นางคุณิกอง ความสุขขัน
้ ท่ีสามได้แก่การท่ีได้
แลเห็นนางทุกวัน ความสุขขัน
้ ท่ีส่ีได้แก่การท่ีได้สดับฟั งอาจารย์ปางโกลศ อุตตมเมธีแห่ง
แคว้นนี แ
้ ละนับว่าแห่งโลกนีก
้ ็ได้
วันหน่ ึง นางคุณิกองเดินเล่นอยู่ในป่ าละเมาะใกล้ ๆ ปราสาทซ่ ึงเรียกว่าอุทยาน
ตานางลอยหว่างพุ่มไม้ไปเห็นอาจารย์ปางโกลศกำาลังสอนปรัชญาธรรมชาติฝ่ายปฏิบัติ ให้แก่
หญิงต้นห้องของพระมารดา หญิงคนนีรุ้่นกะเตาะผิวคล้ำางามนัก อ่อนละมุนแท้
เน่ ืองด้วยนางคุณิกองเป็ นคนใฝ่ วิชาชอบหาความรู้ย่ิงนัก นางจึงเฝ้ าจับตาดูการ
ทดลองปรัชญาธรรมชาติซ่ึงปฏิบัติซ้ำาอีกหลายครัง้ นางหายใจแทบไม่ทัน จึงเกิดความ
ประจักษ์แจ้งในอานุภาพแห่งเหตุผลท่ีอาจารย์สอน ทัง้เหตุและผลทัง้นัน
้ แล้วนางก็หันกลับ
วุน
่ วายใจเต็มประดา ครุ่นคิดติดใจ เกิดความใคร่ท่ีจะเรียนรู้กับตัวเอง ใฝ่ ฝันขึ้นว่าตัวนางนีค
้ ง
สมจะเป็ นเหตุผลแก่ฆานฑิต และฆานฑิตก็สมจะเป็ นเหตุผลแก่นาง
พอถึงปราสาทก็พอดีพบฆานฑิต หน้าของนางแดงขึ้น หน้าของฑานฑิตก็แดงขึ้น
นางอวยพรสวัสดีแก่เขาเสียงสัน
่ กุกกัก ฆานฑิตพูดกับนางซ่งึ ตัวเองพูดอะไรออกไปก็หารู้ไม่
วันรุ่งขึ้นกินอาหารเย็นแล้ว ทัง้สองลุกจากโต๊ะไปหลังม่าน คุณิกองทำาผ้าเช็ดหน้า
ตก ฆานฑิตก้มลงหยิบส่งให้ คุณิกองรับเอากับมืออย่างไม่เดียงสา หนุ่มเจ้าก็เลยจูบมือสาวเจ้า
อย่างไม่เดียงสาเหมือนกัน ทัง้คู่เกิดชีวิตชีวาขึ้น ความรู้สึกก็เร่าร้อนขึ้น และอ่อนระทวยลง
อย่างน่าประหลาด ปากทัง้สองจรดกัน ตาเป็ นประกาย เข่าสัน
่ ระริก มือก็ไขว่คว้ากันและกัน
ท้าวธันดราเดินผ่านไปทางม่านแลเห็นเหตุและผลอันนีเ้ข้า ท้าวเธอก็ไล่ฆานฑิตอ
อกจากวัง แถมเตะข้างหลังเข้าให้หลายที คุณิกองเจ้าเป็ นลมไป พอฟ้น
ื ขึ้นก็ถูกพระมารดาต่อย
เข้าให้ท่ีกกหู
แล้ว

ภายในปราสาทสุดแสนรโหฐานน่าอยู่ท่ีสุดนี บ
้ ัดนีม
้ ีแต่ความกลัวมัวมนแสนท่ีสุด

1- Baron of Thunder-ten-Tronckh
2- Westphalia
3- Candide
Candide ปั จจุบันคำานีใ้ช้ในความหมายว่า คนซ่ ือสัตย์และเปิ ดเผยตรงไปตรงมา ในยุคศตวรรษท่ี ๑๘ ใช้กันใน
ความหมายว่าเป็ นคนซ่ ือ ๆ เช่ ือง่าย และติดจะท่ ึม-ผู้จัดพิมพ์
4- Cunegonde

5- Pangloss

ฆำนฑิตตกไปอยู่ในหมู่ชนบุลกำเรียนแล้วเป็ นอย่ำงต่อไป

ฆำน ฑิตถูกขับออกจากวิมานบนดินแล้วก็ซดั เซพเนจรไปตลอดวัน ไม่รู้ว่าไป

ทางใด ก่นแต่ร้องไห้ เงยหน้าดูฟ้า และเหลียวดูทางทิศท่ีตัง้ของปราสาทสุดรโหฐาน ซ่ ึงกักขัง
สาวผู้บริสุทธิส
์ ูงศักดิเ์หนือหญิงทัง้หลาย
เย็นแล้วอาหารยังไม่ตกถึงท้อง ล้มตัวลงนอนบนดินระหว่างท้องร่องสองข้าง
หิมะปุยใหญ่ตกลงมาคลุมตัว รุ่งขึ้นฆานฑิตตัวชาไปหมด ค่อยพะยุงกายเดินต่อไปจนถึงเมือง
ๆ หน่งึ ซ่ ึงเขตติดต่อกันช่ ือว่า วำลด์เบิกโหฟทรำภดิคดอฟ 1 เงินก็ไม่มี หิวและล้าแทบว่าจะ
หมดลม ไปหยุดยัง้อยู่ท่ีประตูโรงแรมแห่งหน่งึ มีอาการทุกข์ยากสาหัส มีชายสองคนใส่เส้ือ
สีน้ำาเงินเห็นเข้า คนหน่ ึงพูดขึ้นว่า
"เกลอ เจ้าหนุ่มคนนีรู้ปร่างเข้าที สูงสมส่วนเสียด้วย" ทัง้สองคนก็พากันเข้าไป
หาฆานฑิต เช้ือเชิญอย่างอ่อนน้อมให้เข้าไปกินอาหารด้วยกัน
ฆานฑิตตอบอย่างถ่อมตัวท่ีสุดว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านให้เกียรติข้าพเจ้าอย่างสูง
แต่ข้าพเจ้าไม่มีส่ิงใดจะชำาระค่าอาหารซ่ ึงเป็ นส่วนของข้าพเจ้าได้"
คนใส่เส้ือสีน้ำาเงินบอกว่า "ข้าแต่ท่านบุคคลผู้มีคุณลักษณะอย่างท่านมิควร
ต้องออกค่าอะไรเลย ท่านเห็นจะสูงห้าฟุตห้านิว้ละกระมัง?"
ฆานฑิต "ถูกแล้ว ข้าพเจ้าสูงเท่านัน
้ " พลางก้มศีรษะคำานับ
"เชิญเถอะท่าน เชิญนัง่ ข้าพเจ้าทัง้สองจะออกค่าอาหารแทนท่าน ใช่แต่อาหาร
ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้ท่านขาดแคลนเงินเลย คนเราย่อมเกิดมาสำาหรับท่ีจะช่วยเหลือกันและ
กัน"
ฆานฑิต "ท่านถูกแล้ว อาจารย์ปางโกลศสอนข้าพเจ้าดังนัน
้ มิได้ขาด ข้าพเจ้า
เห็นแจ้งแล้วว่าทุกส่ิงทุกอย่างเป็ นไปเพ่ ือความดีท่ีสุด"
คนทัง้สองขอให้ฆานฑิตรับเงินสองสามตำาลึง ฆานฑิตรับเงินแล้วขอให้รับใบ
ยืม แต่คนทัง้สองไม่ยอมรับ ทัง้สามคนจึงพากันนัง่ลงท่ีโต๊ะ แล้วคนหน่ ึงถามขึ้นว่า
"ท่านรักถึงหัวใจไหม"
ฆานฑิตตอบ "อ๋อ แน่ทีเดียวแหละ ข้าพเจ้ารักนางคุณิกองลึกถึงหัวใจ"
คนหน่ ึงจึงว่า "ไม่ใช่เช่นนัน
้ ข้าพเจ้าถามท่านว่า ท่านรักนับถือพระเจ้าบุลกาเรี
ยลึกถึงหัวใจหรือไม่ต่างหาก"
ฆานฑิต "ข้าพเจ้าไม่รักพระองค์เลย เพราะเกิดมายังไม่เคยเห็น"
"อะไรกัน พระเจ้าบุลกาเรียเป็ นกษัตริย์ประเสริฐสุดย่ิงกษัตริย์ทัง้หลาย เรามา
ด่ ืมถวายพระพรกันเถิด"
"อ๋อ ด้วยความเต็มใจ ท่านสุภาพบุรุษ" ว่าแล้วฆานฑิตก็ด่ืมด้วย
คนทัง้สองบอกว่า "พอละ ต่อไปนีท
้ ่านเป็ นผู้ช่วย ผู้สนับสนุน ผู้ป้องกัน และ
เป็ นตัวผู้กล้าหาญแห่งชาวบุลกาเรียน โชคลาภมีแก่ท่านแล้ว ช่ ือเสียงเป็ นส่ิงท่ีได้อย่างแม่น
มัน
่ แล้ว"
ทันใดนัน
้ สองคนก็ช่วยกันจับฆานฑิตมัดแล้วหามไปยังกองทัพ พอถึงกองทัพ

เขาผลักให้หันไปข้างขวาที ซ้ายที ให้พุ่งเคร่ ืองกระทุ้งท่ีหัวเรือ ให้ดึงคืน ให้เข้าแถว ให้ยิง ให้
เดิน วันนัน
้ ถูกตีด้วยพลองสามสิบที วันรุ่งขึ้นฝึ กหัดดีกว่าวันวาน ถูกตีเพียงย่ีสิบที วันต่อไป
ถูกตีเพียงสองที เพ่ ือนฝูงนับถือว่าฆานฑิตเป็ นผู้ท่ีมีคุณสมบัติดีอย่างประหลาดสมเป็ น
ตัวอย่างท่ีดี
ฆานฑิตมึนไปหมด ยังนึกไม่ออกว่าตัวเป็ นผู้กล้าหาญได้อย่างไร วันหน่ ึงฤดู
ใบไม้ผลิ อากาศดี นึกในใจว่าจะไปเดินเล่นก็ออกเดินตรงไป เช่ ือใจว่ามนุษย์ก็ตามสัตว์ก็ตาม
ย่อมมีสิทธิใช้ขาได้ตามใจชอบ พอไปได้สองร้อยย่ีสิบเส้น ก็มีผู้กล้าหาญสูงหกฟุตส่ีคนไล่ตาม
ทันจับตัวมัดลากไปเข้าคุกมืด เขาถามฆานฑิตว่าจะเลือกเอาอย่างไหน ให้คนเฆ่ียนสามสิบหก
ทีทัว่ทัง้ค่าย หรือจะให้ฝังลูกตะกัว่สิบสองลูกในสมองทีเดียว ฆานฑิตตอบอย่างจองหองว่า
เกิดเป็ นมนุษย์ย่อมมีเสรีภาพ ดังนัน
้ ตนก็มีเสรีภาพท่ีจะไม่เลือกอย่างหน่ ึงอย่างใดเลย แต่เขา
บังคับให้ต้องเลือก
ฆานฑิตก็เลยตกลงอาศัยผลบุญแห่งเทวานุญาต ซ่ ึงเรียกกันว่า เสรีภาพ นัน
้ ว่า
เลือกเอาทางให้คนเฆ่ียนคนละสามสิบหกที คนทัง้กองทัพมีสองพันคนถูกเข้าสองพันหนเป็ น
ท่ีพันหน ผิวหนังแตกขาดแลเห็นกล้ามเน้ือเส้นเอ็นตัง้แต่ต้นคอไปจนถึงก้นย้อย พอจะเข้า
รอบสาม ฆานฑิตทนไม่ไหว ขอความกรุณาให้ยิงเสียเถิด เขาก็ให้ความกรุณาเอาผ้าผูกตาแล้ว
บอกให้นัง่คุกเข่าลง เตรียมจะยิง
ก็พอดีพระเจ้าบุลกาเรียเสด็จผ่านมาทางนัน
้ ทรงซักถามว่ามีความผิดสถานใด
เน่ ืองจากพระองค์ทรงปรีชาสามารถย่ิงนักก็เข้าพระทัยได้ตลอดว่า ฆานฑิตเป็ นปรัชญาเมธี
หนุ่ม ซ่ ึงยังไม่มีความรู้เร่ ืองของโลกอย่างใดเลย จึงพระราชทานอภัยโทษโปรดเกล้าให้ลด
หย่อนโทษ ฆานฑิตจึงเป็ นท่ีสรรเสริญยกย่องแก่ชนทัง้หลาย หนังสือพิมพ์พากันกล่าวขวัญ
มากมายตลอดกาลนาน
ศัลยแพทย์ผู้สามารถรักษาฆานฑิตให้หายภายในสามสัปดาห์เท่านัน
้ ใช้ขึ้ผึ้ง
ตำาหรับของไดออสคิริดิส 2 ฆานฑิตเน้อ
ื หนังน้อยอยู่แล้ว แต่ก็ยังพอจะเดินทัพต่อสู้กับ
กองทัพพระเจ้า อำบำริส 3 ซ่งึ กำาลังพันตูกับกองทัพพระเจ้าบุลกาเรียได้
- Valdberghoff - trardk - dikdorff
เป็ นการนำาคำาภาษาเยอรมันมาผสมปนเป (คำาว่า Wald แปลว่าป่ า, Berg แปลว่า ภูเขา, Hof แปลว่า ลาน
บ้าน, Dorf แปลว่าหมู่บ้าน, Dick แปลว่า หนา ฯลฯ)- คณะผู้จัดพิมพ์
2 - Dioscirides : แพทย์ชาวกรีกในคริสตศวรรษท่ี๑ -ผู้จด
ั พิมพ์
3 - Abaris : ชนเผ่าเช้ือสายมองโกลเข้ามารุกรานดินแดนยุโรปตะวันออก ในช่วงคริสตศวรรษท่ี ๕ - ๖ ผู้จัด
พิมพ์
1

ฆำนฑิตหนีทพ
ั บุลกำเรียไปได้อย่ำงไร ต่อไปเป็ นอย่ำงไร

ไม่ มีอะไรท่ีน่าดูสู้สองกองทัพนีแ้สดงอาการชิงชังกันเลย จะเป็ นความกล้า

หาญก็ดี ความว่องไวก็ดี ความฉลาดไหวพริบก็ดี เสียงแตร ป่ี ขลุ่ย กลองและปื นใหญ่ ทำา
เพลงอย่างท่ีนรกเองก็ไม่เคยได้ยิน ก่อนอ่ ืนปื นใหญ่ล้มคนเสียข้างละหกพัน แล้วปื นเล็กกวาด

เสียอีกเก้าพันหรือหม่ ืนคนให้พ้นไปจากพ้ืนโลกอันสุดวิเศษนี้
หอกปลายปื นก็เป็ น เหตุผล อันเพียงพอสำาหรับมรณกรรมของคนอีกหลาย ๆ
พัน รวมหมดไปสักสามหม่ ืนวิญญาณเห็นจะได้ ระหว่างท่ีเขาเชือดเน้อ
ื เถือหนังกันอย่างกล้า
หาญนีฆ
้ านฑิตตัวสัน
่ อย่างปรัชญาเมธีทัง้หลาย เท่ียวหาท่ีซุกซ่อนอย่างดีท่ีสุดท่ีจะหาได้
ในท่ีสุด ขณะท่ีกษัตริย์ทัง้สองให้ทหารของตนร้องเพลงขอพรพระเป็ นเจ้าอยู่ใน
ค่าย ฆานฑิตตกลงใจจะไปหาสถานท่ีตรึกตรองหาเหตุและผลท่ีอ่ืนใหม่ เดินผ่านทรากศพและ
คนเจ็บใกล้ จะตายสุมเป็ นกอง ๆ ไป จนถึงหมู่บ้านใกล้เคียงแห่งหน่ ึงเป็ นหมู่บ้านในเมืองอา
บาเรีย แต่หมู่บ้านนีเ้ป็ นถ่านเถ้าไปแล้วเพราะพวกบุลกาเรียเผาเสียตามกฎหมายสงคราม
เห็นคนแก่แผลเต็มตัวมองดูเมียอุ้มลูกกอดประทับกับอกและถันอันเต็มไป
ด้วยเลือด มองดูเขาฆ่าลูกฆ่าเมียต่อหน้าต่อตา เห็นธิดาไส้ออกมากองนอกท้อง
หายใจเฮือกเป็ นครัง้สุดท้ายหมดลมเพราะ
ทหารหาญบุลกาเรียนได้สำาเร็จกิจสมอยาก
ตามธรรมชาติแล้วก็ผ่าท้องเสีย บางคนถูก
เผาอยู่ในไฟคร่ ึงตัว ร้องขอให้ช่วยลากหนีไฟ
พ้ืนดินมีแต่มันสมอง แขน ขา เร่ียราดไปทัว่
ทุกแห่ง
ฆานฑิตรีบผละไปหมู่บ้านอ่ ืน
โดยเร็ว คราวนีไ้ปสู่หมู่บ้านบุลกาเรีย ซ่ ึงก็
ถูกทหารญาญอาบาเรียจัดการอย่างเดียวกัน
เดินย่ำาไปบนแขนขาคนท่ีกำาลังสัน
่ กระตุก
หรือไม่กข
็ ้ามทรากส่ิงสลักหักพังไป ในท่ีสุด
ก็พ้นเขตสงครามไปได้ ในเคร่ ืองหลังมี
เสบียงอยู่อีกเล็กน้อย แต่ในใจมีนางคุณิ
กองอยู่เป็ นอันมาก
ฆานฑิตหนีสภาพสงคราม

พอไปถึงเมืองวิลันดาเสบียงก็หมดลง แต่ได้ยินข่าวเล่าลือว่าชาวเมืองนีม
้ ัง่มีกันทุกคน
นับถือศาสนาคริสเตียน จึงไม่เป็ นท่ีควรจะสงสัยเลยว่าจะไม่ได้รับการต้อนรับเลีย
้ งดูอย่างเดียว
กับท่ีได้เคยได้รับมาในปราสาทท้าวธันดราก่อนท่ีดวงตากอันสุกใสของนางคุณิกองจะเป็ นเหตุ
ให้ถูกขับออกจากวังนัน

ฆานฑิตขอทานบุคคลหน้าเศร้า ๆ (แสดงว่าคนใจบุญ) หลายคน แต่บุคคล
เหล่านัน
้ บอกฆานฑิตเหมือนกันหมดว่า ถ้าขืนหากินแบบนีจ้ะถูกขับไปขังในโรงดัดสันดาน
เพ่ ือจะได้เรียนให้รู้จักทำามาหากินเสียที
ต่อจากนัน
้ ไปพบบุคคลผู้หน่ ึงตะโกนปาฐกถาในท่ีประชุมใหญ่มาชัว่โมงหน่ ึง
แล้ว ว่าด้วยเร่ ือง ความเมตตากรุณา ฆานฑิตเข้าไปขออาหารกิน ปาฐกผู้นัน
้ มองค้อน แล้วว่า
"เจ้ามาทำาอะไรท่ีน่ี? มาเพ่ ือเหตุดีหรือ?"
ฆานฑิตตอบอย่างละม่อมว่า "ถ้าไม่มีเหตุแล้วจะมีผลไม่ได้ ทุกส่งิ ย่อมสัมพันธ์
กันและนำาไปสู่ความดีในท่ีสุด ได้มีเหตุจำาเป็ นท่ีข้าพเจ้าถูกขับออกจากสถานท่ีอันมีนางคุณิ
กองปรากฎกายอยู่ และต่อมาถูกทหารเข้าแถวเฆ่ียน มาบัดนีม
้ ีเหตุจำาเป็ นท่ีข้าพเจ้าจะต้อง
ขอทานกินจนกว่าข้าพเจ้าจะทำามาหากินเองได้ เม่ ือเร่ ืองเป็ นเช่นนีแ
้ ล้วจะเป็ นอ่ ืนไปไม่ได้"
ปาฐก "เกลอเอ๋ย เกลอเช่ ือว่าสังฆราชเป็ นปฏิปักษ์พระคริสต์หรือเปล่า"
ฆานฑิตตอบว่า "ไม่เคยได้ยินสักที ท่านจะเป็ นหรือไม่เป็ นก็ช่าง ข้าพเจ้าขอ

อาหารกินหน่อย"
ปาฐก "เจ้าไม่ควรจะได้แดกอะไรเลยไปให้พ้น คนถ่อย, อัปเปหิคนระยำา อย่ามา
ให้ใกล้ข้าอีก"
ฝ่ ายเมียปาฐกพอดีโผล่หน้าต่างออกมาเห็นบุคคลผู้มีความสงสัยเก่ียวกับ
สังฆราชเป็ นปฏิปักษ์กับพระคริสต์หรือเปล่า ก็เอาน้ำาเย------เท ลงมากลาง กะ------โธ่ถัง
เร่ ืองผู้หญิงนีห
้ นอ ลงได้บ้าศาสนาแล้วก็เกินต้องการกระไรเลย
ชายคนหน่งึ ช่ ือแฌ่ม 1 ไม่เคยรับศีลบัพไตส์ก็กลายเป็ นอานาบัพติส คือคนดิบ
ครัน
้ เห็นเพ่ ือนหัวอกอันเดียวกันถูกรังแกอย่างโหดร้ายให้เป็ นท่ีเส่ ือมศักดิเ์ช่นนัน
้ ก็ช่วยพาไป
บ้านชำาระกายแล้วจัดอาหารและเบียร์ให้ เพ่ ือนผู้นีก
้ ็เป็ นสัตว์ทวิบาทปราศจากขน มีเหตุมีผล
คือมนุษย์ดว้ ยกันแท้ แล้วนายแฌ่มคนดิบก็ให้เงินอีกก่งึ ตำาลึง และขอให้หัดเรียนประดิษฐ์
พรมเปอร์เซียซ่ ึงทำาในเมืองวิลันดา ฆานฑิตหมดแรงแทบว่าจะหมดลมแล้ว ได้แต่อุทานว่า
"ท่านอาจารย์ปางโกลศว่าไว้แล้วว่า ทุกส่ิงเป็ นไปเพ่ ือความดีท่ีสุดในโลกนี ข้้าพเจ้ารู้สึกซึ้งใจ
ในจาคะอันย่ิงยวดของท่านย่ิงกว่าความอุจาดปราศจากมนุษยธรรม ซ่งึ นายคนใส่เส้อ
ื ดำากับ
นางเมียคนนัน
้ ทำากับข้าพเจ้าย่ิงนัก"
วันรุ่งขึ้นออกไปเดินเล่น พบยาจกผู้หน่ ึงตามตัวมีสะเก็ดเต็มไป ตาเป็ นโรค
จมูกโหว่ ปากเบีย
้ ว ฟั นดำา คอตีบ ได้รับความทรมาน เพราะไอเหลือกำาลัง ไอทีหน่ ึงฟั นหลุดซ่ ึง
ซ่ีหน่ ึงทุกครัง้ไป
1

-James

ฆำนฑิตพบอำจำรย์ปำงโกลศอย่ำงไร และเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ฆำน ฑิตบังเกิดความกรุณาย่ิงกว่าความกลัวสยดสยอง เอาเงินสองตำาลึงท่ีได้
จากนายแฌ่มคนดิบส่งให้ยาจกผู้น่าเกลียดเหมือปี ศาจ ปี ศาจนัน
้ จ้องมองดูฆานฑิตไม่วางตา
น้ำาตาไหล แล้วผงะหงายหลัง ฆานฑิตงอตัวหนีขยะแขยง
คนน่าสยดสยองว่ากับคนขยะแขยงว่า "อนิจจาเอ๋ย ท่านไม่รู้จักอาจารย์ปาง
โกลศของท่านเสียแล้วหรือไร?"
"เราได้ยินอะไรน่ี ท่านหรือ อาจารย์ท่ีรักของข้าพเจ้า? ท่านผู้มีลักษณาการ
ทุพพลภาพไปดังนีน
้ ะหรือ? เกิดเหตุอาเภทพานท่านประการใด? เหตุไฉนท่านจึงมาจาก
ปราสาทสุดวิเศษ? นางคุณิกองผู้เป็ นมุกดาหารแห่งกานดา ผู้ซ่ึงธรรมชาติประสาธน์สรรค์ชัน

เย่ียมยอดเล่า บัดนีน
้ างเป็ นประการใดบ้าง?"
ปางโกลศ "กำาลังข้าพเจ้าน้อยจนลุกยืนไม่ไหวแล้ว"
ฆานฑิตก็ช่วยอุ้มอาจารย์ไปยังโรงม้าของนายแฌ่มคนดิบ หาอาหารไห้กิน
หน่อยหน่ ึงพอได้ช่ืนใจบ้าง แล้วฆานฑิตก็ถามอีกว่า
"ยังไงท่าน นางคุณิกอง?"

"ตายแล้ว"
ฆานฑิตได้ฟังดังนัน
้ ก็เป็ นลมไป อาจารย์ต้องช่วยเอาน้ำาส้มเสีย ๆ ท่ีเผอิญมีอยู่
ในโรงม้าเยียวยา ลืมตาฟ้ืนขึ้นมาได้
"คุณิกองตายแล้ว โธ่แม่ยอดหญิง เจ้าไปสู่ท่ีใดหนอ? แต่ท่านอาจารย์ นางเป็ น
โรคอะไรตาย หรือจะเป็ นด้วยความเศร้าโศกวิปโยค ท่ีข้าพเจ้าถูกบิดานางถีบออกจากปราสาท
กระมัง?"
"มิใช่หรอก นางถูกพวกทหารบุลกาเรียนเป็ นอันมากกลุ้มรุมข่มขืน สำาเร็จกิจ
มันแล้วก็แหวะอกและท้องนาง ส่วนท้าวธันดรานัน
้ ถูกถีบพระเศียรแตกตายเพราะจะเข้าช่วย
ธิดา ฝ่ ายชายาก็ถูกสับตัวเป็ นชิน
้ ๆ ลูกศิษย์ข้าพเจ้าก็ถูกเข้าอย่างเดียวกับพ่ีนาง ส่วนปราสาท
นัน
้ แม้หินก้อนเดียวก็ไม่เหลือซ้อนกันอยู่เลย ฉางสักหลัง แกะสักตัว เป็ ดสักตัว ต้นไม้สักต้น
ก็ไม่เหลือ แต่พวกมันก็ได้รับการแก้แค้น คือชาวอาบาเรียได้จัดการกับท้าวพระยาบุลกาเรียน
ในแคว้นติดต่อกันอย่างเดียวกันนัน
้ เหมือนกัน"
ในระหว่างสนทนากัน ฆานฑิตเป็ นลมไปอีก ครัน
้ ฟ้ืนขึ้นก็ได้เจรจา ปุจฉา
วิสัชนากันต่อไปถึงเหตุและผลต่าง ๆ ตลอดจนขอทราบเหตุผลเพียงพอ ท่ีลดสุพพลภาพของ
อาจารย์ให้เป็ นทุพพลภาพดังท่ีเหตุเป็ นฉะนี้
อาจารย์ "โอ้เอ๋ย จะอะไรเสียอีก ก็ความรักน่ะสิ ความรักอันประสาธน์สุขให้แก่
มนุษยชาติ ความรักอันเช่ ือมดองโลกให้คงอยู่ ความรักอันเป็ นวิญญาณของสัตว์ท่ีมีอินทรีย์
สัมผัสทัง้หลาย ความรัก, ความรักอันอ่อนละมุน"
ฆานฑิต "โอ้เอ๋ย ความรักนีน
้ ่ะหรือ ข้าพเจ้ารู้จักแล้วเป็ นเจ้าแห่งหัวใจ เป็ น
วิญญาณแห่งวิญญาณ แต่เท่าท่ีข้าพเจ้าได้เสียไปกับความรักนัน
้ ไม่มากไม่น้อยไปกว่าได้จูบ
หน่ ึงที กับถูกถีบย่ีสิบทีข้างหลังเท่านัน
้ ส่วนท่านสิได้รับผลน่าเกลียดกลัวจากเหตุอันงดงาม
น่าชมเห็นปานฉะนัน
้ จะเป็ นได้อย่างใดหนอ"

ปางโกลศตอบว่าดังนี้ "ฆานฑิตผู้เป็ นท่ีรักเอ๋ย ท่านจำานางปะแก็ต 1 อีเด็กรูปงามท่ีรับใช้ชายา
ของท้าวธันดราได้ไหม ข้าพเจ้าได้ลิม
้ รสร่ ืนรมย์ชมสวรรค์ภายในวงแขนของนางน่ี แต่แล้ว
สวรรค์ก็กลับเป็ นนรกหมกไหม้ตัวข้าพเจ้าให้เป็ นไปเช่นนี น
้ างมีเช้ือไฟนรกอยู่ในตัวถ้า
ถึงแก่ความตายไปด้วยแล้วเหมือนกัน ก็ไม่รู้นางปะแก็ตได้รับเช้อ
ื มาจากพระฟรันซิสกันผู้คง
แก่เรียนผู้หน่ ึง พระองค์นีไ้ด้พยายามสืบสาวราวเร่ ือง ได้ความว่าท่านเองติดมาจากท่านผู้หญิง
ชราคนหน่งึ ท่านผู้หญิงชราผู้นัน
้ ติดมาจากนายทหารม้า นายทหารม้าติดมาจากคุณหญิง คุณ
หญิงติดมาจากคนใช้ คนใช้ติดมาจากแม่ชี แม่ชีก่อนจะบวชติดมาจากลูกเรือของคริสโตเฟอ
โคลัมบัส สำาหรับตัวข้าพเจ้าจะไม่ส่งต่อไปให้ผู้ใดอีก ด้วยข้าพเจ้ากำาลังจะทำากาลกิร ิยาตายอยู่
แล้ว"
ฆานฑิต "อุแม่เอ๋ย สืบพันธุ์วิทยานีน
้ ่าประหลาดจริงหนอ ต้นตอโรคนีไ้ม่ใช่
ปี ศาจดอกหรือท่านอาจารย์"
มหาบุรุษผู้นีต
้ อบว่า "มิใช่ดอก โรคนีเ้ป็ นส่ิงท่ีจะปราศจากเสียมิได้ ถือว่าเป็ น
เคร่ ืองประสมสำาคัญอันพึงมีในโลกอันสุดประเสริฐนี ค
้ ิ ดดูสิโคลัมบัสเอาโรคนีไ้ปสู่เกาะ
อเมริกาพอไปติดชีวิตใหม่ ตัง้แต่ยังไม่เกิดถึงกับแท้งก็มี ทัง้ ๆ ท่ีเห็นได้ว่าขัดประสงค์การด้าน
ปลายของธรรมชาติ
แต่ถ้าโคลัมบัสไม่เอาโรคนีไ้ปติดคนดังว่าแล้ว เราก็จะไม่มีช็อคกาแล็ตกินหรือสี
ค็อทชินแน็ล 2 ใช้ เราควรจะสังเกตุดูในภาคพ้ืนยุโรปเรา โรคร้ายนีก
้ ็เหมือนกับศาสนาไม่ลง
รอยกัน ซ่ ึงจำากัดท่ีอยู่โดยเฉพาะแห่งหน่ ึง ๆ ชนภาคพ้ืนอาเซีย คือ ตุรกี อินเดียน เปอเชียน
จีน สยาม ญ่ีปุ่น หารู้พิษสงของมันไม่ แต่ก็มีเหตุผลเพียงพอท่ีจะเช่ ือได้ว่าอีกสองสามร้อยปี ก็
จะถึงคราวจะต้องรู้จักมันเหมือนกันในขณะนี โ้รคนีเ้จริญแพร่หลายอย่างน่าพิศวงในหมู่เรา

โดยเฉพาะในบรรดาบุคคลในกองทัพ ซ่งึ ล้วนแล้วไปด้วยทหารจ้างซ่งึ ได้รับการฝึ กฝนดีมีความ
ซ่ ือสัตย์สุจริต และเป็ นผู้ตัดสินโชคชะตาของประเทศ เราย่อมจะยืนยันโดยไม่ผิดพลาดว่า เม่ ือ
ทหารสามหม่ ืนคน รบกับทหารอีกสามหม่ ืน ย่อมจะต้องมีราวข้างละสองหม่ ืนคนท่ีเป็ น ส ฟ
ล" (syphilis)
ฆานฑิตว่า "อัศจรรย์จริง แต่ถึงอย่างไรท่านอาจารย์ก็ต้องรักษาเสียให้หาย"
อาจารย์ "โธ่เอ๋ย จะรักษาได้อย่างไร สตางค์ไม่มีติดตัวสักเก๊เดียว ตลอดพิภพจบ
แดนนีม
้ ีอยู่บ้างหรือ ท่ีหมอจะกรอกเลือดหรือทายาให้หนังพองโดยไม่คิดเงิน หรือจะมีคนมา
ออกเงินให้"
ประโยคสุดท้ายทำาเอาฆานฑิตมีกะใจ จึงไปหานายแฌ่มคนดิบใจบุญ แล้วทรุด
ตัวลงแทบเท้าบรรยายภาพของอาจารย์ผู้เคยสุพพลภาพต้องถูกปลดลงมาเป็ นทุพพลภาพ คำา
บรรยายของฆานฑิตถึงใจนายแฌ่มคนดิบ ถึงกับพาอาจารย์ปางโกลศเข้าไปในบ้านไม่ชักช้า
รักษาโรคจนหาย ออกค่าใช้จ่ายให้ทัง้หมด
เม่ อ
ื หายแล้วอาจารย์คงเสียตาข้างหน่ ึงกับหูข้างหน่ ึงเท่านัน
้ ยังเขียนหนังสือได้ดี
และคิดเลขเก่งนักหนา นายแฌ่มคนดิบตัง้ให้เป็ นสมุหบัญชี ต่อมาอีกสองเดือนมีธุระการค้าท่ี
กรุงลิสบอน จึงพาปรัชญาเมธีทัง้สองลงเรือไปด้วยกัน ปางโกลศอธิบายให้นายแฌ่มฟั งว่า :
ใด ๆ ในโลกนีล
้ ้วนแต่มีมาเป็ นมาอย่างดีท่ีสุดแล้วจะดีย่ิงกว่านีไ้ม่ได้ แต่นายแฌ่มยังไม่ลง
ความเห็นด้วย ตอบว่า
"ดูจะเป็ นอย่างนีม
้ ากกว่ากระมัง คือมนุษย์เรานีม
้ ีลักษณะจะล้างผลาญกันอยู่ในตัวแต่ไรมา
เม่ อ
ื เกิดมาก็ไม่ใช่หมาป่ า แต่กลายเป็ นหมาป่ าภายหลัง พระเจ้าไม่ได้ประทานปื นใหญ่ขนาด
หนัก ๒๔ ปอนด์ หรือหอกปลายปื น แต่มนุษย์ก็ทำาปื นใหญ่หอกปลายปื นขึ้นล้างผลาญกัน
อาศัยบัญชีนีข้้าพเจ้าว่าจะทำาเป็ นล้มละลายก็ได้ ใช่แต่เท่านัน
้ ข้าพเจ้ายังใช้ส่ิงเรียกว่ายุตติธรรม
นัน
่ เองโกงเจ้าหนีก
้ ็ได้"
อาจารย์เอกเนตรตอบว่า "ก็ทัง้นัน
้ ทัง้นีเ้ป็ นของจำาเป็ นอย่างว่า ความสูญเสีย
ส่วนบุคคลย่อมทำาให้ส่วนใหญ่ได้รับผลดี ดังนัน
้ ย่ิงมีส่วนบุคคลสูญเสียมากเท่าใดก็ย่ิงทำาให้
ส่วนใหญ่ได้ดีมากขึ้นเท่านัน
้ "
ขณะท่ีให้เหตุผลกันอยู่นัน
้ ท้องฟ้ ามืดครึ้มลง พายุพัดมาทัง้ส่ีทิศ เรือถูกมหา
วาตะภัยใหญ่ท่ีสุดภายในระยะทางห่างจากกรุงลิสบอนพอแลเห็นฝั่ งเท่านัน

1
2

- Paguette
- สีค็อทชินแน็ล ชาวยุโรปเรียนรู้การนำาสีประเภทนีม
้ าใช้จากชาวเม็กซิกัน นำามาใช้ย้อมผ้า-ผู้จัดพิมพ์

มหำวำตะภัย เรือแตก แผ่นดินไหว อำจำรย์ปำงโกลศ
ฆำนฑิต และนำยแฌ่มคนดิบ เป็ นอย่ำงไรต่อไป

เรือ หมุนคว้างกลางสมุทรจนผู้โดยสารได้รับความเจ็บปวดทรมานปางตาย

คร่ ึงหน่ ึงหมดความรู้สึกตัว ไม่รู้วา่ อันตรายจะมาถึงอย่างใด อีกคร่ ึงหน่ ึงร้องกรีดหวีดหวาด
ไหว้พระขอให้ช่วย ใบเรือขาด เสากระโดงหัก ท้องเรือแตก ใครทำาอะไรก็ทำาไปไม่มีใครได้ยิน
ไม่มีใครสัง่งาน
นายแฌ่มคนดิบขึ้นไปบนดาดฟ้ าช่วยลูกเรือทำางาน เลยถูกกลาสีคนหน่งึ ตีเอา
ลงไปนอนเหยียดยาวอยู่ แต่ความท่ีมันตีแรงจนตัวเองก็ยัง้ไม่อยู่หัวพุ่งไปตกดาดฟ้ าลงไป
เผอิญไปติดเสากระโดงหักท่ีแขวนอยู่ นายแฌ่มผู้เมตตาลุกขึ้นได้กลับรีบว่งิ ไปช่วยลากเอาตัว
ขึ้นมาได้ ตัวเองช่วยเขาจนหมดกำาลังเลยหล่นลงไปในทะเลต่อหน้าไอ้กลาสีนัน
้ ไอ้กลาสีปล่อย
ให้นายมันจมทะเลตาย ตาน้อยก็มิได้ชำาเลืองดู
ฆานฑิตว่ิงไปท่ีกาบเรือเห็นผู้ช่วยชีวิตตน โผล่ขึ้นมาเหนือคล่ ืนหนหน่ ึง แล้วก็
จมหายไปอย่างไม่มวี ันโผล่อก
ี จึงเตรียมตัวจะกระโดดลงไปช่วย ก็พอดีอาจารย์ปางโกลศมากัน

ไว้ อธิบายให้เห็นว่าอ่าวลิสบอนนีส
้ ร้างมาสำาหรับจะกลืนนายแฌ่มคนดิบ
ขณะท่ีอธิบายให้เหตุผลอยู่นัน
้ เรือก็แตกโครม คนตายหมด เหลือแต่อาจารย์
ปางโกลศ ฆานฑิต และไอ้กลาสีผู้ปล่อยให้นายมันจมน้ำาตายนัน
้ ไอ้อัปรีย์มันว่ายเข้าฝั่ งเอง
ส่วนอาจารย์กับฆานฑิตเกาะไม้ไปจนขึ้นฝั่ งได้
พอมีแรงขึ้นบ้างแล้วก็พากันเดินทางต่อไปยังกรุงลิสบอน ยังมีเงินเหลืออยู่บ้าง
คงจะพอซ้ืออาหารประทังชีวิตไปได้อีก หลังจากท่ีรอดตายในน้ำามาครัง้หน่ ึงแล้ว เดินพลาง
รำาพันพลางถึงนายแฌ่มผู้ช่วยชีพ ไปยังไม่ทันถึงกรุงก็รู้สึกว่าพ้ืนดินท่ีเหยียบย่างไปนัน

กระเทือน น้ำาทะเลขึ้นลง เดือนเป็ นฝอยฟอง ซัดเอาเรือท่ีทอดสมออยู่ท่ีท่าเรือแตกไม่มีชิน
้ ดี
ไฟลุกม้วนเป็ นเกลียว เผาตลาด ถนนหนทางเป็ นเถ้าถ่านไป บ้านล้มระเนระนาด หลังคาลง
มาอยู่กับบาทวิถี บาทวิถีก็แตกกระจาย คนถูกบ้านทับตายสามหม่ ืนคน มีทุกเพศทุกวัย ไอ้
กลาสีคนนัน
้ ผิวปากแช่งด่า มันว่ามันจะร่ำารวยด้วยทรัพย์สมบัติท่ีปราศจากเจ้าของนัน

ปางโกลศว่า "เหตุผลเพียงพอ ท่ีให้เกิดวิกฤตการณ์นีจ้ะเป็ นอันใดหนอ?"
ฆานฑิตร้องว่า "วันนีเ้ป็ นวันไฟบรรลัยกัลป์ มาล้างโลกแล้ว"
ไอ้กลาสีว่ิงพล่านไปตามวินาศวัตถุ ค้นสมบัติจากผู้ตายได้แล้วเอาเสีย กินเหล้า
จนเมานอนหลับพอสร่างแล้วก็ไปได้ผู้หญิงอารมณ์ดีคนหน่ ึงซ่งึ รอดตายจากบ้านพังทับ จะ
จัดการกับนางต่อหน้าคนตายและท่ีกำาลังจะตาย อาจารย์ปางโกลศยึดแขนเส้ือไว้ พูดว่า
"เกลอเอ๋ย ทำาอย่างนีไ้ม่ถูก เจ้าจะทำาบาปต่อ เหตุผลสากลแล้วละ เจ้าเลือก
กาลเทศะไม่เหมือนเสียเลย"
ไอ้กลาสีมันว่า "นรกจกเปรต ข้าเป็ นกลาสีเกิดท่ีเมืองปั ตตาเวีย ข้าเคยย่ำาป่ าช้า
มาส่ีครัง้แล้วตอนท่ีเดินเรือไปญ่ีปุ่น เหตุผลสากลกับแมวอะไร"
หินตกลงมาถูกฆานฑิต ฆานฑิตล้มลงเหยียดยาวอยู่บนถนนเต็มไปด้วยกอง
ขยะ ร้องบอกอาจารย์ว่า
"ข้าพเจ้าจะตายแล้ว ขอเหล้าองุ่นกับน้ำามันหน่อยเถิด"

แผ่นดินไหวทำาลายสามในส่ส
ี ่วนของกรุงลิสบอน

ปางโกลศ "
แผ่นดินไหวนีไ้ม่ใช่เป็ นของ
ใหม่ เมืองลิมาในอเมริกาก็
ไหวอย่างเดียวกันนีเ้ม่ ือ
ปี กลายนี เ
้ หตุเดียวกันผล
เดียวกัน จะต้องมีทาง
กำามะถันดินใต้ดินจากลิมา
มาลิสบอนเป็ นแน่ทีเดียว"

ฆานฑิต "อาจจะไม่มีทางเป็ นไปได้อย่างอ่ ืน แต่คุณพระช่วยขอน้ำามันกับเหล้าองุ่นหน่อย
เถิด"
ปรัชญาเมธีกล่าวว่า "อะไรนะ อาจจะเป็ นไปได้อย่างอ่ ืนหรือ ข้าพเจ้าขอยืนยัน
คำาว่าสามารถจะแสดงให้เห็นได้"
ฆานฑิตเป็ นลมสลบไป ปางโกลศไปเอาน้ำาจากน้ำาพุแถวนัน
้ มาประพรมจนฟ้ืน
วันรุ่งขึ้นพากันย่ำาไปบนส่ิงสลักหักพังได้เสบียงอาหารบำารุงกำาลังท่ีเสียไป ต่อจากนัน
้ ก็เข้าร่วม
กับคนอ่ ืนช่วยเหลือผู้รอดตัว บางคนท่ีได้รับความช่วยเหลือก็จัดหาอาหารอย่างดีเท่าท่ีจะหาได้
ในยามวิบากนัน
้ มาเลีย
้ งดู
จริงแล้วหนอ! การกินในครัง้นัน
้ มีแต่ทุกข์โทมนัสทุกคนกินขนมปั งชุบน้ำาตา
ปางโกลศคอยปลอบใจคนทัง้หลายให้เช่ ือมัน
่ ว่าส่ิงใด ๆ จะเป็ นไปอย่างอ่ ืนนอกจากท่ีเป็ นอยู่นี้
มิได้ ว่า
"เพราะทุกส่ิงทุกอย่างท่ีมีท่ีเป็ นมา ก็มีก็เป็ นมาเพ่ ือความดีท่ีสุด ภูเขาไฟท่ีมีอยู่ในกรุงลิสบอน
ก็เพราะจะไปมีท่ีอ่ืนไม่ได้ การท่ีส่ิงหน่ ึงจะกลับเป็ นส่ิงอ่ ืนย่อมเป็ นไปไม่ได้ เพราะส่ิงใด ๆ ย่อม
เป็ นส่ิงท่ีมันเป็ นนัน
้ ๆ"
ชายร่างเล็กคนแต่งดำาซ่งึ นัง่อยู่ติดกันเป็ นพระวินัยธร ได้ฟังดังนัน
้ ก็กล่าวขึ้น
ด้วยความสุภาพว่า "ถ้าเช่นนัน
้ ก็ดูดังว่าท่านไม่เช่ ือในบาปท่ีได้กระทำามาแต่ชาติเดิม เพราะถ้า
ทุกส่ิงทุกอย่างมีและเป็ นมาเพ่ ือความดีท่ีสุดแล้ว ก็ย่อมไม่มีโทษ ไม่มีนรก"
ปางโกลศสนองถ้อยด้วยความสุภาพย่ิงไปกว่าพระ ว่า
"ข้าพเจ้าขอใต้เท้าได้โปรดประทานอภัย การลงโทษลงนรกนัน
่ แหละจัดเข้า
ระบอบอันจำาเป็ น สำาหรับมนุษย์อย่างดีท่ีสุดของโลกแล้ว"
พระวินัยธร "ถ้ากระนัน
้ , ท่านผู้เจริญ, ท่านก็ไม่เช่ ือใน เสรีภาพของมนุษย์
ดอกกระมัง?"
ปางโกลศ "ใต้เท้าคงจะประทานอภัยแก่ข้าพเจ้าอีกครัง้ เสรีภาพนัน
้ ย่อมคู่กับ
ความจำาเป็ นอันเด็ดขาด อาศัยความจำาเป็ นนีเ้องเราจึงมีเสรี พูดอย่างสัน
้ ๆ ว่า----ผู้ท่ีถือ
ทฤษฏีว่า คนไม่มีเสรีในการคิดการพูดย่อมจะ-"
ออปปอโต

1

พูดได้กลางประโยค พระวินัยธรก็สัง่ให้คนใช้เทเหล้าองุ่นซ่งึ ทำาจากปอโตหรือ
ให้นักปรัชญาหน่ ึงแก้ว

- Porto หรือ Aporto ใช้เรียกเหล้าไวน์โปรตุเกส ในศตวรรษท่ี ๑๘ เหล้าไวน์จากโปรตุเกส นับว่ามีช่ือเสียง
มาก-ผู้จด
ั พิมพ์
1

ชำวโปรตุเกสทำำพิธีลงโทษเดียรถีย์เพ่ ือป้องกันไม่ให้แผ่นดินไหวอีกอย่ำงไร
และฆำนฑิตถูกเฆี่ยนต่อหน้ำสำธำรณะด้วยประกำรใด

เม่ ือ แผ่นดินไหวล้างผลาญกรุงลิสบอนไปสามส่ีส่วนแล้ว บรรดานักปราชญ์
ของประเทศนี ก
้ ็ คิดหาวิธีป้องกันไม่ให้ฉิบหายต่อไปอีกเห็นว่าไม่มีทา
พลเมืองได้รับโทษฐานเดียรถีย์ให้ดูเป็ นการสนุก งดงาม มหาวิทยาลัยโคอิมพรำ 1 ปรึกษา
ตกลงกันว่าจะลงโทษเผาทัง้เป็ นด้วยไฟอ่อน ๆ และจัดทำาให้เป็ นพิธีมหกรรมขึ้น นีแ
้ หละจึงจะ
ทำาให้เกิดอำานาจลับขัดขวางแผ่นดินไม่ให้ไหวได้อย่างไม่ผิดพลาดเลย
เพ่ ือให้เป็ นไปตามประสงค์การนี เ้ขาก็จับชาวพิศเคย์ 2 ผู้หน่ ึงซ่งึ ต้องหาว่าเอาแม่อุป
ฐากเม่ ือเข้าพิธีบัพไตส์เป็ นเมีย และจับชาวโปรตุเกสสองคนซ่งึ ไม่กินไก่ทอดน้ำามันหมูเบคอน
กลับทิง้เสีย เม่ ือกินเลีย
้ งเสร็จ เขาก็จับอาจารย์ปางโกลศกับฆานฑิตผู้เป็ นศิษย์ไป ในฐานท่ี
อาจารย์พูดความจริงในใจ และศิษย์สดับฟั งด้วยความเล่ ือมใส คนทัง้ห้าถูกจับไปขังไว้ในห้อง
เย็นเฉียบคนละห้อง ไม่เคยได้รับแสงแดดเลย
ต่อมาอีกแปดวันเขาก็ให้แต่งตัวด้วยบริกขำร 3 ช่ ือว่า สำนเบนิโต 4 ๑ "(คือ
ผ้าดำารูปสามเหล่ียม ระบายสีเปลวไฟและปิ ศาจสำาหรับให้นักโทษเดียรถีย์ใส่เวลาจะบูชายัญ)
หัวสวมหมวกกระดาษสูงช่ ือว่าไมเตอ 5 สำาหรับฆานฑิตนัน
้ บริกขารระบายสีเปลวไฟลง และ
ปิ ศาจไม่มีหางไม่มีเล็บ ส่วนบริกขารของอาจารย์ปางโกลศเปลวไฟขึ้นปี ศาจมีเล็บมีหาง
นักโทษแต่งตัวแล้ว
เข้าแถวฟั งเทศน์น่าสลดใจย่ิงนัก
กัณฑ์หน่งึ เทศน์จบดนตรีโบสถ์
อย่างไพเราะขึ้นรับ ฆานฑิตถูก
เฆ่ียนให้เข้าลำานำากับเพลงซ่ ึง
ชมรมร้อง ชาวพิศเคย์กับชาวปอ
ตุเกสท่ีไม่กินหมูเบคอนนัน
้ ถูก
เผาทัง้เป็ น อาจารย์ปางโกลศถูก
แขวนคอซ่ ึงหาใช่ธรรมเนียมไม่
วัน
เดียวกันนัน
้ เองแผ่นดินก็คงไหวอีก ซ่งึ นับว่ารุนแรงท่ีสุด ฆานฑิตทัง้กลัว ทัง้ตะลึง ทัง้
ท้อถอยตัวอาบเลือด หัวใจสัน
่ พูดกับตัวเองว่า
การลงโทษเผาทัง้เป็ น

"หากโลกนีเ้ป็ นโลกดีท่ีสุดย่ิงโลกทัง้หลายแล้ว โลกอ่ ืนนอกจากนีจ้ะเป็ นอย่างใด
หนอ เพียงแต่เราถูกเฆ่ียนอย่างเดียวกับพอทนได้ เพราะได้เคยโดนทหารบุลกาเรียนโบยมา
แล้ว แต่น่ีโธ่เอ๋ย! อาจารย์ปางโกลศผู้เป็ นท่ีรัก ผู้เป็ นปรัชญาเมธีใหญ่ย่ิงเมธีทัง้หลาย ข้าพเจ้า
เห็นท่านถูกแขวนคอโดยไม่รู้เหตุผลต้นปลาย โธ่เอ๋ย นายแฌ่มคนดิบผู้เป็ นคนดีย่ิงคนดีทัง้
หลายก็มาจมน้ำาตายเสียท่ีท่าเมืองนีเ้อง โธ่เอ๋ย นางคุณิกอง นางเป็ นผู้มุกดาหารแห่งกานดา
ทัง้หลาย นางต้องถูกแหวะท้องถึงแก่ความตาย"
ขณะท่ีฆานฑิตรำาพึงรำาพัน ทรงกายแทบจะไม่ไหว ฟั งเทศน์ไปถูกเฆ่ียนไป ชำาระ
บาปไป รับพรไป มีหญิงชราผู้หน่ ึงเข้ามาปฏิสันถารว่า

"หลายเอ๋ย จงแข็งใจ แล้วตามแม่มา"
- Coïmbra : ช่ ือเมืองเก่าในโปรตุเกส ตัง้อยู่ทางเหนือของกรุงลิสบอนเป็ นท่ีตัง้มหาวิทยาลัยของคณะสงฆ์ผู้จด
ั พิมพ์
2 - Biscay
3 - บริกขาร (-un san -benito) : เส้ือคลุมซ่ ึงบ่งบอกระดับโทษทัณฑ์ท่ีได้รับโดยดูจากรูปสีสรรท่จ
ี ำาแนกไว้
ต่างกัน-ผู้จัดพิมพ์
4 - mitre : ผ้าคลุมหน้า-ผู้จัดพิมพ์
1

