หายดูถูกหมิ่นเกลียดชังหรือเสียชื่อเสียงย่อมเกิดการฟ้ องร้องขึ้น

ภายหลังได้เพราะสิ่งพิมพ์มีหลักฐานพยานแน่นชัดหากผู้เขียน

ข้อความข่าวหรือเรื่องราวต่างๆที่ดีพิมพ์ นั้ นมี เจตนาใส่ความโดย
มิชอบฉะนั้ นผู้ตกแต่งต้นฉบับฉะนั้ น

ผู้ตกแต่งต้นฉบับจึงควรมีความรู้และต้องศึกษาประมวลกฎหมาย
อาญาว่าด้วยการหมิ่นประมาทเป็ นอัปมงคล เสื่อมเสียชื่อเสียง

์ รี ความยุติธรรมเสียธุรกิจส่วนบุคคล หรือหยาบคาย ขัดต่อ
ศักดิศ

จารีตประเพณี วัฒนธรรม และศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้วควร
ละเว้นที่จะใช้ภาษาซึ่งเจาะจงบุคคลถ้าไม่มีหลักฐานแน่ชัดจะก่อให้
เกิดการกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของตนเป็ นต้น
ปั จจัยที่มีผลกระทบต่อการออกแบบกราฟิ ก

งานออกแบบกราฟิ กได้วิวัฒนาการมาพร้อมกับระบบการ

พิมพ์ โดยเฉพาะด้านการพิมพ์ ในการออกแบบงานพิมพ์เป็ น

หนั งสือในสมัยแรกๆ การพิมพ์ด้วยมือนิ ยมพิมพ์เป็ นแผ่นๆ และ
เป็ นตัวหลักฐานที่พบหนั งสือวัชรสูตรของจีนซึ่งถือว่าเป็ น

หนั งสือพิมพ์ท่พ
ี ิมพ์ครั้งแรกที่พิมพ์ ในลักษณะที่เป็ นม้วนและต่อ

มาได้พัฒนาเป็ นแบบพับในลักษณะสมุดข่อยในปี ค.ศ. 1116 ชาว

จีนได้คิดค้นวิธีการเย็บเล่มหนั งสือด้วยเชือกความเจริญก้าวหน้าใน

ด้านการพิมพ์ได้แพร่หลายไปสู่ทวีปยุโรปทำาให้มีการพัฒนารูปแบบ
ของการจัดรูปเล่มหนั งสือ และในปี ค. ศ 1888 ได้จัดตั้งสำานั ก
พิมพ์ข้ ึนในประเทศอังกฤษ การออกแบบกราฟิ กได้พัฒนาการ
ออกแบบรูปเล่มหนั งสือตามลำาดับจนถึงปั จจุบัน

การออกแบบกราฟิ ก ถือว่าเป็ นส่วนหนึ่ งของการออกแบบ

สื่อสาร เป็ นสื่อกลางในการสื่อความหมายให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
ได้อย่างชัดเจนการออกแบบกราฟิ กสามารถทำาหนั งสือเป็ นสื่อให้
เกิดความคิดสร้างสรรค์

งานกราฟิ กชิ้นเยี่ยมสามารถแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ใน
การแสดงออก ผลงานการออกแบบกราฟิ กที่ดี จะมีอิทธิพล

โดยตรงที่จะโน้มน้าวผู้รบ
ั ข้อมูลเกิดความสนใจและยอมรับและ

ขณะเดียวกันก็ยังแสดงคุณค่าอื่นพร้อมไปด้วย ดั้งนั้ นการออกแบบ
กราฟิ กควรต้องพิจารณาก่อนการลงมือสร้างสรรค์ผลงานอย่างรอบ
ตอบเพื่อเป็ นแนวทางในการออกแบบคือ วัสถุประสงค์ กลุ่มเป้ า

