ทฤษฎีความขัดแย้ง (Conflict theory) เป็นแนวความคิดที่มีข้อสมมุติฐาน

ที่ว่า พฤติกรรม
ของสังคมสามารถเข้าใจได้จากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่าง ๆ และบุคคลต่าง ๆ
เพราะการแข่งขันกัน ในการเป็นเจ้าของทรัพยากรที่มีค่าและหายาก มีนักสังคมวิทยา
หลายท่านที่ใช้ทฤษฎีความขัดแย้งอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสังคม แต่ในที่นี้จะเสนอ
คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) มีความเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงของทุก ๆ สังคม จะมี
ขั้นตอนของการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ 5 ขัน้ โดยแต่ละขั้นจะมีวิธีการผลิต (Mode of
Production) ที่เกิดจากความสัมพันธ์ของ อำานาจของการผลิต (Forces of production)
ซึ่งได้แก่ การจัดการด้านแรงงาน ที่ดิน ทุน และเทคโนโลยีกับความสัมพันธ์ทางสังคม
ของการผลิต (Social relation of production) ซึ่งได้แก่ เจ้าของปัจจัยการผลิต และคน
งานที่ทำาหน้าที่ผลิต แต่ในระบบการผลิตแต่ละระบบจะมีความขัดแย้งระหว่างชนชั้นผู้
เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตกับผู้ใช้แรงงานในการผลิต ทำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง
เศรษฐกิจ ที่เป็นโครงสร้างส่วนล่างของสังคม (Substructure) และเมื่อโครงสร้างส่วน
ล่างมีการเปลี่ยนแปลงจะมีผลทำาให้เกิดการผันแปรและเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างส่วน
บนของสังคม (Superstructure) ซึ่งเป็นสถาบันทางสังคม เช่น รัฐบาล ครอบครัว การ
ศึกษา ศาสนา และรวมถึงค่านิรม ทัศนคติ และบรรทัดฐานของสังคม ลำาดับขั้นของการ
พัฒนาทางประวัติศาสตร์ของมาร์กซ์ มีดังนี้
o

ขั้นสังคมแบบคอมมิวนิสต์ดั้งเดิม (Primitive communism) กรรมสิทธิ์
ในปัจจัยการผลิตเป็น

ของเผ่า (Tribal ownership) ต่อมาเผ่าต่าง ๆ ได้รวมตัวกันเป็นเมืองและรัฐ ทำาให้
กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตเปลี่ยนไปเป็นของรัฐแทน
o

ขั้นสังคมแบบโบราณ (Ancient communal) กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการ
ผลิตเป็นของรัฐ (State

ownership) สมาชิกในสังคมได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัวที่สามารถเคลื่อนย้าย
ได้ ซึ่งได้แก่ เครื่องใช้ส่วนตัว และทาส ดังนั้นทาส (Slavery) จึงเป็นกำาลังสำาคัญใน
การระบบการผลิตทั้งหมด และ ต่อมาระบบการผลิตได้เกิดความขัดแย้งระหว่าง
เจ้าของทาสและทาส
o

ขั้นสังคมแบบศักดินา (Feudalism) กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตเป็นของ
ขุนนาง คือ ที่ดิน
โดยมีทาสเป็นแรงงานในการผลิต

o

ขั้นสังคมแบบทุนนิยม (Capitalism) กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตเป็นของ
นายทุน คือ ที่ดิน
ทุน แรงงาน และเครื่องจักร โดยมีผู้ใช้แรงงานเป็นผู้ผลิต

o

ขั้นสังคมแบบคอมมิวนิสต์ (Communism) กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิต
เป็นของทุกคน ทุกคน
มีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเอาเปรียบซึ่งกันและกัน

ตามแนวความคิดของมาร์กซ์ ลำาดับขั้นของการนำาไปสู่การปฏิวัติของชนชั้นล่าง
ของสังคมเกิดจาก
กระบวนการดังต่อไปนี้
o
o
o
o
o
o

มีความต้องการในการผลิต
เกิดการแบ่งแยกแรงงาน
มีการสะสมและพัฒนาทรัพย์สินส่วนบุคคล
ความไม่เท่าเทียมทางสังคมมีมากขึ้น
เกิดการต่อสู้ระหว่างชนชั้นในสังคม
เกิดตัวแทนทางการเมืองเพื่อทำาการรักษาผลประโยชน์ของแต่ละชนชั้น

o

เกิดการปฏิบตั ิ

การเปลี่ยนแปลงทางสังคมตามแนวความคิดของมาร์กซ์ เป็นการต่อสู่ระหว่าง
ชนชั้นในสังคม
โดยใช้แนวความคิดวิภาษวิธี (Dialectical) ที่เริ่มจากการกระทำา (Thesis) ซึ่งเป็นสาเหตุ
ของการเปลี่ยนแปลงการกระทำา (Antithesis) และเกิดการกระทำาแบบใหม่ (Synthesis)
ตามมา

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful