โครงการวรรณกรรมไม่จำกัด

มีวรรณกรรมทรงคุณค่าอีกมากมายบนโลกใบนี้ที่รอคอยอยู่ในกระแสกาลเวลาและความหลงลืม เพราะถูกเขียน
ขึ้นด้วยภาษาอื่น ภาษาที่เราไม่เข้าใจและไม่อาจเข้าถึงได้ ดังนั้นการนำพาวรรณกรรมไปสู่ฟากฝั่งของนักอ่านจึง
เป็นงานของนักแปลและผู้ส่งสารที่ตระหนักถึงคุณค่าและความหมายของผลงานดังกล่าว ซึ่งบางครั้ง นอกจาก
ต้องอาศัยความทุ่มเท ความอุตสาหะ ก็ยังต้องพึ่งพาความเข้าใจถึงข้อจำกัดต่างๆ นานามาตลอด
พันธกิจนี้มีความเป็นมาช้านานและพบกับอุปสรรคที่ต่างรูปแบบกันไป นักบวชโบราณเดินทางสู่ดินแดนไกลโพ้น
เพื่อคัดลอกตำราหายาก ผู้จัดพิมพ์ลักลอบพิมพ์หนังสือต้องห้าม สำนักพิมพ์ตัดสินใจพิมพ์งานที่อาจสวนทาง
กับประโยชน์ทางธุรกิจ จนยุคอินเทอร์เน็ต ผู้คนพยายามใช้ช่องทางเทคโนโลยีทันสมัยเผยแพร่งานที่ต้องปะทะ
กับแรงต้านจากข้อกำหนดกฎหมาย อันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณกรรม ผู้แปล และผู้เผยแพร่นำไปสู่จุด
เปราะบาง พร้อมจะแตกสลาย และไม่อาจเป็นจริงได้
และนี่ก็เป็นเหตุผลรวมถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ “วรรณกรรมไม่จำกัด” ซึ่งได้พยายามตั้งคำถามและหาทางออก
จากอุปสรรคดังกล่าว โดยหวังว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่าน ผู้แปล และผู้
พิมพ์ใหม่ เป็นสะพานเชื่อมโยงให้ผู้อ่านสามารถมีส่วนร่วมการตัดสินใจกับวรรณกรรมที่ต้องการอ่าน ด้วยการ
ระดมทุนจากผู้อ่านสู่ผู้แปลวรรณกรรมโดยตรง
แท้จริงแล้ว การระดมทุนจากคนอ่านเพื่อสร้างสรรค์ผลงานนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ศิลปิน นักเขียน และนักคิดมากมาย
จากหลายศตวรรษก่อนสามารถเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ของเขาได้ก็ด้วยการร่วมลงทุนของสาธารณชน ทว่าเรา
ค่อยๆ หลงลืมวิธีดังกล่าวไปจากความคุ้นชินในการมีตัวกลางอย่างสำนักพิมพ์มารับบทบาทเชื่อมต่อระหว่างผู้
เขียน นักแปลกับคนอ่านแทน
ในส่วนการเผยแพร่สู่ผู้อ่าน แน่นอนว่าเราย่อมจัดพิมพ์วรรณกรรมที่ได้รับการแปลจากภาษาต้นฉบับในรูปของ
หนังสือปกแข็งเย็บกี่อย่างสวยงามตามจำนวนตามผู้ร่วมทุน แต่ก็ยังไม่ควรลืมว่าเมื่อผู้อ่านเป็นผู้ร่วมทุน เจ้าของ
ก็ควรเป็นผู้อ่านทุกๆ คน หรือสาธารณะ ไม่ใช่เอกสิทธิ์ของนักแปลหรือสำนักพิมพ์ วรรณกรรมแปลที่ได้รับจาก
การระดมทุนนี้ จึงจะนำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เพื่อการอ่าน การศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้งยัง
สามารถวิพากษ์วิจารณ์ ปรับปรุง และแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นได้ ดังที่งานแปลวรรณกรรมต่างประเทศในอดีตล้วนได้
รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นด้วยสำนวนที่หลากหลาย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอีกทอดหนึ่ง
โดยงานชิ้นแรกที่โครงการ “วรรณกรรมไม่จำกัด” สนใจก็คือ The Republic หรือ Πολιτεία: Politeia ของ
เพลโต แปลโดยเวธัส โพธารามิก (ผู้แปล “ไอออน บทสนทนาว่าด้วยแรงดลใจของกวี”) ซึ่งต้นฉบับเสร็จสมบูรณ์
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่กระบวนการอ่านพิสูจน์อักษรและตรวจทานอีกชั้น และหลังจากนั้น แผนการใน
อนาคตของเรา จะเดินทางต่อไปหลายศตวรรษ ข้ามฝั่งมหาสมุทรไปยังทวีปอเมริกากับผลงานโมบีดิ๊ก ของเฮอร์
แมน เมลวิลล์ และต่อด้วยงานวรรณกรรมสี่เล่มสำคัญของวิลเลียม โฟล์กเนอร์ ก่อนจะข้ามฝั่งมหาสมุทร ย้อน
สมัยกลับมายังทวีปยุโรปอีกครั้ง เพื่อคารวะและร่วมเดินทางไปกับต้นทางนวนิยายตะวันตกของดอน กีโฮเต้
สุภาพบุรุษนักฝันแห่งลามันชา
เราหวังว่านักอ่านไทยจะร่วมเดินทางไปกับเราและยินดีมีส่วนร่วมในโครงการนี้ ทั้งในการสนับสนุน และการร่วม
ตัดสินใจ เพื่อร่วมสร้างสรรค์แนวทางกับโครงการเราต่อไป