หมาย ลักษณะเฉพาะของงานกราฟิ กที่จะออกแบบ ปั จจัยที่มีผล
ต่อการออกแบบกราฟิ กแบ่งได้กว้างๆดังนี้ คือ
1. ปั จจัยด้านความงาม (Beauty)

การรับรู้ของมนุ ษย์ในแต่ละเพศแต่ละวัยแต่ละระดับการ

ศึกษาย่อมมีการรับรู้ทางความงามแตกต่างกัน เช่นเด็กเล็กๆจะ

ชอบสีสันที่สดใสแต่พอโตเป็ นผู้ใหญ่มักจะชอบสีท่ีไม่สดใส สีกลาง
รูปเด็กเล็กจะชอบภาพลายเส้นง่ายแบบการ์ตูน เด็กโตจะชอบ

รูปภาพ ที่มีรายละเอียดมากขึ้น ผ้ใู หญ่จะชอบภาพที่เหมือนจริง

เช่นภาพถ่าย ดังนั้ นผู้ออกแบบจึงต้องมีความรู้ท่ีออกแบบหนั งสือ
ให้เหมาะสมกับความสนใจของผู้อ่านที่เป็ นกลุ่มเป้ าหมาย
2. ปั จจัยด้านประโยชน์ใช้สอย (Function)

ความต้องการในด้านประโยชน์ใช้สอยของมนุ ษย์ ที่ต้องการ

สิ่งพิมพ์ รูปเล่มหนั งสือ ที่มีลักษณะต่างกัน เช่น หนั งสือพิมพ์ราย

วัน วารสารรายเดือน หนั งสือบันเทิง หนั งสือบันเทิง หนั งสือกีฬา
เป็ นต้น ดังนั้ นการออกแบบรูปเล่มหนั งสือสิ่งพิมพ์มีความ

สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ปัจจัย และประโยชน์ใช้สอยส่วนต่างๆของ

หนั งสือในการกำาหนดหน้าต่างๆของหนั งสือ จะต้องเป็ นอย่างไรแต่
สำาหรับหนั งสือแต่ละเล่มประเภทตำารา

หรือหนั งสือวิชาการจะมีแบบแผนในการกำาหนด

การจำาแนกกลุ่มเป้ าหมายตามลักษณะทางจิตวิทยา

ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบกราฟิ กให้ได้

คุณภาพมีความสวยงามน่าสนใจ และ เกิดประสิทธิภาพ จำาเป็ น
ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน ไม่เพียงแต่เฉพาะ

ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เท่านั้ น การศึกษากลุ่มเป้ าหมาย
ก็มีความสำาคัญในการออกแบบกราฟิ ก การแยกกลุ่มเป้ าหมาย
เพื่อการออกแบบพอจะแยกได้ดังนี้ คือ

การแยกกลุ่มโดยวัยทารก อายุแรกเกิด เด็กเล็ก 2 ขวบ ก่อน

เข้าเรียน เด็กเข้าเรียน เด็กโต 9 ขวบ เยาวชนรุ่นจิ๋ว 12 ปี วัยรุ่น
14 วัยหนุ่ม 18 ปี ผู้ใหญ่ 25 ปี กลางคน 35 ปี เริม
่ ชราและชรา
65 ปี ขึ้นไป ข้อสรุปนี้ เป็ นเพียงลักษณะพฤติกรรมโดยส่วนมาก
บางคนอาจมีลักษณะอ่อนหรือแก่กว่าวัย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
อื่นๆเป็ นค่าเปลี่ยนแปลงด้วย

การแยกกลุ่มโดยการศึกษา ตำ่ากว่าประถมบังคบ มัธยมต้น

มัธยมปลายสามัญ หรืออาชีพอุดมศึกษาและสูงกว่านี้ การแยกกลุ่ม
โดยอาชีพรับจ้างโดยใช้แรงงาน ลูกจ้างโยใช้สมองมากว่าแรงงาน

