ชืชื่อ่อ

.นามสกุ
.นามสกุลล

.รหั
.รหัสสนันักกศึศึกกษา
ษา

.Sec
.Sec

..

สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ าเจ้ าคุณทหารลาดกระบัง
วิชา Data Communication Laboratory
การทดลองที่ 4 Digital Modulation techniques for data communication
วัตถุประสงค์
1. ศึกษารู ปแบบของการแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็ นสัญญาณแอนะลอก
2. เพื่อเข้าใจวิธีการของมอดูเลชันแบบ ASK, FSK, BPSK, และ QAM
3. ศึกษาการมอดูเลตจากการสร้างวงจรภาคส่ งและภาครับ
4. ศึกษาผลกระทบของสัญญาณรบกวนต่อผลการแปลงสัญญาณกลับสําหรับแต่ละมอดูเลชันเทคนิค
ทฤษฎี
จุดประสงค์ในการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลนั้นก็เพื่อทําให้สามารถส่ งข้อมูลดิจิตอลไปได้ระยะทางไกลโดย
ผ่านช่องสัญญาณที่เหมาะสําหรับการส่ งสัญญาณแอนะลอก เทคนิคการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลสามารถทําได้หลาย
เทคนิ ค หลักการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอล คือ การใช้สัญญาณพาห์ (Carrier Signal) ซึ่ งเป็ นสัญญาณแอนะลอก นําพา
เอาบิตข้อมูลไปยังช่องทางการส่ งสัญญาณ เทคนิ คการนําพาบิตข้อมูลสามารถทําได้ดว้ ยการเปลี่ยนคุณสมบัติของ
สัญญาณพาห์ ได้แก่ ขนาด (Amplitude), ความถี่ (Frequency) และ เฟส (Phase) ตามค่าข้อมูลบิตที่ตอ้ งการแปลง
สัญญาณ สัญญาณพาห์ที่นิยมใช้จะเป็ นคลื่นไซน์ (Sine Wave) ตัวอย่างเทคนิ คการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอล ได้แก่
ASK (Amplitude-Shift Keying), FSK (Frequency-Shift Keying), PSK (Phase Shift) และ QAM (Quadrature
Amplitude Modulation) เป็ นต้น
การมอดูเลตแบบดิจิตอลทางแอมพลิจูด (ASK : Amplitude-Shift Keying)
เป็ นการเปลี่ยนค่าขนาดแรงดันของสัญญาณพาห์คลื่นไซน์ ตามบิตข้อมูล
ค่าบิตข้อมูลเป็ น ‘0’ ให้ค่าขนาดแรงดันของสัญญาณพาห์เท่ากับ A1
ค่าบิตข้อมูลเป็ น ‘1’ ให้ค่าขนาดแรงดันของสัญญาณพาห์เท่ากับ A2
ตัวอย่างเช่น ให้ A1 = 0 V และ A2 = 5 V ผลการมอดูเลตแบบ ASK เป็ นดังรู ปที่ 4.1

รู ปที่ 4.1 แสดงสัญญาณข้อมูลดิจิตอล และสัญญาณการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลด้วยเทคนิค ASK

1 December 2009

1/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

ในทางปฎิบตั ิการปรับเปลี่ยนขนาดแรงดันของสัญญาณพาห์ตามค่าบิตข้อมูลทําได้โดยการส่ งข้อมูลดิจิตอล
ผ่านวงจรกรองความถี่ต่าํ (Low Pass Filter: LPF) หลังจากนั้นนําผลลัพธ์ที่ได้มาปรับขนาด แล้วจึงนําไปคูณกับ
สัญญาณพาห์ ดังรู ปที่ 4.2

รูปที่ 4.2 แสดง Block diagram และ สัญญาณที่ได้จากการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลแบบ ASK ในทางปฎิบตั ิ
สําหรับขั้นตอนการถอดสัญญาณกลับ หรื อ ASK Demodulation นั้น เป็ นขั้นตอนย้อนกลับของการทํา ASK
Modulation ดังรู ปที่ 4.3

รูปที่ 4.3 แสดง Block diagram สําหรับการทําแปลงสัญญาณกลับสําหรับ ASK Demodulation

