การคลังและนโยบายการคลัง

นโยบายการคลัง คือ นโยบายของรัฐบาลเกีย่ วกับการจัดหารายได้ การใช้ จ่าย และ
การบริ หารหนี้ สาธารณะ โดยมีวตั ถุประสงค์ คือ (1) เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้อยู่
ในสภาวะทีเ่ หมาะสม (2) เพื่อเร่งรัดความเจริญทางเศรษฐกิจและระดับการจ้างงานของประเทศ
และ (3) เพื่อส่งเสริมให้มกี ารกระจายรายได้ให้เป็ นธรรมยิง่ ขึน้
งบประมาณแผ่นดิ น คือ แผนเกี่ยวกับการใช้จ่ายของรัฐบาลและแผนเกี่ยวกับการ
จัดหารายรับมาให้เพียงพอกับการใช้จ่ายในรอบระยะเวลาหนึ่ง โดยปกติถอื ระยะเวลา 1 ปี เป็ น
เกณฑ์
ปี ง บประมาณอาจแตกต่ า งจากปี ป ฏิทิน โดยปี ง บประมาณของไทยจะนั บ ตัง้ แต่
1 ตุ ล าคมของปี ก่ อ น ไปสิ้นสุด ที่ 30 กันยายนของปี นัน้ เช่ น ปี ง บประมาณ 2555 เริม่ ตัง้ แต่
1 ตุ ลาคม พ.ศ.2554 ถึง 30 กันยายน พ.ศ.2555 และหน่ วยงานที่รบั ผิดชอบในการจัดทํา
งบประมาณแผ่ น ดิน คือ “สํ า นั ก งบประมาณ” โดยประสานงานกับ หน่ ว ยงานต่ า งๆ เช่ น
กระทรวงการคลัง สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่ง
ประเทศไทย และสํ า นัก งานสภาความมันคงแห่

ง ชาติ เพื่อ ให้ง บประมาณแผ่ นดิน มีร ายรับ
ที่พ อกับรายจ่ายที่จําเป็ นในด้านต่ างๆ มีความสอดคล้อ งกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสัง คม
แห่งชาติ เกื้อหนุ นกับนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับ
นโยบายในการรักษาความมันคง

งบประมาณแผ่นดิ นแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ
1. งบประมาณสมดุล (Balance Budget) หมายถึง งบประมาณทีเ่ ป็ นรายได้ของรัฐ
ซึง่ ได้แก่ รายได้จากภาษีอากร จากการขายสิง่ ของและบริการ จากรัฐพาณิชย์ และรายได้อ่นื ๆ
รวมกันแล้วเท่ากับรายจ่ายของรัฐพอดี
2. งบประมาณไม่สมดุล (Unbalance Budget) หมายถึง งบประมาณทีเ่ ป็ นรายได้
ของรัฐรวมกันแล้วไม่เท่ากับรายจ่ายของรัฐ
ถ้า รายได้ มากกว่า รายจ่าย เรียกว่า "งบประมาณเกินดุล" (Surplus Budget)