รับราชการ ระดับผู้น้อยและผู้ใหญ่ ประกอบอาชีพส่วนตัว การแยก
อาชีพส่วนตัวนี้ ยังแยกประเภทอาชีพออกไปได้อีกหลายกลุ่มเป้ า
หมาย

การแยกกลุ่มโดยท้องถิ่น กลุ่มจากต่างประเทศ เมืองหลวง

เมืองชนบท

การแยกกลุ่มตามสภาพฐานะและกำาลังซื้ อ ยากจน (D) ปาน

กลาง (C) ดี (B) ดีมาก(A)

การแยกกลุ่มโดยเพศ ชาย หญิง

การแยกตามทัศนคติอิทธิพลจากบรรพบุรุษ หรือบุคคลที่น่า

เชื่อถือ อิทธิพลของดวงดาว ศาสตร์ท่ีเร้นลับและเหตุผลจากงาน
อดิเรกการอนุ รก
ั ษ์ และวัตถุนิยม

(ภาพการแยกกลุ่มเป้ าหมายตามลักษณะทางจิตวิทยา)
ประเภทงานกราฟิ ก

งานออกแบบกราฟิ กมีขอบข่ายกว้างขวาง ผู้ออกแบบจะต้อง

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานและประเภทของงานกราฟิ กเป็ น
อย่างดีเพื่อที่จะได้สร้างแนวคิด และนำาเสนอรูปแบบกราฟิ กให้

สอดคล้องกับสื่อลักษณะต่างๆ นั กออกแบบกราฟิ กจะต้องใช้ความ
รู้ความเข้าใจพื้ นฐานในหลายๆด้านมาประกอบกันเพื่อให้ผลงาน

สามารถดำาเนิ นต่อไป ตามเจตนารมณ์ งานออกแบบกราฟิ ก เป็ น
งานที่สามารถสร้างสรรค์ได้ท้ ังวัสดุ 2 มิติ และ 3 มิติ อันได้แก่

กระดาษ ผ้า พลาสติกไม้ โลหะ ฯลฯ โดยสามรถจำาแนกได้ดังนี้
1. กราฟิ กทางด้านการส่งเสริมการค้าและบริการ

เป็ นงานกราฟิ กที่มุ่งประโยชน์ในการส่งเสริมการค้า และการ

บริการแก่กลุ่มเป้ าหมาย เช่น หนั งสือพิมพ์ นิ ตยสาร วารสาร

หนั งสือ จุลสาร อนุ สาร แคทตาล๊อก สูจิบัตร แผ่นพับแผ่นปลิว

จดหมายเวียน บัตรเชิญ แผ่นโปสเตอร์ แผ่นโฆษณา งานแต่ละ
ประเภทมีลักษณะเฉพาะรูปแบบจะแตกต่างกันขึ้นตาม

วัตถุประสงค์ เช่น หนั งสือวิชาการ หนั งสือพิมพ์ ตำาราวิชาการ

แบบเรียน หนั งสือนวนิ ยายนิ ทานสำาหรับเด็ก การ์ตูน หนั งสือภาพ
บันเทิงดารา กีฬา ฯลฯ การออกแบบปกหนั งสือที่เป็ นหนั งสือ

วิชาการ หรือ ตำาราเรียน รูปแบบตัวอักษร และรูปภาพจะเป็ นแบบ
เรียบๆ ตัวอักษรแบบราชการ การจัดวางมักจะเป็ นระเบียบ

เรียบร้อยส่วนหนั งสือ กีฬา นวนิ ยาย สารคดี การ์ตูน หนั งสือ

สำาหรับเด็ก จะมีรูปแบบค่อนข้างเป็ นอิสระ ตัวหนั งสือแปลกตา
ภาพประกอบเน้นไปทาง ความสวยงามสีสดใส สะดุดตาการ

