Chapter Three

The Instructional Design Process

Task

Instructi

Materials

Implement

Instructi

Strategy

ment

Maintenan

and

onal

Develop

ation

Problem

Dissemin

Analysi

ation

s

Diffusion
Objecti
ves

Media

Decisio

Formativ

And

ns

Evaluatio

e

Summative
Evaluation

Figure 3.3 Air Force Model

CONSTRAINTS

Analyze
1

System

Define

2

Education /
Feedback

Develop

Objectives

3

And

Interactio
n

5
Conduct and

4
Plan ,

Evaluate

Develop , and

CONSTRAINTS

Legend : Curriculum Loop

Feedback and

Interaction Loop

Figure 3.5 Dick and Carey Model
Revise

Instruction

Conduct

Instructional
Analysis

Develop

Identify

Criterion

Instructi

Write

onal

Performance
Objectives

Referenced

Test items

Develop

Instructional
Strategy

Develop

Design and

and Select

Conduct

Instructional

Summative

Identify

Design and

Behaviors ,

Formative

Entry

Conduct

From The Systematic Design of

(pp. 2-3) by Walter Dick & Lou Carey , 1985 , Glenview , ll : Scott , Foreman & Company.

Copyright 1985 by Scot , Foreman & Company. Reprinted by permission

Figure 3.6 Kemp Model

revision
Topics –

Job Tasks
Purposes

Per testing

Learner

Characteristi
cs

evaluation

Formative

Learning

Subject

content

Evaluation

Task

Analysis

Learning

Support

Learning

Needs

Services

Goals

Instructional
Resources

Teaching

Learning

Activities

revision

Objective

From The Instructional Design Process by Jerrold Kemp , 1985 , NY : Harper &
Row : Copyright 1985 by Harper & Row Publishers.

Figure 3.7 Seels and Glasgow ID Model

Task

Instructi

Materials

Implement

Instructi

Strategy

ment

Maintenan

and

onal

Develop

ation

Problem

Dissemin

Analysi

ation

s

Diffusion
Objecti
ves

Media

Decisio

Formativ

And

ns

Evaluatio

e

Summative
Evaluation

รูปแบบการจัดการเรียนรููแบบบูรณาการ
การจัดการเรียนรู้แบบบ้รณาการ สามารถจัดไดูหลายลักษณะ
ดังนี้ (กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. 2544 : 21 - 22)

1. การบูรณาการแบบผููสอนคนเดียว ผู้สอนสามารถจัดการ
เรียนรู้โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กับหัวขูอเรื่องที่สอดคลูอง
กับชีวิตจริงหรือสาระที่กำาหนดขึ้นมา เช่น เรื่องสิ่งแวดลูอม เรื่องนำ ้ า
เป็ นตูน ผู้สอนสามารถเชื่อมโยงสาระและกระบวนการเรียนรู้ของกล่่ม
สาระต่าง ๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำานวณ การคิดวิเคราะห์
ต่าง ๆ ทำาใหูผู้เรียนไดูใชูทักษะและกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหา
ความรู้ความจริงจากหัวขูอเรื่องที่กำาหนด

