You are on page 1of 10

รายงานวิชาประวัติศาสตร์

เรื่องภูมิปัญญาท้ องถิ่นภาคใต้

จัดทาโดย

ด.ช. ถิรวัฒน์

อุดมรุ่ งเรืองกิจ เลขที่ 3 ม.3/12

เสนอ

คุณครู วิทยา

รักษ์ วงศ์

ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา

2556

โรงเรียนหาดใหญ่ วทิ ยาลัย

อาเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

คานา

รายงานนี ้ฉบับนี ้เป็ นส่วนหนึง่ ของวิชาประวัติศาสตร์ ชันมั
้ ธยมศึกษาปี ที่

3

โดยมีจดุ ประสงค์เพื่อจะได้ ศกึ ษาไว้ ให้ เป็ นประโยชน์
หวังว่ารายงานนี ้คงมีประโยชน์ตอ่ ผูท้ ี่นาไปใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามความคาดหวัง

ถิรวัฒน์ อุดมรุ่ งเรื องกิจ
ผูจ้ ดั ทา

สารบัญ

สารบัญ
คานา

สารบัญ

ภูมิปัญญาท้ องถิ่นภาคใต้

1

อ้ างอิง

6

ภูมิปัญญาท้ องถิ่นภาคใต้
คือ ภูมิปัญญาท้ องถิ่นภาคใต้ เป็ นมรดกทางวัฒนธรรมอันเกิดจากการพัฒนา การปรับตัว

ปรับวิถีชีวิตของคนในภาคใต้ ที่ประกอบด้ วยคนไทยและอีกหลายชาติพนั ธุ์ที่อยูร่ ่วมกันในคาบสมุทรมีคน
มาเลย์ คนจีน และคนที่มาจากอินเดียฝ่ ายใต้ แต่กลุม่ ชนที่มีจานวนมากที่สดุ คือ ไทยสยาม
โดยสภาพภูมิศาสตร์ ที่เป็ นแหลมทอง มีทะเลกว้ างใหญ่ขนาบอยูท่ งสองข้
ั้
าง
มีทรัพยากรธรรมชาติที่อดุ มสมบูรณ์ ทังในทะเล

และบนแผ่นดิน อันล้ วนเป็ นเขตมรสุมใกล้ เส้ นศูนย์สตู ร
มีผ้ คู นหลายชาติ หลายภาษา หลายวัฒนธรรมเดินทางมาทังทางบกและทางทะเลเพื

่อมาตังหลั
้ กแหล่ง
แสวงหาโภคทรัพย์และทามาค้ าขายเป็ นเวลาติดต่อกันยาวนานกว่าพันปี
มีการตังถิ
้ ่นฐานทามาหากินกันหลายลักษณะ ทังบริ
้ เวณชายทะเล ที่ราบระหว่างชายทะเลกับเทือกเขา
หลังเขา และตามสายน ้าน้ อยใหญ่จานวนมากที่ไหลจากเทือกเขาลงสูท่ ะเลทังสองด้

าน
ภูมิปัญญาของภาคใต้ จงึ มีความหลากหลาย
ทังที
้ ่ได้ พฒ
ั นาการจากการปรับตัวให้ เข้ ากับสิ่งแวดล้ อมธรรมชาติ
หรื อคนต่างถิ่นที่พกพามาจากแหล่งอารยธรรมต่างๆ จนหลอมรวมกัน เกิดเป็ นภูมิปัญญาประจาถิ่น
ซึง่ มีอยูใ่ นหลายลักษณะ ดังนี ้
1.ภูมิปัญญาในด้ านการดารงชีพ
2. ภูมิปัญญาในด้ านความสัมพันธ์ และการพึ่งพา
3. ภูมิปัญญาในด้ านหัตถกรรมพืน้ บ้ าน
4. ภูมิปัญญาในด้ านสมุนไพร
5. ภูมิปัญญาในด้ านทัศนะคติ
6. ภูมิปัญญาในด้ านการปลูกฝั งคุณธรรม
7. ภูมิปัญญาในด้ านการดารงชีพ
การแสวงหาปั จจัยพื ้นฐานของการยังชีพถือเป็ นสิ่งสาคัญเบื ้องต้ นของชนทุกชาติทกุ ภาษา
ซึง่ วิธีการจะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้ อม
สาหรับชนชาวใต้ ที่มีทาเลตังถิ
้ ่นฐานค่อนข้ างหลากหลายคือ มีทงที
ั ้ ่ราบตามแนวชายฝั่ ง
ปากอ่าว ท่าเรื อ ที่ราบเชิงเขา หลังเขา ตามแนวสายน ้าน้ อยใหญ่ บนเกาะ

ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดิน ทาให้ ชาวใต้ ได้ เรี ยนรู้และสัง่ สมประสบการณ์
ความสามารถ
อย่างมากมายในการจัดการและปรับตัวให้ สามารถดารงอยูอ่ ย่างกลมกลืนกับสภาพแวดล้ อม
ซึง่ มีอยูห่ ลายประการ คือ
1. การขุดสระน ้า เพื่อให้ ได้ น ้าจืดใสสะอาดไว้ กินไว้ ใช้ ตลอดทังปี
้ เนื่องจากอยูใ่ กล้ ทะเล
ยามที่น ้าขึ ้น น ้าเค็มจะไหลเอ่อเข้ ามาในแผ่นดิน จะอาศัยอาบกินก็ไม่สะดวก
ดังนันจึ
้ งเกิดภูมิปัญญาในการหาทาเลขุดบ่อน ้า ซึง่ บริเวณที่เหมาะสมควรจะเป็ นพื ้นที่ตา่ งๆ
ดังต่อไปนี ้
-บริเวณที่มีหญ้ าขึ ้นในฤดูแล้ ง
-บริเวณที่มีต้นกะพ้ อ มะเดื่อ หรื อมีจอมปลวก เป็ นบริเวณที่มีความชื ้นอยูม่ าก
น ้าใต้ ดนิ อยูใ่ นระดับตื ้น
-ทดสอบโดยใช้ กะลามะพร้ าวผาซีก ไปคว่าไว้ ตามจุดที่สงสัยว่าจะมีตาน ้า เมื่อหงายดู
ถ้ าพบว่ามีหยดน ้าจับอยูม่ ากก็เชื่อได้ เลยว่าตาน ้าอยูไ่ ม่ลกึ
2. การปลูกต้ นไม้ บริเวณบ้ าน
ชาวใต้ มีความเชื่อทานองเดียวกันกับภาคอื่นว่าการปลูกต้ นไม้ ในบริเวณบ้ านต้ องเลือกปลูกเฉพ
าะไม้ ที่เป็ นมงคลและปลูกให้ ถกู ทิศทาง โดยมีประโยชน์แฝงไว้ เพื่อให้ เกิดความร่มเย็นทังกายใจ

ส่วนที่ห้ามปลูกในบริเวณบ้ าน เป็ นพวกไม้ ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้ านสาขามาก หรื อชื่อไม่เป็ นมงคล เช่น
เต่าร้ าง ลัน่ ทม
ความเชื่อนี ้เกิดขึ ้นโดยอาศัยความรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับการโคจรของดวงอาทิตย์
ทิศทางของลมมรสุม ความหนักเบาของฝน ซึง่ จะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน
รวมถึงความเข้ าใจธรรมชาติของต้ นไม้ ในแต่ละพันธุ์ด้วย
3. การปลูกสร้ างบ้ านเรื อน จะมีลกั ษณะแตกต่างจากภาคอื่นๆ คือ
-ชาวใต้ นิยมแผ้ วถางพื ้นที่บริ เวณบ้ านให้ เตียนเรี ยบจนเห็นเป็ นพื ้นทรายขาวสะอาด
มีเหตุผลด้ านสภาพแวดล้ อมคือ การเดินเข้ าออกสะดวก ปลอดภัยจากสัตว์ร้าย เช่น งู ตะขาบ
แมงป่ อง ที่มีอยูอ่ ย่างชุกชุม
-บ้ านเรื อนมีหลังคาเตี ้ยลาดชัน ยกพื ้นสูง และไม่ฝังเสาลงดิน
แต่จะวางอยูบ่ นตีนเสาที่เป็ นก้ อนหิน ไม้ เนื ้อแข็ง หรื อ แท่งซีเมนต์หล่อ เนื่องจากฝนตกชุก

ทาให้ ดินอ่อนตัว โอกาสที่เสาจะทรุดตัวมีได้ มาก
นอกจากนี ้แล้ วยังเป็ นการป้องกันปลวกและเชื ้อรากัดกิน
-ไม่ปลูกบ้ านขวางตะวัน นิยมปลูกหันหน้ าไปในแนวเหนือใต้
เพื่อหลบแสงแดดที่จะส่องเข้ าบ้ าน
4. อุบายในการครองชีพ
สังคมของชาวใต้ มีเคล็ดหรื ออุบายในการดารงชีพและการทามาหากินตามสภาพแวดล้ อมหลา

ภูมิปัญญาในด้ านความสัมพันธ์ และการพึ่งพา
จากสภาพภูมิศาสตร์ ของภาคใต้ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายเป็ นตัวกาหนดสาคัญที่ทาให้ ชมุ ชนแต
กต่างไปจากภาคอื่นๆ ทังลั
้ กษณะการตังถิ
้ ่นฐาน และการทามาหากิน
อย่างสาคัญประการหนึง่ คือชุมชนต่างๆ ของชาวใต้
ไม่อาจอยูไ่ ด้ ด้วยการพึง่ พาตนเองโดยลาพัง ชาวสวนผลไม้ สวนยาง และเหมืองแร่ในป่ า
ต้ องการข้ าว กะปิ น ้าปลา กุ้งแห้ ง จากหมูบ่ ้ านพื ้นราบหรื อชายฝั่ ง
ขณะเดียวกันหมูบ่ ้ านเหล่านี ้ก็ต้องการของป่ า เครื่ องเทศ สมุนไพร ฟื นจากป่ าเขา
การไปมาหาสู่กนั เพื่อแลกเปลี่ยนข้ าวปลาอาหารของกินของใช้ จงึ เป็ นสิ่งจาเป็ นและได้ ทาต่อเนื่
องกันมาเป็ นเวลาช้ านาน ก่อให้ เกิดกลไกความสัมพันธ์และการพึง่ พาระหว่างคนต่างชุมชน
1. ธรรมเนียมการเป็ นเกลอกัน มักจะทากันตังแต่
้ ยงั เล็กๆ โดยพ่อแม่ทงสองฝ่
ั้
ายจัดการให้
เพราะต้ องการสานมิตรไมตรี ที่ผกู พันกันอยูก่ ่อนแล้ วให้ แน่นแฟ้นยิ่งขึ ้น
แต่ก็มีไม่น้อยคูท่ ี่ยินดีเป็ นเกลอกันเองเพราะได้ ร้ ูจกั มักคุ้นกันเป็ นพิเศษ
เมื่อเป็ นเกลอกันแล้ วญาติของทังสองฝ่

ายต่างให้ ความรักใคร่ผกู พันคูเ่ กลอเสมือนญาติคนหนึง่
2. วันนัด
เป็ นวันที่จดั ให้ มีตลาดนัดขึ ้นเพื่อชุมชนจะได้ ซื ้อขายหรื อแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิ
ตได้ ในท้ องถิ่นนันๆ
้ โดยกาหนดสถานที่หมุนเวียนกันไป
นอกจากนี ้แล้ วยังใช้ เป็ นวันนัดหมายพบปะกันแทนการใช้ ปฏิทิน สาหรับชี ้แจงข้ อราชการ
หรื อกิจกรรมพัฒนาท้ องถิ่นต่างๆ

3. วันว่าง จะตรงกับวันสงกรานต์ของภาคอื่นๆ แต่ธรรมเนียมปฏิบตั จิ ะแตกต่างกัน
โดยตลอดระยะเวลาวันว่าง ทุกครัวเรื อนจะหยุดทามาหากิน ไม่ดา่ ว่าร้ ายใคร ไม่ฆา่ สัตว์ตดั ชีวิต
ดูแลบ้ านเรื อนของตนให้ สะอาด รักษาอารมณ์ให้ แจ่มใส
แสดงกตเวทีตอ่ ผู้ใหญ่ด้วยการรดน ้าดาหัว และตักบาตรฟั งธรรม
4. กินงาน กินวาน ข้ าวหม้ อแกงหม้ อ
เป็ นวัฒนธรรมการพึง่ พาของชาวใต้ โดยใช้ ธรรมเนียมการกินเป็ นตัวชักนาให้ เกิดการร่วมแรงร่ว
มใจกันช่วยเหลือเกื ้อกูลกันในงานที่แต่ละครอบครัวไม่สามารถทาเองได้ เช่น งานศพ งานบวช
เกี่ยวข้ าว ทอดกฐิ น และทอดผ้ าป่ า
ภูมิปัญญาในด้ านหัตถกรรมพืน้ บ้ าน
หัตถกรรมพื ้นบ้ านภาคใต้ เป็ นภูมิปัญญาและเป็ นมรดกทางวัฒนธรรมของสังคมเกษตรกรรมที่ไ
ด้ มีการสืบสานความรู้ ความสามารถและความชานาญต่างๆ มายังคนรุ่นปั จจุบนั
สิ่งใดประดิษฐ์ ขึ ้นใช้ แล้ วไม่ได้ ผลหรื อมีสิ่งอื่นที่ดีกว่าก็จะเสื่อมสลายไป
สิ่งใดใช้ ได้ ดีและสะดวกต่อการผลิตสิ่งนันก็
้ ยงั คงอยู่
อีกทังยั
้ งมีการสอดแทรกคุณค่าทางด้ านศิลปะลงในงานด้ วย
หัตถกรรมพื ้นบ้ านภาคใต้ เป็ นการนาเอาวัตถุดบิ ในธรรมชาติ
โดยเฉพาะพืชพรรณที่มีอยูอ่ ย่างมากมาย ทังบนบกและในน