ออกแบบจะต้องพิจารณาสร้างบุคลิกภาพ ให้โดดเด่น มีคุณค่าสร้าง
ความน่าเชื่อถือ

(ภาพประกอบหน้า 16)
1.1

หนั งสือพิมพ์ (Newspaper) เป็ นสื่อที่สามารถจะนำาข่าวสารไป
ถึงกลุ่มเป้ าหมายได้อย่างกว้างขวางรวดเร็วฉับไว และมี

ประสิทธิภาพ ข้อดีของหนั งสือพิมพ์ออกสมำ่าเสมอทุกวัน

สามารถนำาเสนอข้อมูลได้รวดเร็วเป็ นที่ยอมรับของคนทัว่ ไปผู้

บริโภคสามารถเลือกเวลาอ่านได้ ละ สามารถอ่านย้อนไปย้อน

มา ได้ตามที่ต้องการ เข้าถึงกลุ่มเป้ าหมายได้ตามวัตถุประสงค์
ประหยัดงบประมาณ เมื่อเปรียบเทียบกับสื่อหนั งสือพิมพ์ คือ

สิ่งพิมพืซ่ึงออกเป็ นระยะอย่างสมำ่าเสมอ มุ่งให้ความรู้บันเทิง

และข่าวเป็ นสำาคัญ โดยทัว่ ไปมักเป็ นรายวันหรือรายสัปดาห์มี
ขนาดต่างกัน และมักมีจำานวนหน้าน้อยกว่าหนั งสือโดยทัว่ ไป
(วิษณุ สุวรรณเพิ่ม 2531 :11)
1.2

นิ ตยสาร (Magazine) ปั จจุบันมีหลายประเภท หลายขนาด

หลายรูปแบบ เช่น นิ ตสารการกีฬา นิ ตยสารผู้หญิง นิ ตยสาร
วิชาการ นิ ตยสาร ธุรกิจฯลฯ ข้อดีของนิ ตยสาร แต่ละฉบับมี
กลุ่มเป้ าหมายที่ชัดเจน การส่งข่าวสารข้อมูลมีความแน่นอน

หยิบอ่านง่าย การพิมพ์ประณี ตสวยงาม สามารถเสนอข้อมูลได้
เต็มที่และสร้างความสนใจได้หลากหลายน่าสนใจ ดังนั้ น

นิ ตยสารสิ่งพิมพ์เป้ นเล่มมีขนาดเล็กกว่าหนั งสือพิมพ์ ที่ออก
สมำ่าเสมอ ในระยะสัปดาห์ ปั กษ์เดือน หรือปี แต่มิใช่รายวัน

แบ่งเป็ น (Genera Magazine) คือสิ่งพิมพ์ท่ีออกสมำ่าเสมอเพื่อ
มุ่งหวังให้ความรู้ความบันเทิงใจแก่บุคคลเฉพาะกลุ่ม (วิษณุ
สุวรรณเพิ่ม 2531:12) นิ ตยสารแบ่งออกได้ตามลักษณะ

ประเภทได้ดังนี้ คือ นิ ตยสารทัว่ ไป ที่มุ่งเน้นการบันเทิง เช่น

สกุลไทย สตรีสารเป็ นต้น นิ ตยสารเชิงวิจารณ์ ที่มุ่งเน้นเสนอ
ข้อคิดเห็น เช่น สยามรัฐ สัปดาหืวิจารณ์ มติชนรายสัปดาห์

เป็ นต้น นิ ตยสารเฉพาะกลุ่ม ที่มุ่งเน้นเฉพาะสนองกลุ่มคนบาง
กลุ่ม เช่น บ้านและสวน กรังค์ปรีช์เป็ นต้น
1.3

วารสาร (Journal) สิ่งพิมพ์เป็ นเล่ม มีกำาหนดออกเป็ นประจำา

ในระยะสัปดาห์ ปั กษ์ เดือน หรือรายปี มักจะมุ่งให้ความรู้เชิง

วิชาการ แก่ผู้อ่านเป็ นส่วนรวม หรือเฉพาะกลุ่มดังนั้ นทั้งนี้ แล้ว
แต่วัตถุประสงค์และงบประมาณของการผลิต