หญิงชรำเลีย
้ งดูฆำนฑิตอย่ำงไร ฆำนฑิตได้ไปพบผู้ที่ตนรักประกำรใด

ฆำน ฑิตมิได้แข็งใจ แต่เดินตามหญิงชราผู้นัน
้ ไปยังบ้านพังเคหลังหน่งึ นาง

เอาน้ำามันยามาใส่แผลให้ จัดท่ีนอนเล็ก ๆ เรียบร้อยให้นอน แขวนเส้ือกางเกงไว้ให้ชุดหน่ ึง
จัดอาหารและน้ำาให้กินด่ ืม แล้วก็จะจากไป
นางบอกว่า "กิน ด่ ืม แล้วนอนเสียเถิด ขอให้เจ้าแม่ อะโตจะ 1 ขอมหเทพ อณ
โตณ ณ ปทุวะ 2 ขอมหเทพแฌม คมโปษเตลละ 3 จงรับไว้ในความพิทักษ์รักษาด้วยเถิดพรุ่ง
นีแ
้ ม่จะกลับมาใหม่"
ฆานฑิตพิศวงในการท่ีตนถูกทรมานเป็ นอย่างย่ิง แต่ยังไม่พิศวงเท่าความ
อนุเคราะห์ของหญิงชรา จึงขอจูบมือแก
แกบอกว่า "ไม่ใช่มือข้าพเจ้าหรอกท่ีเจ้าจะจูบ เอาเถอะพรุ่งนีจ้ะกลับมา เอายาทา
แผล กินข้าว แล้วนอนเสีย"
ฆานฑิตจะได้ตกทุกข์ได้ยากมาอย่างไรก็กินได้นอนได้ รุง่ เช้าหญิงชรานำาอาหาร
มาให้ มองดูกลางหลังแล้วช่วยเอาขีผ
้ ึ้งยาทาให้อีก ถึงเวลากลางวันก็เอาอาหารมาให้ เวลาค่ำา
เอาอาหารเย็นมาให้อยู่เช่นนัน
้ วันรุ่งขึ้นอีกวันก็ทำาพิธีเดียวกันดังนี ฆ
้ านฑิตถามว่า"ยายน่ะ
ใคร หรือมีอะไรดลจิตต์ดลใจยายให้ประกอบกรรมดีถึงเพียงนี แ
้ ล้วข้าจะหาอะไรตอบแทนยาย
ได้
หญิงชราไม่ตอบ ตอนเย็นกลับมา คราวนีไ้ม่ได้เอาอาหารมาด้วย แต่บอกว่า "ไป
ด้วยกัน ไม่ตอ
้ งพูดอะไรหมด"
แกจูงมือฆานฑิตพาเดินออกนอกเมืองไปสักสิบเส้น ถึงบ้านโดดเด่ียวหลังหน่ ึง
มีสวนและคลองล้อมรอบ แกเคาะประตูบานเล็ก ๆ ประตูก็เปิ ดออก แกพาฆานฑิตขึ้นบันได
ลับไปยังห้อง ๆ หน่ ึงซ่งึ ประดับประดาหรูหรา ให้นัง่รอท่ีเก้าอีน
้ วมบุผ้ายก แล้วปิ ดประตูทิง้ให้
อยู่คนเดียว ฆานฑิตนึกดูเหมือนกับฝั นไป จริง ๆ นะ ตลอดชีวิตมีแต่ฝันร้ายทัง้นัน
้ แต่ขณะนี้
นับว่าฝั นดีกับเขาครัง้หน่งึ
ประเดี๋ยวเดียวหญิงชรากลับออกมา พยุงหญิงผู้หน่ ึงง่องแง่งออกมาด้วย หญิงผู้
นีต
้ ัวสัน
่ รูปทรงสง่า แต่งเพ็ชรแลระยับหน้าคลุมผ้า

หญิงชราบอกกับฆานฑิตว่า "ดึงผ้าคลุมออกทีร"ึ
ฆานฑิตเข้าไปหานาง เลิกผ้าคลุมขึ้นอย่างไม่ค่อยกล้า อะโห! น่าประหลาดแท้!
แต่เช่ ือตนแน่ว่าแลเห็นนางคุณิกอง! เห็นจริง! น่าประหลาดแท้! สิน
้ กำาลัง พูดไม่ออก ทรุด
ตัวลงแทบเท้านาง
นางคุณิกองก็ล้มพับลงบนเก้าอีน
้ วม หญิงชราเอายาดมมาให้ดม ทัง้สองฟ้น
ื ขึ้น
พอจะเอ่ยปากพูดได้ แรก ๆ พูดตะกุกตะกัก ถามกันไปตอบกันมา ต่างหยุดพูดถอนใจใหญ่
บ้าง ร้องไห้บ้าง เช็ดน้ำาตาบ้าง หญิงชราเตือนว่าอย่าพูดให้ดังนัก แล้วก็ออกไป ปล่อยให้อยู่กัน
แต่ลำาพัง
ฆานฑิต "อะไรกันน่ี เจ้าแน่หรือ? เจ้ายังมีชีวิตอยู่? ได้มาพบเจ้าท่ีเมืองปอตุเกศ
เทียวหรือ? เจ้าก็ไม่ถูกข่มขืนและถูกแหวะท้องอย่างท่ีอาจารย์ปางโกลศบอกน่ะซิ?"
แม่งามคุณิกองว่า "ถูกดังนัน
้ จริง แต่อุบัติเหตุทัง้สองนัน
้ ไม่จำาต้องถึงตายเสมอ
ไป"
ฆานฑิต "บิดามารดาเจ้าล่ะ" ถูกฆ่าตายหมดมิใช่หรือ?"
คุณิกอง "จริงเสียแน่แล้ว" พลางร่ำาไห้
ฆานฑิต "น้องชายล่ะ"
คุณิกอง "ถูกฆ่าเหมือนกัน"
ฆานฑิต "แล้วเจ้ามาเมืองปอตุเกศได้โดยประการใด? เหตุใด เจ้าจึงรู้ว่าเราอยู่น่ี?
โดยวิธีใดจึงจัดการพาเรามายังบ้านนีไ้ด้ เป็ นท่ีน่าประหลาดนัก?"
คุณิกอง "ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังโดยตลอด แต่ขอให้ท่านเล่าเร่ ืองท่านให้ฟังก่อน
นับตัง้แต่จุมพิตอันบริสุทธิท
์ ่ีท่านได้ประทาน แล้วท่านเองได้รับบาทประทานนัน
้ มาทีเดียว"
ฆานฑิตปฏิบัติตามนางบัญชาโดยเต็มใจ ถึงจะยังคงพิศวงสงสัย ถึงเสียงจะยัง
สัน
่ เทาเบาไป ถึงหลังยังปวดหาหายไม่ ฆานฑิตก็อุตสาห์เล่าเร่ ืองอย่างถูกต้อง ละเอียดละออ
ท่ีสุดเท่าท่ีได้เกิดขึ้นกับตนตัง้แต่นิราศร้างมา
นางคุณิกองช้อนตาขึ้นดูสวรรค์ พอถึงนายแฌ่มคนดิบและอาจารย์ปางโกลศ
ประสพมรณกรรม นางก็หลัง่อัสสุชล เม่ อ
ื จบแล้วนางก็เล่าเร่ ืองต่อไปนีใ้ห้ฆานฑิตฟั ง ฆานฑิต
สดับคำานางแม้แต่คำาเดียวมิได้ตกหล่น ส่วนดวงตานัน
้ กลืนกินนางอยู่ตลอดเวลา
1

- Notre-Dame d' Atocha : เป็ นช่ ือแม่พระในศาสนาคริสต์ เป็ นท่ีเคารพนับถือของชาวสเปญ-ผู้จัดพิมพ์

- Monseigneur St-Antoine de Padoue : เป็ นเทพของชาวอิตาเล่ียน มักได้รับการเอ่ยนามเม่ ือคริสต
ศาสนิกชนสวดอ้อนวอนขอส่ิงของท่ท
ี ำาสูญหาย-ผู้จด
ั พิมพ์
3 - Monseigneru St-Jacques de Compostelle-ผู้จัดพิมพ์
2

เร่ ืองของนำงคุณิกอง

"ข้ำี พเจ้ากำาลังหลับสนิทอยู่ในท่ีนอน ตอนท่ีพระเจ้าทรงพอพระทัยในอันท่ีจะ

ส่งพวกบุลการ์ข้าศึกมาประชิดติดภาราท้าวธันตราทศทรงค์ มันสังหารผลาญชีวาบิดาและ
อนุชา ส่วนมารดานัน
้ ถูกสับเป็ นชิน
้ ๆ ข้าพเจ้าเห็นแล้วเป็ นลมไป

บุลการ์นายหน่ ึงสูงส่ีศอกหลวงเห็นข้าพเจ้าเป็ นลมก็ตรงเข้ามาอนาจาร พอถูก
มันเข้าก็ฟ้น
ื คืนความรู้สึกขึ้น ข้าฯ ร้อง ข้าฯ ดิน
้ ข้าฯ กัดมัน ข่วนมัน จะควักตาไอ้บุลการ์คนนี้
ออกเสียให้ได้ หารู้ไม่ว่าเร่ ืองท่ีเกิดขึ้นทุกส่ิงทุกอย่างนัน
้ ย่อมเป็ นธรรมดาของสงครามไอ้สัตว์
บุลการ์ก็เลยแทงข้าด้วยหอกท่ีเอวข้างซ้าย รอยแผลเป็ นยังอยู่เลย"
ฆานฑิตคนซ่ ือว่า "แหม คงจะได้เห็นสักวันหน่ ึง"
คุณิกอง "ได้สิ แต่จะเล่าต่อเสียก่อน"
ฆานฑิต "เชิญเถิด"
แล้วนางก็สาวใยเร่ ืองนางต่อไป ดังนี้
"นายร้อยเอกบูลการ์คนหน่ ึงมาเห็นข้าฯ กำาลังเลือดไหลอาบ และเจ้าสูงนัน
้ ยัง
ไม่รู้สำานึกตัว นายร้อยก็เดือดขึ้นมาท่ีเจ้าน่ีขาดความเคารพ เลยฆ่ามันตายคาอกข้า สัง่คนทำา
แผลให้แล้วจับข้าฯ ไปขังไว้เป็ นเชลยศึกท่ีห้องเขา ข้าฯ ซักเส้อ
ื ผ้าให้เขามีสองสามตัวเท่านัน

หุงหาอาหารให้ เขาว่าข้าฯ งามมากถึงกับสบถให้ฟัง ส่วนข้าฯ ก็ยอมรับว่าเขารูปดี ผิวก็ขาว
เน้ือก็นุ่มเสียแต่สติปัญญาหรือปรัชญาน้อยไปหน่อย หรือไม่มีเสียเลย ท่านก็ย่อมจะเห็นได้
แจ้งเอง เพราะไม่มีอาจารย์ปางโกลศประสาธน์วิชาการให้
อยู่ตอ
่ มาได้สามเดือน เงินทองเขาหมดตัว และชักจะเบ่ ือหน่ายข้าฯ จึงเอาข้าฯ
ไปขายให้กับยิวนายหน่งึ ช่ ือว่า โทน อิสัจจำร์ 1 นายโทนคนนีค
้ ้าขายติดต่อระหว่างเมือง
วิลันดากับเมืองปอตุเกศ เป็ นคนมักมากในอิสตรี มันหลงรูปข้าฯ ย่ิงนักแต่ก็ไม่อาจข่มขืน
เอาชนะได้ ข้าฯ ขัดขืนมันได้ดีกว่าไอ้ทหารบุลการ์คนนัน

สตรีผู้สงวนศักดิอ์าจจะถูกข่มขืนครัง้หน่ ึง แต่ความสูงศักดิข์องนางย่อมจะสูง
แรงแข็งขันขึ้นด้วยเหตุเดียวกันนัน
้ เอง เพ่ ือท่ีจะทำาให้ข้าฯ ยินยอมพร้อมใจมันจึงพาข้าฯ มาอยู่
บ้านนอกเมืองหลังนี แ
้ ต่ไรมาข้าฯไม่เคยนึกว่าจะมีเคหะสถานใดจะงามเท่าเทียมปราสาทธัน
ดราทศทรงศ์ได้ แต่ปรากฏว่าผิดถนัด
"วันหน่ ึงมหำวินัยธร 2 แลเห็นข้าฯ เวลาไปฟั งเทศน์ จ้องดูข้าฯ อยู่เป็ นนานแล้ว
ส่งคนมาบอกว่าขอบพูดเร่ ืองส่วนตัวด้วย คนก็นำาข้าฯ ไปในวัง ข้าฯได้เล่าให้พระท่านฟั งถึง
วงศ์วานว่านเครือเน้อ
ื หน่อโครตเง่าเหล่ากอเช้อ
ื สาย
พระท่านก็ทำาเนียบเทียบเทียมให้ฟังว่า ยิวนัน
้ ต่ำาศักดิ ไ์ม่ควรคู่เคียงพักตรข้าฯ
นักหนา ข้างพระท่านจึงได้เจรจาสู่ขอให้ยิวคืนข้าฯแก่พระท่าน แต่ยิวเป็ นนายธนาคารหลวง
เป็ นคนมีทรัพย์มากจึงไม่ยอมท่าเดียว เจ้าพระมหาวินัยธรก็เล่นไม้ขู่จะลงทัณฑ์ฐานเดียรถีย์
ท่ีสุดยิวชักหวาดภัยขึ้นมาก็เลยยอม ตงลงว่าข้าฯ กับบ้านหลังนีใ้ห้เป็ นของกลาง ยิวจะมาได้
แต่วันจันทร์ พุธ เสาร์ ส่วนวันอ่ ืน นอกจากนีเ้ป็ นของเจ้าพระท่าน
นับแต่ตกลงกันมาจนบัดนีไ้ด้เดือนก่งึ แล้ว ยังไม่ยุติววิ ทกันได้เลย เพราะทัง้สอง
คนยังทำาความตกลงกันไม่ได้ ว่าคืนวันเสาร์ต่ออาทิตย์นัน
้ จะเอาตามแบบเก่าหรือแบบใหม่
สำาหรับตัวข้าฯ ข้าฯไม่ยินยอมพร้อมใจด้วยกับใครทัง้สองคน ด้วยเหตุนีเ้อง ข้าฯ จึงยังคงเป็ น
ท่ีเสน่หาของบุคคลทัง้สองอยู่อย่างดี
"ต่อมา เพ่ ือจะแก้ไขมิให้แผ่นดินไหวฉิบหายย่อยยับ ๑, เพ่ ือจะขู่ให้ยิวหวาดกลัว
๑, เจ้าพระท่านได้จัดการลงทัณฑ์พวกเดียรถีย์ขึ้น ท่านให้เกียรติเชิญข้าฯ ไปในงานพิธีด้วย
ได้นัง่ท่ีดีมีเคร่ ืองด่ ืมเลีย
้ งบรรดาสตรีระหว่างฟั งเทศน์ และดูการประหารตอนท่ีเผายิวสองคน
ทัง้เป็ นกับชาวพิศเคย์ท่ีได้กับแม่อุปฐากนัน

ข้าฯ แสนจะสยดสยอง แต่อะไรจะน่าประหลาดใจ น่าตะลึงและน่าทุกข์ใจย่ิงไป
กว่าท่ีเห็นคนรูปร่างคล้ายอาจารย์ปางโกลศแต่งตัวใส่เส้อ
ื สานเบนิโต สวมหมวกไมเตอ
ข้าฯ ขยีต
้ าเพ่งดูจริง ๆ เห็นอาจารย์ถูกแขวนคอแน่ ข้าฯ ก็เป็ นลมไป ไม่ทันจะ
ฟ้น
ื ดีก็เห็นท่านถูกเปล้ืองเส้อ
ื ผ้า เปลือยกายล่อนจ้อนคราวนีแ
้ หละความกลัว ความท้อแท้

ความรันทด หมดกำาลังใจขึ้นสูงสุด บอกจริง ๆ นะท่านผิวของท่านยังขาวกว่า สีงามสมบูรณ์
ย่งิ กว่านายร้อยบุลการ์ด้วยซ้ำา เห็นดังนีย
้ ่ิงทวีคูณจตุรคูณ ความรู้สึกซ่งึ ท่วมท้นจนถูกกลืนจม
ลงไป
ข้าฯ ร้องกรีดออกมา เกือบจะตะโกนห้ามว่า "หยุดก่อน อ้ายมนุษย์กินคน" แต่
เสียงไม่ยอมออกจากปาก ถึงตะโกนออกก็คงจะไม่ได้ประโยชน์อะไร ท่านถูกตีแสนสาหัสเสีย
แล้ว
จะเป็ นได้อย่างใดหนอ ท่ีท่านผู้ท่ีรักและอาจารย์ปางโกลศผู้มีปัญญาจึงมาถึงกรุง
ลิสบอนได้ คนหน่งึ ถูกเฆ่ียนร้อยครัง้ คนหน่ ึงถูกแขวนคอ และผู้ก่อคือพระมหาวินัยธรผู้รัก
ข้าฯ ล้นเหลือนัน
่ เอง อาจารย์ปางโกลศหลอกข้าฯ ร้ายนักท่ีสอนว่าทุกส่ิงในโลกมีมาเป็ นมา
เพ่ ือความดีท่ีสุด
"กระวนกระวายเอย, หมดสติเอย บางทีก็รู้ตัว บางทีก็หมดแรงแทบว่าจะตาย
หัวใจข้าฯ มีแต่เร่ ืองฆ่าแกงเต็มไปหมด พ่อเอย แม่เอย น้องเอย ไหนเลยจะเร่ ืองข่มขืนอนาจาร
ด้วยทหารบุลการ์ท่ียังแทงเอาอีก ไหนจะรับรองนายร้อยบุลการ์ ไหนจะยิว โทนอิสัจจาร์ผู้น่า
ขยะแขยง ไหนจะเจ้าพระผู้น่าทุเรศ ไหนจะอาจารย์ปางโกลศถูกฆ่า ไหนจะท่านถูกเฆ่ียน แต่
อะไรก็ไม่ย่ิงไปกว่าจุมพิตท่ีข้าฯ ได้ให้แก่ท่านหลังม่านวันท่ีเห็นท่านเป็ นครัง้สุดท้าย ข้าฯ ขอ
สรรเสริญพระคุณพระเป็ นเจ้าท่ีดลบันดาลให้ท่านได้กลับคืนมาภายหลังจากท่ไี ด้รับทุกข์
ทรมานมาเป็ นอันมาก
ข้าฯ สัง่ให้หญิงชราเอาใจดูแลท่าน และให้พามาหาข้าฯ ท่ีน่ีโดยเร็วท่ีสุดท่ีจะพา
มาได้ แกก็ได้จัดการให้เป็ นอย่างดีย่ิง ข้าฯ ได้ลิม
้ รสความสำาราญเกินคำาพูดจะบรรยายได้แล้วท่ี
ได้เห็นท่านอีก ได้ฟังท่านได้พูดกับท่าน ท่านคงจะหิวแล้ว ข้าฯ เองจะลิม
้ รสอาหารได้ดีย่ิง กิน
ข้ากันเถอะ"
ทัง้สองจึงไปนัง่โต๊ะอาหาร เม่ ืออ่ิมหนำาสำาราญแล้วจึงพากันไปท่ีเก้าอีน
้ วมใหม่
อีก พอดียิวโทนอิสัจจาร์มาถึง วันนีเ้ป็ นวันของยิว ยิวจึงต้องมาใช้สิทธิใ์ห้สบาย จะได้พรรณนา
ความรักอันอ่อนหวานด้วย
- Don Issachar
ผู้แปล ใช้คำา "โทน" แทน Don ซ่ ึงปั จจุบันเราออกเสียงเป็ นดอน แต่จะคงคำาว่า "โทน" ไว้ตามสำานวนผู้แปล-ผู้
จัดพิมพ์
2 - Le Grand Inquisitor : เป็ นตำาแหน่งสูงสุดฝ่ ายศาสนจักรประจำาประเทศ ในยุคศตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘
ซ่ึงเข้มงวดต่อพวกนอกรีต และมีบทลงโทษอย่างทารุณ กล่าวกันว่า ในยุคศตวรรษท่ี ๑๗ ศาสนจักรฝ่ ายโรมัน
คาธอลิคมีอำานาจสูงสุดทัง้ทางการเมือง และการศาสนาโดยเฉพาะในประเทศสเปญ และโปรตุเกส-ผู้จัดพิมพ์
1

อะไรเกิดขึ้นกับนำงคุณิกอง, ฆำนฑิต, พระมหำวินัยธร, และยิว

นำย โทนคนนีเ้ป็ นคนยิวชนิดท่ีโทโสร้ายท่ีสุดท่ีจะหาได้ในอิสราเอล นับแต่
สมัยท่ีพวกยิวถูกจับหมดครัง้คริสตกาล แกว่า "อะไรกันน่ีแม่กากี, พระวินัยธรกับข้ายังไม่สา
ใจอีกหรือ คิดจะเอาไอ้สถุลคนอีกหรือ?"
ว่าพลางชัดหอกยาวท่ีพกติดตัวเป็ นประจำาออกมา ไม่นึกว่าฝ่ ายปรปั กษ์จะมีอาวุธ
อะไรป้ องกันตัว ยิวก็โถมเข้าใส่ฆานฑิต แต่ฆานฑิตคนซ่ ือได้ดาบเล่มงามจาก หญิงชราตอนท่ี
ให้เส้อ
ื ผ้าแต่งกายใหม่ จึงชักดาบออกแทงสวนไปทัง้ ๆ ท่ีเป็ นคนสุภาพ ฆานฑิตก็ทำาเอายิวลง
นอนแข็งตาย อยู่กับหมอนรองเท้านางคุณิกองนัน
้ เอง
นางคุณิกองร้องอุทานว่า "เจ้าแม่ช่วยลูก น่ีคงจะเกิดเหตุใหญ่มีคนถูกฆ่าตายใน
ห้องข้า ถ้าผู้พิทักษ์ยุติธรรมมา เราจะจบกัน"
ฆานฑิตว่า "ถ้าอาจารย์ไม่ถูกแขวนคอ ก็คงจะให้คำาแนะนำาอันดีแก่เราในยาม

คับขันเช่นนี เ

พราะท่านเป็ นนักปราชญ์ผ"ู้ลึกซึง้ เม่ ือไม่ได้ท่านลองป

หญิงชราก็เป็ นคนคงแก่เรียนเหมือนกัน แต่พอออกความคิดก็พอดีประตูเล็ก
เปิ ดออก เวลานัน
้ ตีหน่งึ แล้ว ขึ้นวันอาทิตย์ซ่งึ เป็ นวันของพระมหาวินัยธร เจ้าพระเจ้ามาใน
ห้องเห็นฆานฑิตผู้ซ่ึงเคยถูกโบยถือดาบอยู่ในมือ และยิวนอนตายอยู่กับพ้ืน นางคุณิกองยืน
ตะลึง หญิงชรากำาลังให้อุปเท่ห์
ว่าดังนี้

ในขณะนีเ้องภายในดวงความคิดของฆานฑิต ก็เกิดการตรึกตรองมองหาเหตุผล

"ถ้าพระองค์นีเ้รียกคนให้มาช่วย ตัวก็คงถูกจับเผาทัง้เป็ น ถึงนางคุณิกองก็จะ
ตายตกไปอย่างเดียวกัน พระองค์นีเ้องเป็ นต้นเหตุท่ีเราถูกโบยอย่างสาหัส จึงนับได้ว่าย่อม
เป็ นปรปั กษ์กับเรา เม่ ือเราได้ตัง้ต้นฆ่าคนแล้ว เราก็ควรจะฆ่ามันเร่ ืองไปจะตัง้รอต่อไปอีกไม่
ได้"

การตรึกตรองมองหาเหตุผลนี ก
้ ระจ่างแจ้งทันทีทันใดนัน
้ ไม่ทันให้เวลาพ
มหาวินัยธรหายประหลาดใจเสียก่อนฆานฑิตก็จ้วงแทงเอาแทงเอาจนเจ้าพระล้มลงตายอยู่
เคียงกับยิว
คุณิกอง "อีกแล้วหรือน่ี เราเป็ นอันหมดท่ีพ่ึงละคราวนีเ้ราถูกตัดขาดจากโลก
แล้ว ชัว่โมงท่ีสุดมาถึงแล้ว ท่านทำาได้ลงเทียวหรือหนอท่านผู้เป็ นคนสุภาพราบเรียบโดยปกติ
แต่ฆ่ายิวและฆ่าพระตายภายในสองนาทีเท่านัน
้ "
ฆานฑิต "ดูกร นางผู้รูปงาม บุคคลใดท่ีกำาลังรักกำาลังหึงและได้ถูกพระวินัยธร
โบยแล้วบุคคลนัน
้ ย่อมจะไม่งดเว้นการส่ิงใด ๆ เลย"
หญิงชราก็แทรกเข้ามา พูดว่า
"มี อันฑฬุสิยำ 1 อาชาอยู่ในโรงม้าสามตัว บังเหียนและอานมีพร้อม ฆานฑิตผู้
กล้าหาญ ท่านจงไปเตรียมการ คุณหญิงก็มีแก้วแหวนเงินทอง เราพากันขึ้นม้าหนีไปโดยเร็ว
เถิด ถึงแม้ขา้ เจ้าจะมีก้นข้างเดียวก็พอจะนัง่ไปได้ เราจะได้มงุ่ หน้าตรงไปยังเมือง ฆำทิศ 2 ซ่งึ
เป็ นเมืองอากาศดีท่ีสุดในโลก กลางคืนเย็น ๆ อย่างนีเ้ดินทางสบายย่ิงนัก
ฆานฑิตออกไปผูกอานม้าทันที แล้วทัง้สามก็ข่ีควบไปเป็ นระยะทางสามโยชน์
มิได้หยุดพัก ขณะเดียวกันนัน
้ พวกเจ้าพระไปพบศพทัง้สอง ณ บ้านนอกเมืองนัน
้ จึงนำาศพ
พระมหาวินัยธรไปฝั งไว้ท่ีโบสถ์งดงาม ส่วนทรากยิวนัน
้ โยนทิง้ท่ีหลุมทิง้ทรากสัตว์
ฆานฑิต นางคุณิกอง หญิงชรา ไปถึงเมืองเล็กช่ ือว่า อวเสนำ
ภูเขา เสียระโมรีนำ 4 หยุดพักแรมอยู่ ณ โรงแรมแห่งหน่ ึง
1
2
3
4

-

Andalusia : เป็ นม้าศึกลือช่ ือ จากแคว้น Andalousie ในสเปญ
Cadiz
Avacena
Sierra Morena

๑๐

3

ซ่งึ ตัง้อยู่ระหว่าง

ฆำนฑิต นำงคุณิกอง หญิงชรำ ได้รับทุกข์อย่ำงไรต่อไป เม่ ือถึงเมืองฆำทิศ
และกำรเดินทำงทำงเรือเป็ นอย่ำงไรต่อไป

คุ ณิกองร้องไห้พลางถามว่า "น่ีใครหนอขโมยแก้วแหวนเงินทองข้าไปหมด
เราจะเอาอะไรกินเข้าไป จะทำาอย่างไรกันจะหาพระวินัยหรือยิวท่ีไหนกอบโกยให้อีก"
หญิงชราว่า "พุทโธ่ นึกสงสัยคลับคล้ายคลับคลาแล้วเทียวว่า อีตาพระฟรังซิ
สกันซ่ ึงพักอยู่แรมเดียวกันท่ีเมืองบทโยส 1 เม่ ือคืนนีเ้องขโมยไป ถ้าของหายตะพายบาปก็ขอ
ประทานโทษด้วยเถิด แต่แกเข้ามาในห้องเราถึงสองครัง้ แล้วรีบออกเดินทางก่อนหน้าเราตัง้
นมนาน"

ฆานฑิต "พุทโธ่ ท่านอาจารย์ปางโกลศอธิบายให้ฟังบ่อย ๆ ว่า ส่งิ ทัง้หลายใน
โลกนีเ้ป็ นของกลางสำาหรับบุคคลทั่วไป ใคร ๆ ก็มีสิทธิเท่า ๆ กันท่ีจะเอาได้ ถ้าว่ากันตามหลัก
นี พ
้ ระองค์นัน
้ ควรจะเหลือเงินไว้ให้เราเดินทางจนถึงท
นางคุณิกอง?"
นางคุณิกอง "เก๊เดียวก็ไม่เหลือ"
ฆานฑิต "งัน
้ เราจะทำาอย่างใดดี?"
หญิงชราว่า "ขายม้าเสียตัวหน่ ึงก็แล้วกัน ข้าเจ้าจะยานท้ายนางคุณิกองไป ถึงจะ
นัง่ก้นข้างเดียวก็คงไปได้ถึงเมืองฆาทิศดอก"
ท่ีโรงแรมนัน
้ มีพระ พเนทิก 2 องค์หน่ ึงรับซ้อ
ื ม้าราคาถูก ฆานฑิต นางคุณิกอง
และหญิงชรา เดินทางผ่านเมือง ฬุเสนำ 3 จิลลำส 4 เลพฤกษำ 5 ท่ีสุดก็ถึงฆาทิศ ขณะนัน
้ มี
การตระเตรียมกองทัพเรือ รวบรวมพลจะไปรบพระ ปรไกว 6 เพราะพระองค์นีเ้กลีย
้ กล่อมชน
ชาวพ้ืนเมืองหมู่หน่งึ ซ่งึ อยู่แถว สำนสัครำเมนท์ 7 ให้ก่อกบฏต่อพระเจ้ากรุงสเปญ และปอตุ
เกศ ฆานฑิตเคยเป็ นทหารบุลการ์มาแล้ว จึงแสดงท่าหัดทหารต่อหน้านายพลกองทัพน้อย ๆ
นีอ
้ ย่างมีสง่าน่าดู จะบอกแถวหรือวางท่าก็คล่องแคล่วน่าชมนัก จึงได้รับแต่งตัง้ให้เป็ นผู้บังคับ
กองทหารราบได้ยศถึงนายร้อยเอก ฆานฑิตจึงพาพวกลงเรือคือนางคุณิกอง หญิงชรา กับขีข้า้
อีกสองคนและม้าอันฑฬุสิยาอีกสองตัว ซ่ ึงได้มาจากพระวินัยธรปอตุเกศนัน

จารย์โกลศ

ขณะท่ีเดินทางไปในเรือ ต่างก็พากันตรึกตรองมองหาเหตุผลในปรัชญาของอา

ฆานฑิตว่า "เรากำาลังเดินทางไปสู่โลกใหม่เป็ นท่ีแน่นอนท่ีส่ิงต่าง ๆ ท่ีนัน
่ จะมีจะ
เป็ นเพ่ ือความดีท่ีสุด ข้าพเจ้าต้องยอมรับว่าเหตุผลท่ีจะรำาพันถึงเร่ ืองท่ีแล้วมาในโลกเก่าของเรา
นัน
้ มีแต่เพียงน้อยนิดเดียวเท่านัน
้ ไม่ว่าจะเป็ นปรัชญาทางธรรมชาติ หรือทางศีลธรรม"
คุณิกอง "ข้าพเจ้ารักท่านด้วยหัวใจเต็มท่ี แต่วิญญาณของข้าพเจ้ายังคงมีแต่
ความหวาดกลัวส่ิงต่าง ๆ ท่ีได้เห็นได้โดนมา"
ฆานฑิต "แล้วก็คงจะคืนดีทัง้สิน
้ ดอก แต่ทะเลโลกใหม่นีก
้ ็ยังดีกว่าทะเลยุโรปเรา
เสียแล้วราบเรียบกว่า ลมก็พัดแน่นอนกว่า ต้องแน่แล้ว ท่ีโลกใหม่ย่อมประเสริฐสุดกว่าโลก
อ่ ืนใดท่ีจะมีอีกได้"
หญิงชราเอ่ยขึ้นว่า "หลานเจ้าช่างรำาพันไปได้ พุทโธ่เอ๋ยเจ้ายังไม่เคยประสพทุกข์
ถึงข้าเจ้าหรอก"
คุณิกองเกือบจะหัวเราะลัน
่ ออกมา เห็นว่ายายคนนีเ้ป็ นคนตลกทำาเป็ นว่าเคย
ประสพทุกข์อย่างนางบ้าง จึงพูดว่า "พุทโธ่ ยายเอ๋ย ถ้ายายถูกทหารบุลการ์ถึงสองคนข่มขืน
ถูกแทงเป็ นแผลลึกท่ีท้องถึงสองแห่ง ปราสาทถึงสองหลังถูกผลาญย่อยยับ แม่ถงึ สองคนถูก
สับเป็ นชิน
้ ๆ ต่อหน้าต่อตา คนรักถึงสองคนถูกโบยท่ีพิธีบูชายัญ นัน
่ แหละยายจึงจะว่ายาย
เคยประสพทุกข์เกินกว่าข้าพเจ้า ยังมีอีก! ข้าพเจ้านีเ้กิดมาเป็ นคุณหญิงบารอนเนสมีสิบสอง
ท้องพระคลัง ครัน
้ แล้วต้องไปเป็ นแม่ครัวเขา"
หญิงชรา "คุณหญิง คุณยังไม่รู้ตระกูลข้าเจ้า ถ้าข้าเจ้าจะเปิ ดก้นให้ดู ก็คงจะไม่

ลงความเห็นเช่นนัน
้ ก่อน"
คำาพูดตอนนีท
้ ำาเอานางคุณิกองกับฆานฑิตเกิดความสนเท่ห์ย่ิงนัก แล้วหญิงชรา
ก็เล่าเร่ ืองของตนต่อไป ดังนี้
1
2
3
4
5
6
7

-

Badajos
Benedict
Lucena
Chillas
Lebrixa
Paraguay
St. Sacrament

๑๑

เร่ ืองของหญิงชรำ

"มิ ใช่ว่าตาข้าเจ้าจะแดงก่ำา หนังตาจะช้ำาแดงอยู่อย่างนีเ้สมอ จมูกก็ไม่งุ้มจน
จรดคาง เป็ นขีข้้าเขาก็ไม่เคย
ข้าเจ้าเป็ นธิดาสังฆราช อุรพัน 1 ท่ีสิบ มารดาข้าเจ้าคือเจ้าหญิง 2 ปำเลศตรีนำ
ข้าเจ้าอยู่วงั ตัง้แต่เล็กจนกระทัง่อายุได้สิบส่ี ปราสาทพวกท้าวพญาเยอรมันของหลานนัน
้ จะ
มาเทียบกับวังข้าเจ้า ก็พอเป็ นโรงม้าได้เท่านัน
้ เคร่ ืองทรงข้าเจ้าแต่ละเคร่ ืองมีค่าเหนือของมีค่า
ในเมืองเวสท์ฟาเฬียทัง้หมดรวมกัน
ข้าเจ้าเจริญวัยขึ้นพร้อมทัง้เจริญความงาม ฉลาด แหลมคม ตลอดจนสง่าราศีทุก
ประการ ห้อมล้อมไปด้วยความสุขสำาราญ ความสำาเร็จ และเป็ นท่ีนับถือบูชาแก่คนทัง้หลาย
แล้วยังเป็ นท่ีเสน่หาน่ารักด้วย ลำาคอนัน
้ อุแม่เอ๋ย ขาวผ่องเต็มเป่ียมได้รูปราวกับพระศอนาง
วีนัส ณ เมดิสิ 3 ดวงเนตรเล่า ขนงอันดำาขลับเล่า แสงประกายซ่ ึงพุ่งจากแววตาดำานัน
้ หลู่แสง
ระยับของดาวขับเสียมืดไปทีเดียว พวกกวีในแคว้นนัน
้ บอกว่าอย่างนี น
้ างกำานัลแต่งเคร่ ือง
ทรง หรือเปล้ืองเคร่ ืองทรงข้าเจ้าแต่ละที ต้องตะลึงหลง งงงวย ไปทุกครัง้ไม่วา่ จะดูเบ้อ
ื งหน้า
หรือเบ้ืองหลัง ถ้าหากชายใดได้ทำาการแทนนางกำานัลเช่นนัน
้ บ้างคงจะช่ ืนใจตายเลย
"แล้วเขาทำาพิธีหมัน
้ ข้าเจ้ากับเจ้าชายแห่ง มัสสำ ฆรำรำ 4
อุแม่เอ๋ย งามเทียมทันกันทีเดียว พระกิริยาก็อ่อนหวาน น่าช่ ืนชม ฉลาด
แหลมคมก็ปานนัน
้ ความรักหรือก็โชติช่วงปานนัน
้ ข้าเจ้ารักเจ้าชายทำานองหญิงรักชายเป็ น
ครัง้แรก คือ ประกอบด้วยลุ่มหลงงงงวยลืมตัวกระนัน
้ แหละ
แล้วเขาก็ตระเตรียมพิธีสมรสเป็ นการมโหฬาร ฟ้ ุงเฟ่ ืองด้วยอำานาจราชศักดิ ม
์ ี
มหรสพ เลีย
้ งอาหาร ละครแสดงทัง้กลางวันกลางคืน นักเลงกาพย์กลอนทุกคนในเมืองอิตาลี
พากันแต่อาเศียรพาทเฉลิมขวัญข้าเจ้า แต่จะหาสักบทหน่ ึงถึงใจมิได้เลย
พอข้าเจ้าจะถึงสุดยอดแห่งความเกษมสำาราญ ก็มีนางท้าวสูงอายุผู้หน่ ึง ซ่งึ เคย
เป็ นชายาของผู้จะเป็ นภรรดาของข้าเจ้า นางนัน
้ ถวายโคโก้เจ้าชายแล้วชวนด่ ืม พอด่ ืมได้ไม่ทัน
สองชัว่โมงก็เกิดชักขึ้นอย่างแรงน่ากลัว แล้วขาดใจตาย

แต่เพียงเท่านีก
้ ็ยังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก เร่ ืองยังร้ายย่ิงกว่านีต
้ ่อไปอีก
คือ พระมารดาของข้าเจ้าหมดกำาลังพระทัยแทบว่าจะไม่น้อยกว่าข้าเจ้า ว่าไม่ขออยู่วงั อุบาทว์นี้
อีกต่อไป ขอไปประทับอยู่ ณ ท่ีอ่ืนท่ีมีดินส่วนพระองค์ผืนงามอยู่ทางเมือง คีตำ 5 แห่งหน่ ึง
จึงพากันเดินทางไปโดยเรือทรง เรือลำานีห
้ ุ้มทองดูดงั กับพระแท่น เสนต์พีตร 6 ณ กรุงโรม
มีโจรสลัดเมืองสัลลี 7 เข้าตีชิงมันพากันขึ้นมาบนเรือ คนบนเรือเราต่อสู้ป้องกัน
ตัวไม่ต่างอะไรกับทหารสังฆราช คือคุกเข่าพนมมือขอแก้บาปเม่ ือตอนจะสิน
้ ใจ
"ในทันใดนัน
้ เอง พวกโจรก็จับพวกเราแก้ผ้าล่อนจ้อนเหมือนลิง รวมทัง้
พระมารดา นางกำานัล และตัวข้าเจ้าด้วยมิได้ยกเว้น น่าอัศจรรย์แท้ท่ีพวกนีท
้ ำากับคนด้วยกัน
ถึงเพียงนี้
ย่งิ อัศจรรย์ย่ิงกว่านัน
้ อีก พวกมันเอานิว้แหย่เข้าไปในทวาร ซ่ ึงธรรมดาหญิงก็ไม่
เคยใช้เคร่ ืองอะไรแหย่ได้ นอกจาก-ลำาท่อ
ข้าเจ้าดูเป็ นท่ีประหลาดนัก เป็ นธรรมดาของผู้ท่ีไม่ชินต่อโลกย่อมคิดไปต่าง ๆ
มาภายหลังจึงได้รู้เร่ ืองว่า มันค้นหาว่าจะซ่อนเพ็ชรพลอยไว้ในทวารบ้างหรือเปล่า เป็ นวิธี
ปฏิบัติกันมาแต่ครัง้โบราณกาลแล้ว ในหมู่ชาติสิวิลัยซ์ท่ีปล้นสดมภ์ทางทะเล
เขาเล่าให้ฟังว่าแม้ทหารชาวมลตาผู้เคร่งครัด ในศาสนาก็ไม่เว้นจากการค้นหา
แบบนีเ้หมือนกัน เชลยตุรกีจึงถูกเข้าเช่นนีท
้ ัง้หญิงและชาย ถือว่าเป็ นธรรมเนียมประจำาชาติ
จะเปล่ียนแปลงเป็ นอ่ ืนมิได้เลย
"ไม่จำาเป็ นจะต้องเล่าให้เจ้าทัง้สองฟั งก็ได้ว่า ข้าเจ้ากับพระมารดาได้รับระกำา
ลำาบากเพราะตกเป็ นทาสีเขานัน
้ เพียงใด มันพาไปเมืองโมรัคโค 8 นึกเห็นภาพเอาเองก็ได้งา่ ย
ๆ ว่าตอนท่ีอยู่ในเรือกับโจรสลัดนัน
้ จะต้องทนทุกข์อะไรบ้าง
พระมารดาข้าเจ้างามอยู่ นางกำานัลนางห้ามก็น่าพิศวาสมีเสน่ห์ย่ิงหญิงใดในอัฟ
ริกา สำาหรับตัวข้าเจ้าเองก็ถูกมันข่มขืน เพราะงามสคราญเอ่ ืยมละออดังตัวเสน่ห์เองทีเดียว
แล้วยังเป็ นสาวบริสุทธิส
์ วยสด แต่ก็บริสุทธิส
์ วยสดไปไม่ได้เท่าใดดอก ดอกสลิดท่ีรักษาไว้ให้
เจ้าชายงามแห่งมัสสาฆราราถูกนายโจรผู้เป็ นกัปตันเด็ดเสียแล้ว มันก็ไอ้แขกนิโกรทุเรศน่ีเอง
ยังจะมีหน้าว่ามันให้เกียรติแก่ข้าใหญ่โตเสียอีก
การท่ีเจ้าหญิงปาเลศตรีนากับตัวข้าเจ้าทนทานได้จนตลอดท่ีเมืองโมรัคโคได้นัน

ต้องนับว่าแข็งแรงนักหนา แต่เล่าผ่านไปดีกว่า เร่ ืองเช่นนีห
้ ยาบช้าลามกไม่สมควรท่ีจะนำามา
เล่าเลย
"เม่ ือไปถึงเมืองโมรัคโคนัน
้ โมรัคโคกำาลังนองเลือดพระเจ้าจักรพรรดิมูลเลย์ อิส
มำเอล 9 มีโอรสห้าสิบองค์ แต่ละองค์มีไพร่พลพรักพร้อมต่างทำาสงครามกลางเมืองกัน เป็ น
จำานวนห้าสิบครัง้ พวกดำาสู้พวกดำา พวกดำาสู้พวกน้ำาตาล พวกน้ำาตาลสู้พวกน้ำาตาล พวกคร่ ึง
นิโกรฝรัง่สู้คร่ ึงนิโกรฝรัง่ พูดสัน
้ ๆ ว่าห้ำาหัน
่ บัน
่ ชีวิตกันทัว่ทัง้จัรกภพไม่มีเวลาหยุดหย่อนเลย
"

พอเรือจอดไม่ทันไร พวกดำาซ่งึ เป็ นคนละพวกกับกัปตันของเราก็เข้าแย่งชิง
ทรัพย์สมบัติ ถัดจากเคร่ ืองเพ็ชรเคร่ ืองทองก็คือพวกหญิงเรานี้
ข้าเจ้าได้เห็นการรณรงค์แก่ตาเอง อย่างท่ีพวกเจ้าไม่เคยได้เห็นในดินแดนยุโรป
เรา ชาวยุโรปภาคเหนือเลือดไม่ร้อนแรงเท่าพวกนี ต
้ ั ณหาก็ไม่เดือดพล่านถึงมันซ
ธรรมดาในเมืองอัฟริกา ถ้าเทียบกับพวกเราชาวยุโรปในเส้นเลือดมีน้ำานมเสียมากกว่า ส่วนใน
เส้นเลือดพวกชาวภูเขา อัตลำศ 10 และเมืองข้างเคียงนัน
้ คือน้ำากรดดี ๆ น่ีเอง หรือจะว่าไฟที
เดียวก็ว่าได้ ได้ทำาสงครามชิงนาง คือ พวกเรา กันด้วยความพิโรธของสิงห์โตของเสือของจรเข้

แขกมวฺร 11 คนหน่ ึงจับแขนขวาพระมารดา นายสิบฝ่ ายเราคว้าแขนซ้ายไว้
ทหารแขกมวฺรอีกคนหน่ ึงมาคว้าขาขวา ลูกเรือสลัดเราอีกคนหน่ ึงคว้าขาซ้าย ผู้หญิงเราแต่ละ
คนถูกผู้ชายส่ีคนชักคะเย่อกันอยูอ
่ ย่างนีท
้ ุกคนไป
สำาหรับข้าเจ้ากัปตันเอาบังหลังไว้ ชักดาบสิมิตำ 12 ฟาดฟั นคนท่ีจะเข้ามาแย่งไม่
ว่าใครเป็ นใครทุกคน ในท่ีสุดข้าเจ้าเห็นหญิงอิตาเล่ียนพวกเราทุกคน รวมทัง้พระมารดาด้วย
ถูกฉีก ขาด สับ ฟั น ตายหมด เพราะความท่ีเย้ือแย่งกันไป ๆ มา ๆ พวกมันทุกคนทัง้ดำา ขาว
คร่ ึงดำาคร่งึ ขาว ทหารเรือ ทหารบก ทาสและพวกเราทุกคนตายกันหมด กัปตันเป็ นคนสุดท้าย
ข้าเจ้าก็ร่อแร่จะสิน
้ ใจอยู่บนกองทรากศพ สนามยุทธดินแดนไกลถึงเก้าสิบโยชน์
ดูเถอะมนุษย์ผู้ซ่ึงสวดมนต์วันละห้าครัง้ขาดไม่ได้ตามท่ีพระมหะหมัดบัญญัติไว้ยังทำากันได้ถงึ
อย่างนี้
"ข้าเจ้าดึงตัวเองออกมาจากกองศพได้แสนลำาบาก คลานไปถึงต้นส้มใหญ่ริมฝั่ ง
ลำาธารแถวนัน
้ แล้วก็ล้มลง อกอัดแน่ด้วยความกลัว สยดสยอง เหน่ ือยล้า ท้อแท้ และหิวโหย
ทันทีนัน
้ เอง ประสาททัง้ห้าก็ยอมหมดกำาลัง เลยหลับไป ท่ีจริงสลบไปถูกกว่าหลับ อยู่ใน
ลักษณะหมดแรงและหมดประสาทรู้สึก อยู่ในระหว่างความเป็ นกับความตาย จนกระทัง่รู้สึก
ว่าถูกทับขยับหยุบ ๆ อยู่บนตัว จึงรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นเห็นคนผิวขาว หน้าตาดี ถอนใจแล้ว
กัดฟั นพูดภาษาอิตาเลียนว่า
"O che sciagura d' essere senza cogligni" 13
Urban
Venus de Medici
3 Massa Carara
4 Gaeta
5 St. Peter
6 Sallee
7 Morocco
8 Palestrina
9 Muley Ismael
10 - Monut Atlas
11 - Moor
12 - Scimitar
13 - O che sciagura d' essere senza coglioni แปลว่า "โธ่เอ๋ย ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนีห
้ นอตัวเรา
เกิดมาไม่มี" -ผู้จัดพิมพ์
1
2

-

๑๒

เร่ ืองหญิงชรำผจญกรรมต่อ
ความอ่อนแออย่างบัดซบของมนุษย์ข้อนีแ
้ หละเป็ นเคร่ ืองพล่าชีวิตมนุษย์เราเอง
ก็จะมีอะไรอีกเล่าท่จี ะบัดซบย่ิงไปกว่าการแบกภาระซ่ ึงจะสลัดทิง้เสียเม่ ือใดก็ได้
แต่ไม่ยอมทิง้ คนเราเกลียดชีวิตเสียเหลือเกิน แต่ก็อุตส่าห์เหน่ียวชีวิตไว้แน่น
พูดสัน
้ ๆ มนุษย์เราเฝ้ ากอดรัดอสรพิษซ่ ึงกัดกินตัวเองอยู่ไม่ยอมปล่อย

จนกระทัง่มันกัดกินหัวใจเราตายเลย มีอะไรหรือที่บัดซบกว่านีอ
้ ีก

พอ ได้ยินคนพูดภาษาของตัวเข้า ประหลาดใจก็ประหลาดใจ ดีใจก็ดีใจ และ

คำาท่ีพูดนัน
้ ก็น่าประหลาดใจไม่น้อยเหมือนกัน ข้าเจ้าตอนว่ายังมีเคราะห์ร้ายย่ิงกว่าท่ีเขารำาพัน
นัน
้ อีกมากมายนัก
แล้วข้าเจ้าก็เล่าความสยอสยองท่ีได้รับมาให้เขาฟั ง ได้สองสามคำาข้าเจ้าก็
สลบไปอีกทีหน่ ึง เขาอุ้มข้าไปท่ีบ้านแถบนัน
้ ให้นอนหาอาหารให้ คอยปฏิบัติเล้าโลมยกยอข้า
เจ้าต่าง ๆ บอกว่าไม่เคยเห็นหญิงไหนงามเท่าเลยและว่าเขาไม่เคยต้องเสียใจท่ีเขาต้องสูญเสีย
ของอย่างท่ีจะเอาคืนมิได้ ถึงเพียงนีเ้ลย แล้วก็เล่าเร่ ืองของเขาให้ฟังว่า
"ข้าพเจ้าเกิดท่ีเมืองเนปลฺส 1 เมืองนีเ้ขาจับเด็กตอนปี ละสองหรือสามพัน
คน ท่ีตายเพราะผ่าตัดก็มี ท่ีเสียงหวานไพเราะย่ิงกว่าหญิงเพราะผ่าตัดก็มี ท่ีเติบโตขึ้นมี
ตำาแหน่งในการบ้านเมืองก็มี สำาหรับตัวข้าพเจ้าตอนแล้วได้ผลดีเป็ ท่ีย่ิงได้รับตำาแหน่งนาย
ดนตรี ประจำาโบสถ์ของเจ้าหญิงฟาเลศตรีนา"
"ข้าเจ้าร้องอุทานว่า 'พระมารดาของฉันเอง'"
"เขาร้องไห้แล้วอุทานว่า 'พระมารดาของนางรึ อะไรกันนีจ้ะเป็ นไปได้หรือ
ท่ีนางคือเจ้าหญิงองค์น้อยท่ีข้าเลีย
้ งมาจนอายุหกขวบ เม่ ือเล็ก ๆ ก็มีแววว่าจะงามเหมือนกับ
นางเดี๋ยวนีแ
้ ล้ว'
" 'ฉันน่ีแหละ ใช่จริง ๆ แต่พระมารดาของฉันนอนตายอยู่โน่นสักสามเส้น
จากนีเ้ท่านัน
้ ถูกฉีกเป็ นส่ีเส่ียง หมกอยู่ใต้กองทรากศพโน่น'
"แล้วข้าเจ้าก็เล่าเร่ ืองท่ีได้ประสพมาให้เขาฟั งจนสิน
้ เขาก็เล่าเร่ ืองตัวเขาให้
ข้าเจ้าฟั งบอกว่าผู้มีอำานาจ ฝ่ ายศาสนาคริศตังจัดส่งเขามายังจักรพรรดิโมรัคโคนี ใ้ห้มาทำา
สัญญาพันธไมตรีกัน เขาก็จัดเรือรบและสัมภาระมาทำาลายล้างการพาณิชย์ของรัฐบาลคริศตัง
อ่ ืนให้ราบไป"
"นายขันทีผู้ซ่ือสัตย์นีเ้ล่าต่อไปว่า 'งานข้าเสร็จแล้วต่อนีก
้ ็จะลงเรือไปเมือง
คิอุตา จะพานางไปยังเมืองอิตาลีดว้ ย O che sciagura d' essere senza coglioni'
"ข้าเจ้าขอบคุณเขา น้ำาตาคลอเพราะต้ืนตันในกรุณาของเขา แต่แทนท่ีเขา
จะพาไปเมืองอิตาลีกลับแวะเสียท่ีเมือง อัลจิเอส์ 2 เอาไปขายให้กับเจ้าเมืองเมืองนัน
้ พอตกลง
ขายกันเสร็จก็พอดีโรคห่าซ่งึ ระบาดทัว่อัฟริกา อาเซีย ยุโรปมาถึงเมืองอัลจิเอส์อย่างร้ายแรง
เจ้าได้เห็นแผ่นดินไหวมาแล้ว แต่แม่เจ้าประคุณเถอะเคยเห็นห่าลงบ้างไหม?"
นางคุณิกองว่า "ไม่เคย"
หญิงชราว่า "ถ้าเคยก็จะได้ความรู้ว่ามันน่าสยดสยองย่ิงกว่าแผ่นดินไหว
นักหนาทีเดียว ในเมืองอัฟริกาโรคห่านีม
้ ีเสมอ ๆ คราวนีข้้าก็ติดโรคเข้าด้วย
ลองหลับตานึกดูเถิดว่า เร่ ืองมันจะน่าสังเวชเพียงใด ธิดาสังฆราชเพ่ิงรุ่น
กำาดัดชนมายุเพียงสิบห้าพรรษา ชัว่ระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนต้องรับทุกข์เพราะยากจนตกเป็ น
ทาสเขา ถูกข่มขืนแทบไม่เว้นวัน เห็นมารดาถูกฉีกเป็ นส่ีเส่ียงกับตาเอง ประสพทุพภิกขภัย
และยุทธภัย แล้วร่อแร่จะตายเพราะโรคห่าท่ีเมืองอัลจิเอส์ ถึงกระนัน
้ ก็หาตายไม่ แต่นายขันที
และเจ้าเมืองกับชาวเมืองตายกันแทบหมดเมือง"