1 December 2009

2/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

การมอดูเลตแบบดิจิตอลทางความถี่ (FSK : Frequency Shift Keying)
เป็ นการเปลี่ยนค่าขนาดความถี่ของสัญญาณพาห์คลื่นไซน์ ตามบิตข้อมูล
ค่าบิตข้อมูลเป็ น ‘0’ ให้ความถี่ของสัญญาณพาห์เท่ากับ f1
ค่าบิตข้อมูลเป็ น ‘1’ ให้ความถี่ของสัญญาณพาห์เท่ากับ f2
ตัวอย่างผลลัพธ์ของการมอดูเลแบบ FSK ดังแสดงในรู ปที่ 4.4

รู ปที่ 4.4 แสดงสัญญาณข้อมูลดิจิตอล และสัญญาณการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลด้วยเทคนิค FSK
การมอดูเลตแบบดิจิตอลทางเฟส (PSK : Phase Shift Keying)
การมอดูเลตแบบ PSK เป็ นการเปลี่ยนค่าเฟส ของสัญญาณพาห์คลื่นไซน์ ตามบิตข้อมูล เทคนิ คที่ง่ายที่สุด
สําหรับมอดูเลตแบบ PSK คือ BPSK (Binary Phase Shift Keying) หรื อ PRK (Phase Reversal Keying) หรื อ
Biphase Modulation เป็ นการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอล โดยที่เปลี่ยนข้อมูลดิจิตอลเป็ นสัญญาณแบบสองขั้ว (Bipolar)
แล้วทําการมอดูเลตกับสัญญาณคลื่นพาห์ ลักษณะของสัญญาณ BPSK เป็ นดังนี้
s (t )  Am  t  cos 2 f c t ; 0  t  T

สมการที่ 4-1

คือค่าคงที่
m  t  คือสัญญาณอินพุทมีค่า +1 และ –1
fc
คือความถี่ของสัญญาณคลื่นพาห์
T
คือช่วงเวลาของบิต
ด้วยการมอดูเลตแบบ BPSK นั้นเอาท์พุทที่จะเป็ นไปได้เพียงสองเฟสโดยที่มีสัญญาณคลื่นพาห์เพียงความถี่
เดี ยว โดยเอาท์พุทตัวแรกจะเป็ นตัวแทนของสัญญาณไบนารี “1” และเอาท์พุทตัวที่ สองจะเป็ นตัวแทนของ
สัญญาณไบนารี “0” ดังรู ปที่ 4.5
โดยที่

A

1 December 2009

3/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

รู ปที่ 4.5 แสดงสัญญาณข้อมูลดิจิตอลแบบสองขั้ว และสัญญาณการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลด้วยเทคนิค BPSK
เมื่อสัญญาณอินพุทที่เป็ นสัญญาณดิจิตอลมีการเปลี่ยนสถานะ ( จาก “0” เป็ น “1” หรื อ จาก “1” เป็ น “0”) ทํา
ให้เอาท์พทุ เปลี่ยนเฟสไป 180๐ ซึ่งทําให้แทนลักษณะการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลด้วยเทคนิค BPSK ได้ดงั นี้
ค่าบิตข้อมูลเป็ น ‘0’ ให้มุมเลื่อนของสัญญาณพาห์เท่ากับ 0
ค่าบิตข้อมูลเป็ น ‘1’ ให้มุมเลื่อนของสัญญาณพาห์เท่ากับ 
จากที่กล่าวมาสามารถเขียนสมการของการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลด้วยเทคนิค BPSK อีกรู ปแบบได้ดงั นี้
 A cos  2 f c t    ; binary 1
s (t )  
 A cos  2 f c t  ; binary 0

สมการที่ 4-2

ในรู ปที่ 4.6 (a) นั้นเป็ นการแสดงสัญญาณดิจิตอลที่มีสัญญาณข้อมูลเป็ น 0 1 0 1 0 0 1 เมื่อทําการมอดูเลต
แบบ BPSK จะได้สญ
ั ญาณเอาท์พทุ ในดังรู ปที่ 4.6(b)

รูปที่ 4.6 แสดงสัญญาณข้อมูลดิจิตอลแบบสองขั้ว และสัญญาณการมอดูเลตสัญญาณดิจิตอลด้วยเทคนิค BPSK
บล็อกไดอะแกรมการมอดูเลตแบบ BPSK แสดงดังรู ปที่ 4.7 (a) บล็อกไดอะแกรมของการดีมอดูเลตแบบ
BPSK แสดงดังรู ปที่ 4.7 (b)