1.4

หนั งสือ (Book) คือสิ่งพิมพืท่ีเย็บรวมกันเป็ นเล่มที่มีความหนา

และมีขนาดต่างๆกัน ไม่มีกำาหนดออกแน่นอนและไม่ต่อเนื่ องมี
เนื้ อหาที่เป้ นเรื่องเดียวกันไม่หลากหลาย และมีความสมบูรณ์
ในตัวเองหนั งสือเล่ม แบ่งออกเป็ นหลายประเภทตามแต่

ลักษณะของเนื้ อหาเช่น หนั งสือ นิ ยาย หนั งสือเรียน หนั งสือ
วิชาการ หนั งสารคดี หนั งสือเพลง หนั งสือการ์ตูน บทกวี

นิ พนธ์ หนั งสือเล่ม เป็ นสิ่งพิมพืท่ีมีผู้สนใจ เฉพาะกลุ่ม เช่น

กลุ่มนั กเรียน นั กศึกษา กลุ่มเฉพาะอาชีพเป็ นต้น และเป็ นสิ่ง
พิมพ์หนั งสือที่พิมพ์จำานวนมากว่า 16 หน้า ขึ้นไป (วิษณุ
สุวรรณเพิ่ม 2531:124)
1.5

จุลสาร (Booklet) เป็ นเอกสารเย็บรวมเป็ นเล่มมีปกหุ้มมี

เนื้ อหา ให้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบาย ของหน่วยงาน และคู่
มือการปฎิบัติงานในหัวข้อเรื่องใด เรื่องหนึ่ ง อาจเป็ นเอกสาร
ที่ใช้ในการเรียนการสอน และ การศึกษารายบุคคลมีลักษณะ
แตกต่างจาก หนั งสือธรรมดา จุลสารหนั งสือ ขนาดเล็กมี
จำานวนตำ่ากว่า 16 หน้า

1.6 อนุ สาร เป้ นหนั งสือเล่มเล็กๆมีจำานวน 8 แผ่น มุ่งเผยแพร่
ข้อมูลที่เป็ นความรู้ทางวิชาการอย่างง่ายๆหรือเป็ นการแนะนำา
หน่วยงาน
1.7

แคทตาล็อค (Catalogues) เป็ สิ่งพิมพ์ท่ีมีลัการะคล้ายอนุ สาร

แต่มุ่งโฆษณาเผยแพร่ข้อมูลที่เป้ นสินค้า โดยแสดงรายละเอียด
ของสินค้าและราคา เช่น รายการหนั งสือ ของสำานั กพิมพ์
1.8

สูจิบัตร (Folders) เป้ นงานพิมพ์ท่ีมีข้อความสั้นๆ มีภาพ

ประกอบ จำานวน 2-3 แผ่น เย็บติด กันด้วยลวดเย็บแบบมุง

หลังคา โดยมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่โฆษณาเผยแพร่การ
จัดงาน

แผ่นพับ(Brochures) ลักษณะเด่นของแผ่นพับคือ เป้ นแผ่น

1.9

กระดาษ ที่พิมพ์แผ่นเดียวแต่พับเป็ นหลายหน้าสรุป สั้นๆ เพื่อ
บอกข่าวแนะนำาหรือเตือนความจำา สามารถให้ข้อมูลราย

ละเอียดได้ออกแบบได้อย่างอิสระหลากหลาย และสามารถส่ง
แผ่นพับทางไปรษณี ย์ได้สะดวกแผ่นพับสามารถแบ่งประเภท
ตามลักษณะการใช้งานได้ 3 ประเภท คือ แผ่นพับโฆษณา
แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ และแผ่นพับรณรงค์เป็ นต้น