"ครัน
้ โรคร้ายสงบลงแล้ว เขาก็เอาพวกทาสเจ้าเมืองออกขาย พ่อค้าผู้หน่ ึง
รับซ้อ
ื ข้าเจ้าไปเมืองทูนศ
ิ 3 เอาไปขายให้พ่อค้าอีกคนหน่ ึง พ่อค้าคนนีเ้อาไปขายต่อให้พ่อค้าท่ี
เมืองตรีโปลี 4 พ่อค้าตรีโปลีเอาไป ขายท่ีพ่อค้าเมืองอเลกษันดริยำ 5 พ่อค้าเมืองอเลกษันดริ
ยาขายให้พ่อค้าสมิรณำ 6 พ่อค้าสมิรณาขายให้พ่อค้าคันสตันติโนปฺล 7 ในท่ีสุดข้าเจ้าต้องตก
เป็ นสมบัติของผู้บังคับกองทหารรักษาพระองค์ ต่อมาอีกไม่นานผู้บังคับกองได้รับคำาสัง่ให้ไป
รักษาเมืองอะสอฟ 8 ซ่งึ ขณะนัน
้ ตกอยู่ในท่ีล้อมของทหารรุสเซีย
"ผู้บังคับกองคนนีเ้ป็ นคนกล้าหาญ พาพวกนางฮาเรมไปด้วยทัง้หมด ให้
พวกผู้หญิงเราอยู่ในป้ อมน้อย ๆ ท่ีฝั่งทะเลเลอะสอฟ ณ ปำลุสเมโอติดิศ 9 จัดขันทีแขกดำา
สองคนกับทหารตุรกีย่ีสิบคนเฝ้ าไว้
ทหารตุรกีฆ่าพวกรุสเซียเสียเหลือหลาย แล้วรุสเซียก็แก้แค้นเผาเมืองอะ
สอฟเสียราบเหมือนกัน ชาวเมืองถูกแทงตายไม่เว้นว่าจะเป็ นเพศใดวัยไหน จนกระทัง่เหลือ
อยู่แต่ป้อมน้อยท่ีเราอยู่ พวกรุสเซียศัตรูจะปล่อยให้เราอดตายไปเอง
ทหารตุรกีย่ีสิบคนท่ีเฝ้ าอยู่นัน
้ สบถสาบานว่าจะไม่ยอมแพ้ ครัน
้ ในท่ีสุดอด
อาหารทนไม่ไหวเข้าต้องฆ่าขันทีสองคนนัน
้ กินเพราะจะยอมแพ้ก็ผิดคำาสาบาน ต่อมาอีกสอง
สามวันพวกทหารตกลงกันว่าจะต้องกินพวกผู้หญิงเสียเหมือนกัน
"ในหมู่พวกเราท่ีอยู่กันนัน
้ มีพวก อิหม่านคนหน่ ึงเป็ นคนใจบุญมีศีลมี
ธรรมดีย่ิง อิหม่านผู้นีเ้ทศน์เก่งวิเศษนัก สัง่สอนทหารว่า อย่าฆ่าเรากินเสียทีเดียวเลย บอก
ว่า "
'เชือดเน้ือก้นหญิงเหล่านีค
้ นละข้างก็พอพวกเจ้ายังจะดำารงชีวิตต่อไปได้ ถ้า
อีกสองสามวันยังแหกออกจากท่ีล้อมไม่ได้ก็จำาเป็ นต้องเชือดอีกข้างหน่งึ สวรรค์ย่อมจะรับ
นับถือความกระทำาดีอันนี ค
้ งจะประทานความช่วยเหลือแก่เรา'
"พระองค์นีพ
้ ูดเก่ง แนะนำาจนมันยอมแล้วทหารก็เชือดเน้อ
ื ก้นพวกเราผู้
หญิง พระเอายายางไม้ใส่ให้เหมือนกับใส่ยาเด็กเวลาเข้าสนับอย่างนัน
้ พวกผู้หญิงเกือบตาย
ตาม ๆ กัน

"ไม่ทันท่ีพวกทหารจะกินเน้อ
ื ซ่ ึงเราบริจาคนัน
้ อ่ิมกันดี พวกรุสเซียแล่นเรือ
ท้องแบนเข้ามาถึงป้ อม หทารตุรกีสักคนก็ไม่รอดมือไปได้ พวกรุสเซียไม่อินังอะไรพวกผู้หญิง
จะเป็ นอย่างไรก็ช่าง
ดีแต่มีหมอฝรัง่เศสคนหน่ ึง หมอฝรัง่เศสนัน
้ ย่อมมีอยู่ทัว่ทุกหนทุกแห่งใน
โลกนี ห

มอคนนีเ้ก่งมากช่วยรักษาพวกเราจนหายข้าเจ้าจะไม่ลืมเลยจน
พอแผลหายเท่านัน
้ หมอคนนีก
้ ็ขอแต่งงานกับข้าเจ้า บอกกับพวกเราว่าให้
ทำาใจให้ดี ว่าเร่ ืองอย่างนี ย
้ อ
่ มเป็ นของธรรมดาเม่ ือถูกล้อมอันเป็ นวิสัยของสงคราม
"พอพวกเพ่ ือน ๆ เดินได้แล้ว ก็ถูกบังคับให้เดินทางไปยังกรุงโมสโค 10 ข้า
เจ้าตกไปอยู่กับขุนนางรุสเซียผู้หน่ ึงให้เป็ นคนสวน เฆ่ียนวันละย่ีสิบครัง้
ต่อมาสองปี ขุนนางคนนีก
้ ับอีกสามสิบกว่าคนก่อการจลาจลขึ้นเลยถูก
ประหาร ข้าเจ้าถือโอกาสนีห
้ นีไปได้ ท่องเท่ียวจนทัว่เมืองรุสเซียท่ีเมืองฤคำ 11 เป็ นหญิง
รับรองอยู่ตามโรงแรมเป็ นนาน ท่รี อสตอก 12 ท่ีวิสมำร 13 ท่ีไลปสิค 14 ท่ีคำสสล 15 ท่ีอูเต
รกต์ 16 ท่ีเลยฺยเดน 17 ท่ีเหก 18 รตฺตดำม 19 ก็เหมือนกัน
ข้าเจ้าแก่เฒ่าเฉาอับลงด้วยความทุกข์และเส่ ือมศักดิ ก
์ น
้ ก็เหลือแต่ข้าง
เดียว แต่จำาได้มวิ ายว่าเป็ นธิดาสังฆราชเกือบ ๆ จะฆ่าตัวตายเสียก็หลายร้อยหน แต่ยังรักชีวิต
อยู่ บางทีจะกล่าวได้ว่า

ความอ่อนแออย่างบัดซบของมนุษย์ข้อนีแ
้ หละเป็ นเคร่ ืองพล่าชีวิตมนุษย์เราเอง ก็จะมีอะไร
อีกเล่าท่ีจะบัดซบย่ิงไปกว่าการแบกภาระซ่ ึงจะสลัดทิง้เสียเม่ ือใดก็ได้ แต่ไม่ยอมทิง้ คนเรา
เกลียดชีวิตเสียเหลือเกิน แต่ก็อุตส่าห์เหน่ียวชีวิตไว้แน่น พูดสัน
้ ๆ มนุษย์เราเฝ้ ากอดรัด
อสรพิษซ่ ึงกัดกินตัวเองอยู่ไม่ยอมปล่อย จนกระทัง่มันกัดกินหัวใจเราตายเลย มีอะไรหรือท่ี
บัดซบกว่านีอ
้ ก

"ไม่ว่าจะเป็ นเมืองใด ชาติใด ภาษาใดท่ีข้าเจ้าได้มีโอกาสผ่านมา ไม่ว่า
โรงแรมใดซ่ ึงเป็ นจำานวนมากหลายท่ีข้าเจ้าได้รับรองผู้ชายมา ข้าเจ้าได้สังเกตว่าในบรรดาคน
มากมายก่ายกองซ่ ึงมีชีวิตอยูอ
่ ย่างน่าทุเรศทุรังนัน
้ ปลิดชีพตนเองเพียงแปดคนเท่านัน
้ เป็ น
นิโกรเสียสามคน อังกฤษส่ีคน ศาสตราจารย์เยอรมันหน่ ึงคนช่ ือว่าโรเบก 20
ในท่ีสุดข้าเจ้าก็ตกไปเป็ นคนรับใช้ยิวอิสัจจาร์ ยิวใช้ให้ข้าเจ้าเฝ้ าเจ้าไว้มิให้
ห่างกาย แม่งามของข้าเอ๋ย ข้าเจ้าตกลงปลงใจจะล่มหัวจมท้ายกับเจ้า นึกการุณท่ีเจ้าได้รับทุกข์
ย่งิ เสียกว่าสงสารตัวข้าเจ้าเอง ถ้าหากว่าเจ้าไม่พูดเสียดแทงเอาข้าเจ้าอย่างหน่ ึง หรือถ้าไม่ใช่
ธรรมเนียมท่ีจะเล่าเร่ ืองสู่กันฟั งในยามเดินทางเรือเพ่ ือฆ่าเวลาอีกอย่างหน่ ึงแล้วไซร้ ข้าเจ้าจะ
ไม่เล่าเร่ ืองทุกข์ยากของข้าเจ้าให้เจ้าฟั งเลย
พูดสัน
้ ๆ คุณิกองเอ๋ย ข้าเจ้าถนัดจัดเจน ข้าเจ้ารู้จักโลกดี ฉะนัน
้ แหละ ข้า
เจ้าขอแนะนำาว่า เจ้าจงบำาเพ็ญตนให้เป็ นสุข สนุกกับเร่ ืองของผู้โดยสารมาด้วยกันนีเ้ถิด แต่ละ
คนขอให้เล่าเร่ ืองของตนสู่กันฟั ง ถ้ามีผู้ใดท่ีไม่เคยได้สาปแช่งชีวิตหลาย ๆ หนหรือไม่มองเห็น
ว่าตนเป็ นคนทุกข์ท่ีสุดในบรรดามนุษย์ด้วยกันแล้ว ข้าเจ้ายอมให้เจ้าจับตัวเอาหัวข้าเจ้าพุ่ง
ทะเลเสียเถิด"
1
2
3
4
5
6
7
8
9

-

10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

Naples
Algiers
Tunis
Tripoli
Alexandria
Smyrna
Constantinople
Asoph
Palus Maeotis
- Moscow
- Riga
- Rostock
- Wismar
- Leipsic
- Cassel
- Utrecht
- Leyden
- Hague
- Rotterdam
- Robeck

๑๓

ฆำนฑิตเข้ำที่บังคับให้ต้องจำกนำงคุณิกองกับหญิงชรำอย่ำงใด

นำง คุณิกองโฉมงาม เม่ ือได้ยินหญิงชราเล่าเร่ ืองให้ฟังแล้ว ก็แสดงความ
เคารพนบนอบตามสมควรแก่ศักดิแ์ละคุณความดี แล้วรับเอาคำาแนะนำาของแก ขอให้ผู้
โดยสารเล่าการประจญชีวิตให้ฟัง คนหน่งึ เล่าจบแล้วคนอ่ ืนก็เล่าต่อไป ทัง้นางและฆานฑิตก็
ยอมรับว่าหญิงชราอยู่ในท่ีถูก
ฆานฑิตว่า "น่าเสียดายท่ีท่านปราชญ์ปางโกลศถูกแขวนคอผิดธรรมเนียม
เสียท่ีบูชายัญนัน
้ ถ้าอยู่คงจะเล่าให้เราฟั งถึงเร่ ืองอัศจรรย์ต่าง ๆ เก่ียวกับความชัว่ร้ายทัง้ทาง
วัตถุธรรม และศีลธรรมซ่ ึงปกคลุมไปทัว่แผ่นดินและผืนทะเลนี แ
้ ล้วข้าพเจ้าจะได้ขอคัดค้าน
สักสองสามข้อด้วยความเคารพ"

ขณะท่ีผู้โดยสารเล่าความหลังของตนอยู่นัน
้ เรือก็แล่นเร่ ือยไปจนถึงท่ี
หมายเทียบท่าท่ีเมืองบุอิโนส แอรส์ 1 นางคุณิกอง นายทหารฆานฑิต หญิงชราก็เข้าเฝ้ าเจ้า
เมือง เฟรนันโท ณ อิพำรำ จ ฟิ กูเอโอรำ จ มสคำรินิส จ ลมภโทส จ สูสำ 2 ขุนนางผู้นีม
้ ีสง่า
ภาคภูมิสมกับเป็ นบุคคลมีช่ือยาวถึงปานฉะนี เ
้ วลาจะพูดกับผู้ใดก็มีอติม
นาสิกเสียสูงล่ิว ขึ้นสำาเนียงเสียงอย่างไร้การุณ ไว้ทา่ ข่มขู่เป็ นท่ีสุด เวลาจะยาตรกรายก็วางท่า
สุดท่ีจะทน จนผู้ท่ีทำาวันทยการใคร่ท่ีจะทำาฆาตกรรมแทน
เจ้าเมืองผู้นีเ้กิดแลเห็นนางคุณิกองว่างามกว่าหญิงใดท่ีเคยเห็น ส่ิงแรกท่ี
เจ้าเมืองปฏิบัติก็คือถามว่านางเป็ นเมียกัปตันฆานฑิตหรือมิใช่
กิริยาท่ีออกคำาถามนัน
้ ทำาให้ฆานฑิตเห็นอันตรายเกิดขึ้นแล้ว จะตอบว่า
เป็ นเมียก็ไม่กล้า เพราะนางยังไม่ได้เป็ นเมียตน จะตอบว่าเป็ นน้องสาวก็ไม่กล้า เพราะนาง
มิใช่เป็ นน้องตน ถึงแม้ว่าคำาเท็จในยามจำาเป็ นจะเป็ นส่ิงท่ีนิยมกันมากมาแต่ครัง้โบราณกาล
ก่อนและแม้ในสมัยปั จจุบันนีย
้ ังเป็ นประโยชน์อยู่ก็ตาม แต่วิญญาณฆานฑิตนัน
้ บริสุทธิไ์ม่
ยอมท่ีจะฆ่าความสัตย์จริงเลยเป็ นอันขาด จึงตอบว่า
"นางคุณิกองจะได้ให้เกียรติแก่ข้าแต่งงานด้วย ข้าขอความกรุณาท่านดำาริ
จัดการวิวาห์มงคลแก่ข้าพเจ้าด้วย"
ดอน เฟรนันโร ณ อิฟารา จ ผิกเอโอรา จ มสคารินิส จ ลมภุโทส จ สูสา
บิดหนวดโง้งขึ้น ยิม
้ เชิงเยาะ แล้วสัง่ให้กัปตันฆานฑิตไปตรวจพลท่พ
ี ำมำ 3 ฆานฑิตก็ไปตาม
สัง่
เจ้าเมืองอยู่กับนางคุณิกองแต่ลำาพังก็แสดงความใคร่ ขอร้องจะแต่งงาน
ด้วยในวันรุ่งขึ้นต่อหน้าพระ หรืออย่างไรก็แล้วแต่นางจะเห็นด้วย
นางคุณิกองขอเวลาตรึกตรองสิบห้านาที นางปรึกษาหญิงชรา ขอให้ช่วย
ตกลงใจให้ที
หญิงชราพูดกับนางว่าดังนี้
"แม่หนู เจ้ามีเจ็ดสิบสองท้องพระคลัง แต่ไม่เหลือจนเก๊เดียว บัดนีก
้ ารท่ี
เจ้าจะยอมเป็ นเมียเจ้าเมืองผู้ใหญ่ย่ิงท่ีสุดหนวดงามท่ีสุดในอเมริกาใต้หรือไม่ยอมนัน
้ อยู่ท่ีตัว
เจ้า สมควรละหรือท่ีเจ้าจะเอาเร่ ืองกับความซ่ ือสัตย์ศักดิส
์ ิทธิต์่อคู่รัก เจ้าก็เคยถูกทหารบุลการ์
ข่มขืนมาแล้ว ยิวและเจ้าพระก็เคยได้ช่ืนชมยินดีในรสของเจ้าแล้ว แต่ก็พอจะโทษว่าเพราะ
เคราะห์กรรมได้
เอาอย่างนีเ้ถอะ ถ้าเป็ นตัวข้าเจ้า ข้าเจ้าจะไม่เสียเวลาตรึกตรองเลย
แต่งงานเสียกับเจ้าเมืองแล้วสร้างลาภสร้างยศให้กัปตันฆานฑิตทันที"

ขณะท่ีหญิงชราเจรจาด้วยความฉลาดเฉลียว ซ่งึ เพ่ิมพูนและเจนจัดเพราะ
ความชราอยู่นัน
้ มีกำาปั่ นน้อยลำาหน่ ึงเข้าจอดท่ีท่า นายตุลาการคนหน่ ึงกับตำารวจสเปญมากับ
เรือลำานัน
้ เกิดเร่ ืองขึ้นอีกแล้ว
ยายแก่แกฉลาดพอจะทำานายเหตุการณ์ได้ พระองค์ซ่ึงขโมยเงินและเพ็ชร
พลอยนางคุณิกองท่ีเมืองบทโยส ตอนท่ีพากันหนีภัยมานัน
่ เองคงเป็ นตัวการ ตาพระแกคงจะ
เอาเพ็ชรบางเม็ดไปขายกับพ่อค้าเพ็ชร พ่อค้าเพ็ชรเห็นเข้าก็รู้วา่ เป็ นของของเจ้าพระวินัยธร
แล้วตาพระก็คงจะถูกแขวนคอ แต่แกคงจะรับสารภาพก่อนท่ีจะตายว่าขโมยเขามา แล้วคงจะ
บอกอธิบายว่าคนรูปร่างอย่างนัน
้ ๆ ไปทางนัน
้ ๆ
ใคร ๆ ก็รู้ว่า ฆานฑิตกับนางคุณิกองท่ีหลบหนีมา จึงติดตามมาจนถึงเมือง
ฆาทิศ แล้วลงเรือตามแน่วมาจนถึง บัดนีเ้รือก็ถงึ เมืองบุอิโนส แอร์สแล้ว ข่าวสะพัด ไปว่า
ตุลาการจะขึ้นเมืองมาตามจับผู้ท่ีฆ่าเจ้าพระวินัยธร ยายแก่ผู้ชาญฉลาดก็เห็นหนทางท่ีจะ
ดำาเนินการทันที จึงบอกนางคุณิกองว่า
"เจ้าไม่ต้องหนี ไม่ต้องกลัว เพราะเจ้าไม่ใช่เป็ นคนฆ่าเจ้าพระวินัยธร แล้ว
ยังมีเจ้าเมืองคอยป้ องกันไม่ให้เจ้าถูกลงโทษอยู่อีกคนหน่งึ เพราะความรักท่ีมีต่อเจ้า"

แม้แต่น้อย

แล้วยายแก่ก็รีบว่งิ ไปบอกฆานฑิตเดี๋ยวนีว้่า
"แจวเดี๋ยวนี ข้ืนอยู่อีกชัว่โมงหน่ ึงเป็ นถูกเป็ นเผาทัง้เป็ น" ไม่มีเวลาจะโอ้เอ้
แต่ฆานฑิตจะจากนางคุณิกองไปอย่างไร จะหนีไปพ่ ึงใครท่ีไหนหนอ?

1
2
3

- Buenos - Ayres
- Don Fernandes d' Ibaraa, y Figueora, y Mascarenes y Lampourdos, y Souza
- Pama

๑๔

ฆำนฑิตกับฆฆัมโพไปอยู่กับพระปรไกว*อย่ำงไร

ตอน ท่ีจะออกจากเมืองฆาทิศ ฆานฑิตได้คนใช้มาด้วยคนหน่ึง อย่างท่ีเราจะ
หาได้ตามฝั่ งทะเลเมืองสเปญและเมืองขึ้นอเมริกาเสมอ ๆ อย่างนัน
้ เจ้าน่ีเป็ นคนสเปญเสีย
้ ว
หน่ ึงเกิดจากลูกผสมในเมือง ทุฆุมัน 1 เคยเป็ นนักร้อง สัปเหร่อ กลาสี พระ หาบเร่ ทหาร
หรือแมงดาก็เคย ช่ ือว่า ฆฆัมโพ 2 มันรักนายดีเพราะนายเป็ นคนดีย่ิงนัก จัดแจงผูกอานม้าอัน
ฑฬุสิยาสองตัวโดยไว
เดียว"

"ไปเถอะนาย เช่ ือคำาคนแก่ดีกว่า ออกเดินทาง ว่ิงไม่ต้องเหลียวหลังที

ฆานฑิตน้ำาตาไหล "โธ่เอ๋ย นางคุณิกองท่ีรักของข้า ข้าจะต้องจากเจ้าตอนท่ี
เจ้าเมืองท่านจะจัดการสยุมพรให้เสียแล้วหรือ? นางคุณิกองเอ๋ย อุตสาห์หิว้หอบกันมาไกลถึง

ปานฉะนีเ้จ้าจะเป็ นอย่างไรต่อไปหนอ?"
ฆฆัมโพว่า "นางจะอยู่ดีกินดีท่ีสุดแล้วนาย เร่ ืองผู้หญิงน่ะไม่มีหมดประตู
หรอก พระเจ้าคอยช่วยไว้เสมอ สำาคัญท่ีเราน่ีแหละ โจนเถอะนาย"
ฆานฑิต "จะพาข้าไปไหน จะไปไหนกัน สิน
้ นางคุณิกองแล้วจะทำายังไง"
ฆฆัมโพ "นายตัง้ใจจะมารบพวกพระเจสุต 3 เราก็ไปเข้าข้างพวกเจสุตเสียก็
แล้วกันกลับมารบไอ้พวกนี้
ข้ารู้ทางดีจะพาไปราชอาณาจักรนัน
้ พวกนัน
้ คงจะช่ ืนชมยินดีท่ีจะได้กัปตันผู้
เข้าใจทหารบุลการ์ดี นายจะร่ำารวยอึดตะปื อ เม่ อ
ื เราเปิ ดบัญชีในโลกหน่ ึงไม่ได้ ก็คงจะเปิ ดอีก
โลกหน่ ึงได้บ้างกระมัง การท่ีได้เห็นและได้ทำาของใหม่ย่อมเป็ นความสำาราญอย่างหน่ ึง"
ฆานฑิต "งัน
้ เจ้าก็เคยไปเมืองปรไกวแล้วสิ"
ฆฆัมโพ "แน่ละนาย
ข้าพเจ้าเคยเป็ นบ่าวเขาอยู่ในโรงเรียน
อัสสัมชัญ เดี๋ยวนีก
้ ็ยงั รู้จักการปกครอง
ของพระบิดาท่ีนัน
่ ดีเท่ากับรู้จักถนน
เมืองฆาทิศ การปกครองท่ีนัน
่ ก็น่า
นับถือ
ราชอาณาจักรนีเ้ส้น
ศูนย์กลางยาวถึงสองโยชน์กว่าแบ่งออก
เป็ นสามสิบมณฑล พระบิดรเป็ นเจ้าของ
หมด ราษฎรไม่มีอะไรเลย นับว่า เป็ น
เหตุผลและยุติธรรมชิน
้ เอก

ในส่วนข้าพเจ้าไม่เห็นว่าจะมีอะไรวิเศษเท่ากับพระบิดรทำาสงครามกับสเปญและพระราชาปอ
ตุเกสในยุโรปนัน
้ พวกพระราชาดีแต่จะสารภาพความบาป แต่ท่ีน่ีพระดีแต่ฆ่าพวกสเปญ แล้ว
ท่ีกรุงมัดริดก็ช่วยส่งวิญญาณไปสวรรค์ ชอบใจจริง!
เร่งไปข้างหน้าเถิด นายจะเป็ นมนุษย์ผู้มีสุขท่ีสุด พวกพระบิดรก็จะสำาราญ
ใจเสียน่ีกะไร เพราะจะได้กัปตันผู้รู้จักทหารบุลการ์มาหาถึงมือ"
ครัน
้ ถึงด่านแรก ฆฆัมโพก็บอกกับทหารยามท่ีกรากเข้ามาบอกว่า กัปตันจะ
ขอเจรจากับพระผู้บังคับการด่าน นายทหารปรไกวนายหน่ ึงสัง่ให้กองรักษาการณ์ดูเหตุการณ์
แล้วก็รีบว่งิ เข้าไปหมอบแทบเท้าผู้บังคับการ แจ้งข่าวให้ทราบ
เขาปลดอาวุธฆานฑิตและฆฆัมโพ จับเอาม้าอันฑฬุสิยาทัง้สองตัวไป แล้วทหาร
ปื นเขาแถวเรียงสองขนาบข้างเข้าไป พระผู้บังคับการนัง่อยู่ทางโน้น สวมหมวกตรีโกณ ถลก
เส้ือ ดาบวางอยู่ข้างตัว ถือขวานปลายหอกอยู่ในมือ สัง่ให้ทหารย่ีสิบส่ีคนล้อมไว้ทันที นาย
สิบคนหน่ ึงบอกให้คนทัง้สองรอก่อน พระผู้บังคับการจะพูดด้วยไม่ได้ เพราะพระบิดรเจ้า
มณฑลไม่ยอมให้ชาวสเปญคนใดพูดจาส่งิ ใดลับหลังท่านเป็ นอันขาด "จะต้องรอไปอีกสาม
ชัว่โมงจึงจะกลับ"

จูบสเปอร์ท่านได้"

ฆฆัมโพ "ท่านพระบิดรท่านไปไหน"
นายสิบ "เสร็จการฉลองชมรมไปตรวจสนาม ต้องรออีกสามชัว่โมงแกจึงจะ

ฆฆัมโพ "กัปตันเราผู้นีไ้ม่ใช่เป็ นคนสเปญ เป็ นคนเยอรมันต่างหาก เดี๋ยวนี้
ท่านหิวแทบจะตายแล้ว เราก็เหมือนกันระหว่างท่ีคอยอยู่นีจ้ะขออะไรกินบ้างไม่ได้หรือ"
นายสิบก็นำาความไปแจ้งต่อผู้บังคับการตามท่ีได้ยินนัน

พระผู้บังคับการว่า "คุณพระโปรด ถ้าเป็ นเยอรมัน ข้าก็พูดด้วยได้ พาเขาไป

ท่ีบ้านข้า"
ทหารนำาฆานฑิตไปยังบ้านสำาหรับฤดูคิมหันต์ งดงามประดับด้วยเสานาง
ราย หินอ่อนสีเขียว และสีทอง กรุเหล็กลวดลายล้อมรอบขังนกกะลิง นกฮัมมิง ไก่กินนี และ
นกท่ีหายาก ๆ ก็มีทัง้นัน
้ สัง่ให้จัดอาหารอย่างวิเศษใส่จานทองคำา ขณะท่ีชาวปรไกวกินข้าว
โภชน์ม้าในชามไม้ อยู่กลางทุง่ กลางแดดร้อนนัน
้ พระผู้บังคับการด่านเข้าไปเสพอาหารในบ้าน
คิมหันต์อันแสนสุข
พระองค์นีย
้ ังหนุ่มน่ารัก หน้าเต็ม ผิวขาวแต่คล้ำาแดด คิว้โก่ง ตาแจ๋ว หูแดง
ปากสีชาด ท่าทางกล้าหาญ ไปคนละอย่างกับสเปญหรือพวกพระเจสุตทีเดียว เขาเอาอาวุธมา
คืนให้ฆานฑิตกับฆฆัมโพ ม้าอันฑฬุสิยาก็คืนด้วย ฆฆัมโพเอาข้าวโอตให้กิน ตัวเองก็คอยเฝ้ า
อยู่ใกล้ ๆ บ้านนัน
้ คอยจับตาดูตลอดเวลาเกรงว่าจะเกิดเร่ ืองไม่นึกฝั นอันใดขึ้น
ฆานฑิตจูบตะเข็บชายเส้อ
ื พระผู้บังคับการแล้วต่างก็นัง่ลงท่ีโต๊ะ พระเจสุตผู้
บังคับการถามฆานฑิตเป็ นภาษาเยอรมันว่า "ท่านเป็ นคนเยอรมันหรือ"
ฆานฑิต "นมัสการ ใช่แล้ว"
เม่ อ
ื กล่าววาจาดังต่อกันนีแ
้ ล้ว ต่างก็แลดูด้วยความพิศวงอย่างท่ีสุด ต่าง
แสดงอารมณ์อย่างปิ ดไม่อยู่ด้วยกันทัง้คู่
พระถามว่า "ท่านมาจากเยอรนีแถวไหน"
ฆานฑิตตอบว่า "นมัสการ ข้าพเจ้ามาจากมณฑลเวสทฟาเฬีย ข้าพเจ้าเกิด
ในปราสาทท้าวธันดราแทนทรงค์"
พระร้องว่า "สวรรค์ เป็ นได้ดังนีเ้ทียวหรือ"
ฆานฑิตร้องว่า "อัศจรรย์แท้"
พระ "น่ีท่านจริงหรือ"
ฆานฑิต "เป็ นได้ดังนีเ้ทียวหรือ"
ต่างผงะ แล้วกอดกัน หลัง่น้ำาตา เป็ นธารน้อย ๆ
ฆานฑิต "อะไรกันพระคุณเจ้านีห
้ รือเป็ นน้องนางคุณิกองไหนว่าถูกทหารบุ
ลการ์ฆ่าตายแล้วยังไง พระคุณเจ้านีห
้ รือเป็ นโอรสท้าวธันดรา พระคุณเจ้าน่ีหรือเป็ นพระเจสุต
ในเมืองปรไกวข้าพเจ้ายอมรับแล้วว่าโลกท่ีเราอยู่นีป
้ ระหลาดแท้ โธ่อาจารย์ปางโกลศ อาจารย์
ปางโกลศ ถ้าท่านไม่ถูกแขวนคอเสียแล้วก็คงจะดีใจหาน้อยไม่"
พระบอกให้ทาสนิโกร และคนเมืองปรไกวท่ีคอยรินเหล้าใส่ถ้วยหินเจียร
นัยนัน
้ ออกไปเสีย กล่าวขอบคุณพระเจ้า และ เสนต์อค
ิ นำทิยุส 4 พันครัง้ แล้วกอดรัดฆานฑิต
ไว้ในแขน หน้าอาบน้ำาตา
ฆานฑิต "พระคุณเจ้าจะประหลาดใจ กระเทือนอารมณ์จะพลุง่ พล่านย่ิงกว่า
นีอ
้ ีก ถ้าข้าพเจ้าเล่าให้ฟังว่า นางคุณิกองภคินีซ่งึ พระคุณเจ้านึกว่าถูกชำาแหละเสียแล้วนัน

บัดนีอ
้ ยู่สุขสบายดี"
"อยูไ่ หน?"
"อยู่แถวนีเ้อง อยู่กับเจ้าเมืองบุอิโนสแอร์ส ข้าพเจ้ามาหวังจะรบกับท่าน"
ทุกคำาท่อ
ี อกจากปากในการสนทนากันยืดยาวนีม
้ ีแต่เพ่ิมความอัศจรรย์ต่อ

อัศจรรย์ วิญญาณทัง้คู่สะบัดไปกับลิน
้ วิญญาณฟั งไปกับหู วิญญาณเป็ นประกายไปกับตา
เน่ ืองจากเป็ นคนเยอรมันด้วยกันจึงกินโต๊ะกันนาน รอท่าพระบิดาผู้วา่ ราชการมณฑลแล้วพระ
ผู้บังคับการจึงพูดกับฆานฑิตผู้เป็ นท่ีรัก ว่าดังนี้
- ในยุคนัน
้ Paraguay เป็ นดินแดนภิกขาจารของพระเยซูอิต และเป็ นอาณานิคมของสเปญ พวกพระน่ี
ต้องการจะปลดปล่อยปารากวัยให้เป็ นอิสระ - ผู้จัดพิมพ์
2 - Tucuman
3 - Cacambo
4 - St. Ignatius
1

๑๕

เหตุใดฆำนฑิตจึงฆ่ำอนุชำนำงคุณิกอง

"วัน อันพึงสยดสยองซ่งึ ข้าพเจ้าเห็นบิดามารดาถูกฆ่า เห็นเชษฐภคินีถูก
ข่มขืนนัน
้ จะอยู่ในความจำาของข้าพเจ้าไปชัว่ชีวิต เม่ ือทหารบุลการ์ถอยทัพกลับไปแล้ว หา
ทรากพระพ่ีนางไม่ได้ แต่ทรากศพพระบิดามารดา ตัวข้าและนางข้าหลวงอีกสองคนกับเด็กชาย
สามคน ซ่ ึงถูกฆ่าทัง้หมดนัน
้ เอาขึ้นรถเข็นศพจนขนไปฝั งท่ีวัดนิกายเจสุอิตแห่งปราสาทไม่
เกิน ๒๔๐ เส้น
พระเจสุอิตองค์หน่ ึงมาพรมน้ำามนต์ให้ศพ ในน้ำามันต์มีเกลือเค็มจัด คงจะ
เข้าตาข้าพเจ้าสองสามหยด พระสังเกตเห็นตาข้าพเจ้ากะพริบ ก็เอามือแตะหัวใจดู รู้สึกว่ายัง
เต้นอยู่ ก็ช่วยกันแก้ไข ต่อมาอีกสามสัปดาห์ข้าพเจ้าก็สบาย
ท่านก็รู้อยูว่ ่าข้าพเจ้าเป็ นคนงาม เม่ ือหายแล้วย่ิงงามขึ้นอีก พระบิดรทีทรี 1
ผู้เป็ นเจ้าอธิการใหญ่ กรุณาประทานมิตรภาพแก่ข้าพเจ้า และประทานเส้อ
ื ครองบรรพชาให้
แล้วต่อมาอีกไม่ก่ีปีก็ส่งไปอยู่กรุงโรม พระผู้บัญชาการต้องการทหารท่ีเป็ นชาวเยอรมันกับเป็ น
นิกายเจสุอิต จักรภพปรไกวนัน
้ พยายามรับสมัครพระเจสุอิตท่ีเป็ นชาวสเปญให้น้อยท่ีสุด
อยากได้ชนชาติอ่ืนท่ีว่านอนสอนง่ายกว่า

พระผู้บัญชาการพิจารณาดูแล้วก็เห็นว่า ข้าพเจ้าเป็ นผู้ท่ีเหมาะสมท่ีจะมาอยู่
เมืองปรไกว เข้าทำางานในด่านสวนองุ่นนี พ

ว กเราก็ออกเดินทางมีชาวโปลันด
๑ กับข้าพเจ้า พอมาถึง ข้าพเจ้าได้รับเกียรติยศแต่งตัง้เป็ นพระชัน
้ สามมียศนายสิบ
บัดนีข้้าพเจ้าเล่ ือนยศเป็ นพันเอกกับเป็ นพระชัน
้ สอง เราจะได้ต้อนรับกอง
ทัพกรุงสเปญอย่างอุ่นหนาฝาคัง่ ข้าพเจ้ารับรองว่าจะจัดการโต้ให้ย่อยยับตัดขาดเลยทีเดียว
พระเจ้าประทานท่านมาช่วยนีด
้ ีนัก แต่จริงหรือกระไรท่ีท่านว่าพระพ่ีนางคุณิกองอยู่ใกล้ ๆ นี้
ในอารักขาของเจ้าเมืองบุอิโนส แอร์ส"
ฆานฑิตสบถยืนยันว่าไม่มอ
ี ะไรจะจริงแน่แท้กว่านีอ
้ ีกแล้ว แล้วทัง้สองก็
หลัง่น้ำาตาใหม่อีกครัง้หน่ ึง
พระพันเอกอดท่ีจะกอดจูบฆานฑิตไม่ได้ เรียกฆานฑิตว่าเป็ นพ่ี ว่าเป็ นผู้

ช่วยให้รอดแล้วพูดว่า "อโห, ท่านฆานฑิต บางทีเราอาจจะกรีธาเข้าเมืองบุอิโนสในฐานผู้ชนะ
แล้วชิงนางคืนมาก็เป็ นได้"
ฆานฑิต "นัน
่ แล้วเป็ นข้อท่ีข้าพเจ้าปราถนา เพราะข้าพเจ้าได้ตัง้จิตต์ไว้แล้ว
จะวิวาห์กับนาง ขณะนีย
้ ังคงหวังอยู่ดังนัน
้ "
พระ "ไอัทะล่ึง! มึงหรือจะลวนลามถึงกับวิวาห์พระพ่ีนางกู ผู้มีเจ็ดสิบสอง
ท้องพระคลัง กูนีเ้ห็นว่ามีความกล้าบ้าบ่ินสิน
้ ยางอาย ร้ายนักหนา ถึงกับกล้ากล่าววาจาจะ
ทำาการใหญ่อย่างมัน
่ ใจจนเกินตัว"
ฆานฑิตตกใจแทบว่าไฟจุด ตอบไปว่า "ท่านท่ีนับถือ ท้องพระคลังทัง้หลาย
ในโลกนีม
้ ิได้มีความหมายอะไรเลย ข้าพเจ้าได้ช่วยภคินีของท่านให้พ้นจากอ้อมแขนกับพระ
วินัยธร นางเป็ นหนีบ
้ ุญคุณข้าพเจ้าอย่างใหญ่หลวง นางมีความปรารถนาจะแต่งงานกับ
ข้าพเจ้า ท่านอาจารย์ปางโกลศสอนข้าพเจ้าอยู่เสมอว่า บุคคลทัง้หลายย่อมมีความเสมอภาค
เหมือนกันหมด ข้าพเจ้าจะวิวาห์กับนางเป็ นแน่แท้"
พระเจสุอิตผู้มีนามตามบิดาคือท้าวธันดราแทนทรงค์ คว้าดาบฟาดหน้า
ฆานฑิตทางแบนพร้อมกับกล่าวว่า "จะได้เห็นดีกันไอ้ระยำา" ฆานฑิตก็ชักดาบสัน
้ ออกเดี๋ยว
นัน
้ แล้วแทงพรวดเข้าท่ีทอ
้ งพระจนติดกัน
่ พอชักออกเลือดร้อนฉ่าก็พุ่งตามออกมาด้วย ฆาน
ฑิตร้องไห้โฮ
"พระเจ้าผู้ทรงคุณ ข้าฆ่านายเก่าผู้เป็ นเพ่ ือน เป็ นน้องเมียข้าเสียแล้ว ข้า
เป็ นคนประพฤติดีท่ีสุดในโลก แต่กระนัน
้ ก็ฆ่าคนเสียสามคนแล้ว ในจำานวนนีเ้ป็ นพระถึงสอง
องค์"
ฆฆัมโพยืนยามอยู่ท่ีประตูบ้าน เห็นเหตุการณ์ก็วง่ิ เข้าไป
ฆานฑิต "ไม่มีทางอ่ ืนใดนอกไปกว่าจะต้องขายชีวิตให้แพงท่ีสุด สัก
ประเดี๋ยวก็จะมีคนเข้ามาในบ้านไม่ต้องสงสัย เราจะขอตายดาบคามือ"
ฆฆัมโพเคยตกอยู่ในท่ีคับขันมาหลายครัง้หลายคราวแล้วในหนหลัง จึงไม่
เสียสติ เปล้ืองผ้าครองพระเจสุอิตออกสวมใส่ให้ฆานฑิต เอาหมวกจตุรัสใส่คลุมหัว แล้วให้
ขึ้นหลังม้า ทัง้นีช้ัว่พริบตาเดียวเสร็จแล้วพูดว่า
"ควบม้าไปโดยเร็วเถิดนาย ไอ้พวกนัน
้ คงคิดว่าท่านเป็ นพระเจสุอิตออกสัง่
งาน เราจะพ้นด่านไปก่อนท่ีพวกมันจะติดตามทัน"
ขณะท่ีควบม้าออกไปนัน
้ ฆฆัมโพร้องตะโกนเป็ นภาษาสเปญว่า
"หลีกทาง หลีกทางให้พระผู้บังคับการทางด่าน"
1

- Tirolesian

๑๖

กำรผจญภัยของฆำนฑิตกับฆฆัมโพ
และหญิงสองคนลิงสองตัว กับหมู่คนป่ำชำวโอรยง

ฆำน ฑิตกับฆฆัมโพ เลยเขตด่านไปไกล กว่าจะรู้กันว่าพระเจสุตเยอรมันถูก

แทงตาย ฆฆัมโพผู้ถ่ีถ้วนบรรจุขนมปั งช็อกกะแล็ต หมูเค็ม ผลไม้ และเหล้าองุ่นใส่ย่ามมาด้วย
จนเต็ม
อาศัยม้าอันฑฬุสิยาเป็ นพาหนะ ทัง้สองเดินทางไปจนออกเมือง ๆ หน่งึ ไม่เคย
รู้จักมาก่อน ทางเดินก็หาไม่พบ ในท่ีสุดไปถึงทุ่งหญ้างามชะอุ่ม มีลำาธารน้อย ๆ หลายสายตัด

น้ำาไหลกระเซ็น นักประจญทัง้สองให้ม้ากินหญ้า ฆฆัมโพขอให้นายกินอาหารบ้างตัวเองก็กิน
เป็ นเชิงนำา
ฆานฑิต "เจ้าน่ีช่างกระไรเลย จะให้เรากินหมูเค็มอย่างไรลง ทัง้ ๆ ท่ีได้ฆ่าโอรส
ท้าวธันดรา และถูกสาปไม่ให้ได้พบได้เห็นนางคุณิกองอีกต่อไป อะไรเล่าจะช่วยข้าสาวใยชีวิต
ต่อไป ใช้วันคืนอันข่ ืนขมระทมทุกข์ หมดอาลัยตายอยากเพราะต้องอยู่ห่างไกลจากนางผู้เป็ น
ท่ีรักแล้ว หนังสือพิมพ์ 'เตรวู' 1 จะลงว่าอย่างไร"
ขณะท่ีรำาพันถึงโชคอยู่ดงั นัน
้ ฆานฑิตกินอาหารไปพลางดวงอาทิตย์ลับลงแล้ว ผู้
หลงทางทัง้สองได้ยินเสียงเล็ก ๆ ดูเหมือนเป็ นเสียงผู้หญิงไม่รู้ว่าเป็ นเสียงครวญด้วยความ
ยินดี หรือด้วยความเจ็บปวดแน่ แต่ก็ทำาเอากระโดดลุกขึ้นโดยไว หวาดสะดุ้งสงบใจอยู่มิได้
เป็ นธรรมดาท่ีบุคคลตกไปอยู่ในท่ีท่ีไม่เคย ย่อมสะดุ้งกระเทือนต่อส่งิ แม้เล็ก
น้อยไม่ว่าอะไร เสียงนัน
้ เป็ นเสียงหญิงเปลือยสองคนว่ิงหยอย ๆ อยู่ในทุ่งมีลงิ สองตัวว่งิ ตาม
กัดก้น ฆานฑิตสงสารทนไม่ไหว เคยหัดยิงปื นเม่ ือคราวอยู่กับทหารบุลการ์จนแม่นยำา อาจจะ
ยิงลูกไม้ไม่ให้ถูกใบได้ จึงยกปื นแฝดสเปญขึ้นประทับแล้วยิงไปถูกลิงสองตัวตาย
"พระเจ้าผู้ประเสริฐ ฆฆัมโพเอ๋ย ข้าช่วยหญิงผู้ยากสองคนนัน
้ ให้พ้นอันตราย
ร้ายกาจแล้วละ ถึงข้าก็ได้ลา้ งบาปหมดแล้ว ด้วยการช่วยเหลือชีวิตสองนางนี บ
้ างทีนางจะเป็ น
ธิดาผู้มีตระกูลก็ได้การทัง้นีอ
้ าจจะนำาโภคผลมาให้เราอย่างใหญ่หลวงในต่างเมืองนี้"
พอจะพูดต่อไปต้องหยุดชะงัก เพราะเห็นสองนางสรวมกอดจูบลิงวิปโยคโศก
เศร้า หลัง่น้ำาตาไหลอาบตัวลิง แล้วรำาพันปริเทวนาการจนอากาศบริเวณนัน
้ อบอวลหวนโหย
ย่งิ นัก
ในท่ีสุดฆานฑิตพูดออกมาว่า "น้อยเหลือเกินท่ีนึกว่าจะได้เห็นความเมตตา
ปราณีของคนถึงเพียงนี"้
ฆฆัมโพ "ทำาดีละซินาย ดังไปยิงคู่รักแม่หญิงทัง้สองเข้าแล้ว"
ฆานฑิต "คู่รัก? เป็ นได้หรือ? เจ้าพูดอะไรเป็ นเล่นไปได้ ข้าเช่ ือไม่ลงหรอก"
ฆฆัมโพ "นายท่ีรัก นายชอบสงสัยอะไรไปหมดทุกอย่าง ทำาไมจะต้องนึกว่าเป็ น
ของแปลกปลาด บ้านเมืองบางแห่งอาจจะมีลงิ ซ่ ึงทำาตัวให้เป็ นท่ีสนิทเสน่หาของหญิงได้ ลิงก็มี
ธาตุมนุษย์ถึงเสีย
้ วหน่ ึง อย่างกับข้าพเจ้าเป็ นมีเลือดสเปญเสีย
้ วหน่ ึงฉะนัน
้ "
ฆานฑิต "อนิจจา นึกขึ้นได้แล้วว่าเคยได้ฟังอาจารย์ปางโกลศบอกว่า เหตุการณ์
อย่างนีเ้คยมีมาแต่ก่อน การผสมพันธุ์เช่นนีน
้ ่ีเองจึงมี พิฆเณศ มัจฉำนุ กำกนำสูร นำงกินรี
มำรีส 2 ในโบราณกัปป์ คนคงได้เคยเห็นสัตว์คร่ ึงมนุษย์คร่ ึงเช่นนีก
้ ันมามากหลายแล้ว แต่ข้า
ถือว่าเป็ นแต่นิยายปรัมปราเท่านัน
้ "
ฆฆัมโพ "ตานีน
้ ายควรจะเช่ ือว่าเป็ นความจริงได้แล้ว นายย่อมเห็นได้วา่ สัตว์
ชนิดนีใ้ช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง สำาหรับคนท่ีไม่ได้รับการศึกษาอันควร ในขณะนีม
้ ีอยู่อย่าง
เดียวท่ข
ี ้าพเจ้าพรัน
่ พรึง คือแม่หญิงสองคนนัน
้ คงจะต้องเล่นงานเรายังไงสักอย่าง"
ด้วยการตรึกตรองอันมีเหตุผลนีเ้อง ฆานฑิตผละจากกลางทุ่งเข้าไปซุ่มอยู่ในพุ่ม
ไม้ กินอาหารเย็นกับฆฆัมโพ ด่าแช่งพระมหาวินัยธรปอร์ตุเกศ ๑ เจ้าเมืองบุอิโนสแอร์ส ๑
ท้าวธันดรา ๑ แล้วทัง้สองก็ล้มกายหลับไปบนหย่อมหญ้า
ครัน
้ ต่ ืนขึ้นรู้สึกว่าตัวขยับเขย้อ
ื นไม่ได้ เม่ ือตอนกลางคืน พวกคนป่ าโอรยง 3 ซ่งึ
เป็ นประชาชนคนเมืองนัน
้ และเป็ นพรรคพวกหญิงทัง้สองพากันมา เอาปอเปลือกไม้มัดตัวไว้
ชาวโอรยงเปลือยห้าสิบคนล้อมวงอยู่ ท่ีถือธนูและลูกพร้อมก็มี ท่ีถือกระบองก็มี ท่ีถือขวานก็
มี พวกหน่ ึงเตรียมตัง้หม้อทะนนใหญ่ใส่ไฟต้มน้ำาจนเดือด อีกพวกหน่ ึงเตรียมตะแกรงสำาหรับ

ย่าง ทุกคนพากันร้องว่า

ทะนน

- หม้อดินขนาดใหญ่ มีรอยขีด
โดยรอบ สำาหรับใส่น้ำาตาลโตนดเป็ นต้น
เรียกหม้อทะนน หรือคะนน

"พระเจสุต, พระเจสุต, ขอแก้แค้นมัน
ให้ได้ เราจะสนุกกันเต็มท่ีท่ีได้กินพระเจสุต มาเถอะ
พวกเรา มากินพระกันเถิด"
ฆฆัมโพพูดอย่างเสียใจว่า "ว่าแล้วหรือ
มิใช่ ว่าแม่หญิงสองคนนัน
้ คงจะต้องเล่นงานเรายัง
ไงสักอย่าง"

ฆานฑิตเห็นหม้อทะนนกับตะแกรงก็ร้องว่า
"เรานีถ
้ ้าไม่ถูกต้มก็ต้องถูกย่างแน่ทีเดียว โธ่เอ๋ย อาจารย์ปางโกลศจะว่าอย่างไร
ถ้าได้มาเห็นธรรมชาติบริสุทธิเ์ป็ นประการฉะนี บ
้ างทีอะไรก็คงจะถูกทัง้นัน
้ แต่ข้าขอป
ว่าการท่ีต้องสูญเสียนางคุณิกองแล้วมาถูกพวกโอรยงย่างกินนีเ้หลือรับย่ิงแล้ว"
ฆฆัมโพสติดีเสมอ จึงกล่าวกับนายผู้ต้องการปลอบประโลมว่า "อย่าเพ่ิงท้อแท้
ข้าพเจ้าเข้าใจภาษาคนพวกนีบ
้ ้างเล็กน้อย จะพูดกับเขาเอง"
ฆานฑิต "อย่าลืมบอกให้รู้ด้วยนะ ว่าการท่ีจะต้มย่างคนกินนัน
้ ไร้มนุษยธรรม
อย่างร้ายแรง และผิดคริสตธรรมอย่างย่ิงด้วย"

ฆฆัมโพ "ท่านสุภาพชนทัง้หลาย ท่านเข้าใจว่าวันนีท
้ ่านจะแกงบวดพระกินเป็ น
ใหญ่ ข้าขออนุโมทนาสาธุ ไม่มีอะไรอีกแล้ว ท่ีจะผิดทำานองคลองธรรมเท่ากับท่ีท่านทำากับศัตรู
ของท่านเช่นนี้
จริงอยู่กฎธรรมดาสอนให้เราฆ่าเพ่ ือนบ้านซ่ ึงเป็ นท่ีนับรับปฏิบัติกันทัว่ไปในโลก
นี ก
้ ารท่ีเราไม่ใคร่จะกินเพ่ ือนบ้านก็เพราะเรายังมีข
ๆ กินอย่างเราด้วยซ้ำา จึงเป็ นการสมควรแท้แล้วทีท่านจะกินศัตรูเสีย ดีกว่าจะทิง้ให้แร้งกากิน
ผลแห่งชัยชนะของท่าน
แต่ท่านสุภาพชนทัง้หลาย ท่านย่อมไม่สรรท่ีจะกินมิตรของท่านแน่ทีเดียว ท่าน
นึกว่าท่านกำาลังจะย่างพระเจสุตกินแต่บุคคลผู้นีเ้ป็ นผู้คุ้มครองท่าน ท่านกำาลังจะย่างศัตรูของ
ศัตรูของท่านต่างหาก
สำาหรับตัวข้าพเจ้าก็เกิดในเมืองท่านนีเ้อง สุภาพบุรุษผู้นีเ้ป็ นนายของข้าพเจ้า
และห่างไกลจากความเป็ นพระเจสุต คือได้ฆ่าพระเจสุตแล้วเอาเคร่ ืองพระองค์นัน
้ มาครอง จึง
ทำาให้ท่านเข้าใจผิดไป ถ้าไม่เช่ ือคำาข้าพเจ้าก็ขอได้เปลีอ
้ งเคร่ ืองออกเอาไปให้ด่านแรกของราช
อาณาจักรเจสุตดู ท่านก็จะรู้เร่ ืองว่านายข้าพเจ้าฆ่านายทหารพระเจสุตตายจริงหรือไม่ ไม่เสีย
เวลาสักเท่าใดดอก
ถ้าปรากฏว่าข้าพเจ้าพูดเท็จต่อท่าน ท่านจะกินเราเสียเม่ ือใดก็ได้ ข้าพเจ้าพูด
ความสัตย์ท่านก็เป็ นผู้รู้หลักธรรมทัว่ ๆ ไปดี รู้จักมนุษยธรรมดี รู้จักยุติธรรมดี คงย่อมจะ
อภัยให้แก่เราทัง้สอง"
ชาวโอรยงเห็นว่าสุนทรพจน์นีม
้ ีเหตุผล จึงแต่งตัง้ให้ผู้มีอาวุโสสองคนไปสืบสวน
สอบถามให้ได้ความจริงตามเร่ ืองท่ีได้ฟังนัน