1 December 2009

4/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

(a)

(b)
รู ปที่ 4.7 แสดง Block diagram สําหรับการมอดูเลตและดีมอดูเลตแบบ BPSK
การดีมอดูเลตสัญญาณ BPSK
การมอดูเลตแบบ BPSK สามารถทําได้โดยการนําสัญญาณคลื่นพาห์คูณกับสัญญาณที่รับเข้ามาได้
ซึ่งสามารถเขียนเป็ นสมการได้ดงั นี้
r (t )   Am  t  cos 2 f c t  cos 2 f c t
 0.5 Am  t  cos 4 f c t  0.5 Am  t 

สมการที่ 4-3

เมื่อผ่านวงจรฟิ ลเตอร์แบบความถี่ต่าํ ผ่านจะได้สญ
ั ญาณ 0.5Am  t  ซึ่งเป็ นสัญญาณไบนารี
การมอดูเลตแบบ QAM
เป็ นการเปลี่ยนคุณสมบัติของสัญญาณพาห์คลื่นไซน์ตามบิตข้อมูลถึง 2 คุณลักษณะคือ ค่าขนาดแรงดัน และ
มุมเฟส สามารถเลือกเงื่อนไขการเปลี่ยนค่าขนาดแรงดัน และมุมเฟสตามลักษณะของ QAM เช่น 8-QAM สามารถ
เลือกค่าขนาดและมุมได้หลายแบบ เช่น มี 1 ค่าขนาดแรงดัน และ 8 มุมเฟส หรื อ มี 2 ค่าขนาดแรงดัน และ 4 มุมเฟส
ได้เช่นกัน
ซึ่ งค่าขนาดและมุมเลื่อนที่ถูกเลือกใช้สาํ หรับ QAM สามารถแสดงได้ในกราฟ Constellation diagram โดย
รัศมีของพิกดั ของแต่ละจุดจากจุดศูนย์กลางของ Constellation diagram แสดงถึงขนาดของสัญญาณพาห์ และ มุมของ
พิกดั แต่ละจุดเป็ นมุมเลื่อนของสัญญาณพาห์นนั่ เอง ตัวอย่างของ Constellation diagram ของ 8-QAM และ 16-QAM
แสดงในรู ปที่ 4.8

1 December 2009

5/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

สําหรับเทคนิคการสร้างสัญญาณ QAM ทําได้ดงั แสดงในรู ปที่ 4.9 โดยทางภาคส่ งจะทําการสร้างสัญญาณ
QAM หนึ่ งชุดที่เป็ นตัวแทนข้อมูล 2 บิต จึงมีส่วนของการแปลง serial-to-parallel มาช่วย เพื่อทําให้สามารถส่ ง
สัญญาณ 2 บิต ( X และ Y)ไปบนสัญญาณพาห์ที่ความถี่เดียวกัน โดยเอาสัญญาณบิตที่ 1 (X) คูณกับสัญญาณพาห์ที่
เป็ นสัญญาณ cosine ส่ วนบิตที่ 2 (Y) จะถูกคูณกับสัญญาณพาห์ cosine ที่เลื่อนไป 90 องศา นัน่ คือ สัญญาณพาห์ sine
นัน่ เอง จากนั้น สัญญาณของทั้งสองบิตจะถูกรวมเพื่อส่ งออกไปพร้อมกันเป็ นสัญญาณ QAM
ส่ วนที่ภาครับจะนําสัญญาณ QAM ที่ได้รับ มาทําการถอดสัญญาณบิต X และ บิต Y ทีละบิต แล้วจึงจัด
เรี ยงลําดับบิตข้อมูลส่ งออกไป (Parallel-to-Serial) โดยการถอดบิตข้อมูลบิต X สามารถทําได้ดว้ ยการนําสัญญาณ
QAM คูณกับสัญญาณพาห์ cosine อย่างไรก็ดี เมื่อสัญญาณเดินทางผ่านช่องนําสัญญาณ สัญญาณอาจมีการเลื่อนตัว
ทําให้สญ
ั ญาณ QAM ที่ได้รับอาจเลื่อนไปจากที่ภาคส่ งส่ งออกมา ดังนั้น จึงต้องมีการ Sync สัญญาณพาห์ cosine ของ
ภาครับให้ตรงกับภาคส่ ง โดยปรับเลื่อนให้สัญญาณพาห์ตรงกับสัญญาณ QAM ด้วย phase shifter จากนั้น กรอง
สัญญาณด้วน LPF เพื่อกําจัดสัญญาณรบกวน สุ ดท้ายจะต้องมีการตัดสิ นใจว่าสัญญาณที่ได้รับ ควรเป็ นข้อมูล ‘0’
หรื อ ‘1’ ซึ่งทําได้โดยใช้ Decision Maker สุ ดท้ายจะได้สัญญาณบิต X กลับออกมาที่ภาครับ ส่ วนขั้นตอนในการถอด
ข้อมูลบิต Y ทําได้เช่นเดียวกัน