แผ่นปลิว (Leaflets) รูปแบบการนำาเสนอ สาระข้อมูลของ

1.10

แผ่นปลิวไม่มีข้อจำากัดสามารถผลิตขึ้นได้ครั้งละจำานวนมาก จึง
ได้รบ
ั ความนิ ยมสามารถ เข้าถึงกลุ่มเป้ าหมายได้อย่างกว้าง
ขวาง

จดหมายเวียน (Circular Letters) มีลักษณะเช่นเดียวกับ

1.11

แผ่นปลิวใช้สำาหรับแจ้งให้ทราบเฉพาะเรื่อง เช่น รายงาน
กิจกรรมต่างๆ หรือข่าวความรู้ใหม่ๆ

บัตรเชิญ (Cards) เป็ นสื่อเฉพาะกิจมีบทบาทมากในการ

1.12

โฆษณาในโอกาสสำาตัญเปิ ดกิจการโชว์สินค้าใหม่เป็ น

นิ ทรรศการรูปแบบบัตรเชิญจะเน้นความปราณี สวยงามรูปแบบ
ของบัตรเชิญจะเป็ นลักษณะแผ่นเดียวหรือพับและอาจมี
ลักษณะสามมิติก็ได้

โปสเตอร์ (Poster) มีแผ่นพับขนาดต่างๆที่แจกจ่าย หรือติด

1.13

ประกาศเพื่อเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลโฆษณาประชาสัมพันธ์ซ่ึง
ประกอบ ด้วยข้อความสั้นๆ กระชับเข้าใจง่าย โปสเตอร์

สามารถแบ่งประเภท ออกตามลักษณะ การใช้งาน ใด 3

ประเภท คือ โปสเตอร์โฆษณา โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ และ
โปสเตอร์รณรงค์

โชว์การ์ด (Show Cards) เป็ นงานพิมพ์บนกระดาษแข็งแล้ว

1.14

นำามาติดตั้งในรูปของโชว์การ์ด ผนั งหรือใช้แขวนเป็ นนโยบาย
หน้าร้านเพื่อสร้างความสนใจแปลกตาและดึงดูดความสนใจ

นามบัตร โดยมีขนาดประมาณ 5.5x 9 เซนติเมตร แบ่ง

1.15

ออกตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้ท้ ัง 4 ประเภท คือ นามบัตร

ส่วนบุคคล นามบัตรธุรกิจ นามบัตรสถาบันหรือหน่วยงาน และ
นามบัตรทัว่ ไป

1.16 กระดาษหัวจดหมาย กระดาษหัวจดหมายโดยทัว่ ไปสามารถ
แบ่งออกได้ 5 ประเภทคือ กระดาษจดหมายส่วนบุคคล

กระดาษหัวจดหมายธุรกิจ กระดาษหัวจดหมายสถาบันหรือ

หน่วยงาน กระดาษหัวจดหมายเฉพาะกิจ กระดาษหัวจดหมาย
ทัว่ ไป

(รูปภาพประกอบหน้า 19)

2. กราฟิ กทางด้านสื่อการเรียนการสอน

เป็ นงานกราฟิ กที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็ นกิจกรรมทางด้านการ

เรียนการสอนกลุ่มเป้ าหมายที่นักเรียน นิ สิตนั กศึกษาและ

ประชาชนหรือผู้เรียนทัว่ ไป เช่น สื่อสิ่งพิมพ์รุปภาพ ป้ ายนิ เทศ

นิ ทรรศการ แผ่นป้ าย สำาลีแผ่นป้ ายไฟฟ้ าหุ่นจำาลองแผนภูมิแผ่น
สถิติ ฯลฯ

งานกราฟิ กที่นำามาใช้ในการสื่อความหมายเพื่อการเรียนการ

สอน เช่น แสดงสัญลักษณ์ หรือ ความหมายของสิ่งใดสิง่ หนึ่ งที่
เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง แนวความคิดและเสริมความเข้าใจโดย
อาศัย ส่วนประกอบของภาพตัวอักษรคำาพูด เช่นแผนภูมิ

แผนภาพ แผนสถิติ ภาพพลิก สิ่งพิมพ์ ตำารา ป้ ายนิ เทศ สมุด

ภาพ กระดาษสำาลีสำาหรับเครื่องฉาย และคอมพิวเตอร์การศึกษา
เป็ นต้น

(ภาพประกอบ หน้า 20)

สื่อการสอน คือ การนำาเอาวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการมาเป็ น

ตัวกลางที่ครูให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ เกิดความคิด เกดความ

เข้าใจ และมีความหมายต่อนั กเรียน สื่อการเรียนการสอนเป็ นสิ่ง
เร้าอย่างหนึ่ งในการจัดการเรียนการสอน สื่อการสอนจะช่วย

กระตุ้นให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจและสนุ กสนานยิ่งขึ้น
ดังนั้ นสื่อการสอนควรมีความเหมาะสมกับวุฒิภาวะของนั กเรียน
สื่อการสอนควรตรงกับเนื้ อหาการสอนและเนื้ อหาต้องเร้าความ
สนใจ สื่อที่ใช้ในการสอนจะต้องให้ความคิด ความรู้ และความ
เข้าใจ รูปแบบของสื่อควรมีความแปลกใหม่ สะดุดตา สีสัน

ลวดลายควรดึงดูดความสนใจการจัดการเรียนการสอนในปั จจุบัน

จำาเป็ นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้ส่ อ
ื การสอนมากขึ้น เพราะสื่อการสอน
สามารถทำาให้เนื้ อหาความรู้ท่ียากช่วยทำาให้เข้าใจง่ายขึ้น โดย

เฉพาะในยุคแห่งความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าของ
วิทยาการอยู่ตลอดเวลา ( อุบล ตู้จินดา 2532 : 205)

ประโยชน์ของงานกราฟิ กทางการศึกษาสามารถดึงดูดความ

สนใจในการนำาเข้าสู่บทเรียน และ ระหว่างเรียนสามารถถ่ายทอด

เรื่องราวต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์สนั บสนุ นข้อมูล ได้ตรงจุดมุ่งหมาย
อันส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ และสามารถทบทวนสรุปเนื้ อหาบท

เรียนเป็ นต้น (ศิรพ
ิ งศ์ พยอมแย้ม 2537 : 19) ได้กล่าวสรุปถึง
ประโยชน์ของกราฟิ กต่อการเรียน การสอนไว้ดังนี้

1. กราฟิ กสามารถใช้ประกอบการเรียนการสอนได้เกือบทุก

ลักษณะและทุกระดับชั้นเรียน

2. กราฟิ กช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจได้รวดเร็วกว่าการใช้

คำาพูด

3. กราฟิ กช่วยให้ผู้เรียนได้รวดเร็วและชัดเจนกว่าคำาพูด
4. กราฟิ กช่วยเร้าความสนใจแก่ผู้เรียน

5. กราฟิ กช่วยให้การจัดนิ ทรรศการอย่างมีประสิทธิภาพ

กราฟิ กด้านสื่อการสอนเป็ นสื่อที่มุ่งเน้นการนำาไปใช้ทางด้าน

การเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เช่น การใช้

สไลด์ ภาพยนต์เอกสารตำารา บทเรียนโปรแกรมชุดการเรียนแผ่น
ภาพแผนภูมิป้ายนิ เทศน์ ฯลฯ

ประเภทสื่อการสอนแบ่งได้เป็ น 3 ลักษณะ คือ (ณรงค์ สม

พงษ์ 2935 : 33)
1.

เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Hardware) ได้แก่ส่ ือประเภท

ที่ประกอบไปด้วยกลไฟฟ้ า และอิเล็กทรอนิ กส์ ต่างๆ
เช่น เครื่องฉายทั้งหลาย เครื่องเสียง วิทยุ โทรทัสน์
รวมทั้งเครื่องมือเครื่องไม้ ชนิ ดต่างๆและ

คอมพิวเตอร์ บางทีเรียกว่า สื่อประเภทหนั ก
2.

วัสดุ(Software) ได้แก่ส่ ือที่บรรจุเนื้ อหาและรายการ

ต่างๆ เอาไว้บางชนิ ดสามารถใช้ได้โดยตัวของมันเอง

โดยเอกเทศ เช่น ของจริง หุ่นจำาลอง รูปภาพ ป้ าน

นิ เทศ เป็ นต้น แต่บางชนิ ดต้องอาศัยสื่อประเภทหนั ก
มาช่วย เช่น ฟิ ล์มภาพยนต์ แผ่นสำาล์ ม้วนเทป

บันทึกเสียง เป้ นต้น บางทีเรียกว่า สื่อประเภทเบา
3.

เทคนิ ควิธีการ (Techniques or methods) คือการ

ถ่ายทอดประสบการณ์ในรูปของ กิจกรรม เช่น การ

สาธิต การทัศนศึกษานอกสถานที่ การจัดนิ ทรรศการ
การจัดประกวด เป้ นต้น

3.กราฟิ กทางด้านส่งเสริมการผลิตอุตสาหกรรม

เป็ นงานกราฟิ กที่มีจุดมุ่งหมายต่อการส่งเสริมการผลิคการจัด

จำาหน่ายการค้าขายปลีก และขายส่ง เช่น งานฉลาก หีบห่อ บรรจุ
ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

รุปแบบงานกราฟิ กจะมีลักษณะแตกต่างกันตามลักษณะของ

บรรจุภัณฑ์ของสินค้า เช่น เป้ นหีบห่อ เป้ นกล่อง เป็ นขวด เป็ นลัง
เป็ นกระป๋ อง เป็ นต้น การออกแบบจะต้องสร้างภาพลักษณ์ของตัว
สินค้าให้เกิดความน่าเชื่อถือบรรจุภัณฑ์ ของสินค้าไม่ว่าจะเป็ นก

ล่อง ขวด กระป๋ อง หรือ หีบห่อ อื่นๆ ตัวมันเอง นอกจากจะเป็ น
สิ่ง พิทักษ์ตัวสินค้าไม่ว่า จะเป็ นเครื่องอุปโภค หรือบริโภคแล้วยัง
เป็ นสื่อ โฆษณาสินค้าในตัวเอง อีกด้วย การออกแบบบรรจุภัณฑ์
เกี่ยวข้องกับงานสองส่วนด้วยกันก็คือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์

ภายในเพื่อใส่ หรือพิทักษ์เครื่องอุปโภคบริโภค หรือเครื่องบริโภค

ไปพร้อมกัน เช่น กล่องและหีบห่ออื่นๆ นอกจากนี้ ตัวบรรจุภัณฑ์

ยังอาจมีเพียงชิ้นหรือชั้นเดียวโดยทำาหน้าที่ท้ ังเป็ น ตัวพิทักษ์

และโฆษณาไปพร้อมกันนอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ยังเป็ นตัวแสดง ราย
ละเอียดต่างๆที่เป้ นประโยชน์กับผู้ใช้เครื่องอุปโภคบริโภคโดยตรง
อีกด้วย เช่นเครื่องอุปโภคก็อาจจะมีรายละเอียดเกี่ยวข้องกับการ
ต่อประกอบใช้ ข้อควรระวัง เครื่องบริโภคก็อาจจะมีรายละเอียด

เกี่ยวกับการกำาหนดเวลาสำาหรับการบริโภคปิ มาณการบริโภคอันต
รายเป้ นต้น (วิรุณ ตั้งเจริญ 2531: 12)