ผู้สอบสวนทัง้สองก็จัดการอย่างใคร่ครวญไม่ช้าก็กลับมาพร้อมทัง้ข่าวดี ชาวโอร
ยงก็แก้มัดเชลยทัง้สองออกแล้วแสดงความอ่อนน้อมด้วยประการต่าง ๆ จัดหาหญิงให้ จัด
เคร่ ืองด่ ืมให้และพาไปยังเขตต์ท่ีอยู่พลางอุทานด้วยความปรีดาปราโมทย์
"ท่านไม่ใช่พระเจสุต ท่านไม่ใช่พระเจสุต"
ฆานฑิตอดประหลาดใจในการท่ีตนพ้นโทษมิได้เลยกล่าวว่า
"ชาวเมืองนีก
้ ระไรหนอ คนกระไรหนอ มารยาทกระไรหนอเป็ นบุญแท้ท่ีเราได้

แทงพุงอนุชานางคุณิกอง มิฉะนัน
้ ก็คงถูกฆ่ากินโดยไม่มีทางแก้เลย
เป็ นอันกล่าวได้วา่ ธรรมชาติบริสุทธิน
์ ีเ้ป็ นของดี เพราะคนจำาพวกนีแ
้ ทนท่ีจะเอา
เราเป็ นภักษาหารกินเลีย
้ งกลับแสดงความนอบน้อมต่อเรา ทัง้นีด
้ ้วยเหตุผลอันเดียวคือ รู้ว่า
เราไม่ใช่พระเจสุต"
1
2
3

- Trevoux
- นีว้่าอย่างไทย ๆ เรา อย่างฝรัง่ก็จะว่า Centaur, Fauns, Satyrs.
- Oreillons

๑๗

ฆำนฑิตกับฆฆัมโพไปถึงอัลโฑรโฑ

1

ได้พบอะไร ณ ทีน
่ ัน

เม่ ือ ไปถึงด่านเมืองโอรยง ฆฆัมโพว่า "นายเห็นไหมว่าโลกซีกนี ก
้ ็ไม่วิเศษ
ไปกว่าซีกโลกอ่ ืน เช่ ือข้าพเจ้าเถิดหาหนทางท่ีสัน
้ ท่ีสุดคือกลับไปเมืองยุโรปเราเถอะ"
ฆานฑิต "กลับอย่างไร จะไปอยู่ท่ีไหน ไปเยอรมันบ้านเดิมของข้าหรือ จะได้ถูก
พวกบุลการ์กับพวกอบารีฆ่าหมดปะไรไปปอร์ตุเกศหรือจะได้ถูกเผาทัง้เป็ นปะไร หากขืนอยู่ท่ี
น่ีก็อาจจะถูกย่างกินเม่ ือใดก็ได้ แต่ข้าจะตกลงใจละซีกโลกอันนางคุณิกองผู้เป็ นท่ีรักของข้า
อาศัยอยู่ไปได้อย่างไร"
ฆฆัมโพ "เราจะไปทางเมืองฆาเญณ คงจะได้พบคนฝรัง่เศสท่ีนัน
่ ชาวฝรัง่เศส
ชอบท่องเท่ียวไปทัว่พ้ืนพิภพ บางทีเขาคงจะช่วยเหลือเรา บางทีพระเจ้าจะทรงโปรดปรานีเรา
บ้างกระมัง"
การท่ีจะไปเมือง ฆำเญณ 2 ไม่ใช่ไปได้ง่าย ๆ ทิศทางจะไปก็รู้แต่เพียงเลา ๆ มี
แม่น้ำา ภูเขา โจร คนป่ า สะกัดกัน
้ อยู่ตลอดทาง ม้าตายด้วยความเหน่ ือยล้าทัง้สองตัว เสบียง
อาหารก็หมดต้องกินลูกไม้ยังชีวิตตลอดเดือน ในท่ีสุดไปโผล่ใกล้ ๆ ลำาน้ำาเล็ก ๆ เรียงรายด้วย
ต้นมะพร้าว ได้อาศัยมะพร้าวเป็ นเคร่ ืองยังชีพและยังความหวังต่อไปได้อีก
ฆฆัมโพผู้เป็ นท่ีปรึกษาดีทันเทียมกับหญิงชรา ว่ากับฆานฑิตว่า
"เราจะทนต่อไปอีกไม่ไหว เดินเท้ามาก็พอแล้ว ข้าพเจ้าเห็นเรือไม่มีคนจอดอยู่
ริมฝั่ งลำาหน่งึ เราขนมะพร้าวบรรทุกไปให้เต็มลงเรือลอยไปตายกระแสน้ำา น้ำาย่อมพาไปสู่ท่ีมี
คนอยู่สักแห่งหน่ ึงเป็ นธรรมดา ถึงแม้เราจะไม่พบพานส่ิงท่ีเจริญใจ อย่างน้อยก็คงจะพานพบ
ของใหม่บ้าง"
ฆานฑิต "เรามอบตัวให้แก่พระเจ้าด้วยความเต็มใจเถิด"
ทัง้สองพายเรือไปได้สองสามร้อยเส้นในหว่างสองฝั่ ง ซ่งึ บางแห่งมีดอกไม้
สลอน บางแห่งแห้งแล้ง บางแห่งราบเรียบ บางแห่งเว้าแหว่ง ลำาน้ำากว้างออกทุกที สุดท้าย
ลอดไปใต้ถ้ำาหิน สูงจรดฟ้ าดูน่ากลัว ผู้เดินทางทัง้สองยอบกายถวายตัวต่อกระแสน้ำาด้วยความ
กล้าหาญ แล้วลำาน้ำาก็คอดก่ิวลงทันที

กระแสน้ำาก็พาเรือลอดถ้ำาอันสะพึงกลัว เรือหมุนคว้าง เสียงดังลัน
่ สนัน
่ ก้อง
แล้วเรือพุ่งไปโดยรวดเร็วน่าสยดสยอง อยู่ในลักษณะเช่นนีย
้ ่ีสิบส่ีชัว่โมง เรือจึงโผล่ออกเห็น
แสงตะวัน แต่เรือนัน
้ กระแทกหินแตกเป็ นชิน
้ ๆ ต้องค่อย ๆ คลานไต่เขาจากหินก้อนหน่ ึงไป
ก้อนหน่งึ ถึงร้อยย่ีสิบเส้น จึงประจักษ์เมือง ๆ หน่ ึงในทุ่งราบกว้างอยู่ในระหว่างภูเขาล้อมรอบ
ไม่มีทางท่ีจะผ่านเข้าออกได้เลย
เมืองนีส
้ ร้างขึ้นเพ่ ือความสนุกสำาราญพอ ๆ กับในด้านจำาเป็ นทุก ๆ ด้านมีทัง้ส่ิง
ท่ีเป็ นประโยชน์ และงดงามไปพร้อม ๆ กันทัง้นัน
้ ถนนสะพรัง่ไปด้วย (หรือควรจะว่าประดับ
ไปด้วย) ยานพาหนะรูปสวยงาม ประดับเคร่ ืองเรืองรองเป็ นประกายแวบวับ เทียมแกะใหญ่
ขนแดง ฝี เท้าเร็วย่ิงกว่าม้าฝี เท้าดีชัน
้ เย่ียมพันธุ์อันฑฬุสิยา พันธุ์ เตตวัน 3 หรือพันธุ์ เมฆีเนศ
4 เสียอีก มีหญิงและชายสวยสดงดงามน่าตะลึงลานนัง
่ อยู่ภายใน
ฆานฑิต "น่ีแหละคือบ้านเมืองซ่งึ วิเศษกว่าเมืองเวสทฟาเฬียละ"
พากันมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านหมู่แรก ซ่ ึงแลเห็นเด็กนุ่งห่มเส้ือผ้ายกทองชายลูกไม้
เล่นต้องเตกันอยู่ท่ีชายเมือง ผู้เดินทางจากซีกโลกอ่ ืนทัง้สองคนนัน
้ เฝ้ าดูเด็กเล่นเป็ นสำาราญ
ลูกต้องเตท่ีเด็กโยนนัน
้ เป็ นแผ่นกลม ๆ สีเหลืองก็มี แดงก็มี เขียวก็มี เป็ น
ประกายแวบวับเหมือนกันหมด ผู้เดินทางหยิบขึ้นดูสองสามก้อน ก้อนนีท
้ องคำา ก้อนนัน

มรกต ก้อนโน้นทับทิม ก้อนท่ีว่าเล็กท่ีสุดนัน
้ ขนาดเสมอเพ็ชรก้อนใหญ่ท่ีสุดซ่ ึงประดับ
พระแท่นพระเจ้าจักรพรรดิโมคุล 5 นัน
้ เทียว

เลย"

ฆฆัมโพว่า "พวกเด็กท่ีเล่นต้องเตเหล่านี ต
้ ้องเป็ นโอรสพระราชาโดยมิต้องสงสัย
ขณะนัน
้ เองครูโรงเรียนประจำาตำาบลนัน
้ ออกมาร้องเรียกให้เด็กเข้าห้องเรียน
ฆานฑิตว่า "นัน
่ คงเป็ นพระอาจารย์ประจำาราชตระกูล"

เด็กเถลไถลก็ละต้องเตไปเข้าโรงเรียนทันที ทิง้ลูกตองเตกับเคร่ ืองเล่นอ่ ืน
เร่ียราดอยู่กับดิน
ฆานฑิตเก็บลูกต้องเตว่ิงเอาไปส่งให้ครุด้วยกิริยานอบน้อมอย่างท่ีสุด พยายาม
อธิบายใช้ใบ้ว่า พระราชโอรสลือทองและเพ็ชรทิง้ไว้ ครูโรงเรียนยิม
้ แล้วโยนทองและเพ็ชรทิง้
มองดูฆานฑิตด้วยความหลากใจเป็ นอันมาก แล้วก็เข้าไปสอนนักเรียน
ผู้เดินทางทัง้สองยังบรรจงเก็บทอง ทับทิม มรกตไว้เป็ นอย่างดี ฆานฑิต "น่ีเรา
อยู่เมืองไหนหนอ โอรสพระราชาเมืองนีต
้ ้องได้รับการอบรมอย่างดีทีเดียว จึงไม่ไยดีต่อทองคำา
เพ็ชรนิลจินดา" ฆฆัมโพก็ประหลาดใจพอ ๆ กับฆานฑิต
สุดท้ายก็พากันไปถึงเรือนหลังแรกในตำาบลนัน
้ สร้างอย่างกับวังใน
ยุโรป มีคนหมู่ใหญ่กำาลังจะเข้าไปในเรือน คนท่ีอยู่ในเรือนนัน
้ ยังมากกว่าคนข้างนอกเสียอีก
ได้ยินเสียงดนตรีไพเราะย่ิงนัก กล่ินอาหารท่ีกำาลังปรุงก็หอมฉุย ฆฆัมโพไปท่ีประตูได้ยินเสียง
คนพูดภาษาพีรุ 6 ซ่ ึงเป็ นภาษาเดิมของตัว เป็ นท่ีทราบแล้วว่า ฆฆัมโพเกิดท่ีหมู่บ้านหน่งึ ใน
เมืองทุฆุมำน 7 ซ่งึ พูดแต่ภาษาพีรูภาษาเดียว
ฆฆัมโพบอกกับฆานฑิตว่า "ข้าพเจ้ารับเป็ นล่ามท่านได้ท่ีน่ี เข้าไปข้างในกันเถิด
ท่ีน่ีเป็ นสถานท่ีสาธารณะ"
คนรับใช้สองคนกับหญิงสาวสองคนแต่งตัวด้วยผ้าทองรัดผมด้วย
ริบบิน
้ ออกมาเชิญให้ไปนัง่โต๊ะเจ้าของสถานท่ีทันที นำาสุปมาตัง้ส่ีจาน มีนกแก้วอ่อนประดับ

จานละสองตัว นกเหย่ียวคอนดอร์ต้มยำาตัวหน่ ึงหนักถึงสองร้อยปอนด์ ลิงย่างสองตัวรส
วิเศษ จานหน่ ึงใส่นกฮัมมิงสามร้อยตัว อีกจานหน่ ึงนกไฟลหกร้อยตัว เน้อ
ื สะตูโอชา ขนมปั ง
รสอร่อย ส่ิงเหล่านีใ้ส่จานแก้วหินชนิดหน่ ึง คนรับใช้ทัง้ชายและหญิงนัน
้ เทเหล้านานาชนิด
ออกจากลำาอ้อย
คนส่วนมากในหมู่นัน
้ เป็ นพวกพ่อค้าเร่ และคนขับล้อเรียบร้อยท่ีสุด ทุกคนไถ่
ถามฆฆัมโพสองสามคำาด้วยความระมัดระวังปากอย่างท่ีสุด และตอบคำาถามด้วยความขอบบุญ
ขอบคุณอย่างท่ีสุด
เม่ อ
ื กินอ่ิมแล้ว ฆฆัมโพมีความคิดตรงกันกับฆานฑิต ชำาระค่าอาหารด้วยทองคำา
สองก้อนใหญ่ท่ีเก็บได้นัน
้ เจ้าของสถานท่ีทัง้ผัวและเมียหัวเราะลัน
่ ถึงกับต้องเอามือบีบซ่ีโค
รงให้้หายงอ พอยัง้หัวเราะได้แล้วจึงพูดว่า
"ท่านทัง้สอง เป็ นท่ีชัดแจ้งแล้วว่าท่านเป็ นอาคันตุกะมา ท่ีน่ีไม่ค่อยจะมีแขกมา
บ่อยนัก ขออภัยเถิดท่ีหัวเราะ เพราะท่านเก็บกรวดทรายตามถนนมาชำาระค่าอาหารแก่ข้าพเจ้า
คงแน่แล้วท่ีทา่ นไม่มีเงินเมืองนีใ้ช้ แต่อาหารในนีก
้ ินไม่ต้องชำาระเงินก็ได้ โรงเลีย
้ งทุกแห่งซ่ ึง
ตัง้ขึ้นเพ่ ือความสะดวกในการพาณิชย์นัน
้ รัฐบาลออกค่าอาหารให้ ท่ีท่านกินตะกีน
้ ีเ้ป็ นอาหาร
ชัน
้ เลวย่ิงนักเพราะตำาบลนีย
้ ากจน ถ้าตำาบลอ่ ืนเขาคงจะต้อนรับท่านให้คู่ควรฐานะ"
ฆฆัมโพก็เล่าความอัศจรรย์อันล้นพ้นท่ีสนทนากันให้ฆานฑิตฟั ง ยังให้เกิดความ
อัศจรรย์เป็ นท่ีย่ิง ต่างก็พูดกันว่า
"น่ีเป็ นบ้านเมืองพรรณไหนกันหนอ โลกไม่เคยรู้จักบ้านเมืองพรรณนี้
ธรรมชาติก็ช่างผิดแผกแปลกกับเมืองเรา บางทีจะเป็ นเมืองซ่งึ อะไร ๆ ก็ดีไปหมด เพราะถึง
อย่างไรก็ต้องมีบ้านเมืองพรรณนีส
้ ักแห่งหน่งึ ในโลกนีแ
้ น่นอน อาจารย์ปางโกลศจะว่าอย่างไร
ก็ตามเถิด ข้าเห็นอยู่นักแล้วว่าอะไร ๆ ในเมืองเวสทฟาเฬียนัน
้ ชัว่ช้าย่ิงนัก"
- EI Dorado
EI Dorado แปลตรงตัวว่า ดินแดนแห่งทองคำา เป็ นช่ ือท่ีใช้เรียกแถบท่ีอยู่ของชนเผ่าอินคาส์ (Incas) ในยุคท่ี
สเปญเข้ายึดครองดินแดนอเมริกาใต้ได้เข้าไปขุดคุ้ยทำาลายดินแดน (ท่ีเคยว่ากันว่า เป็ นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่
ของโลกแหล่งหน่ ึงนี)้ เพ่ ือค้นหาทอง - ผู้จัดพิมพ์
2 - Cayenne
3 - Tetuan
4 - Mequiuez
5 - Mogul
6 - Peru
7 - Tucuman
1

๑๘

ฆำนฑิตกับฆฆัมโพประสพอะไรในเมืองอัลโฑรโฑ

ฆฆัม โพแสดงความอยากรู้อยากเห็นถามเจ้าสำานัก

เจ้าสำานักตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็ นคนโง่เขลาเบาปั ญญา แต่มิใช่ว่าจะเป็ นคนชัว่
เพราะความเขลา ในละแวกบ้านนีม
้ ีผู้เฒ่าอยู่คนหน่ ึง เคยอยู่ในวังมาก่อนเป็ นปราชญ์ฉลาดล้ำา
สามารถติดต่อโต้ตอบได้ดียง่ิ กว่าใคร ๆ ในราชอาณาจักรนี"้
เจ้าสำานักก็พาฆฆัมโพไปหาผู้เฒ่า บัดนีฆ
้ านฑิตแสดงเป็ นพระรอง ตามคนใช้
ต้อย ๆ ไปถึงบ้านหลังหน่งึ เรียบ ๆ ประตูบ้านเพียงแต่เป็ นเงิน เพดานก็เพียงแต่ทองคำา แต่ว่า
ประดิษฐ์วิจิตรบรรจงราวกับจะแข่งเอาชนะมหาเศรษฐี ห้องรับแขกนัน
้ ฝั งแต่เพียงทับทิมกับ
มรกต แต่ความเป็ นระเบียบเรียบร้อยในการจัดห้องนัน
้ แหละพอจะแก้ตัวความอนาถาตกไปได้
มาก
ผู้เฒ่าต้อนรับอาคันตุกะให้นัง่บนเก้านวมยัดด้วยขนนกฮัมมิง แล้วสัง่ให้คนใช้
ยกเหล้าต่าง ๆ ใส่คนโทเพ็ชรออกมา ต่อจากนัน
้ ก็แก้ความอยากรู้อยากเห็นของแขกทัง้สองดัง
ต่อไปนี้
"ข้าพเจ้าอายุร้อยเจ็ดสิบสองเข้าปี นี ไ้ด้ทราบเร่ ืองสงครามปฏิวัติเมืองพีรุจาก
บิดาข้าพเจ้า ผู้ลว่ งลับไปแล้ว ท่านบิดาเป็ นนายทหารอัศวรักษ์ เห็นมากับตนเอง ราช
อาณาจักรในบัดนีเ้คยเป็ นเมืองโบราณ ของจักรพรรดิ อินฆำส 1 แต่พระองค์ละทิง้ไปด้วย
ความโฉดเขลาเพ่ ือจะเอาชนะเมืองอ่ ืน แถบอ่ ืนของโลก เลยในท่ีสุดถูกพวกสเปญทำาลายล้าง
สูญหมด

"แต่บรรดาเจ้าชายมีความเฉลียวฉลาดว่าพระราชบิดามากคงอยู่รักษาเมืองนีไ้ว้
ออกบัญญัติด้วยความเห็นชอบของประชาชนทัง้เมืองว่า ราษฎรคนใดจะไม่ได้รับพระบรมราชา
นุญาตให้ออกจากราชอาณาจักน้อยนีเ้ลย ข้อนีเ้องท่ีรักษาความสุขและบริสุทธิไ์ม่เดียงสาของ
ประชาชาติเราไว้ พวกสเปญเข้าใจเร่ ืองเมืองนีไ้ม่ออก จึงได้ตัง้ช่ ือว่าอัลโฑรโฑ เม่ ือสักร้อยปี มา
นี ม
้ ี


วอังกฤษคนหน่ ึงช่ ือเสอร์วอลเตอร์ราเลห์ได้เดินทางมาเกือบ
หากแต่เมืองอยู่ในหว่างภูเขาชันชะโงกเง้อ
ื มล้อมรอบจึงเข้ามามิได้ เราจึงได้รับความคุ้มกันจาก
ความโลภของคนยุโรปมาจนบัดนี ช
้ าวยุโรปมีความปรารถนาอย่างเล
ก้อนกรวดก้อนทรายในพ้ืนแผ่นดินเรานีไ้ปทำาไม เพียงแต่จะเอากรวดทรายเหล่านี พ
้ วกยุโรป
อาจจะฆ่าพวกเราจนคนสุดท้ายทีเดียว"
การสนทนายืดยาว แล้วหันหน้าเข้าหาเร่ ืองสำาคัญคือ วิธีการปกครอง
ขนบธรรมเนียม สตรี การบันเทิง และศิลปะสุดท้ายฆานฑิตผู้ใฝ่ ใจในปรัชญาขอให้ฆฆัมโพ
ถามว่าเมืองนีถ
้ ือศาสนาอะไรหรือไม่
ผู้เฒ่าหน้าแดงขึ้นอีกหน่อยหน่ ึงตอบว่า "น่ีอย่างไร ท่านกล้าสงสัยหาว่าพวกเรา
อกตัญญูเทียวหรือ?"
ฆฆัมโพถามอย่างนอบน้อมว่า ก็ในอัลโฑรโฑนีถ
้ ือศาสนาอันใดเล่า"
ผู้เฒ่าหน้าแดงอีก "ศาสนามีสองได้รึ ข้าพเจ้าเช่ ือว่าเราก็ถอ
ื ศาสนาซ่ ึงคนทัง้โลก
ถือกันนัน
่ แหละ เราบูชาพระเจ้าทุกเช้าค่ำา"
ฆฆัมโฑยังเป็ นล่ามให้ฆานฑิตผู้มิวายสงสัย "ท่านถือพระเจ้าองค์เดียวหรือ?"
ผู้เฒ่า "แน่ละ ไม่มีสอง ไม่ส่ีสาม ไม่มีส่ี ข้าพเจ้าต้องขอสารภาพว่าท่านท่ีมาจาก
ซีกโลกท่ีทา่ นอยู่นีช้่างถามอะไรแปลกแท้ ๆ "
ฆานฑิตยังไม่เบ่ ือท่ีจะซักผู้เฒ่าคนดีต่อไปว่าในเมืองอัลโฑรโฑนัน
้ เขาสวด
อ้อนวอนกันอย่างไร ปราชญ์ผู้เฒ่าบอกว่า "ท่ีน่ีเขาไม่สวดอ้อนวอนกันดอกไม่มีอะไรท่ีจะ
อ้อนวอนขอ พระองค์ทรงประทานส่ิงท่ีเราต้องการหมดทุกอย่างแล้ว มีแต่เราจะสวดขอบคุณ

ไม่รู้สิน
้ สุด"
ฆานฑิตใคร่เห็นพระจึงถามว่าท่านอยู่ท่ีไหน
ผู้เฒ่า "เกลอเอ๋ย พวกเราทุกคนน่ีแหล่ะเป็ นพระ พระราชาและหัวหน้าตระกูล
ทุกคน ร้องเพลง ขอบพระคุณพระเจ้าทุกเช้า มีนักดนตรีห้าหรือหกพันคนประสานเสียงด้วย"
"อะไรกัน สงฆ์ก็ไม่มีจะเทศน์ ไม่มีจะทุ่มเถียง ไม่มีจะปกครอง ไม่มีจะก่อการ
ร้าย ไม่มีจะเผาคนท่ีมีความเห็นขัดแย้งดอกหรือน่"ี
"ถ้าทำาอย่างนัน
้ พวกเราก็ต้องบ้าแน่ ท่ีน่ีทุกคนมีความเห็นเป็ นอันหน่ ึงอัน
เดียวกันหมด และคำาว่าสงฆ์นัน
้ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร"
ขณะท่ีสนทนากันอยู่นี ฆ
้ านฑิตงวยงงย่"เมื
ิงนัก
องนี
พูดแ
้ กัตกต่
บตัวาเองว่
ง า
กับเมืองเวสทฟาเฬีย และปราสาทท้าวธันดราแท้ ๆ ถ้าหากตาอาจารย์ปางโกลศได้มาเห็นเมือ
งอัลโฑรโฑก็คงไม่สรรเสริญว่าปราสาทธันดราแทนทรงค์เป็ นปราสาทท่ีรโหฐานกานดาท่ีสุดใน
พ้ืนพิภพอีกต่อไป จึงเป็ นท่ีเห็นชัดว่าคนเราต้องเดินทางไกล ๆ จึงจะรู้กว้าง ๆ
" เม่ ือได้สนทนากันอย่างยืดยาวจบลงแล้ว ผู้เฒ่าสัง่ให้ผูกรถเทียมแกะหกตัว จัด
คนในครัวเรือนสิบสองคนให้นำาอาคันตุกะไปยังพระราชวัง
ผู้เฒ่า "อภัยเถิดท่ีความชราไม่อำานวยเกียรติให้ข้าพเจ้าตามท่านไปยังพระราชวัง
ด้วยได้ พระราชาจะทรงปฏิสันถารรับรองท่านอย่างท่ีจะไม่ทำาให้ท่านต้องขุ่นเคืองเลย แต่ถ้ามี
อะไรไม่สบอารมณ์ท่านบ้างแล้ว ก็ขอได้โปรดยกโทษให้ในฐานท่ีเป็ นธรรมเนียมประเพณีของ
เมืองนีด
้ ้วย"
ฆานฑิตกับฆฆัมโพขึ้นรถ แกะทัง้หกก็แผ่นโผนไป ไม่ถึงส่ีชัว่โมงก็ถงึ พระราชวัง
ซ่งึ ตัง้อยู่ชายเมืองหลวง มุขสูงถึงสามสิบสามวาสองศอก กว้างสิบห้าวาหน่ ึงศอก ส่วนวัตถุท่ี
ใช้ก่อนัน
้ ไม่มีคำาใดท่ีจะบอกอธิบายให้สาสมได้ แต่เห็นชัดว่าวัตถุนัน
้ ต้องมีค่าย่งิ ใหญ่เหนือ
กรวดทรายท่ีเร่ียราด ซ่งึ เรียกกันว่าเพ็ชรและทองโน้น
ตอนท่ีลงจากรถ ราชองครักษ์ซ่ึงเป็ นหญิงสวยย่ีสิบคนก็ออกมาต้อนรับพาเข้าไป
ยังห้องสรงให้แต่งกายด้วยเส้ือขนอ่อนนกฮัมมิง ครัน
้ แต่งกายเสร็จมหากุฎราชเสนาทัง้หญิง
และชายก็นำาไปยังท้องพระโรง เดินไปในหว่างแถวนักสังคีต สองฟาก ฟากละพันคน
ขณะท่ีเดินไปยังท่ีเข้าเฝ้ านัน
้ ฆฆัมโพถามมหาเสนาผู้หน่ ึงว่าวิธีถวายบังคม
พระเจ้าแผ่นดินนัน
้ เขาทำาท่าใด จะคุกเข่าหรือนอนพังพาบ จะพนมมือหรือไขว้หลังจะเลีย
ละอองธุลีท่ีพ้ืนหรือไม่ พูดสัน
้ ๆ ว่าจะทำาพิธีประการใด มหาเสนาบอกว่า "ประเพณีท่ีน่ีคือ ให้
สรวมกอดพระมหากษัตริย์แล้วจูบพระปรางทัง้สองคนละข้าง"
ฆานฑิตกับฆฆัมโพก็โดดเข้ากอดพระศอพระมหากษัตริย์ พระองค์ต้อนรับด้วย
พระมารยาทดีล้นท่ีจะค้นหาได้ แล้วตรัสเชิญให้ร่วมเสวยด้วยพระจริยสุภาพ
ระหว่างท่ีรอร่วมเสวยนัน
้ เขาพาไปดูเมืองได้เห็นมหาอาคารสาธารณะสูงเย่ียม
เทียมเมฆ ตลาดหลวงก็ก่อด้วยเสากลมพันหน่ ึง น้ำาพุพุเป็ นน้ำากุหลาบก็มี น้ำาสุรากลัน
่ จาก
อ้อยก็มี ไหลไม่ขาดสายลงสู่มหาจตุรัส ซ่งึ ก่อลาดด้วยพลอยชนิดหน่ ึง น้ำาพุนัน
้ ส่งกล่ิน
หอมหวนดังกานพลูและอบเชย
ฆานฑิตขอให้พาไปดูศาลสถิตยุธรรม รัฐสภา คนนำาบอกว่าสถานดังว่านัน
้ ไม่มี
ไม่เคยรู้เร่ ืองการฟ้ องร้อง ฆานฑิตถามว่ามีตะรางไหม คนนำาตอบว่าไม่มี สถานท่ีซ่ึงฆานฑิต
ประหลาดใจเป็ นท่ีย่ิงและก่อให้เกิดความช่ ืนชมเป็ นท่ีสุดนัน
้ ได้แก่วงั วิทยาศาสตร์ เห็นเป็ น
อาคารยาวสิบห้าเส้น มีเคร่ ืองอุปกรณ์การคำานวณและฟี สิกซ์เต็มไปหมด

เม่ อ
ื ได้เตร่ดูเมืองแต่บ่ายจนเย็นแล้ว ได้เห็นเพียงส่วนเดียวในพันส่วน แล้วเขาก็
พากลับวังหลวง ฆานฑิตนัง่ท่ีโต๊ะเสวยรวมทัง้ฆฆัมโพผู้เป็ นบ่าว กับสุภาพสตรีอีกหลายคน ไม่
เคยได้พบการต้อนรับดีถึงขนาดนีเ้ลย ไม่เคยได้ฟังพระคารมคมเค็มเท่าท่ีออกจากพระโอษฐ์
พระมหากษัตริย์ดังนีเ้ลย
ฆฆัมโพอธิบายสุนทรวาทีของพระองค์ให้ฆานฑิตฟั ง แต่ถึงจะแปลจะอธิบาย
อย่างไรก็คงเป็ นสุนทรวาทีอยู่นัน
่ เอง ในบรรดาส่ิงท่ียังความอัศจรรย์ให้แก่ฆานฑิต สุนทรวาที
นีห
้ านับว่าน้อยไม่
ทัง้สองอาคันตุกะพักพิงอยู่ในวัง ซ่ ึงให้การต้อนรับเป็ นอันดีนี เ
้ ดือนหน่ ึงฆาน
ฑิตกล่าวกับฆฆัมโพบ่อย ๆ ว่า
"ข้ายอมรับอีกทีละเพ่ ือนเอ๋ย ว่าปราสาทท่ีข้าถือกำาเนิดเกิดมาจะมาเปรียบกับ
พระราชวังก็ไม่ได้ขีไ้ซร้ แต่จะว่าทำาไมมีนางคุณิกองมิได้อยู่ ณ ท่ีนี แ
้ ละเจ้าเองก็มิพักต้อง
สงสัยเลยว่ามีเมียอยู่ทางเมืองยุโรป ถ้าเราจะอาศัยอยู่ท่ีน่ีก็คงมีฐานะเพียงคนทัง้หลายท่ีน่ี แต่
ถ้าเรากลับไปบ้านเมืองเรา บรรทุกกรวดทรายเมืองอัลโฑรโฑใส่หลังแกะไปสักสิบสองตัว เราก็
จะมัง่คัง่ย่ิงกว่ากษัตริย์ทัง้หลายในยุโรปรวมกัน ไม่ต้องกลัวพระวินัยธรอีกต่อไป แล้วอาจจะ
เอานางคุณิกองคืนได้โดยง่าย"
ถ้อยคำานีเ้ป็ นท่ีสบอารมณฆฆัมโพ ธรรมดามนุษย์เราชอบท่ีจะเท่ียวท่องไป ชอบ
ท่ีจะกลับไปทำาใหญ่ทำาโตในเมืองของตน ชอบท่ีจะคุยอวดอ้างว่าได้ไปเห็นอะไรมา แต่ในท่ีสุด
บุคคลผู้มีสุขทัง้สองนีก
้ ็ได้ตกลงใจว่าเห็นพอแล้ว จึงขอถวายบังคมลาจากเมืองอัลโฑรโฑไป
พระราชาดำารัสว่า "ท่านนีค
้ นโง่ เรารู้อยู่ว่าราชอาณาจักรของเราเล็ก ๆ แต่บุคคล
ใดเม่ ือได้ตัง้หลักฐานอยู่ ณ ท่ีใดเป็ นท่ีสบายแล้วก็ควรจะถือท่ีนัน
้ เป็ นท่ีพักพิง เราไม่มีสิทธิจ์ะ
กักตัวแขกแปลกหน้าให้อยู่ได้ ถือว่าเป็ นทุราจารอันกฏและธรรมเนียมไม่ยอมให้ปฏิบัติ เม่ ือ
ท่านจะไปก็เชิญเถิด แต่การไปนัน
้ จะลำาบากย่ิงนัก ไม่มีทางท่ีจะสำาเร็จได้เลย ซ่งึ ท่านจะย้อน
กระแสน้ำาเช่ียวขึ้นไป มีทาง ๆ เดียวคือทางท่ีท่านล่องลงมาประดุจปาฏิหารย์นัน
้ ธารน้ำานัน

ไหลลาดใต้โพรงหินใต้ดิน ทิวเขาซ่งึ กัน
้ รอบอาณาจักรเราก็สูงถึงพันห้าร้อยย่ีสิบห้าวา ชันอย่าง
กับกำาแพงภูเขาแต่ละลูกนัน
้ กว้างถึงสามโยชน์ ไม่มีทางใดท่ีจะไต่ลงได้ นอกจากจะกลิง้พุ่งลง
ไปตาย
แต่เอาเถอะเม่ ือท่านปรารถนาแน่แน่วแล้วว่าจะลาจากเราไป เราก็จะสัง่ให้ยนต
รกรสร้างเคร่ ืองยนตร์ซ่งึ จะส่งท่านข้ามภูเขาไปได้โดยปราศจากภยันตราย แต่เม่ ือพาท่านข้าม
ภูเขาไปได้แล้ว จะไม่มีใครติดตามท่านต่อไปอีกเพราะ สัพเยค 2 ของเราได้ปฏิญาณแล้วว่า จะ
ไม่ออกจากราชอาณาจักรซ่ ึงพวกเขาก็ฉลาดพอท่ีจะไม่เสียปฏิญาณนี ท
้ ่านปรารถนาส่ิงใดก็จง
บอกเราเถิด"
ฆานฑิต "ข้าพระพุทธเจ้ามิได้ปรารถนาส่ิงใดนอกไปจากแกะสองสามตัว บรรทุก
เสบียงอาหารบ้าง กรวดทรายดินหินเมืองนีบ
้ ้างเท่านัน
้ แหละพะย่ะค่ะ"
พระราชาทรงพระสรวล แล้วตรัสว่า "เรามองไม่เห็นเลยว่าพวกท่านชาวยุโรปจะ
ได้รับความสุขสำาราญจากโคลนเหลือง ๆ ของเรา แต่เอาไปเถิด จะเอาไปเท่าไรก็ตามใจ คงจะ
เป็ นประโยชน์ดีบ้างกระมัง"
แล้วพระราชาก็มีพระบรมราชโองการให้ยนตรกรจัดสร้างเคร่ ืองยนต์ท่ีจะชักคน
แปลกประหลาดทัง้สองนีอ
้ อกจากราชอาณาจักร นักคำานวณผู้ชาญฉลาดสามพันคนปฏิบัติ
งานแล้วเสร็จในสิบห้าวัน สิน
้ ค่าใช้จ่ายไม่เกินสองโกฏิสเตอลิงก์ ซ่งึ เป็ นเงินเหรียญหน่วยต่ำา
สุดของเมืองนี้

เขาให้ฆานฑิตกับฆฆัมโพขึ้นบน
เคร่ ือง มีแกะแดงใหญ่ด้วยสองตัวผูกอานและ
บังเหียน สำาหรับข่ีข้ามภูเขาไปฟากโน้น แกะต่าง
บรรทุกเสบียงอาหารย่ีสิบ ตัวแกะต่างบรรทุกของ
ขวัญแปลกประหลาดเมืองนีส
้ ามสิบตัว แกะต่าง
บรรทุกทองคำาเพ็ชรนิลจินดาอีกห้าสิบตัว พระ
ราชาทรงสรวมกอดนักท่องเท่ียวด้วยพระกรุณาย่ิง
นัก
อาศัยวิธีการชาญฉลาด การเดินทางออกจาเมืองอัลโฑรโฑของบุคคลทัง้สองพร้อมด้วยแกะ
ทัง้หลาย ซ่ ึงขึ้นรอกยนต์ข้ามภูเขาไปได้นัน
้ เป็ นทรรศนียภาพงามแท้ พอนำาไปถึงท่ีปลอดภัย
แล้ว คณิตกรก็พากันกลับเมือง ส่วนฆานฑิตไม่มีความปรารถนาใด ไม่มีความุ่งหมายใดย่ิงไป
กว่าจะนำาแกะเหล่านีไ้ปกำานัลนางคุณิกอง
พูดว่า "บัดนีเ้ราสามารถจะหาเงินให้เจ้าเมืองบุอิโนสแอร์ส หากว่าจะยอมให้ไถ่
ตัวนางคุณิกอง เราเดินทางตรงไปยังฆาเญณเถิด แล้วเราจะไปทางเรือ ดูทีหรือว่าจะหาซ้ือราช
อาณาจักรใดจะดี"
1
2

- Incas
- subjets ข้าราชบริพาร, พสกนิกร-ผู้จัดพิมพ์

เกิดเร่ ืองอะไรท่เี มืองสุร ินาม

๑๙

1

ฆำนฑิตรูจ้ ักกับมำรทินด้วยประกำรใด

ผู้ ท่องเท่ียวของเรา ในวันแรกยังสนุกสนานดี มีความยินดีในการท่ีได้มาซ่งึ

ทรัพย์มหาศาลอันมีค่าเกินกว่าทรัพย์สมบัติของทวีปอาเซีย ยุโรป และอัฟริกาประมวลกัน
ฆานฑิตมีความปิ ติถึงกับสลักช่ ือนางคุณิกองตามต้นไม้ต่าง ๆ
วันท่ีสองแกะสองตัวตกห้วยหายไปทัง้ข้าวของอันมีค่า อีกสองสามวันต่อมาอิด
อ่อนตายไปอีกสองตัว อีกเจ็ดหรือแปดตัวอดอาหารอดน้ำาตาย ตอนเดินทางในทะเลทราย
แล้วยังตกเขาตายไปเร่ ือย ๆ จนท่ีสุดเม่ ือเดินทางไปได้ร้อยวันยังเหลือแกะเพียงสองตัวเท่านัน

ฆานฑิตพูดกับฆฆัมโพว่า "เกลอเอ๋ย เห็นไหมเล่าว่าความมัง่มีของโลกนี ย
้ ่อม
สูญหายทำาลายไปได้ ไม่มีส่ิงใดจะคงทนเหมือนความดี กับความสุขท่ีจะได้พบนางคุณิกองอีก
ครัง้หน่ ึง"
ฆฆัมโพ "ข้าพเจ้ารับรองท่ีท่านว่านัน
้ แต่เรายังมีแกะเหลืออยู่อีกสองตัวและมี
ทรัพย์สมบัติมากกว่าพระเจ้ากรุงสเปญจะพึงมี ข้าพเจ้าแลเห็นเมืองซ่งึ เข้าใจว่าเป็ นเมืองสุรินาม

โน่นแล้ว เมืองนีเ้ป็ นของวิลันดา เราถึงสุดปลายแห่งทุกข์ทัง้หลายบัดนีก
้ ำาลังย่างเข้าสู่ความสุข
แล้ว"
เม่ อ
ื เดินทางใกล้เข้ามา ได้พบ
แขกดำาคนหน่ ึงนอนเหยียดยาวอยู่กลางดิน
มีผ้าปิ ดกายอยู่คร่ ึงเดียว คือ กางเกงในผ้า
ลินินสีน้ำาเงิน แขนซ้ายกับมือขวาขาดด้วน
ฆานฑิตพูดเป็ นภาษาวิลันดา
ว่า "พระเจ้าทรงโปรด นัน
่ เกลออย่างไรจึง
เป็ นเช่นนัน
้ น่าตกใจจริง"
แขกดำาว่า "ข้าพเจ้ารอท่านาย
อยู่ นายข้าพเจ้าช่ ือ วันทรทันทูร์ 2 เป็ น
พ่อค้าช่ ือโด่งดัง"
ฆานฑิต "นายวันทรทันทูร์นี้
หรือมิใช่ท่ีทำากับเจ้าอย่างนี"้
แขกดำา "ใช่แล้ว เป็ น
ธรรมเนียมของเขา

สำาหรับ
เคร่ ืองนุ่งห่มเขาแจกกางเกงในผ้าลินินให้พวกทาสปี ละสองตัว เวลาทำางานในโรงหีบอ้อย
เคร่ ืองหีบหนีบเอานิว้มือ เขาก็ตัดมือออก พอจะหนีเขาก็ตัดขาเสีย
เร่ ืองเช่นนีเ้กิดกับข้าพเจ้าทัง้สองเร่ ือง น่ีแหละเป็ นผลได้ท่ีเรารับสำาหรับจะให้
พวกท่านชาวยุโรปได้กินน้ำาตาลกัน
ถึงกระนัน
้ เม่ ือแม่ข้าพเจ้าขายข้าพเจ้าให้นายฝรัง่ท่ีฝั่งทะเลเมืองกินนี 3 เป็ นราคา
สิบปตโกญ 4 แม่พูดกับข้าพเจ้าว่า 'ลูกเอ๋ย เจ้าจงกราบไหว้พระขิกชีเป๋ อ 5 เคารพบูชาอยู่เสมอ
จะนำาความอยู่ดีมีสุขมาให้เจ้า เจ้ามีเกียรติท่ีได้เป็ นทาสเจ้านายชาวผิวขาว ทำาให้พ่อแม่มีเงิน
ทองขึ้น'
โอ้เอ๋ย ข้าพเจ้ามิรู้ว่าตัวได้ทำาเงินทองให้แก่พ่อแม่หรือเปล่า แต่รู้ว่าเจ้านายมิได้
ทำาให้ข้าพเจ้ามัง่มีขึ้นเลย หมา ลิง นกแก้ว ลำาบากน้อยกว่าข้าพเจ้าสักพันส่วน
พระวิลันดาผู้เอาข้าพเจ้าเข้ารีต ประกาศให้ฟังทุกวันอาทิตย์ว่ามนุษย์เราเป็ นลูก
ของอะดัม ไม่วา่ ผิวดำาหรือผิวขาวข้าพเจ้าไม่ใช่เป็ นนักมนุษยชาติวิทยาก็จริง แต่ถ้าพระองค์นี้
เทศน์ความสัตย์จริง คนเราก็ต้องเป็ นลูกเรียงพ่ีเรียงน้องกันทัง้นัน
้ แต่ท่านเห็นอยู่กับตา เช่น
นีก
้ ็จะว่าเป็ นความสัตย์จริงได้อย่างไร พ่ีน้องหรือจะทำากันอย่างเหีย
้ มโหดป่ าเถ่ ือนถึงเพียงนี"้
ฆานฑิต "โธ่ ตาปางโกลศ แกเดาไม่ถึงว่าจะมีการร้ายกาจสยดสยองถึงเพียงนี้
เลิกกันที เราขอเลิกนับถือลัทธิเล็งสุขเล็งดีของแกแต่บัดนีไ้ป"
ฆฆัมโพ "ลัทธิเล็งสุขดีอะไรกัน"
ฆานฑิต "อพิโธ่ ก็ความบ้าท่ีถืออยู่ไม่วายว่าอะไร ๆ มีแต่ดีชอบไปทัง้นัน
้ ทัง้ ๆ
ท่ีชัว่ผิดน่ะสิ"
นาม

มองดูแขกดำาแล้วฆานฑิตก็น้ำาตาตก ร้องไห้สะอึกสะอ้น
ื แล้วพากันเข้าเมืองสุริ

ก่อนอ่ ืนถามหาว่ามีเรือท่ีท่านัน
้ จะเดินทางไปเมืองบุอิโนสหรือหาไม่ คนท่ีเข้าไป
ถามนัน
้ เป็ นนายเรือเดินทะเลชาวสเปญ นายเรือบอกว่าถ้ามีใครให้ราคาพอสมควรก็มีเรือไป
นัดให้ไปพบกันท่ีโรงสาธารณะแห่งหน่ ึง ฆานฑิตกับฆฆัมโพผู้สัตย์ซ่ือพร้อมด้วยแกะทัง้สองก็
ไปรอท่า ณ ท่ีนัน

ฆานฑิตหัวใจติดอยู่กับปาก เล่าเร่ ืองท่ีประจญมาให้นายเรือสเปญฟั งหมด กับยัง
สาบานว่าจะต้องพานางคุณิกองหนีให้จงได้
นายเรือจึงว่า "ถ้าเช่นนัน
้ ข้าพเจ้าต้องระวังตัวกลัวภัยไม่ขอพาท่านไปเมืองบุอิโน
สเป็ นอันขาด ข้าพเจ้าจะได้ถูกแขวนคอรวมทัง้ท่านด้วยปะไร นางคุณิกองโฉมงามนัน
้ เป็ น
ชายานายข้าพเจ้าน่ีนา"
ฆานฑิตดังต้องอสุนีบาต ร้องไห้รำาพันอยู่เป็ นนาน ท่ีสุดดึงตัวฆฆัมโพไปพูดกัน
สองต่อสองว่า
"น่ีแนะ เกลอเจ้าทำาอย่างนีเ้ถอะเรามีเพ็ชรอยู่ในกระเป๋ าแต่ละคน ก็คิดเป็ นเงิน
ถึงห้าหรือหกล้านเจ้าฉลาดกว่าข้า เจ้าต้องไปพานางคุณิกองมาจากเมืองบุอิโนสให้จงได้ ถ้าเจ้า
เมืองเย้ืองยักก็ควักให้เสียล้านหน่ ึง ถ้ายังไม่ยอมสละละนาง ขว้างให้เป็ นสองล้านเลย เจ้าไม่
เคยฆ่าพระวินัยธร มันคงไม่สงสัยอะไรเจ้า ข้าจะหาเรืออีกลำาหน่ ึงไปคอยอยู่ท่ีเมืองเวนิศ เมือง
นัน
้ เป็ นเสรีนครไม่มีภัยจากพวกบุลการ์ อบารี ยิว หรือพระวินัยธรเลย"
ฆฆัมโพชมความคิดตัดสินใจอันฉลาดนี แ
้ ต่ระทดท้อท่ีจะต้องจากกับนายผู้เป็ น
คนดีก็เพียงนัน
้ เป็ นเพ่ ือนสนิทก็เพียงนัน
้ แต่ความพอใจท่ีจะได้รับจากการปฏิบัติรับใช้นาย
เช่นนีย
้ ่อมมีน้ำาหนักกว่าความระทดท้อใจ ทัง้สองสรวมกอดกันร้องไห้ แล้วฆานฑิตกำาชับไม่
ให้ลืมหญิงชราคนดีด้วย ฆฆัมโพก็ออกเดินทางไปในวันนัน
้ นายคนนีเ้ป็ นคนซ่ ือย่ิงนัก
ฆานฑิต อยู่ท่ีเมืองสุรินามต่อไปอีกสองสามวันรอท่าเรือจะพาตนและแกะ
เดนตายอีกสองตัวนัน
้ ไปเมืองอิทลี 6 หาจ้างบ่าวไพร่ใช้สอยกับเคร่ ืองใช้ไม้สอยท่ีจำาเป็ นสำาหรับ
เดินทางไกลได้แล้ว ก็พอดีวันทรทันทูร์นายเรือใหญ่มารับอาสาจะพาไป
ฆานฑิตถามว่า "ท่านจะคิดค่าโดยสารเท่าไร ท่ีจะพาข้าพเจ้ารวมทัง้บ่าวไพร่ข้าว
ของ และแกะสองตัวนีต
้ รงไปกรุงเวนิศ" นายเรือใหญ่ขอหม่ ืนปิ ยัสตร์ ฆานฑิตก็ยินยอมไม่
รีรอ
วันทรทันทูร์เจ้าเล่ห์พูดกับตัวว่า "โอ๊ะ โอ๋! เจ้าคนต่างถ่ินคนนีย
้ อมให้หม่ ืนหน่ ึง
โดยไม่รีรอต้องเป็ นเศรษฐีใหญ่แน่"

สักประเดี๋ยวกลับมาใหม่ บอกว่าไปคิดทบทวนดูอีกครัง้เห็นว่าถ้าต่ำากว่าสอง
หม่ ืนปิ ยัสตร์ก็รับไม่ได้"
ฆานฑิต "ดีละ ตกลง" วันทรทันทูร์พูดกับตัวเอง "ไอ๋หยาเจ้าคนนีใ้ห้สองหม่ ืน
ง่าย ๆ เหมือนกับหม่ ืนเดียว"
เดี๋ยวกลับมาใหม่อีก บอกว่าถ้าไม่ได้สามหม่ ืนก็จะไปกรุงเวนิศไม่ได้"
ฆานฑิตตอบว่า "เอ้า สามหม่ ืนก็ให้"
นายเรือวิลันดาว่ากับตัวอีกว่า "โอ๋ โอ๋ เงินสามหม่ ืนปิ ยัสตร์เป็ นของนิดหน่อย
สำาหรับเจ้าน่ี ไอ้แกะสองตัวนี ค
้ งต่างทรัพย์สมบัติมหาศาลไว้แน่เทียวเราไม
กว่าให้มันชำาระเงินสามหม่ ืนปิ ยัสตร์เสียก่อน แล้วจึงจัดการ"
ฆานฑิตขายเพ็ชรเม็ดเล็ก ๆ ไปสองเม็ด เม็ดท่ีเล็กท่ีสุดก็ยังมีราคาเกินกว่าท่ีนาย
เรือคิดค่าโดยสาร แล้วก็นำาเงินมาชำาระล่วงหน้า เขาขนแกะไปขึ้นเรือใหญ่ก่อน ส่วนฆานฑิต
ขึ้นเรือเล็กตามไปสมทบทีหลัง นายเรือถือโอกาสตอนนีช้ักใบออกเรือไปก่อน ลมก็เข้าข้างเรือ
ใหญ่เสียด้วย ฆานฑิตใจหายวูบ แทบหมดสติ ในไม่ช้าเรือนัน
้ ก็ลับตาไป
ฆานฑิตพูดว่า "อนิจจาเอ๋ย น่ีแหละเร่ ืองเล่ห์เพทุบายสมเป็ นโลกเก่าของเราละ"
กลับขึ้นฝั่ ง ความเศร้าท่วมท้นล้นหัวใจทรัพย์สมบัติเท่าท่ีสูญไปนัน
้ พอ ๆ กับ
สมบัติกษัตริย์ย่ีสิบองค์ ฆานฑิตไปหาตุลาการชาววิลันดาด้วยความร้อนใจ เคาะประตูเรียกดัง
เกินธรรมดาเล่าความให้ฟัง ขึ้นเสียงดังเอะอะเกินไป ตุลาการจึงปรับหม่ ืนปิ ยัสตร์ฐานทำาเสียง
เอะอะเสียแต่แรกก่อน แล้วจึงทนฟั งเร่ ืองเม่ ือฟั งจบแล้วตุลาการสัญญาว่า นายเรือนัน
้ กลับมา

เม่ อ
ื ใดจึงจะสอบสวนให้ แล้วคิดเงินอีกหม่ ืนปิ ยัสตร์เป็ นค่าสดับฟั งคดี

โดนเข้าเช่นนี ฆ
้ านฑิตย่ิงหมดกำาลังใจใหญ่แต่ว่าการเคยประจญเคราะห
กว่านีต
้ ัง้พันเท่ามาแล้ว แต่ว่าการท่ีตุลาการกับนายเรือปล้นทรัพย์เอาอย่างใจเย็น นีรุ้มเร้าเอา
ฆานฑิตดีเดือดจนตกอยู่ในโทมนัสอย่างหนัก ความระยำาของมนุษย์เผยภาพทรลักษณ์ทุก
อย่างทุกประการผุดขึ้นในมโนภาพของฆานฑิต ความคิดนึกรู้สึกมีแต่ความทุกข์โศกไปทัง้นัน