2. การบูรณาการแบบคููขนาน มีผู้สอนตัง้ แต่สองคนขึ้นไป
ร่วมกันจัดการเรียนการสอนโดยอาจยึดหัวขูอเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่อง
หนึ่ ง แลูวบ้รณาการเชื่อมโยงแบบค่้ขนาน เช่น ผู้สอนคนหนึ่ งสอน
วิทยาศาสตร์ เรื่องเงา ผู้สอนอีกคนอาจสอนคณิ ตศาสตร์ เรื่องการ
วัดระยะทาง โดยการวัดเงา คิดคำานวณในเรื่องเงาในช่วงเวลาต่าง ๆ
จัดทำากราฟของเงาในระยะต่าง ๆ หรืออีกคนหนึ่ งอาจใหูผู้เรียนรู้ศิลปะ
เรื่องเทคนิ คการวาดร้ปที่มีเงา
3. การบูรณาการแบบสหวิทยาการ การบ้รณาการในลักษณะ
นี้นำาเนื้ อหาจากหลายกล่่มสาระมาเชื่อมโยงเพื่อจัดการเรียนรู้ ซึ่งโดย
ทัว่ ไปผู้สอนมักจัดการเรียนการสอนแยกตากรายวิชาหรือกล่่มวิชา แต่
ในบางเรื่องผู้สอนจัดการเรียนการสอนร่วมกันในเรื่องเดียวกัน เช่น
เรื่อง วันสิ่งแวดลูอมของชาติ ผู้สอนภาษาไทยจัดการเรียนการสอน
ใหูผู้เรียนรู้ภาษา คำาศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดลูอม ผู้สอนวิทยาศาสตร์จัด
กิจกรรมคูนควูาเกี่ยวกับสิ่งแวดลูอม ผู้สอนสังคมศึกษาใหูผู้เรียน
คูนควูาหรือทำากิจกรรมชมรมเกี่ยวกับสิ่งแวดลูอม และคร้ผู้สอน
ส่ขศึกษาอาจจัดใหูทำากิจกรรมเกี่ยวกับรักษาสิ่งแวดลูอมใหูถ้ก
ส่ขลักษณะ เป็ นตูน
4. การบูรณาการแบบโครงการ ผู้สอนสามารถจัดการเรียน
การสอนแบบบ้รณาการเป็ นโครงการ โดยผู้เรียนและคร้ผู้สอนร่วมกัน
สรูางสรรค์โครงการขึ้น โดยใชูเวลาการเรียนต่อเนื่ องกันไดูหลาย
ชัว่ โมง ดูวยการนำ าเอาจำานวนชัว่ โมงของวิชาต่าง ๆ ที่คร้ผู้สอนเคย
สอนแยกกันนั ้นมารวมเป็ นเรื่องเดียวกัน มีเปู าหมายเดียวกัน ใน
ลักษณะของการสอนเป็ นทีม เรียนเป็ นทีม ในกรณี ท่ีตูองการเนู น
ทักษะบางเรื่องเป็ นพิเศษ คร้ผู้สอนสามารถแยกสอนกันไดู เช่น
กิจกรรมเขูาค่ายดนตรี กิจกรรมเขูาค่ายภาษาอังกฤษ กิจกรรมเขูาค่าย
ศิลปะ เป็ นตูน
ขัน
้ ตอนการจัดการเรียนรููแบบบูรณาการ
การจัดการเรียนรู้แบบบ้รณาการที่นิยมใชูมากจะใชูแบบสห
วิทยาการ คือ นำ าเนื้ อหาสาระจากหลายกล่่มสาระมาเชื่อมโยงกัน ผู้
เรียนจะไดูเรียนรู้อย่างสัมพันธ์ สอดคลูองกันในแต่ละวิชา การจัดการ
เรียนรู้แบบบ้รณาการมีขัน
้ ตอน ดังนี้
1. กำาหนดหัวเรื่อง (Theme) ที่จะใชูเป็ นแกนในการ
บ้รณาการ โดยมีหลักการการเลือกหัวเรื่อง ดังนี้

1.1 เป็ นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจและมีโอกาสไดูเลือกเรียน

1.2 เป็ นเรื่องที่สามารถโยงความสัมพันธ์ไดูหลายวิชา
หรือหลายกล่่มประสบการณ์
1.3 เป็ นเรื่องที่ผู้เรียนมีประสบการณ์เดิม สอดคลูองกับ
ชีวิตจริง และมีความหมายต่อผู้เรียน
1.4 เป็ นเรื่องที่มีแหล่งเรียนรู้ใหูผู้เรียนไดูศึกษาคิดคูน
อย่างหลากหลายและเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับทูองถิ่นกับความรู้ท่ี
เป็ นสากล
1.5 เป็ นเรื่องที่เหมาะสมกับระดับความสามรถของผู้
เรียนและส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนรอบดูาน
2. ตัง้ ชื่อเรื่อง โดยตัง้ ชื่อเรื่องที่เรียนใหูน่าสนใจ กระตู่นใหูผู้
เรียนอยากรู้อยากเรียน เช่น บูานแสนส่ข โรคภัยใกลูตัว ชาวไทยย่ค
ไอเอ็ทเอฟ กวีนูอยรูอยบทกลอน (กาพย์ยานี 11) เป็ นตูน
3. จัดทำาแผนผังความคิด โดยใชูหัวเรื่องเป็ นแกน แลูวเชื่อม

โยงไปยังวิชาหรือกล่่มประสบการณ์อ่ ืน เท่าที่จะเชื่อมโยงไดู (ไม่
จำาเป็ นตูองโยงไปท่กวิชาท่กครัง้ ) ดังแผนภ้มิท่ี 31
เล่าเรื่อง

เกษตรกร

แต่งความ

อ่านเรื่อง

ภาษาไทย

ช่าง
แม่คูา

ฟั งเพื่อน
เล่า

คำาศัพท์
การงานอา
ชีพฯ

อาชีพที่
ฉั นรููจัก

ภาษา
อังกฤ

แม่ครัว
แผนภ้มิ

ประโยค
แต่งความ

คณิ ตศาส
ตร์

ศิลปะ

วาดภาพระบายสี

สถิติ
รูองเพลง

ค่ณธรรม

จำานวน

แผนภูมิท่ี 31 แสดงการบ้รณาการหัวเรื่องกับวิชาต่าง ๆ
4. วางแผนออกแบบกิจกรรมการเรียนรูู ในแต่ละกล่่ม

ประสบการณ์อย่างเหมาะสมและสัมพันธ์กัน ดังแผนภ้มิท่ี 32 และ
33 (กรมวิชาการ. 2542 : 230 - 231)