a) Circular 8-QAM

b) Rectangular 8-QAM

c) Rectangular 8-QAM
d) Circular 16-QAM
รู ปที่ 4.8 แสดง Constellation Diagram ของการมอดูเลตแบบ QAM

1 December 2009

6/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

(a)

(b)
รู ปที่ 4.9 แสดง Block diagram แสดง (a) เทคนิคการมอดูเลชัน่ และ (b) ดีมอดูเลชัน่ สัญญาณแบบ 4-QAM

1 December 2009

7/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

การทดลองที่ 4.1 ศึ กษาการทํางานเบื้องต้ นของการแปลงสั ญญาณด้ วยเทคนิ ค ASK Modulation และ
Demodulation
การทําการแปลงสัญญาณด้วยเทคนิค ASK modulation สามารถทําได้ตาม process ที่แสดงในรู ปที่ 4.2 โดย
1. ใช้โปรแกรม TutorTIMS-Adv-net30 เลือก Module และ ต่อ Module ตามรู ปที่ 4.10

RX: ASK
Demodulator

TX: ASK
Modulator

รู ปที่ 4.10 แสดงการเชื่อมต่อ netTIMS Modules สําหรับการแปลงสัญญาณเด้วยเทคนิค ASK
2.

เปรี ยบเทียบระหว่าง X ของ Sequence Generator, OUT ของ Tunable LPF, และ kXY ของ Multiplier
2.1 ปรับค่าความถี่ตรงปุ่ ม TUNE ให้มีค่าเป็ นความถี่ต่าํ มากๆ และ เลือกค่า Gain มาหนึ่ งค่า จากนั้น
บันทึกผลสัญญาณทั้ง 3 สัญญาณ เทียบกัน พร้อมทั้งบันทึกค่า TUNE และ GAIN

1 December 2009

8/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

รู ปที่ 4.11 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator, OUT ของ Tunable LPF และ
kXY ของ Multiplier เมื่อเลือกค่าความถี่เป็ นความถี่ต่าํ
2.2 เปลี่ยนค่าความถี่เป็ นค่าความถี่สูงขึ้นจนรู ปของสัญญาณที่ได้ต่างจากรู ปในข้อ 2.1 อย่างชัดเจน
จากนั้น บันทึกผลสัญญาณทั้ง 3 สัญญาณ เทียบกัน พร้อมทั้งบันทึกค่า TUNE และ GAIN

รู ปที่ 4.12 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator, OUT ของ Tunable LPF และ
kXY ของ Multiplier เมื่อเลือกค่าความถี่เป็ นความถี่สูง
3.

บันทึกผลเปรี ยบเทียบสัญญาณฝั่ง ASK Demodulator ที่จุด kXY ของ Multiplier, OUT ของ Tunable LPF,
และ OUT1 ของ Decision Maker

1 December 2009

9/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

รูปที่ 4.13 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ kXY ของ Multiplier, OUT ของ Tunable LPF,
และ OUT1 ของ Decision Maker
3.

จงพิจารณาเทียบผลลัพธ์จากการแปลงสัญญาณกลับในข้อ 2 กับสัญญาณ X จาก Sequence Generator ว่า
ตรงกันกับ OUT1 ของ Decision Maker หรื อไม่ อธิบายความเหมือนหรื อความต่างของสัญญาณASK ที่ได้
____________________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________________

1 December 2009

10/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

การทดลองที่ 4.2 ศึ กษาการทํางานเบื้องต้ นของการแปลงสั ญญาณด้ วยเทคนิ ค QAM Modulation และ
Demodulation
1. ให้นกั ศึกษาใช้โปรแกรม TutorTIMS-Adv-net30 สร้างการทดลอง โดยทําการเชื่อมสายสัญญาณตามที่แสดง
ในแบบจําลองรู ปด้านล่าง (ให้ใช้สัญญาณ sin(t ) 2 kHz MESSAGE เพื่อใช้สร้างชุดสัญญาณข้อมูล X
และ Y ของ Sequence Generator (กําหนดให้ใช้สีเหลือง), ส่ วนความถี่ของสัญญาณพาห์ (Carrier) ให้ใช้
ความถี่ 100 kHz และ B.CLK ของ Decision Maker ให้ใช้ TTL 100 kHz (Decision Maker Module สามารถ
รองรับสัญญาณ 2 ชุด ของ X และ Y ได้)
2 kHz
MESSAGE

TX: QAM
Modulator

RX: QAM
Demodulator

รู ปที่ 4.14 แสดง Modules ที่ใช้สาํ หรับแปลงสัญญาณด้วยเทคนิค QAM (MOD และ DEMOD)
1 December 2009

11/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

2. เปรี ยบเทียบระหว่างสัญญาณ X ของ Sequence Generator และ สัญญาณหลังจากที่ผา่ น Multiplier (kXY)

รู ปที่ 4.15 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator และ kXY
3. เปรี ยบเทียบระหว่าง X ของ Sequence Generator และ สัญญาณ QAM ตรงจุด output ของ Adder Module เมื่อ
ปรับค่า G และ g ที่ต่างกัน 2 คู่
บันทึกค่า
คู่ที่ 1:

รูปที่ 4.16 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator และ
สัญญาณ QAM ตรงจุด output ของ Adder Module (ค่า G และ g คู่ที่ 1)

1 December 2009

12/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

คู่ที่ 2 :

รูปที่ 4.17 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator และ
สัญญาณ QAM ตรงจุด output ของ Adder Module (ค่า G และ g คู่ที่ 2)
3.

เปรี ยบเทียบระหว่าง Output (kXY) ของ Multiplier Module ที่ตวั รับ, output ของ Tunable LPF, และ
สัญญาณ Output ของ Decision Maker Module ให้นกั ศึกษาลองปรับค่าพารามิเตอร์ของ Phase Shifter,
Tunable LPF และ Decision Maker Module เพื่อให้ผลลัพธ์การดีมอดูเลต(Output) จาก Decision Maker
Module ตรงกับสัญญาณ X ของ Sequence Generator
บันทึกค่า
Phase Shifter Module:
Tunable LPF Module:
Decision Maker:

1 December 2009

13/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

รู ปที่ 4.18 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator, Output (kXY) ของ Multiplier Module ที่ตวั รับ,
และ output ของ Tunable LPF

รูปที่ 4.19 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ X ของ Sequence Generator และ
สัญญาณ Output ของ Decision Maker Module

1 December 2009

14/15

Data Communication Laboratory

ชื่อ

.นามสกุล

.รหัสนักศึกษา

.Sec

.

4. ให้ต่อเพิ่มชุดการถอดสัญญาณ Y เพิ่ม โดยให้ใช้ Decision Maker Module ตัวเดียวกับชุดถอดสัญญาณ X

รู ปที่ 4.20 ภาพเปรี ยบเทียบสัญญาณ Y ของ Sequence Generator, Output (kXY) ของ Multiplier Module ที่ตวั รับ,
และ output ของ ของ Decision Maker Module สําหรับถอดชุดสัญญาณ Y

คําถามท้ ายการทดลอง
1.

ถ้าไม่ทาํ การต่อวงจรภาคกรองความถี่ต่าํ ผ่านที่ต่อจากเอาท์พุทของภาคดีมอดูเลตเทคนิ ค จะสามารถดีเทค
สัญญาณดิจิตอลได้หรื อไม่ เพราะเหตใด

2.

จงคํานวณหา bandwidth ของการมอดูเลตทุกเทคนิค ที่ได้ทดลองนี้

3.

ถ้าความถี่ของสัญญาณคลื่นพาห์มีความถี่เป็ น 20 kHz วงจรภาคดีมอดูเลตสามารถดีเทคสัญญาณได้หรื อไม่
เพราะเหตุใด

1 December 2009

15/15

Data Communication Laboratory