ในท่ีสุดได้ยินว่าเรือฝรัง่ลำาหน่งึ จะออกไปเมืองบอร์โฑษ์ 7 บัดนีไ้ม่มีแกะต่างเพ็
ชรพลอยไปด้วยแล้ว จึงว่าเช่าห้องไปตามราคาธรรมดา ได้ประกาศแก่คนในเมืองนัน
้ ว่าบุคคล
ผู้ใดจะเป็ นเพ่ ือนเดินทางไปด้วยจะออกเงินค่าโดยสารกินอยู่ให้ แต่ผู้นัน
้ จะต้องเป็ นคนซ่ ือสัตย์
ต้องเป็ นคนท่ีมีภาวะเป็ นอยู่อย่างทุกข์ทรมานท่ีสุด และเป็ นผู้อับโชคท่ีสุดในเมืองนี้
มีคนมาสมัครคัดเลือกมากมายจนเรือสักกองทัพหน่งึ แทบจะขนเอาไปไม่หมด
ฆานฑิตประสงค์จะเลือกให้ได้คนดีท่ีสุด คัดไว้หน่ ึงในย่ีสิบท่ีดูน่าจะคบได้ พวกนีแ
้ สร้งแสดง
ตนให้เป็ นท่ีพอใจฆานฑิตต่าง ๆ ฆานฑิตนัดให้ไปชุมนุนกันท่ีโรงเตีย๊มท่ีตนพักอยู่ บอกว่าถ้าผู้
ใดสาบานตัวว่าจะเล่าเร่ ืองชีวิตของตนให้ฟังตามความเป็ นจริงจะเลีย
้ งข้าวเย็นหน่ ึงม้ือ และ
สัญญาว่าจะเลือกเอาผู้หน่ ึงซ่งึ ปรากฎว่าภาวะเป็ นอยู่เดือดร้อนอย่างท่ีสุดจริง ๆ ส่วนผูอ
้ ่ ืนจะ
จ่ายของขวัญให้
คนทัง้หลายนัง่สนทนากันจนตีส่ี ในการฟั งเร่ ืองประจญกรรมของพวกนัน
้ ฆาน
ฑิตระลึกถึงคำาท่ีหญิงชราพูดและท้าพนัน ขณะเม่ ือเดินทางมาไปเมืองบุอิโนสว่าจะหาผู้ใดท่ี
โดยสารมาในเรือนัน
้ ท่ีไม่เคยได้ประสพเคราะห์กรรมอย่างร้ายแรงมาก่อนเป็ นไม่มี แล้วก็หวน
รำาลึกถึงท่ีอาจารย์ปางโกลศเคยสอน

"อีตาปางโกลศคนนี ถ
้ ้ าให้แสดงตัวอย่างลัทธิขอ
งงไปเองอยากให้มาได้ยินท่ีน่ี แต่แน่ละถ้าจะมีท่ีท่ีทุกส่ิงอย่างเป็ นความดีหมด ก็จะมีแต่ท่ีเมือ
งอัลโฑรโฑเท่านัน
้ ท่ีอ่ืนในโลกนีห
้ ามีไม่"
สุดท้ายก็เลือกให้คนยากจนคงแก่เรียนผู้หน่ ึง ซ่ ึงเคยรับจ้างอยู่ในร้านขาย
หนังสือท่ีเมือง อัมสตรดัม 8 ตัดสินเอาในข้อท่ีว่าการค้าใด ๆ ในโลกท่ีจะน่ารังเกียจน้อยไป
กว่าค้าหนังสือเป็ นไม่มีอีกแล้ว
ปรัชญาเมธีผู้นีเ้ป็ นคนซ่ ือ แต่ถูกเมียปล้น ถูกลูกชายเฆ่ียน ถูกลูกสาวละทิง้หนี
ตามผู้ชายปอร์ตุเกศไป เม่ ือเร็ว ๆ นีก
้ ็ถูกขับออกจากงาน ซ่ ึงพอจะได้ค่าจ้างปะทังชีวิตไปได้วัน
หน่ ึง ๆ เพราะพระท่ีเมืองสุรินามหาว่าเป็ นคนถือลัทธิเดียรถีย์โสสินุส สำาหรับคนอ่ ืนก็ต้องรับ
ว่าอย่างน้อยก็เดือดร้อนเหลือทนพอ ๆ กันแต่ฆานฑิตหวังว่า ปรัชญาเมธีผู้นีค
้ งจะช่วยให้การ
เดินทางครึกคร้ืนได้ดี คนอ่ ืน ๆ ท่ีเข้าคัดเลือกหาว่าฆานฑิตมีอคติต่อตนเกินไป แต่ฆานฑิตก็
ปลอบใจให้เงินคนละร้อยปิ ยัสตร์
1
2
3
4
5
6
7
8

-

Surinam
Vanderdendur
Guinea
Patagon ประมาณเคร่ ืองคราวน์สเปญ
Fetich เคร่ ืองราง
Italy
Bordeaux
Amsterdam

๒๐

เกิดเหตุอะไรขึ้นกับฆำนฑิตและมารทิน

ความทุกข์รุกเงียบนัน
้ โหดร้ายทารุณย่ิงกว่าฆ่าฟั นกันเห็น ๆ

ปรัช ญาเมธีผู้มีนามว่า มำรทิน 1 นัน
้ เดินทางไปเมืองบอร์โฑษ์ด้วยกันกับฆาน

ฑิต บุคคลทัง้สองต่างก็ได้พบเห็นและตกระกำาลำาบากมาเป็ นอันมาก ถึงแม้ว่าเรือจะแล่นจาก
เมืองสุรินามอ้อมแหลมกุฎโหป 2 ไปเมืองญ่ีปุ่น ก็สามารถจะหาเร่ ืองความชัว่ร้ายทางศีลธรรม
และทางธรรมชาติเล่าสู่กันฟั งให้สนุกได้จนตลอดทาง

ถึงอย่างไร ฆานฑิตยังมีภาษีกว่ามารทินตรงท่ียังมีหวังอยู่เสมอว่าจะได้พบนาง
คุณิกอง ส่วนมารทินนัน
้ ไม่มีอะไรจะหวังเลย นอกนัน
้ ฆานฑิตยังมีแก้วแหวนเงินทองทัง้ ๆ ท่ี
สูญเสียแกะแดงตัวใหญ่ต่างทรัพย์มหาศาลย่งิ ใหญ่ในโลกไปแล้วร้อยตัวทัง้ ๆ ท่ีถูกนายเรือ
วิลันดาหักหลังเจ็บใจยังไม่หาย เม่ ือนึกถึงว่ายังมีทรัพย์ติดตัวอยู่อย่างหน่ ึง กับเอ่ยช่ ือนางคุณิ
กองอย่างหน่ ึงโดยเฉพาะตอนจะอ่ิมข้าว ก็ชักจะนึกเช่ ือในลัทธิของอาจารย์ปางโกลศขึ้นอีก
ใหม่

ฆานฑิตพูดกับมารทินว่า "ในส่วนท่านเมธีเล่า ท่านมีความคิดว่ากะไร มีความ
เห็นเก่ียวกับความชัว่ทางศีลธรรม และความชัว่ทางธรรมชาตินัน
้ เป็ นไฉน"
มารทินตอบว่า "ข้าแต่ท่าน พระท่ีใส่ความว่าข้าพเจ้าเป็ นเดียรถีย์ลัทธิ โสสินุส 3
นัน
้ ความจริงข้าพเจ้าเป็ นพวกลัทธิ มำนิคี" 4
ฆานฑิต "ท่านพูดเล่น เดี๋ยวนีไ้ม่เหลือคนถือลัทธิมานิคีอยู่ในโลกนีอ
้ ีกแล้ว"
มารทิน "แต่ข้าเจ้ายังถือ เพราะช่วยไม่ได้ ไม่รู้วา่ จะตรึกตรองให้เป็ นอ่ ืนไปได้
อย่างไร"
ฆานฑิต "ท่านต้องถูกผีสิงเป็ นแน่ทีเดียว"
มารทิน "ก็ผีซาตานนัน
่ แหละเก่ียวข้องกับกิจการของโลกนีอ
้ ย่างลึกล้ำา จนย่อม
กล่าวได้ว่าซาตานจะสิงอยู่ในตัวข้าพเจ้าก็ควรแล้ว ถึงในตัวผู้อ่ืนก็สิงเหมือนกัน ขอให้ท่านเล็ง
เห็นว่าคราวใดท่ีข้าพเจ้ามองดูพิภพนี ห
้ ร
ื อท่ีจริงลูกกลมน้อยๆจะถูกกว่าคราวนัน
อดนึกไม่ได้เลยว่าพระเจ้าทรงมอบพิภพให้ให้กับซาตานเสียแล้ว
ขอยกเว้นเมืองอัลโฑรโฑ ข้าพเจ้าแทบ
ว่าไม่เคยรู้จักเมืองใดท่ีมิได้คอยจะทำาลายเมืองข้าง
เคียง หรือว่าตระกูลใดท่ีไม่คอยจะสังหารตระกูลอ่ ืน
ทุกหนทุกแห่งคนกำาลังน้อยคอยแช่งชักหักกระดูก
คนกำาลังมาก ๆ ก็เฆ่ียนตีขับต้อนคนกำาลังน้อย
เหมือนต้อนฝูงแกะเอาขนและเน้อ
ื ไปขาย เขาจัดตัง้
ฆำตก 5 เป็ นกองทัพนับล้านในยุโรปจากสุดแดนจรด
อีกแดนหน่ ึง ให้มีกินมีอยู่โดยให้ฝึกหัดการประหัต
ประหารผลาญชีวิตกัน ท่ีจะให้ทำาอาชีพซ่ ือสัตย์สุจริต
ดีกว่านีเ้ป็ นไม่มี แม้ว่าในเมืองท่ีดูเหมือนว่าสงบ
เรียบร้อย ศิลปรุ่งเรือง แต่ประชาชนก็พอกหนาไป
ด้วยหิงสา รักษาผลประโยชน์ตน

และไร้ความ

สะดวกสบายไม่น้อยไปกว่าเมืองท่ีถูกศัตรูล้อมอยู่
ความทุกข์รุกเงียบนัน
้ โหดร้ายทารุณย่ิงกว่าฆ่าฟั นกันเห็น ๆ พูดสัน
้ ๆ ข้าพเจ้า
ก็ได้ประสพมามากต่อมาก จัดเจนมานักต่อนักจนในท่ีสุดต้องถือลัทธิมานิคี"
ฆานฑิต "แต่ถึงอย่างไรก็คงมีดีบ้าง"
มารทิน "อาจจะมี แต่ข้าพเจ้าไม่เคยพบ"
ท่ามกลางการโต้เถียงนีไ้ด้ยินเสียงปื นใหญ่ดังสนัน
่ และรุนแรงขึ้นทุกที ต้อง
ส่องกล้องดูเห็นเรือสองลำาต่อสู้กันกะชัน
้ ชิดอยู่ห่างเรือฝรัง่เศสท่ีฆานฑิตโดยสารประมาณร้อย
ย่ีสิบเส้น ลมพาเอาเข้ามาใกล้จนแลเห็นการสัประยุทธได้อย่างสบาย ในท่ีสุดลำาหน่ ึงยิงไปทาง
ข้างเรือ เล็งต่ำาและแม่นยำาถูกท้องเรืออีกลำาหน่ ึงแตก ฆานฑิตกับมารทินเห็นชัดว่าคนสักร้อย
หน่ ึงท่ีบนดาดฟ้ า ตอนท่ีเรือกำาลังจมนัน
้ ชูมือขึ้นบนฟ้ า ส่งเสียงร้องน่าทุเรศ ต่อจานัน
้ ก็ถูก
ทะเลกลืนหายไป มารทิน
"ยังไงท่าน น่ีแหละมนุษย์ทำากับมนุษย์อย่างนี"้
ฆานฑิต "จริงแล้ว เป็ นการกระทำาอันมีลักษณะอย่างปี ศาจอยู่เหมือนกัน"
ขณะท่ีพูดอยู่นัน
้ ฆานฑิตเห็นอะไรไม่รู้สีแดงสดใสว่ายมาทางเรือ จึงหย่อนเรือ
ยาวลงไปดูว่าเป็ นอะไร แกะของฆานฑิตตัวหน่ ึงนัง่เอง ความดีใจท่ีได้แกะตัวเดียวนีค
้ ืน มีน้ำา
หนักย่ิงกว่าความเศร้าโศกเสียใจท่ีสูญเสียแกะต่างเพ็ชรเม็ดใหญ่ ๆ ร้อยตัวเสียอีก
แล้วนายเรือฝรัง่เศสลำานัน
้ ก็รู้ว่าเรือลำาท่ีชนะนัน
้ เป็ นเรือสเปญ ลำาท่ีจมเป็ นเรือ
โจรสลัดวิลันดาคนเดียวกับท่ีปล้นฆานฑิตนัน
่ เอง ทรัพย์มากมายท่ีคนสถุลนีโ้กงมา เลยฝั งอยู่
ในท้องทะเลด้วยกันกับตัวเอง คงเหลือแต่แกะรอดได้ตัวหน่ ึง
ฆานฑิตว่ากับมารทินว่า "เห็นไหม ท่านว่าคนผิดนัน
้ บางทีก็ถูกลงโทษ ไอ้ถ่อย
วิลันดาได้รับโทษสาสมแล้ว"
มารทิน "ก็จริงแหล่ แต่ทว่าเหตุใดคนโดยสารอ่ ืนจึงต้องรับโทษถึงตายไปด้วย
เล่า พระเจ้าลงโทษคนคด แต่ผีห่าซาตานกดคนดีจมน้ำาลงไปด้วย"
เรือฝรัง่เศสกับเรือสเปญแล่นไปตามทางต่อไป ฆานฑิตสนทนากับมารทินเร่ ือย
ไป ถกเถียงกันอยู่สิบห้าวัน วันสุดท้ายก็คงไปได้ไกลเท่ากับวันแรก แต่ถึงอย่างไรก็คงคุยกัน
ถ่ายทอดความคิดเห็นกัน ปลอบโยนกับตลอดเวลา
ฆานฑิตกอดรัดแกะพลางพูดว่า "โดยเหตุท่ีข้าได้พบเจ้าอีก ข้าก็คงได้พบนางคุณิ
กองอีกได้ในทำานองเดียวกัน"
- Martin
- Cape of Good Hope
3 - ถือว่าไม่มีพระบิดา พระบุตร พระจิตต์ =Socinian
4 - Manichéean ลัทธิความเช่ ือท่ีมีแหล่งกำาเนิดในดินแดนเปอร์เซียในคริสตศตวรรษท่ี ๓ ผู้นับถือความคิด
นีเ้ช่ ือกันว่าโลกประกอบด้วยความดี(จิต) และความเลว(กาย) พฤติกรรมของมนุษย์จึงถูกกำาหนดด้วยสองส่ิงนี้
5 - ฆาตก = ผู้ฆ่า
1
2

๒๑

ฆำนฑิตกับมำรทินหำเหตุผลกันจนถึงฝั่ งฝรั่งเศส

ใน ท่ีสุดแลเห็นฝั่ งทะลเฝรัง่เศส ฆานฑิตถามว่า
"ท่านเคยไปเมืองฝรัง่เศสแล้วหรือยัง"
มารทิน "เคยได้ไปมาหลายหัวเมือง ชาวเมืองบางเมืองโง่เสียคร่งึ หน่งึ คนบาง
เมืองฉลาดแกมโกงเสียคร่ ึงหน่ ึง บางเมืองคนอ่อนแอไม่มีเล่ห์เหล่ียม บางเมืองเจ้าถ้อยร้อยกล
แต่ทุก ๆ เมืองเอาเร่ ืองเหมือนกันหมด คือรักเป็ นท่ีหน่ ึง หาเร่ ืองเป็ นท่ีสอง พูดไม่เป็ นเร่ ือง
เป็ นท่ีสาม"
ฆานฑิต "แต่ท่านเคยเห็นกรุงปารีสหรือเปล่า"
มารทิน "เห็นแล้ว ท่ีนัน
่ แหละมีคนอย่างท่วี ่านัน
้ ทุกชนิดเป็ นท่ีโกลาหลอลหม่าน
ผู้คนสับสนไม่เป็ นส่ำา ใคร ๆ มีแต่จะหาความสุข แต่ท่ีจะพบความสุขสักคนก็แทบว่าจะหามิได้
ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็ นเช่นนัน
้ จริง ข้าพเจ้าอยู่ในกรุงปารีสไม่กว่ี ัน วันท่ีไปถึงก็ถูกล้วงกระเป๋ า
หมดตัวท่ีตลาดสันต์เจรแมง แล้วข้าพเจ้ายังกลับถูกหาว่าเป็ นคนล้วงกระเป๋ า ถูกติดห้องขัง
แปดวัน ออกจากห้องขังไปเป็ นคนตรวจปรู๊ฟอยู่ท่ีโรงพิมพ์ พอได้เงินใช้จ่ายเดินทางไปเมือง
วิลันดา เดินไปเอง ข้าพเจ้ารู้จักนักเขียนพวกการเมือง พวกบ้าศาสนา ล้วนแต่คนเลว ๆ ทัง้
นัน
้ เขาว่า ท่ีในกรุงนีม
้ ีสุภาพชนเหมือนกัน นึก ๆ ก็อยากจะเช่ ือ"

ฆานฑิต "ในส่วนข้าพเจ้า ไม่มีความอยากรู้อยากเห็นเมืองฝรัง่เศส ท่านคงนึกรู้
ได้ง่าย ๆ ว่าข้าพเจ้าเคยอยู่เมืองอัลโฑรโฑมาเดือนหน่ ึง ย่อมจะหมดความอยากรู้อยากเห็นส่ิง
ใด ๆ บนพ้ืนโลกอีก เว้นเสียแต่นางคุณิกอง ข้าพเจ้าจะไปรอนางอยู่ท่ีกรุงเวนิศ เราจะเดินทาง
ผ่านเมืองฝรัง่เศสไปยังอิทาลี ท่านจะร่วมทางไปกับข้าพเจ้าหรือไม่"
มารทิน "ด้วยความเต็มใจจริง ๆ เขาว่ากรุงเวนิศเป็ นเมืองอันควรแก่ฐานะสูง
ศักดิ ผ

ู ้ ต่างถ่ินไปจะได้รับการต้อนรับเป็ นอย่า
แต่ท่านมีนัก ดังนัน
้ ข้าพเจ้าจะขอติดตามท่านไปทุกแห่งในโลก"
ฆานฑิต "ท่านเช่ ือไหมว่าเดิมทีโลกเป็ นทะเลทัง้หมด เร่ ืองนีก
้ ล่าวไว้ในสมุดเล่ม
ใหญ่ของเรือท่ีเรามานัน
้ "
มารทิน "ข้าพเจ้าไม่เช่ ือแม้แต่คำาเดียว ถึงท่ีพิมพ์กันเป็ นบ้าเป็ นหลังสมัยนีก
้ ็ไม่
เช่ ือเลย"
ฆานฑิต "ถ้าเช่นนัน
้ โลกเรานีส
้ ร้างมาสำาหรับยังผลอันใดในตอนปลายเล่า"
มารทิน "สำาหรับให้เราตายโหงตายห่านัน
่ แหละ"
ฆานฑิต "ท่านไม่นึกประหลาดนักหรอกหรือท่ีหญิงชราโอรยงสองนางมีความ
เสน่หาในลิง ซ่ ึงข้าพเจ้าเล่าให้ท่านฟั งแล้วนัน
้ "
มารทิน "ไม่ประหลาดเลย ข้าพเจ้ามองไม่เห็นว่าอารมณ์รักจะเป็ นของประหลาด
ไปได้อย่างไร ข้าพเจ้าเคยได้เห็นส่ิงท่ีแปลกประหลาดท่ีสุดมามากมายหลายอย่างจนหมดความ
ประหลาดเสียแล้ว" "
ฆานฑิต "ท่านเช่ ือไหมว่ามนุษย์เคยประหารกันมาตัง้แต่ไรมา เช่นเดียวกับ
ประหารกันอยู่ทุกวันนี ม




ย์เคยเป็ นขีป
้ ดมดเท็จฉ้อโกงข
บัดซบ ขโมย จัญไร ตะกละ ขีเ้มา ขีเ้หนียว ริษยา บ้ายศ บ้าเลือด ส่อเสียด บ้ากาม บ้าศาสนา
หน้าไว้หลังหลอก ไร้สติปัญญา"
มารทิน "ท่านเช่ ือหรือว่าหมาเห็นขีแ
้ ล้วจะอดได้" 1
ฆานฑิต "แน่ละ อดมิได้เลย"
มารทิน "เม่ ือหมายังคงมีลักษณะเช่นนัน
้ อยู่ตราบใด ไฉนท่านจึงจะนึกว่า
มนุษย์จะไม่เป็ นเช่นนีอ
้ ยู่ตราบจนบัดนี้"
ฆานฑิต "เอ๊ะ แต่คนกับหมามันต่างกันไกล เพราะคนมีความคิดเสรี-" แสดง

เหตุผลกันมาถึงตอนนี ก
้ ็พอดีเรือถึงเมืองพอโฑษ์
- ต้องขออภัย ท่ีแปลห่างจากสำานวนเดิมให้เป็ นอย่างไทย ๆ เราฝรัง่พูดอ่อนไปว่า Do you believe that
hawks have always eaten pigeons when they have found them? ถึงแม้จะแปลให้ใกล้
เข้าไปว่า "ท่านเช่ ือไหม่ว่าอีแร้งเห็นผีแล้วอดได้" ก็ยังหย่อนอยู่นัน
่ เอง ถ้าแปลตรง ๆ ว่า "---เหย่ียวพบนกพิลาป
แล้วเป็ นต้องกิน" ก็จะทำาให้อารมณ์ท่านผู้อ่านตีกลับทันทีเลยกลายเป็ นสงสารไป
จากต้นฉบับภาษาฝรัง่เศส เหย่ียวอาจตีความได้ว่าเป็ นคนท่ีแข็งแรงกว่าและนกพิลาปคือคนอ่อนแอ-ผู้จัดพิมพ์
1

๒๒

เกิดเหตุอะไรขึ้นกับฆำนฑิตและมำรทินที่เมืองฝรั่งเศส

ฆำน ฑิตพักอยู่ท่ีเมืองบอร์โฑษ์ชัว่เวลาจำาเป็ นท่ีจะขายเม็ดกรวดอัลโฑรโฑสาม

เม็ด และว่าจ้างรถม้าสองท่ีนัง่ เพราะถ้าไม่ได้เมธีมารทินร่วมทางไปด้วยก็ไปไม่ได้ กลุ้มใจแต่ท่ี
จะต้องจากกับแกะ เลยเอาไปยกให้กับหอวิทยาศาสตร์กรุงบอร์โฑษ์ เขาตัง้หัวข้อวิจัยชิงรางวัล
ว่า "ให้พิสูจน์ว่า ทำาไมขนแกะนีจ้ึงแดง" ผู้ได้รับรางวัลเป็ นคนมาจากเมืองเหนือ ผู้พิสูจน์ว่า
เพราะว่า ก บวก ข ลบด้วย ค หารด้วย ฮ เพราะฉะนัน
้ แกะจึงแดง และจะตายด้วยโรคตับ
ในระหว่างทางไปบอร์โฑษ์นัน
้ นักท่องเท่ียวแต่ละคนซ่งึ ฆานฑิตพบปะตาม
โรงเตีย๊มบอกว่า "ไปกรุงปารีสกันเถิด" ทุก ๆ คน
เม่ อ
ื ใคร ๆ ก็อยากไปเท่ียวเมืองหลวงกันเช่นนี ต
้ อนท้ายฆานฑิตก็เกิดอยากจะ
ไปกับเขาบ้าง ทางไปก็แยกจากทางใหญ่ท่ีจะไปกรุงเวนิศไม่สู้ไกลเท่าไรนัก
ฆานฑิตเข้าปารีสทางชายกรุงด้านแซ็งมาร์โค ซ่งึ เป็ นด้านท่ีฆานฑิตเห็นว่า
เหมือนกับเข้าไปในตำาบลสกปรกท่ีสุดของเมืองเวสทฟาเฬีย
ไม่ทันท่ีจะเข้าพักแรมในโรงเตีย๊มดี ฆานฑิตล้มป่ วยไม่หนักหนากะไร เป็ นเพราะ
เหน่ ือยล้ามา เน่ ืองจากฆานฑิตมีแหวนเพชรเม็ดใหญ่ใส่นิว้ และมีผู้สังเกตเห็นว่ามีหีบหนักรูป
งามประหลาดอยู่ในระหว่างหีบปั ดใบหน่ ึง จึงมีหมอมารักษาโดยไม่ได้เชิญมาเลย แล้วยังมีคน
สมัครรับใช้คอยป้ อนสุปให้อีกสองคน
มารทินว่า "ข้าพเจ้าจำาได้วา่ เม่ ือมากรุงปารีสคราวแรกก็ล้มป่ วยเหมือนกัน แต่
ข้าพเจ้ายากจน ไม่มีเพ่ ือน ไม่มีหมอ ไม่มีใครมารับใช้ ข้าพเจ้าก็หายได้เอง"
ทัง้ ๆ ท่ีกินยาก็แล้ว กรอกเลือดก็แล้ว อาการฆานฑิตมีแต่ทรุดลง พระแถวนัน

มาขอให้จ่ายเงินให้ท่าน ซ่งึ ท่านจะจ่ายคืนในโลกหน้า ฆานฑิตไม่ยอมให้ คนท่ีสมัครรับใช้ว่า
ให้ให้เถิด บอกว่าสมัยใหม่เขาทำากันอย่างนัน
้ ฆานฑิตว่าตัวไม่ใช่เป็ นคนสมัยใหม่ มารทินใคร่
จะจับพระโยนหน้าต่าง พระสาบานว่าถ้าฆานฑิตตายก็จะไม่ฝัง มารทินสาบานว่าถังยังขืนกวน
ใจอยู่ก็จะฝั งพระเสียเอง เกิดทะเลาะกันรุนแรงขึ้น มารทินจับไหล่พระหันตัวโดยแรง ผลัก
ออกประตูไป เลยกลายเป็ นเร่ ืองทุราจารทางประชาชนขึ้น และถูกฟ้ องทางกฎหมาย
ฆานฑิตหายป่ วย ตอนท่ีทุเลานัน
้ มีผู้ลากมากดีมากินอาหารด้วย แล้วเล่นไพ่กัน
แพง ๆ ฆานฑิตประหลาดใจจริง ๆ ว่าทำาไมใบเอ่ียวเอสจึงไม่เคยขึ้นมือเสียเลย ส่วนมารทินไม่
ประหลาดใจ

ในบรรดาผู้ท่ีให้เกียรติมาเยือนฆานฑิตนัน
้ มีพระร่างเล็กองค์หน่งึ เป็ นอธิกำร
วัดปริคอรฺด 1 เป็ นคนท่ีอยู่ในจำาพวกท่ีเอาเร่ ือง หูตาไว คอยขันอาสาทำาการท่ีเขาไม่ได้ขอร้อง
ฉวยโอกาสเกาะกิน ทำาเป็ นเรียบร้อยตีสนิท คนพวกนีม
้ ักคอยดูวา่ จะมีใครต่างถ่ินพลัดเข้ามา
ในกรุงบ้าง มักเอาเร่ ืองกรุงปารีสท่ีทุเรศทุราจารมาเล่า รับรองจะหาความสำาราญให้ในราคาต่าง

ครัง้แรกพาฆานฑิตกับมารทินไปดูละครท่ีโรงลาโคเมดีกำาสรวลศิลป์ แต่วันนัน

เล่นเร่ ืองสำารวล ฆานฑิตเผอิญไปนัง่ใกล้เจ้าถ้อยนำาสมัยหมู่หน่ ึง การท่ีนัง่ใกล้พวกนีม
้ ิใช่จะ
ห้ามน้ำาตาฆานฑิตตอนท่ีแสดงบทโศกดี ๆ ได้ คนหน่ ึงท่ีอยู่ในหมู่ท่ีนัง่ข้าง ๆ นัน
้ พูดกับฆาน
ฑิตตอนท่ีปิดฉากว่า
"ท่านไม่พอท่ีจะเสียน้ำาตาเลย ตัวนางสะตึจะตาย ตัวพระย่ิงร้ายขึ้นไปอีก เร่ ือง
ละครก็ย่ิงเลวไปกว่าตัวละคร คนแต่งไม่รู้ภาษาอาหรับสักคำาเดียว ดันแต่งเร่ ืองเมืองอาหรับ
ย่งิ กว่านัน
้ คนแต่งเป็ นคนท่ีไม่เช่ ือในความเห็นซ่ ึงติดตัวมาแต่กำาเนิด เอาเถอะ พรุ่งนีข้้าพเจ้าจะ
เอาสมุดตีพิมพ์ว่านายคนนีใ้ห้ท่านดูสักย่ีสิบเล่ม"
ฆานฑิตถามพระว่า "ในเมืองฝรัง่เศสมีบทละครสักก่ีเร่ ือง"
พระ "ห้าหรือหกพัน"
ฆานฑิต "มากมายจริง! แล้วท่ีดี ๆ มีสักก่ีเร่ ือง"
พระ "สิบห้าหรือสิบหก"
มารทิน "มากมายจริง!"
ฆานฑิตติดใจตัวนางท่ีเล่นเป็ นควีนเอลิสาเบธย่ิงนัก ทัง้ ๆ ท่ีนางแสดงบทโศก
บางตอนไม่มีรสเลย พูดกับมารทินว่า
"ข้าพเจ้าพอใจแม่คนนีม
้ าก นางละม้ายคล้ายกับนางคุณิกอง ถ้าได้วิสาสะด้วยจะ
ดีใจนัก"
พระอธิการปริคอรฺดรับอาสาพาไปหา ฆานฑิตฐานท่ีเกิดในเมืองเยอรมนี จึงถาม
ว่าจะแสดงมารยาทอย่าง การท่ีจะแสดงตนต่อตัวท่ีเป็ นนางกษัตริย์ อังกฤษและฝรัง่เศสนัน

เขาทำาอย่างไร
พระ "มีหลายอย่างแต่จำาเป็ นต้องพิจารณาเป็ นอย่าง ๆ คือ ถ้าเป็ นชนบทก็พาไป
โรงเตีย๊ม ถ้าในกรุงปารีสตัวไหนงามก็ทำาท่านิยมนับถือ แต่ตายแล้วก็โยนทิง้กลางถนน"
ฆานฑิต "โยนนางกษัตริย์ทิง้กลางถนน"

มารทิน "ถูกแล้ว พระท่านว่าถูก
เม่ อ
ื งนางโมนีมดับขันธ์ไปถือกำาเนิดชีวิตใหม่
ตามท่ีเขาว่าอย่างนี ต
้ อนนัน
้ ข้าพเจ้าอยู่กรุง
ปารีส นางไม่ยอมให้เขาฝั งในสุสานน่าเกลียด
ถึงแม้ว่าจะทำาด้วยเกียรติยศ เพราะจะต้องเน่า
ปะปนไปกับยาจกแถวนัน
้ พวกละครจึงนำานาง
ไปฝั งไว้คนเดียวท่ีมุมถนนเดอบูร์กอญญ์ น่าจะ
ทำาให้นางทนทุกข์มาก เพราะนึกว่าเขาจะทำาให้ดี
สูงส่งแล้วทีเดียว"
ฆานฑิต "ทำาเช่นนัน
้ ไม่เห็นสม
เลย"
มารทิน "จะเอาอย่างไร คนพวกนีท
้ ำามาอย่างนี น
้ ึ กถึงความขัดแย้งทัง้หลายนึกถ
ลงรอยทัง้หลาย ท่านย่อมจะพบคนพวกนีใ้นคณะรัฐบาล ในศาล ในวัด ในโรงละคร ซ่ ึงมีอยู่
ในประเทศพิเรนทร์นี้"
ฆานฑิต "จริงไหมท่าน คนท่ีปารีสชอบหัวเราะเสมอ"
พระ "จริง แต่ไม่มีความหมายอะไร เพราะเวลารำาพันทุกข์อะไร เขาก็หัวเราะแทบ
ตายชัก และระหว่างท่ีหัวเราะนัน
้ เขาอาจจะทำาการอะไรท่ีน่าเกลียดน่าชังอย่างท่ีสุดก็ได้"

ฆานฑิต "ใครหนอไอ้หมูตอน คนท่ีว่าข้าพเจ้าในโรงละครตอนข้าพเจ้าร้องไห้
และบริภาษตัวละครซ่ ึงแสดงเป็ นท่ีพอใจข้าพเจ้าย่ิงนักนัน
้ "
พระ "คนลักษณะไม่ดี หากินทางใส่ร้ายบทละคร และหนังสือทุกเร่ ืองทุกเล่ม
ไม่ว่าอะไรสำาเร็จประโยชน์ คนชนิดนีเ้ป็ นเกลียดหมด เหมือนกับพวกขันทีเกลียดคนมีอวัยวะ
สำาหรับสนุก คนชนิดนีอ
้ ยู่ในจำาพวกอสรพิษวรรณคดีซ่ึงเลีย
้ งชีวิตด้วยความโสโครกและความ
คิดร้าย เขาเรียกเป็ นภาษาฝรัง่เศสว่า ฟอลลิกุแลร์" 2
ฆานฑิต "ฟอลลิกุแลร์ แปลว่าอะไร" พระ "คือนักประพันธ์ชัน
้ ต่ำา หรือเฟรรอง
3 ก็เรียก"

เม่ อ
ื ละครเลิก

ฆานฑิตกับมารทิน และพระ สนทนากันอยู่ท่ีกระได คอยดูคนกลับจากโรงละคร

ฆานฑิต "ถึงแม้ข้าพเจ้าร้อนใจอยากจะพบหน้านางคุณิกองก็ตาม ข้าพเจ้ามี
ความปรารถนาจะนัง่กินโต๊ะกับนางคลารองสักหน่อย นางเป็ นท่ีต้องใจข้าพเจ้านัก"
คนชัน
้ พระอธิการไม่ใช่ชัน
้ ท่ีจะคบคนอย่างนางละครคลารอง คบแต่คนชัน
้ สูง ๆ
จึงบอกฆานฑิตว่า
"คืนวันนีน
้ างมีนัดกับคนอ่ ืนเสียแล้ว แต่ขอให้ข้าพเจ้ามีเกียรติพาท่านพาไปบ้าน
หญิงผู้ดีมีสกุลคนหน่งึ ถ้าท่านไปบ้านนีบ
้ ้านเดียว ก็จะเท่ากับรู้จักกรุงปารีสอย่างกับว่าเคยอยู่
มาเป็ นปี ๆ "
ฆานฑิตผู้มีความอยากรู้อยากเห็นเป็ นปกติ ก็ตกลงไปหาหญิงผู้นัน
้ บ้านอยู่ท่ี
ปลายโฟรบูก์แซ็งโอโนเร่ เม่ ือไปถึง ผู้คนกำาลังเล่นไพ่ฟาโรกันอยู่ มีลูกค้าหน้าเศร้าสิบสองคน
มือถือสำารับเล็ก ๆ คนละสำารับ แสดงว่าต่างก็เสียกันมามากแล้ว เสียงเงียบกริบ พวกลูกค้า
หน้าไม่มีเลือดตามกัน เจ้ามือหน้ามีความวิตก
นางเจ้าบ้านนัง่อยู่ข้างเจ้ามือผู้ไร้การุณ คอยจับตาอันคมดังตาแมวดุวา่ มีใครจะทวี
สองเท่า มีใครจะแทงเพ่ิมอีก เม่ ือเห็นลูกค้าพับมุมไพ่ของตัวนางก็บอกให้ดัดให้ตรงด้วยคำาสัง่
เกรีย
้ วกราดแต่สุภาพ ดูไม่แสดงว่าร้อนใจกลัวจะเสียลูกค้าเลย นางขอให้ใคร ๆ เรียกนางว่า
คุณหญิงปาโรลิญัค ลูกสาวอายุสิบห้าร่วมอยู่ในหมู่ลูกค้าด้วย แอบชำาเลืองคอยดูพวกท่ี
พยายามจะแก้ความทารุณของโชคด้วยการโกง แล้วคอยบอกให้แม่รู้ เม่ ือพระอธิการฆานฑิต
และมารทิน เข้าไปนัน
้ ไม่มีใครลุกขึ้น ไม่มีใครทำาความเคารพ ไม่มีใครมอง ใคร ๆ ก็มัวแต่คร่ำา
เคร่งอยู่กับไพ่ทัง้นัน

ฆานฑิต "พระชายาท้าวธันดราแทนทรงค์ยังสุภาพกว่า"
แต่พระอธิการกระซิบบอกคุณหญิง ซ่ ึงลุกขึ้นเพียงคร่งึ ตัวโปรยยิม
้ ให้เกียรติกับ
ฆานฑิต และพยักหน้าอย่างไว้ท่ากับมารทินเชิญให้นัง่เก้าอีแ
้ ละส่งไพ่ให้สำารับหน่ ึง ชัว่แจกไพ่
สองหนฆานฑิตเสียไปห้าหม่ ืนฟรังค์ แล้วก็ไปกินโต๊ะกันอย่างสนุกสนาน ใคร ๆ พากัน
อัศจรรย์ท่ีฆานฑิตไม่สะทกสะท้านท่ีเล่นเสียตัง้ห้าหม่ ืนเลย พวกบ่าวพูดกันตามภาษาบ่าว ว่า
"คืนนีขุ้นนางอังกฤษมาถึงน่ี"
แรก ๆ การกินโต๊ะก็เป็ นอย่างแบบปารีส คือกันเงียบ ๆ ต่อมาก็มีเสียงพูดซ่งึ ฟั ง
ไม่รวู้ ่าอะไร แล้วต่อมาอีกจึงมีตลกโปกฮาซ่ ึงโดยมากจืดชืดบ้าง ข่าวลือผิด ๆ บ้าง เหตุผลไม่
เป็ นเร่ ืองบ้าง การเมืองนิดหน่อย แต่พูดกันเร่ ืองชัว่ร้ายเลย ๆ แหละมาก เร่ ืองหนังสือก็พูด
เหมือนกัน
พระอธิการ "ท่านได้อา่ นนิทานรมณีย์ของดุษฎีบัณฑิตศาสนาสิเยอร์โคชาต์หรือ
ยัง" แขกผู้หน่ ึงตอบว่า "อ่านแล้ว แต่จะอ่านให้จบก็ไม่จบได้เลย เดี๋ยวนีม
้ ีนิพนธ์โง่ ๆ เป่ิน ๆ
มากมายก่ายกอง แต่ถึงจะเอานิพนธ์เหล่านัน
้ มารวมกันก็ยังไม่เป่ินเท่ากับท่ีโคชาต์ดุษฎี

บัณฑิตนีแ
้ ต่งเลย ข้าพเจ้าช่ำาโชกกับหนังสือน่าชังซ่ ึงออกประดังมากมายท่วมตัว จนต้อง
เล็ดลอดมาเล่นฟาโรเสียท่ีน่"ี
พระอธิการ "แล้วสมุดเร่ ือง 'ส่ิงละอันพันละน้อย' ของรองสังฆราชตรูเบ์ลต์เล่า
ท่านจะติชมว่ากะไร"
คุณหญิงปาโรลิญัค "อ๋อ มนุษย์น่ารำาคาญคนนีแ
้ ปลกแท้ ๆ ชอบพูดซ้ำาซากส่ิงท่ี
ทัง้โลกรู้อยู่แล้ว เร่ ืองท่ไี มควรจะเสียเวลาแม้แต่จะเปรยเบา ๆ แกก็อภิปรายเสียหนักเป็ นวรรค
เป็ นเวร คนไม่มีปัญญาจะพูดคมอย่างตาน่ีจะรู้สึกคารมของผู้อ่ืนได้อย่างไรหนอ ขโมยเขาไปว่า
แล้วทำาเสียเสียด้วย ช่างกระไรเลย ข้าพเจ้าคล่ ืนไส้เต็มท่ี แต่แกจะทำาข้าพเจ้าคล่ ืนไส้ต่อไปอีก
ไม่ได้แล้วเลิกกันที เพียงแต่อ่านสองสามหน้าก็พอแล้ว"
มีคนเจ้าปั ญญา หัวศิลป์ ร่วมโต๊ะอยู่คนหน่ ึงสนับสนุนคุณหญิง
ต่อจากนัน
้ ก็พูดกันถึงบทละครกำาสรวล คุณหญิงถามว่าเหตุใดจึงมีบทละคร
กำาสรวล บางเร่ ืองถ้าแสดงละครได้แต่ตีพิมพ์ให้อ่านไม่ได้ บุคคลหัวศิลป์ อธิบายได้ดีมาก ว่า
เร่ ือง ๆ หน่ ึงอาจจะน่าดู แต่เกือบจะว่าไม่มีคุณอย่างใดเลย แล้วใช้คำาพูดพิสูจน์ไม่ก่ีคำา ว่า ไม่
เป็ นการเพียงพอท่ีจะสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพียงอย่างสองอย่าง ชนิดท่ีมีอยู่ในเร่ ืองรมณีย์
หรือชนิดท่ียัว่ยวนผู้เข้าชม แต่จำาเป็ นจะต้องให้เป็ นสถานการณ์ใหม่ ๆ แต่อย่าให้แปลก ต้อง
โสภณ แต่ต้องเป็ นธรรมดาต้องรู้จักหัวใจคนและทำาให้หัวใจพูดได้ และอธิบายวิธีท่ีจะเป็ นกวี
เอกโดยไม่ให้ตัวในเร่ ืองมีท่าเป็ นกวีดว้ ย วิธีเรียนภาษาให้รู้ดี และพูดให้ได้อย่างคนภาษานัน

มีเสียงประสานไม่ขาดสาย แต่ไม่ยอมให้ลำานทำาให้เสียความ แล้วแถมท้ายว่า
"ถ้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักดังกล่าวนีท
้ ุกประการ อาจจะแต่งบทละครกำาสรวล
เร่ ืองหรือสองเร่ ือง และมีคนดูในโรงละครตบมือให้เกียรติก็จริงแหล่ แต่ทว่าจะนับเข้าอยู่ใน
นักประพันธ์ชัน
้ ดีมิได้เลยเป็ นอันขาด มีบทละครกำาสรวลชัน
้ ดีอยู่เพียงสองสามเร่ ือง บางเร่ ือง
เจรจาเป็ นบทกลอนรำาพันสัน
้ ๆ คำาดี สัมผัสดี บางเร่ ืองให้เหตุผลทางการเมืองซ่งึ กล่อมให้
หลับ หรือไม่ก็ขยายความจนคล่ ืนไส้ บางทีเป็ นความรำาพึงฝั นเห็นผีปีศาจท่วงทำานองโหดร้าย
เข้าแทรกเป็ นตอน ๆ แล้วพูดป้ องกันเทวดาเสียทีหน่งึ นาน ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดกับคนดูว่า
อย่างไร แล้วยังวางหลักผิด ๆ ซ่งึ เป็ นหลักธรรมดาแต่อัดลมเสียจนลอย"
ฆานฑิตฟั งคำาบรรยายนีอ
้ ย่างตัง้อกตัง้ใจเข้าใจซาบซึ้งในความคิดของผู้กล่าว คุณ
หญิงเอาใจใส่ในการจัดท่ีนัง่เป็ นอย่างดี ให้ฆานฑิตนัง่ข้างนาง ฆานฑิตจึงถือสิทธิเอียงตัว
เข้าไปถามว่าผู้ท่ีเข้าใจพูดดีนักนีค
้ ือใคร
คุณหญิง "เขาเป็ นประวีณ 3 แต่ไม่ชอบแสดง พระอธิการมักจะชวนมากินข้าว
ด้วย เร่ ืองหนังสือและบทละครเขาช่ำาชองนัก เคยแต่งละครโศกเร่ ืองหน่ ึงแต่คนโห่ให้ หนังสือ
เล่มนีม
้ อ
ี ยู่แต่ในร้านขายหนังสือเท่านัน
้ ท่ีอ่ืนจะไม่พบเลยนอกจากเล่มท่ีเขาอุทิศให้ข้าพเจ้า
เล่มเดียว"
ฆานฑิต "มหาบุรุษ! ปางโกลศอีกคนหน่ ึง!" ว
่าแล้วหันไปทางประวีณผู้นี พ
้ ูดว่า
"ท่านผู้เจริญ คงไม่ต้องสงสัยเลย ว่าท่านนึกว่าทุกส่งิ ทุกอย่างในโลกนีเ้ป็ นไป
เพ่ ือความดีท่ีสุด ทัง้ทางศีลธรรมและทางวัตถุธรรม และส่ิงหน่ ึงย่อมไม่เป็ นส่ิงอ่ ืนใดนอกไป
จากส่ิงนัน
้ "
ประวีณตอบว่า "ข้าพเจ้าหรือท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าหารู้เร่ ืองนัน
้ แต่อย่างใดไม่ รู้แต่
ว่าทุกส่ิงทุกอย่างมันผิดบิดเบือนไปหมดสำาหรับตัวข้าพเจ้า รู้แต่ว่าไม่มีผู้ใดรู้วา่ ตนเป็ นคนชัน

ไหนหรือมีอาการเป็ นอย่างไร อะไรควรทำาอะไรไม่ควรทำา แต่วา่ คนเราเสียเวลาไปกับการ
ทะเลาะวิวาทและลวนลามกันทัง้นัน
้ นอกจากเวลากินโต๊ะซ่ ึงสนุกสนานและถูกคอกันดี นัน

แหละไม่เสียเวลา ดูเอาเถอะพวกถือลัทธิฌ์องเซนิสทะเลาะกับพวกถือลัทธิโมลินา พวก
การเมืองทะเลาะกับพวกพระ พวกนักหนังสือทะเลาะกับพวกหนังสือ พวกโสเภณีทะเลาะกับ
พวกโสเภณี พวกนายเงินทะเลาะกับประชาชน เมียทะเลาะกับผัว พ่ีน้องทะเลาะกับพ่ีน้องมีแต่

สงครามไม่มีสุดสิน
้ "
ฆานฑิต "ข้าพเจ้าได้เคยเห็นมาร้ายกว่านัน
้ แต่มีเมธีผู้หน่ ึง เดี๋ยวนีถ
้ ูกแขวนคอ
เสียแล้ว สอนข้าพเจ้าว่าทุกส่ิงทุกอย่างดีประเสริฐ ส่ิงท่ีท่านว่านัน
้ เป็ นแต่เพียงฉายาของภาพ
งามเท่านัน
้ "
มารทิน "ตาคนท่ีถูกแขวนคอนัน
้ เยาะเย้ยโลกให้นะท่าน เงาคือจุดดำาท่ีน่ากลัว
ต่างหาก"
ฆานฑิต "จุดดำานัน
้ คนทำาขึ้น คนชนิดนี ไ้ม่มก
ี ็ไม่ได้"
พวกเล่นไพ่ โดยมากไม่เข้าใจเร่ ืองท่ีพูดกันนี ไ
้ ด้แต่ด่ืมสุราไปส่วนมารทินกับ
ประวีณผู้รู้สูงนัน
้ ก็หาเหตุผลกันไป ฆานฑิตเล่าเร่ ืองท่ีประจญมาให้คุณหญิงฟั ง
กินเสร็จแล้ว คุณหญิงพาฆานฑิตเข้าไปในห้องนัง่เล่นส่วนตัว ให้ฆานฑิตนัง่บน
เก้าอีน
้ วมแล้วพูดว่า
"อ๋อ ท่านรักนางคุณิกอง ณ ธันดราแทนทรงค์อย่างสุดแสนเสน่หาเช่นนัน

หรือ"
ฆานฑิต "เช่นนัน
้ จริง คุณหญิง" คุณหญิงยิม
้ หวาน พลางตอบว่า
"ท่านก็ตอบดิฉันเหมือนกับคนจากเมืองเวศทฟาเฬียมาจริง ๆ น่ะแหละ ถ้าเป็ น
ชาวฝรัง่เศสก็จะต้องตอบว่า "จริงแล้วท่ีขา้ พเจ้ารักนางคุณิกอง แต่พอได้เห็นคุณหญิงเข้า
ข้าพเจ้าก็หมดอาลัยรักนางเสียแล้ว"
แหละ"

ฆานฑิต "พุทโธ่เอ๋ย คุณหญิง ข้าพเจ้าก็จะตอบคุณหญิงอย่างท่ีอยากให้ตอบนัน

คุณหญิงว่า "อารมณ์ปรารถนาของท่านต่อนางคุณิกองเร่ิมต้นด้วยหยิบ
ผ้าเช็ดหน้าตกส่งให้ ส่วนข้าพเจ้าใคร่จะขอให้ท่านหยิบสายรัดถุงเท้าให้
ฆานฑิต "ด้วยความเต็มใจอย่างท่ีสุด" ว่าแล้วก็ก้มลงหยิบสายรัดถุงเท้ายาวให้
คุณหญิง "เห็นไหม ท่านเป็ นคนต่างถ่ินมา ผู้รักฉันท่ีเป็ นชาวปารีส บางทีต้อง
หง่าวอยู่สิบห้าวัน แต่สำาหรับท่านฉันยอมให้แต่คืนแรกทีเดียว เพราะคนเราย่อมจะต้องทำา
เกียรติให้แก่เมืองของตนต่อหนุ่มน้อยจากเมืองเวศทฟาเฬียบ้าง"
นางสังเกตเห็นแหวนเพ็ชรมหึมาสองวงท่ีมอ
ื หนุ่มต่างถ่ินก็ชมเชยด้วยน้ำาใสใจ
จริง จนกระทัง่เพ็ชรทัง้สองเม็ดนัน
้ ผ่านจากมือฆานฑิตมายังมือนาง
ตอนขากลับไปกับพระอธิการปริคอรฺดนัน
้ ฆานฑิตรู้สึกแค้นใจตัวท่ีทรยศต่อนาง
คุณิกอง พระอธิการก็ช่วยเล้าโลมเห็นอกอันระทม เพราะพระท่านได้ส่วนแบ่งเงินห้าหม่ ืนฟ
รังค์ท่ีเล่นเสียบ้างนิดหน่อย กับได้ส่วนแบ่งจากราคาเพ็ชรเม็ดท่ีให้คร่งึ แบ่งคร่ ึงนัน
้ ด้วย
แผนการของพระคือจะฉวยโอกาสท่ีได้ตีสนิทกับฆานฑิตพยายามปอกให้ได้มาก
ท่ีสุดท่ีจะเอาได้ ทำาเป็ นพร่ำาถึงนางคุณิกองไม่หยุดปาก ฆานฑิตบอกพระว่าถ้าพบนางท่ีกรุง
เวนิศเม่ ือใดจะต้องขอขมาท่ีอสัตย์ต่อนางเม่ ือนัน

พระย่ิงทวีซ้ำาความนอบน้อมเอาใจใส่ สนใจและมีมุทิตาต่อฆานฑิต ไม่ว่าจะว่า
อะไร จะทำาอะไร หรือประสงค์ส่ิงหน่ ึงประการใด
พระ "ถ้ากระนัน
้ ท่านก็นัดพบกันท่ีกรุงเวนิศแล้วละกระมัง"
ฆานฑิต "ใช่แล้วท่าน จำาเป็ นเด็ดขาดท่ีข้าพเจ้าจะต้องไปพบนางคุณิกองท่ีนัน
่ ให้
จงได้"
ความช่ ืนชมยินดีท่ีได้พูดถึงคนท่ีตนรักนัน
้ เร้าให้ฆานฑิตเล่าเร่ ืองบางตอนท่ีได้
ผูกสมัครรักใคร่กับนางงามเวศทฟาเฬีย นีย
้ ่อมเป็ นธรรมดาของฆานฑิต
พระว่า "ข้าพเจ้าเช่ ือว่านางคงเป็ นคนเจ้าถ้อยหลักแหลมย่ิงนัก คงเขียนหนังสือ
ได้จับใจ"

ฆานฑิต "ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับหนังสือมีมาจากนางเลย เพราะตัง้แต่ถูกขับออก
จากปราสาทโดยท่ีเกิดเร่ ืองกับนางแล้ว ข้าพเจ้าก็มิได้มีโอกาสจะเขียนถึงนางเลย พอได้ขา่ วว่า
ตายไม่ทันไรก็พบนางยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็พลัดพรากจากกันอีก ในท่ีสุดข้าพเจ้าส่งสาส์นด่วนไป
จากท่ีน่ีเป็ นหนทางเจ็ดร้อยโยชน์กำาลังรอรับตอบอยู่"
พระตัง้อกตัง้ใจฟั ง ดูท่าทางจะตรึกตรองอย่างลึกซึง ไม่ช้าก็ลาไป ก่อนท่ีจะจาก
ไปนัน
้ กอดรัดด้วยมุทิตาจิตต์อย่างย่ิง