5. เขียนแผนการจัดการเรียนรูู ตามหลักการเขียนแผนใหู
ชัดเจน

คณิ ตศาสตร์
- รวบรวมขูอม้ล
รายไดูของแต่ละ
อาชีพ
- ทำาสถิติแสดง
จำานวนประชากรที่
ประกอบอาชีพต่าง

ศิลปะ
- วาดภาพบ่คคล
จากอาชีพต่าง ๆ
- เขียนภาพ
ช่มชน
- จัดทำาหนั งสือ
เล่มเล็กเกี่ยวกับ
อาชีพและอาชีพที่

ภาษาไทย
- เขียนคำาเกี่ยวกับ
อาชีพ
- เขียนเรียงความ
เกี่ยวกับอาชีพที่
นั กเรียนชอบ

อาชีพ
ที่ฉัน
รููจัก

ภาษาอังกฤษ
- รวบรวมคำาศัพท์
ภาษาอังกฤษเกี่ยว
กับอาชีพต่าง ๆ
- จัดทำาสม่ดคำา
ศัพท์เล่มเล็ก

แผนภูมิท่ี 32 แสดงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละวิชาอย่าง
สัมพันธ์กัน

12. แสดงผลงาน
เรื่อง “อาชีพที่ฉัน
รู้จัก” โดย
- จัดนิ ทรรศการ

- แสดงบทบาท
สมมติ

- แสดงละครเนู น
ค่ณธรรม
11. นำ าผลงานกล่่มมานำ าเสนอใน
ชัน
้ เรียนวิจารณ์งาน (เพื่อแลก
เปลี่ยนความรู้)

1. สนทนากับนั กเรียน
เกี่ยวกับอาชีพที่นักเรียน
สนใจ หรืออยากทำา
อะไรในอนาคตและทำาผัง
ความคิด (Mind
Mapping) ใหูนักเรียนทัง้
หูองเห็น
อาชีพต่าง ๆ
ที่เพื่อน
ชอบ
2. ระดมความคิดว่าแต่ละ
อาชีพ
มีความสำาคัญต่อช่มชน
อย่างไรบูาง
แต่ละอาชีพทำาหนู าที่
อย่างไร

อาชีพ
ที่ฉัน
รููจัก
10. แบ่งกล่่ม
- เขียนเรียงความ เขียนคำา

- รวบรวมคำาศัพท์เกี่ยวกับ 6. ใหูศึกษาขูอม้ล
อาชีพเป็ นภาษาอังกฤษ รายละเอียดในอาชีพที่
สนใจจัดทำาขูอม้ลราย
ละเอียด
7. ศึกษาปั ญหา
อ่ปสรรคแต่ละอาชีพ
8. หาวิธีปรับปร่ง
หรือแกูไขงานอาชีพ
นั ้น ๆ ใหูดีขึ้นกว่าเดิม
9. นำ าขูอม้ลมาจัดทำา
สถิติ
- จำานวนประชากร

3. เชิญตัวแทนหรือผู้ปกครองที่
ประกอบอาชีพต่าง ๆ มาเป็ น
วิทยากร

4. นั กเรียนสอบถามประเด็นต่าง
5. แบ่งกล่่ม
ๆ ตามที่สนใจ (ใบงาน)
นั กเรียนตามความ
สนใจของอาชีพ โดย
ศึกษาใบความรู้ตาม
รายละเอียดและจัดทำา
ขูอม้ล โดยสัมภาษณ์
จากวิทยากรทูองถิ่น
ในช่มชน

แผนภูมิท่ี 33 แสดงขัน
้ ตอนรายละเอียดของกิจกรรมการเรียนรู้
จากตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบ้รณาการดัง
กล่าวขูางตูน จะเห็นไดูว่าเป็ นกิจกรรมที่เนู นผู้เรียนเป็ นสำาคัญ กล่าว
คือ นั กเรียนไดูลงมือปฏิบัติ ไดูทำาแผนผังความคิด ไดูรวบรวมขูอม้ล
ไดูสัมภาษณ์วิทยากร ไดูจัดนิ ทรรศการ ฯลฯ และไดูทำากิจกรรมที่
เชื่อมโยงไปยังวิชาอื่น ๆ เช่น เขียนเรียงความ สัมภาษณ์วิทยาการ
(ภาษาไทย) ทำาสถิติอาชีพต่าง ๆ (คณิ ตศาสตร์) รวบรวมคำาศัพท์
เกี่ยวกับอาชีพ (ภาษาอังกฤษ) เป็ นตูน ทำาใหูนักเรียนไดูรับความรู้
แบบองค์รวมและเป็ นความรู้ท่ีมีความหมายต่อชีวิตจริง จึงกล่าวไดูวา่

การสอนแบบบ้รณาการเป็ นการสอนแบบหนึ่ งที่จะช่วยพัฒนาใหูผู้
เรียนเป็ นคนเก่ง ดี มีส่ข ไดูตามเปู าหมายของการจัดการศึกษา