้า เช่น ไม้ ไผ่ หวาย กระจูด กก
มะพร้ าว ลิเพา รวมถึงปาล์ม นามาดัดแปลงเป็ นเครื่ องใช้ ไม้ สอยต่างๆ
เพื่อใช้ ในชีวิตประจาวัน เช่น
-ไม้ ไผ่ ลาต้ นสามารถใช้ เป็ นส่วนผสมของยาหลายขนาน เป็ นแร้ วดักสัตว์ ทาตะกร้ า กระบุง เข่ง
ชลอม และทาแพ ส่วนหน่อใช้ ปรุงเป็ นอาหาร
-มะพร้ าว รากสามารถใช้ ทายา ลาต้ นใช้ ทาเสาและเครื่ องเรื อน
ผลนามารับประทานหรื อปรุงอาหาร ใบใช้ ห่อของหรื อทาไม้ กวาด
-ย่านลิเพา นามาทาของใช้ ที่นิยมกันได้ แก่ นหมาก กล่องยาเส้ น พาน และหมวก
มีราคาค่อนข้ างสูง เพราะเป็ นงานจักสานที่ต้องใช้ ความประณีตบรรจง
-ปาล์ม หรื อ หมาก ใช้ ทาภาชนะตักน ้าที่เรี ยกว่า “หมา” โดยทามาจากส่วนที่เป็ นกาบหรื อใบ
สามารถใช้ ตกั หรื อวิดน ้าได้ เป็ นอย่างดี

ภูมิปัญญาในด้ านสมุนไพร
ตังแต่
้ อดีตกาลภาคใต้ เป็ นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย
แม้ ในปั จจุบนั จะได้ นาไปใช้ บ้าง
แต่ก็ยงั คงความอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้ วยความหลากหลายทางชีวภาพ
ความรู้และประสบการณ์ของบรรพบุรุษในการใช้ ประโยชน์ทรัพยากรได้ ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึง่
ไปสูอ่ ีกรุ่นหนึง่ สมุนไพรถือเป็ นภูมิปัญญาที่ชาวใต้ ได้ รับการถ่ายทอดมาจนปั จจุบนั
ด้ วยเหตุที่ชาวใต้ ส่วนใหญ่ใช้ ชีวิตคลุกคลีอยู่กบั ป่ าดงพงไพร
ความจาเป็ นเมื่อเจ็บป่ วยบังคับให้ คนเหล่านี ้ต้ องเสี่ยงชีวิตเก็บเอาสิ่งต่างๆ ทังที
้ ่เป็ น พืช สัตว์
หรื อสินแร่ มาทดลองใช้ ในลักษณะลองผิดลองถูก
จนประจักษ์แจ้ งในสรรพคุณของสิ่งที่ใช้ บาบัดรักษา
ภูมิปัญญาในด้ านทัศนคติ
โดยภาพรวมแล้ วทัศนคติตอ่ สิ่งแวดล้ อมของชาวใต้ มิได้ แตกต่างไปจากภูมิภาคอื่นเท่าใดนัก
เว้ นแต่จะผูกพันแนบแน่นอยู่กบั ธรรมชาติที่เป็ นคาบสมุทร
รวมทังการได้

แลกเปลี่ยนสังสรรค์กบั คนจากวัฒนธรรมอื่นอย่างต่อเนื่องกันมาเป็ นเวลานับพันปี
ทาให้ เกิดการผสมผสานของวัฒนธรรมอยู่ตลอดเวลา
ซึง่ สภาพดังกล่าวนี ้เป็ นลักษณะเด่นที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติที่เป็ นภูมิปัญญาเฉพาะถิ่น
และถือปฏิบตั ิเป็ นบรรทัดฐานของชาวใต้ ดังเช่นต่อไปนี ้
1. ด้ านสิง่ แวดล้ อม
คนในภาคใต้ มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับธรรมชาติในลักษณะที่ได้ รับการเกื ้อกูลจากธรรมชาติอย่างล้ นเหลือ
มาแต่อดีต
เพียงแค่เก็บเกี่ยวเอาทรัพยากรทีม่ ีอยูม่ ากินใช้ ด้วยน ้าพักน ้าแรงของตนเองก็อยูไ่ ด้ อย่างสบายโดยไม่ต้องใช้ ค
วามพยายามเป็ นพิเศษเหมือนกับภูมิภาคอื่น ในทัศนะของชาวใต้
คนจึงมีสถานะเป็ นส่วนหนึง่ ในธรรมชาติที่ยอมรับอิทธิพลของธรรมชาติ
จะเห็นได้ จากการปลูกสร้ างบ้ านเรื อน การทามาหากิน ดังนันคนที

น่ ี่จึงเคารพธรรมชาติ
จะทาการสิง่ ใดเพื่อการครองชีพก็จะบอกกล่าวสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองอยู่
ดังจะเห็นได้ จากพิธีกรรมต่างๆ เช่น
-พิธีขอป่ า เป็ นพิธีกรรมที่ชาวบ้ านภาคใต้ ทาขึ ้นเพื่อขอตัดไม้ ในป่ า สาหรับปลูกสร้ างบ้ านเรื อนหรื อที่ทากิน

โดยการนาอาหารคาวหวานพร้ อมกับตัดกิ่งไม้ เป็ นรูปตะขอมาเซ่นไหว้ เจ้ าป่ าเจ้ าเขา
แล้ วอธิษฐานขออนุญาตเข้ าถางป่ า
นอกจากนี ้แล้ วการแสดงออกถึงการยอมรับนับถือความสาคัญของธรรมชาติและปรับตัวให้ สอดคล้ องกับธรร
มชาติยงั เห็นได้ ในพิธีกรรมการเคารพแม่โพสพ เคารพขุนเขา
และเคารพแผ่นดินเกิดด้ วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พืชพรรณธัญญาหารที่มีอยูท่ วั่ ไปไม่ขาดแคลน
ประกอบกับความศรัทธาในศาสนาที่สอนให้ ไม่โลภ ไม่สะสม หมัน่ ทาบุญทาทาน
เมื่อเปรี ยบเทียบกับคนในภูมิภาคอื่น คนใต้ จึงดูสมถะ เรี ยบง่าย เพียงพอแล้ วในปั จจัยสี่
จุดมุง่ หมายของชีวติ ไม่ได้ หยุดอยูท่ ี่การกินอยูอ่ ย่างมัง่ คัง่
หากแต่จะอยูอ่ ย่างกลมกลืนกับธรรมชาติให้ มากที่สดุ
2. การปกครอง ตลอดสองศตวรรษที่ผา่ นมาหัวเมืองปั กษ์ ใต้ มิได้ ถกู ปกครองอย่างใกล้ ชิดจากเมืองราชธานี
แต่จะอาศัยเมืองหลักอย่างนครศรี ธรรมราชและสงขลาเป็ นศูนย์กลางปกครองดูแลอีกต่อหนึง่
ฉะนันความสั

มพันธ์เชิงอานาจระหว่างเมืองหลวงกับหัวเมืองปั กษ์ ใต้ จงึ ไม่ใช่การรวมศูนย์อานาจอย่างเข้ มข้ น
หัวเมืองต่างๆ มีอิสระในการปกครองและดูแลกันเอง ถึงแม้ วา่ จะไม่เป็ นแบบนี ้ทังหมด

แต่หลายๆ
หมูบ่ ้ านก็เกิดจากการสร้ างตัวด้ วยลาแข้ งของตนเองท่ามกลางสภาพธรรมชาติที่ เกื ้อกูลเป็ นอันดี
ชาวใต้ จึงมีทศั นะในการปกครองแบบพึง่ พาตนเอง รักอิสระ รักความเป็ นธรรม
3. สถานภาพ สังคมของคนชาวใต้ ให้ ความสาคัญกับเพศชายสูงกว่าเพศหญิง การยกย่องบุรุษ

เพศในการเป็ นหัวหน้ าครอบครัว พร้ อมกันนันก็
้ คาดหวังว่าบุรุษต้ องเป็ นผู้มีความรู้ มีคณ
ุ ธรรม

อ้ างอิง

http://www.dek-d.com/board/view/937146/
http://sineenach.blogspot.com/