วันรุ่งขึ้นฆานฑิตต่ ืนขึ้นได้รับหนังสือพรรณนาว่าดังนี้"พ่อยอดรักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าป่ วยอยู่ในเมืองนีไ้ด้แปดวันแล้ว รูว้ ่าท่านก็อยู่น่ี
ด้วยอยากจะโผผวามาสู่วงแขนของท่านก็ลุกไม่ขึ้น ได้ทราบว่าท่านอยู่ท่ีน่ี เม่ ือข้าพเจ้าถึงเมือ
งบอร์โฑษ์ได้จากกันกับฆฆัมโพและหญิงชราท่ีนัน
่ แล้วจึงจะตามมาโดยเร็ว เจ้าเมืองบุอิโนส
เอาไปเสียหมดทุกอย่างแล้วก็จริง แต่หัวใจท่านคงยังเหลืออยู่กับข้าพเจ้า ขอเชิญมาหาข้าพเจ้า
ได้พบท่านแล้วก็เท่ากับได้ชีวิตคืนมา หรือสิน
้ ชีวิตลงด้วยความดีใจ มิอย่างใดก็อย่างหน่ ึง"
หนังสือจับใจและไม่คาดว่าจะได้รับฉบับนีน
้ ำาความยินดีเหลือท่ีจะแสดงได้มาสู่
ฆานฑิต และข่าวนางป่ วยก็กอ
่ ความเศร้าโศกจนท่วมท้นล้นหัวใจถูกฉุดย้ือด้วยอารมณ์ทัง้สอง
นี แ
้ ล้วฆานฑิตเอาเพ็ชรทองไปกับตัวพร้อมด้วยมารทินรีบรุด
เข้าไปในห้อง ตัวสัง่หัวใจเต้นแรงเสียงกระเส่าใคร่จะแหวกม่านท่ีขงึ กัน
้ เตียงไว้และขอให้เขา
เปิ ดห้องให้สว่างหน่อย
ม่านปิ ดเสีย

หญิงรับใช้บอกว่า "จะทำาอะไรระวังหน่อยนางถูกแสงไม่ได้ จะเป็ นมาก" แล้วดึง

ฆานฑิตร้องไห้พลางถามว่า "นางคุณิกองผู้เป็ นท่ีรักของข้า นางเป็ นอย่างไร
บ้าง? ถึงจะไม่ดูข้าก็ขอให้พูดกับข้าหน่อยเถิด"
หญิงรับใช้ว่า "นางพูดไม่ได้"
นางในม่านก็ย่ืนมืออวบอูมออกมาจากเตียง ฆานฑิตอาบมือด้วยน้ำาตา แล้วเอา
เพ็ชรใส่มือให้จนเต็ม เอาถุงทองวางไว้บนเก้าอีน
้ วม ในระหว่างท่อ
ี ารมณ์กำาลังวุ่นวายอยู่นี ม
้ ี
เจ้าหน้าท่ีเข้ามาในห้อง พระอธิการกับทหารอีกแถวหน่ ึงตามหลังมาด้วย เจ้าหน้าท่ีพูดว่า
"นัน
่ คนต่างด้าวผู้ต้องสงสัยอยู่นัน
่ " แล้วก็สัง่ให้ทหารจับตัวไปขังคุก"
ฆานฑิตว่า "คนเดินทางไม่ถูกกระทำาย่ำายีเช่นนีท
้ ่ีเมืองอัลโฑรโฑ"
มารทินว่า "ข้าพเจ้าย่ิงถือลัทธิมานิคีมัน
่ ขึ้นอีก"
ฆานฑิต "ได้โปรดเถิดท่าน ท่านจะพาข้าพเจ้าไปไหน?"
เจ้าหน้าท่ี "ไปคุกมืด"
มารทินรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง พินิจพิจารณาดูเห็นว่านางคนในม่านนีล
้ ่อลวงปลอม
ตัวเป็ นนางคุณิกอง พระอธิการนีค
้ ือหน้าม้าหากินกับความซ่ ือและไม่มีเลห์เหล่ียมของฆานฑิต
เจ้าหน้าท่ีก็เป็ นคนหน่ ึงในโสณฑทุจริตเหมือน เห็นพอจะสงบเร่ ืองได้

ฆานฑิตได้มารทินแนะนำา และเหลือทนท่ีจะรอช้าไม่ได้เห็นหน้านางคุณิกองต่อ
ไปอีก มากกว่าท่ีกลัวจะต้องถูกขึ้นศาลก็ยอมตกลงจะให้เพ็ชรเม็ดเล็ก ๆ แก่เจ้าหน้าท่ีสามเม็ด
เม็ดหน่ ึงราคาราวสามพันพิศโทล เจ้าหน้าท่ีผู้ถือคธางา ว่า
"ข้าแต่ท่าน ถึงแม้ว่าท่านจะได้ทำาความผิดอาชญาท่ีพอจะนึกออกทุกชนิด
ข้าพเจ้าก็จะนับถือท่านว่าเป็ นคนสุจริตย่ิงผู้ใดในโลก เพราะเพ็ชรสามเม็ด เม็ดละสามพันพิศโท
ลนี ข

้ าแต่ท่านข้าพเจ้าจะไม่พาท่านไปคุกแล้ว
ต่างด้าวทุกคนจริง แต่ไว้พนักงานข้าพเจ้าเถิด พ่ีข้าพเจ้าอยู่ท่ีเมืองดียัปในนรมำงดี 5 ข้าพเจ้าจะ
พาท่านไป ณ ท่ีนัน
่ ถ้าท่านมีเพ็ชรให้เขาสักหน่ ึงเม็ดเขาจะช่วยท่านเช่นเดียวกับข้าพเจ้า
เหมือนกัน"

ฆานฑิต "ก็แต่เหตุใด คนต่างด้าวจึงต้องถูกจับด้วยเล่า"
พระอธิการปริคอรฺดตอบแทนว่า "เพราะยาจกเมืองพตเรพาตัมได้ยินเขาพูดอะไร
ท่ีโฉดเขลาขึ้นมาถึงกับกระทำาปิ ตุฆาต แต่ไม่ใช่อย่างเดียวกับเม่ ือสมัยเดือนหกปี จอ โทศก
จุลศักราช ๙๗๒ นีห
้ รอก แต่เหมือนเม่ ือคราวเดือนอ้ายปี มะเมียฉศกจุลศักราช ๙๕๖ โน้น
และเหมือนกับยาจกอ่ ืนทำาเม่ ือคราวอ่ ืน ๆ เดือนอ่ ืนศกอ่ ืน เพราะได้ยินเร่ ืองไม่เป็ นเร่ ืองนัน

แหละ"
แล้วเจ้าหน้าท่ีก็อธิบายว่าพระอธิการหมายความว่ากระไร
ฆานฑิต "พิโธ่เอ๋ย ไอ้ทรพิษ คนท่ีชอบร้องเพลงเต้นระบำานีช้่างน่าสยดสยอง
กระไรเลย จะมีทางใดบ้างท่ีจะออกไปจากเมืองท่ีลงิ แหย่เสือนีใ้ห้เร็วท่ีสุด ในเมืองข้าพเจ้าไม่
เห็นมีหมี แต่ท่ีเป็ นคน นัน
้ ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นมีท่ีไหน นอกจากเมืองอัลโฑรโฑ ในนามของพระ
ขอท่านได้โปรดพาข้าพเจ้าไปกรุงเวนิศเถิด ข้าพเจ้าจะได้ไปรับใช้นางคุณิกองต่อไป"
เจ้าหน้าท่วี ่า "ข้าพเจ้าจะพาท่านไปได้แค่เมืองนรมางดีภาคใต้เท่านัน
้ "
ว่าแล้วก็สัง่ให้ทหารเอาตรวนออก ขออภัยท่ีทำาผิดพลาด บอกให้ทหารกลับไป
แล้วก็พาฆานฑิตกับมารทินเดินทางไปยังเมืองดียัป มอบให้พ่ีจัดการต่อไป แล้วมีเรือวิลันดาลำา
เล็ก ๆ จอดอยู่ท่ีท่า
คนนรมางนัน
้ อาศัยอำานาจเพ็ชรสามเม็ด ก็กลับเป็ นคนรับใช้อย่างดีท่ีสุด พา
ฆานฑิตลงเรือ เตรียมจะออกใบไปยังเมืองปั ตสมัธ 6 ประเทศอังกฤษ ถึงไม่ใช่ทางท่ีจะไปกรุง
เวนิศ แต่ฆานฑิตนึกว่าเม่ ือออกไปจากเมืองนรกเสียได้ และเป็ นโอกาสจะได้เดินทางต่อในไม่
ช้านี ก
้ ็ดีแล้ว
- Abbé of Perigord
- Folliculaire
3 - Fréron ช่ ือนายทหารในกลุ่มพวกต่อต้านนักปรัชญาในยุคนัน
้ เขาทำาหนังสือทางวรรณกรรมเผยแพร่ และ
เขียนบทความวิพากษ์วจิ ารณ์งานของวอลแตร์อย่างต่อเน่ ืองนับสิบปี ถือได้ว่าเป็ นคู่อริคนสำาคัญของวอล์แตร์-ผู้
จัดพิมพ์
4 - ประวีณ ก็คือ ปราชญ์-ผู้จัดพิมพ์
5 - Normandy
6 - Portsmouth
1
2

๒๓

ฆำนฑิตกับมำรทินถึงฝั่ งอังกฤษเห็นอะไร

ฆำน ฑิตรำาพันในขณะท่ีอยู่ในเรือวิลันดา "โธ่เอ๋ย อาจารย์ปางโกลศหนอ
อาจารย์ โธ่เอ๋ย มารทินหนอมารทิน โธ่เอ๋ย นางคุณิกองผู้เป็ นท่ีรักของข้า โลกนีม
้ ันเป็ นฉันใด
หนอ"
มารทิน "ก็เป็ นความโฉดเขลาและน่าเกลียดกลัวนัน
่ เอง"
ฆานฑิต "ท่านรู้จักเมืองอังกฤษรึ? คนโง่เหมือนอย่างคนฝรัง่เศสไหม?"
มารทิน "โง่ไปอีกอย่างหน่ ึง ท่านก็รู้ว่าสองเมืองนีท
้ ำาสงคราม แย่งท่ีดินไม่ก่ีไร่ใน

เมืองคานาดา ต้องสิน
้ เปลืองในการสงครามอันงามหน้านี ย
้ ่ิงกว่าค่าของคานาดาเสียอีก
บอกตรง ๆ ท่ีจะประมาณว่าประชาชนพลเมืองฝรัง่เศส หรืออังกฤษท่ีควรจะส่งไปโรงบ้า
มากกว่ากันนัน
้ เกินปั ญญาอันไม่สมบูรณ์ของข้าพเจ้าจะรู้ได้ รู้แต่ว่าโดยทัว่ ๆ ไปแล้ว คนท่ีเรา
กำาลังจะไปพบนีเ้ป็ นคนดีฝ่อ"
สนทนากันมาถึงนีก
้ ็ถึงเมืองปั ตสมัธ ท่ีฝั่งทะเลเห็นคนชุมนุมกันอยู่ ตาทุกคนจับ
อยู่ท่ีคนแต่งตัวดีผู้หน่ ึง มีผ้าผูกตานัง่คุกเข่าอยู่บนเรือรบลำาหน่ ึง ซ่งึ จอดอยู่ท่ีท่าเรือนัน
้ มี
ทหารส่ีคนยืนอยู่ตรงหน้า ยิงปื นคนละสามนัดเข้าไปในหัวผู้นัน
้ ด้วยกิริยาสงบเสง่ียมหาท่ี
เปรียบท่ีไหนไม่ได้ในโลก เสร็จการยิงเป้ าแล้วฝูงชนก็แยกทางกันกลับไปด้วยความอ่ิมใจ
มารทิน "น่ีอะไรกันน่ี ปี ศาจอะไรกันท่ีครอบครองเมืองนีอ
้ ยู่" แล้วถามว่าคนรูป
ร่างดีท่ีถูกยิงอย่างเป็ นพิธีรีตองใหญ่นัน
้ เป็ นใคร เขาตอบว่าเป็ นแม่ทัพเรือ
"แล้วฆ่าแม่ทัพเรือเสียทำาไม"
"เพราะแม่ทัพไม่ได้ฆ่าคนอ่ ืนตายเพียงพอ เม่ ือไปรบกับแม่ทัพเรือฝรัง่เศส
ปรากฏว่าแม่ทัพเรืออังกฤษไม่ได้เข้าประชิดใกล้พอ"
ฆานฑิต "แต่แม่ทัพเรือฝรัง่เศสก็ไม่เข้าใกล้แม่ทัพเรืออังกฤษพอเหมือกัน"
"ข้อนัน
้ ก็ไม่ต้องสงสัย แต่เมืองนีม
้ ีเสมอ ๆ ท่ีเห็นว่าการฆ่าแม่ทัพเพ่ ือก่อให้เกิด
ความกล้าหาญแก่คนทัง้หลายนัน
้ มีผลดี"
ฆานฑิต ตกตะลึงและงงงวยท่ีได้เห็นได้ยิน เป็ นอันว่าไม่ขอขึ้นเหยียบฝั่ งเมืองนี้
ตกลงราคาพิเศษกับคนเรือวิลันดา (ผู้ซ่ึงถ้าได้โอกาสก็ลอ
่ ลวงแบบเดียวกับนายเรือสุรินาม)
ขอให้นำาไปกรุงเวนิศอย่าชักช้า
คนเรือเตรียมการเสร็จในสองวัน เลาะฝั่ งฝรัง่เศสผ่านไปเห็นเมืองลิศบอน ฆาน
ฑิตตัวสัน
่ แล้วลอดช่องแคบยิบรัลตา เข้าสู่ ทะเลมัธยธรณี 1 ในท่ีสุดก็แลเห็นกรุงเวนิศ
ฆานฑิตว่าพลางกอดมารทิน "พระคุณพระเจ้าล้นเหลือท่ีน่ีแหละข้าพเจ้าจะได้พบ
กับแม่งามคุณิกองอีก ข้าพเจ้าเช่ ือฆฆัมโพดังเช่ ือตัวเอง ทุกอย่างดี ทุกอย่างจะดี ทุกอย่างย่อม
ดำาเนินไปด้วยดีท่ีสุดเสมอ"
1

- Mediterranean Sea

๒๔

เร่ ืองนำงปะแก็ตกับพระจิโรเฟ

ครัน
้ ถึงกรุงเวนิศแล้ว ฆานฑิตไปเท่ียวตามหาฆฆัมโพตามโรงแรมและโรง

กาแฟทัว่ทุกแห่ง ตลอดจนโรงผู้หญิง แต่ไม่ได้ผลสมหวัง ส่งคนไปเท่ียวสอบถามเรือทุกลำาท่ี
เข้าท่าก็ไม่มีข่าวฆฆัมโพเสียเลย
จึงพูดกับมารทินว่า "อะไรกัน ข้าพเจ้าใช้เวลาเดินทางจากสุรินามมาพอโฑษ์ ไป
จากพอโฑษ์ถึงปารีส จากปารีสไปดียัป จากดียัปไปปั ตสมัธ เลียบฝั่ งปอร์ตุเกศและสเปญ ข้าม
ทะเลมัธยธรณีมาถึงกรุงเวนิศเป็ นเวลาตัง้หลายเดือนนางคุณิกองก็ยงั ไม่มาถึง แทนจะได้พบ
นาง กลับไปพบอีจัญไรคนปารีสกับพระอธิการปริคอรฺด นางคุณิกองคงตายแล้วมิพักต้อง
สงสัยเลย ข้าพเจ้าไม่มีทางอ่ ืนแล้วเว้นเสียแต่ความตาย โธ่เอ๋ย! ถ้าอยู่เสียท่ีเมืองสวรรค์
อัลโฑรโฑก็จะดีกว่าจะกลับมายุโรปเมืองนรกนีท
้ ่านว่าของท่านถูกแล้ว ท่ีว่าทุกส่งิ ทุกอย่างล้วน
แล้วไปด้วยทุกข์มายา"

ฆานฑิตอยู่ในห้วงโศกลึก ไม่ไปดูละครหรือการสนุกอ่ ืน ๆ ท่ีฆานิวาลถึงหญิงก็
ไม่เอาหรอก ! ฆานฑิตทนทานต่อความยัว่กามของหญิงทัง้หลายเสียแล้ว
มารทินพูดว่า "ถ้ายังนึกอยู่ว่าบ่าวลูกคร่ ึงคนหน่งึ คนนัน
้ ทัง้ ๆ ท่ีมันมีเงินใน
กระเป๋ าห้าหรือหกล้านจะเท่ียวไปสุดโลกอีกฟากหน่ ึงเพ่ ือติดตามนางผู้เป็ นท่ีรักของท่านแล้ว
พามาให้ท่านท่ีกรุงเวนิศนีท
้ ่านก็ดูจะโง่เสียแท้แล้ว หากมันพบมันก็จะต้องเอาเสียเอง ถ้าหาก
ไม่พบมันก็จะเอาคนอ่ ืนแทน ข้าพเจ้าขอเตือนท่านว่า ลืมบ่าวฆฆัมโพกับแม่นางคุณิกองนีเ้สีย
เถิด"

มารทินไม่ได้ปลอบใจ ฆานฑิตก็ย่ิงโทมนัสย่ิงขึ้น มารทินพิสูจน์ให้ฟังต่อไปว่าบน
พิภพนี ศ
้ ี ลธรรมและความสุขนัน
้ มีน้อยย่ิงนักบางท่ีจะมีอยู่ก็แต่ท่ีเมืองอ
แต่ก็ไม่มีมนุษย์คนใดจะเข้าเมืองได้
ขณะท่ีโต้เถียงในข้อเร่ ืองสำาคัญ และเฝ้ ารอคอยนางคุณิกองกันอยู่นี ฆ
้ านฑิตแล
เห็นพระหนุ่มนิกายธิยาตินจับมือผู้หญิงคนหน่ ึง อยู่ท่ีตลาด สันตมำรฺค 1 พระเป็ นคนอม
เลือดสดใสอ่ิมอวบแข็งแรงดี ตาเป็ นประกาย ดูท่ามัน
่ ใจตัวเองและดูภูมฐ
ิ านเดินองอาจ ฝ่ าย
หญิงเป็ นคนงามมาก ปากร้องเพลงตาก็มองพระผู้เป็ นคู่รักด้วยความเสน่หา เดี๋ยว ๆ จับแก้ว
พระบิดเล่นเสียทีหน่งึ
ฆานฑิตพูดกับมารทินว่า "อย่างน้อยท่านก็คงจะยอมรับกับข้าพเจ้าว่า บุคคลทัง้
สองนัน
้ มีความสุข แต่ไรมาจนบัดนีข้้าพเจ้าไม่เคยเห็นใครสุข เคยพบแต่คนทุกข์ไปเสียทัง้โลก
ทัง้นีไ้ม่นับท่ีเมืองอัลโฑรโฑ แต่บุคคลคู่นีข้้าพเจ้ากล้าท้าพนันกับท่านว่ามีความสุขเป็ นอัน
มาก"
มารทิน "ข้าพเจ้ารับท้าว่าไม่สุข"
ฆานฑิต "เพียงแต่เชิญมากินข้าวด้วย ท่านก็จะเห็นว่าข้าพเจ้าผิดหรือไม่"
แล้วฆานฑิตก็เข้าไปปฏิสันถาร แสดงความยินดีเชิญไปรับประทานอาหารท่ี
โรงแรม มีมัคโรณีนกลัมบาดและฆาวิยา ด่ ืมสุราติปุลจิยาโนคริศตสส อสุชล และสุราสาโม
สกับไสปรัส นางผู้หญิงหน้าแดง แต่เม่ ือพระรับนิมนต์นางก็ไปด้วย จ้องมองดูฆานฑิต ออก
จะงงแปลกใจ น้ำาตานางไหลย้อย แต่พอไปถึงห้องท่ีพักฆานฑิตไม่ทันไรนางก็ซัดโฮออกมา
"โธ่ ท่านฆานฑิตไม่รู้จักปะแก็ตเสียแล้ว"
ฆานฑิตไม่ได้ตัง้ใจพินิจนางในตอนแรก เพราะความคิดจดจ่ออยู่กับนางคุณิกอง
เสียหมด พอนางปะแก็ตทักก็นึกออก จึงว่า
"อพุโธ่ นังหนูน่ีเอง ท่ีทำาเอาอาจารย์ปางโกลศเหลือรูปอย่างท่ีได้เห็นนัน
้ "
นางปะแก็ตตอบว่า "โธ่เอ๋ย จริง ๆ ข้าพเจ้าน่ีแหละ ดูท่านท่าจะรู้เร่ ืองหมดแล้ว
ข้าพเจ้าได้ทราบว่ามีทุกข์ขุกเข็ญน่าหวาดเสียวเกิดขึ้นกับสกุลวงศ์พระชายากับโฉมนางคุณิกอง
ข้าพเจ้าสบถให้ได้ว่า โชคข้าพเจ้าเองก็ ไม่ร้ายน้อยไปกว่านัน
้ เท่าไรนัก เม่ ือท่านรู้จักข้าพเจ้ายัง
ไม่เดียงสาพระนิกายเกรย์ผู้ล้างบาปจึงล่อข้าพเจ้าให้หลงได้ง่ายผลท่ีได้รับต่อจากนัน
้ ก็มีแต่
ลำาบากตรากตรำา
ข้าพเจ้าต้องออกจากปราสาทหลังจากท่ีท่านถูกถีบก้นออกไม่เท่าไร ถ้าไม่มีหมอผู้
มีช่ือผู้หน่ ึงกรุณาแล้วข้าพเจ้าคงตายเพราะโรค ข้าพเจ้าเป็ นเมียลับหมอผู้นีอ
้ ยู่ชัว่คราวด้วย
ความกตัญญูกตเวทีเท่านัน
้ เมียเขาเดือดดาลด้วยความหึง โบยตีข้าพเจ้าทุกวันปราศจากความ
การุณโกรธเป็ นฟื นเป็ นไฟเสมอ, หมอแกหน้าตาน่าเกลียดท่ีสุด ข้าพเจ้าก็ชอกช้ำาเป็ นท่ีสุด
โดยท่ีถูกตีมิได้เว้นวันเพราะคนท่ีข้าพเจ้าไม่มีความรักเลย
ท่านก็ย่อมรูว้ ่าถ้าผู้หญิงนิสสัยไม่ดีมีผัวหมอย่อมจะมีภัยเพียงใด หมอแกทนถูก
รมควันคือความประพฤติของนางเมียไม่ไหว วันหน่ ึงเมียไอนิดหน่อยหมอผสมยาให้กิน ชะงัด
นัก อยู่ได้สองชัว่โมงก็ชักดิน
้ ชักงอน่ากลัวแล้วเลยตาย ญาติข้างเมียจะฟ้ องร้อง หมอก็เลยหนี

ไป ข้าพเจ้ากลับถูกจับใส่คุกแทน
ความไม่เดียงสาของข้าพเจ้าช่วยตัวเองไม่ได้ แต่อาศัยท่ีหน้าตาดี ผู้พิพากษาจึง
ตัดสินปล่อย แต่แกจะต้องครองตำาแหน่งแทนหมอต่อไป แต่ไม่ช้ามีคู่แข่งหน้าใหม่ ข้าพเจ้าก็
ถูกไล่ออกจากบ้าน สิน
้ ไร้ไม้ตอก จำาเป็ นต้องหากินทางอาชีพอดสูนีต
้ ่อไป อาชีพบัดสีนีด
้ ูเป็ นท่ี
พอใจของพวกท่านผู้ชาย แต่สำาหรับพวกผู้หญิงเราเป็ นอเวจีไม่มีก้นทีเดียว
ข้าพเจ้ามากรุงเวนิศเพ่ ือจะหากินทางนีพ
้ ุทโธ่! ท่านเอ๋ย, ถ้าท่านเล็งเห็นว่าการท่ี
ต้องจูบกอดโดยไม่มีความรู้สึกกับวานิชแก่ หมอความ พระคัทโธลิค คนแจวเรือ พระอธิการ
ต้องเปิ ดผ้าให้เขาทำาย่ำายี ดูหม่ินต่าง ๆ ต้องหมดตัวถึงกับต้องยืมเส้ือซับในเขาใส่แล้วก็ให้คน
น่าขยะแขยงเลิกเส้อ
ื ตัวนัน
้ ถูกคนหน่ ึงชิงเงินท่ีหามาได้จากอีกคนหน่ ึงไป ต้องเป็ นตัวสินบน
ให้เจ้าหน้าท่ีกิน แล้วต่อไปภายหน้าก็มีแต่จะชราน่าทุเรศ ต้องไปนอนโรงพยาบาลแล้วนอน
ตายบนกองมูลสัตว์ ถ้าท่านเล็งเห็นส่ิงเหล่านีท
้ ่านคงจะต้องลงความเห็น ข้าพเจ้าเป็ นผู้ท่ีได้รับ
ทุกข์แสนสาหัสในโลกนี้"
นางปะแก็ตเปิ ดอกเล่าให้ฆานฑิตฟั งดังนีต
้ ่อหน้ามารทิน
มารทินจึงว่ากับฆานฑิตว่า "เห็นไหมล่ะ ข้าพเจ้าชนะพนันคร่งึ หน่งึ แล้ว"
พระจิโรเฟฺลอยู่ในห้องอาหาร ด่ ืมสุราแก้วสองแก้วไปพลางคอยรอกินข้าว
ฆานฑิตว่ากับนางปะแก็ตว่า "แต่เม่ ือพบเจ้าก็ดูเจ้ายังร่าเริงพออกพอใจอยู่น่ี เจ้า
ร้องเพลง และทำาท่ารักใคร่พระออกดี ดูเหมือนว่าเจ้ามีความสุขพอ ๆ กับท่ีเจ้าแสร้งว่าเป็ น
ทุกข์ขณะนี้"
นางปะแก็ตตอบว่า "โธ่ถัง นัน
่ แหละคือความทุกข์ของการค้าประเภทนีแ
้ ล้วท่าน
ขา เม่ ือวานนีข้้าพเจ้าถูกเจ้าหน้าท่ีแย่งชิงและถูกตบตี แต่ถึงกระนัน
้ วันนีข้้าพเจ้าก็ต้องจำาเป็ น
อารมณ์ดีเพ่ ือจะเอาใจพระองค์นี"้
ฆานฑิตไม่ต้องให้นางพิสูจน์ต่อไปอีกแล้ว ยอมรับว่ามารทินเป็ นผู้ถูก แล้วพากัน
ไปกินโต๊ะร่วมกับนางปะแก็ตและพระจิโรเฟฺล สนุกสนานในการกินเป็ นอย่างดี, ตอนจะอ่ิมจึง
สนทนากันเป็ นการส่วนตัว
ฆานฑิตพูดกับพระว่า "ข้าพเจ้าดูเหมือนท่านมีความพอใจในภาวะเป็ นอยู่อย่างท่ี
ทัง้โลก พึงอิจฉา บุปผาแห่งสุขภาพบานฉายอยู่ในดวงหน้าท่าน สีหน้าท่านก็บอกชัดแจ้งว่า
ท่านมีความสุข ท่านมีหญิงงดงามสำาหรับร่างเริงบันเทิงด้วย และดูเหมือนว่าท่านพอใจใน
ภาวะพระนิกายธิยาตินเป็ นอันดี"
พระจิโรเฟฺลว่า "ความเล่ ือมใสในนิกายธิยาตินน่ีน่ะหรือ? ข้าพเจ้าอยากจะให้พวก
พระธิยาตินลงไปอยู่ก้นทะเลหมดทัง้โขยง นึกร่ำา ๆ จะเอาไฟจุดวัดเสียสักร้อยครัง้ แล้วจะไป
เป็ นพวกตุรกีเสีย
โยมข้าพเจ้าบังคับให้ครองจีวรสับปะรังเคนี ต
้ ัง้แต่อายุสิบห้าเพ่ ือว่าจะได้
เพ่ิมพูนทรัพย์สมบัติให้แก่พ่ีระยำาผู้ถูกพระเจ้าสาป ในวัดมีแต่หิงสา โทษจริต และสังฆเภท
จริงอยู่ ข้าพเจ้าขึ้นแสดงเทศนาเลว ๆ สองสามกัณฑ์ พอได้เงินมาบ้างเล็กน้อย แต่สมภาร
บังคับแบ่งเอาเสียก่ ึงหน่ ึง ท่ีเหลือก็ได้เอามาบำารุงพวกผู้หญิงกลางคืน กลับไปวัดทีไรอยากจะ
เอาหัวชนกำาแพงห้องนอนเสียให้ตาย พวกเพ่ ือน ๆ พระก็ตะเภาเดียวกันทุกองค์"
มารทินหันไปถามฆานฑิต พูดอย่างเยือกเย็นตามปกตินิสสัย
"ว่าอย่างไร ข้าพเจ้าชนะพนันทัง้หมดหรือมิใช่?"
ฆานฑิตให้เงินนางปะแก็ตสองพันปิ ยัสตร์ ให้พระพันหน่ ึงแล้วพูดกับมารทินว่า
"ข้าพเจ้าจะแก้ให้ตก เม่ ือได้เงินนีไ้ปแล้วทัง้สองคนคงจะมีความสุขขึ้น"
มารทิน "ข้าพเจ้าไม่เช่ ือแต่สักนิด บางทีเงินปิ ยัสตร์ท่ีท่านให้นีก
้ ลับจะทำาให้ย่ิง
ทุกข์ใหญ่ด้วยซ้ำา"
ฆานฑิต "จะอย่างไรก็ช่างมัน แต่มีส่ิงปลอบใจข้าพเจ้าอยู่ส่ิงหน่ ึง คือเม่ ือได้กลับ

มาพบผู้ท่ีไม่นึกว่าจะได้พบอีกเช่นนีห
้ ลายครัง้แล้ว อย่างแกะแดงและนางปะแก็ตเป็ นต้น
ข้าพเจ้าก็อดนึกไม่ได้ว่าคงจะได้พบนางคุณิกองอีกเช่นเดียวกัน"
มารทิน "ข้าพเจ้าตัง้ปรารถนาว่าวันหน่ ึงนางคงจะทำาให้ท่านมีความสุขอย่างย่ิง
แต่ยังสงสัยนัก"
ฆานฑิต "ท่านเป็ นคนเช่ ืออะไรยาก"
มารทิน "ข้าพเจ้าเคยดำาเนินชีวิต"
ฆานฑิต "คนแจวเรือจ้างโน่น ร้องเพลงไม่หยุดปากใช่ไหม?"
มารทิน "ท่านไม่เห็นเวลาท่ีเขาอยู่กับเมียกับลูกท่ีบ้านน่ะสิ เจ้าเมืองก็มีทุกข์อย่าง
เจ้าเมือง คนแจวเรือก็มีทุกข์อย่างคนแจวเรือ ถ้าจะพิจารณาให้ถ่ีถ้วนแล้วชีวิตคนแจวเรือยังจะ
น่าอยู่กว่าเจ้าเมืองด้วยซ้ำา แต่ความแตกต่างกันนัน
้ น้อยเหลือเกิน จะไม่คุ้มกับท่ีจะตรวจสอบ
ให้เห็น"
ฆานฑิต "มีคนเขาพูดถึงเจ้าคุณ โปโกกุรันติ เสนำโตร 2 ท่ีอยู่วงั งดงาม ณ ฝั่ งน้ำา
เบร็นตาโน้นว่า ท่านรับรองคนต่างถ่ินสุภาพเรียบร้อยย่ิงนักว่ากันว่าบุคคลผู้นีไ้ม่เคยรู้จักความ
ทุกข์เลย"
มารทิน "ถ้าได้เห็นของท่ีหายากอย่างว่านี ข้้าพเจ้าก็จะมีความยินดี"
ฆานฑิตส่งคนไปเรียนเจ้าคุณเดี๋ยวนัน
้ เองว่าขออนุญาตพบในวันรุ่งขึ้น
1
2

- St. Marc
- senator Pococurante

๒๕

กำรเยี่ยมเยือนเจ้ำคุณโปโกกุรันติขุนนำงกรุงเวนิศ

ฆำนฑิตกับมารทินลงเรือจ้างไปตามลำาน้ำาเบร็นตา ไปยังวังเจ้าคุณโปโกกุรันติ
สวนจัดอย่างมีศิลปสูง ตัง้ตุ๊กตาหินอ่อนงาม ๆ หลายตัว วังก็สร้างอย่างงดงาม เจ้าคุณเป็ นคน
ปูนหกสิบมัง่คัง่มาก ต้องรับอาคันตุกะทัง้สองอย่างสุภาพเย็นชา ทำาเอาฆานฑิตหน้าเสีย แต่
มารทินไม่รู้สึกช่ ืนชมอย่างใดเลย
ท่ีแรกสาวรุ่นรูปงามสองคนแต่งตัวประณีตมาก ยกน้ำาช็อกก๎แล็ตมาเลีย
้ งเดือดฟู
เป็ นฟองดีแท้ ๆ ฆานฑิตอดท่ีจะกล่าวขวัญถึงความงามสง่าอัชฌาสัยดีมิได้
ท่านเสนาว่า "นังสองคนนีก
้ ็นับว่าดีพออยู่ ข้าพเจ้าเอามันมานอนด้วยบางครัง้
บางคราว เพราะว่าเบ่ ือนังพวกผู้หญิงงามเมืองเสียจริงแล้ว เบ่ ือท่ายัว่ของมัน เบ่ ือมันหึงกัน
ทะเลาะกัน ตลกกัน เบ่ ือความกระจุ๋มกระจิ๋ม ความจองหอง ความโง่ของมันแล้วเบ่ ือกาพย์ชม
โฉมท่ีจะต้องแต่งให้มันหรือท่ีแต่งชมมันแล้ว แต่แล้วอีเด็กสองคนนีม
้ ันกลับเบ่ ือข้าพเจ้า"
กินอาหารเช้าแล้ว ฆานฑิตเดินไปห้องเก็บวรรณศิลปซ่ ึงเป็ นห้องยาว เห็นรูปงาม
ๆ เป็ นอันมาก ประหลาดใจ จึงถามว่าสองรูปแรกนัน
้ ท่านจิตรกรคนใดเป็ นคนวาด
เสนาว่า "ราฟะเอลเป็ นคนวาด ท่ีซ้ือมาเม่ ือสองสามปี ด้วยราคาแพงล่วิ ซ้ือมาก็
ด้วยความทะนงองอวดเท่านัน
้ เขานับถือกันว่าเป็ นชัน
้ ดีเย่ียมในอิตาลี แต่ข้าพเจ้าไม่นึกชอบ
เลยสักนิด สีแก่คล้ำาไป รูปทรงก็ยังไม่กลมกล่อมพอ เงาก็ไม่ดี เส้ือผ้าก็ดไู ม่เห็นเหมือนของ

จริงสักอย่างเดียว พูดสัน
้ ๆ ใครจะว่าอย่างไร ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นว่าจะเลียนธรรมชาติให้เหมือน
จริงได้เลย ข้าพเจ้ารักรูปท่ีดูแล้วเหมือนเห็นธรรมชาติตัวจริง แต่ไม่มีรูปชนิดท่ีว่านีห
้ รอก รูป
ข้าพเจ้ามีมากมายแต่นับถือฝี มือน้อยนัก"
เสนาะโสตดี

ขณะท่ีรอกินอาหารนัน
้ โปโกกุรันติสัง่มโหรีให้บรรเลง ฆานฑิตว่าดนตรีไพเราะ

โปโกกุรันตี "เสียงเอะอะน่ีน่ะหรือ ฟั งเสียงคร่ ึงชัว่โมงก็พอจะบันเทิงใจได้บ้าง แต่
ถ้านานเกินกว่านีใ้คร ๆ ก็ต้องเบ่ ือทุกคน แต่ไม่ออกปากบ่น ทุกวันนีด
้ นตรีเป็ นแต่เพียงศิลป
ของการเล่นนิว้ท่ียาก ๆ แต่ส่ิงใดท่ียากอย่างเดียวย่อมทำาให้พอใจนานไม่ได้ บางทีข้าพเจ้าควร
จะชอบละครมากกว่า แต่เขาค้นพบวิธีล้บท่ีจะทำาละครให้กลายเป็ นทรลักษณ์ไป ข้าพเจ้าเลย
หมดสติ
ลองไปดูเร่ ืองกำาสรวลประกอบดนตรีสิ! ฉากสร้างขึ้นไม่ใช่สำาหรับอะไรเลย
สำาหรับท่ีจะลากเอาเพลงสองหรือสามเพลงมาร้อง ซ่งึ ไปคนละทิศละทางกับเร่ ืองอย่างเป่ิน ๆ
เท่านัน
้ หรือเพ่ ือตัวนางจะได้รอ
้ งอวดเสียง เชิญสิ! เชิญไปสนุกได้สนุกดี! หรือชอบใจตายท่ีได้
ฟั งขันทีร้องเสียงกระเพ่ ือมบท ศีศำร 1 หรือ ฆำโต 2 ทำาท่าเดินภาคภูมิน่าทุเรศอยู่บนเวที
สำาหรับตัวข้าพเจ้าบอกศาลามหรสพไร้สาระเหล่านีเ้สียนานแล้ว มหรสพชนิดนีแ
้ หละท่ีทำาให้
ประเทศอิตาลีมีช่ือรุ่งเรือง พระมหาราชก็ทรงโปรดจ่ายพระราชทรัพย์สูง ๆ "
ฆานฑิตถกเถียงในข้อนีน
้ ิด ๆ หน่อย ๆ แต่กล่าวพอเหมาะพอควร มารทินนัน

เห็นตามท่านเสนาทัง้สิน
้ แล้วนัง่โต๊ะกินอาหาร เม่ ืออ่ิมอาหารรสโอชาแล้วก็พากันไปในห้อง
สมุด ฆานฑิตแลเห็นสมุด โหมรฺ 3 ประพันธ์เข้าปกอย่างวิจิตร ก็กล่าวขวัญถึงท่านกวีผู้มีศิลป
ดีผู้นี้
"หนังสือมีนั่น 4 เป็ นท่ียินดีปรีดาของท่านอาจารย์ปางโกลศ ปรัชญาเมธีท่ีดีท่ีสุด
ในประเทศเยอรมนี"
โปโกกุรันตีตอบอย่างเย็นชาว่า "ไม่ใช่สมุดของข้าพเจ้าหรอก คราวหน่งึ ใคร ๆ
เคยจะให้ข้าพเจ้าเช่ ือว่าอ่านแล้วเพลิดเพลินเจริญใจ แต่ท่ีรบพุ่งกันแล้วรบกันอีกไม่หยุดหย่อน
คราวไหน ๆ ก็เหมือนกันอยู่อย่างนัน
้ เอง พวกเทพเจ้าผู้ทรงฤทธิ ต์ลอดเวลาแต่หาทำาอะไร
เด็ดขาดไม่ นางเหเลนผู้เป็ นต้นเหตุสงครามแต่แทบจะไม่มีบทบาทในเร่ ืองเลย กรุงทร๎อยถูก
ล้อมตัง้นมนาน แต่หักเอาไม่ได้เหล่านีร้วมกันเข้าทำาเอาข้าพเจ้าแสนจะเบ่ ือหน่าย บางทีลอง
ถามพวกนักปราชญ์ราชบัณฑิตดูวา่ เบ่ ือหน่ายเร่ ืองนีเ้หมือนกับข้าพเจ้าหรือไม่ ผู้ท่ีมีสัตย์ก็
ยอมรับว่ากาพย์เร่ ืองนีเ้ล่นเอาหลับเหมือนกัน แต่ก็จำาเป็ นจะต้องมีไว้ประดับห้องสมุดเป็ น
อนุสาวรีย์โบราณภัณฑ์ หรือเหมือนกับเหรียญตราขึ้นสนิม ซ่ ึงหมดราคาไม่เป็ นสินค้าต่อไป
แล้วฉะนัน
้ "
ฆานฑิต "แต่ท่านเจ้าคุณคงไม่นึกอย่างว่านัน
้ สำาหรับท่านกวีเวอรจิลกระมัง"
ท่านเจ้าคุณเสนาว่า "ข้าพเจ้ายอมรับว่า นิพนธ์เร่ ืองอีนีด เล่มสอง เล่มส่ี และเล่ม
หกวิเศษจริง แต่สำาหรับตัวในเร่ ืองคือ อินิสผู้เคร่งบุญ โคลอันทุศผู้แข็งแรง อัคทิศผู้เพ่ ือนอัส
ฆานิยุศผู้เยาว์ กษัตริย์ละตินุศผู้เขลา อมตคนถ่อย ลวินะผู้จืดชืดนัน
้ ข้าพเจ้านึกว่าจะหาอะไร
ท่ีหมดรสและข่ ืนคอกว่านีอ
้ ก
ี ไม่มีแล้ว ข้าพเจ้าสมัครท่านกว ท
ี ัสโส 5 มากกว่า หรือแม้นิทาน
ชวนหลับของอริโอสโตก็ยังดีกว่า" (Arioste -๑๔๗๔ - ๑๕๓๓- กวีชาวอิตาลี)
ฆานฑิต "ข้าพเจ้าขอประทานถามอีกหน่อยหน่งึ ว่า ท่านเจ้าคุณได้รับความสำาราญ
จากนิพนธ์ของท่าน โหเรศ 6 มากหรือหาไม่"
โปโกกุรันติ "มีมัคษิม (Maxime-ข้อคิดสุภาษิต) นิพนธ์ท่านผู้นีซ
้ ่ ึงบุคคลผู้
ใฝ่ ใจในโลกย่อมจะเก็บเก่ียวผลได้เหลือหลายกับการท่ีเขียนเป็ นกาพย์เผ็ดร้อนนัน
้ ก็ช่วยให้
จดจำาง่ายดี แต่ข้าพเจ้าไม่สู้จะใส่ใจในการเดินทางไปยังบรินทิสิ(Brindes) กับการบรรยาย
เร่ ืองอาหารเลว ๆ หรือการวิวาทต่ำา ๆ ในระหว่างรุปิลิยุศด้วยกัน คนหน่งึ คำาพูดมีแต่โสมมอม

พิษเต็มไป อีกคนหน่ ึงภาษาใส่น้ำาส้มโชกโชน อ่านกาพย์ตอนท่ีค่อนคนแก่และแม่มด ซ่งึ ขาด
ความสุขุมแล้ว รู้สึกว่าเสียรสมาก ตอนท่ีบอกกล่าวกับเพ่ ือนของท่านผู้ช่ือว่าศีนาสว่า ถ้าเขาจะ
ตัง้ให้ท่านเพียงแต่ขึ้นขัน
้ กวีประพันธ์กาพยวรรณาแล้ว หัวของท่านซ่งึ สูงอยู่แล้วจะสูงถึงดาว
วิสัยคนโง่แล้ว ย่อมนิยมยินดีไปเสียทุกเร่ ืองขอให้ผู้แต่งมีช่ือก็แล้วกัน ในส่วนข้าพเจ้าอ่านแต่
เร่ ืองท่ีนึกชอบ และข้าพเจ้าจะนึกชอบก็แต่เร่ ืองท่ีตรงกับความมุง่ หมายเท่านัน
้ "
ฆานฑิตผู้เคยเล่าเรียนมาไม่ให้ใช้ดุลยพินิจเข้ากับตัว เม่ ือได้ฟังดังนัน
้ ก็ประหลาด
ใจมาก มารทินเห็นเหตุผลเป็ นอันดีในข้อความท่ีโปโกกุรันติกล่าวนัน

ฆานฑิต "อ้อ น่ีไงศิเศโร น่ีแหละมหาบุรุษผู้ซ่ึงข้าพเจ้านึกว่าท่านคงอ่านไม่เบ่ ือ
เลย"
โปโกกุรันติ "ข้าพเจ้าไม่เคยอ่านท่ีเขาแต่งสักที เขาจะพูดเข้ากับรพีริยัสหรือกับคลฺ
เอนติยัสก็ไม่เห็นจะเก่ียวอะไรกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีเร่ ืองให้ต้องวินิจฉัยมากเกินพอแล้ว ถ้า
เป็ นเร่ ืองทางปรัชญาก็พอค่อยยังชัว่ แต่พอปรากฎว่าเขาสงสัยอะไร ๆ ไปหมดทุกอย่าง
ข้าพเจ้าจึงลงเน้อ
ื เห็นว่าข้าพเจ้าก็มีความรู้พอ ๆ กับเขา เลยหมดความต้องการท่ีจะให้คน
ตาบอดจูงคนตาบอด"
มารทิน โอ้โฮ น่ีหนังสือชุดหอวิทยาศาสตร์ถึงส่ีสิบเล่ม คงจะมีอะไรท่ีเป็ นคุณ
ประโยชน์บ้างในนัน
้ "
โปโกกุรันติ "ก็คงมีบ้าง ถ้าหากในบรรดาคราดขีก
้ ุมฝอยนีม
้ ีสักเล่มหน่งึ ซ่ ึงแสดง
วิธีทำาเข็มหมุด แต่ว่าทัง้ชุดนีไ้ม่มีอะไรเลยนอกจากระบบความนึกฝั นคร่ ึงบ้าและหัวเต่าเท้า
มังกร จะหาส่งิ เป็ นประโยชน์สักอย่างก็ไม่มี"
ฆานฑิต "น่ีเล่า บทละครอิตาลีก็มีสเปญก็มี ฝรัง่เศสก็มี"
โปโกกุรันติ "ถูกแล้ว มีราวสามพันเร่ ือง แต่ท่ีพอจะนับว่าใช้ได้จะมีสักสามโหลก็
ไม่ถงึ แล้วชุดชุมนุมเทศนาโน้นก็เหมือนกัน รวมกันทัง้หมดจะดีถึงขนาดเสเนฆาสักหน้าเดียว
ก็ไม่ได้ เร่ ืองศาสนาชุดเล่มใหญ่โตมโหฬารนู่นก็อีก ท่านควรจะนึกรู้ได้เองว่าไม่วา่ ข้าพเจ้าหรือ
ใคร ๆ ก็ไม่เคยเปิ ดอ่านเลย"

มารทินเห็นหนังสืออังกฤษอยู่เต็มตู้อีกหลายตู้ จึงกล่าวว่า
"ข้าพเจ้าสังเกตอยูอ
่ ย่างหน่ ึงว่านักประชาธิปไตยต้องชอบหนังสือพวกนีเ้ป็ นอย่าง
ย่งิ เพราะเขียนด้วยวิญญาณอันเสรี"
โปโกกุรันติ "จริงการท่ีคนเราเขียนอะไรได้ตามใจชอบย่อมวิเศษศักดิ น
์ ่ีแหละ
คือสิทธิพิเศษของมนุษย์ ในเมืองอิตาลีเรานี เ
้ พราะผู
ราเขียนแต่
้ท่ี ส่ิงท่ีเราไม่ได้ใช้ความ
อยู่เมืองท่ีคนอย่างศีศาร์และอันโตนินัสปกครองย่อมไม่กล้าจะออกความเห็นแม้น้อยหน่ึง
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระโดมินิกันก่อน แต่ถ้าหากว่าอารมณ์ปรารถนา และวิญญาณของ
พรรคต่าง ๆ ในอังกฤษไม่ทำาลายส่ิงท่ีดีล้นพ้นประมาณในเสรีภาพอันประเสริฐเสียแล้ว
ข้าพเจ้าก็ควรจะนิยมยินดีการท่ีคนอัจฉริยะอังกฤษเขียนโดยเสรีนัน
้ "
ฆานฑิตเห็นนิพนธ์ของท่านมิลตันเข้า ก็ถามท่านเสนาว่าเห็นท่านกวีรู้นีเ้ป็ น
อรรคบุคคลหรือไม่
โปโกกุรันติ "ใครนะ? คนถ้ำาขม้ำามนุษย์ท่ีเอาบทแรกของคัมภีร์สร้างโลกมาแต่ง
เป็ นกาพย์กระด้างพรรณนาอย่างยือยาวถึงสิบเล่มสมุดนีน
้ ่ะหรือ? คนท่ีปลอมแปลงคัมภีร์เดิม
ภาษากรีกอย่างหยาบสกุล ทำาเอาการสร้างโลกแปรรูปไปนีน
้ ่ะหรือ? คนท่ีทำาเอาโมเสส, ผู้ซ่งึ
แทนอนันตชีพสร้างโลกด้วยคำาหน่ ึง, กลายเป็ นต้องใช้วงเวียนอันใหญ่จากโรงช่างแสงสวรรค์
มาเขียนขอบวงโลกนีน
้ ่ะหรือ? จะให้ข้าพเจ้านับถือว่าคนเช่นนีเ้ป็ นอรรคบุรุษได้อย่างไร?
คนท่ีต้มยำาทำาเอานรกและเปรตตามท่ีท่านทัสโสแต่งไว้กลายเป็ นอ่ ืน ทำาเอาลูสิ
เฟอร์แปลงร่างเป็ นคางคกบ้าง เป็ นคนแคระบ้าง แต่งคำาพูดให้ซาตานนีพ
้ ูดซ้ำา ๆ ซาก ๆ อย่าง
เดียวร้อยหน ให้โต้เถียงศาสนวิทยาแทนตัว เอาอย่างอริโอสโตท่ีเล่นตลกประดิษฐ์ปืนขึ้น ไป

ทำาเป็ นปื นใหญ่ให้เปรตยิงสวรรค์อย่างจริงจัง ไม่ว่าข้าพเจ้าหรือใคร ๆ ในอิตาลีจะนิยมยินดีกับ
เร่ ืองเหลือรับโหรงเหรงอันน่าเศร้านีล
้ ง แล้วยังตอนท่ีมฤตยูกับปาปะวิวาห์กัน แล้วปาปะดึง
เอางูออกมา เพียงเท่านีก
้ ็ทำาเอากระเพาะคนผู้มีศิลปแม้แต่น้อยท่ีสุดถึงขย้อนออกแล้ว แล้ว
บรรยายอย่างยืดยาว ว่าโรงพยาบาลกาฬโรคดีสำาหรับสัปเหร่อเท่านัน
้ กาพย์ซ่ึงเห็นราง ๆ นึก
เห็นไปเอง และขาดรสชาตินีพ
้ ิมพ์ครัง้แรกก็เป็ นท่ีรังเกียจ เดี๋ยวนีข้า้ พเจ้าก็ยังคงรู้สึกอย่าง
เดียวกับคนในเมืองครัง้นัน
้ เขารู้สึกกัน เร่ ืองพรรณอย่างนีข้้าพเจ้านึกอย่างไรก็พูดอย่างนัน

และใครจะนึกอย่างข้าพเจ้าหรือไม่ ข้าพเจ้าไม่เห็นสำาคัญ"
ฆานฑิตเศร้าใจมากท่ีได้ยินดังนี เ้พราะท่านโหมรฺเป็ นท่ีนับถือและท่านมิลตันก็
เป็ นท่ีรักของตนจึงพูดเบา ๆ กับมารทินว่า "อนิจจา ข้าพเจ้าเกรงว่าคน ๆ นีด
้ ูหม่ินกวีชาว
เยอรมันเราอย่างเหลือเกิน"
มารทิน "เร่ ืองอย่างนีไ้ม่เห็นจะเสียหายกระไรนัก"
ฆานฑิตกระซิบว่า "เออหนอ, คนช่างรู้ คนใหญ่โต อะไรอย่างนี ไ้ม่นิยมยินดี
อะไรสักอย่าง"
เม่ อ
ื ได้เดินตรวจห้องสมุดแล้วก็พากันลงไปในสนาม ฆานฑิตชมว่าอะไรต่ออะไร
งามหลายอย่าง
โปโกกุรันติ "ข้าพเจ้าไม่เห็นว่ามีรสอะไรจะต่ำาเพียงนีเ้ท่าท่ีท่านเห็นทัง้หมดนีไ้ม่มี
อะไรเป็ นเร่ ืองเป็ นราว มะรืนนีก
้ ็จะแต่งใหม่ให้สูงศักดิก
์ ว่านี้"
เม่ อ
ื อำาลากลับไปแล้ว ฆานฑิตพูดกับมารทินว่า
"ว่าอย่างไร ท่านคงยอมรับละซิว่าคน ๆ นีเ้ป็ นผู้มีความสุขท่ีสุด เพราะมีอะไรก็ไม่
สูงเท่าเทียมตัว"
มารทินตอบว่า "แต่ท่านไม่เห็นหรอกหรือว่า อะไร ๆ ท่ีเขามีอยู่มันทุเรศไปหมด
ทัง้นัน
้ ? ปลาโฏ(Plato)ได้ตัง้ข้อสังเกตไว้นานแล้วว่า กระเพาะซ่ ึงขยอกอาหารออกหมดจะว่า
เป็ นกระเพาะท่ีสบายดีท่ีสุดไม่ได้"
ฆานฑิต "แต่การท่ีค่อนขอดอะไรได้ทุกอย่าง การท่ีชีค
้ วามผิดความชัว่ในส่ิงท่ีคน
อ่ ืนเห็นความดีความงามนัน
้ จะไม่นับว่าเป็ นความสุขหรอกหรือ"
มารทิน "ก็เท่ากับว่า ความสุขย่อมมีในการท่ีไม่มีความสุขนัน
่ เอง"
ฆานฑิต "เอาละ เอาละ ข้าพเจ้าเห็นอยู่ว่าข้าพเจ้าจะเป็ นคนมีสุขอยู่อย่างเดียว คือ
เม่ อ
ื คุณพระช่วยให้ได้พบนางคุณิกองผู้เป็ นท่ีรัก"
มารทิน "หวังไว้เถิดย่อมดีเสมอ"
เวลาล่วงไปหลายวันหลายสัปดาห์ ฆฆัมโพก็ยังไม่มา ฆานฑิตคงจมอยู่ในความ
เศร้าโศก จนแม้แต่นางปะแก็ตกับพระจิโรเฟฺลไม่กลับมาขอบคุณก็ไม่นึกถึง
- Caesar
- Cato - นักพรตสังกัดกลุ่มท่เี ช่ ือว่า ความสุขอยู่ท่ีการประกอบคุณงามความดีและจะต้องวางเฉย ไม่ถูกกิเลส
ตัณหา จากสังขารทัง้ ๕ ล่อลวงท่ีเรียกกันว่า Stoicism - ผู้จัดพิมพ์
3 - หมายถึง Homer กวีกรีก
4 - สำานวนพายัพ ตรงกับฝรัง
่ พอดี "มี" หมายถึง "อยู่" (ตัวอย่างเช่น "มีหัน
้ ลอ" เท่ากับ "อยู่นัน
่ ไง" -Wm)
5 - Tasse (๑๕๔๔ - ๑๕๙๕) กวีอิตาเลียน ผู้มีผลงานทำานองมหากาพย์ Homer เป็ นท่ช
ี ่ ืนชอบของวอลแตร์
1
2

6

- Horace (๖๕ - ๘ ก่อนคริสต์ศักราช) กวีชาวโรมัน

๒๖

ฆำนฑิตกับมำรทินกินอำหำรกับคนไม่รู้จัก ๖ คน …..คนพวกนีค
้ ือใคร?

เย็น วันหน่ึง พอฆานฑิตกับมารทินจะนัง่กินอาหารกับคนต่างถ่ินท่ีพักอยู่
โรงแรมเดียวกัน ก็พอดีมีชายคนหน่ ึงผิวดำาอย่างเขม่าไฟ เดินมาข้างหลังฆานฑิต จับมือแล้ว
พูดว่า
"เตรียมตัวให้พร้อมเถิด จะได้ไปด้วยกันอย่าพลาด"
ฆานฑิตหันไปดู เห็น-ฆฆัมโพ!
นอกเสียจากภาพนางคุณิกองแล้ว ก็มีภาพฆฆัมโพน่ีแหละท่ีฆานฑิตจะพิศวงและ
ยินดีแสนท่ีสุด แทบว่าจะเป็ นบ้าด้วยความดีใจ สรวมกอดเพ่ ือนแล้วว่า
"นางคุณิกองมาแล้ว ไม่สงสัยเลย, นางอยู่ไหน พาไปหานางเถิด จะตายเสียด้วย
ความยินดีท่ีได้อยู่ใกล้นางก็เอา"
ฆฆัมโพ "นางไม่ได้อยู่น่ี อยู่กรุงกันสตันติโนปลฺ"
ฆานฑิต "ตายจริง! กรุงกันสตันติโนปลฺแต่เอาเถอะ ถึงจะอยู่เมืองจีนก็จะต้องบิน
ไปหาให้จงได้ ไปกันเถอะ"
ฆฆัมโพ "กินข้าวเสียก่อนจึงค่อยไป จะเล่าอะไรให้ฟังอีกยังไม่ได้ ข้าพเจ้าเป็ นทาส
เขานายกำาลังอยู่ ข้าพเจ้าต้องไปรับใช้ท่ีโต๊ะกินข้าว อย่าพูดอะไรอีกเลย กิน ๆ เข้า แล้วเตรียม
ตัวให้เสร็จ"
ฆานฑิตว่อกแวกอยู่ในอารมณ์โสมนัสและโทมนัส โสมนัสท่ีได้พบฆฆัมโพอีก
ประหลาดใจท่ีฆฆัมโพต้องตกไปเป็ นทาสเขา ความหวังท่ีจะได้นางคืนต้ืนเต็มขึ้นมาใหม่ หัวใจ
เต้นเร่า ๆ , ความคิดมืนงง นัง่ลงกินโต๊ะกับมารทินและคนต่างถ่ินหกคน
ส่วนมารทินนัน
้ เห็นเหตุการณ์หมด ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
ฝ่ ายพวกหกคนนัน
้ มาเท่ียวกรุงเวนิศชมงานมโหฬารฆานิวัล(Carnival) ฆฆัม
โพรับใช้เดินโต๊ะคนต่างถ่ินผู้หน่ ึง พอจวนจะเสร็จการเลีย
้ งก็เข้าไปใกล้นายแล้วกระซิบท่ีหูว่า
"ข้าแต่พระองค์ พระองค์จะเสด็จเม่ ือใดแล้วแต่พระทัย นาวาเรียบร้อยแล้ว" ว่า
แล้วก็กลับออกไป
บรรดาคนท่ีนัง่อยู่ท่ีนัน
่ ประหลาดใจมาก มองดูตากัน, ไม่พูดอะไรสักคำา

เป็ นสองเท่า

เดี๋ยวมีบ่าวอีกคนเข้ามาหานายคนท่ีสอง พูดว่า
"พระเจ้าข้า รถม้าอยู่ท่ีปาดุอะ (Padua) แล้ว เรือก็พรักพร้อม"
นายพยักหน้า บ่าวก็กลับออกไป บรรดาคนท่ีนัง่ต่างจ้องหน้ากันอีก ประหลาดใจ

แล้วมีบ่าวคนท่ีสามเขามาหาคนต่างด้าวคนท่ีสาม พูดว่า
"ขอเดชะฯ พระองค์มิควรท่ีจะชักช้าต่อไปอีก ข้าพระพุทธเจ้าจะเตรียมการให้
พร้อมเสร็จทุกอย่าง" ว่าแล้วก็ออกไปทันที
ฆานฑิตกับมารทินหมดสงสัยแล้ว เข้าใจว่า พวกนีเ้ป็ นพวกแต่งแฟนซีมาเท่ียว
งานฆานิวัลกันเล่นเท่านัน

แล้วบ่าวคนท่ีส่ีมาหานายคนท่ีส่ีว่า
"พระองค์จะเสด็จเม่ ือไรแล้วแต่พระทัย"
ว่าแล้วก็กลับไปเหมือนกับคนก่อน ๆ บ่าวคนท่ีห้ามาบอกอย่างเดียวกับนายคนท่ี

ห้า แต่บ่าวคนท่ีหกพูดกับนายแปลกกว่าเพ่ ือน และนายก็นัง่อยู่ติดกับฆานฑิต จึงได้ยินว่า
"เป็ นความสัตย์ พระเจ้าข้า เขาไม่ยอมให้เครดิต พระองค์หรือข้าพระพุทธเจ้าคง
ต้องถูกจำาคุกก็เป็ นได้ ด้วยเหตุนีข้้าพระพุทธเจ้าต้องเอาตัวรอดไปก่อนแล้ว ขอทูลลา"
พวกบ่าวไปกันหมดแล้ว คนต่างด้าวทัง้หกคนรวมทัง้ฆานฑิตกับมารทินต่างก็นัง่
เงียบกริบ ในท่ีสุดฆานฑิตเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านสุภาพบุรุษทัง้หลาย เล่นตลกกันสนุกมากแท้ ๆ แต่เหตุใดท่านจึงต้องเป็ น
กษัตริย์เหมือนกันหมด สำาหรับมารทินกับข้าพเจ้าขอรับรองว่ามิใช่เป็ นกษัตริย์"
นายของฆฆัมโพตอบเป็ นภาษาอิตาเลียนอย่างเศร้า ๆ ว่า :
"ข้าพเจ้าไม่ได้เล่นตลก นามของข้าพเจ้าช่ ือว่า พระเจ้าอัฆเมตท่ีสาม(Achmet
III) เป็ นมหาสุลต่านมาเป็ นเวลาหลายปี ข้าพเจ้าปราบดาภิเศก ขับเชษฐาจากพระราชบัลลังก์
แล้วภาคิไนยข้าพเจ้ากลับแย่งบัลลังค์คืน อรรคมหาเสนาบดีข้าพเจ้าถูกตัดหัว ข้าพเจ้าเองถูก
เนรเทศให้ไปตายท่ีเมืองเก่าเสคฺคลิโอ พระราชภาคิไนย คือ มหาสุลต่านมหมุท(Mahomet)
ยอมอนุญาตให้ข้าพเจ้าท่องเท่ียวเพ่ ือบำารุงสุขภาพได้บางครัง้บางคราว ข้าพเจ้าจึงมาเท่ียวฆานิ
วัล ณ กรุงเวนิศนี้"
ชายหนุ่มคนนัง่ถัดสุลต่านอัฆเมตไปกล่าวว่า ดังนี้ :
"นามของข้าพเจ้าคือ อิวาน ครัง้หน่ ึงเป็ นบรมจักรพรรดิรัสเซียปกครองทัว่ทัง้
จักรภพนัน
้ แต่ถูกชิงราชบัลลังค์ตัง้แต่อยู่ในพระอู่ พระราชบิดามารดาถูกจับขังคุก ข้าพเจ้าได้
รับการศึกษาภายในคุกนัน
้ เอง มีบางคราวท่ีข้าพเจ้าได้รับการศึกษาภายในคุกนัน
้ เอง มีบาง
คราวท่ีขา้ พเจ้ารับอนุญาตให้ท่องเท่ียวได้ในความควบคุมของทหารรักษาพระองค์ ข้าพเจ้าจึง
มาเท่ียวงานฆานิวัล ณ กรุงเวนิศนี"้
คนท่ีสามว่า "ข้าพเจ้าคือ พระเจ้าชาลส์เอดเวิด แห่งกรุงอังกฤษ พระราชบิดามอบ
นิติสิทธิใ์ห้แก่ข้าพเจ้าทัง้สิน
้ ข้าพเจ้าต่อสู้เพ่ ือคุ้มครองสิทธิท
์ ัง้นี ผ
้ ู้จงรักภักดีของข้าพเจ้ากว่า
แปดร้อยคนถูกแขวนคอบ้าง ถูกลากคร่าจนตายบ้าง ถูกขังบ้างสำาหรับข้าพเจ้าถูกขังคุก
ข้าพเจ้าจะเดินทางไปกรุงโรม เย่ียมพระราชบิดาผู้ซ่งึ ถูกขับออกจาบัลลังค์เช่นเดียวกับข้าพเจ้า
และพระอัยกาข้าพเจ้า ขณะนีม
้ าเท่ียวงานฆานิวัล ณ กรุงเวนิศ"

ถึงคราวคนท่ีส่ี ว่า : "ข้าพเจ้าเป็ นกษัตริย์ครองกรุงโปลันด์ เคราะห์กรรมสงคราม
ทำาเอาข้าพเจ้าไร้ราชอาณาจักรท่ีสืบมา พระราชบิดาก็รับเคราะห์กรรมเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าก็
ต้องหันไปหาท่ีพ่ึงจากเบ้ืองบนเช่นเดียวกับกับสุลต่านอัฆเมต พระจักรพรรดิอิวาน พระเจ้า
ชาลส์เอดเวิด ผู้ซ่ึงพระเจ้าทรงพิทักษ์รักษามาจนบัดนี ข
้ ณะนีข้้าพเจ้ามาเท่ียวงา
กรุงเวนิศ"
คนท่ีห้าว่า "ข้าพเจ้าก็เป็ นกษัตริย์ครองเมืองโปลันด์เหมือนกัน ถูกชิงบัลลังค์สอง
ครัง้แต่พระเจ้าก็ทรงประทานเมืองให้ใหม่ ข้าพเจ้าได้กระทำาดีย่ิงกว่าพระราชา สำรมำฌัน 1 ทัง้
หลายท่ีได้เคยปกครองในลุ่มทัง้สองข้างแห่งแม่น้ำาวิศตุฬาแต่ก่อนกาล ข้าพเจ้ามอบตนถวาย
แด่พระเจ้าเช่นเดียวกัน มาน่ีหมายจะเท่ียวงานฆานิวล
ั ณ กุรงเวนิศ"
คราวนีร้อบพระราชาองค์ท่ีหกจะว่าบ้าง : "ดูกรท่าน ข้าพเจ้ามิใช่เป็ นเจ้าพญามหา
กษัตริย์ใหญ่ย่ิงทัดเทียมทัง้หลาย, แต่ข้าพเจ้าก็เป็ นราชาเหมือนกัน มีนามว่าธีโอโดร์ ราษฎร
ยกขึ้นเป็ นราชาแห่งเกาะ โฆรศิกำ 2 แม้เคยมีพระนามาภิไธยเป็ นมหาราชา แต่บัดนีแ
้ ม้เพียง
สุภาพบุรุษก็แทบไม่มีใครนับถือว่าเป็ น ข้าพเจ้าเคยตัง้โรงกษาปณ์ทำาเงินเม่ ือก่อนนัน
้ แต่เดี๋ยว
นีเ้งินสักเก๊เดียวก็ไม่มี ข้าพเจ้าเคยมีมหาเสนาบดีสองคน แต่เดี๋ยวนีแ
้ ม้บ่าวสักคนก็แทบจะ
ไม่มี ข้าพเจ้าเคยปรากฎองค์อยู่บนพระบัลลังค์ และข้าพเจ้าก็เคยปรากฏกายอยู่บนหญ้าคาใน
คุกเมืองลอนดอน ยังเกรงอยูว่ ่าข้าพเจ้าอาจจะได้รับเคราะห์เช่นนัน
้ อีกท่ีเมืองนี ข้า้ พเจ้ามา

เวนิศนีก
้ ็เช่นเดียวกับท่านทัง้หลาย คือ เท่ียวงานฆานิวัล"
กษัตริย์ห้าองค์ได้ทรงฟั งดังนัน
้ ต่างก็ทรงรู้สึกสังเวชหฤทัย จึงพระราชทานเงินให้
แก่พระราชาธีโอโดร์ องค์ละย่ีสิบห้าตำาลึงจะได้ไปซ้อ
ื เส้อ
ื ผ้าเคร่ ืองนุ่งห่ม ฆานฑิตนัน
้ ถวายเพ็ชร
เม็ดหน่ ึงมีราคาถึงสองพันห้าร้อยตำาลึง
กษัตริย์ทัง้ห้าตรัสแก่กันและกันว่า "บุคคลผู้มาลำาลองนีค
้ ือใครหนอ สามารถจะ
ให้และให้แล้ว ซ่ ึงเงินอันมากกว่าเราถึงร้อยเท่า"
พอลุกจากโต๊ะ ก็มีท้าวพญามหากษัตริย์อีกส่ีพระองค์ ซ่ ึงถูกขับออกจากเมืองสิน

เน้ือประดาตัวเพราะสงครามเหมือนกันจะมาเท่ียวงานฆานิวัล ณ กรุงเวนิศเหมือนกัน แต่
ฆานฑิตไม่เอาใจใส่ต่อผู้มาใหม่ เพราะใจจดจ่ออยู่กับการเดินทางไปกรุงกันสตันติโนปลฺเพ่ ือ
ติดตามนางคุณิกองผู้เป็ นท่ีรักเสียแล้ว
1
2

- Sarmatian. เป็ นช่ ือท่ีใช้เรียกผู้คนท่ีสืบเช้ือสายมาจากโปแลนด์ในยุคโบราณ
- Corsica

๒๗

กำรเดินทำงเรือไปยังกรุงกันสตันติโนปลฺ

ฆฆัม โพคนซ่ ือได้ไปอ้อนวอนนายเรือตุรกีท่ีจะพาสุลต่านอัฆเมตไปเมืองกันส

ตันติโนปลไว้แล้ว ขอให้รับฆานฑิตกับมารทินไปด้วย ทัง้สองคนนัน
้ ทำาอภินันทนาการต่อองค์
สุลต่านผู้อาภัพแล้วก็ลงเรือ
ฆานฑิตว่ากับมารทินขณะท่ีจะไปลงเรือว่า "เห็นไหมเราทัง้สองกินอาหารกับ
กษัตริย์ไร้บัลลังก์หกองค์ มิหนำาข้าพเจ้ายังได้ทำาทานกับองค์หน่งึ บางทียังจะมีเจ้าชายท่ีอับโชค
ย่งิ กว่านีอ
้ ก
ี มากมาย สำาหรับข้าพเจ้าเพียงแต่ศูนย์เสียแกะไปร้อยตัวเท่านัน
้ บัดนีก
้ ็กำาลังจะโผ
ผวาไปหาวงแขนนางคุณิกองแล้ว มารทินผู้ท่ีรักเอ๋ย อีกครัง้หน่ ึงละคำาของอาจารย์ปางโกลศ
ถูกต้อง คือ ทุกส่ิงทุกอย่างเป็ นไปเพ่ ือดีท่ีสุด"
มารทิน "ขอให้เป็ นจริงเถิด"
ฆานฑิต "แต่ส่ิงท่ีประสพในกรุงเวนิศนัน
้ น่าประหลาดแท้ ไม่เคยปรากฎว่าเคย
ได้เห็นหรือได้ยินมาก่อนเลยว่า กษัตริย์ไร้บัลลังค์หกองค์เสวยร่วมกันในโรงแรมสำาหรับคน
ธรรมดาพร้อม ๆ กัน"
มารทิน "แต่ก็ยังไม่นับว่าประหลาดกว่าส่ิงท่ีเกิดขึ้นกับเราเป็ นส่วนมาก เป็ นของ
ธรรมดาเกิดมาเป็ นกษัตริย์ก็ย่อมจะต้องไร้บัลลังก์ ส่วนในข้อท่ีเรามีเกียรติได้ร่วมโต๊ะเสวยนัน

ก็เป็ นของเล็กน้อยซ่ ึงไม่ควรจะเอาใส่ใจอย่างใดเลย"
พอลงเรือแล้วฆานฑิตก็รีบตรงไปหาฆฆัมโพผู้เป็ นทัง้บ่าวเก่าแก่และมิตร กอดรัด
ด้วยความรักแล้วพูดว่า
"ว่าอย่างไร มีขา่ วนางคุณิกองว่ากะไรบ้าง? นางยังเป็ นน้ำาหน่ ึงแห่งความงามอยู่
หรือไฉน? นางยังรักข้าอยู่ดีหรือ? สบายดีหรือประการใด? เจ้าคงจัดซ้ือวังให้นางอยู่ท่ีเมือ
งกันสตันติโนปลแล้ว มิพักต้องสงสัยเลย"
ฆฆัมโพตอบว่า "นายผู้เป็ นท่ีรัก นางคุณิกองขณะนีก
้ ำาลังล้างถ้วยชามอยู่ริมฝั่ ง

แม่น้ำาโปรปนทิส(Propontis) ตกเป็ นข้าของเจ้าชายพระองค์หน่ ึงซ่งึ มีถ้วยชามท่ีจะล้างน้อย
เหลือเกิน คือราชวงศ์ท่ีนางตกเป็ นทาสอยู่นัน
้ สืบทอดมาแต่วงศ์โบราณ ทรงพระนามว่า รำกั
ตสคิ 1 บัดนีถ
้ ูกเนรเทศ ได้รับค่ากินอยู่จากมหาสุลต่านวันละแปดสลึง แต่ข้อท่ีร้ายย่ิงกว่านีก
้ ็
คือ นางคุณิกองหมดงามเสียแล้ว กลับขีร้ิว้น่าเกลียดย่ิงนัก"
ฆานฑิต "เอาเถอะ จะงามหรือขีเ้หร่ก็ช่างข้าเป็ นคนรักเกียรติยศ ถือเป็ นหน้าท่ีท่ี
จะต้องรักนางอยู่ตอ่ไป แต่เหตุไฉนนางจึงต้องตกระกำาลำาบาก เจ้าก็เอาเงินไปให้ถึงห้าล้าน
หรือหกล้าน"
ฆฆัมโพ "พุทโธ่ ข้าพเจ้าไม่ต้องให้ค่าไถ่สองล้านกับนายโทนเฟรนันโท ณ อิพระ
จ ฟิ กุอิโยรา จ มัสฆารนิส จ ลัมปูรโทส จ สูสา เจ้าเมืองบุอิโนส ในการท่ีจะเอานางมาหรอก
หรือ? แล้วข้าพเจ้าไม่ถูกทหารคอแสร์คนหน่ ึงปล้นเงินท่ีเหลือไปหมดหรอกหรือ? แล้วทหาร
คอแสร์คนนีไ้ม่ได้พาเราไปแหลมมตปั นไปมีโล ไปนิคาริยา ไปสาโมส ไปปี ตรา ไปดาร์ดะแนล
ไปมาโมรา ไปสกุตารีหรอกหรือ? แล้วนางคุณิกองกับหญิงชราก็ไปรับใช้เจ้าชายผู้ซ่งึ ข้าพเจ้า
กล่าวตะกีน
้ ี ข้้าพเจ้าเองก็ตกเป็ นทาสของสุลต่างไร้บัลลังก์"
ฆานฑิตร้องว่า "ช่างประสพทุกข์ภัยเป็ นทอด ๆ อะไรเช่นนัน
้ แต่ถึงอย่างไรข้าก็
ยังมีเพชรเหลืออยู่คงไถ่ค่าตัวนางคุณิกองได้โดยง่ายดาย แต่ก็น่าสังเวชท่ีนางต้องกลับเป็ นขีร้ิว้
ถึงเพียงนัน
้ " ว่าแล้วก็หันไปพูดกับมารทินว่า "ท่านนึกอย่างไรใครควรท่ีจะเป็ นผู้น่าสังเวช
ท่ีสุด สุลต่านอัฆเมต จักรพรรดิอวาน พระเจ้าชาลส์เอดเวิด หรือข้าพเจ้า?"
มารทิน "ข้าพเจ้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข้าพเจ้าจะต้องแลเห็นเข้าไปในหัวใจจึงจะ
สามารถบอกได้"
ฆานฑิต "เออ ถ้าอาจารย์ปางโกลศอยู่ก็คงจะบอกได้"
มารทิน "ข้าไม่รู้วา่ ออาจารย์ปางโกลศของท่านจะเอาเต็งชนิดใดมาชัง่เคราะห์
กรรมมนุษย์ ใส่ตุ้มน้ำาหนักความทุกข์ให้เข็มตรง ข้าพเจ้าพอท่ีจะกล่าวได้แต่เพียงว่า ยังมี
บุคคลเป็ นจำานวนล้าน ๆ บนพ้ืนพิภพนี ซ
้ ่งึ มีคำารำาพันมากว่าพระเจ้าชาลส์จักรพรรดิอิวาน
และสุลต่านอัฆเมต"
ฆานฑิต "ก็เป็ นไปได้อย่างว่า"
ชัว่เวลาสองสามวัน เรือก็เข้าช่องบอสพอรัส ฆานทิตไถ่ตัวฆฆัมโพด้วยเงินจำานวน
สูงมาก ก่อนอ่ ืน แล้วไม่ยอมเสียเวลารีบพากันลงเรือใหญ่ซ่งึ ใช้ทาสตีกรรเชียงเท่ียวเสาะหา
นางคุณิกองตามฝั่ งแม่น้ำาโปรปนทิส ถึงนางจะน่าเกลียดน่าชังอย่างไรก็ไม่ว่า
ในบรรดาคนกรรเชียง มีทาสสองคนตีกรรเชียงอ่อนแอมาก เดี๋ยว ๆ นายร้อยคน
ชาวเลวานต์คอยเอาเอ็นวัวหวดลงท่ีบ่าเปลือยทัง้สองคนนัน
้ ทีหน่ ึง ฆานฑิตผู้มีความรู้สึก
กรุณาโดยธรรมชาติมองดูทาสทัง้สอง เอาใจใส่กว่าคนกรรเชียงอ่ ืน ดูหน้าถึงแม้จะวิกลพิการ
ผิดไปมาก แต่ก็มีส่วนคล้ายกับอาจารย์ปางโกลศกับพระเจสุตบารอนเวศทฟาเฬียผู้เป็ นอนุชา
นางคุณิกองย่งิ ทำาให้ฆานฑิตต้ืนตันและเศร้าใจ ฆานฑิตก็ย่ิงพินิจพิเคราะห์มองดูมากขึ้น
ฆานฑิตพูดกับฆฆัมโพว่า "จริง ๆ นา ถ้าข้าไม่แลเห็นอาจารย์ปางโกลศถูกแขวน
คอกับตาเอง และไม่ได้เสียท่าฆ่าบารอนกับมือเองแล้ว ก็จะต้องนึกว่าใช่คนทัง้สองท่ีตี
กรรเชียงอยู่นัน
่ แหละ"
พอเอ่ยช่ ือบารอนกับปางโกลศ ทาสทัง้สองนัน
้ ก็ส่งเสียงร้องดัง ตัวแข็งอยู่กับท่ี
มือปล่อยกรรเชียง นายร้อยว่ิงมาโบยด้วยเอ็นวัวแรงขึ้นเป็ นสองเท่าส่ีเท่า
ฆานฑิตร้องว่า "หยุดก่อนเจ้าข้า! หยุดก่อน! ข้าพเจ้าจะให้เงินไถ่ตัวเท่าไรก็ให้
ได้"
ทาสคนหน่ ึงร้องว่า "อะไรน่ี ฆานฑิตนัน
่ เอง"
ทาสอีกคนหน่ ึงร้องว่า "อะไรน่ี ฆานฑิตนัน
่ เอง"
ฆานฑิตว่า "ข้าพเจ้าฝั นไปหรือน่ี? ข้าพเจ้าต่ ืนอยู่หรือ? ข้าพเจ้าอยู่ในเรือทาสหรือ

น่ี? น่ีคือบารอนผู้ข้าพเจ้าฆ่าหรือ? น่ีอาจารย์ปางโกลศซ่ ึงข้าพเจ้าเห็นถูกแขวนคอหรือ?"
ทัง้สองตอบว่า "ใช่ข้าพเจ้าแล้ว"
มารทิน "พุทโธ่ คนนีเ้องหรือมหาปรัชญาเมธี"
ฆานฑิต "ท่านนายร้อย ท่านจะเอาค่าไถ่ตัวท่านธันดราแทนทรงค์ผู้เป็ นบารอน
คนเดิมแห่งบารอนทัง้หลายในจักรภพและท่านปางโกลศผู้เป็ นปรัชญาเมธีลึกล้ำาท่ีสุดในเมือง
เยอรมันนีเ้ท่าใด?"
นายร้อยตอบว่า "ไอ้ชาติหมา----เม่ ือหมำ---- 2 สองตัวนีเ้ป็ นถึงบารอน และ
ปรัชญาเมธี ซ่งึ เราไม่สงสัยเลยว่าคงเป็ นตำาแหน่งสูงในเมืองมัน เราจะคิดเอาห้าหม่ ืน"
"ตกลง พาข้าพเจ้าไปกรุงกันสตันติโนปลฺเดี๋ยวนีท
้ ่านจะได้รับเงินทันที เดี๋ยวอย่า
เพ่ิง พาไปตามหานางคุณิกองก่อน"
เม่ อ
ื ได้ตกลงกันในข้อแรกแล้ว นายร้อยก็สัง่ให้หันเรือกลับและให้คนกรรเชียง
เร่งฝี มือแจวเร็วย่ิงกว่านกแหวกฟ้ า ฆานฑิตกอดบารอนกับปางโกลศร้อยครัง้แล้วถามว่า
"เป็ นอย่างไรหนอ ท่านบารอน, ท่ีฆ่าท่านไม่ตาย? อาจารย์ปางโกลศเล่า, ท่านถูก
แขวนคอแล้วคืนชีพมาได้ แล้วเหตุใดจึงมาอยู่เรือตุรกีลำาเดียวกันนี?
้ "
บารอน "จริงหรือท่ีว่าภคินีข้าพเจ้าอยู่ในประเทศนี้"
ฆฆัมโพ "จริง"
ปางโกลศ "ข้าพเจ้าได้ประสพพบฆานฑิตศิษย์ท่ีรักอีกครัง้หน่ ึง"
ฆานฑิตแนะนำาให้ทัง้สองคนรู้จักฆฆัมโพกับมารทิน ต่างสวมกอดกัน แล้วต่าง
คนต่างพูดพร้อม ๆ กัน
เรือแล่นรุดไปถึงท่า ฆานฑิตให้ตามหายิวมาคนหน่งึ ทันที ขายเพ็ชรเม็ดหน่ ึงซ่งึ
ราคาหน่ ึงแสนแต่ได้เงินเพียงห้าหม่ ืน ถึงอย่างนัน
้ ยิวยังสบถสาบานต่อพระอิบราฮิมว่าจะคิด
ให้มากกว่านีอ
้ ีกไม่ได้แล้ว ฆานฑิตเอาเงินชำาระค่าไถ่ตัว
บารอนกับปางโกลศทรุดตัวลงแทบเท้าผู้โปรดให้รอด น้ำาตาอาบเท้าฆานฑิต
บารอนผงกหน้าแสดงความขอบใจ แล้วสัญญาว่าจะใช้เงินคืนให้ในโอกาสแรก
บารอน "จะเป็ นไปได้แน่หรือท่วี ่าภคินีข้าพเจ้าอยู่ในเมืองตุรกีนี้"
ฆฆัมโพ "ไม่มีอะไรแน่กว่าแล้ว นางรับจ้างล้างถ้วยชามอยู่กับเจ้าชายเมืองตรานสิ
ลวนิยา(Transylvania)"
ฆานฑิตให้ตามยิวมาอีกสองคน ขายเพ็ชรไปอีกสองสามเม็ด แล้วออกเดินทาง
โดยเรือกรรเชียงอีกลำาหน่ ึง เพ่ ือจะไปไถ่ตัวนางคุณิกองจากเป็ นทาสเขา
1
2

- Rogotsky
- ไม่กล้าแปลท่จี ด
ุ ๆ ไว้ ต้นฉบับว่า Chistian

๒๘

มีเหตุกำรณ์เกิดกับฆำนฑิต, คุณิกอง, ปำงโกลศ, มำรทิน, ฯลฯ ประกำรใด?

ท่านทะลุ"

ฆำน ฑิตกล่าวกับบารอนว่า "ขอประทานอภัยท่านอีกครัง้เถิดท่ีข้าพเจ้าแทง

บารอน "อย่าพูดถึงอีกเลย ข้าพเจ้าเองก็ยอมรับว่าตัวหุนหันไปหน่อย แต่เม่ ือ
ท่านอยากรู้ว่าข้าพเจ้าประสพเคราะห์กรรมต้องตกมาเป็ นทาสกรรเชียงเรือได้อย่างไร ก็จะเล่า
ให้ฟัง
พอศัลยแพทย์แห่งวิทยาลัยรักษาแผลท่ีท่านแทงหายแล้ว ข้าพเจ้าถูกกองทัพ
สเปญโจมตีและถูกจับเป็ นเชลย ถูกขังอยู่ในคุกเมืองบุอิโนส พอดีกับภคินีของข้าพเจ้าออกจาก
เมือง ข้าพเจ้าขอกลับกรุงโรมไปประจำากองนายพลตามสมณศักดิ เ์ขาแต่งตัง้ให้เป็ นอธิการ
ประจำาตัวอัครราชทูตฝรัง่เศส ณ กรุงกันสตันติโนปล ข้าพเจ้ารับตำาแหน่งนีไ้ด้แปดวัน
เย็นวันหน่ ึงข้าพเจ้าพบชายชาวอิโคกลันคนหน่ ึง รูปงามมากอากาศวันนัน
้ ร้อน
หนุ่มผู้นัน
้ ใคร่จะอาบน้ำา ข้าพเจ้าก็ถือโอกาสนีอ
้ าบด้วย ไม่รู้ว่าการคนคริสเตียนเปลือยกายอยู่
ในห้องเดียวกันกับคนมุสลิมนัน
้ ถือว่าเป็ นมหันตโทษ หัวหน้าผู้พิพากษาตัดสินให้ตีฝ่าเท้า
ร้อยครัง้ แล้วให้ส่งไปทรมานในเรือทาสถึงตาย ข้าพเจ้าไม่นึกว่าจะมีความยุติธรรมอะไรท่ีจะย่ิง
ไปกว่านีอ
้ ีกแล้ว แต่ข้าพเจ้าจะดีใจนัก ถ้าได้รู้เร่ ืองภคินีข้าพเจ้าต้องตกไปเป็ นคนล้างชามเจ้า
ชายชาวตรานสิลวนิยาผู้ซ่ึงอยู่ใต้บังคับตุรกีคนนีไ้ด้อย่างใด"

มารทิน "ท่านเล่า ท่านอาจารย์ เป็ นอย่างไรมาอย่างไรจึงได้มาพบท่านอีก"
ปางโกลศ "จริงแล้วท่ีท่านเห็นข้าพเจ้าถูกแขวนคอ ท่ีจริงข้าพเจ้าควรจะถูกเผาแต่
ท่านคงจำาได้วา่ พอเขาจะเอาข้าพเจ้าขึ้นย่าง ฝนก็ตกลงมาหนักอย่างท่ีสุด พายุก็จัดจนหมด
ความพยายามท่ีจะก่อไฟ เม่ ือทำาอะไรดีกว่านัน
้ ไม่ได้ก็ต้องแขวนคอ
ข้าพเจ้าตายแล้วมีศัลยแพทย์มาขอซ้อ
ื ศพไปชำาแแหละ เอามีดกรีดจากสะดือยาว
ไปถึงหัวกระดูกไหปลาร้า ไม่มีใครจะถูกแขวนคอร้ายย่ิงไปกว่าข้าพเจ้า เพชฌฆาตของพระมหา
วินัยธรเป็ นพระรองอธิการ ถ้าวิธีเผาคนละก็รู้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ทีเดียว แต่วิธีแขวนคอไม่
ชำานาญ เชือกเปี ยกฝนก็เล่ ือนไม่ค่อยได้ง่าย แล้วยังผูกเง่ ือนไม่ดอ
ี ีกด้วย
เล่าสัน
้ ๆ ว่า ข้าพเจ้ายังหายใจออกอยู่ 1 พอหมอลงมีดกรีดผ่า ข้าพเจ้าก็ร้องลัน

ออกมาด้วยความเจ็บกลัว หมอผงะหงายท้อง นึกว่าผ่าเอาผีเข้าแล้ว ว่ิงหนีกลัวแทบจะตายเอา
เลยตกกะไดลงมา เมียได้ยินเสียงเอะอะก็วง่ิ ออกมาจากห้องติด ๆ กัน เห็นข้าพเจ้านอน
เหยียดยาวอยู่บนโต๊ะมีรอยแผลผ่ายาวแต่ไม่ตาย ก็ตกใจย่ิงเสียกว่าผัว ว่งิ หนีสะดุดล้มทับกัน
พอได้สติขึ้นมาเล็กน้อยได้ยินเมียพูดกับผัวว่า 'ท่านเอ๋ยช่างไม่มีความคิดกะไรเลย
ไปชำาแหละศพคนนอกศาสนาได้ ไม่รู้หรอกหรือว่าคนพวกนีม
้ ีปีศาจสิงอยู่ในตัว ข้าพเจ้าจะไป
ตามพระมาขับผีเดี๋ยวนีล
้ ะ' พอได้ยินปรึกษากันเช่นนี ข
้ ้ าพเจ้าตัวสัน
่ รวบรวมความกล้าซ่ ึงยัง
มีเหลืออยู่อีกเล็กน้อย ร้องตะโกนว่า 'ขอความกรุณาข้าพเจ้าด้วย'
ในท่ีสุดหมอเกิดกล้าขึ้นมา ลุกขึ้นมาเย็บแผลให้ ยายเมียก็ยังอุตสาห์พยาบาล
ด้วยซ้ำา พอได้สิบห้าวันก็ลุกเดินได้ หมอหางานให้เป็ นคนรับใช้ติดตามนายทหารม้า คนชาว
มัลตา ซ่งึ กำาลังจะเดินทางไปกรุงเวนิศ ครัน
้ ปรากฏว่านายข้าพเจ้าไม่มีเงินค่าจ้าง ข้าพเจ้าก็ไป
ทำางานอยู่กับพ่อค้ากรุงเวนิศคนหน่งึ แล้วตามมากรุงกันสตันติโนปล
วันหน่ ึงเกิดมีความคิดขึ้นว่าจะตามเข้าไปดูอิหม่านชรากับอุบาสิกาสาวสวย ซ่งึ
กำาลังเข้าไปสวดมนตร์ในโบสถ์ อกนางไม่ปิด ในหว่างถันมีช่อดอกตุลิป ดอกกุหลาบ ดอก
เพาะเดะโก๊ะ ดอกหยาสินธิ ด์อกออรกุลา(tulips, roses, anemones,
ranunculuses, hyacinths, and auriculas) นางทำาช่อดอกไม้ตก ข้าพเจ้าก็หยิบขึ้น
ใส่อกให้นางด้วยความนิยมยินดีเป็ นท่ีสุด ข้าพเจ้ามัวใส่ดอกไม้ท่ีอกนางอยู่นาน จนตาอิหม่าน
แก่แกชักโกรธ
พอเห็นว่าข้าพเจ้าเป็ นคนคริสเตียนก็ร้องบอกให้คนช่วยจับ มันพาเอาไปหาผู้
พิพากษาลงโทษให้เฆ่ียนฝ่ าเท้าร้อยที แล้วส่งไปทรมานในเรือทาส ข้าพเจ้าถูกล่ามโซ่อยู่ในเรือ
ลำาเดียวกับบารอนหนุ่มนี ใ
้ นเรือลำานัน
้ ยังมีชายหนุ่ม
เมืองคอฟูอีกสององค์ พวกนีเ้ล่าเร่ ืองท่ีประจญมาอย่างเดียวกันนี ซ
้ ่งึ ย่อมเกิดขึ้นทุกว่ีทุกวัน
บารอนว่าได้รับความอยุติธรรมย่ิงกว่าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าว่าการท่ีหยิบช่อดอกไม้ใส่อกให้หญิง
อย่างนัน
้ ไม่เป็ นความผิดคิดร้ายย่ิงกว่าเปลือยร่างอยู่กับคนอิโคกลันให้คนเห็นเป็ นไหน ๆ เรา
โต้เถียงกันไม่รู้จักจบ จนถูดหวดด้วยเอ็นวัวย่ีสิบที ก็พอดี สังสารวัฏฏแห่งเหตุการณ์สากล นำา
ท่านมาสู่เรือลำานัน
้ แล้วท่านก็มีน้ำาใจดีช่วยไถ่ค่าตัวให้"

ฆานฑิต "ดีละ ท่านอาจารย์ เม่ ือท่านถูกแขวนคอเอย ถูกชำาแหละเอย ถูกเฆ่ียน
เอย ตีกรรเชียงนอน เช่นนีแ
้ ล้วท่านยังเช่ ืออยู่เสมอหรือว่าทุกส่งิ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพ่ ือความดี
ท่ีสุด"
ปางโกลศตอบว่า "ข้าพเจ้ายังยึดถือความเห็นเช่ ือข้อแรกนัน
้ อยู่เสมอ เพราะ
ข้าพเจ้าเป็ นปรัชญาเมธี ย่อมจะถอนความเช่ ือไม่ได้ โดยเฉพาะปราชญ์อย่างท่านไลบนิตส์
(Leibnitz) จะผิดไม่ได้เป็ นอันขาด นอกจากนัน
้ ความประสานกลมเกลียวซ่งึ ดำารงอยู่แต่
เดิม 2 ย่อมเป็ นของดีท่ีสุดในโลกและ "สมบูรณ์" กับ "สุขุม" ตามท่านไลบนิตส์ 3 ว่าก็เช่น
เดียวกัน" 4
- ท่ีจริงคนท่ีถูกแขวนคอนัน
้ ไม่ใช่ตายเพราะหายใจไม่ออก แต่ตายเพราะเส้นเลือดแดงใหญ่ทัง้สองข้างคอมุม
กระดุกขากรรไกรนัน
้ ถูกรัด เลือดขึ้นสมองไม่ได้ต่างหาก
2 - Per-establisbed harmony
3 - Plenum, mateia subtilis -Leibnitz
4 - ความเห็นของปางโกลศต่าง ๆ นัน
้ วอลแตร์เอาปรัชญาของไลบนิตส์มาล้อเล่นทัง้นัน
้ ซ่ ึงเราเองเป็ นผู้ชาว
พุทธก็เห็นว่าปรัชญาไลบนิตส์ใช้ไม่ได้ เป็ นการสอนให้ไปในทางหลงระเริง ลืมตัวมากกว่า
อน่ึงจะสังเกตเห็นว่า เร่ ืองนี ว้อลแตร์ทำาให้ตัวละครของเขา"เวียนว่ายตายเกิด" ได้อย่างสนิท และมีคำาตรงกับข้อ
นีค
้ ือ สังสารวัฏฏแห่งเหตุการณ์สากล
1

CANDIDE ENGLISH VERSION: CHAPTER 28

CLICK

๒๙

ฆำนฑิตพบนำงคุณิกองกับหญิงชรำอีกอย่ำงไร?

ฆำน ฑิต, บารอน, ปางโกลศ, มารทินและฆฆัมโพต่างเล่าเร่ ืองท่ีได้ประจญมา

หลายอย่างหลายประการ ต่างหาเหตุผลเก่ียวกับอนิจจังและนิจจังแห่งเหตุการณ์สากลโลก
ต่างทุ่งเถียงกันในเร่ ืองผลและเหตุ ในเร่ ืองศีลธรรมและบาปอกุศลในเร่ ืองเสรีภาพและความ
จำาเป็ น ตลอดจนทาสตีกรรเชียงเรือตุรกีจะพึงบำาบัดความทุกข์ปลอบใจตนอย่างไร เรือมาถึง
ตำาหนักเจ้าชาย ตรำนสิลวนิยำ 1 ท่ีฝั่งแม่น้ำาโปรปนทิส ส่ิงแรกท่ีสายตาของทุกคนประสพคือ
นางคุณิกองกับหญิงชรากำาลังตากผ้าเช็ดถ้วยชามอยู่
บารอนเห็นดังนัน
้ หน้าเผือดลง ฆานฑิตผู้ลุ่มรักและการุณเห็นโฉมงามคุณิกอง
ดำาคล้ำา ตาแดงก่ำา คอเห่ียว แก้มย่น แขน ผิวกร้านแดง ถึงกับถอยหลังไปสามก้าว ความ
เกลียดกลัวเข้าจับใจ แต่แล้วก็ก้าวเข้าไปหาด้วยมารยาทอันงาม นางเข้ามากอดฆานฑิตและ
อนุชา ฆานฑิตสวมกอดหญิงชรา แล้วไถ่ตัวคนทัง้สองพ้นจากทาสไป

มีนาผืนน้อยอยู่แถวนัน
้ ผืนหน่ ึง หญิงชราแนะฆานฑิตให้อยู่ท่ีนัน
่ กันไปพลาง
ก่อนท่ีจะหาท่ีอยู่ได้ดีกว่านัน
้ นางคุณิกองไม่รวู้ ่าตัวได้กลับกลายเป็ นคนขีร้ิว้ไปแล้ว เพราะไม่มี
ใครบอกให้นางจึงเตือนฆานฑิตให้ระลึกถึงคำามัน
่ สัญญา น้ำาเสียงท่ีกล่าวเตือนนัน
้ หนักแน่น
จนฆานฑิตคนดีไม่กล้าจะบอกปั ดได้ ฆานฑิตจึงแจ้งเร่ ืองนีก
้ ับบารอนโดยถือว่าสนิทกันแล้ว,
แสดงความตัง้ใจจะแต่งงานกับเชษฐภคินีต่อไป

บารอนพูดว่า "ข้าพเจ้าจะไม่ยินยอมทัง้ในส่วนนางผู้จะลดตนเป็ นคนสาระเลว
และในส่วนท่านซ่ ึงจองหองพองเผยอ ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้ถูกติเตียนเพราะต้องเส่ ือมศักดิเ์ช่น
นีเ้ลย โอรสธิดาของพระพ่ีนางจะเข้าวัดในเมืองเยอรมันกระไรได้ อย่าเลย! ผู้ท่ีพระพ่ีนางจะ
สมรสด้วยก็ต้องเป็ นบารอนแห่งจักรภพเยอรมันเท่านัน
้ "
ไหวไม่

นางคุณิกองทรุดตัวลงแทบบาทอนุชา หลัง่อัสสุชลอาบบาท แต่อนุชาก็หาหวัน

ฆานฑิต "ไอ้คนโฉดเอ๋ย ข้าโปรดเจ้าให้พ้นจากเรือทาสมา ออกค่าไถ่ให้ ตลอดจน
พ่ีนางเจ้าด้วย นางเป็ นคนล้างชามสิน
้ สวยน่าเกลียด แต่ข้าก็ยงั ลดตัวลงแต่งงานด้วย เจ้ายังทำา
ทานทัดขัดขวางเดี๋ยวก็จะฆ่าเสียอีกหรอก ขืนมายัว่ให้โกรธอีกเถอะ"
บารอน "จะฆ่าเราก็เชิญเถิด แต่ท่ีจะยอมให้สมรสกับพระพ่ีนางข้านัน
้ ไม่ได้ ตราบ
ใดท่ีข้ายังมีชีวิตอยู่"
1

- Transylvania

๓๐

บทส่งท้ำย
งานกสิกรรมนีแ
้ หละช่วยข้าพเจ้าและลูก ๆ ให้พ้นจากอกุศลทัง้สาม
คือกระทำาชัว่ ความอยากและความหน่ายรำาคาญ

ใน ก้นบึ้งหัวใจฆานฑิตนัน
้ ไม่มีความปรารถนาจะแต่งงานกับนางคุณิกองเลย

แต่ความหย่ิงยะโสอันเหลือแสนของบารอน ทำาให้ฆานฑิตตัง้ใจจะจัดการสู่สมให้สำาเร็จจนได้
นางคุณิกองก็เร่งเร้าอย่างแข็งแรง จนฆานฑิตไม่สามรถจะสลัดคำามัน
่ สัญญาลง จึงปรึกษากับ
ปางโกลศ, มารทินและฆฆัมโพคนซ่ ือ ปางโกลศลงมติดีวิเศษโดยพิสูจน์ว่าบารอนไม่มีสิทธิ ์
เหนือพ่ีนาง
ว่าโดยกฏหมายแห่งจักรภพแล้วนางย่อมจะสมรสกับฆานฑิตได้ดว้ ยมือเบ้อ
ื งซ้าย
ส่วนมารทินนัน
้ ลงมติว่าให้จับบารอนโยนลงทะเล ฆฆัมโพตัดสินว่าเอาไปส่งคืนเรือทาสให้
นายร้อยดีกว่า
ในท่ีสุดก็ตกลงกันว่าจะส่งตัวกลับไปกรุงโรมไปยังพระราชาคณะใหญ่โดยเรือลำา
แรก ข้อตกลงนีเ้ห็นชอบพร้อมกัน หญิงชราก็เห็นด้วย ไม่มีใครพูดอะไรให้นางคุณิกองรู้ และ
การนีก
้ ็ใช้เงินเพียงเล็กน้อย แล้วยังเป็ นท่ีพอใจสองชัน
้ อีกด้วย คือส่งพระเจสุตไปเข้ากรุงได้ ๑
กับลงทัณฑ์อติมานะบารอนเยอรมันได้ ๑
เป็ นธรรมดาท่ีจะต้องนึกเห็นต่อไปว่า หลังจากท่ีได้ประจญทุกข์ภัยมามากมาย
แล้วฆานฑิตก็แต่งงานกับนางคุณิกองและอยู่ดว้ ยกันกับปรัชญาเมธีปางโกลศ ปรัชญาเมธีมาร
ทิน ฆฆัมโพคนช่างรู้ และหญิงชรา,
ทัง้ ๆ ท่ีได้เพ็ชรมากหลายมาจากเมืองอินฆัสโบราณ (Ancient Incas), น่าจะ
อยูด
่ ีสุขด้วยกันต่อไป แต่พวกยิวรีดนาทาเน้นจนกระทัง่เหลืออยู่แต่นาผืนน้อยเท่านัน
้ เมีย
ฆานฑิตก็น่าเกลียดลงทุกวันเอาใจยาก เลีย
้ งแทบไม่ไหว, หญิงชราก็ง่อนแง่นจู้จีย
้ ่ิงกว่านาง
คุณิกองเสียอีก ฆฆัมโพทำาสวนเอาผักไปขายท่ีกรุงกันสตันติโนปลฺ งานหนักเหน่ ือยล้าด่าแช่ง

โชคชาตาตน ปางโกลศก็หมดกำาลังใจท่ีไม่ได้ฉายแสงเป็ นอาจารย์อยู่ตามมหาวิทยาลัยในเมือง
เยอรมัน ส่วนมารทินนัน
้ มีใจมัน
่ รู้ตัวอยู่วา่ จะอยู่น่ีหรืออยู่ไหนก็ไม่ดีไปกว่านี จ้ึงอดทนต่อ
ส่ิงต่าง ๆ ด้วยขันติธรรม
บางทีฆานฑิต, มารทิน ปางโกลศทุ่มเถียงกันถึงศีลธรรมปรัชญา, มองหน้าต่าง
เห็นอยู่เสมอ ๆ ว่ามีเรือบรรทุกพวกนักปราชญ์ตุรกีคือเอฟเฟนดี (effendis) เจ้านายคือปา
ชา ผู้พิพากษาคือฆาดี ต้องถูกเนรเทศไปเมืองเลนโนสมิติยลีน หรือเอร์เสรุม แล้วก็เห็นฆาดี
ปาชา เอฟเฟนดี คนใหม่ไปแทนคนเก่าท่ีถูกเนรเทศนัน
้ แล้วพวกใหม่ก็ถูกเนรเทศไปอีก
เปล่ียนไปเปล่ียนมาดังนี บ
้ างทีก็เห็นหัวคนเสียบไม้อย่างดีจะนำาไปถวายพระเจ้ากรุงตุรกี
ภาพดังกล่าวนีเ้พ่ิมการสนทนาโต้เถียงกัน ถ้าไม่ได้เถียงกันกาลเวลาก็ถ่วงชีวิต
หนักอึง้ อยู่ จนวันหน่ ึงหญิงชราเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าพเจ้าอยากจะรู้ว่าอย่างไหนท่ีจัดว่าร้ายกว่าเพ่ ือ คือ ถูกโจรสลัดนิโกรข่มขืน
ร้อยหน หรือว่าถูกตัดเน้ือก้นออก หรือว่าเดินไปในหว่างแถวทหารบุลการ์ให้เขาโบย หรือถูก
เฆ่ียนแล้วแขวนคอท่ีบูชายัญญ หรือว่าถูกชำาแหละ หรือว่าเป็ นทาสตีกรรเชียง พูดสัน
้ ๆ คือ
ว่าอย่างไหนจัดว่าร้ายกว่า คือต้องทนทุกข์ทรมานอย่างท่ีพวกเราได้โดนกันมานัน
้ หรือว่าอยู่น่ี
เฉย ๆ ไม่ทำาอะไร"
ฆานฑิต "ปั ญหานีใ้หญ่มาก"
การสนทนาครัง้นีท
้ ำาให้เกิดความคิดสว่างขึ้นหลายอย่าง มารทินลงมติเป็ นพิเศษ
ว่าคนเราเกิดมานัน
้ ถ้าไม่อยู่ในภาวะไร้สงบว่อกแวกแล้ว ก็ต้องอยู่ในท่ีสงัดแสนรำาคาญ ฆาน
ฑิตยังไม่สู้เห็นด้วยกับข้อนี แ
้ ละไม่ตอบรับว่ากะไรปางโกลศยอมรับว่าตนได้ทนทุกข์ทรมาน
สาหัสอยู่ตลอดมา แต่เม่ ือได้เคยลงเน้ือเห็นเสียแล้วว่า ทุกส่ิงทุกอย่างย่อมเป็ นไปด้วยดี ก็
คงจะต้องกล่าวเช่นนัน
้ ต่อไป ถึงแม้จะเลิกเช่ ือแล้วก็ตาม
มีเร่ ืองเกิดใหม่ช่วยให้มารทินฝั งแน่นในหลักการความทุกข์รำาคาญ แต่กลับทำาให้
ฆานฑิตโอนเอียง และฉงนสนเทห์ในหลักการของปางโกลศมากขึ้น เร่ ืองนัน
้ คือ วันหน่ ึงนาง
ปะแก็ตกับพระจิโรเฟฺลมาท่ีท่ีนา ตกทุกข์แสนเข็ญอย่างท่ีสุด เงินสามพันปิ ยัสตร์ท่ีฆานฑิตให้
นัน
้ ใช้ทิง้ ๆ ขว้าง ๆ ไม่กว่ี ันก็หมด ทิง้กัน คืนดีกัน ทะเลาะกัน ติดคุก หนีคุก พระจิโรเฟฺล
แปลงชาติเป็ นตุรกี ส่วนนางปะแก็ตคงหากินทางโสเภณีทัว่ไปทุกแห่งแต่ไม่ได้รับผลอะไร
มารทินพูดกับฆานฑิตว่า "ข้าพเจ้ารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเงินกำานัลของท่านนัน
้ จะต้อง
หายละลายไปในไม่ช้า แล้วจะกลับจะทำาให้สองคนนีท
้ ุกข์ยากมากกว่าเดิมเสียอีก ท่านเอ
งกับฆฆัมโพก็เหมือนกัน ได้เงินมานับเป็ นล้าน ๆ แต่กระนัน
้ ก็ยังไม่มีความสุขกว่าพระจิโรเฟฺล
กับนางปะแก็ตเลย"
ปางโกลศพูดกับนางปะแก็ตว่า "ฮะ, พระเจ้าทรงชักจูงเจ้ากลับมาหาพวกเราอีก
ครัง้หน่ ึง อีหนูเอ๋ย เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าเป็ นตัวการให้ข้าเสียปลายจมูก ตาข้างหน่ ึงกับหูข้างหน่งึ ดัง
ท่ีเห็นอยู่นี น
้ ่ีโลกอะไรกันหนอ?"
เคย