ถ้า รายได้ น้อยกว่า รายจ่าย เรียกว่า "งบประมาณขาดดุล" (Deficit Budget)

รายได้จากภาษี อากร 2. ภาษี ทางอ้ อม คือ ภาษีท่ผี ู้เสียภาษีสามารถผลักภาระภาษีไปให้ผู้อ่นื ได้ง่าย ซึ่งมัก เป็นภาษีทเ่ี ก็บจากการบริโภคหรือการขาย เช่น ภาษีมลู ค่าเพิม่ ภาษีสรรพสามิต อากรแสตมป์ ภาษี น้ํ า มัน และผลิ ต ภัณ ฑ์ น้ํ า มัน ภาษี ส รรพสามิ ต จากการนํ า เข้ า ภาษี โ ภคภัณ ฑ์ อ่ื น ค่ า ภาคหลวงแร่ ค่ า ภาคหลวงนํ้ า มัน และก๊ า ซธรรมชาติ ภาษี ท รัพ ยากรธรรมชาติอ่ ื น ๆ ภาษีสนิ ค้าเข้า – ออก ภาษีลกั ษณะอนุ ญาต เป็ นต้น เนื่องจากภาษีเหล่านี้มกั จะบวกเข้าไว้ใน ราคาสินค้า จึงเป็ นการผลักภาระภาษีให้กบั ผูซ้ อ้ื วรลักษณ์ หิมะกลัส .53 Economics for everyday life งบประมาณรายรับ การประมาณการรายรับเป็ นการประมาณการของรัฐบาลว่าจะมีรายรับทัง้ หมดเท่าใดใน ระยะเวลา 1 ปีงบประมาณ โดยรายรับจะประกอบไปด้วย รายได้ เงิ นกู้ และเงิ นคงคลัง Ι รายได้ ประกอบด้วย 1. ภาษี ทางตรง คือ ภาษีทผ่ี เู้ สียภาษีจะต้องรับภาระภาษีทเ่ี สียไว้เอง โดยจะผลักไปให้ ผู้อ่ ืน ได้ย าก เช่ น ภาษี เ งิน ได้บุ ค คลธรรมดา ภาษี เ งิน ได้นิ ติบุ ค คล ภาษีเ งิน ได้ปิ โ ตรเลีย ม ภาษีทด่ี นิ ภาษีมรดก เป็ นต้น 2. รายได้ อื่ น ๆ ได้แ ก่ รายได้จ ากค่ า ปรับ ค่ า แสตมป์ รายได้จ ากการผลิต เหรีย ญ กษาปณ์ เป็ นต้น รายได้จากภาษี อากร ภาษี คือ เงินที่ประชาชนถู ก บัง คับเก็บจากรัฐบาล เพื่อ นํ าไปใช้จ่ายในการดําเนิ น กิจการของรัฐ ซึง่ รายได้จากภาษีน้จี ะเป็ นแหล่งรายได้ทส่ี าํ คัญของรัฐบาล ภาษี แบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ 1. รายได้ จ ากการขายสิ่ งของและบริ การ เช่ น ค่ า ขายทรั พ ย์ ส ิ น ประเภท อสังหาริมทรัพย์ ค่าขายหนังสือราชการ ค่าขายของทีอ่ ายัดได้ ค่าเช่าทรัพย์สนิ ของทางราชการ ค่าบริการต่างๆ 3. รายได้จากรัฐพาณิ ชย์ คือ รายได้ทเ่ี กิดจากการประกอบการของรัฐวิสาหกิจ รวมถึง รายได้จากเงินปนั ผลทีร่ ฐั ได้รบั จากบริษทั ทีร่ ฐั ถือหุน้ ไว้ 4.

..... อัตรา. อัตราภาษี แบบคงที่ (Flat rate or proportional tax rate) คือ อัตราภาษีทจ่ี ดั เก็บใน อัตราเท่ากันโดยไม่คาํ นึงถึงขนาดของฐานภาษี เช่น ภาษีมลู ค่าเพิม่ 2. 2% 5% 8% 10% อัตราภาษี ค. อัตราภาษี แบบถดถอย หรือ ภาษี อตั ราถอยหลัง (Regressive tax rate) คือ อัตราภาษีท่จี ดั เก็บหลายอัตรา แต่อตั ราภาษีจะลดลงเมื่อฐานภาษีขยายใหญ่ขน้ึ ภาษีชนิดนี้จะ เพิม่ ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ ภาษีส่งส่วยรัชชูปการในสมัยโบราณถือเป็ นตัวอย่างของ ภาษีอตั ราถอยหลังในรูปแบบทีง่ า่ ยทีส่ ุด สําหรับในปจั จุบนั เช่น ภาษีสรรพสามิต ตัวอย่าง อัตราภาษี รายได้ 1......000 3..... 15% 10% 8% 5% หลักในการจัดเก็บภาษี 1..000 2................ หลัก ความแน่ นอน (Certainty) การจัด เก็บภาษีอ ากรต้อ งมีก ารระบุ ถึง วิธ ีก าร กรอบระยะเวลา อัตราภาษี หรือสถานที่ในการจัดเก็บให้มคี วามแน่ นอน เพื่อให้สามารถคาด ประมาณรายได้ทจ่ี ะได้รบั อีกทัง้ เป็นประโยชน์กบั ผูเ้ สียภาษี 3.000 อัตราภาษี ก.. 5% 5% 5% 5% อัตราภาษี ข... หลักประหยัด (Economy) การจัดเก็บภาษีควรมีค่าใช้จ่ายทีเ่ กี่ยวข้องกับการชําระ ภาษีหรือการจัดเก็บภาษีให้น้อยทีส่ ุด วรลักษณ์ หิมะกลัส .000 4...... หลักความเป็ นธรรม (Equity) การพิจารณาความเป็ นธรรมสามารถพิจารณาได้ ใน 2 ลักษณะ คือ (1) การพิจารณาจากความสามารถในการจ่าย โดยหากบุคคลใดมีรายได้มาก หรือทรัพย์สนิ มาก ก็ควรจะเสียภาษีมากกว่าผูท้ ม่ี รี ายได้น้อยกว่า (2) ปริมาณการรับบริการจาก รัฐ โดยหากบุคคลใดได้รบั บริการจากรัฐมากก็ควรจะเสียภาษีมากกว่าผูท้ ไ่ี ด้รบั บริการน้อยกว่า 2... อัตรา....... อัตราภาษี แบบก้าวหน้ า (Progressive tax rate) คือ อัตราภาษีทจ่ี ดั เก็บหลายอัตรา แต่อตั ราภาษีจะสูงขึน้ เมื่อฐานภาษีขยายใหญ่ขน้ึ ซึ่งภาษีชนิดนี้จะลดความไม่เท่าเทียมกันของ รายได้ (การกระจายรายได้ดขี น้ึ ) เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมรดก 3. หลักความสะดวก (Convenience) ในการจัดเก็บภาษีตอ้ งทําให้ผมู้ หี น้าทีเ่ สียภาษี ได้รบั ความสะดวกในการเสียภาษีไม่ว่าจะเป็ นวิธกี าร อัตราภาษีทจ่ี ดั เก็บ รวมถึงสถานทีใ่ นการ ชําระภาษี เพื่อป้องกันการหลบเลีย่ งภาษี 4...54 Economics for everyday life อัตราภาษี แบ่งได้เป็ น 3 ประเภท คือ 1..... อัตรา.........

เพื่อการควบคุม ในกรณีทร่ี ฐั ต้องการให้มกี ารบริโภคสินค้าประเภทใดมากหรือน้อย อาจใช้ภาษีเป็ นตัวควบคุมการบริโภคได้ เช่น สินค้าทีเ่ ป็ นภัยกับสุขภาพอนามัย เช่น บุหรี่ สุรา หรือสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ ก็อาจใช้การเก็บภาษีในอัตราทีส่ งู เพื่อลดการบริโภคสินค้าดังกล่าว 3. เพื่อการกระจายรายได้ หากรัฐต้องการลดความแตกต่างของรายได้ก็อาจใช้การ เก็บภาษีในอัตราก้าวหน้ ามาเป็ นเครื่องมือในการลดความแตกต่างดังกล่าวได้ ซึ่งการใช้อตั รา ภาษีมาเป็ นเครือ่ งมือในการกระจายรายได้กอ็ าจทําได้โดยการกระจายรายได้จากคนรวยสู่คนจน การการะจายรายได้จากผูม้ สี ุขภาพดีไปยังคนเจ็บป่วยหรือคนทีอ่ ยู่ในวัยทํางานไปสู่คนชราหรือ เด็ก และการกระจายรายได้จากท้องถิน่ ทีอ่ ุดมสมบูรณ์กว่าไปยังท้องถิน่ ทีย่ ากจน เป็นต้น 4. เพื่ อ การชําระหนี้ ข องรัฐ ในกรณีท่รี ฐั ต้อ งก่ อ หนี้ เ พื่อ ใช้ใ นการลงทุ นขัน้ พื้นฐาน (infrastructure) โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ เมื่อต้องชําระเงินคืน ก็ต้องอาศัยการ เก็บภาษีจากประชาชนซึง่ ถือเป็ นแหล่งรายได้หลักของรัฐ 5. เพื่ อเป็ นเครื่องมือในนโยบายทางธุรกิ จ ในกรณีท่รี ฐั ต้องการส่งเสริมหรือจํากัด การลงทุนของธุรกิจก็สามารถใช้ภาษีเป็ นเครือ่ งมือในการจัดการได้ 6.Economics for everyday life 55 วัตถุประสงค์ของการเก็บภาษี อากร 1. เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิ จ ในภาวะประเทศประสบปญั หาทางเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ เงินฝื ด ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า หรืออาจขยายตัวมากจนเกินไป ก็สามารถใช้ภาษี เป็ นเครือ่ งมือสําคัญในการลดหรือแก้ไขปญั หาต่างๆ ดังกล่าวได้ ΙΙ เงิ นกู้ เงิ นกู้ คือ เงินที่รฐั บาลกู้มาใช้จ่ายจากแหล่งต่ างๆ ทัง้ ภายในและภายนอกประเทศ ซึง่ มักจะใช้ในกรณีทง่ี บประมาณแผ่นดินขาดดุล หนี้ สาธารณะ คือ หนี้ท่รี ฐั บาลก่อขึ้น ซึ่งรัฐต้องมีขอ้ ผูกพันที่จะต้องชดใช้ทงั ้ เงินต้น และดอกเบี้ย และสามารถแบ่งหนี้สาธารณะตามแหล่งที่มาได้ คือ “หนี้ ภายในประเทศ” เช่น การกูจ้ ากประชาชนทัวไปในรู ่ ปของพันธบัตรรัฐบาลและหลักทรัพย์ของรัฐบาลทัง้ ในระยะสัน้ และ ระยะยาว การกู้จากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นๆ ในประเทศ และ “หนี้ ภายนอก ประเทศ” ซึ่ง อาจเป็ นการกู้โดยตรงของรัฐบาลและการกู้ของรัฐวิส าหกิจซึ่ง รัฐบาลเป็ นผู้ค้ํา ประกัน แหล่ง เงินกู้ส่ว นใหญ่ คือ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคาร พัฒนาแห่งเอเซีย ส่วนการกูร้ ะหว่างรัฐบาลด้วยกันก็มแี ต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปสินเชื่อของการซือ้ ขายอาวุธและสินค้าทุน เป็ นต้น แต่ถ้าแบ่งตามระยะเวลาการชําระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจะแบ่งเป็ น “ระยะสัน้ ” ที่ม ี ระยะเวลาในการชําระคืนไม่เกิน 1 ปี “ระยะปานกลาง” มีระยะเวลาในการชําระคืนในระยะเวลา 2 – 5 ปี และ “ระยะยาว” คือมีระยะเวลาในการชําระคืนมากกว่า 5 ปีขน้ึ ไป วรลักษณ์ หิมะกลัส . เพื่อจัดหารายได้ เนื่องจากภาษีถอื ว่าเป็ นแหล่งรายได้หลักทีจ่ ะนํ ามาใช้ในรายจ่าย ต่างๆ ในการบริหารประเทศของรัฐบาล 2.

1 1.9 0.081.3 100.000.0 37.909.9 4.56 Economics for everyday life วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ สาธารณะ 1.000.700.300.2554 ปี งบประมาณ ประเภทรายรับ รายได้ 1.350.0 2554 ร้อยละ 79.3 350.000.000.0 1.7 87.497.8 20.303. รัฐพาณิชย์ 4.400.1 420.6 100.0 ร้อยละ 79.0 28.650.887.310.7 16.2 84. รายได้อ่นื เงิ นกู้ รวมรายรับ 2553 จํานวน 1.070.0 1.0 จํานวน 1. การขายสิง่ ของและบริการ 3.7 17. วัตถุประสงค์ของการกู้จากต่างประเทศ (1) เพื่อลงทุนในโครงสร้างพืน้ ฐานทาง เศรษฐกิจ แต่รฐั บาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีอากรและรายได้อ่นื ภายในประเทศได้เพียงพอ และ (2) การลงทุนขนาดใหญ่ท่จี าํ เป็ นต้องใช้สนิ ค้าทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึง่ ต้องชําระ ด้วยเงินตราต่างประเทศ แต่ประเทศมีเงินตราต่างประเทศไม่เพียงพอ ΙΙΙ เงิ นคงคลัง เงิ นคงคลัง คือ เงินทีเ่ หลือจากการใช้จ่ายในปี ก่อนๆ ซึ่งรัฐเก็บสะสมไว้และสามารถ ยืมมาใช้ในปีทม่ี รี ายจ่ายมากกว่ารายได้ และรัฐไม่ตอ้ งการก่อหนี้เพิม่ ขึน้ ประมาณการรายรับประจําปีงบประมาณ 2553 .000.0 ทีม่ า : สํานักงบประมาณ วรลักษณ์ หิมะกลัส .0 1.1 0.908. ภาษีอากร 2.9 1.0 2. วัตถุประสงค์ของการกู้ภ ายในประเทศ (1) เพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุล ชัวคราว ่ (2) เพื่อใช้ในการลงทุนตามโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ และ (3) เพื่อสร้างเสถียรภาพ ของระบบเศรษฐกิจ 2.000.4 88.9 4.0 83.7 20.818.

การจําแนกรายจ่ายตามยุทธศาสตร์ คือ การจําแนกรายจ่ายตามแผนงานหรือ ยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ ของรัฐบาลภายใต้กรอบและแนวการดําเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ตามแผนการบริห ารราชการแผ่ น ดิน ซึ่ง ในแต่ ล ะปี ง บประมาณจะมีค วามแตกต่ า งกัน ตาม เป้าหมายทีว่ างไว้ของแต่ละปี 2. การจําแนกรายจ่ายตามลักษณะเศรษฐกิ จ คือ การจําแนกงบประมาณรายจ่าย ออกเพื่อ แสดงให้เ ห็น ผลทางเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้จ่ายเงิน ของรัฐ บาล ทัง้ นี้ ห าก ต้องการพิจารณาการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จะแยกพิจารณาเป็น 2 กลุ่มใหญ่คอื 3. การจํา แนกรายจ่ า ยตามลัก ษณะงาน คือ การจํา แนกงบประมาณรายจ่ า ย ออกเป็ นหมวดหมู่ตามวัตถุประสงค์ในการดําเนินกิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาล โดยยึดหลักการใน การจําแนกรายจ่ายรัฐบาลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งแยกเป็ น 10 ด้าน คือ การ บริห ารทัว่ ไปของรัฐ การป้ อ งกัน ประเทศ การรัก ษาความสงบภายใน การเศรษฐกิจ การ สิ่ง แวดล้ อ ม การเคหะและชุ ม ชน การสาธารณสุ ข การศาสนา การศึก ษา และการสัง คม สงเคราะห์ 3. การจําแนกรายจ่ายตามกระทรวงและหน่ ว ยงาน คือ งบประมาณรายจ่ายที่ จัดสรรให้แก่กระทรวงและหน่ วยงานต่างๆ ของประเทศ วรลักษณ์ หิมะกลัส .57 Economics for everyday life งบประมาณทางด้านรายจ่าย ในการประมาณรายจ่ายจะจําแนกได้หลายวิธ ี ซึง่ แต่ละวิธมี จี ุดมุ่งหมายและประโยชน์ แตกต่างกัน ดังนี้ 1.2 รายจ่ายประจํา คือ รายจ่ายเพื่อการบริหารงานประจํา เงินรายจ่ายประเภท เงินเดือน ค่าจ้าง และรายจ่ายเพื่อสวัสดิการแก่ขา้ ราชการ 4.1 รายจ่ายเพือ่ การลงทุน คือ รายจ่ายเพื่อสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ และ รายจ่ายเพื่อการได้มาซึง่ ครุภณ ั ฑ์ ทีด่ นิ และสิง่ ก่อสร้าง 3.

ทางด้านรายได้หรือการเปลีย่ นแปลงอัตราภาษี เนื่องจากการเปลีย่ นแปลงอัตราภาษี จะมีผลกระทบต่ ออุ ปสงค์มวลรวมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็ นค่าใช้จ่ายในการบริโภค การออม หรือการลงทุนของประเทศ เช่น การลดอัตราภาษี เช่น การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษี เ งิน ได้นิ ติบุ ค คล หรือ ภาษีมูล ค่ า จะทํ า ให้ ค่ า ใช้ จ่ า ยในการบริโ ภคหรือ การลงทุ น ของ ภาคเอกชนเพิม่ ขึน้ ซึง่ จะส่งผลให้รายได้ประชาชาติและการจ้างงานเพิม่ สูงขึน้ 2.58 Economics for everyday life นโยบายการคลัง เครื่องมือของนโยบายการคลัง มีมาตรการหรือเครือ่ งมือทีส่ าํ คัญ คือ 1. ทางด้านรายจ่ายหรือการเปลีย่ นแปลงปริมาณการใช้จ่ายของรัฐบาล การเพิม่ รายจ่าย ของรัฐ ในการซื้อ สิ น ค้ า หรือ บริก าร (เช่ น การลงทุ น ก่ อ สร้ า งถนน หรือ การขยายระบบ สาธารณู ปโภคสาธารณูปการต่างๆ) รวมถึงรายจ่ายประเภทเงินโอนหรือเงินช่วยเหลือ จะมีผล ทําให้รายได้ประชาชาติและการจ้างงานสูงขึน้ นโยบายการคลัง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1 นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary fiscal policy) คือ นโยบายการคลังที่ ใช้การเพิม่ งบประมาณรายจ่าย และลดอัตราภาษี หรือ “การใช้งบประมาณขาดดุล” โดยรัฐจะ ใช้นโยบายการคลัง แบบขยายตัว ในกรณีท่ี “เศรษฐกิ จตกตํา่ ” หรือ มีปญั หา “การว่ างงาน จํานวนมาก” 2 นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary fiscal policy) คือ นโยบายการคลังที่ ลดงบประมาณรายจ่าย และเพิม่ อัต ราภาษี หรือ “การใช้ ง บประมาณเกิ นดุล” โดยรัฐจะใช้ นโยบายการคลัง แบบหดตัวในกรณีท่ี “เศรษฐกิ จมีการขยายตัวมากเกิ นไป” หรือมีปญั หา “เงิ นเฟ้ อสูง” สรุปเครื่องมือและนโยบายการคลัง เศรษฐกิ จขยายตัวมาก นโยบายการคลังแบบหดตัว • ลดรายจ่าย • เพิม่ รายได้ (ภาษี) งบประมาณแบบเกินดุล เศรษฐกิ จตกตํา่ นโยบายการคลังแบบขยายตัว • เพิม่ รายจ่าย • ลดรายได้ (ภาษี) งบประมาณแบบขาดดุล วรลักษณ์ หิมะกลัส .