การประสพพบกันใหม่นี ก
้ ่อต้นการพิจารณาทางปรัชญากันใหม่ย่ิงใหญ่กว่าเช่น

ในแถวนนัน
้ มีพระในศาสนามหหมัด (เทรวิษ-dervish) องค์หน่งึ เป็ นผู้มีช่ือ
เสียงเป็ นท่ีเล่ ือมใสว่าเป็ นปรัชญาเมธี ไม่มีใครสู้ทัง้เมืองตุรกี หมู่ฆานฑิตพากันไปขอปรึกษา
หาทางปฏิบัติ ปางโกลศเป็ นผู้พูดว่า
"ท่านอาจารย์เจ้าข้า พวกข้าพเจ้ามาขอให้ท่านอธิบายว่า เหตุใดสัตว์ประหลาดคือ
มนุษย์เรานีจ้ึงถูกสร้างมา?"
พระปรัชญาว่า "สูเจ้าจะไปยุ่งอะไรด้วย ธุระปะปั งอะไรของเจ้าหรือ?"
ฆานฑิต "ก็แต่ว่า ท่านอาจารย์, ในโลกนีม
้ ีแต่ความชัว่ท่ีน่าเกลียดกลัวนัก"

พระปรัชญา "สำาคัญอะไรท่ีว่าชัว่ว่าดี เม่ ือพระเจ้าประทานเรือมาเมืองอิยิปต์
พระองค์ทรงดำาริให้ปวดเศียรเมือ่ไรว่าไอ้พวกหนูท่ีอยู่เรือนัน
้ มันจะสบายหรือไม่สบาย"
ปางโกลศ "ก็เช่นนัน
้ จะทำาอย่างไรเล่าเจ้าข้า"
พระปรัชญา "สงบปากเสีย"
ปางโกลศ "ข้าพเจ้าหวังว่าจะมาหาเหตุผลกับท่านอาจารย์สักเล็กน้อย เก่ียวกับผล
และเหตุเก่ียวกับโลกซ่ ึงดีท่ีสุด ต้นเหตุบาปอกุศล ธรรมชาติ วิญญาณ และความประสานกลม
เกลียวอันมีมาแต่เดิม"
กล่าวได้เพียงเท่านี พ
้ ระท่านก็เข้าห้องปิ ดประตูใส่หน้าพวกนัน

ขณะท่ีสนทนากันนี ม
้ ี ข่าวเล่าสะพัดมาว่าพระวินัยธรมหมัด
คนถูกรัดคอตายท่ีกรุงกันสตันโนปลฺและพรรคพวกอีกหลายคนถูกหลาวเสียบตาย ข่าวมหา
ภัยนีก
้ ่อให้เกิดอึงคะนึงอยู่หลายชัว่โมง
ปางโกลศ, ฆานฑิต มารทินก็พากันกลับไปนา เห็นตาแก่คนหน่ ึงนัง่รับอากาศ
สดช่ ืนอยู่ท่ีประตูบ้านใต้ก่ิงส้ม ปางโกลศชอบซักไซ้พอ ๆ กับชอบโต้เถียงเข้าไปถามตาแก่ว่า
พระวินัยธรผู้ถูกรัดคอตายนัน
้ ช่ ือไร
ตาแก่วฒ
ุ ิชนว่า "ข้าไม่รู้ ข้าไม่เคยรู้จักช่ ือพระวินัยธรหรือเสนาบดีคนไหนเลย
เร่ ืองราวท่ีเจ้าเล่ามานัน
้ ข้าก็ไม่มีความรู้แม้แต่นิดเดียว ข้าได้แต่กะการณ์ทัว่ ๆ ไปว่า คนใดไป
เท่ียวยุง่ กับการจัดงานสาธารณกิจแล้ว ย่อมจะต้องตายอย่างน่าทุเรศ สมน้ำาหน้ามัน ข้าไม่เคย
เอามาคิดให้เสียหัวเลย ว่าเขาจะทำาอะไรกันท่ีในกรุงกันสตันติโนปลฺ ข้าพอใจอยู่แต่จะส่งผลไม้
ท่ีขา้ ปลูกในสวนนีไ้ปขายท่ีในกรุงนัน
้ ได้ก็พอแล้ว"
เม่ อ
ื ได้กล่าวเช่นนีแ
้ ล้ว ก็เชิญแขกเข้าไปในบ้าน ลูกชายสองคนลูกสาวสองคนยก
น้ำาผลไม้หลายชนิดมาเลีย
้ ง น้ำาผลไม้นีท
้ ำาเองทัง้นัน
้ ทำาจากไคมัค (caymac) ปรุงกล่ินรส
ด้วย เปลือกมะงัว่ (citrons)แช่อ่ิมก็มี ทำาจากส้มก็มี มะนาวก็มี สับปะรดก็มี ลูกพิศตาชิโยก็
มีกาแฟโมคคา(pistachio nuts, and Mocha coffee) อย่างไม่ปลอมปนกับกาแฟ
ปั ตตาเวียหรือกาแฟอเมริกันเลว ๆ ก็มี เม่ ือด่ ืมกันแล้ว ลูกสาวตาแก่มุสลิมคนนัน
้ ก็เอา
น้ำาหอมมาประพรมเคราให้แขก
ฆานฑิตพูดกับตาแก่ว่า "ท่านจะต้องมีท่ีดินกว้างใหญ่ไพศาล ดีวิเศษเป็ นแน่ที
เดียว"
ตาแก่ตอบว่า "ข้าพเจ้ามีเพียง ๖๐๐ ไร่เท่านัน
้ ข้าพเจ้ากับลูก ๆ ช่วยกันเพาะ
ปลูก งานกสิกรรมนีแ
้ หละช่วยข้าพเจ้าและลูก ๆ ให้พ้นจากอกุศลทัง้สาม คือกระทำาชัว่ ความ
อยากและความหน่ายรำาคาญ"
ในขณะเดินกลับบ้าน ฆานฑิตตรึกตรองคำาพูดของคนแก่อย่างลึกซึ้ง แล้วพูดกับ
ปางโกลศกับมารทินว่า
"ตาแก่ตุรกี คนซ่ ือผู้นีค
้ งจะอยู่ในฐานะอันพึงใจย่ิงกว่ากษัตริย์ทัง้หกท่ีเรามี
เกียรติได้ร่วมเสวยนัน
้ มากมาย"
ปางโกลศ "ความภูมิฐานย่อมเป็ นอันตรายใหญ่หลวง กล่าวตามหลักฐานปรัชญา
ว่าดังนีก
้ ล่าวสัน
้ ๆ โดยท่ี เอคลอน, กษัตริย์โมอับถูกเอหุดสังหาร ๑, อับสลัมถูกโยงกับมวย
ผมแล้วยิงตายด้วยธนูสามดอก ๑, ราชานาทับ โอรสพระเจ้าเชโรโบอัมถูกพาสาฆ่าตาย ๑,
ราชาเอลาถูกสิมรีฆ่าตาย ๑, อหสิอาถูกเชหูฆ่าตาย ๑, อธลิอาถูกเชโหยาดาฆ่าตาย ๑, ราชาเช
โหยากิม เชโฆนิยาห์ เสเดกิอาห์ถูกจำาจอง ๑, และท่านก็ย่อมรูว้ ่าฆรีสุส, อัสติยาเคส, ทาริยุส,
ดิออนนิสิยุสแห่งสิรคูส, ปิ ยรุสเปรสิยุส, ฮันนิบัล, ชูกูรธา, อริโอวิศตุส, ศีศาร์, ปอมเปย์, โน
โร, โอโฮ, วิเตลลิยุส, โทมิติยัน พระเจ้าริชาดท่ีสองของกรุงอังกฤษ, พระเจ้าเอดเวิดท่ีสอง,
พระเจ้าเฮนร่ีท่ีหก, พระเจ้าริชาดท่ีสาม, พระนางมารีสจ๊วด พระเจ้าชาลส์ท่ีหน่ ึง พระเจ้าอังรีทัง้

สามของกรุงฝรัง่เศส สมเด็จจักรพรรดิเฮนรีท่ีส่ีท่านก็ย่อมรู้ว่า-----"
ฆานฑิต "ข้าพเจ้ารู้ด้วยว่า เราต้องเพาะปลูกในสวนของเรา"
ปางโกลศ "ท่านถูกแล้ว โดยเหตุท่ีว่าเม่ ือพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นทีแรกก็ให้อยู่ใน
สวนเอเดน พระองค์ให้มนุษย์อยู่ท่ีนัน
่ ก็เพ่ ือ กรณียำ กาตัพพำ คือจะได้ทำาการเพาะปลูก ซ่งึ
แสดงว่าคนเราเกิดมาจะขีค
้ ร้านไม่ได้"
มารทิน "ทำางานกันเถิด ไม่ต้องโต้เถียงกันเป็ นทางเดียวเท่านัน
้ ท่ีจะทำาให้ทนมี
ชีวิตอยู่ได้"
สมาชิกสังสรรค์น้อย ๆ นัน
้ ทุกคนพากันปฏิบัติตามข้อคิดอันพึงชมนี ต
้ ่างทำา
ตามความสามารถของตัวต่าง ๆ กัน ท่ีดินผืนน้อยก็ผลิตผลดกสะพรัง่ นางคุณิกองนัน
้ ขีร้ิว้น่า
เกลียดมากจริงแต่นางกลับเป็ นแม่ครัวทำาขนมดี นางปะแก็ตทำางานเย็บปั กถักร้อย หญิงชรา
ซักฟอก ทุกคนแม้พระจิโรเฟฺลก็ไม่เว้น ต่างช่วยกันทำางานเพ่ ือกันและกัน พระเป็ นผู้ติดต่อ
สัมพันธ์ดี และเป็ นคนซ่ ือ
บางทีปางโกลศพูดกับฆานฑิตว่า
"โดยท่ีมีสังสารวัฏฏแห่งเหตุการณ์ในโลกนีอ
้ ันดีท่ีสุดแห่งโลกทัง้หลายนัน
้ เอง
เพราะหากท่านไม่ถูกถีบออกจากปราสาทวิเศษ เน่ ืองจากทำาความรักนางคุณิกอง หากท่านไม่
ได้ถูกพระวินัยธรสอบสวน หากท่านไม่ได้ข้ามไปอเมริกา หากท่านไม่ได้แทงบารอน หากท่าน
ไม่ศูนย์เสียแกะท่ีเอามาจากเมืองวิเศษอัลโฑรโฑ ท่านก็จะไม่ได้มานัง่กินมะงัว่แช่อ่ิมกับลูกพิศ
ทาชโยอยู่ท่ีน่ี"
ฆานฑิต "ท่ีวำ่ มำทัง้นัน
้ ก็ดีแท้ แต่ทว่ำไปทำำสวนกันดีกว่ำ"

ภำคผนวก

ประทีปดวงหน่ึงแห่งเสรีธรรมของโลก
ฟรังซัวส์ มารี อารูเอต์ เดอ วอลแตร์

"ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เห็นพ้องกับท่านสักนิดเดียว
แต่กระนัน
้ ข้าพเจ้าก็ยินดีเอาชีวิตเข้าแลกเพ่ ือเสรีภาพในการพูดของท่าน"

Voltaire

Pen name of François Marie Arouet. (1694-1778)
French philosopher and writer
whose works epitomize the Age of Enlightenment,often attacking injustice and intolerance.
He wrote Candide (1759)and the Philosophical Dictionary (1764)

"ถึง แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เห็นพ้องกับท่านสักนิดเดียว แต่กระนัน
้ ข้าพเจ้าก็ยินดี

เอาชีวิตเข้าแลกเพ่ ือเสรีภาพในการพูดของท่าน"

ประชาชนส่วนมากยอมรับนับถือถ้อยคำาประโยคนีข้องวอลแตร์ ถ้อยคำาประโยค
นีป
้ รากฎอยู่ในหนังสือชีวประวัติ ซ่งึ ผู้แต่งได้พยายามรวบรวมชีวิตอันยืดยาวของวอลแตร์ไว้
อย่างครบถ้วน วอลแตร์พร่ำากล่าวส่งเสริมและขอร้องให้นักเขียนในสมัยนัน
้ ให้จับปากกาขึ้น
ต่อสู้เพ่ ือความคิดอิสสระ วอลแตร์เป็ นคนแรกท่ีได้เปล่ียน ศักราชท่ีไม่เอาเหตุผล มาเป็ น
ศักราชท่ีฟังเหตุฟังผล
ชนสมัยนัน
้ ประณามวอลแตร์วา่ เป็ นคนไม่มียางอาย ชอบจับผิดผู้อ่ืน เพราะเหตุ
ว่าวอลแตร์ต่อสู้เพ่ ือสิทธิของบุคคลทัว่ไป วอลแตร์กล่าวว่า คนเราย่อมมีความนึกคิดเป็ นของ
ตัวเอง ไม่จำาเป็ นจะต้องเช่ ือฟั งความคิดของผู้อ่ืนเสมอไป
ประชาชนพากันกล่าวว่า วอลแตร์เป็ นคนท่ีไม่นับถือพระนับถือเจ้า และแทนท่ี
วอลแตร์จะโต้ตอบกับประชาชน วอลแตร์กลับไปวิงวอนพระผู้เป็ นเจ้า
"โธ่ พระองค์ไม่นับถือผู้นำางานของพระองค์มาเผยแพร่"
"โธ่ พระองค์โปรดฟั งคำาสุดท้ายของข้าเจ้า"
"ผิดว่าข้าเจ้าประพฤติผิดก็เพราะเพ่ ือพิสูจน์กฎของพระองค์ จิตต์ใจของข้าเจ้าอาจ
เล่ ือนลอย แต่ก็ยังนับถือพระองค์อยู"่
วอลแตร์ได้กล่าวด้วยความถ่อมตัวและด้วยหัวใจท่ีสำานึกในบุญบาป วอลแตร์ไม่
เคยติเตียนการเช่ ือมัน
่ ในส่ิงมีเหตุมีผล หากแต่ติเตียนเฉพาะการเช่ ือถือลางท่ไี ม่มีเหตุผล และ
ดูถูกผู้ท่ีเช่ ือมัน
่ ในส่ิงจอมปลอม
เด็กผู้เม่ ือภายหลังใช้นามว่า วอลแตร์ (นามปากกา) นีเ้กิดในกรุงปารีส เม่ ือวันท่ี
๒๙ พฤศจิกายน คศ. ๑๖๙๔ และได้รับนามตามลัทธิคริสตศาสนาว่า ฟรังซัวส์ มารี อารูเอต์
กำาพร้ามารดาเม่ ืออายุได้ ๖ ปี เต็ม อารูเอต์เป็ นเด็กท่ีออ
่ นแอร่างเล็ก แต่เล็กอย่างน้ำาใจทรหด
และรักการเรียนเป็ นชีวิตจิตต์ใจ
เม่ อ
ื อายุได้ ๑๗ ปี วอลแตร์ตัง้ใจแน่วแน่ว่าจะเป็ นนักวรรณคดี แต่บิดาของอารู
เอต์เป็ นผู้มีความเห็นคล้อยไปตามความเห็นของสังคม และใจบุญอย่างไม่ลืมหูลืมตา เห็นว่า
อาชีพในทางวรรณคดีจะไปไม่รอด จึงบังคับให้วอลแตร์เข้าฝึ กหัดงานในสำานักราชการ ซ่ ึงเป็ น
ท่ีของคนหนุ่ม ๆ ไปแสดงความมัง่มีแข่งกับความเหลวแหลก เม่ ือทางสำานักงานได้ส่งหนุ่มคน
นีไ้ปประจำาสถานทูตในฮอลันดา เจ้าหนุ่มน้อยกลับไปพาผู้หญิงในครอบครัวท่ียากจนคนหน่ ึง
หนี และวอลแตร์ต้องถูกส่งกลับบ้านอย่างน่าอาย พ่อของเขาได้กล่าวตักเตือนเขาว่า ถ้าจะขืน

บำาเพ็ญตนเป็ นนักประพันธ์เขาจะต้องไส้แห้ง แต่กระนัน
้ ก็ดี หาทำาให้ความมัน
่ ใจของเขาท่ีจะ
เป็ นนักเขียนลดน้อยลงไปแต่อย่างใด พ่อของเขาพยายามขัดขวางว่าจะตัดเขาออกจากกอง
มฤดก

ภายในระยะสิบปี หนุ่มน้อยวอลแตร์กลับมีช่ือเสียงในทางประพันธ์ ทัง้นีเ้น่ ือง
ด้วยพนักงานเซ็นเซอร์มีส่วนช่วยให้ผลงานของเขาเด่นขึ้น คือหนังสือทุกเล่มของวอลแตร์ท่ี
เขียนออกมาถูกเจ้าพนักงานสัง่ห้าม และเจ้าพนักงานได้สัง่ปิ ดโรงละครท่ีแสดงเร่ ืองของเขาใน
คืนท่ีสามทุกคราวเสมอมา เม่ ือเป็ นท่ีรู้กันเช่นนี โ
้ รงละครซ่ ึงแสดงเร่ ืองท่วี อ
คืนแรกจะแน่นไปด้วยชาวปารีสชัน
้ สูง และพวกนีพ
้ ยายามจดจำาประโยคท่ีสำาคัญและเผ็ดร้อน
ไว้อย่างขึ้นอกขึ้นใจ หนังสือของเขาก็จำาหน่ายจ่ายแจกออกไปได้อย่างรวดเร็ว ราวกับสมุดของ
พวกองค์การใต้ดิน และประชาชนในต่างประเทศคอยหาอ่านกันด้วยความกระหาย เจ้าหน้าท่ี
กล่าวหาว่าวอลแตร์เป็ นผู้ทำาลายศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่ก็มิสามารถจะชีล
้ งไปให้เห็น
ว่าตอนนัน
้ ตอนนีข้องหนังสือนัน
้ ๆ ไม่ดีอย่างนัน
้ อย่างนีไ้ด้
บทละครและนวนิยายท่ีค่อนข้างรุนแรงของวอลแตร์แท้ ๆ นัน
้ วางขายกัน
เกล่ ือนกลาดไปในต่างประเทศ แต่ทุกคนเข้าใจดีถึงความหมายสองแง่ในทางการเมือง
ประชาชนชอบอ่านและนำามาถกกันอย่างสนุกขบขัน เสียงหัวเราะของประชาชนเหมือนหน่ ึง
เปลวไฟท่ีรัฐบาลไม่สามารถจะดับเสียได้ และวอลแตร์ต้องถูกคุมขังอยู่ในคุกบาสตีย์เกือบปี
แม้วอลแตร์จะได้รับความอยุตติธรรมอย่างไรก็ตามในส่วนตัวเขาไม่ปริปากแต่
อย่างใด แต่ถ้าผู้อ่ืนได้รับความอยุตติธรรมแล้ว เขาจะไม่ยอมน่ิงเฉยอยู่เป็ นอันขาด
ครัง้หน่ ึง เอดรีอัง เลคูวแวร์ นางละครชัน
้ เย่ียมของฝรัง่เศสกำาลังนอนใกล้จะตาย
อยู่ และวอลแตร์ได้มานัง่อยู่ข้างท่ีนอน(ดู ฆานฑิต บทท่ี ๒๒) วอลแตร์ได้ยินพระกล่าวหาว่า
ศิลปของเธอเป็ นส่ิงท่ีน่าอับอายขายหน้า แต่เลคูแวร์ก็ได้ปฏิเสธอย่างแข็งขันและอย่างภาคภูมิ
ในศิลปของเธอ พระได้ละทิง้เธอไว้โดยไม่ยอมทำากิจทางศาสนาคือขอทางสวรรค์ให้ตาม
ประเพณี และตำารวจก็ได้ห่อศพเธอเป็ นก้อนแล้วรีบเอาปูนขาวโรยทันที ตัง้แต่วันนัน
้ มาวอล
แตร์ก็จงเกลียดจงชังความโหดร้ายของคริสตศาสนิกชน แต่วอลแตร์มิได้เคยแสดงการเหยีด
หยามธรรมะของพระไครสต์เลย วอลแตร์ได้กล่าวตักเตือนไว้ว่า "คนท่ีพูดกับท่านว่า จงเช่ ือ
ตามฉันมิฉะนัน
้ พระจะลงโทษท่านนัน
้ เขาหมายความว่า จงเช่ ือตามฉันมิฉะนัน
้ ฉันจะฆ่า
ท่าน"
ในไม่ช้าวอลแตร์ก็ต้องถูกจับเข้าคุกอีกเป็ นครัง้ท่ีสอง และได้รับการปลดปล่อย
ออกในเม่ ือให้สัญญาว่าจะออกจากประเทศฝรัง่เศสไป แล้วเขาก็รีบลงเรือเดินทางไปยัง
ประเทศอังกฤษ
เม่ อ
ื อยู่ในอังกฤษ เขารู้สึกปล้ืมใจและประหลาดในท่ีได้เห็นกษัตริย์องั กฤษมี
ความรักใคร่นับถือเขา พระองค์มิได้รังเกียจเขาเลย และรู้สึกตรึงใจมากท่ไี ด้เห็นงานพิธีฝังศพ
ของ เซอร์ไอแซ็ค นิวตัน ในโบสถ์เวสตมินสเตอร์ ในประเทศฝรัง่เศสไม่เคยปรากฎว่านัก
วิทยาศาสตร์ท่ีแท้คนใดได้มีโอกาสได้รับยศถาบรรดาศักดิ ห
์ รือให้เกียรติในงานฝั งศพเช่น
นัน
้ เขาต้องประหลาดใจในความเข้มแข็งและในความเป็ นอิสสระของสภาผู้แทน และอีกอย่าง
หน่ ึงท่ีเป็ นเลิศท่ีสุดของอังกฤษ ก็คือ วิธีดำาเนินการในศาลสถิตยุตติธรรมของอังกฤษ
ในชีวิตของวอลแตร์ เขารู้จักชาวอเมริกันแต่คนเดียวเท่านัน
้ และผู้นีค
้ ือ เบนยำ
มิน แฟรงคลิน วอลแตร์สรรเสริญและยกย่องนับถือมากแต่เขาก็รักชายหนุ่มอีกคนหน่ ึงไม่
น้อย คือ โทมัส เจฟเฟอสัน เพราะผู้นีใ้นตอนหลังได้เขียนไว้ว่า "คนทุกคนกำาเนิดคล้ายคลึง

กัน และสิทธิของคนหน่ ึงจะไปมอบให้แก่อีกผู้หน่ึงไม่ได้ คือชีวิต , เสรีภาพ และการแสวงหา
ความสุข" ถ้อยคำาเหล่านีเ้ป็ นส่ิงท่ีวอลแตร์ได้ฝันมาก่อนโทมัส เจฟเฟอสันเกิดมาเป็ นเวลา
นาน
ในปี ค.ศ.๑๗๒๙ วอลแตร์อายุได้ ๓๕ ปี รัฐบาลฝรัง่เศสอนุญาตให้วอลแตร์
กลับประเทศได้วอลแตร์ได้ฉวยโอกาสตัง้บริษัทรวมหุ้นกว้านซ้อ
ื สลากกินแบ่งของรัฐบาลใน
ขณะนัน
้ ไว้ทัง้หมด เหตุการณ์อันนีส
้ ามารถทำาให้วอลแตร์ร่ำารวยขึ้น เขาได้ใช้เงินจำานวนนีใ้ห้
เป็ นประโยชน์อย่างเต็มท่ี วอลแตร์เป็ นคนชอบสบาย ชอบเส้ือผ้าสวย ๆ รถงาม ๆ แต่ถึง
กระนัน
้ เขาก็ไม่ทอดทิง้ผู้ทนทุกข์ยากทัง้หลายท่ีอยู่ใกล้ชิด และไม่ปล่อยตัวให้เป็ นไปอย่าง
พวกคลัง่สมาคมทัง้หลาย หรือทำาตัวให้เหมือนพระท่ีรักฟ้ ุงเฟ้ อ ไม่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ กลับ
โยนให้เป็ นความผิดของพระผู้เป็ นเจ้า โดยบอกว่า "เป็ นพระประสงค์ของพระเบ้ืองบน"
ถ้าพูดถึงความบกพร่องของวอลแตร์ ก็มีอยู่บ้าง วอลแตร์เป็ นคนถือความเห็น
ของตัวอย่างมนุษย์ และโกรธง่าย, เม่ อ
ื จนมุมเข้าจริงก็ยอมโกหกเอาตัวรอดไปที และถ้าหมด
ท่าเข้าจริง ๆ แล้วก็ว่ิงหนี กระนัน
้ ก็ดีเขายังเป็ นคนดีอยู่อย่างหน่ ึงและสำาคัญมากในจำาพวกศีล
ธรรม คือเขามีความเห็นว่าคนเราควรเป็ นผู้มีอิสระท่ีจะทำาอะไรได้ตามชอบใจ และควรรับผิด
ชอบในการกระทำาของตัวเอง ถือเอา ความรู้สึกผิดชอบ เป็ นเคร่ ืองตัดสิน
เขาเกลียดความโหดร้ายทารุณและการตัดสิทธิเสรีภาพ วอลแตร์ถือความ
ยุติธรรมเป็ นใหญ่ไม่ยอมละลดให้แก่ใคร เขามักจะใช้ความคิดอันหลักแหลมของเขาเปล่ียน
อารมณ์โกรธให้เป็ นอารมณ์ขัน เปล่ียนไฟอันร้อนแรงให้เหลือแต่แสงสุกสกาว เขาได้เคย
กล่าวไว้วา่ ดังนี้ "อาชีพของข้าพเจ้าก็คือพูดตามความคิดของข้าพเจ้า" และวอลแตร์ได้เขียน
ความคิดของเขาออกมาเป็ นบทละคร, เป็ นโคลงกลอน และเป็ นบทนำาได้ถึง ๙๙ เล่ม เขาได้
เขียนจดหมายถึงคนสำาคัญ ๆ กว่า ๘,๐๐๐ ฉบับ พระนางคัธรีนมหาราชินีแห่งรัสเซีย ได้ทรง
ตอบจดหมายของวอลแตร์เพ่ ือมิให้เขาเบ่ ือหน่ายละทิง้จุดประสงค์ของเขาเสีย กษัตริย์
คริสเตียนท่ี ๘ แห่งเดนมาร์คได้เขียนขอโทษวอลแตร์ท่ีพระองค์ไม่สามารถจัดการปฏิวัติได้ทุก
ทางในทันที กษัตริย์กุสต๊าฟท่ีสามแห่งสวีเดนได้เขียนว่า พระองค์พยายามท่ีจะใช้ชีวิตของ
พระองค์เพ่ ือทำาประโยชน์ให้แก่เพ่ ือมนุษย์ตามแนวทางของวอลแตร์ พระองค์มิได้ทรงมุ่งแต่
จะทำาเพ่ ือให้เป็ นท่ีสบพระทัยพระผู้เป็ นเจ้า และเฟรเดอริคมหาราชเม่ ือครัง้ยังดำารงตำาแหน่ง
เป็ นมกุฏราชกุมารได้ปลอมพระองค์มาทำาความเคารพแทบเท้าของวอลแตร์
เน่ ืองจากวอลแตร์ต้องหลบลีห
้ นีภัยอยู่ไม่เป็ นท่ี จึงทำาให้ผู้ท่ีจะติดต่อกับเขาไม่ได้
รับความสะดวก พนักงานเซ็นเซอร์หนังสือมักจะนำาหนังสือท่วี อลแตร์เขียนออกใหม่มาเผา
ต่อหน้าประชาชน ซ่งึ เท่ากับเป็ นเคร่ ืองแสดงให้ประชาชนทัว่ยุโรปสามารถอ่านความคิดของ
วอลแตร์ได้ ว่า วอลแตร์มีความเห็นอย่างไรในเร่ ืองการรักษาโรคด้วยบุญญาภินิหาร ในเร่ ือง
สิทธิของพระผู้เป็ นเจ้าอันมีกษัตริย์เป็ นผู้รับมอบ ในเร่ ืองของศาสนาโรมันคาโธลิคในการท่ีมี
อำานาจสืบค้นจับและลงโทษผู้ไม่นับถือศาสนาของเขา คาร์ดินาลมาซาแรงมีอำานาจตัดสิน
ประหารชีวิตคนได้ วอลแตร์กล่าวว่า คาร์ดินาลมาซาแรง มีความผิดฐานท่ีแกไม่เคยทำาความ
ดีเลย
ในปี ๑๗๔๙ เฟรเดอริคมหาราชได้เชิญวอลแตร์ไปปรับปรุงการศาลแห่งปอต
สดัม ความจริงวอลแตร์ได้รับเชิญมาหลายครัง้แล้วแต่ยังมิได้ไป ครัม
้ เม่ ือไปตามคำาเชิญแล้ว
วอลแตร์ก็รู้สึกไม่พอใจในตัวข้าราชการฝ่ ายทหารปรัสเซียและรู้สึกขบขันท่ีเห็นการตัดสิน
อย่างผิดเป็ นถูก และถูกเป็ นผิดตามอารมณ์ของศาล ตัววอลแตร์จึงกลายเป็ นหนามเสียบข้าง
เฟรเดอริคมหาราช และนับวันจะย่ิงแทงลึกเข้าไปทุกที ในท่ีสุดพระองค์กไ็ ม่สามารถจะอด

กลัน
้ ความพิโรธไว้ได้ ต้องอัปเปหิวอลแตร์ออกจากประเทศไป แทบทุกประเทศไม่ยอมให้วอล
แตร์เข้าประเทศของตน ทัง้นีเ้พราะต่างมีความเกรงกลัวอิทธิพลของเฟรเดอริคด้วยกันทัง้นัน

ในปี ๑๗๕๕ นักปรัชญาผู้เฒ่าได้เข้าหลบภัยอยู่ในรัฐรีปับลิคเล็ก ๆ แห่งเจนีวา
บุรุษผู้มีช่ือเสียงแทบทุกคนของยุโรปได้เดินทางมาเย่ียมวอลแตร์ท่ีนัน
่ วอลแตร์รับรองแขก
ของเขาด้วยใบหน้าอันยิม
้ แย้มแจ่มใส แม้ว่าจะมีรอยย่นด้วยความชรา แต่ก็ยังสดใส มีสง่า
แต่งตัวล้วนด้วยแพรพรรณมันระยับ ในขณะท่ีรับประทานอาหาร วอลแตร์สามารถสนทนา
กับแขกให้เป็ นท่ีสบอารมณ์ได้ดีท่ีสุด แต่เดิมแขกตัง้ใจจะมาพักเย่ียมเพียงสักสองสามวันต้อง
เปล่ียนใจกลับอยู่ต่อไปอีกตัง้สองสามเดือน วอลแตร์มักกล่าวกับเพ่ ือน ๆ ว่า "ขอให้พระเจ้า
ทรงคุ้มครองท่าน อย่าให้ท่านต้องมาหาข้าพเจ้าเลย ขอพวกเพ่ ือน ๆ โปรดอย่ามาเย่ียมข้าพเจ้า
เลย จะเป็ นภัยแก่ท่านเปล่า ๆ ปล่อยให้ข้าพเจ้าอยู่แต่ลำาพังเถิด เพราะข้าพเจ้าสามารถรักษาตัว
ของข้าพเจ้าเองได้"
ผู้ท่ีต้องหาเก่ียวกับกิจการศาสนา และการเมืองพากันหลบภัยมาอาศัยอยู่กับวอล
แตร์ วอลแตร์ก็มิได้ทอดทิง้ จัดบ้านพักอาศัยให้ จัดหางานให้เขาทำาตามความสามารถของ
แต่ละคน เช่น ท่ีถนัดทางช่างไม้ก็ให้ต่อถังรีดนม ท่ีถนัดในทางจักสานก็หางานจักสานมาให้
พอประทังชีวิตไป ในไม่ช้าอาณาเขตต์บ้านของเขาก็กลายเป็ นหมู่บ้านน้อย ๆ มีโบสถ์มี
โรงเรียนของตัวเอง เพ่ ือให้ลูกหลานในหมู่บ้านได้อาศัยศึกษากันต่อไป
ปี สุดท้ายของชีวิตวอลแตร์ควรจะเป็ นปี ท่ีมีสันติสุข แต่การณ์หาได้เป็ นเช่นนัน
้ ไม่
วอลแตร์กลับต้องต่อสู้กับความโหดร้ายทารุณของมนุษย์ต่อไปอีก เม่ ือปี ๑๗๖๒ ขณะนัน
้ ยัง
เป็ นสมัยท่ีพวกคลัง่ศาสนายังคงทำาการฉลองชัยชนะโดยวิธีประหารบุคคลนอกศาสนา เร่ ืองมี
อยูว่ ่าชายหนุ่มแขวนคอตายอยู่ในร้านแห่งหน่ ึงในเมืองตูรส์ แต่ประชาชนเล่าลือกันว่า นาย
คนนีเ้ป็ นโปรเตสแตนท์ และปรารถนาจะเข้าเป็ นคาโธลิคแต่พ่อของเขาซ่งึ เป็ นคนแบบบาง
ร่างกายไม่สมบูรณ์ ได้จัดการแขวนคอลูกชายรูปร่างใหญ่โตและแข็งแรงเสีย เพราะไม่เห็นด้วย
กับลูกชาย ศาลได้นำาเอา คำลำส์ ผู้พ่อมาทรมานอย่างทารุณเพ่ ือจะให้สารภาพ คาลาส์ก็
ปฏิเสธว่ามิได้ฆ่าลูกชายของเขาเลย แต่กระนัน
้ ศาลก็ตัดสินให้ประหารชีวิตคาลาส์ผู้พ่อเสีย

วอลแตร์สนใจในคดีนี เ้ขาจึงพยายามท่ีจะให้ศาลทัว่ยุโรปล้มเลิกกฎหมายอาญา
อันทารุณโหดร้ายนีเ้สียให้หมด ศาลในอังกฤษแห่งเดียวเท่านัน
้ ท่ีมิได้มีกฎหมายทารุณโหด
ร้ายเช่นนี ท
้ ั ง้นีเ้พราะศาลของอังกฤษยอมให้มีลูกขุนและมีทนายเพ
ส่วนศาลอ่ ืน ๆ ในยุโรปไม่ยอมให้จำาเลยมีทนายและศาลทำาหน้าท่ีตัดสินโดยไม่ต้องใช้ลูกขุน ผู้
ต้องหาจะอ้างพยานอะไรไม่ได้ แต่โจทก์อาจให้การเป็ นความลับได้ ตัวผู้พิพากษาเป็ นทัง้
อัยการไปด้วยในตัว นอกจากนัน
้ กฎหมายอาญาเหล่านี ห
้ าได้มีตัวบทกฎหมายเป็ นลาย
ลักษณ์อักษรไว้แต่ประการใด ใช้จำากันไว้ในหัวทัง้นัน
้ แล้วก็แปลความเอาตามอารมณ์ตาม
ความเห็นของผู้พิพากษา เพ่ ือให้ลงโทษผู้ต้องหา
วอลแตร์มิได้รอช้า เร่ิมใช้อิทธิพลและสมบัติท่ีเขามีอยู่เพ่ ือทำาลายล้างกฎหมายอัน
นีเ้สีย วอลแตร์กล่าวว่า เขาได้ใช้เวลาตลอดสามปี เขียนวิพากษ์วิจารณ์บรรดากฎหมายของ
พวกพระและกษัตริย์ พวกหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ทัว่ยุโรปได้พากันเรียกร้องให้เปิ ดคดีคาลาส์ขึ้น
ใหม่ เรียกได้ว่าเป็ นกรณีครึกโครมชนิดท่ีประชาชนแทบจะไม่ได้เป็ นอันหลับอันนอนทีเดียว
ในท่ีสุดกษัตริย์ต้องยอมปฏิบัติตามความเห็นของปวงชนและนำาคดีนัน
้ กลับมาพิจารณาใหม่
ทัง้หมด และได้ประกาศผลของคำาพิพากษาออกมาว่าคาลาส์เป็ นผู้บริสุทธิ ค์ดีนีท
้ ำาให้เกิด
การปฏิวัติกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ กฎหมายนีร้ัฐบาลต่าง ๆ ได้ละเลยมาถึง ๘๐๐ ปี

เม่ อ
ื คดีของคาลาส์ได้ชัยชนะในศาลแล้ว พวกต้องหาหรือจำาเลยซ่งึ มิได้รับความ
ยุติธรรมในทำานองเดียวกันนีก
้ ็พากันมาหาวอลแตร์ ยังมีอีกส่ิงหน่ ึงท่วี อลแตร์เป็ นเดือดเป็ น
แค้นก็คือ อำานาจวัด วัดอาจกล่าวหาหรือจับคนมาทรมาน และมีอำานาจตัดสินบุคคลสามัญท่ี
ทำาผิดกฎหมายของวัดได้ วอลแตร์ขอร้องให้วัดเลิกยุง่ กับการเมืองและกฎหมาย ขอให้ทำากิจ
เก่ียวกับจิตต์ใจแต่อย่างเดียวอันวัดได้ละทิง้ไม่นำาพานัน
้ เสีย ประชาชนพากันรับรองช่ ืนชมใน
ความเห็นของวอลแตร์ ซ่งึ วอลแตร์ก็สามารถสะสางความสับสนระหว่างความผิดอันเก่ียวกับ
กฎหมายกับความผิดเก่ียวกับเร่ ืองบาปกรรมนีอ
้ อกไปได้ทีละขัน
้ ๆ
เสือเฒ่าผู้บูชาประเทศของเขามีความประสงค์ท่ีจะกลับมาดูปารีสท่ีรักอีกครัง้ก่อน
ตาย วันหน่ ึงในเดือนกุมภาพันธ์ปี ๑๗๗๘ เจ้าพนักงานด่านภาษีฝรัง่เศสได้เรียกให้รถคัน
หน่ ึงหยุดเพ่ ือขอตรวจดูว่าจะมีของส่ิงใดท่ีต้องเสียภาษีบ้าง ผู้เฒ่าร่างผอมซ่ ึงนัง่มาในรถกลับ
หัวเราะอยู่ในลำาคอและกล่าวว่า "ไม่มข
ี องส่ิงใดท่ีต้องเสียภาษีดอกพ่อคุณ มีแต่ตัวฉันเท่านัน

เป็ นของต้องห้าม" เจ้าพนักงานภาษีเปิ ดประตูรถชะโงกเข้าไปดู "คุณพระช่วยท่านวอลแตร์
ดอกหรือ !"
ปารีสได้ต้อนรับวอลแตร์อย่างมโหฬาร บุคคลสำาคัญทุกคนได้มาแสดงความยินดี
ต้อนรับวอลแตร์ทัว่กันหมดทัง้กรุงปารีสไม่มีละเว้น ไม่วา่ จะเป็ นชาวฝรัง่เศสหรือชาวต่าง
ประเทศ สภามหาวิทยาลัยแห่งชาติ ซ่ ึงได้เคยคว่ำาวอลแตร์มาครัง้หน่ ึงเม่ ือหลายสิบปี มาแล้ว
เพ่ ือจะเอาตำาแหน่งไปให้แก่สมาชิกสภานักการเมือง บัดนีส
้ ภามหาวิทยาลัยได้อ้าแขนออกรับ
รองวอลแตร์โดยบรรดาเขาเหล่านัน
้ ก็มิได้คาดหมายว่า การต้อนรับครัง้นีจ้ะเป็ นการต้อนรับ
ครัง้สุดท้าย
ละครเร่ ืองใหม่ของวอลแตร์ ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงตบมืออยู่ตลอดเวลาจน
กระทัง่ฟั งไม่รู้เร่ ือง ในเดือนพฤษภาคมซ่ ึงเป็ นวาระบรรจบครบรอบการฉลองสุดท้ายนี ท
้ ่าน
นักประพันธ์ผู้เฒ่าก็ถึงแก่กรรม อายุได้ ๘๓ ปี คำากล่าวท่ีวอลแตร์ฝากไว้ก่อนสิน
้ ใจ ซ่งึ
เลขานุการของเขาได้บันทึกไว้ คือ "ข้าพเจ้าตายทัง้ ๆ ท่ียังรักและบูชาพระเจ้า และยังรักเพ่ ือน
ฝูง ไม่เกลียดผู้ท่ีเป็ นศัตรูของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าเกลียดการเช่ ือถือลางเหลือเกิน"
วอลแตร์ถึงแก่กรรมเม่ ือวันท่ี ๓๐ พฤษภาคม ค.ศ.๑๗๗๘

ผู้มอ
ี ำานาจของวัดหรือนัยหน่ ึงทูตสวรรค์ ไม่ยอมให้เอาศพของนักประพันธ์ผู้มี
นามอุคโฆษนี เ

ข้าฝั งในวัดซ่งึ อยู่ในอิทธิพลขอ
ยกศพวอลแตร์รวมไปในหมู่ของเขาขึ้นนัง่รถ นำาผ่านยามประตูออกไปเพ่ ือให้เห็นว่าวอลแตร์
ยังไม่ตาย ถ้ามิฉะนัน
้ ศพของวอลแตร์ก็คงมีสภาพอย่างเดียวกับศพของเลคูวแวร์นางละครผู้
มีช่ือเสียง พวกเพ่ ือน ๆ ได้นำาศพวอลแตร์ไปฝั งไว้ในท่ีอันสมควรนอกนครหลวง

แต่ฝรัง่เศสยัง
ต้องกะเสือกกะสน
ต่อสู้กับพวกมีอำานาจท่ี
มีนิสสัยทารุณโหดร้าย
อยู่ต่อไป จนกระทัง่ใน
ท่ีสุดจึงได้นึกถึงอรรค
บุรุษท่ีร้องว่า
"ประชาชนทัง้หลายจง
ต่ ืนเถิด สลัดโซ่แห่ง
พันธนาการออกทิง้
เสีย"
เม่ อ
ื การปฏิวัติได้เป็ นผลสำาเร็จเรียบร้อยแล้ว ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.๑๗๙๑ ประชาชนได้
นำาเอาศพของวอลแตร์กลับมายังนครปารีส มาประดิษฐานไว้ในท่ามกลางความพินาศของบา
สตีย์เป็ นการฉลองชัยชนะคืนหน่ ึง ประชาชนนับแสนพากันเดินทางมาเป็ นแถวยาวแน่นขนัด
เพ่ ือทำาการสักการะศพของวอลแตร์ ก่อนท่ีทางการจะได้นำาศพของวอลแตร์ไปฝั งไว้ท่ีปูชนีย
สถานปั งเตอ็อง อันเป็ นท่ีฝังศพของมหาบุรุษของฝรัง่เศส ขณะเม่ ือเคล่ ือนกระบวนการศพ
ธงก็สะบัดคล่ีออกโบกไปมาในท่ามกลางเสียงร้องว่า
ท่านให้ความอิสรภาพทางใจแก่เรา
ท่านเตรียมพร้อมเพ่ ือความเป็ นอิสสระ
เกษม โปษกฤษณะ

ทัศนะต่อสังคมของวอลแตร์
ชีวิตอันระหกระเหินของนักประพันธ์ใหญ่
ผู้แต่งเร่ ืองท่ีทำาความสัน
่ สะเทือนให้แก่ยุค

ญัง ฟรังซัวส์ มารี อารูเอต์ เดอ วอลแตร์ ผู้แต่งเร่ ือง "ฆานฑิต" นี เ้กิดท่ีกรุง

ปารีส เม่ อ
ื ปี ค.ศ.๑๖๙๔ วันท่ี ๒๙ พฤศจิกายน และตายเม่ ือวันท่ี ๓๐ พฤษภาคม ค.ศ.
๑๗๓๘ โดยตระกูล เขาก็เป็ นลูกผู้ดีมีศักดิข์องสมัยนัน
้ และโดยเลือด เขาก็ได้รับมรดกทาง
ปั ญญา และปรีชาญาณมาจากบิดาไม่น้อยเลยเหมือนกัน สายโลหิตทางมารดาก็ปรากฎว่าเป็ น
ผู้ฉลาดเฉลียวในทางอักษรศาสตร์ด้วยเหตุนัน
้ ความมีไหวพริบในทางแต่งหนังสือ จึงปรากฏ
ออกมาตัง้แต่เขายังอยู่ในปฐมวัย
เห็นจะเป็ นด้วยความรู้จักคิด และความไม่พอใจต่อสังคมท่ีแวดล้อมเขาอยู่มา
แต่เล็กแต่น้อยนัน
่ เอง จึงทำาให้เขามิได้ยินดีแก่การครองชีวิตอย่างสุขสบายตามเหล่ากอเทือก
เถาเท่าท่ีพึงเป็ น วอลแตร์ในชีวิตจริงได้เผชิญต่อวิบากกรรม และพฤติการณ์นานาชนิด เขาถูก
จำาคุกด้วยความผิดทางความคิดอันก้าวหน้าของเขาและซ่งึ เขามีศรัทธา เม่ ือปี ค.ศ.๑๗๑๗ คุก
ท่ีถูกขังอยู่คือคุกบาสตีย์ อันมีช่ือ ระหว่างปี ค.ศ.๑๗๒๖ ถึง ๑๗๒๙ เขาได้ไปอยู่ประเทศ
อังกฤษ ทัง้เพ่ ือหนีภัยและเพ่ ือศึกษาเหตุการณ์และด้วยเหตุทำานองเดียวกันนัน
้ เขาต้องไป
พำานักอยู่ท่ีซีเรย์ตัง้แต่ปี ค.ศ.๑๗๓๔ จนถึงปี ค.ศ.๑๗๔๙ ทัง้ ๆ ท่ีเขาเองก็รักปารีสอย่างย่งิ
และไม่ปรารถนาท่ีจะจากไป จากนัน
้ ก็ได้ไปพำานักอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ตัง้แต่ปี ค.ศ.๑๗๕๐
จนถึง ปี ๑๘๕๓ และระหว่างปี ค.ศ.๑๘๕๔ ถึง ๑๗๗๘ ไปอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
และในเฟอร์เนย์ แต่เม่ ือจะตายเขาได้ขอร้องให้นำาร่างซ่งึ เจ็บมากแล้วเข้าสู่กรุงปารีสเพ่ ือจะตาย
ท่ีนัน
่ กรุงปารีสเป็ นเมืองท่ีวอลแตร์ได้รำาพันไว้ว่า เป็ นแห่งแรกในโลกท่ีเขาได้พบรัศมีของ
อุปทานอันจรัสจ้า
โดยงานของเขา วอลแตร์เป็ นทัง้กวี นักประวัติศาสตร์นักปรัชญา และนัก
ประพันธ์ ตามการวิเคราะห์ของวงการศึกษาวรรณคดีของฝรัง่เศสเอง จัดว่าวอลแตร์ทรงฝี มือ
ชัน
้ เย่ียมท่ีสุดของเขาในทางบทกลอน หนังสือต่าง ๆ ท่ีวอลแตร์เขียนไว้นัน
้ มีมากมายด้วยกัน
สำาหรับบทกลอนชิน
้ เย่ียมท่ีสุดวอลแตร์ประพันธ์ไว้ คือ มหากาพย์เร่ ือง La
Henriade สำาหรับเอกสารทางประวัติศาสตร์ชิน
้ เอกของเขา คือ หนังสือช่ ือ Charles XII
ซ่งึ เขาเขียนเสร็จ เม่ ือปี ค.ศ.๑๗๓๑ เร่ ือง Le Si?cle de Louis XIV ซ่งึ เขียนเสร็จเม่ ือ
ค.ศ.๑๗๕๑ และเร่ ือง L' Essai sur les moeurs ซ่ ึงเสร็จเม่ ือ พ.ศ.๑๗๕๖ ในวงการ
ศึกษาประวัติศาสตร์ถือว่าวอลแตร์เป็ นปรมาจารย์ในมรรควิธีใหม่ โดยหันเหการศึกษา
ประวัติศาสตร์แบบเก่าอันแห้งแล้งด้วยการจดจำาเอาไว้แต่วันเดือนปี ของเหตุการณ์ มาสู่การ
ศึกษาลึกลงไปในตัวละครสำาคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์เอง คือ ศึกษาทางมารยาทของคนนัน
้ ๆ
แนวความคิด และผนวกเอาข้อน่ารู้ต่าง ๆ ในยุคสมัยนัน
้ ๆ ใส่ลงไปด้วย อาทิเช่น ความน่ารู้
ในทางการศึกษาของประชาชน ทางศิลปะ และแนวทางแห่งความสัมพันธ์ของนานาชาติแห่ง

ยุคนัน
้ ด้วย
นวนิยายประชดสังคมเร่ ือง "ฆานฑิต" นีถ
้ ือว่าเป็ น Master Romance
of Ridicule เน่ ืองจากเขาได้เขียนขึ้นด้วยเจตนาท่ีจะประชดภาวะแห่งสังคมของฝรั่งเศสและ
ของประเทศใกล้เคียงในยุคนัน
้ เม่ ือเร่ ืองนีถ
้ ูกตีพิมพ์เป็ นครัง้แรก ๆ มหาชนทัว่ไปแตกต่ ืน
อ่านกันนับตัง้แต่คนชัน
้ สูงจนคนสามัญ และเรียกได้ว่าอ่านกันตัง้แต่ในห้องรับแขกอัน
หรูหราของราชสำานักไปจนห้องใต้บันไดของพวกสาวใช้ต่ำา ๆ และเป็ นผลให้เกิดความสะเทือน
แก่บุคคลจำาพวกสมมติเทวดาทัว่ไปทัง้ยุโรป
ตลอดช่วงชีวิต แห่งการทำางานและการคิดของวอลแตร์เขาได้เขียนจดหมาย
โต้ตอบกับบุคคลสำาคัญ ๆ ของยุโรปยุคนัน
้ มากรายและมากมาย จดหมายเหล่านีเ้ขาเก็บรักษา
ไว้โดยเรียบร้อยทัง้นัน
้ ปรากฏว่าเม่ อ
ื เขาวายชนม์ลง เขาได้ทิง้เอกสารอันมีค่าย่ิงนีไ้ว้เป็ น
จำานวนถึง ๑๐,๐๐๐ ฉบับ ผู้ท่ีวอลแตร์เขียนถึงนัน
้ มีทัง้บรรดา พระราชา เจ้านายต่าง ๆ
ขุนนางผู้ย่ิงใหญ่ต่าง ๆ และนักประพันธ์และกวีของยุคนัน
้ ทัว่ไปในทุกประเทศ เป็ นท่ีถือกัน
ว่า เอกสารเหล่านีช้่วยให้คนรุ่นต่อมาได้รู้ได้เข้าใจความเป็ นไปของศตวรรษนัน
้ ทัง้ในทางวัตถุ
และในทางปั ญญาอย่างดียง่ิ ทีเดียว
ในการเขียนประวัติศาสตร์ แบบแห่งทำานองของวอลแตร์เป็ นแบบพรรณนา
ไม่ใช่เขียนอย่างสำานวนพูด, ในทางปรัชญาแนวความคิดของวอลแตร์เป็ นไปในทางศีลธรรม
และเน้นหนักไปในทางเสรีภาพของพลเมือง ในความก้าวหน้าทางวัตถุของชุมชน ในทางขันติ
ธรรม และในทางท่ีเก่ียวกับพระเจ้าของศาสนา, ในทางการประพันธ์นัน
้ ถือว่า แบบทำานอง
ของวอลแตร์เป็ นแบบสามัญและเป็ นธรรมชาติท่ีสุด แต่ถ้าเทียบกับบรรดาบทประพันธ์ของ
ปราชญ์คนอ่ ืน ๆ เช่น บอสซูเอต์ หรือ ปาสกาลแล้ว แบบของวอลแตร์ดูเหมือนจะขาดความ
ลึกซึ้ง และขาดพลังมากกว่าเขาไม่น้อย
Anonymous

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful